ดเวย์น จอห์นสัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดเวย์น จอห์นสัน
An image of ดเวย์น จอห์นสัน.
ข้อมูล
ฉายา เฟล็กซ์ คาวานา
ร็อคกี้ ไมเวีย
เดอะ ร็อค
ดเวย์น "เดอะ ร็อค" จอห์นสัน
ความสูงจริง ฟุต 5 นิ้ว (1.96 ม.)[1]
น้ำหนักจริง 260 ปอนด์ (120 kg)
เกิด 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1972 (41 ปี)
ฮาเวิร์ด, รัฐแคลิฟอร์เนีย
พำนัก Fort Lauderdale, รัฐฟลอริดา
มาจาก ไมอามี, รัฐฟลอริดา
ฝึกหัดโดย ร็อคกี้ จอห์นสัน
แพท แพทเทอร์สัน
เปิดตัว ค.ศ. 1995

ดเวย์น จอห์นสัน (อังกฤษ: Dwayne Johnson) มีชื่อจริงว่า ดเวย์น ดักลาส จอห์นสัน (อังกฤษ: Dwayne Douglas Johnson)[2] เกิดวันที่ 2 พฤษภาคม ค.ศ. 1972[3] เป็นนักมวยปล้ำอาชีพและนักแสดงลูกครึ่งชาวแคนาดา-อเมริกัน ของสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี[4][5] ในนามสังเวียนมวยปล้ำมีชื่อว่า เดอะ ร็อค (อังกฤษ: The Rock) ซึ่งบางครั้งก็เรียกกันว่า ดเวย์น "เดอะ ร็อค" จอห์นสัน (อังกฤษ: Dwayne "The Rock" Johnson)[6]

เนื้อหา

ประวัติ [แก้]

จอห์นสันเป็นนักฟุตบอลประจำวิทยาลัย และในปี ค.ศ. 1991 เขาได้เป็นส่วนหนึ่งของทีมฟุตบอลเนชั่นแนล แชมเปียนชิป ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในไมอามีทีมไมอามีเฮอร์ริเคน หลังจากนั้นเขาก็เล่นในทีมแคลการี่ สแตมป์พีเดอร์ ซึ่งเป็นหนึ่งใน แคนนาเดียน ฟุตบอล ลีก แต่ก็เล่นได้เพียง 2 เดือนในฤดูกาลนั้น เขาก็ได้ถูกชักจูงให้มาเป็นนักมวยปล้ำเหมือนกับ ปีเตอร์ มายเวีย ปู่ของเขา และ ร็อคกี้ จอห์นสัน พ่อของเขา

ในสังเวียนมวยปล้ำ [แก้]

จอห์นสันได้รับกระแสตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดีและมีชื่อเสียงโด่งดังมากเมื่อเขาได้มาเป็นนักมวยปล้ำในสมาคม WWE (หรือ WWF ในสมัยนั้น) ตั้งแต่ปี ค.ศ. 1996 - 2004 และเขาเป็นคนแรกที่เป็นนักมวยปล้ำรุ่นที่ 3 ในประวัติศาสตร์วงการมวยปล้ำ เขาได้รับการผลักดันอย่างรวดเร็วใน WWE และเป็นเอ็นเตอร์เทนเนอร์ให้กับ WWE ในตอนแรกเขาใช้ชื่อในการปล้ำว่า "ร็อคกี้ ไมเวีย" แล้วก็เปลี่ยนมาเป็น The jabroni beating, lalala pie eating, trail blazing, eye brow raising, the people's champ "เดอะ ร็อค" และเขาเคยได้เป็นหนึ่งในสมาชิกของกลุ่ม เนชั่น ออฟ โดมิเนชั่น อีกด้วย อีก 2 ปีต่อมาหลังจากที่เขาปล้ำใน WWE เดอะ ร็อค ก็สามารถคว้าแชมป์โลก WWE มาครองได้สำเร็จ ซึ่งทำให้เขากลายเป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุดในขณะนั้น ด้วยอายุเพียง 26 ปี ทำลายสถิติของ บ็อบ แบคลันด์ (อายุ 27 ปี) โดยต่อมาถูกทำลายสถิติโดย บร็อก เลสเนอร์ (อายุ 25 ปี) และเขาได้กลายเป็นนักมวยปล้ำขวัญใจแฟนๆ นอกจากการปล้ำของเขาแล้ว เดอะ ร็อค มีคำพูดวลีติดปากมากมายที่รวมไปถึงคำด่าเด็ดๆที่เอกลักษณ์ประจำตัว ได้แก่ Finally...The Rock...has come back to (ชื่อเมืองในเวลานั้น),You will go one on one with The Great One!, Who in the blue hell are you?, It doesn't matter what you think, lay the smackdown on your candy ass,Who is this roody-poo?, know your role and shut your mouth, Just Bring It (พร้อมท่ากวักมือ) ปัจจุบันตั้งแต่ 2011 เทรนคำพูดของ เดอะ ร็อค คือ Boots To Asses และ ที่ขาดไม่ได้เลยก็คือคำพูดประจำตัวตลอดกาลอย่าง If you smell what The Rock is cooking!

จนทำให้ เดอะ ร็อค ได้รับสมญานามว่า "The People's Champ" มีเอกลักษณ์คือการเลิกคิ้วข้างขวาข้างเดียว "The People's Eyebrow" และในปี 2001 จอห์นสัน ก็เริ่มไปแสดงภาพยนตร์และกลับมาปล้ำใน WWE เป็นครั้งคราวจนถึง แมตซ์สุดท้ายใน Pay Per View ศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ในปี 2004 หลังจากนั้นบทบาทในวงการมวยปล้ำหมดไป แต่ก็ยังมีเทปสัมภาษณ์โพล่มาเซอร์ไพรซ์แฟนๆเป็นครั้งคราวใน รายการของ WWE ปัจจุบัน ดเวย์น จอห์นสัน หันมาเอาดีด้านการเป็นนักแสดงใน ฮอลลีวูด

ในอาชีพมวยปล้ำของ จอห์นสัน เขาเคยเป็นแชมป์โลกถึง 10 สมัย ซึ่งเขาคว้าแชมป์โลกของ WWE มาได้ 8 สมัย (สมัยที่ 7 เป็นแชมป์โลกอันดิสพิวเด็ด) และคว้า แชมป์โลก WCW มาได้ 2 สมัย รวมไปถึงแชมป์อื่นๆ ได้แก่ แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล 2 สมัย, แชมป์โลกแทคทีม ของ WWE 5 สมัย นอกจากนี้เขาได้เป็นแชมป์ทริปเปิล คราวน์ WWE คนที่ 6 และเป็นผู้ชนะในรอยัลรัมเบิล ปี 2000 อีกด้วย

และเมื่อ จอห์นสัน ได้มาแสดงภาพยนตร์ จอห์นสัน ก็ได้รับบทบาทสำคัญในปี 2001 ในเรื่อง The Mummy Returns โดยรับบทเป็น ราชาแมงป่อง และในบทบาทเดียวกัน ในเรื่อง The Scorpion King ในปี 2002 ซึ่งเขาได้รับรายได้สูงสุดสำหรับนักแสดงที่ได้รับบทตัวเอกของเรื่องเป็นครั้งแรก เป็นเงิน 5.5 ล้านดอลลาร์และเขาก็มีผลงานแสดงอื่นๆในปีต่อๆไป ได้แก่ The Rundown, Doom, Be Cool, Walking Tall, Gridiron Gang, The Game Plan, Get Smart, Race to Witch Mountain, พากย์เสียงแอนิเมชัน Planet 51, Tooth Fairy, Why Did I Get Married Too?, The Other Guys, Faster, Fast Five, Journey 2: The Mysterious Island และ G.I. Joe: Retaliation.

ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2011 - ปัจจุบัน) [แก้]

ปี 2011 [แก้]

ในศึกรอว์ ในตอนของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011 เดอะ ร็อค ได้กลับมาที่ WWE อีกครั้ง เพื่อเป็น พิธีกรรับเชิญ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 พร้อมกับเพลงเปิดตัวใหม่ แล้วได้บอกกับแฟนๆ ว่าทำไมเขาถึงกลับมายืนอยู่บนเวทีนี้ เขากลับมา ไม่ได้มาเพราะว่าต้องการเงิน ไม่ได้มาเพื่อโปรโมทหนัง แต่กลับในสังเวียนนี้ มาเพื่อแฟน ๆ หลังจากที่ วินซ์ แมคแมน ได้ประกาศว่าจะมีพิธีกรรับเชิญมาเปิดตัวในสัปดาห์ถัดไป (ตอนของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2011) และในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 เดอะ ร็อค ได้มาก่อกวนการปล้ำของ จอห์น ซีนา ในแมตช์การชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ โดย เดอะ ร็อค ได้เล่นงาน จอห์น ซีนา ด้วยท่า Rock Bottom ทำให้ จอห์น ซีนา เป็นฝ่ายแพ้ให้กับ เดอะ มิซ ไปในที่สุด แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เดอะ ร็อค ได้เล่นงาน เดอะ มิซ ด้วยท่า People's Elbow เป็นการปิดท้ายรายการอีกด้วย[7] ในศึกรอว์ (4 เมษายน ค.ศ. 2011) หลังจบ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 จอห์น ซีนา เรียก เดอะ ร็อค ออกมาที่เวที และท้า เดอะ ร็อค ว่าจะเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 โดย เดอะ ร็อค ก็รับข้อเสนอของ จอห์น ซีนา โดยที่ ขวัญใจทั้ง 2 ยุคมาเจอกัน โดยทั้งคู่ก็จับมือรับข้อเสนอไปด้วยดี[8]

เดอะ ร็อค และ จอห์น ซีนา ได้จับมือกันและพร้อมเจอกันในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28

ในศึกรอว์ (24 ตุลาคม 2011) ในตอนแรก จอห์น ซีนา จะต้องจับคู่กับ แซค ไรเดอร์ เจอกับ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ ระหว่างสัมภาษณ์ แซค ไรเดอร์ ก็ถูก เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ มาลอบทำร้ายจนบาดเจ็บ ทำให้เป็นแมตช์การปล้ำ 2 รุม 1 ผลปรากฏว่า จอห์น ซีนา ชนะฟาล์ว หลังแมตช์ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ ได้รุมทำร้ายต่อจนผู้จัดการทั่วไปชั่วคราว จอห์น โลรีนายติส ได้ออกมาห้าม และสั่งให้ จอห์น ซีนา เลือกนักมวยปล้ำ 1 คน เพื่อจะจับคู่เจอกับ เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ โดย จอห์น ซีนา ได้เลือก เดอะ ร็อค มาเป็นคู่แทคทีม ต่อมา ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) เดอะ ร็อค ได้กลับมาปล้ำใน WWE อีกครั้ง ในรอบ 7 ปี โดยคู่กับ จอห์น ซีนา เจอกับ ออซัม ทรูธ (เดอะ มิซ และ อาร์-ทรูธ) สุดท้าย เดอะ ร็อค และ จอห์น ซีนา ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เดอะ ร็อค ได้เล่นงาน จอห์น ซีนา ด้วยท่า Rock Bottom เป็นการปิดท้ายรายการอีกด้วย[9]

ปี 2012 [แก้]

ในศึกรอว์ (20 กุมภาพันธ์ 2012) จอห์น ซีนา ออกมา และพูดถึง เดอะ ร็อค ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้ แต่สัปดาห์หน้าเขาจะมา เพื่อมาคุยกับชั้น เมื่อก่อนชั้นก็เคยชอบเค้านะ แต่ตอนนี้น่ะเอียนแล้ว ก็ยินดีกับมันด้วยละกันกับการที่แสดงหนังอันดับหนึ่งของบ๊อกซ์ออฟฟิซ สัปดาห์หน้ามันก็คงมารอว์ ทำท่ายักคิ้วให้คนดูดีใจ จากนั้นก็กลับไปฮอลลีวู้ดเหมือนเดิม สิ่งที่ชั้นภาคภูมิใจก็คือ ชั้นอยู่กับ WWE มาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา และไม่เคยจากไปไหน แล้วที่ เดอะ ร็อค มันกลับมาคราวก่อนน่ะนะ มันก็แค่มาโปรโมต Fast Five กับ ทวิตเตอร์ ของมันเท่านั้น ชั้นคนนี้คือคนที่อยู่กับ WWE ตลอด ชั้นขึ้นปล้ำในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 อย่างภาคภูมิใจในฐานะนักมวยปล้ำ พาดหัวข่าวหลังจากคืนนั้นจะต้องเป็น จอห์น ซีนา เอาชนะ เดอะ ร็อค ในบ้านเกิดของเขา ไมอามี ฟลอริดา เอาไว้เจอกันในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ก็แล้วกัน ต่อมา ในศึกรอว์ (27 กุมภาพันธ์ 2012) เดอะ ร็อค ออกมาทักทายแฟนๆ ในสนาม และพูดถึง จอห์น ซีนา ว่า ชั้นไม่คิดว่านายเป็นคนเลวหรอกนะ แต่นายแค่เป็นคนกระจอกๆ เท่านั้นเอง จอห์น ซีนา สัปดาห์ก่อนนายพูดจาพาดพิงถึงชั้น นายบอกว่านายจะต่อสู้ในฐานะตัวแทนนักมวยปล้ำทุกคน แต่ชั้นจะสู้เพื่อแฟนๆ ทุกคน แฟนๆ ที่เบื่อหน่ายแกที่ทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ ทุกค่ำคืน จอห์น ซีนา ออกมาตอบโต้ และบอกว่าเขาไม่ชอบ ดเวย์น จอห์นสัน จะจัดการกับมันในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ก่อนจะเดินจากไป เดอะ ร็อค ก็บอกว่าถึงแกจะปากเสียแล้วรีบเดินหนีไป แต่ว่าความจริงแล้ว เดอะ ร็อค กับ ดเวย์น จอห์นสัน มันก็คนเดียวกัน และมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะว่าในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ชั้นจะเตะก้นแก If You Smell What the Rock is Cooking? ต่อมา ในศึกรอว์ (12 มีนาคม 2012) จอห์น ซีนา ออกมาในมาดของ Dr.Thugonomic ใส่หมวกกลับหัว, โซ่ห้อยคอ, เสื้อบาสเก็ตบอล และใช้เพลงเปิดตัวแบบเก่าของตัวเองด้วย จอห์น ซีนา เริ่มพูดด้วยสำเนียงเด็กแร็ปด่า เดอะ ร็อค ว่าเป็นพวกทรยศเหมือนกับ ลีบอร์น เจมส์ (นักบาสเก็ตบอลที่ย้ายหนีไปจากคลีฟแลนด์) สัปดาห์ก่อน เดอะ ร็อค หรือไอ้ ดเวย์น จอห์นสัน มันโกรธว่ะ มันบอกให้ชั้นหุบปาก แต่หลังจากวันที่ 1 เมษายน มันจะต้องไปศัลยกรรมใบหน้าเหมือนกับที่มันเคยทำศัลยกรรมนมมาแล้ว Team Bring It เหรอ พวกมันไม่น่ากลัวหรอก เพราะ เดอะ ร็อค มันเป็น Tooth Fairy ชั้นจะกระทืบก้นแกในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 และเอาถั่วยัดใส่หน้าแก ในคืนเดียวกัน เดอะ ร็อค ออกมาพร้อมกับกีตาร์โปร่งเพื่อจัด Rock Concert ทักทายแฟนๆ ชาวคลีฟแลนด์แล้ว เดอะ ร็อค ก็เริ่มเล่นกีตาร์และร้องเพลงที่แต่งเอง เป็นเพลงด่า จอห์น ซีนา หลังร้องเสร็จแล้ว เดอะ ร็อค ก็ประกาศจะกระทืบ จอห์น ซีนา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ต่อด้วยเปิดเพลง We Will Rock You ฉบับดัดแปลงด่า จอห์น ซีนา มาร้องกับแฟนๆ ในสนามเป็นการปิดรายการ ต่อมา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 เดอะ ร็อค จะต้องเจอกับ จอห์น ซีนา เป็นแมตช์ที่ ขวัญใจทั้ง 2 ยุคมาเจอกัน สุดท้าย เดอะ ร็อค ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ จอห์น ซีนา มาได้สำเร็จ[10] ในศึกรอว์ (2 เมษายน ค.ศ. 2012) หลังจบ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 เดอะ ร็อค ได้ออกมาพูดถึงชัยชนะของเขาเมื่อคืน และยังขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่เชียร์เขา หลังจากนั้นก็บอกว่าเขาอยากจะเจอกับแชมป์ WWE ซักวันหนึ่ง ก่อนจะเดินจากไป[11]

ในศึกรอว์ ตอนที่ 1,000 (23 กรกฎาคม ค.ศ. 2012) เดอะ ร็อค ได้กลับมาอีกครั้ง และออกมาแจก Rock Bottom ใส่ แดเนียล ไบรอัน และ เดอะ ร็อค ยังประกาศด้วยว่าเขาจะท้าชิงแชมป์ WWE ในศึก รอยัลรัมเบิล (2013) ในคืนเดียวกัน ซีเอ็ม พังค์ จะต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ จอห์น ซีนา ผลปรากฏว่า บิ๊กโชว์ ได้มาก่อกวนการปล้ำของ จอห์น ซีนา ทำให้กรรมการปรับ จอห์น ซีนา ชนะฟาวล์ หลังแมตช์ บิ๊กโชว์ กระทืบ จอห์น ซีนา ไม่ยั้ง แต่ ซีเอ็ม พังค์ ก็ยืนดูเฉยๆ ไม่ยอมช่วย เดอะ ร็อค ออกมาช่วย จอห์น ซีนา และจะใช้ People's Elbow ใส่ บิ๊กโชว์ แต่ ซีเอ็ม พังค์ ขึ้นมาโคลทส์ไลน์ เล่นงานใส่ เดอะ ร็อค และจับใส่ GTS แล้วก็เดินจากไปท่ามกลางเสียงโห่ของคนดู[12] หลังจบศึกรอว์ ตอนที่ 1,000 แล้วก็มีเหตุการณ์แถมท้าย บิ๊กโชว์ ลุกขึ้นมาอัด จอห์น ซีนา อีกรอบ และ เดอะ ร็อค ก็จัดการ Rock Bottom ใส่ บิ๊กโชว์ ก่อนที่ จอห์น ซีนา จะซ้ำด้วย Attitude Adjustment หลังจากนั้น จอห์น ซีนา ก็ถอดปลอกแขนอันหนึ่งมาให้ เดอะ ร็อค แต่ เดอะ ร็อค บอกว่า นายคงจะเอาที่คาดหัวมาใส่เป็นปลอกแขนแน่นอน เพราะคงไม่มีใครแขนใหญ่ขนาดนี้ จอห์น ซีนา และคนดูก็หัวเราะกันสนุกสนาน จากนั้น เดอะ ร็อค ก็ใช้ People's Elbow ใส่ บิ๊กโชว์ แล้ว เดอะ ร็อค กับ จอห์น ซีนา ได้จับมือกันก่อนที่ จอห์น ซีนา เดินกลับไป

ปี 2013 [แก้]

ในศึกรอว์ (7 มกราคม 2013) ซีเอ็ม พังค์ ออกมาโม้ ก่อนที่ เดอะ ร็อค จะตามออกมาขัดจังหวะ เดอะ ร็อค บอกว่าแกเป็นแชมป์มา 414 วันเหรอ เอาเวลาไปจำตัวเลขอื่นดีกว่าคือ 20 คือในอีก 20 วันเวลาของแกก็จะหมดลงแล้วในศึก รอยัลรัมเบิล แกทำเป็นมาสัญญากับแฟน ๆ อย่างงั้นอย่างงี้แต่ไม่เคยทำได้สักอย่าง รวมทั้งไอศครีมบาร์ด้วย มีแต่ไอศครีมในรูตูดแกน่ะสิ แกอ้างว่าเป็น Voice of the Voiceless แต่ความเป็นจริงคือแฟน ๆ ทุกคนมีเสียงที่จะตะโกนได้ทุกอย่างที่ต้องการอยู่แล้ว แต่พวกเขาจะไม่ตะโกนคำว่า Respect หรือ Best in the World แต่ต่อไปนี้พวกเขาจะตะโกนคำว่า Cookie Puss ใส่แกแทน เดอะ ร็อค ยังล้อเลียน ซีเอ็ม พังค์ ว่าเป็น Straight Edge ของปลอม เพราะหน้าตาเหมือนคนจรจัดขี้ยามากกว่า เดอะ ร็อค บอกว่าแกเป็นแชมป์ WWE แต่ก็กลายเป็นคนงี่เง่าที่สุดของโลกด้วยเช่นกัน และแกไม่มีทางที่จะหยุด เดอะ ร็อค จากการเป็นแชมป์ WWE ได้ เดอะ ร็อค บอกว่าคราวก่อนแกมา GTS ใส่ เดอะ ร็อค และ เดอะ ร็อค จะเอาคืนในอีก 20 วันข้างหน้าในศึก รอยัลรัมเบิล เดอะ ร็อค บอกว่าจะเพิ่มรอยสักรูปเท้าให้แก จะได้เป็นเครื่องเตือนใจว่าแกโดนเท้าประทับเข้าไปหนักขนาดไหน ว่าแล้วก็จับใส่ Rock Bottom ปิดท้ายรายการ ต่อมา ในศึก สแมคดาวน์ (11 มกราคม 2013) เดอะ ร็อค ได้กลับมาที่ สแมคดาวน์ ครั้งแรกในรอบ 10 ปี แต่ โรดส์ สคูลาร์ส ออกมาก่อกวน เดอะ ร็อค ก็จัดการ Rock Bottom ใส่ แดเมียน แซนโดว์ และ People's Elbow ใส่ โคดี โรดส์ ต่อมา ในศึกรอว์ (14 มกราคม 2013) เดอะ ร็อค ออกมาจัดคอนเสิร์ตด่า วิคกี เกอร์เรโร ซีเอ็ม พังค์ ออกมาหาเรื่อง และจะวิ่งไปทำร้าย เดอะ ร็อค ก็เลยตีกันมั่วไปหมด กรรมการต้องออกมาช่วยห้ามหลายคน แล้วก็จบรายการไป ต่อมา ในศึกรอว์ (21 มกราคม 2013) เดอะ ร็อค ได้ออกมาไล่ พอล เฮเมน ให้ลงไปจากเวทีและท้าทาย ซีเอ็ม พังค์ ในมาพบเขาแบบตัวต่อตัวอย่างลูกผู้ชาย แต่ว่า ซีเอ็ม พังค์ ไม่ไปตามคำท้า เขากลับนั่งดู เดอะ ร็อค อยู่ห่าง ๆ บนที่นั่งชั้นเฟิร์สทคาสส์ ไม่ทันที่ เดอะ ร็อค กำลังจะกลับ ไฟในสนานก็ดับสนิท เมื่อไฟกลับมาแล้ว แต่ก็โดน เดอะชีลด์ (ดีน แอมโบรส, เซท โรลลินส์ และ โรแมน เรนส์) รุมกระทืบและก็โดน Triple Powerbomb ทำให้ เดอะ ร็อค ถึงกับปากแตก แล้ว ซีเอ็ม พังค์ ก็บอกกับ เดอะ ร็อค ว่า การเป็นแชมป์มหาชนนั้นไม่เพียงพอที่จะเอาชนะนักมวยปล้ำที่ดีที่สุดในโลกได้ จากนั้น วินซ์ แมคแมน ได้มาบอกกับ ซีเอ็ม พังค์ ว่าถ้า เดอะชีลด์ มาก่อกวน เดอะ ร็อค ในแมตช์ชิงแชมป์ WWE ใน รอยัลรัมเบิล เขาจะปลดแชมป์ WWE จาก ซีเอ็ม พังค์ ทันที ต่อมา ในศึก รอยัลรัมเบิล (2013) เดอะ ร็อค จะต้องเจอกับ ซีเอ็ม พังค์ ในแมตช์ชิงแชมป์ WWE ช่วงท้ายแมตช์ เดอะ ร็อค กำลังได้เปรียบอยู่ดี ๆ ไฟในสนามก็ดับ และกลุ่ม เดอะชีลด์ ก็ออกมาโจมตี เดอะ ร็อค แล้วจับพาวเวอร์บอมบ์ใส่โต๊ะผู้บรรยาย ไฟกลับมาสว่างอีกครั้ง ซีเอ็ม พังค์ ลาก เดอะ ร็อค ขึ้นเวทีมากดนับ 3 ชนะไป ซีเอ็ม พังค์ กำลังฉลองอยู่ วินซ์ แมคแมน ก็ออกมา และบอกว่าเคยบอกเอาไว้แล้วว่าถ้า เดอะชีลด์ มาก่อกวนจะสั่งปลดแชมป์ WWE จาก ซีเอ็ม พังค์ ทันที วินซ์ แมคแมน กำลังจะสั่งปลดแชมป์ แต่ เดอะ ร็อค ห้ามเอาไว้ และบอกว่าขอให้เริ่มปล้ำกันใหม่อีกครั้งดีกว่า คราวนี้ เดอะ ร็อค เป็นฝ่ายใช้ท่า People's Elbow และกดนับ 3 เดอะ ร็อค ก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์ WWE สมัยที่ 8 ไปครอง ทำให้ เดอะ ร็อค คว้าแชมป์โลกครั้งแรกในรอบ 10 ปี ได้สำเร็จ

เดอะ ร็อค กับ แชมป์ WWE ในปี 2013

ในศึกรอว์ (28 มกราคม 2013) เดอะ ร็อค ออกมาประกาศว่าต่อไปนี้จะไม่มีไอ้คนจรจัด รอยสักเต็มตัว ซีเอ็ม พังค์ ออกมาโม้เกี่ยวกับการเป็นแชมป์อีกต่อไปแล้ว แล้วก็ไม่ต้องมาทนรำคาญกับผู้จัดการหัวล้านของมันด้วย ซีเอ็ม พังค์ ออกมาประกาศใช้สิทธิ์รีแมตช์ ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2013) ต่อมา ในศึกรอว์ (11 กุมภาพันธ์ 2013) เดอะ ร็อค ออกมาพูดกับแฟนๆ แต่โดน ซีเอ็ม พังค์ ขัดจังหวะ ซีเอ็ม พังค์ ขึ้นเวทีไปแลกหมัดกับ เดอะ ร็อค และเป็น เดอะ ร็อค ที่จับ Spinebuster ได้ เดอะ ร็อค จะปิดฉากด้วย People's Elbow แต่โดน พอล เฮเมน ดึงขาจนหน้าทิ่มพื้นซะก่อน ซีเอ็ม พังค์ จัดการ GTS ใส่ เดอะ ร็อค ดับอนาถปิดท้ายรายการ ซีเอ็ม พังค์ เอาเข็มขัดแชมป์ของ เดอะ ร็อค เดินกลับบ้านไปเลย บอกว่าเขาสมควรเป็นแชมป์มากกว่า ต่อมา ในศึก สแมคดาวน์ (15 กุมภาพันธ์ 2013) เดอะ ร็อค ออกมาพูดถึงการที่ ซีเอ็ม พังค์ ขโมยเข็มขัดแชมป์ของเขาไป และใน อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ เขาจะกระทืบ ซีเอ็ม พังค์ จนไม่กล้าแตะต้องเข็มขัดนั้นอีกตลอดกาล ซีเอ็ม พังค์ โผล่มาทางจอยักษ์พร้อมกับเข็มขัดแชมป์เพื่อล้อเลียน เดอะ ร็อค และบอกให้ เดอะ ร็อค โกรธมาก ๆ เลย จะได้ถูกจับแพ้ฟาวล์ ในแมตช์ชิงแชมป์ ต่อมา ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2013) เดอะ ร็อค จะต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ซีเอ็ม พังค์ โดยถ้า เดอะ ร็อค ถูกจับแพ้ฟาวล์ เดอะ ร็อค จะเสียแชมป์ทันที สุดท้าย เดอะ ร็อค ก็สามารถเอาชนะ ซีเอ็ม พังค์ ไปได้เป็นครั้งที่ 2 ทำให้ เดอะ ร็อค ได้แชมป์ WWE คืนมาจาก ซีเอ็ม พังค์ และป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ

ในศึกรอว์ (18 กุมภาพันธ์ 2013) เดอะ ร็อค ออกมาพูดถึงเข็มขัดแชมป์ WWE เส้นปัจจุบัน บอกว่าแชมป์ WWE มันไม่ควรจะดูเหมือนของเล่นแบบนี้ และที่สำคัญมันไม่ควรจะหมุนได้ด้วย เดอะ ร็อค สั่งให้เด็กยกของเอาเข็มขัดเส้นนี้ไปเก็บเข้ากรุซะเถอะ จากนั้นก็เปิดตัวเข็มขัดเส้นใหม่ จอห์น ซีนา ออกมายืนจ้องหน้า เดอะ ร็อค ท่ามกลางเสียงโห่ของคนดู จากนั้น ซีเอ็ม พังค์ เอาเข็มขัดเส้นเก่ามาฟาดใส่กลางหลัง จอห์น ซีนา จนล้มกลิ้ง จากนั้นก็โยนเข็มขัดเก่าทิ้งไว้ข้าง ๆ ตัว จอห์น ซีนา ก่อนจะยืนชี้หน้า เดอะ ร็อค แล้วเดินกลับไป ต่อมา ในศึกรอว์ (25 กุมภาพันธ์ 2013) จอห์น ซีนา จะต้องเจอกับ ซีเอ็ม พังค์ โดยถ้าใครชนะก็จะได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ ร็อค ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 สุดท้าย จอห์น ซีนา ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ ซีเอ็ม พังค์ มาได้สำเร็จ ทำให้ จอห์น ซีนา ได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ ร็อค ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 ต่อมา ในศึกรอว์ (25 มีนาคม 2013) มีการจัดดีเบตระหว่าง เดอะ ร็อค กับ จอห์น ซีนา แต่ จอห์น ซีนา เถียงสู้ เดอะ ร็อค ไม่ได้เลยทำเป็นฮัดฮัดถอดเสื้อแล้วเดินเข้าไปหา เดอะ ร็อค จอห์น ซีนา ทำท่า You Can't See Me ใส่ เดอะ ร็อค เลยโดน เดอะ ร็อค ผลักซะ จอห์น ซีนา จับ เดอะ ร็อค แบก จะใช้ Attitude Adjustment แต่ เดอะ ร็อค ดิ้นหลุดแล้วจับ Rock Bottom แล้วเดินจากไป ต่อมา ในศึก สแมคดาวน์ (29 มีนาคม 2013) เดอะ ร็อค ออกมาเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นในเมือง Hershey ของเขา เมื่อสมัยเขายังหนุ่มๆ ก่อนจะพูดถึง จอห์น ซีนา ทว่าถูกขัดจังหวะโดย จอห์น โลรีนายติส เดอะ ร็อค ถาม จอห์น โลรีนายติส คือใครวะ? จอห์น โลรีนายติส บอกว่า ทีโอดอร์ ลอง อนุญาตและบอกให้เขาออกมา จอห์น โลรีนายติส บอกว่า จอห์น ซีนา คือต้นเหตุที่ทำให้เขาถูกไล่ออกมา และเขาอยากจะไปยืนที่มุมของ เดอะ ร็อค ใน เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 นี้ เดอะ ร็อค จึงบอกว่า งั้นเดี๋ยวจะให้คนดูตัดสินใจนะ (คนดูพากันโห่) เดอะ ร็อค บอกว่าเดี๋ยวเขากับ จอห์น โลรีนายติส จะร่วมกันส่งสัญญาณถึง จอห์น ซีนา ด้วยกัน ทว่าก่อนหน้านั้นเราต้องมาจับมือกันก่อน พอจับปั๊บ เดอะ ร็อค จับ จอห์น โลรีนายติส ฟาด Spinebuster ทันที ตามด้วย People's Elbow อีกหนึ่งดอก ท้ายสุด เดอะ ร็อค ลงไปแจกช็อคโกแลต Hershey ให้กับเด็กๆบริเวณริงไซด์ ต่อมา ในศึกรอว์ (1 เมษายน 2013) เดอะ ร็อค ออกมาประกาศว่า จอห์น ซีนา คิดจะแก้มือจากปีที่แล้ว คิดจะเอาเข็มขัดเส้นนี้ แต่จะบอกให้ว่าเวลานั้นของแกน่ะมันไม่มีวันมาถึงหรอก If you smell..... what the rock is cooking!? ต่อมา ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 เดอะ ร็อค จะต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ จอห์น ซีนา สุดท้าย เดอะ ร็อค ก็เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์ WWE ให้กับ จอห์น ซีนา ไปในที่สุด หลังแมตช์ เดอะ ร็อค ก็จับมือแสดงความยินดีกับ จอห์น ซีนา หลังจากนั้น เดอะ ร็อค ได้มีอาการไส้เลื่อนจากการปล้ำกับ จอห์น ซีนา จนต้องเข้ารับการผ่าตัด และการผ่าตัดของ เดอะ ร็อค ก็เป็นไปด้วยดี โดย เดอะ ร็อค เผยว่าแพทย์ได้ผ่าตัดซ่อมแซมให้เขาเรียบร้อยแล้ว

ผลงานภาพยนตร์ [แก้]

ปี ภาพยนตร์ รับบทเป็น หมายเหตุ
1999 Beyond the Mat ตัวเขาเอง Documentary
2000 Longshot The Mugger
2001 The Mummy Returns Mathayus (the Scorpion King) CGI for the final section
2002 The Scorpion King Mathayus (the Scorpion King)
2003 The Rundown Beck "Welcome to the Jungle (UK title)"
2004 Walking Tall Chris Vaughn
2005 Be Cool Elliot Wilhelm
Doom Sarge
2006 Gridiron Gang Sean Porter
2007 Reno 911!: Miami Agent Rick Smith
Southland Tales Boxer Santaros
The Game Plan Joe Kingman Last movie to use ring name "The Rock" 2007
2008 Get Smart Agent 23
2009 Race to Witch Mountain Jack Bruno
Planet 51 Capt. Charles 'Chuck' Baker พากย์เสียง
2010 Tooth Fairy Derek Thompson (Tooth Fairy)
Why Did I Get Married Too? Daniel Franklin Uncredited
Faster Driver
The Other Guys Detective Christopher Danson
You Again Air Marshall Uncredited
2011 Fast Five Luke Hobbs
2012 Journey 2: The Mysterious Island Hank Parsons
2013 Snitch John Matthews
Pain & Gain Paul Doyle
จีไอโจ สงครามระห่ำแค้นคอบร้าทมิฬ Roadblock
เร็ว..แรงทะลุนรก 6 Luke Hobbs
Empire State
2014 Hercules: The Thracian Wars Hercules

เกี่ยวกับมวยปล้ำ [แก้]

เดอะ ร็อค ใช้ท่า People's Elbow เล่นงาน จอห์น ซีนา
เดอะ ร็อค ใช้ท่า Rock Bottom เล่นงาน จอห์น ซีนา
  • ท่าไม้ตาย
    • People's Elbow
      • วิธีใช้ : เด้งเชือก 2 ครั้งแล้วทิ้งศอกใส่คู่ต่อสู้
    • Rock Bottom
      • วิธีใช้ : จับคู่ต่อสู้ฟาดทำให้คู่ต่อสู้เจ็บหลัง
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Running shoulderbreaker – 1996
    • Sharpshooter
    • Float-over DDT
    • Flowing snap DDT, sometimes followed by a kip-up
    • Flying clothesline
    • Running swinging neckbreaker
    • Running thrust lariat
    • Samoan drop
    • Snap overhead belly-to-belly suplex, sometimes to an oncoming opponent
    • Spinebuster, usually followed by a People's Elbow
  • ฉายาและชื่ออื่นๆ
    • "The People's Champion"[13]
    • "The Brahma Bull"[13]
    • "The Corporate Champion"[14]
    • "The Great One"[13]
    • "The Most Electrifying Man in All of Entertainment"
    • "The Most Electrifying Man in Sports Entertainment"
    • "Rocky"[15]
  • เพลงเปิดตัว
    • ในนามของ ร็อคกี้ ไมเวีย
      • "Destiny" โดย Jim Johnston (1996 – 1997)
    • ในนามของ เดอะ ร็อค
      • "Nation Of Domination" โดย Jim Johnston (1997 – 1998)
      • "Do You Smell It" โดย Jim Johnston (1998 – 1999)
      • "Know Your Role" โดย Method Man (2000)
      • "Know Your Role" โดย Jim Johnston (26 กันยายน 1999 – 2 เมษายน 2001, 2004, 2007, 2008)
      • "If You Smell..." โดย Jim Johnston (30 กรกฎาคม 2001 – 20 กุมภาพันธ์ 2003)
      • "Is Cookin'" โดย Jim Johnston (2003)
      • "Electrifying" โดย Jim Johnson (14 กุมภาพันธ์ 2011 – ปัจจุบัน)

ผลงานในสมาคม WWE [แก้]

เดอะ ร็อค กับ แชมป์ WWF
  • เวิลด์ แทคทีม แชมเปียนชิป (5 สมัย)[19]
    • คู่กับ แมนไคนด์ ชนะ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และ บิ๊กโชว์ ในศึก รอว์
    • คู่กับ แมนไคนด์ ชนะ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และ บิ๊กโชว์ ในศึก รอว์
    • คู่กับ แมนไคนด์ ชนะ The New Age Outlaws ในศึก สแมคดาวน์
    • คู่กับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ชนะ เอดจ์ และ คริสเตียน ในศึก รอว์
    • คู่กับ คริส เจอริโค ชนะ The Dudleys ในศึก รอว์
  • ทริปเปิล คราวน์ แชมเปียนชิป คนที่ 6

ผลงานทั้งหมด [แก้]

  • United States Wrestling Association
    • USWA World Tag Team Championship (2 สมัย) – คู่กับ Bart Sawyer
  • Wrestling Observer Newsletter
    • Best Box Office Draw (1999 – 2000, 2011, 2012)
    • Best Gimmick (1999)
    • Best on Interviews (1999, 2000)
    • Most Charismatic (1999 – 2002, 2011, 2012)
    • Most Improved (1998)
    • Wrestling Observer Newsletter Hall of Fame (Class of 2007)

ส่วนเกี่ยวข้อง [แก้]

ดูเพิ่ม [แก้]

อ้างอิง [แก้]

  1. Shoquist, Lee. "An interview with Dwayne "The Rock" Johnson". The Oscar Igloo. Archived from the original on February 4, 2008. สืบค้นเมื่อ 2008-04-21. 
  2. "Dwayne "The Rock" Johnson Biography". Notable Biographies. สืบค้นเมื่อ April 13, 2008. 
  3. "Dwayne Johnson Biography (1972–)". Film Reference. สืบค้นเมื่อ April 13, 2008. 
  4. Justin Bank. "The Rock returns to WWE's 'Monday Night Raw,' with an assist from social media". The Washington Post. 
  5. "More on The Rock's Return to RAW Tonight". RingSideNews. 
  6. "Dwayne "The Rock" Johnson". WWE Alumni. WWE. สืบค้นเมื่อ 9 March 2012. 
  7. Bishop, Matt (April 3, 2011). "The Rock costs Cena retained the championship at WrestleMania XXVII". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ April 4, 2011. 
  8. Caldwell, James (April 4, 2011). "Caldwell's WWE Raw results 4/4: Ongoing "virtual time" coverage of live Raw – The Rock & Austin live, fall-out from WrestleMania 27, Sin Cara debut". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 8, 2011. 
  9. Martin, Adam. "WWE Survivor Series: The Rock and John Cena vs. The Miz and R-Truth". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ 14 April 2012. 
  10. Caldwell, James. "Caldwell's WWE WrestleMania 28 PPV Report 4/1: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Rock-Cena, Taker-Hunter, Punk-Jericho". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 2 April 2012. 
  11. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw Results 4/2: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw - WM28 fall-out, how will Cena respond to Rock loss?, two big title matches". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 14 April 2012. 
  12. Herrera, Tom (23 July 2012). "Raw 1,000 results: John Cena failed to win the WWE Title; The Rock floored by CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  13. 13.0 13.1 13.2 McAvennie, Mike (2007-03-29). "Rock of Ages". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-06-10. 
  14. "Raw's Returning Superstars: Are They Friend or Foe for Mr. McMahon?". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-06-10. 
  15. Benner, Eric (November 22, 1999). "The Rock's a riot in Montreal". Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2012-12-07. 
  16. "WWE Championship official title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 21, 2008. 
  17. "WCW Championship official title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 21, 2008. 
  18. "WWE Intercontinental Championship official title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 21, 2008. 
  19. "World Tag Team Championship official title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 21, 2008. 
  20. "The Rock, Chris Jericho, Big Show, Kane & Undertaker def. Stone Cold Steve Austin, Kurt Angle, Shane McMahon, Booker T & Rob Van Dam; Sole Survivor: The Rock". WWE. สืบค้นเมื่อ March 21, 2008. 

แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]