เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เอกซ์ตรีมรูลส์ (2011)
Extreme Rules (2011)
โปสเตอร์หรือสัญลักษณ์ของ เอกซ์ตรีมรูลส์ (2011).
โปสเตอร์โปรโมท เอกซ์ตรีมรูลส์ 2011 โดยมี จอห์น ซีนา
คำโปรย "WWE goes Extreme"
(WWE มาด้วยความรุนแรง)
เพลงประจำ "Justice" โดย Rev Theory
ข้อมูล
สมาคม เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์
วันที่ สหรัฐอเมริกา 1 พฤษภาคม 2011
ไทย ทรูวิชั่นส์ 15 พ.ค. 2011
ผู้ชม 10,000 คน[1]
สถานที่ เซนต์ พีท ไทม์ ฟอรั่ม
เมือง แทมปา, ฟลอริดา
ลำดับเหตุการณ์เพย์-เพอร์-วิว
เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 เอกซ์ตรีมรูลส์ (2011) โอเวอร์ เดอะ ลิมิต (2011)
ลำดับเหตุการณ์เอ็กซ์ตรีมรูลส์
เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) เอกซ์ตรีมรูลส์ (2011) เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012)

เอกซ์ตรีมรูลส์ 2011 (อังกฤษ: Extreme Rules 2011) เป็นรายการเพย์-เพอร์-วิวมวยปล้ำอาชีพ ของ เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (WWE) ที่จัดหลังศึกใหญ่ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 จัดเมื่อวันที่ 1 พฤษภาคม ค.ศ. 2011 ณ เซนต์ พีท ไทม์ ฟอรั่ม ใน แทมปา รัฐฟลอริดา โดยแสดงนักมวยปล้ำจาก รอว์ และ สแมคดาวน์ โดยจะเป็นแมทช์การปล้ำประเภทเอกซ์ตรีม รูลส์[2][3]

การสร้างสรรค์[แก้]

ศึกใหญ่อีกศึก ต่อ จาก เรสเซิลเมเนี่ย XXVII กับในศึก ดับเบิ้ลยูดับเบิ้ลยูอี เอกซ์ตรีม รูลส์ 2011 โดยในโปสเตอร์มี ซีเอ็ม พังก์ เป็นแบบโปสเตอร์ เอกซ์ตรีม รูลส์ ในช่วงตอนแรก และต่อมาได้มีโปสเตอร์ตัวที่ 2 ออกมา โดย จอห์น ซีนา เป็นนายแบบให้ ส่วนเพลงประจำศึกนี้คือ "Justice" โดย Rev Theory

เบื้องหลัง/ก่อนจะถึง เอกซ์ตรีม รูลส์[แก้]

คริสเตียน จะต้องเจอกับ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในการชิงแชมป์ World Heavyweight Championship ใน เอกซ์ตรีม รูลส์ 2011

ในก่อนหน้านี้ใน สแมคดาวน์ ทีโอดอร์ ลอง ได้สั่งให้ อัลเบร์โต เดล รีโอ เจอกับ คริสเตียน เพื่อเป็นผู้ท้าอันดับ 1 ชิงแชมป์ World Heavyweight Championship กับ เอดจ์ ใน เอกซ์ตรีม รูลส์ แต่ใน รอว์ตอนของวันที่ 11 เมษายน เอดจ์ได้ประกาศรีไทร์การปล้ำ รวมถึงแชมป์ที่ตัวเองครองอยู่เนื่องจากอาการบาดเจ็บ ช่องไขสันหลังตีบ (อังกฤษ: Spinal stenosis) ซึ่งแมตช์ในการชิงแชมป์ไต่บันได จึงได้มีการสละตำแหน่งใน สแมคดาวน์ในวันที่ 16 เมษายน และ ลองได้สั่งให้มีการหาผู้ท้าชิงแชมป์ โดยผู้ชนะจะได้เจอกับ เดล รีโอ ใน เอกซ์ตรีมรูลส์ แมตช์ไต่บันได โดยหาด้วยวิธีจัดแมตช์ แบทเทิลรอยัล 20 คน มี บิ๊กโชว์, เคน, ฮีท สเลเตอร์, แจ๊ค สแวกเกอร์, โบรดัส เคลย์, คริสเตียน, โคดี โรดส์, ดรูว์ แมคอินไตย์, โยะชิ ทะสึ, โคฟี คิงส์ตัน, เรย์ มิสเตริโอ, ไทเลอร์ เร็กส์, คริส มาสเตอร์, ชาโว เกอร์เรโร, เคิร์ท ฮอว์กินส์, เทรนท์ บาร์เรต้า และ เจทีจี เข้าแข่งขัน ซึ่งผลออกมาคือ คริสเตียนเป็นฝ่ายชนะไปได้ ในวันที่ 22 เมษายน ในสแมคดาวน์ เดล รีโอ ได้จัดปาร์ตี้สั่งลา เอดจ์ที่ ประกาศเลิกปล้ำ ไป ในสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เมื่อ เอดจ์ จะถูก เคลย์ เล่นงานนั้น คริสเตียนได้ออกมา พร้อมกับบันได และเล่นงานทุกอย่างที่ขว้างหน้า พร้อมกับปีนบันได หยิบเข็มขัดเป็นการปิดรายการในวันนั้น ส่วนในรอว์ ตอนวันที่ 25 เมษายน เดล รีโอ ได้ถูกดราฟท์ไปยัง รอว์ ซึ่งหาก เดล รีโอ ชนะเข็มขัดก็จะตกไปอยู่ฝั่งรอว์

ทางด้านของ เจอร์รี ลอว์เลอร์ เรื่องยังไม่จบสิ้น เมื่อมีการเจอกันกับ แจ๊ค สแวกเกอร์ ตอนของวันที่ 11 เมษายนใน รอว์ โดย ลอว์เลอร์เป็นฝ่ายชนะ ซึ่ง ไมเคิล โคล บอกสแวกเกอร์ว่า ถ้าลอว์เลอร์ ชนะ โคลจะต้องเจอกับ ลอว์เลอร์ ในเอกซ์ตรีมรูลส์ แต่ตอนหลังลอว์เลอร์ ประกาศแมทซ์นี้ว่าจะเจอแบบแท็กทีม โดยจะมีเพื่อนของเขา จิม รอสส์ มาร่วมปล้ำด้วย โดยบอกให้โคล จับคู่กับเพื่อนเก่า สแวกเกอร์ และในสัปดาห์ในรอว์ตอนของวันที่ 25 เมษายน ผู้จัดการทั่วไปของ รอว์บอกว่า จะให้เป็นแมทซ์การปล้ำแบบ คันทรี่ วิปปิ้ง แมทซ์ จะเจอในเอกซ์ตรีม รูลส์ ตอนนี้ สแวกเกอร์ก็ได้ถูกดราฟท์ มา รอว์แล้ว

ทางด้านของ เดอะ มิซ ที่จะต้องป้องกันแชมป์กับ อาร์-ทรูธ และ จอห์น ซีนา หลังจากที่มีการคัดเลือกในการเจอแบบ ก็อตเลท 5 คน ชิงการเป็นท้าชิงแชมป์ WWE Championship ซึ่งในช่วงหลัง เดอะ มิซ ที่นั่งอยู่โต๊ะผู้บรรยายก็เข้ามาอัดทั้งซีนา และ ทรูต จนแมทซ์นั้นผลออกมาเป็น ดับเบิ้ล ดิสควอลดิฟายด์ หรือ แพ้ฟาล์วคู่ เพื่อที่เดอะ มิซ จะได้ไม่ต้องเจอใครทั้งสองคน และไม่ต้องเสียแชมป์ด้วย แต่ทันใดนั้น ผู้จัดการทั่วไปของรอว์ ได้สั่งให้กลายเป็นการเจอเป็นแบบสามเส้า โดยทั้งสามจะไปเจอใน เอกซ์ตรีม รูลส์ ในสัปดาห์ถัดมาในรอว์ เริ่มรายการโดยมีแมทซ์การปล้ำ เผื่อเป็นผู้ท้าชิง โดยผู้ชนะจะได้ไปเจอกันใน เอกซ์ตรีม รูลส์ คือ อาร์ ทรูต เจอ กับ จอห์น มอร์ริสัน ซึ่งทางด้านของ มอร์ริสันเป็นฝ่ายชนะไป แต่ทางอาร์ ทรูต ไม่พอใจที่ตัวเองได้เป็นผู้ท้าชิงนั้น เลยเล่นงาน มอร์ริสัน จึงทำให้ตอนนี้ อาร์ ทรูต รับบทเป็นฝ่ายอธรรมไปในทันที และอาร์ ทรูตได้มีการสูบบุหรี่ในสนาม แล้วพ่นใส่ตัวของมอร์ริสัน และบอกว่าทั้ง 3 คนนั้น จะต้องเจอในแบบ กรงเหล็ก สามเส้า ในการดราฟท์ เมื่อวันที่ 25 เมษายน ตอนแรก ซีนา ได้ถูกดราฟท์ไปยัง สแมคดาวน์ ตอนช่วงแรกของรายการ (ฝั่ง สแมคดาวน์ ชนะ อินเตอร์แบรนด์ แบทเทิล รอยัล) เดอะ มิซ ได้เข้ามาล้อเลียน และบอกลาซีนา แต่ซีนา บอกว่าเค้าจะชนะ และเอาเข็มขัดแชมป์ กลับไปยัง สแมคดาวน์ แต่แมทซ์ท้ายรายการ ซีนา ก็ถูกดราฟท์กลับไป รอว์ (ฝั่ง รอว์ ชนะการปล้ำ อินเตอร์แบรนด์ แท็ก ทีม 6 คน) ซีนาก็เข้ามาเล่นงานเดอะมิซ และฝั่ง รอว์จนเกลี้ยงเป็นอันจบรายการ

ทางด้านของ เรย์ มิสเตริโอ หลังจากที่แพ้ โคดี โรดส์ ใน เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 ไปนั้น ใช่ว่าเรื่องจะจบ โคดี ก็ยังหาเรื่องกับเรย์ต่อในสแมคดาวน์วันที่ 22 เมษายน และแมทซ์การปล้ำที่เค้าจะไปเจอกันคือ ฟอล เคาท์ เอนีแวร์ (จับกดที่ไหนก็ได้) ปัจจุบัน เรย์ มิสเตริโอ ก็ถูกดราฟท์ ไป รอว์แล้ว

ส่วน แรนดี ออร์ตัน ที่ชนะ ซีเอ็ม พังก์ ใน เรสเซิลเมเนีย ก็ดูทีท่าว่าจะไม่จบ หลังจากที่หาเรื่องกันต่อ ซึ่งไม่แน่ กลุ่มของเน็กซัส จะมาอยู่ข้างล่างด้วย โดยแมทซ์การปล้ำที่จะเจอกันคือ ลาส แมน สแตนดิง แมทซ์ และล่าสุด ออร์ตันก็ถูกดราฟท์ ไปยังสแมคดาวน์แล้ว

ผลการปล้ำ[แก้]

# แมทซ์การปล้ำ กำหนดการปล้ำ เวลา
ก่อนเริ่มรายการ ซิน คารา ชนะ ไทสัน คิด แมทช์ปล้ำเดียว N/A
1 แรนดี ออร์ตัน ชนะ ซีเอ็ม พังก์ แมทซ์การปล้ำแบบ ลาสท์ แมน สแตนดิง ผู้ที่ยืนเป็นคนสุดท้าย โดยฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถลุกขึ้นได้ และ ถูกนับ 10 จะเป็นฝ่ายชนะ (Last Man Standing Match) [4] 19:26
2 โคฟี คิงส์ตัน ชนะ เชมัส (c) แมทซการปล้ำแบบโต๊ะ(Tables Match) ชิงแชมป์ WWE United States Championship 9:11
3 ไมเคิล โคล และ แจ๊ค สแวกเกอร์ ชนะ เจอร์รี ลอว์เลอร์ และ จิม รอสส์ แมทช์แท็คทีม แบบ Country Whipping (Country Whipping Match) [5] 7:02
4 เรย์ มิสเตริโอ ชนะ โคดี โรดส์ แมทซ์การปล้ำแบบ จับกดที่ไหนก็ได้ (Fall Count Anywhere Match) 11:43
5 เลย์ล่า ชนะ มิเชล แมคคูล แมทซ์การปล้ำแบบ ไม่มีการจับแพ้ฟาล์ว (เงื่อนไข: ใครแพ้ต้องออกจาก WWE) 5:23
6 คริสเตียน ชนะ อัลเบร์โต เดล รีโอ แมทซ์การปล้ำไต่บันได (Ladders Match) ชิงแชมป์ World Heavyweight Championship (แทนตำแหน่งว่าง หลังเอดจ์ ประกาศเลิกปล้ำ) [6] 20:59
7 บิ๊กโชว์ และ เคน (c) ชนะ เดอะคอร์ (เวด บาร์เร็ตต์ และ อีเซเคียล แจ็คสัน) แมทซ์การปล้ำแบบ ลัมเบอร์แจ็ค (Lumberjack Match) ชิงแชมป์ WWE Tag Team Championship 4:17
8 จอห์น ซีนา ชนะ เดอะ มิซ (c) และ จอห์น มอร์ริสัน แมทซ์สามเส้า ในกรงเหล็ก (Triple Threat Steel Cage Match) ชิงแชมป์ WWE Championship[7] 19:53
(c) – หมายถึงเจ้าของเข็มขัดแชมป์ก่อนเริ่มแข่ง

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. Gerweck, Steve (May 4, 2011). "Attendance for 5/1 WWE Extreme Rules PPV". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ May 4, 2011. 
  2. "Extreme Rules". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2011-02-28. 
  3. "WWE Extreme Rules". St. Pete Times Forum. สืบค้นเมื่อ 2011-02-28. 
  4. "Randy Orton vs. CM Punk (Last Man Standing Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2011-04-15. 
  5. "Jerry Lawler & Jim Ross vs. Michael Cole & Jack Swagger". WWE. สืบค้นเมื่อ 2011-04-11. 
  6. "Christian vs. Alberto Del Rio (World Heavyweight Championship Ladder Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2011-04-15. 
  7. "WWE Championship Triple Threat Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 2011-04-11. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]