วิคกี เกอร์เรโร

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
วิคกี เกอร์เรโร
An image of วิคกี เกอร์เรโร.
ข้อมูล
ฉายา วิคกี เกอร์เรโร
ความสูง ฟุต 4 นิ้ว (1.63 ม.)
เกิด 16 เมษายน ค.ศ. 1968 (46 ปี)[1]
เอลแพโซ (รัฐเทกซัส)
พำนัก เอลแพโซ (รัฐเทกซัส)
ฝึกหัดโดย ชาโว่ เกอร์เรโร่
เปิดตัว ค.ศ. 2005

วิคกี ไลน์ เกอร์เรโร[2] เกิดวันที่ 16 เมษายน ค.ศ. 1968 เป็นผู้จัดการมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปัจจุบันทำงานกับสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในชื่อว่า วิคกี เกอร์เรโร เป็นภรรยาของ เอ็ดดี เกอร์เรโร ตำนานนักมวยปล้ำและผู้ที่เข้าสู่ หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี

ประวัติในสังเวียนมวยปล้ำ[แก้]

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ / ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2005 - ปัจจุบัน)[แก้]

วิคกีได้รับบทเป็นแฟนของเอดจ์ ในศึก อาร์มาเกดดอน เอดจ์ได้เจอกับบาติสตา และดิอันเดอร์เทเกอร์ ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 เส้า สุดท้ายเอดจ์ก็สามารถคว้าแชมป์มาได้ จากการช่วยเหลือของ เคิร์ท ฮอว์กินส์และแซค ไรเดอร์ ลูกน้องของเอดจ์ ที่วิคกีส่งมา ในศึก รอยัลรัมเบิล (2008) เอดจ์ต้องป้องกันแชมป์กับเรย์ มิสเตริโอ ซึ่งเป็นผู้ชนะจากแมตซ์ Beat the clock Challenge แต่เอดจ์ก็ยังสามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้จากการช่วยเหลือของวิคกี ส่งผลให้ เรย์ต้องพักการปล้ำไปหลายเดือนอย่างไรก็ตาม อันเดอร์เทเกอร์ ซึ่งเป็นผู้ชนะจากแมตช์กรงเหล็กอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ จากการหาผู้ท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในศึกเรสเซิลเมเนีย ก็ได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลกกับเอดจ์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 เอดจ์ก็แพ้ให้กับอันเดอร์เทเกอร์ ด้วยท่า เฮล เกท คว้าแชมป์ไปได้พร้อมกับสถิติ 16-0 แต่อีกเดือนถัดมา วิคกีก็สั่งปลดอันเดอร์เทเกอร์ ออกจากตำแหน่งแชมป์ โดยอ้างว่า อันเดอร์เทเกอร์ใช้ท่า เฮล เกท ในการต่อสู้กับเดอะ เกรท คาลี ซึ่งเป็นท่าที่อันตราย ทำให้ตำแหน่งแชมป์ว่าง เอดจ์ และอันเดอร์เทเกอร์ ต้องไปเจอกัน ในศึก วันไนท์สแตนด์ (2008) ในแมตช์การปล้ำ TLC Match และเอดจ์ก็ได้แชมป์อีกครั้ง จากการช่วยเหลือของฮอว์กินส์และไรเดอร์ ส่งผลให้อันเดอร์เทเกอร์ถูกไล่ออก

แต่อีกสามอาทิตย์ต่อมา เอดจ์ได้ไปที่ฝั่งรอว์ และบาติสตาได้ออกมาทำร้ายเอดจ์ จากความแค้นที่ เอดจ์ ใช้กลโกงเอาชนะ บาติสตา ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2008) ทำให้ ซีเอ็ม พังก์ ผู้ถือสัญญากระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ ได้ออกมาชิงแชมป์โลกกับเอดจ์ ในสภาพที่ลุกไม่ไหว เอาชนะและคว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ เอดจ์จึงหันไปชิงแชมป์ WWE กับ ทริปเปิล เอช แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ในขณะเดียวกัน วิคกีก็รู้ว่า เอดจ์เป็นชู้กับคริสตัล จึงเรียกตัว อันเดอร์เทเกอร์ กลับมาเจอกับเอดจ์ ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2008) ในแมตช์การปล้ำ Hell In A Cell สุดท้ายเอดจ์ก็เป็นฝ่ายแพ้และต้องพักการปล้ำไปอีกครั้ง ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) วิคกีได้เรียก เอดจ์ กลับมาพร้อมกับได้เข้าชิงแชมป์กับ ทริปเปิล เอช และวลาดิเมียร์ คอซลอฟ แทนที่ เจฟฟ์ ฮาร์ดี ที่ถูกทำร้ายไปก่อนหน้านั้น และเอดจ์ก็ใช้กลโกงเอาชนะทริปเปิล เอช คว้าแชมป์ WWE มาครองได้อีกครั้ง แต่อีก 3 อาทิตย์ต่อมา เอดจ์ก็เสียแชมป์ให้กับเจฟฟ์ ในศึก อาร์มาเกดดอน (2008)

เอดจ์ได้ชิงแชมป์กับเจฟฟ์อีกครั้ง ในศึก รอยัลรัมเบิล (2009) โดย แมทท์ ฮาร์ดี พี่ชายของเจฟฟ์ ได้หักหลัง โดยการเอาเก้าอี้ตีใส่เจฟฟ์ ทำให้เอดจ์คว้าแชมป์มาได้อีกครั้งเป็นสมัยที่ 7 ในศึก โนเวย์เอาท์ (2009) เอดจ์ต้องป้องกันแชมป์ในกรงเหล็กอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ผลปรากฏว่า เอดจ์โดนเจฟฟ์จับกดนับ 3 แพ้และเสียแชมป์ไปง่ายๆ หลังจากนั้นในคืนเดียวกัน เอดจ์จึงตามไปทำร้าย โคฟี คิงส์ตัน เพื่อเสียบตัวเข้าไปชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ของรอว์แทน และเอดจ์ก็สามารถเอาชนะคว้าแชมป์จากจอห์น ซีนา ได้สำเร็จ ทำให้ซีนาแค้นมากที่ตนเสียแชมป์โลกให้เอดจ์ ตนจึงพยายามหาโอกาสชิงเข็มขัดคืนมาแต่ก็ไม่ได้ซักที เพราะวิคกีภรรยาของเอดจ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ ได้กีดกันทุกวิถีทางไม่ให้ เอดจ์ได้เจอกับซีนา แต่ซีนาก็ไม่ยอมแพ้ขู่วิคกีเรื่องที่เธอแอบเป็นกิ๊กกับบิ๊กโชว์ จนเธอจำต้องยอมให้ ซีนาได้ชิงแชมป์กับเอดจ์ แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏให้เอดจ์รู้ว่าเธอปันใจให้กับบิ๊กโชว์ ทำให้คู่นี้กลายเป็นศัตรูกัน ทั้งๆที่กะจะรุม ซีนา แต่แรก 3 คนนี้ได้เจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ผลปรากฏว่า ซีนาได้เล่นงานเอดจ์ และบิ๊กโชว์ จนคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 5 ไปได้สำเร็จ

วิคกีได้รับบทเป็นแฟนของดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ ในศึก สแมคดาวน์ ตอนของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ (ฉลองตอนที่ 600 ของ สแมคดาวน์) เอดจ์ หลังจากมีแมตช์การปล้ำแทคทีมแบบ 12 คน และทีมเอดจ์ก็เป็นผ่ายชนะ แต่วิคกีได้มาบอกว่า เอดจ์นั้นโดนไล่ออก และได้มีการมอบเข็มขัดแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ให้กับซิกก์เลอร์ ตามที่วิคกีได้พูดไว้เมื่อ ในศึกรอว์ (ก่อนที่จะถึง สแมคดาวน์ 4 วัน) แต่ไม่นาน ทีโอดอร์ ลอง ผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ คนปัจจุบัน ก็กลับมาพร้อมกับบอกว่า เขาจะจ้างเอดจ์กลับมาอีกครั้ง แล้วก็มีแมตช์ระหว่าง เอดจ์กับซิกก์เลอร์ และเอดจ์เป็นฝ่ายชนะ แต่เมื่อจบแมตช์ ทีโอดอร์ ลองก็มาอีกครั้ง แล้วไล่ซิกก์เลอร์ออกแทนเอดจ์ และซิกก์เลอร์ก็ไม่ได้เข้าร่วมแมตช์อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ อีกด้วย ต่อมาวิคกีได้ถูกทีโอดอร์ ลองสั่งปลดออกจากตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์

วิคกีถูกท้าทายด้วยแมตช์การปล้ำที่จะต้องปล้ำกับทริส สตราตัส ในศึกรอว์ ตามคำสั่งของผู้จัดการทั่วไปของรอว์ ถ้าวิคกีแพ้จะไม่ได้ทำงานในรอว์ ตอนของวันที่ 14 มีนาคม ได้ประกาศเมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่าจะมีแขกรับเชิญจากเรียลลิตี้ของ เอ็มทีวี คือ นิโคล "สนุ๊กกี้" โพลิซซี และได้พูดก่อนที่จะมีแมตช์การปล้ำของทริสและวิคกี ในแมตช์การปล้ำไม่มีการจับแพ้ฟาล์ว ขณะที่ปล้ำอยู่นั้น ซิกก์เลอร์ก็ออกมาบนเวที และจอห์น มอร์ริสันก็ขึ้นมาเล่นงานซิกก์เลอร์ ลงจากเวที เลย์คูล (เลย์ลา กับ มิเชล แมคคูล) ขึ้นมาช่วยวิคกี โดยเล่นงานทริส ทำให้วิคกีชนะและก็ได้งานในรอว์ สนุ๊กกี้ แขกรับเชิญในรอว์ ทนไม่ไหววิ่งกระโดดและเล่นงานใส่วิคกี วิคกีเลยท้าว่า สตราตัส, สนุ๊กกี้ และมอร์ริสัน เจอกับซิกก์เลอร์ และทีมเลย์คูล ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 สุดท้ายทีมของซิกก์เลอร์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป

ในศึกรอว์ (22 ตุลาคม 2012) เอเจลี ได้มาประกาศลาออกจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของรอว์ วินซ์ แม็กแมนได้ประกาศแต่งตั้งซูเปอร์ไวเซอร์ประจำศึกรอว์ คือ วิคกี ในศึก เฮลอินเอเซล (2012) ช่วงก่อนเริ่มรายการ จอห์น ซีนาได้ออกมานั่งคุยกับ ไมเคิล โคล บนเวที พูดกันถึงเรื่องข้อถกเถียงตัวสาเหตุที่ทำให้เอเจลาออก ซึ่งวิคกีอ้างว่าเป็นเพราะเอเจมีความสัมพันธ์กับซีนา จึงเป็นเหตุให้ต้องออกจากตำแหน่งผู้จัดการทั่วไปของรอว์ ซึ่งวิคกีก็บอกว่าตัวเขามีหลักฐานและจะพิสูจน์ให้เห็นในศึกรอว์ แล้วก็มีวิดิโอ Tout จากซิกก์เลอร์ ซึ่งซิกก์เลอร์ ก็บอกว่า ให้ซีนาช่วยชี้แจงความจริงถึงเรื่องความสัมพันธ์กับเอเจ ซึ่งซีนาก็ตอบกลับไปว่า เขารู้ว่าซิกก์เลอร์อยู่หลังเวทีออกมาเจอกันหน่อยเป็นไง แล้วเพลงซิกก์เลอร์ ก็ดังขึ้น ทว่าเป็นวิคกีที่เดินออกมา และขึ้นมาบนเวทีพูดขู่ซีนา ว่าจะแฉความจริงให้ทุกคนได้รู้ในศึกรอว์ ขณะนั้นเองซิกก์เลอร์ก็โผล่มาจากข้างหลัง จะเล่นงานซีนา แต่ซีนารู้ทันจับซิกก์เลอร์แบกจะใส่ Attitude Adjustment ทว่าซิกก์เลอร์ดิ้นหลุด แต่ก็โดนซีนาใส่ Clothesline ตกเวทีไป

ในศึกรอว์ (8 กรกฎาคม 2013) ได้มีการประเมินผลงานของวิคกี โดย วินซ์, สเตฟานี แม็กแมเฮิน และทริปเปิล เอช ออกมาทำการประเมินผลงาน วินซ์สนับสนุนให้วิคกีเป็นผู้จัดการถาวรต่อไป แต่ทริปเปิล เอชคัดค้าน และให้สเตฟานีเป็นคนตัดสิน สเตฟานีตัดสินใจใช้ WWE App ในการโหวตจากแฟนๆ และผลปรากฏว่าแฟนๆ ไม่ให้วิคกีผ่าน ทำให้สเตฟานีไล่วิคกีออก จากนั้นก็เดินจากไปพร้อมกับทริปเปิล เอช วินซ์ปลอบใจวิคกี และได้แต่งตั้งผู้จัดการคนใหม่คือ แบรด แมดด็อกซ์ ในศึกสแมคดาวน์ (19 กรกฎาคม 2013) วินซ์ได้แต่งตั้งให้วิคกีเป็นผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ แทนที่บูเกอร์ ที

ผลงานทั้งหมด[แก้]

  • เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์
    • ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ (พฤษภาคม - กันยายน 2007)
    • ผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ (25 กันยายน 2007 - 6 เมษายน 2009)
    • ผู้จัดการทั่วไปของรอว์ (10 พฤษภาคม 2010;1 คืนเท่านั้น)
    • ที่ปรึกษาอย่างเป็นทางการของสแมคดาวน์ (17 พฤศจิกายน 2009 - 25 กุมภาพันธ์ 2011)
    • สแลมมีอวอร์ด สำหรับคู่รักแห่งปี (ปี 2008) – คู่กับ เอดจ์
    • มิส เรสเซิลเมเนีย (1 สมัย)
  • เรสต์ลิงออบเซิร์ฟเวอร์นิวส์เลตเตอร์
    • บุคคลที่ดีที่สุดที่ไม่ใช่นักมวยปล้ำ (ปี 2009, 2010)

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]