ซีเอ็ม พังก์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ซีเอ็ม พังก์
An image of ซีเอ็ม พังก์.
ข้อมูล
ฉายา ซีเอ็ม พังก์ (CM Punk)
ชิก แม็กเน็ตส์ พังก์ (Chick Magnet Punk)
ความสูง ฟุต 1 นิ้ว (1.85 ม.)
น้ำหนัก 218 ปอนด์ (99 กก.)
เกิด 26 ตุลาคม ค.ศ. 1978 (35 ปี)
ชิคาโก, รัฐอิลลินอยส์
มาจาก ชิคาโก, รัฐอิลลินอยส์
ฝึกหัดโดย เอส สตีล
แดนนี โดมิเนียน
เควิน ควิน
เดฟ เทเลอร์
เดฟ ฟินเลย์
วิลเลียม รีกัล
โรงเรียนมวยปล้ำสตีลโดมิเนียน
เปิดตัว ค.ศ. 1999
เว็บไซต์ CMPunk.com

ฟิลลิป แจ็ก บรูกส์ (อังกฤษ: Phillip Jack Brooks)[1] เกิดวันที่ 26 ตุลาคม ค.ศ. 1978[2] เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญาให้กับสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในชื่อว่า ซีเอ็ม พังก์ เป็นอดีตแชมป์โลก 5 สมัย (แชมป์ WWE 2 สมัย, แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สมัย), แชมป์โลก ECW 1 สมัย, แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล 1 สมัย, แชมป์โลกแทคทีม 1 สมัย คู่กับ โคฟี คิงส์ตัน เป็นผู้ชนะในแมตช์การปล้ำ มันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ เพื่อชิงสัญญาการชิงแชมป์โลกที่ไหน เมื่อไหร่ เวลาใด ก็ได้ ในศึก เรสเซิลเมเนีย 2 ปีซ้อน เป็นแชมป์ทริปเปิล คราวน์ คนที่ 19 ของ WWE และเป็นอดีตแชมป์โลกของสมาคม ริงออฟออเนอร์ ซีเอ็ม พังก์ มีชื่อมาจากชื่อย่อแทคทีมของทีมตนที่มีชื่อทีมคือ ชิก แม็กเน็ตส์ (Chick Magnets) ซึ่งทีมนี้เกิดจาก แบ็คยาร์ดเรสต์ลิง (ปล้ำเล่นกันเอง ณ.สวนหลังบ้านของเขา) ซึ่งพังก์คู่กับเพื่อนที่ชื่อว่า วีนอม (CM Venom) พออยู่ในแทคทีมเขาทั้งคู่จึงใช้นามแทคทีมเป็นตัวย่อ "ซีเอ็ม" จึงเป็น ซีเอ็ม วีนอม[3][4]

ประวัติในสังเวียนมวยปล้ำ[แก้]

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2006 - ปัจจุบัน)[แก้]

พังก์กับ แชมป์โลก ECW

พังก์ได้เปิดตัวครั้งแรกในศึก อีซีดับเบิลยู และได้ปล้ำแมตช์แรก ในศึกเฮาส์โชว์ วันที่ 24 มิถุนายน ค.ศ. 2006 ของศึก ECW โดยเจอกับ สตีวี ริชาร์ดส และพังก์ก็เอาชนะมาได้[5] พังก์ได้เปิดตัวครั้งแรกอย่างเป็นทางการในศึก ECW (4 กรกฎาคม 2006) ในนามซูเปอร์สตาร์ดาวรุ่งแห่งค่าย ECW ภายใต้สโลแกนด์ สเตรจต์เอดจ์ซูเปอร์สตาร์ "ไม่เสพสิ่งเสพติดใดๆ ไม่ดื่มเหล้า" และก็ได้ขึ้นปล้ำอย่างเป็นทางการในศึก ECW (1 สิงหาคม 2006) โดยการเอาชนะ จัสติน เครดิเบิล จากนั้นพังก์ก็สามารถล้มนักมวยปล้ำใน ECW ได้หลายคน ได้แก่ คริสโตเฟอร์ ดับเบิลยู. แอนเดอร์สัน, สตีวี ริชาร์ดส และ ชานนอน มัวร์ จนเป็นสถิติที่ไร้พ่ายหลังจากการเปิดตัว (ชนะ 4 แพ้ 0) ในช่วงนั้น[6]

ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ 2006 พังก์ได้เข้าร่วมทีมกับ ดี-เจเรเนชั่น เอ็กซ์ (ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์) และ ฮาร์ดี บอยซ์ (แมทท์ ฮาร์ดี และ เจฟฟ์ ฮาร์ดี) สามารถเอาชนะทีมเรด อาร์เคโอ (เอดจ์ และ แรนดี ออร์ตัน), ไมค์ น็อกซ์, เกรกอรี เฮมส์ และ จอห์นนี ไนโตร มาได้[7] ในศึก ดีเซมเบอร์ ทู ดิสเมมเบอร์ พังก์ได้เจอกับ บิ๊กโชว์, ร็อบ แวน แดม, เทสต์, ฮาร์ดคอร์ ฮอลลี และ บ็อบบี แลชลีย์ ในแมตช์การปล้ำ เอกซ์ตรีม อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ เพื่อชิงแชมป์โลก ECW สุดท้ายพังก์ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้[8] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 พังก์ได้เข้าร่วมในแมตช์ไต่บันไดชิงกระเป๋า มันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ แต่ไม่สำเร็จ[9]

ในศึก ECW (10 เมษายน 2007) พังก์ได้กลายเป็นฝ่ายอธรรมและเข้าร่วมกลุ่มของนักมวยปล้ำ ECW ยุคใหม่อย่างทีมนิว บรีด (อีไลจาห์ เบิร์ก (หัวหน้า), มาร์คัส คอร์ วอน, เควิน ทอร์น และ แมทท์ สไตรเกอร์)[10] ที่กำลังเปิดศึกกับทีม อีซีดับเบิลยู ออริจินัล (ร็อบ แวน แดม, ทอมมี ดรีมเมอร์, ซาบู และ แซนด์แมน)[11][12] จากนั้นอีก 2 สัปดาห์ พังก์ก็หักหลังทีมนิว บรีด หันกลับไปอยู่กับทีมอีซีดับเบิลยู ออริจินัล และกลับมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้ง[13] ในศึก วันไนท์สแตนด์ 2007 ทีมอีซีดับเบิลยู ออริจินัล (พังก์, ทอมมี ดรีมเมอร์ และ เดอะ แซนด์แมน) เจอกับทีมนิว บรีด (อีไลจาห์ เบิร์ก, มาร์คัส คอร์ วอน และ แมทท์ สไตรเกอร์) ในการจับคู่ต่อสู้ทุ่มใส่โต๊ะ สุดท้ายทีมอีซีดับเบิลยู ออริจินัล ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้[14]

บ็อบบี แลชลีย์ เจ้าของแชมป์โลก ECW ได้ถูกดราฟท์ไปอยู่รอว์ และต้องถูกปลดจากตำแหน่ง ทำให้ตำแหน่งว่างลง เลยมีการจัดทัวร์นาเมนต์ เพื่อหาเจ้าของแชมป์โลก ECW คนใหม่ ซึ่งครั้งนั้นพังก์เอาชนะมาร์คัส คอร์ วอน และคริส เบนวา ก็เอาชนะอีไลจาห์ เบิร์ก ทั้งคู่ได้เข้าสู่รอบชิงในศึก เวนเจินส์ 2007 พังก์จะต้องเจอกับคริส เบนวา ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลก ECW[15] แต่พอในคืนนั้นจริง เบนวามาไม่ได้จึงให้จอห์นนี ไนโตร มาปล้ำแทน สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายแพ้ทำให้ไนโตรคว้าแชมป์โลก ECW ไปได้[16] หลังจากนั้น พังก์ก็ได้ขอท้าชิงแชมป์โลก ECW จากไนโตร แต่ก็เป็นฝ่ายแพ้ถึง 3 ครั้งติดต่อกัน และในศึก ECW (1 กันยายน 2007) พังก์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลก ECW กับจอห์น มอร์ริสัน หรือจอห์นนี ไนโตร สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์โลก ECW มาได้สำเร็จ[17] ในศึก ECW (22 มกราคม 2008) พังก์ได้เสียแชมป์โลก ECW กับ ชาโว่ เกอร์เรโร่ ในแมตช์การปล้ำไม่มีกฎกติกา จากการถูกเอดจ์มาลอบทำร้ายด้วยท่าสเปียร์[18]

พังก์กับกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 พังก์ได้ชนะในแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ และคว้ากระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์มาได้[19] ต่อมาพังก์ได้ย้ายมาอยู่รอว์ จากผลดราฟท์ในศึกรอว์ (23 มิถุนายน 2008)[20] ในคืนเดียวกัน พังก์ก็ขอใช้สิทธิ์มันนีอินเดอะแบงก์ กับ เอดจ์ เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกเฮฟวี่เวท หลังจากถูก บาทิสตา ลอบทำร้าย จนอยู่ในสภาพไม่พร้อมปล้ำ และพังก์ก็เอาชนะเอดจ์ และคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เป็นสมัยแรกมาได้สำเร็จ ในศึก อันฟอร์กิฟเว่น (2008) พังก์ได้ถูกกลุ่ม เดอะเลกาซี (แรนดี ออร์ตัน, โคดี โรดส์, เท็ด ดิบิอาซี่ และ มานู) ลอบทำร้าย และถูกออร์ตัน เตะเข้าไปที่กะโหลกศีรษะ ทำให้พังก์ต้องพักการปล้ำ และต้องสละแชมป์โลกเฮฟวี่เวท[21]

ในศึกรอว์ (27 ตุลาคม 2008) พังก์ได้จับคู่กับ โคฟี คิงส์ตัน เอาชนะ โคดี โรดส์ และ เท็ด ดิบิอาซี 2 สมาชิกกลุ่มเดอะเลกาซี และคว้าแชมป์โลกแทคทีมมาได้[22] ในศึกรอว์ ได้มีการจัดทัวร์นาเมนต์ เพื่อหาผู้ท้าชิงอินเตอร์คอนติเนนทัลกับ วิลเลียม รีกัล โดยพังก์ได้เข้าร่วมและได้มาสู่ทัวร์นาเมนต์รอบสุดท้ายกับ เรย์ มิสเตริโอ ต่อมาวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 2008 พังก์และโคฟีก็เสียแชมป์ให้กับ จอห์น มอร์ริสัน และเดอะ มิซ[23] ในศึก อาร์มาเกดดอน (2008) พังก์ได้เจอกับเรย์ โดยถ้าใครชนะจะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล กับ วิลเลียม รีกัล สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายชนะ และได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์กับรีกัล ในศึกรอว์ (5 มกราคม 2009) พังก์ได้ชิงแชมป์กับรีกัล สุดท้ายพังก์ถูกปรับแพ้ฟาล์ว ทำให้พังก์ไม่ได้แชมป์[24] ในศึกรอว์ (19 มกราคม 2009) พังก์ได้เอาชนะรีกัล ในแมตช์การปล้ำไม่มีกฎกติกา และสามารถคว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัลมาได้สำเร็จ[25] และได้เป็นแชมป์ทริปเปิล คราวน์ คนที่ 19 ของสมาคม WWE[25] ในศึกรอว์ (9 มีนาคม 2009) พังก์ก็เสียแชมป์ให้กับ เจบีแอล[26]

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 พังก์ได้ชนะในแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ และคว้ากระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ มาได้สำเร็จ เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน[27] ต่อมาพังก์ได้ย้ายมาอยู่สแมคดาวน์ จากผลดราฟท์ในศึกรอว์ (13 เมษายน 2009)[28] ในคืนเดียวกัน พังก์ก็ขอใช้สิทธิ์มันนีอินเดอะแบงก์ กับ เอดจ์ เจ้าของตำแหน่งแชมป์โลกเฮฟวี่เวทอีกครั้ง แต่ยังไม่ทันใช้สิทธิ์พังก์ก็โดน อูมาก้า เข้ามาขัดขวาง ทำให้ไม่ได้ใช้สิทธิ์มันนีอินเดอะแบงก์ จากนั้นพังก์ก็ได้เปิดศึกกับอูมาก้า และเจอกันในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) พังก์ก็เอาชนะอูมาก้ามาได้ ในแมตช์การปล้ำซามวน สแตรป[29] ในคืนเดียวกัน พังก์ได้ใช้สิทธิ์มันนีอินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับ เจฟฟ์ ฮาร์ดี ที่เพิ่งได้แชมป์มาจากเอดจ์ สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เป็นสมัยที่ 2 มาได้สำเร็จ และได้กลายมาเป็นฝ่ายอธรรมอีกครั้ง[30]

พังก์ได้เปิดศึกกับเจฟฟ์ และเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับเจฟฟ์ ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2009)[31] แต่พังก์ก็ไม่ยอมและขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทคืนจากเจฟฟ์ ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2009) ในรูปแบบการปล้ำแมตช์ TLC และพังก์คว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เป็นสมัยที่ 3 มาได้สำเร็จ หลังแมตช์ ดิอันเดอร์เทเกอร์ มาเล่นงานพังก์[32] ในศึก สแมคดาวน์ (28 สิงหาคม 2009) พังก์จะต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับเจฟฟ์อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก โดยมีการเดิมพันว่าถ้าเจฟฟ์แพ้ เจฟฟ์จะต้องออกจาก WWE สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายชนะป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ ทำให้เจฟฟ์ต้องออกจาก WWE[33]

พังก์ได้เปิดศึกกับอันเดอร์เทเกอร์ และจะต้องป้องกันแชมป์ในศึก เบรกกิ้งพอยท์ สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายแพ้ด้วยท่า Hells's Gate และเสียแชมป์ แต่ว่า ทีโอดอร์ ลอง ได้ประกาศให้เริ่มแมตช์ใหม่อีกครั้ง เพราะท่านี้ถูกแบนพังก์เลยฉวยโอกาสจัดการใส่ อนาคอนด้า ไวส์ และกรรมการตัดสินให้พังก์ชนะทั้งที่อันเดอร์เทเกอร์ไม่ได้ตบพื้นยอมแพ้เหมือนเหตุการณ์ มอนทรีออลสครูว์จ็อบ และพังก์ยังเป็นแชมป์ต่อไป[34] ในศึก เฮลอินเอเซล (2009) พังก์ก็เสียแชมป์ให้กับอันเดอร์เทเกอร์ ในแมตช์การปล้ำเฮลอินเอเซล[35] ในศึก สแมคดาวน์ (27 พฤศจิกายน 2009) พังก์ได้ก่อตั้งกลุ่ม สเตรจต์เอดจ์โซไซอิตี โดยมี พังก์ และ ลุค กาล์โลว์[36] ภายใต้สโลแกนด์ “ปลอดสารเสพติด” โดยพังก์ได้มาบรรยายสรรพคุณของสเตรจต์เอดจ์โซไซอิตี ว่าเขาสามารถพัฒนาชีวิตของ ลุค กาล์โลว์ ได้[37] จากนั้นพังก์ก็เริ่มเทศน์โดยเอาผู้ที่สนใจจะเข้าร่วมลัทธิมาโกนหัว และก็ได้เจอ เซเรนา ที่อยากจะเข้าร่วมก็จับโกนหัวและมาเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสเตรจต์เอดจ์โซไซอิตี[38]

พังก์ได้เปิดศึกกับ เรย์ มิสเตริโอ[39] และได้เจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[40] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) พังก์ก็เอาชนะเรย์มาได้ จากการช่วยเหลือของ โจอี เมอร์คิวรี[41] ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2010) พังก์จะต้องเจอกับเรย์อีกครั้ง โดยถ้าพังก์ชนะ เรย์จะต้องเข้ามาอยู่กลุ่มสเตรจต์เอดจ์โซไซอิตี แต่ถ้าเรย์ชนะ พังก์ต้องโดนโกนหัว สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายแพ้ จึงถูกเรย์โกนหัวทำให้พังก์หัวล้านและต้องใส่หน้ากากปล้ำตลอดเวลา[42]

ในศึก สแมคดาวน์ (16 กรกฎาคม 2010) พังก์ถูก บิ๊กโชว์ จับถอดหน้ากากจนเห็นหัวล้านของพังก์[43] ทำให้พังก์แค้นมาก และขอท้าเจอกัน ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2010) ในแมตช์การปล้ำแฮนดิแคป 3 รุม 1 กลุ่มสเตรจต์เอดจ์โซไซอิตี (พังก์, ลุค กาล์โลว์ และ โจอี เมอร์คิวรี) เจอกับ บิ๊กโชว์ สุดท้ายกลุ่มสเตรจต์เอดจ์โซไซอิตีก็แพ้ไป[44] ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) พังก์ได้เจอกับบิ๊กโชว์ สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[45] เซเรนาได้ถูกไล่ออกจาก WWE[46] และเมอร์คิวรีได้รับอาการบาดเจ็บ[47] จากนั้นไม่นานพังก์ก็ได้แตกทีมกับกาล์โลว์ ในศึก สแมคดาวน์ (24 กันยายน 2010) พังก์ได้เจอกับกาล์โลว์ และพังก์ก็เอาชนะมาได้ จากนั้นกลุ่มสเตรจต์เอดจ์โซไซอิตีก็ได้แตกกลุ่มกันไป[48]

พังก์สมัยเป็นหัวหน้ากลุ่มเดอะนิวเน็กซัส

พังก์ได้ย้ายมาสังกัดรอว์ และได้เอาชนะ อีแวน บอร์น ทำให้ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกทีมฝั่งรอว์ หลังแมตช์พังก์ได้เล่นงานบอร์น ด้วยท่า Anaconda Vise ทำให้บอร์นได้รับบาดเจ็บ[49] ในศึก แบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) พังก์ได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกทีมฝั่งรอว์ ปะทะกับทีมฝั่งสแมคดาวน์ สุดท้ายทีมฝั่งรอว์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[50] พังก์มีอาการบาดเจ็บที่สะโพก พังก์จึงมาเป็นโฆษกผู้บรรยายอยู่ข้างเวทีชั่วคราว[51][52] ในศึกรอว์ (22 พฤศจิกายน 2010) พังก์ได้เอาเก้าอี้มาตีใส่ จอห์น ซีนา แบบไม่มีเหตุผล[53][54] ไม่นานพังก์ก็ได้ประกาศตนเองเป็นหัวหน้ากลุ่ม เดอะเน็กซัส แทนอดีตหัวหน้ากลุ่ม เวด บาร์เร็ตต์[55] พังก์ได้เปลี่ยนชื่อกลุ่มจากเดอะเน็กซัส เป็นเดอะนิวเน็กซัส ในศึก รอยัลรัมเบิล (2011) พังก์ได้ไปก่อกวนการปล้ำของ แรนดี ออร์ตัน ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ ทำให้ออร์ตันแพ้ให้กับมิซ[56] จากนั้นพังก์ได้เปิดศึกกับออร์ตัน เพื่อต้องการล้างแค้นจากการที่ออร์ตันได้เตะศีรษะของพังก์ ทำให้ต้องสละแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เมื่อปี 2008 และพังก์ได้รอคอยวันที่จะล้างแค้นออร์ตันมานานจนกระทั่งมีกลุ่มเดอะนิวเน็กซัส ทำให้พังก์ได้ล้างแค้นอย่างสมใจ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 พังก์ได้เจอกับออร์ตัน โดยจะไม่มีกลุ่มเดอะนิวเน็กซัสอยู่ข้างเวทีด้วย สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[57] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011) พังก์ได้เจอกับออร์ตันอีกครั้ง ในแมตซ์การปล้ำลาสแมนสแตนดิ้ง โดยถ้าใครถูกกรรมการนับ 10 ก่อนจะเป็นฝ่ายแพ้ไป สุดท้ายพังก์เป็นฝ่ายถูกกรรมการนับ 10 แพ้ไปเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน[58]

พังก์ในตอนคว้า แชมป์ WWE สมัยแรกได้ ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2011)

ในศึกรอว์ (20 มิถุนายน 2011) พังก์ได้เอาชนะเรย์ และ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า ทำให้ได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ จอห์น ซีนา ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2011) ในศึกรอว์ (27 มิถุนายน 2011) พังก์ได้พูดด่าทั้ง WWE, ซีนา และอีกหลายๆ คนร่วมทั้งประธานบริษัท WWE และ CEO ของสมาคม WWE วินซ์ แม็กแมน จนถูกตัดเสียงไมโครโฟน ซึ่งเป็นการตัดสินใจของวินซ์ แล้วปิดรายการในทันที ซึ่งรายงานล่าสุดเป็นรายงานว่า พังก์ถูกระงับอย่างไม่มีกำหนดโดย WWE[59] ในศึกรอว์ (11 กรกฎาคม 2011) วินซ์สั่งให้มีแมตช์การปล้ำระหว่าง ซีนา กับ พังก์ อีกครั้ง ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ โดยมีข้อแม้ว่าถ้าพังก์ชนะ พังก์จะลาออกจาก WWE พร้อมกับ แชมป์ WWE และซีนาก็ต้องออกจาก WWE อีกด้วย[60] สุดท้ายแล้วพังก์ได้เอาชนะซีนา และคว้าแชมป์ WWE เป็นสมัยแรกมาได้ และพังก์ก็ได้ลาออกจาก WWE พร้อมกับแชมป์ WWE และซีนาก็ต้องออกจาก WWE หลังแมตช์ วินซ์รีบเดินไปที่โต๊ะผู้บรรยายแล้วต่อสายเรียกเดล รีโอ ให้ออกมาใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ เดล รีโอวิ่งออกมาพร้อมกระเป๋า พังก์เตะก้านคอใส่เดล รีโอ และปีนที่กั้นคนดูหนีออกจากสนามไปท่ามกลางผู้ชมพร้อมกับ แชมป์ WWE

ในศึกรอว์ (25 กรกฎาคม 2011) พังก์ได้มาปรากฏตัวด้วยเพลงเปิดตัวใหม่พร้อมกับเข็มขัดแชมป์ WWE และยืนจ้องหน้ากับซีนา เจ้าของแชมป์ WWE เส้นใหม่ หลังจากที่ ซีนาไม่ถูกไล่ออก จากนั้นต่างฝ่ายต่างชูเข็มขัดของตัวเองประกาศศักดา[61][62] ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2011) พังก์เจ้าของแชมป์ WWE ได้เจอกับ จอห์น ซีนา เจ้าของแชมป์ WWE ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์อันดิสพิวเด็ต WWE โดยมี ทริปเปิล เอช เป็นกรรมการพิเศษ สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์อันดิสพิวเด็ต WWE มาได้[63] หลังแมตช์ เควิน แนช ได้มาลอบทำร้ายพังก์ และใส่ท่า Jackknife Powerbomb เล่นงานพังก์ จากนั้นเดล รีโอออกมาพร้อมกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ ใช้สิทธิ์ชิงแชมป์ WWE ทันที และพังก์ก็เสียแชมป์ WWE ให้กับเดล รีโอ[64] ต่อมาพังก์ได้กลับมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้ง และได้เปิดศึกกับ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) พังก์ได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับเดล รีโอ สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายเอาชนะและได้คว้าแชมป์ WWE เป็นสมัยที่ 2[65][66]

พังก์ในตอนเปิดศึกกับ จอห์น โลรีนายติส

พังก์ได้เปิดศึกกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ และได้มีเรื่องกับ จอห์น โลรีนายติส ผู้จัดการทั่วไปชั่วคราวของรอว์ ในศึก รอยัลรัมเบิล (2012) พังก์ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับซิกก์เลอร์ โดยมี โลรีนายติสเป็นกรรมการพิเศษ สุดท้ายพังก์ก็สามารถป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้[67] ต่อมาพังก์ได้เปิดศึกกับ คริส เจอริโค ในศึกรอว์ (20 กุมภาพันธ์ 2012) เจอริโคได้เป็นผู้ชนะในแมตช์แบทเทิลรอยัล ทำให้เจอริโคได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับพังก์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 หลังแมตช์พังก์ได้ขึ้นมาแสดงความยินดีด้วยการจับมือแต่เจอริโคไม่จับมือแล้วเดินกลับไป[68] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 พังก์จะต้องป้องกันแชมป์ WWE กับเจอริโค โดย โลรีนายติสสั่งไว้ว่าถ้าพังก์ถูกปรับแพ้ฟาล์ว พังก์จะเสียแชมป์ให้กับเจอริโคทันที สุดท้ายพังก์ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[69] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) พังก์ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับเจอริโคอีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำชิคาโกสตรีทไฟท์ สุดท้ายพังก์ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[70]

ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต (2012) พังก์ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ แดเนียล ไบรอัน สุดท้ายพังก์ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[71] ในศึก โนเวย์เอาท์ (2012) พังก์ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ไบรอัน และเคน สุดท้ายพังก์ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[72] ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2012) พังก์ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ไบรอัน ในแมตช์การปล้ำไม่มีการปรับแพ้ฟาล์ว โดยมีเอเจเป็นกรรมการพิเศษ สุดท้ายพังก์ก็สามารถป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[73] ในศึก รอว์ ตอนที่ 1,000 (23 กรกฎาคม 2012) พังก์ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับซีนา ผลปรากฏว่า บิ๊กโชว์ออกมาอัดซีนา ทำให้พังก์ถูกปรับแพ้ฟาวล์ หลังแมตช์ บิ๊กโชว์กระทืบซีนาไม่ยั้ง แต่พังก์ก็ยืนดูเฉยๆ ไม่ยอมช่วย เดอะ ร็อค ออกมาช่วยซีนา และจะใช้ People's Elbow ใส่บิ๊กโชว์ แต่พังก์ขึ้นมาโคลทส์ไลน์ เล่นงานใส่ร็อค และจับใส่ GTS ก่อนจะเดินจากไปท่ามกลางเสียงโห่ของคนดูและกลายมาเป็นอธรรมอีกครั้ง[74][75][76] ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2012) พังก์ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ จอห์น ซีนา และบิ๊กโชว์ สุดท้ายพังก์ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[77] ในศึกรอว์ (3 กันยายน 2012) แมตช์ระหว่าง จอห์น ซีนา กับ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในแมตช์การปล้ำจับกดที่ไหนก็ได้ พังก์โผล่มาเตะก้านคอซีนาจนหลับ แล้วก็พาเดล รีโอมากดเอาชนะไป จากนั้นพังก์จับซีนามาโยนใส่ฝากระโปรงรถของตัวเอง และก็ขึ้นรถที่มี พอล เฮย์แมน เป็นคนขับแล้วก็ขับออกไป[78] ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) พังก์ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับซีนา ผลปรากฏว่าทั้งคู่เสมอกัน ทำให้พังก์ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[79]

พังก์กับ แชมป์ WWE พร้อมด้วย พอล เฮย์แมน

ในศึกรอว์ (24 กันยายน 2012) พังก์ออกมาและพูดกับซีนา ว่าพังก์จะไม่เจอกับซีนาในศึก เฮลอินเอเซล (2012) ก่อนจะให้คำแนะนำซีนาไปว่ารีบวิ่งลงไปจากเวที ก่อนจะหันหลังแล้วนับ 1-5 พังก์ก็หันหลังพร้อมกับเฮย์แมนด้วย ระหว่างที่ทั้งคู่หันหลังอยู่นั้น ซีนาก็ควักแท่งเหล็กขนาดประมาณ 1 ฟุตออกมา พอพังก์ นับ 1-5 เสร็จ หันกลับมาโดนซีนาเอาแท่งเหล็กตีไปเต็มๆ จนทั้งคู่ต้องรีบลงจากเวที จากนั้นพังก์ก็เดินกลับไปหลังเวทีพร้อมกับเข็มขัดแชมป์ WWE ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว และไปเล่นงานมิค โฟลีย์ และพังก์ก็เห็นไรแบ็ค ยืนจ้องพังก์อยู่[80] ในศึกรอว์ (8 ตุลาคม 2012) พังก์ได้เจอกับ วินซ์ แม็กแมน ในแมตช์การปล้ำไม่มีการปรับแพ้ฟาล์ว โดยก่อนเริ่มปล้ำ พังก์ได้มาลอบทำร้ายวินซ์จากด้านหลัง ท้ายแมตช์ ไรแบ็ค กับซีนา วิ่งออกมาช่วยวินซ์ ทำให้พังก์รีบหนีไปบนอัฒจรรย์พร้องเข็มขัดแชมป์ WWE หลังแมตช์ วินซ์ประกาศให้พังก์ตัดสินใจว่าจะเจอกับ ไรแบ็ค หรือซีนา ในศึก เฮลอินเอเซล[81] ในศึกรอว์ (15 ตุลาคม 2012) ในช่วงการเซ็นสัญญาชิงแชมป์ WWE วินซ์ก็เลือกไรแบ็คให้ชิงแชมป์กับพังก์ โดยที่ซีนาก็สนับสนุนและช่วยเชียร์ไรแบ็คด้วย พังก์เข้าไปท้าทายไรแบ็ค หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จ เลยโดนไรแบ็คจับหัวโขกโต๊ะ แล้วใส่ท่า Shell Shock ปิดรายการไป[82] ในศึก เฮลอินเอเซล พังก์ก็สามารถป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้ จากการช่วยเหลือของ แบรด แมดด็อกซ์ ที่เป็นกรรมการในแมตช์ และเป็นการพ่ายแพ้ครั้งแรกของไรแบ็คด้วย[83] ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012) พังก์ต้องป้องกันแชมป์ WWE กับซีนา และไรแบ็ค โดยถ้าพังก์ชนะป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้ พังก์จะครองแชมป์ WWE ครบ 365 วันหรือ 1 ปี สุดท้ายพังก์ก็สามารถป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้ ทำให้พังก์สามารถครองแชมป์ WWE มาได้ครบ 1 ปีเต็ม จากการช่วยเหลือของกลุ่ม เดอะชีลด์ (ดีน แอมโบรส, เซท โรลลินส์ และ โรแมน เรนส์)[84]

ในศึก รอยัลรัมเบิล (2013) พังก์ได้เสียแชมป์ WWE ให้กับเดอะ ร็อค หลังจากที่พังก์ครองแชมป์มาเป็นเวลาถึง 434 วัน[85] จากนั้นพังก์ก็ได้ขอชิงคืนกับ เดอะ ร็อค ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2013) แต่ก็ไม่สำเร็จ[86] ในศึกรอว์ (25 กุมภาพันธ์ 2013) พังก์ได้เจอกับ จอห์น ซีนา โดยซีนาได้เอาสิทธิ์ผู้ชนะในรอยัลรัมเบิลเป็นเดิมพัน และจะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ ร็อค ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[87] ในศึกรอว์ (4 มีนาคม 2013) พังก์ออกมาประกาศว่าจะทำลายสถิติของ อันเดอร์เทเกอร์ 20-0 ในศึกเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 จากนั้นทั้ง ออร์ตัน, บิ๊กโชว์ และ เชมัส ก็ออกมาบอกว่าอยากจะเจอกับ อันเดอร์เทเกอร์ จากนั้น วิคกี เกอร์เรโรออกมาจัดแมตช์ 4 เส้า พังก์, ออร์ตัน, บิ๊กโชว์ และ เชมัส ผู้ชนะจะได้เจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายชนะและได้ไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย[88] สุดท้ายพังก์ก็ไม่สามารถทำลายสถิติของอันเดอร์เทเกอร์ได้ และเพิ่มสถิติเป็น 21-0[89] จากนั้นพังก์ได้ขอพักการปล้ำไปซักระยะหนึ่ง เพื่อไปรักษาอาการบาดเจ็บที่สะสมมานาน[90]

ในศึก เพย์แบ็ค พังก์ได้กลับมาอีกครั้ง ในบ้านเกิดของตนเอง (ชิคาโก, อิลลินอยส์) โดยเจอกับ คริส เจอริโค สุดท้ายพังก์ก็สามารถเอาชนะไปได้ และได้กลับมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้ง[91] ในศึกรอว์ (17 มิถุนายน 2013) พังก์ได้เจอกับ อัลเบร์โต เดล รีโอ สุดท้ายพังก์เป็นฝ่ายชนะเคาท์เอาท์ หลังแมตช์ บร็อก เลสเนอร์ เดินออกมาและจ้องหน้าพังก์ บร็อกเอาไมค์มาทำท่าเหมือนจะพูดอะไรกับพังก์ แต่อยู่ๆ บร็อกก็จับใส่ F-5 แล้วก็เดินกลับไป ปล่อยให้พังก์นอนหมดสภาพอยู่บนเวที[92] ในศึกรอว์ (24 มิถุนายน 2013) พังก์ออกมาและขอให้เฮย์แมนพูดความจริงว่าเขาส่ง บร็อก เลสเนอร์ มาเล่นงานเขาใช่มั้ย? แต่เฮย์แมนบอกว่าเขาไม่รู้เรื่องเลย นั่นมันเป็นเพราะพังก์เองที่ไปพูดว่าบร็อกต้องให้เฮย์แมนคอยช่วยเหลือ มันถึงได้เกิดเรื่องขึ้น เฮย์แมนบอกว่า พังก์เป็นคนที่เขาปั้นมากับมือและเขาจะไม่ทำลายความฝันของตัวเองที่จะเห็นพังก์เป็นคู่เอกใน เรสเซิลเมเนีย เพียงเพราะเรื่องเล็กน้อยหรอก พังก์ขอโทษที่เขาสงสัยเฮย์แมน จากนั้นก็กอดกัน ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2013) พังก์ได้เข้าร่วมในแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ เพื่อชิงสัญญาในการชิงแชมป์ WWE แต่ก็ไม่สำเร็จ จากการถูกหักหลังของเฮย์แมน[93] ในศึกรอว์ (15 กรกฎาคม 2013) พังก์ออกมาพูดเรื่องของเฮย์แมน และเฮย์แมนก็ออกมาตอบโต้ เฮย์แมนบอกว่า พังก์เป็นแชมป์ 434 วันได้เพราะเขา ถ้าไม่มีเขาแล้ว พังก์ก็ไม่ใช่ "สุดยอดที่สุดในโลก" เฮย์แมนบอกอีกว่า พังก์มันเป็นคนไม่มีครอบครัว พ่อแม่ก็ไม่รักมัน เมียก็หาไม่ได้ ลูกไม่มี จะมีก็แต่คนดูพวกนี้เท่านั้น และสาเหตุที่ว่าทำไมเขาต้องหักหลังพังก์ ก็เป็นเพราะว่า พังก์ไม่สามารถเอาชนะเลสเนอร์ ได้ พังก์ก็บอกว่าจะอัดเฮย์แมน และคนของเฮย์แมนทุกคน เลสเนอร์ออกมาเล่นงานพังก์ ทั้งจับเหวี่ยงกระเด็นไปมา เหวี่ยงใส่โต๊ะผู้บรรยาย จับหลังไปกระแทกเสาเวที และสุดท้ายก็จับใส่ F-5 ลงบนโต๊ะผู้บรรยายจนหมดสภาพ[94] ในศึกรอว์ (12 สิงหาคม 2013) พังก์ได้เจอกับเฮย์แมน แต่เฮย์แมนกลับเรียกเลสเนอร์ออกมาและเปิดคลิปวิดีโอที่เลสเนอร์เล่นงานพังก์ มาตลอดที่เจอกันหลายครั้ง เฮย์แมนเรียกพังก์ออกมาเจอกับเขา แต่ต้องเป็นแมตช์ 2 ต่อ 1 เท่านั้น เพลงของพังก์ดังขึ้น แต่พังก์โผล่มาจากอีกด้านของเวทีแล้วใช้กล้องถ่ายทอดสดฟาดเลสเนอร์ไม่ยั้ง จากนั้นก็ต่อด้วยเก้าอี้ เฮย์แมนพยายามวิ่งหนีพังก์ และ เคอร์ติส แอ็กเซล ก็ออกมาอีกคน แต่ก็โดนเก้าอี้ฟาดและใส่ GTS เข้าไปอีก โดยเลสเนอร์จ้องมองพังก์ด้วยความแค้น[95] ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2013) พังก์ได้เจอกับเลสเนอร์ สุดท้ายพังก์ก็แพ้ไป[96]

ในศึกรอว์ (19 สิงหาคม 2013) พังก์ออกมาพูดเกี่ยวกับแมตช์ที่เจอกับเลสเนอร์ เฮย์แมนออกมาพร้อมกับแอ็กเซล เพื่อให้แอ็กเซลกระทืบพังก์ แต่กลายเป็นโดนพังก์เล่นงานจนหมดสภาพ เฮย์แมนมาขัดขวางไว้ ทำให้แอ็กเซลได้โอกาสเอาเก้าอี้มาฟาดและกระแทกซ้ำๆ ใส่ขาพังก์ที่บาดเจ็บอยู่ แอ็กเซลปิดบัญชีด้วยท่าไม้ตาย Neckbreaker จากนั้นก็เอาเก้าอี้มาหนีบขาพังก์ ก่อนจะขึ้นเชือกแล้วกระโดดลงมา แต่พังก์กลิ้งหลบได้ทันแล้วเอาเก้าอี้ไล่ฟาดแอ็กเซล ก่อนจะจับ GTS ลงบนขั้นบันไดเหล็ก ในศึกรอว์ (26 สิงหาคม 2013) พังก์ได้เจอกับแอ็กเซล สุดท้ายพังก์ก็ชนะไป หลังแมตช์ เฮย์แมนพยายามจะหนีแต่โดน รปภ.ลากตัวกลับมาหาพังก์ แต่แอ็กเซลฟื้นมาพอดีแล้วมาจัดการล้วงพังก์ จากนั้นก็จับใส่กุญแจมือให้เฮย์แมนตบหัวเล่น พังก์ยังใช้ขาเตะก้านคอแอ็กเซลร่วงไปได้ จากนั้นก็ไปไล่เตะเฮย์แมนอย่างเมามันส์ แต่สุดท้ายก็โดนแอ็กเซลฟาดด้วยเก้าอี้ แอ็กเซลล็อกคอพังก์ให้เฮย์แมนใช้ไม้เคนโด้กระหน่ำตีจนหมดสภาพ ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013) พังก์ได้เจอกับเฮย์แมนและแอ็กเซล ในแมตช์การปล้ำแฮนดิแคป 2 ต่อ 1 ไม่มีกฏกติกา แบบคัดออก สุดท้ายพังก์ก็แพ้ไป จากการช่วยเหลือของไรแบ็ค ในศึก แบทเทิลกราวด์ พังก์ได้เจอกับไรแบ็ค สุดท้ายพังก์ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ ในศึกรอว์ (14 ตุลาคม 2013) แบรด แมดด็อกซ์ ได้ประกาศจัดแมตช์ให้ไรแบ็ค เจอกับ อาร์-ทรูธ และพังก์ เจอกับแอ็กเซล ในการแข่งขันแบบ Beat the Clock ใครชนะก็ให้ฝ่ายนั้นกำหนดเงื่อนไขในศึก เฮลอินเอเซล (2013) โดยไรแบ็คเอาชนะทรูธไปได้ ด้วยเวลา 5:44 นาที และพังก์ก็เอาชนะแอ็กเซลไปได้ ด้วยเวลา 5:33 ทำให้พังก์มีสิทธิ์เลือกแมตช์ในศึกเฮลอินเอเซล โดยพังก์เลือกแมตช์ให้เป็น ไรแบ็ค และเฮย์แมน เจอกับพังก์ ในกรงเหล็กเฮลอินเอเซล สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไรแบ็ค และล้างแค้นเฮย์แมนได้สำเร็จ[97]

ในศึกรอว์ (13 มกราคม 2014) พังก์ได้จับคู่กับ เดอะนิวเอจเอาต์ลอวส์ (โรด ด็อก และ บิลลี่ กัน) เจอกับ เดอะชีลด์ แต่พังก์ก็ถูกหักหลัง เพราะ นิวเอจเอาต์ลอวส์ ไม่ยอมแท็ก แล้วก็หนีกลับไป ทำให้พังก์แพ้ให้กับ เดอะชีลด์ หลังเวที พังก์เข้าไปโวยวายกับเคน ถามหา ทริปเปิล เอช เพื่อจะเคลียร์ให้รู้เรื่องว่าตอนแรกก็ส่ง เดอะชีลด์ มา ตอนนี้ก็ส่งเพื่อนเก่าอย่าง นิวเอจเอาต์ลอวส์ มาหักหลังเขาอีก ถ้ามีปัญหาอะไรก็มาคุยกันตรงๆ ดีกว่า เคนบอก ทริปเปิล เอช คงไม่รู้ว่าพังก์พูดถึงเรื่องอะไร แต่เขารู้มาว่า ทริปเปิล เอช กำลังคิดจะให้โอกาสพังก์ได้เป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย โดยจะให้พังก์เข้าร่วมแมตช์ รอยัลรัมเบิล ด้วย ในศึกสแมคดาวน์ (17 มกราคม 2014) พังก์ออกมาที่เวทีและเรียก ดิ ออโทริตี ออกมาเคลียร์กัน และบอกว่าการให้เขาเข้าร่วม รอยัลรัมเบิล นั้นไม่สามารถปิดปากเขาได้หรอก เพราะเขาไม่โง่ พวก ดิ ออโทริตี คงจะกลัวการพูดของเขาเพราะสิ่งที่เขาพูดนั้นคือความจริงทั้งนั้น เดอะชีลด์ กับ นิวเอจเอาต์ลอวส์ ออกมาล้อมเวทีไว้และทำท่าจะกระทืบพังก์ แต่ เคน ออกมาห้ามเอาไว้ เคนบอกว่า ดิ ออโทริตี ไม่ได้ต่อต้านพังก์ พวกเขาอยากให้พังก์เป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย พวกเขาเลยให้พังก์ได้เข้าร่วมรอยัลรัมเบิลไง แต่พังก์ด่าว่าคำพูดของเคนไม่มีอะไรให้เชื่อถือเลยเพราะตอนนี้ เคน เป็นแค่ขี้ข้าเท่านั้น เคน สั่งให้ เดอะชีลด์ กับ นิวเอจเอาต์ลอวส์ จัดการพังก์ พังก์มัวแต่ระวัง เลยโดน เคน ขึ้นมาจับ โชคสแลม ในศึกรอว์ (20 มกราคม 2014) พังก์ได้เจอกับ บิลลี่ กัน โดยที่ โรด ด็อก นั่งเป็นผู้บรรยายข้างเวที ปล้ำกันได้ไม่นานพังก์ก็ลงไปอัด โรด ด็อก จากนั้น โรด ด็อก เลยพยายามก่อกวนตลอดแมตช์ แต่พังก์ก็ยังเอาชนะได้ด้วยท่า GTS หลังแมตช์ เคน ประกาศให้พังก์ขึ้นปล้ำแมตช์ รอยัลรัมเบิล เป็นหมายเลข 1 ในศึก รอยัลรัมเบิล (2014) แต่สุดท้ายผู้ชนะก็กลายเป็น บาทิสตา สตาร์ที่เพึ่งกลับมา หลังจากที่หายไปเป็นเวลา 4 ปี[98]

จากการที่พังก์ไม่ได้เป็นผู้ชนะรอยัลรัมเบิล และไม่ได้เป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย ทำให้พังก์ไม่พอใจและบอกกับ วินซ์ แม็กแมน ว่าเขาจะกลับบ้านแล้วและก็จะไม่กลับมาอีก ทางสมาคมก็จัดการตอบโต้พังก์ด้วยการลบชื่อพังก์ ออกจากตารางการปล้ำทั้งหมด เดิมทีพังก์มีคิวต้องเจอกับ ทริปเปิล เอช ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 ดูเหมือนว่า WWE จะเปลี่ยนแผนให้ ทริปเปิล เอช ไปเจอกับ แดเนียล ไบรอัน แทนแล้ว สาเหตุที่พังก์ออกจาก WWE นั้น อาจเป็นเพราะปัญหาที่สะสมหลายอย่างไม่ว่าจะ ความเหนื่อยล้า, อาการบาดเจ็บ, ความแตกต่างในสิ่งที่ทาง WWE มองว่านั่นคือ big push ที่เหมาะสมกับพังก์ ซึ่งพังก์รู้สึกอีกอย่างนึง โดยเฉพาะการที่ต้องเจอกับ ทริปเปิล เอช ในเรสเซิลเมเนีย ในอดีตที่ผ่านมา พังก์ก็เคยพูดเอาไว้แล้วว่าเขาอาจจะรีไทร์ในปี 2015 ในขณะที่เป้าหมายสูงสุดของพังก์คือการได้เป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย สักครั้ง และพังก์ก็เป็นคนหนึ่งที่ต่อต้านการกลับมาของอดีตสตาร์ชื่อดังที่มักจะมาแบบพาร์ทไทม์แล้วมาแย่งบทเด่นๆ ไปจากสตาร์หน้าใหม่ๆ เสมอ ทั้งนี้สัญญาของพังก์ กับ WWE ก็กำลังจะหมดลงในเดือนกรกฎาคม 2014 ประกอบกับเขาคงจะไม่ได้เป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย ปีนี้ก็อาจจะเป็นสาเหตุที่พังก์ออกจาก WWE ก็ได้[99][100] ในวันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2014 วินซ์ แม็กแมน ได้พูดถึงสถานะของพังก์กับสมาคมต่อสาธารณะเป็นครั้งแรก ระหว่างที่มีการประชุม conference call กับผู้ถือหุ้นของสมาคมวันนี้ โดยผู้ถือหุ้นได้ถามวินซ์ว่า สถานะของพังก์กับสมาคมตอนนี้เป็นไงบ้าง ซึ่งวินซ์ก็ยอมรับว่า พังก์ถือเป็นสตาร์ที่สำคัญที่สุดคนนึงของสมาคม ก่อนจะบอกว่า "เขากำลังอยู่ในช่วงหยุดพักผ่อน ปล่อยเขาไปก่อน"[101][102] ภายหลังจากที่พังก์ออกจากสมาคมไป ทาง WWE กำลังเผชิญปัญหาจากการที่พังก์มีส่วนเกี่ยวข้องในโปรเจกต์ต่างๆของสมาคมในอนาคตอย่างมาก โดยทาง PWInsider รายงาน พวกเขาทราบข้อมูลจากใครบางคนที่ร่วมสร้างการ์ตูนภาพยนตร์แอนิเมชั่นเรื่อง Flinstones ของ WWE Studios และ Warner Bros. ซึ่งมีกำหนดวางแผ่นขายในปี 2015 ว่า มีการเขียนสคริปต์เรื่องราวของภาพยนตร์ขึ้นใหม่ เพื่อเอาสตาร์คนอื่นมาแทนที่ตัวละครพังก์ โดยดูเหมือนว่าสตาร์คนนั้นน่าจะเป็น เรย์ มิสเตริโอ[103]

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

พังก์ใช้ท่า Go To Sleep (GTS) เล่นงานใส่ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์
พังก์ใช้ท่า Anaconda Vise เล่นงานใส่ ไมค์ น็อกซ์
พังก์ใช้ท่า Diving elbow drop เล่นงานใส่ แดเนียล ไบรอัน
พังก์ใช้ท่า Bulldog เล่นงานใส่ อัลเบร์โต เดล รีโอ
พังก์ใช้ท่า Springboard clothesline เล่นงานใส่ เคน
พังก์สมัยอยู่ในสมาคม ริงออฟออเนอร์
  • WWE
    • ท่าไม้ตาย
      • Anaconda Vise (Arm-trap triangle choke)[104][105]
      • GTS – Go To Sleep (Fireman's carry dropped into a knee lift)
    • ท่าเอกลักษณ์
      • Arm trap swinging neckbreaker[106]
      • Arm wrench followed by stepping a leg over the wrenched arm and performing a mule kick with the leg below the opponent's face
      • Belly-to-back suplex,[107][108][109] sometimes from the top rope[110]
      • DDT[111][112][113]
      • Diving crossbody[114]
      • Diving elbow drop – adopted from and used in tribute to แรนดี ซาเวจ
      • Pepsi Twist (Hammerlock twisted into a short-range lariat)
      • Koji Clutch
      • Mongolian chop
      • Multiple kick variations
        • Leg lariat[115]
        • Muay Thai
        • Roundhouse
        • Step-up enzuigiri
      • Rope hung arm trap can opener[116] – 2006–2010
      • Sitout suplex slam
      • Slingshot somersault senton
      • Springboard clothesline
      • Step-up high knee to a cornered opponent followed by a bulldog or a short-arm clothesline[107]
      • Suicide dive
      • Super frankensteiner[117][118]
      • Tilt-a-whirl backbreaker
      • Welcome to Chicago... (Double underhook backbreaker)
  • สมาคมอิสระ
    • ท่าไม้ตาย
      • Anaconda vise or an arm triangle choke
      • Pepsi Plunge (Diving double underhook facebuster)
      • Shining wizard
    • ท่าเอกลักษณ์
      • Arm wrench followed by stepping a leg over the wrenched arm and performing a mule kick with the leg below the opponent's face
      • Corkscrew dive transitioned into a diving neckbreaker
      • Crooked Moonsault (Split-legged moonsault)
      • Delayed vertical suplex
      • Devil Lock DDT (Hammerlock legsweep DDT)
      • Facewash
      • Inverted facelock backbreaker
      • Inverted frankensteiner
      • Jackie Chan (While sitting in a corner, grasps the top rope with one hand on each side of the turnbuckle and when the opponent attempts to pull him off the ropes by his legs, he performs a back tuck, landing on his feet)
      • Pepsi Twist (Jumping hammerlock twisted into a short-range lariat)
      • Punk-Handle Piledriver (Pumphandle reverse piledriver)
      • Rolling fireman's carry slam
      • Slingshot somersault senton
      • Springboard corkscrew crossbody
      • Suicide dive
      • Welcome to Chicago, Motherfucker (Double underhook backbreaker)
  • ผู้จัดการ
  • เพลงเปิดตัว
    • สมาคมอิสระ
      • "South of Heaven" โดย Slayer[129]
      • "A Call for Blood" โดย Hatebreed[130]
      • "Miseria Cantare (The Beginning)" โดย AFI
      • "Cult of Personality" โดย Living Colour[131]
      • "Night Train" โดย The Bouncing Souls[132]
      • "¡Olé!" โดย The Bouncing Souls
    • ดับเบิลยูดับเบิลยูอี
      • "This Fire Burns" โดย Killswitch Engage (1 สิหาคม 2006 – 17 กรกฎาคม 2011)[133]
      • "Cult of Personality" โดย Living Colour (25 กรกฎาคม 2011 – ปัจจุบัน)[134]
  • ฝึกสอนนักมวยปล้ำ
    • แอนโทนี แบล็นคา
    • แอนโทนี ฟรานโค
    • บ็อบบี เด็มป์ซีย์
    • เดวี แอนดรูว์ส
    • เดอเร็ค เด็มป์ซีย์
    • อีแวน สตาร์สมอร์
    • กริซลี เรดวูด
    • เจย์ เจนเซน
    • แมตต์ เทอร์เนอร์
    • เพลล์ พรีมิว
    • เชน ฮากาดอร์น
    • สแมช แบรดลีย์

ผลงานทั้งหมด[แก้]

พังก์กับ แชมป์ WWE
  • อินเดเพนเดนท์ เรสต์ลิง อัสโสเซียชัน ไมด์-เซาท์
    • ไอดับเบิลยูเอ ไมด์-เซาท์ เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิพ (5 สมัย)[135]
    • ไอดับเบิลยูเอ ไมด์-เซาท์ ไลท์เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิพ (2 สมัย)[136]
  • อินเตอร์เนชันแนลเรสต์ลิงคาร์เทิล
    • ไอดับเบิลยูซี เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[137]
  • ไมด์-อเมริกันเรสต์ลิง
    • เอ็มเอดับเบิลยู เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[138]
  • เอ็นดับเบิลยูเอ ไซเบอร์สเปช
    • เอ็นดับเบิลยูเอ ไซเบอร์สเปช แทคทีม แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[139] – คู่กับ จูลิโอ ดิเนโร
  • เอ็นดับเบิลยูเอ เรโวลูชัน
    • เอ็นดับเบิลยูเอ เรโวลูชั่น เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[140]
  • โอไฮโอเวลลีย์เรสต์ลิง
    • โอวีดับเบิลยู เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[141]
    • โอวีดับเบิลยู เซาท์เธน แทคทีม แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[142] – คู่กับ เซท สกายไฟร์
    • โอวีดับเบิลยู เทเลวิชัน แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[143]
  • โปรเรสต์ลิงอีลลัชเทรทิด
    • ความแตกร้าวยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2011)[144] ปะทะ จอห์น ซีนา
    • แมตช์ยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2011)[145] ปะทะ จอห์น ซีนา ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์
    • นักมวยปล้ำที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งปี (ปี 2011)[146]
    • นักมวยปล้ำยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2011)[147]
    • พีดับเบิลยูไอ จัดในอันดับที่ 3 ของท็อป 500 อันดับ นักมวยปล้ำเดี่ยวแห่งปีใน PWI 500 ปี 2010
    • พีดับเบิลยูไอ จัดในอันดับที่ 1 ของท็อป 500 อันดับ นักมวยปล้ำเดี่ยวแห่งปีใน PWI 500 ปี 2012[148][149]
  • เรฟโวลเวอร์
    • รางวัล โกลเดน ก็อดส์ สำหรับ "นักกีฬาที่แข็งแรงที่สุด" (ปี 2012)[150]
  • ริงออฟออเนอร์
    • อาโอเอช แทคทีม แชมเปียนชิพ (2 สมัย)[151] – คู่กับ โคลต์ คาบานา
    • อาโอเอช เวิลด์ แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[151]
  • เซนต์. พอล แชมเปียนชิพเรสต์ลิง
    • เอสดีดับเบิลยู นอร์ธเธน สเตทส์ เทเลวิชั่น แชมเปียนชิพ (2 สมัย)[152]
    • เอสพีซีดับเบิลยู นอร์ธเธน สเตทส์ ไลท์เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิพ (1 สมัย)
  • เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี
    • ดับเบิลยูดับเบิลยูอี แชมเปียนชิพ (2 สมัย)[153][154]
    • เวิลด์ เฮฟวี่เวท แชมเปียนชิพ (3 สมัย)[155][156][157]
    • อีซีดับเบิลยู แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[158]
    • ดับเบิลยูดับเบิลยูอี อินเตอร์คอนติเนนทัล แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[159]
    • เวิลด์ แทคทีม แชมเปียนชิพ (1 สมัย)[160] – คู่กับ โคฟี คิงส์ตัน
    • มิสเตอร์มันนีอินเดอะแบงก์ (ปี 2008, 2009)[161][162]
    • ทริปเปิลคราวน์ แชมเปียนชิพ คนที่ 19[163]
    • สแลมมีอวอร์ด ช่วง "OMG" ยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2008)[164] ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท
    • สแลมมีอวอร์ด เรื่องที่ทำให้ช็อกยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2009)[165] ทำให้ เจฟฟ์ ฮาร์ดี ต้องออกจาก ดับเบิลยูดับเบิลยูอี หลังจากชนะในแมตช์กรงเหล็กสตีล เคจ
    • สแลมมีอวอร์ด คนร้ายกาจยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2010)[166] การรบกวน เรย์ มิสเตริโอ และครอบครัวของเขา
    • สแลมมีอวอร์ด ซุปเปอร์สตาร์ยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2011)[167]
    • สแลมมีอวอร์ด "ไพพ์บอมบ์" ยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2011)
    • สแลมมีอวอร์ด เสื้อเชิ้ตยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2011)[168] "Best in the World" (สุดยอดที่สุดในโลก)
    • สแลมมีอวอร์ด ช่วงเวลาสุดเอกซ์ตรีมแห่งปี (ปี 2013) - ล้างแค้น พอล เฮย์แมน ในศึก เฮลอินเอเซล
  • มวยปล้ำที่ได้รับรางวัลสถานที่สังเกตการณ์
    • กิมมิคที่ดีที่สุด (ปี 2009, 2011)[169][170]
    • ที่ดีที่สุดสำหรับการสัมภาษณ์ (ปี 2011)[170]
    • ความแตกร้าวยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2009)[169] เจอกับ เจฟฟ์ ฮาร์ดี
    • ความแตกร้าวยอดเยี่ยมแห่งปี (ปี 2011)[170] เจอกับ จอห์น ซีนา
    • แมตช์สุดยอดแห่งปี (ปี 2011)[170] เจอกับ จอห์น ซีนา ในศึก มันนีอินเดอะแบงก์

แมตช์ที่มีสิ่งต่างๆ เป็นเดิมพัน[แก้]

สิ่งที่เดิมพัน ผู้ชนะ ผู้แพ้ สถานที่ วันที่ หมายเหตุ
ผม เรย์ มิสเตริโอ ซีเอ็ม พังก์ ดีทรอยต์, มิชิแกน 23 พฤษภาคม ค.ศ. 2010 เดิมพันระหว่างเอา เรย์ มิสเตริโอ เข้ากลุ่ม สเตรจต์เอดจ์โซไซตี้ กับ ผมของ ซีเอ็ม พังก์ ในศึก โอเวอร์เดอะลิมิต[171]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Latest Status Info". United States Patent and Trademark Office. 2008-08-07. สืบค้นเมื่อ 2008-08-17. 
  2. "CM Punk profile". NNDB.com. สืบค้นเมื่อ 2007-09-22. 
  3. Lagattolla, Al (2001-12-17). "CM Venom Interview". Chicago Wrestling. Archived from the original on 2004-02-22. สืบค้นเมื่อ 2006-09-26. 
  4. Robinson, Jon (2006-12-01). "CM Punk Interview". IGN. สืบค้นเมื่อ 2007-03-19. 
  5. Magee, Bob (2006-06-25). "6/24 WWE at ECW Arena". Pro Wrestling Torch. Archived from the original on 2006-07-03. สืบค้นเมื่อ 2006-09-26. 
  6. Hoffman, Brett (2006-09-12). "Garden Showstopper". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2006-10-02. 
  7. Dee, Louis (2006-11-26). "D-Xtreme dominance". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-04-10. 
  8. Tello, Craig (2006-12-03). "Mission accomplished". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-04-10. 
  9. Plummer, Dale; Nick Tylwalk. "Undertaker the champ, McMahon bald". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ January 15, 2008. 
  10. Robinson, Bryan (2007-04-10). "New Breed gets the straight edge". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-04-11. 
  11. Tello, Craig (2007-03-06). "Rattlesnake's venomous visit". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-03-10. 
  12. Robinson, Bryan (2007-03-21). "Masterpiece theater, Lashley-style". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-04-10. 
  13. Robinson, Bryan (April 24, 2007). "Making painful statements". WWE. สืบค้นเมื่อ May 1, 2007. 
  14. Rote, Andrew (June 3, 2007). "CM Punk splinters the New Breed". WWE. สืบค้นเมื่อ September 8, 2008. 
  15. Robinson, Bryan (June 19, 2007). "The beginning of a new ECW dawn". WWE. สืบค้นเมื่อ June 24, 2007. 
  16. Robinson, Bryan (June 24, 2007). "ECW World Title goes A-list". WWE. สืบค้นเมื่อ June 25, 2007. 
  17. Rote, Andrew (September 4, 2007). "Golden grin". WWE. สืบค้นเมื่อ April 23, 2009. 
  18. Tello, Craig (2008-01-22). "Chavo's Night". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-03-07. 
  19. "WWE WrestleMania XXIV Results". Pro-Wrestling Edge. สืบค้นเมื่อ 2008-04-06. 
  20. Sitterson, Aubrey (June 23, 2008). "A Draft Disaster". WWE. สืบค้นเมื่อ June 25, 2008. 
  21. Tello, Craig (September 7, 2008). "Punk possibly unable to compete?". WWE. สืบค้นเมื่อ September 8, 2008. 
  22. Sitterson, Aubrey (October 27, 2008). "Just Desserts". WWE. สืบค้นเมื่อ January 4, 2009. 
  23. "Miz and Morrison's first reign". WWE. สืบค้นเมื่อ January 4, 2009. 
  24. Sitterson, Aubrey (January 5, 2009). "Big Night in the Big Easy". WWE. สืบค้นเมื่อ February 26, 2009. 
  25. 25.0 25.1 Tylwalk, Nick. "Raw: CM Punk rises, Vince falls in Chicago". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 1, 2009. 
  26. Sitterson, Aubrey (March 9, 2009). "In your house". WWE. สืบค้นเมื่อ April 5, 2009. 
  27. Rote, Andrew (April 5, 2009). "Twice as nice for CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2011. 
  28. Sitterson, Aubrey (April 13, 2009). "Rough Draft". WWE. สืบค้นเมื่อ April 20, 2009. 
  29. Medalis, Kara A. (June 7, 2009). "Results:Samoan Goes To Sleep". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2011. 
  30. Medalis, Kara A. (2009-06-07). extremerules/history/2009/matches/10300540/results/ "Results:Samoan Goes To Sleep". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2011-01-30. 
  31. Murphy, Ryan (July 26, 2009). "A lifelong dream comes true". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2011. 
  32. Murphy, Ryan (August 23, 2009). "CM Punk comes out on top". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2011. 
  33. Burdick, Michael (August 28, 2009). "Extreme exodus". WWE. สืบค้นเมื่อ August 28, 2009. 
  34. Tello, Craig (September 13, 2009). "Hell's Gate-crasher". WWE. สืบค้นเมื่อ September 13, 2009. 
  35. Sokol, Chris; Sokol, Brian. "Title changes highlight Hell in a Cell". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 5, 2009. 
  36. Burdick, Michael (2009-11-27). "Hungry Animal heading to WWE TLC". WWE. สืบค้นเมื่อ 2011-01-30. 
  37. McNichol, Rob (January 25, 2009). "In Punk we trust". The Sun. สืบค้นเมื่อ January 25, 2010. 
  38. Burdick, Michael (January 29, 2010). "Whirlwind before the Rumble". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2011. 
  39. Parks, Greg (March 19, 2010). "WWE SmackDown Report 3/19: Ongoing "virtual time" coverage of the show, including Jericho on the Cutting Edge". PWTorch. สืบค้นเมื่อ November 27, 2010. 
  40. McNichol, Rob (March 29, 2010). "Shawn's career ends on a high". The Sun. สืบค้นเมื่อ November 27, 2010. 
  41. Keller, Wade (April 25, 2010). "WWE Extreme Rules Results: Keller's complete PPV report – Cena vs. Batista, Mysterio vs. Punk, Edge vs. Jericho". PWTorch. สืบค้นเมื่อ November 27, 2010. 
  42. Bishop, Matt (2010-05-23). "Batista quits to end disappointing Over The Limit". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-11-27. 
  43. Bishop, Matt (July 16, 2010). "Smackdown: Kane strikes again, Punk unmasked". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 27, 2010. 
  44. McNichol, Rob (2010-08-16). "SummerSlam is only lukewarm". The Sun. สืบค้นเมื่อ 2010-11-27. 
  45. Tylwalk, Nick (2010-09-20). "Few gimmicks, more title changes at Night of Champions". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-11-27. 
  46. "Serena released". WWE. August 27, 2010. สืบค้นเมื่อ August 28, 2010. 
  47. Gerweck, Steve (September 1, 2010). "Smackdown star likely out six months". WrestleView. สืบค้นเมื่อ September 2, 2010. 
  48. Hillhouse, Dave (September 25, 2010). "Smackdown: Kickin' it old school". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 27, 2010. 
  49. Tylwalk, Nick (2010-10-12). "Raw: Team Raw assembles while Cena stews". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-11-27. 
  50. Tylwalk, Nick (2010-10-12). "Raw: Team Raw assembles while Cena stews". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-11-27. 
  51. Shaw, Toby (2010-11-02). "WWE hit by dual injury blow". The Sun. สืบค้นเมื่อ 2010-11-27. 
  52. McNichol, Rob (2010-11-23). "Miz wins title on awesome Raw". The Sun. สืบค้นเมื่อ 2010-11-27. 
  53. Bishop, Matt (2010-12-21). "Smackdown: Ziggler takes Cena to the limit again, CM Punk makes impact". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2011-01-05. 
  54. McNichol, Rob (2010-11-23). "Miz wins title on awesome Raw". The Sun. สืบค้นเมื่อ 2010-11-27. 
  55. Plummer, Dale (2010-12-21). "RAW: No Nexus, no problem". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2011-01-05. 
  56. Adkins, Greg (2011-01-03). "Steel resolve". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2011-01-30. 
  57. "Randy Orton def. CM Punk". WWE. 
  58. Hillhouse, Dave (May 1, 2011). "Extreme Rules: Championship make-over edition". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ June 21, 2011. 
  59. "WWE Chairman Vince McMahon suspends CM Punk". WWE. June 28, 2011. สืบค้นเมื่อ June 28, 2011. 
  60. James Wortman (July 4, 2011). "Raw results: Stars and gripes". WWE. สืบค้นเมื่อ July 5, 2011. 
  61. "CM Punk Invades Comic-Con". 2011-07-21. สืบค้นเมื่อ 2011-07-23. 
  62. "CM Punk invaded Comic-Con, mocking Triple H and WWE". WWE. 2011-07-22. สืบค้นเมื่อ 2011-07-23. 
  63. "SmackDown results: Truth and Consequences". WWE. สืบค้นเมื่อ 2011-07-30. 
  64. "CM Punk def. John Cena; Alberto Del Rio cashed in Raw Money in the Bank briefcase (New Undisputed WWE Champion)". WWE. สืบค้นเมื่อ September 1, 2011. 
  65. Murphy, Ryan (31 October 2011). "WWE Raw SuperShow results: It's time to meet The Muppets!". สืบค้นเมื่อ 12 January 2012. 
  66. Murphy, Ryan. "Entertainment era begins". 
  67. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Royal Rumble report 1/29: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Rumble match, Punk-Ziggler, Cena-Kane, steel cage". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 30 January 2012. 
  68. Passero, Mitch. "Raw SuperShow results: Triple H accepts Undertaker's WrestleMania challenge". WWE. สืบค้นเมื่อ February 26, 2012. 
  69. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 28 PPV REPORT 4/1: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Rock-Cena, Taker-Hunter, Punk-Jericho". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 2 April 2012. 
  70. Meltzer, Dave. "WWE Extreme Rules live coverage from Chicago". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ 29 April 2012. 
  71. "WWE Champion CM Punk def. Daniel Bryan". WWE. 20 May 2012. สืบค้นเมื่อ 21 May 2012. 
  72. "WWE Champion CM Punk vs. Daniel Bryan vs. Kane – Triple Threat Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-06-01. 
  73. {{{author}}}, WWE Champion CM Punk vs. Daniel Bryan, [[WWE]], {{{date}}}.
  74. Styles, Joey (23 July 2012). "Was CM Punk justified?". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  75. Martin, Todd (23 July 2012). "Raw 1000th Episode Report". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  76. Herrera, Tom (23 July 2012). "Raw 1,000 results: John Cena failed to win the WWE Title; The Rock floored by CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  77. Meltzer, Dave (August 19, 2012). "It's SummerSlam day live from Staples Center, HHH vs Brock". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ August 21, 2012. 
  78. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 9/3: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw - Punk returns home, Anger Management". 
  79. "WWE Champion CM Punk vs. John Cena ended in a draw". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-09-16. 
  80. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 9/24: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – Cena announcement, Lawler interview, latest on WWE Title picture". 
  81. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 10/8: Complete coverage of live Raw – Cena returns, but McMahon dominates show". 
  82. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 10/15: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – what was McMahon's "decision?," ten matches". 
  83. "Caldwell's WWE Hell in a Cell PPV Report 10/28: Complete "virtual time" coverage of live PPV – Did WWE pull the trigger on Ryback as top champ?". 
  84. Murphy, Ryan (November 19, 2012). "WWE Champion CM Punk def. John Cena and Ryback (Triple Threat Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-11-24. 
  85. "CALDWELL'S WWE ROYAL RUMBLE PPV RESULTS 1/27: Complete "virtual-time" coverage of Punk vs. Rock, 30-man Rumble". 
  86. Caldwell, James. "WWE NEWS: Chamber PPV results & notes – WM29 main event set, World Title match set, Shield big win, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ February 18, 2013. 
  87. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 2/25: Complete "virtual-time" coverage of live & loaded Raw - Cena vs. Punk Instant Classic, Heyman-McMahon "fight," big returns, but did Taker return?". 
  88. Tylwalk, Nick (March 5, 2013). "Raw: Four men enter, one man leaves as Undertaker's WrestleMania opponent". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 8 March 2013. 
  89. http://www.wwe.com/shows/wrestlemania/29/wrestlemania-29-results-26104708
  90. "While addressing the WWE Universe, CM Punk walks away: Raw, April 15, 2013". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2013-04-22. 
  91. "CALDWELL'S WWE PAYBACK PPV RESULTS 6/16 (Hour 2): Punk vs. Jericho, New World Hvt. champion & double-turn". 
  92. "6/17 Powell's WWE Raw Live Coverage: Brock Lesnar and C.M. Punk, Mark Henry returns in a big way, Payback fallout with new champions Alberto Del Rio, Curtis Axel, and A.J. Lee". LAST ROW MEDIA LLC. 2013-06-17. สืบค้นเมื่อ 2013-06-18. 
  93. "BREAKING NEWS: Paul Heyman Double Crosses CM Punk at WWE Money In The Bank". 2013-07-15. สืบค้นเมื่อ 2013-07-115. 
  94. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/15 (Hour 3): Punk-Heyman epic promo exchange, Jericho vs. RVD, Cena picks his Summerslam PPV opponent". 
  95. http://www.philly.com/philly/blogs/pattisonave/WWE-Raw-results-81213-CM-Punk-gets-the-best-of-Brock-Lesnar-John-Cena-Daniel-have-heated-verbal-exchange-The-Big-Show-finally-returns.html
  96. "CALDWELL'S WWE SSLAM PPV RESULTS 8/18 (Hour 2): Lesnar vs. Punk brutal fight". 
  97. Benigno, Anthony. "Raw results: The Rhodes get golden, Orton traps Bryan and Heyman goes to 'Hell'". WWE. สืบค้นเมื่อ October 15. 
  98. "Punk eliminated by Kane in Royal Rumble 2014". 
  99. "WWE news: Report - C.M. Punk leaves WWE". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 30 January 2014. 
  100. Hooton, Christopher. "CM Punk 'quits the WWE' just weeks before Wrestlemania 30". The Independent. สืบค้นเมื่อ January 29, 2014. 
  101. Caldwell, James. "WWE NEWS: McMahon addresses Punk's departure from WWE". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 26 February 2014. 
  102. WWE Q4/2013 Investors Conference Call (31:35)
  103. http://www.wrestlinginc.com/wi/news/2014/0319/572352/wwe-re-writes-script-for-2015-movie-to-replace-cm-punk/
  104. "Bio". WWE. สืบค้นเมื่อ October 12, 2010. 
  105. Wortman, James (November 19, 2011). "Uncoiling the Anaconda Vise with CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ January 15, 2012. 
  106. CM Punk's profile, from WrestlingData.com
  107. 107.0 107.1 Trionfo, Richard. "COMPLETE WWE RAW REPORT: THE BIGGEST NAME IN WWWF GOING INTO THE HALL OF FAME; HAS THE SHIELD MET ITS MATCH?; WHO WANTS A REMATCH? HOW ABOUT THREE; A FORMER WORLD CHAMPION RETURNS; ROOM SERVICE GOES TOO FAR; AND MORE". PW Insider. สืบค้นเมื่อ February 4, 2013. 
  108. Trionfo, Richard. "COMPLETE COVERAGE OF WWE MONEY IN THE BANK: NEW CHAMPIONS; A SURPRISE MONEY IN THE BANK WINNER?; WHAT IS VINCE MCMAHON'S NEXT MOVE?". PW Insider. สืบค้นเมื่อ February 4, 2013. 
  109. Triono, Richard. "WWE SUPERSTARS REPORT: PART 2 OF A LOOK AT THE BEST OF RAW; THE END OF AN ERA; BIG SHOW TALKS ABOUT THE WAY HE WAS TREATED; CM PUNK . . . IS HE THE BEST IN THE WORLD?". PW Insider. สืบค้นเมื่อ February 4, 2013. 
  110. Johnson, Mike. "COMPLETE WWE MONEY IN THE BANK PPV COVERAGE: TWO FIRST TIME MITB WINNERS AND MORE". PW Insider. สืบค้นเมื่อ February 4, 2013. 
  111. "7/17 THIS DAY IN HISTORY: CM PUNK SETS CHICAGO AND THE WRESTLING WORLD ON FIRE WALKING OUT OF MONEY IN THE BANK WITH WWE TITLE". สืบค้นเมื่อ 3 June 2013. "Punk comes back with a DDT for a near fall." 
  112. "COMPLETE WWE NIGHT OF CHAMPIONS PPV COVERAGE". สืบค้นเมื่อ 3 June 2013. "Cena tried to get under him for an Electric Chair but Punk turned it into a DDT" 
  113. "COMPLETE COVERAGE OF WWE MONEY IN THE BANK". สืบค้นเมื่อ 3 June 2013. "Punk escapes and hits a DDT and gets a near fall." 
  114. "CM Punk Fast Facts". CMPunk.com. Archived from the original on August 3, 2012. สืบค้นเมื่อ April 4, 2009. 
  115. Caldwell, James. "Caldwell's ECW on Sci-Fi Report 11/28: Ongoing "virtual time" coverage of show". PW Torch. สืบค้นเมื่อ July 18, 2011. 
  116. Geraghty, Sean. "WWE Smackdown TV report". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ July 18, 2011. 
  117. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE MONEY IN THE BANK PPV RESULTS 7/17: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV – Cena vs. Punk, MITB ladder matches". PW Torch. สืบค้นเมื่อ July 20, 2011. 
  118. Parks, Greg. "3/28 WWE SMACKDOWN: Parks's Ongoing Real-Time Coverage of The Final Hype For WrestleMania". PW Torch. สืบค้นเมื่อ July 20, 2011. 
  119. "Daffney's Online World of Wrestling profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ January 3, 2010. 
  120. "Managers and wrestlers trained". 
  121. Powers, Kevin (February 6, 2012). "WWE Raw SuperShow results: Who is "The Best in the World?")". WWE. สืบค้นเมื่อ February 11, 2012. 
  122. Keller, Wade (October 4, 2009). "WWE Hell in a Cell Results: Keller's ongoing "virtual time" coverage of John Cena vs. Randy Orton, DX vs. Legacy, Undertaker vs. C.M. Punk". PWTorch. สืบค้นเมื่อ October 6, 2009. 
  123. "John Cena won the Raw Elimination Chamber Match". WWE. february 20, 2011. สืบค้นเมื่อ July 18, 2013. 
  124. Burdick, Michael (December 11, 2009). "Street Fight night". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2011. 
  125. Burdick, Michael (December 11, 2009). "Street Fight night". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2011. 
  126. "Paul Heyman's guys". สืบค้นเมื่อ November 16, 2013. 
  127. Powers, Kevin (November 21, 2011). "'The Fink' talks Survivor Series". WWE. สืบค้นเมื่อ January 15, 2012. 
  128. "WWE Champion CM Punk vs. Dolph Ziggler (Special Guest Referee John Laurinaitis)". WWE. January 2, 2012. สืบค้นเมื่อ January 15, 2012. 
  129. "2004 results". Full Impact Pro. สืบค้นเมื่อ December 6, 2009. 
  130. "Wrestler Entrance Music". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ December 28, 2009. 
  131. Magee, Bob (July 9, 2005). "Ring of Honor 7/8 Lake Grove, NY results (CM Punk defends ROH title)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ July 17, 2012. 
  132. Magee, Bob (August 15, 2005). "As I See It 8/16: An evening to remember in Chicago...". WrestleView. สืบค้นเมื่อ July 17, 2012. 
  133. "CM Punk profile". WWE. สืบค้นเมื่อ October 12, 2010. 
  134. Caldwell, James (July 25, 2011). "Caldwell's WWE Raw results 7/25: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – "post-McMahon Era" begins, WWE Title tournament finals, Big Returns". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ July 17, 2012. 
  135. "Independent Wrestling Association Mid-South Heavyweight Title". wrestling-titles.com. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  136. "Independent Wrestling Association Mid-South Light Heavyweight Title". Wrestling-titles.com. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  137. Roelfsema, Eric. "IWC – International Wrestling Cartel World Heavyweight Title history". Solie. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  138. Westcott, Brian. "MAW – Mid-American Wrestling MAW Heavyweight Title history". Solie. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  139. Westcott, Brian. "NWA National Wrestling Alliance/Cyberspace Wrestling Federation CSWF/NWA Cyberspace Tag Team Title history". Solie. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  140. "Wrestler Profiles". Online World of Wrestling. 
  141. Westcott, Brian. "NWA – National Wrestling Alliance NWA Ohio Valley Wrestling Heavyweight/Ohio Valley Wrestling Heavyweight Title history". Solie. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  142. Westcott, Brian. "NWA – National Wrestling Alliance NWA Ohio Valley Wrestling Southern Tag Team Title history". Solie. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  143. "NWA – National Wrestling Alliance NWA Ohio Valley Wrestling Hardcore/Ohio Valley Wrestling Television history". Solie. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  144. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 74–75. 2012. 
  145. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 80–81. 2012. 
  146. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 76–77. 2012. 
  147. Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 84–85. 2012. 
  148. Pro Wrestling Illustrated 33 (7): 12–18. 2012. ISSN 1043-7576. 
  149. Murphy, Dan. Interview with Arda Ocal; Jimmy Korderas. #AftermathRadio - August 20, 2012 (mp3). Aftermath Radio. August 20, 2012. Retrieved on August 21, 2012.
  150. Passero, Mitch (April 12, 2012). "Chris Jericho ruins CM Punk’s "metal" moment". WWE. สืบค้นเมื่อ April 12, 2012. 
  151. 151.0 151.1 "Ring of Honor official title histories". Ring of Honor. Archived from the original on June 10, 2008. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  152. "Datenbank Profil – CM Punk" (ใน German). Cagematch.de. สืบค้นเมื่อ September 26, 2006. 
  153. "CM Punk's first WWE Championship reign". WWE. สืบค้นเมื่อ February 5, 2012. 
  154. "CM Punk's second WWE Championship reign". WWE. สืบค้นเมื่อ February 5, 2012. 
  155. "CM Punk's first World Heavyweight Championship reign". WWE. สืบค้นเมื่อ June 30, 2008. 
  156. "CM Punk's second World Heavyweight Championship reign". WWE. สืบค้นเมื่อ June 9, 2009. 
  157. "CM Punk's third World Heavyweight Championship reign". WWE. สืบค้นเมื่อ August 23, 2009. 
  158. "CM Punk's first ECW Championship reign". WWE. สืบค้นเมื่อ June 14, 2008. 
  159. "CM Punk's first Intercontinental Championship reign". WWE. สืบค้นเมื่อ February 26, 2009. 
  160. "Punk and Kingston's first World Tag Team Championship reign". WWE. สืบค้นเมื่อ October 28, 2008. 
  161. Clayton, Corey (2008-03-30). "Perseverance makes Punk 'Mr. Money' in Orlando". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on 2008-04-05. สืบค้นเมื่อ 2012-03-12. 
  162. Cohen, Eric. "Money in the Bank". about.com. สืบค้นเมื่อ 2010-02-24. 
  163. Woodward, Buck (2009-01-19). "CM PUNK MAKES WWE HISTORY WITH TITLE WIN". สืบค้นเมื่อ 2012-03-07. 
  164. "2008 Slammy Award". WWE. December 8, 2008. สืบค้นเมื่อ January 28, 2009. 
  165. "2009 Slammy Award". WWE. December 14, 2009. สืบค้นเมื่อ January 2, 2010. 
  166. Adkins, Greg (December 13, 2010). "Saluting the Slammys". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2011. 
  167. "2011 Slammy Award Winners". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-07-19. 
  168. "WWE.com Exclusive Slammy Awards 2011". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-12-12. 
  169. 169.0 169.1 Meltzer, Dave (January 27, 2010). "Feb. 1 2010 Observer Newsletter: 2009 Awards Issue, Possible biggest wrestling news story of 2010". Wrestling Observer Newsletter. สืบค้นเมื่อ January 30, 2010. 
  170. 170.0 170.1 170.2 170.3 Meltzer, Dave (January 30, 2012). "Jan 30 Wrestling Observer Newsletter: Gigantic year-end awards issue, best and worst in all categories plus UFC on FX 1, death of Savannah Jack, ratings, tons and tons of news". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA). ISSN 1083-9593. 
  171. "Rey Mysterio shaves CM Punk's head". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ May 23, 2010. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]