รอยัลรัมเบิล
| บทความเกี่ยวกับบันเทิงเรื่องนี้ต้องการเก็บกวาด ตรวจสอบ ปรับปรุง แก้ไขรูปแบบ ข้อมูลบางส่วนมีลักษณะเหมือนการโฆษณาประชาสัมพันธ์ ซึ่งไม่สอดคล้องกับนโยบายวิกิพีเดีย ผู้เขียนบทความนี้หรือส่วนนี้อาจมีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือมีส่วนได้ส่วนเสียเชิงพาณิชย์ |
รอยัลรัมเบิล (อังกฤษ: Royal Rumble) คือศึกใหญ่ของสมาคมมวยปล้ำ เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ จัดขึ้นในเดือนมกราคมของทุกปี โดยแมตซ์การปล้ำหลักในศึกนี้คือการปล้ำแบบ แบทเทิลรอยัล นักมวยปล้ำ 30 คน บนเวทีเดียว ผู้ชนะเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะได้เป็นผู้ท้าชิงหมายเลขหนึ่งและคู่เอก ในศึก เรสเซิลเมเนีย
รอยัลรัมเบิล เป็น 1 ใน Big Four ของ เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ อันประกอบไปด้วย รอยัลรัมเบิล เรสเซิลเมเนีย ซัมเมอร์สแลม และ เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์
เนื้อหา |
รอยัลรัมเบิล แมทช์ [แก้]
| ปี | ผู้ชนะ และ ออกมาเป็นคนที่# | |
|---|---|---|
| 1988 | "แฮคซอว์" จิม ดักแกน | 13 |
| 1989 | จอห์น สตัดด์ | 27 |
| 1990 | ฮัลค์ โฮแกน | 25 |
| 1991 | ฮัลค์ โฮแกน | 24 |
| 1992 | ริก แฟลร์ | 3 |
| 1993 | โยโกะซูน่า | 27 |
| เบรต ฮาร์ต | 27 | |
| เล็ค ลูเกอร์ | 23 | |
| 1995 | ชอว์น ไมเคิลส์ | 1 |
| 1996 | ชอว์น ไมเคิลส์ | 18 |
| 1997 | สตีฟ ออสติน | 5 |
| 1998 | สตีฟ ออสติน | 24 |
| 1999 | วินซ์ แมคแมน | 2 |
| 2000 | เดอะ ร็อก | 24 |
| 2001 | สตีฟ ออสติน | 27 |
| 2002 | ทริปเปิล เอช | 22 |
| 2003 | บร็อก เลสเนอร์ | 29 |
| 2004 | คริส เบนวา | 1 |
| 2005 | บาติสต้า | 28 |
| 2006 | เรย์ มิสเตริโอ | 2 |
| 2007 | ดิอันเดอร์เทเกอร์ | 30 |
| 2008 | จอห์น ซีนา | 30 |
| 2009 | แรนดี ออร์ตัน | 8 |
| 2010 | เอดจ์ | 29 |
| 2011 | อัลเบอร์โต เดล รีโอ | 38 |
| 2012 | เชมัส | 22 |
| 2013 | จอห์น ซีนา | 19 |
รอยัลรัมเบิล จัดขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 24 มกราคม ค.ศ. 1988 ที่เมือง Hamilton Ontario Canada โดยคนแรกที่ชนะในแมตซ์นี้ก็คือ "แฮคซอว์" จิม ดักแกน ซึ่งการปล้ำ รอยัลรัมเบิล ครั้งแรกได้ถ่ายทอดสดให้กันชมฟรี แต่หลังจากนั้นถัดมาหนึ่งปีก็เป็นการชมแบบ Pay-Per-View และบุคคลที่คิดค้นแมตซ์การปล้ำ รอยัลรัมเบิล นี้ขึ้นมาก็คือ แพท แพทเตอร์สัน
กติกา [แก้]
แมตช์การปล้ำนี้จะมีนักมวยปล้ำเข้าร่วมกันทั้งสิ้น 30 คน โดยจะมีนักมวยปล้ำสองคนแรกขึ้นมาบนเวทีก่อน และหลังจากนั้นทุกๆ 90 วินาทีก็จะมีนักมวยปล้ำขึ้นมาทีละคน (ถ้านับกันจริงๆก็ไม่ถึง 90 วินาที บางครั้งก็นานกว่าก็มี) นักมวยปล้ำที่เหลืออยู่บนเวทีคนสุดท้ายก็จะได้เป็นผู้ชนะไป
การที่จะกำจัดคู่ต่อสู้นั้น มีอยู่วิธีการเดียว คือ จับคู่ต่อสู้เหวี่ยงพ้นเชือกเวทีเส้นที่ 3 และเท้าทั้งสองข้างแตะพื้น นักมวยปล้ำคนนั้นก็จะถูกออกจากการปล้ำไปทันที แต่ถ้ากรรมการไม่เห็นก็อาจจะรอดตัวไปได้
ในปี 1995 ชอว์น ไมเคิลส์ ถูกเหวี่ยงพ้นเชือกเส้นที่ 3 แต่เท้าของเขาแตะพื้นเพียงแค่ข้างเดียว นั่นก็หมายความว่า ชอว์น ไมเคิลส์ ยังไม่ถูกคัดออกจากการแข่งขัน เช่นเดียวกับ ในปี 2000 เอกซ์-แพ็ค ได้ถูก เดอะ ร็อก เหวี่ยงพ้นเชือกเส้นที่สามและเท้าทั้งสองข้างแตะพื้น แต่กรรมการกลับมองไม่เห็น เอกซ์-แพ็ค รีบขึ้นเวที ทำให้เขาไม่ถูกคัดออกจากการแข่งขัน
แต่ก็มีหลายครั้งเช่นเดียวกันที่นักมวยปล้ำยอมที่จะถูกคัดออกด้วยการกระโดดพ้นเชือกเส้นที่สามเท้าแตะพื้นด้วย ตัวเอง อย่างเช่นในปี 1999 ที่ เคน ยอมลงทุนข้ามเชือกมาเพื่อเล่นงานคนที่จะจับตัวเองไปโรงพยาบาลบ้า เป็นต้น และยังมีกรณีที่โดนอัดก่อนมาถึงเวที อย่างเช่น สก๊อตตี้ ทู ฮ๊อตตี้ ที่โดน ดิ อันเดอร์เทคเกอร์ ชกคว่ำก่อนจะมาถึงเวที ในปี 2002 เพราะหาที่ระบายอารมณ์กับ เมเว่น เพราะเขาคิดว่าไม่ใช่ศัตรูที่เหมาะสมที่จะเอาเขาลงจากเวทีได้และอยู่บนเวทีเร็วเกินไป หลายคนโชคไม่ดีก็คือกำลังจะได้ปล้ำแต่โดนอัดก่อนและถูกแย่งสิทธิ์ไปก็มีมิใช่น้อย เช่นกรณีของ เทสต์ ที่เขาต้องถูกอัดก่อนขึ้นปล้ำเวทีนี้เป็นคนที่ 21 แต่ สตีฟ ออสติน สั่งให้คนที่ทำร้าย เทสต์ ขึ้นไปปล้ำแทน นั่นก็ คือ มิค โฟลีย์ เพราะเป็นคนที่หมายหัว แรนดี ออร์ตัน ไว้ จึงขอโอกาสขึ้นปล้ำทันที
บางครั้งเวลานักมวยปล้ำบางคนก็โมโหที่ตัวเองถูกเหวี่ยงออก บางคนกลับมาทำร้ายคนที่เหวี่ยง หรือคนที่ไม่รู้เรื่องก็มี อย่างเช่น ในปี 2005 เคิร์ต แองเกิล ถูก ชอว์น ไมเคิลส์ เตะตกเวที แต่เขากลับมาทำร้าย ชอว์น ไมเคิลส์ ด้วยท่า แองเกิล ล็อก ทำให้ชอว์นบาดเจ็บ ไม่สามารถปล้ำต่อไปได้ จึงต้องออกจากการแข่งขันไปพร้อมกับเคิร์ต ในปี 2007 บูเกอร์ ที ถูก เคน เหวี่ยงตกเวที แต่เขากลับขึ้นมาบนเวที และเอาเก้าอี้เหล็กตีหัวเคน แล้วก็จากไป อย่าง เอ็มวีพี เขาถูก อันเดอร์เทคเกอร์ เหวี่ยงตก เขาจึงโยนเก้าอี้ใส่ อันเดอร์เทคเกอร์ จน อันเดอร์เทคเกอร์ หัวแตก บางคนก็ลงกับคนที่ไม่รู้เรื่อง เช่น อันเดอร์เทคเกอร์ ถูก ชอว์น ไมเคิลส์ เหวี่ยงตก แต่เขาดันจับ สนิสกี้ ที่ตกลงมาพร้อมกับเขา นอนบน โต๊ะผู้บรรยาย และ ได้ทิ้งขาลงมาอัดคอของ สนิสกี้ จนโต๊ะผู้บรรยายพัง แล้วก็เดินจากไป
รางวัลของผู้ชนะ [แก้]
ในปี ค.ศ. 1992 ถือว่าเป็นรางวัลใหญ่เพราะผู้ชนะ รอยัลรัมเบิล จะได้เป็น แชมป์โลก WWE โดยทันที ซึ่งผู้ชนะในปีนั้นก็ คือ ริก แฟลร์
และประเพณีที่ว่า "ใครชนะ รอยัลรัมเบิล จะได้เป็นผู้ท้าชิงแชมป์โลกหมายเลขหนึ่ง ในศึก เรสเซิลเมเนีย" เริ่มขึ้น ในปี 1993 เมื่อ โยโกะซูน่า ชนะในแมตช์การปล้ำ รอยัลรัมเบิล และได้ไปถ้าชิงแชมป์โลกจาก เบรท ฮาร์ท ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 9
การแบ่งค่าย [แก้]
ในปี ค.ศ. 2002 ได้มีการแบ่งค่ายขึ้น ซึ่งในตอนนั้นมีเพียง รอว์ และ สแมคดาวน์ ผู้ชนะใน รอยัลรัมเบิล ตั้งแต่ปี 2003 เป็นต้นไป ก็จะมีสิทธิ์ได้เลือกว่าจะไปชิงแชมป์โลกของค่ายไหนระหว่าง รอว์ และ สแมคดาวน์ ซึ่งต่อมาก็มี เข็มขัดแชมป์โลก ECW ให้เลือกเพิ่มอีก 1 เส้น
ตั้งแต่ปี ค.ศ. 2003 จนถึงปี ค.ศ. 2006 ผู้เข้าร่วม รอยัลรัมเบิล ทั้ง 30 คน จะเป็นตัวแทนจากรอว์ 15 คน และเป็นตัวแทนจากสแมคดาวน์ 15 คน ต่อมาในปี ค.ศ. 2007 ได้มีนักมวยปล้ำจาก อีซีดับเบิลยู เข้าร่วมด้วย จึงมีการแบ่งใหม่เป็นตัวแทนรอว์ 13 คน ตัวแทนจากสแมคดาวน์ 10 คน และตัวแทนจาก อีซีดับเบิลยู 7 คน และแน่นอนว่าผู้ชนะก็จะมีสิทธิ์ย้ายไปค่ายไหนก็ได้ และจะชิงแชมป์โลกของค่ายไหนก็ได้เช่นเดียวกัน
ในปี ค.ศ. 2009 ผู้เข้าร่วม รอยัลรัมเบิล ทั้ง 30 คน จะเป็นตัวแทนจาก รอว์, สแมคดาวน์ และ อีซีดับเบิลยู ค่ายละ 10 คน
วันและสถานที่ในการจัดศึกรอยัลรัมเบิล ในแต่ละปี [แก้]
สถิตของรอยัลรัมเบิล [แก้]
นักมวยปล้ำที่ชนะรอยัลรัมเบิลมากที่สุด
| นักมวยปล้ำ | ผู้ชนะ | ปี |
|---|---|---|
| สตีฟ ออสติน | 3 | 1997, 1998, 2001 |
| ฮัลค์ โฮแกน | 2 | 1990, 1991 |
| ชอว์น ไมเคิลส์ | 2 | 1995, 1996 |
| จอห์น ซีนา | 2 | 2008, 2013 |
นักมวยปล้ำที่ปรากฏตัวในรอบ 6 คนสุดท้ายได้มากที่สุด
| นักมวยปล้ำ | รอบ 6 คนสุดท้ายที่ปรากฏตัว | ปี |
|---|---|---|
| เคน | 7 | 1996, 1997, 2000, 2001, 2003, 2008, 2011 |
| ร็อบ แวน แดม | 6 | 2002, 2003, 2004, 2006, 2007, 2009 |
| ชอว์น ไมเคิลส์ | 6 | 1994, 1995, 1996, 2006, 2007, 2010 |
| จอห์น ซีนา | 6 | 2004, 2005, 2008, 2010, 2011, 2013 |
| ดิอันเดอร์เทเกอร์ | 5 | 1997, 2001, 2003, 2007, 2009 |
| สตีฟ ออสติน | 5 | 1997, 1998, 1999, 2001, 2002 |
| แรนดี ออร์ตัน | 4 | 2006, 2007, 2009, 2011 |
| บาทิสตา | 4 | 2003, 2005, 2008, 2010 |
นักมวยปล้ำที่ปรากฏตัวในรองคนสุดท้าย
| นักมวยปล้ำ | อันดับรองคนสุดท้าย | ปี |
|---|---|---|
| บิ๊ก โชว์ | 2 | 2000, 2004 |
| ทริปเปิล เอช | 2 | 2008, 2009 |
| จอห์น ซีนา | 2 | 2005, 2010 |
นักมวยปล้ำที่อยู่ในแมทช์รอยัลรัมเบิลได้นานที่สุด
| นักมวยปล้ำ | เวลา | ปี |
|---|---|---|
| เรย์ มิสเตริโอ | 1:02:12 | 2006[1] |
| คริส เบนวา | 1:01:30 | 2004[1] |
| บ็อบ แบล็คลันด์ | 1:01:10 | 1993[1] |
| ทริปเปิล เอช | 1:00:09 | 2006 |
| ริก แฟลร์ | 59:36 | 1992[1] |
| สตีฟ ออสติน | 56:38 | 1999 |
| วินซ์ แมคแมน | 56:38 | 1999 |
| เคน | 54:49 | 2001 |
| ริค มาร์เทล | 52:17 | 1991[1] |
| เดอะ ร็อค | 51:32 | 1998 |
นักมวยปล้ำที่อยู่ในแมทช์รอยัลรัมเบิลได้สั้นที่สุด
| นักมวยปล้ำ | เวลา | ปี |
|---|---|---|
| ซานติโน่ มาเรลล่า | 0:00:01 | 2009[1] |
| เดอะวอร์ลอร์ด | 0:00:02 | 1989[1] |
| โม | 0:00:03 | 1995[1] |
| โอเว่น ฮาร์ต | 0:00:03 | 1995[1] |
| บัชแวคเกอร์ ลูค | 0:00:04 | 1991 |
| เจอร์รี ลอว์เลอร์ | 0:00:04 | 1997 |
| กิลล์เบิร์ค | 0:00:07 | 1999 |
| เดอะ มิซ | 0:00:07 | 2007 |
| มอนเทล วอนเทเวียส พอร์เตอร์ | 0:00:07 | 2010 |
| แทสส์ | 0:00:10 | 2001 |
| บัชแวคเกอร์ ลูค | 0:00:12 | 1995 |
| ชอว์น ไมเคิลส์ | 0:00:12 | 1990 |
| ทอม แบรได | 0:00:12 | 1998 |
| เดอะ แซนด์แมน | 0:00:13 | 2007 |
| บิลลี่ กัน | 0:00:14 | 1994 |
| เดอะ ก็อดฟาเธอร์ | 0:00:14 | 2001 |
| ไบรอัน เคนดิก | 0:00:15 | 2009 |
| ฟินลี่ | 0:00:15 | 2008 |
| โกลก้า | 0:00:15 | 1999 |
นักมวยปล้ำที่ชนะรอยัลรัมเบิลโดยใช้เวลาน้อยที่สุด
| นักมวยปล้ำ | เวลาทั้งหมด | ปี |
|---|---|---|
| เอดจ์ | 07:19 | 2010 |
| จอห์น ซีนา | 08:28 | 2008 |
| อัลเบอร์โต เดล รีโอ | 08:33 | 2011 |
| บร็อก เลสเนอร์ | 08:59 | 2003 |
| บาติสต้า | 10:54 | 2005 |
อ้างอิง [แก้]
- "WWE.com: Royal Rumble Facts & Figures". สืบค้นเมื่อ 19 มกราคม. Unknown parameter
|accessyear=ignored (help)
แหล่งข้อมูลอื่น [แก้]
|
|||||||||||