รอยัลรัมเบิล (2013)
| รอยัลรัมเบิล (2013) Royal Rumble (2013) |
||||
|---|---|---|---|---|
โปสเตอร์ศึกรอยัลรัมเบิล (2013) โดยมี เดอะ ร็อค เป็นนายแบบ |
||||
| คำโปรย | สุดท้ายนี้... | |||
| เพลงประจำ | "Champion" โดย Clement Marfo & The Frontline[1] "What Makes A Good Man" โดย The Heavy[2] |
|||
| ข้อมูล | ||||
| สมาคม | ดับเบิลยูดับเบิลยูอี | |||
| วันที่ | ||||
| ผู้ชม | 15,103 คน | |||
| สถานที่ | US Airways Center | |||
| เมือง | ฟีนิกซ์ , รัฐแอริโซนา | |||
| ลำดับเหตุการณ์เพย์-เพอร์-วิว | ||||
|
||||
| ลำดับเหตุการณ์รอยัลรัมเบิล | ||||
|
||||
รอยัลรัมเบิล (2013) เป็นรายการมวยปล้ำอาชีพศึกใหญ่ หรือ เพย์-เพอร์-วิว ของ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในปี 2013 ซึ่งจะจัดเป็นปีที่ 26 แล้ว สถานที่จัดคือ US Airways Center ใน ฟีนิกซ์, รัฐแอริโซนา สหรัฐอเมริกา โดยจะจัดในวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 2013 ซึ่งจัดหลังจากศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2012) โดยจะมีแมทช์การปล้ำรอยัลรัมเบิล
เนื้อหา |
เบื้องหลัง/ก่อนจะถึงศึก รอยัลรัมเบิล [แก้]
เรื่องราวการชิงแชมป์ WWE ระหว่าง ซีเอ็ม พังก์ กับ เดอะ ร็อค [แก้]
(23 กรกฎาคม 2012) ในศึกดับเบิลยูดับเบิลยูอี รอว์ 1000 เดอะ ร็อค ออกมาประกาศว่าเขาจะเป็นผู้ท้าชิงแชมป์ WWE ในศึก รอยัลรัมเบิล 2013 หลังจาก จอห์น ซีนา แล้วในคืนเดียวกันในการชิงแชมป์ WWE Championship ซีนาได้ใส่ท่า STF ใส่พังก์อยู่แล้ว บิ๊กโชว์ ออกมาช่วยพังก์โดยการทิ้งศอกใส่ซีนาจึงทำให้ซีนาชนะฟาล์วแต่ไม่ได้แชมป์แล้ว บิ๊กโชว์ก็จับซีนามาทำร้ายต่อ แล้วเดอะ ร็อคก็ออกมาช่วยซีนา แล้วกำลังจะใส่ศอกมหาชนใส่บิ๊กโชว์ แต่ ซีเอ็ม พังก์ ก็ขึ้นมาโคลทส์ไลน์ เล่นงานใส่ร็อค และจับใส่ GTS แล้วก็เดินจากไปท่ามกลางเสียงโห่ของคนดูแล้วก็ทำให้พังค์กลายเป็นฝ่ายอธรรม[3][4]
ในศึกรอว์ (7 มกราคม 2013) พังก์ออกมาโม้ ก่อนที่ร็อคจะตามออกมาขัดจังหวะ ร็อคบอกว่าแกเป็นแชมป์มา 414 วันเหรอ เอาเวลาไปจำตัวเลขอื่นดีกว่าคือ 20 คือในอีก 20 วันเวลาของแกก็จะหมดลงแล้วในศึก รอยัลรัมเบิล แกทำเป็นมาสัญญากับแฟนๆ อย่างงั้นอย่างงี้แต่ไม่เคยทำได้สักอย่าง รวมทั้งไอศครีมบาร์ด้วย มีแต่ไอศครีมในรูตูดแกน่ะสิ แกอ้างว่าเป็น Voice of the Voiceless แต่ความเป็นจริงคือแฟนๆ ทุกคนมีเสียงที่จะตะโกนได้ทุกอย่างที่ต้องการอยู่แล้ว แต่พวกเขาจะไม่ตะโกนคำว่า Respect หรือ Best in the World แต่ต่อไปนี้พวกเขาจะตะโกนคำว่า Cookie Puss ใส่แกแทน ร็อคยังล้อเลียนพังก์ว่าเป็น Straight Edge ของปลอม เพราะหน้าตาเหมือนคนจรจัดขี้ยามากกว่า ร็อคบอกว่าแกเป็นแชมป์ WWE แต่ก็กลายเป็นคนงี่เง่าที่สุดของโลกด้วยเช่นกัน และแกไม่มีทางที่จะหยุดร็อค จากการเป็นแชมป์ WWE ได้ ร็อคบอกว่าคราวก่อนแกมา GTS ใส่ร็อค และร็อคจะเอาคืนในอีก 20 วันข้างหน้าในศึก รอยัลรัมเบิล ร็อคบอกว่าจะเพิ่มรอยสักรูปเท้าให้แก จะได้เป็นเครื่องเตือนใจว่าแกโดนเท้าประทับเข้าไปหนักขนาดไหน ว่าแล้วก็จับใส่ Rock Bottom ปิดท้ายรายการ
ในศึกรอว์ (21 มกราคม 2013) ร็อคได้ออกมาท้าทายพังก์ในมาพบเขาแบบตัวต่อตัวอย่างลูกผู้ชาย แต่ว่าพังก์ไม่ไปตามคำท้า เขากลับนั่งดูร็อคอยู่ห่างๆ บนที่นั่งชั้นเฟิร์สทคาสส์ ไม่ทันที่ ร็อคกำลังจะกลับ ไฟในสนานก็ดับสนิท เมื่อไฟกลับมาแล้ว กลุ่มชายชุดดำ หรือ เดอะ ชิลด์ ก็มารุมลอบทำร้ายร็อค และเล่นงานเขาด้วยท่า Triple Powerbomb ทำให้ร็อคถึงกับปากแตก แล้วพังก์ก็บอกกับร็อค ว่า การเป็นแชมป็มหาชนนั้นไม่เพียงพอที่จะเอาชนะนักมวยปล้ำที่ดีที่สุดในโลกได้
เรื่องราวแมตช์การปล้ำรอยัลรัมเบิล 30 คน [แก้]
นักมวยปล้ำที่ประกาศว่าจะขึ้นปล้ำในแมตช์รอยัลรัมเบิลปีนี้ มีทั้งหมด 23 คน ได้แก่ จอห์น ซีนา , แรนดี ออร์ตัน , เชมัส , ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ , ตรีเอ็มบี (ฮีท สเลเตอร์ , จินเดอร์ มาฮาล และ ดรูว์ แมคอินไตย์) , แชมป์ยูเอส แอนโทนีโอ ซีซาโร , แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล เวด บาร์เร็ตต์ , เดอะ มิซ , ไรแบ็ค , ไพรม์ไทม์เพลเยอส์ (ไททัส โอ'นิล และ ดาร์เรน ยัง) , โคฟี คิงส์ตัน , แชมป์แทคทีม WWE ทีมเฮลโน (เคน และ แดเนียล ไบรอัน) , ทีม โรดส์ สกอลาร์ส (โคดี โรดส์ และ แดเมียน แซนโดว์) , ดิ อูโซส์ (เจย์ อูโซ และ จิมมี อูโซ) , โบรดัส เคลย์ , เดอะ เกรท คาลี และ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี
(21 มกราคม 2013) ในศึกรอว์ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ สามารถทำเวลาได้ดีที่สุดในการปล้ำแบบจับเวลาได้ เขาจึงได้สิทธิในการเลือกว่าจะขึ้นปล้ำแมตช์รอยัลรัมเบิลเป็นคนที่เท่าไรก็ได้ (ซึ่งเขาก็ตั้งใจไว้ว่าจะขึ้นเป็นคนที่ 30) แต่ในคืนเดียวกันนั้น ผู้จัดการอาวุโส ของค่ายรอว์ วิคกี เกอร์เรโร ได้มาบอกกับกับซิกก์เลอร์ ว่า เขาได้รับสิทธิในการเลือกก็จริง แต่เขาสามารถเลือกได้แค่ว่าจะขึ้นปล้ำแมตช์รอยัลรัมเบิล เป็นคนที่ 1 หรือคนที่ 2 เท่านั้น
ผลการปล้ำ [แก้]
| # | แมทช์การปล้ำ | กำหนดการปล้ำ | เวลา |
|---|---|---|---|
| ก่อนเริ่มรายการ | แอนโทนีโอ ซีซาโร (c) ชนะ เดอะ มิซ | แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE United States Championship | 07:37 |
| 1 | อัลเบอร์โต เดล รีโอ (c) ชนะ บิ๊กโชว์ | แมทช์การปล้ำเดี่ยว แบบ Last Man Standing เพื่อชิงแชมป์ World Heavyweight Championship | 17:02 |
| 2 | ทีมเฮลโน (เคน และ แดเนียล ไบรอัน) (c) ชนะ ทีม โรดส์ สกอลาร์ส
(โคดี โรดส์ และ แดเมียน แซนโดว์) |
แมทช์การปล้ำแทคทีม เพื่อชิงแชมป์ WWE Tag Team Championship | 09:25 |
| 3 | จอห์น ซีนา เอาชนะ แมตช์การปล้ำรอยัลรัมเบิล 30 คน โดยจับเหวี่ยง ไรแบ็ค เป็นคนสุดท้าย | ผู้ชนะจะได้รับสิทธิในการเลือกที่จะชิงแชมป์ WWE Championship หรือ World Heavyweight Championship ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 | 55:05 |
| 4 | เดอะ ร็อค ชนะ ซีเอ็ม พังก์ (c) (พร้อมด้วย พอล เฮเมน) | แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE Championship ถ้า เดอะชีลด์ มาก่อกวนการปล้ำ พังค์ จะโดนปลดแชมป์ทันที รีแมทช์การชิงแชมป์ WWE ใหม่ โดย วินซ์ แม็กแมน เพราะ เดอะชีลด์ มาก่อกวนการปล้ำ | 23:40 |
|
(c) – หมายถึงเจ้าของเข็มขัดแชมป์ก่อนเริ่มแข่งขัน
|
|||
แมตช์การปล้ำรอยัลรัมเบิล [แก้]
| คนที่ | นักมวยปล้ำ | ถูกกำจัดออกเป็นคนที่ | ถูกกำจัดออกโดย | ถูกกำจัดออก | เวลาที่อยู่บนเวที[6] |
|---|---|---|---|---|---|
| 1 | Dolph Ziggler | 27 | Sheamus | 2 | 49:47 |
| 2 | Chris Jericho | 25 | Ziggler | 2 | 47:53 |
| 3 | Cody Rhodes | 12 | Cena | 4 | 27:39 |
| 4 | Kofi Kingston | 9 | Rhodes | 2 | 21:18 |
| 5 | Santino Marella | 1 | Rhodes | 0 | 0:55 |
| 6 | Drew McIntyre | 2 | Jericho | 0 | 2:40 |
| 7 | Titus O'Neil | 3 | Sheamus | 0 | 7:30 |
| 8 | Goldust | 5 | Rhodes | 0 | 9:41 |
| 9 | David Otunga | 4 | Sheamus | 0 | 4:24 |
| 10 | Heath Slater | 11 | Cena | 1 | 15:49 |
| 11 | Sheamus | 28 | Ryback | 5 | 37:23 |
| 12 | Tensai | 7 | Kingston | 0 | 5:37 |
| 13 | Brodus Clay | 6 | Jericho, Slater, Rhodes, Sheamus, Young | 0 | 3:47 |
| 14 | Rey Mysterio | 13 | Barrett | 0 | 10:43 |
| 15 | Darren Young | 8 | Kingston | 1 | 2:51 |
| 16 | Bo Dallas | 21 | Barrett1 | 1 | 21:42 |
| 17 | The Godfather | 10 | Ziggler | 0 | 0:05 |
| 18 | Wade Barrett | 20 | Dallas | 2 | 17:34 |
| 19 | John Cena | — | — | 4 | 26:39 |
| 20 | Damien Sandow | 22 | Ryback | 0 | 16:26 |
| 21 | Daniel Bryan | 16 | Cesaro & Kane2 | 1 | 6:55 |
| 22 | Antonio Cesaro | 18 | Cena | 1 | 7:50 |
| 23 | The Great Khali | 14 | Kane & Bryan | 0 | 3:08 |
| 24 | Kane | 15 | Bryan | 2 | 1:46 |
| 25 | Zack Ryder | 17 | Orton | 0 | 2:34 |
| 26 | Randy Orton | 26 | Ryback | 1 | 10:20 |
| 27 | Jinder Mahal | 19 | Sheamus | 0 | 2:10 |
| 28 | The Miz | 24 | Ryback | 0 | 5:08 |
| 29 | Sin Cara | 23 | Ryback | 0 | 3:27 |
| 30 | Ryback | 29 | Cena | 5 | 9:06 |
ดูเพิ่ม [แก้]
อ้างอิง [แก้]
- ↑ "2013 Royal Rumble Theme Song: "The '13 Royal Rumble theme song called "Champion" by Clement Marfo & The Frontline."". 13 January 2013.
- ↑ "WWE Raw". 14 January 2013.
- ↑ Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/23: Complete "virtual-time" coverage of live Raw #999 - WWE recognizes 1,000 episodes, WWE Title match, Lesnar, Rock, DX, wedding". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 29 July 2012.
- ↑ Stephens, David. "Raw 1,000 Results - 7/23/12". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ 15 November 2012.
- ↑ "John Cena won the 30-Man Royal Rumble Match". WWE. January 28, 2012. สืบค้นเมื่อ January 30, 2012.
- ↑ "Full list of Royal Rumble Match participants and eliminations". WWE. January 28, 2012. Archived from the original on January 30, 2013. สืบค้นเมื่อ January 28, 2012.
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
|||||||||||||||||||||||