เฮลอินเอเซล (2012)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เฮลอินเอเซล (2012)
Hell in a Cell (2012)
โปสเตอร์หรือสัญลักษณ์ของ เฮลอินเอเซล (2012).
โปสเตอร์ศึก เฮลอินเอเซล โดยมี ซีเอ็ม พังก์
เพลงประจำ "Sandpaper" โดย ฟอซซี พร้อมกับ เอ็ม. ชาโดว์[1]
"In The End" โดย แบล็กวีลไบรส์[2]
ข้อมูล
สมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี
ผู้สนับสนุน THQ
วันที่ สหรัฐอเมริกา 28 ตุลาคม 2012
ไทย ทรูวิชั่นส์ 11 พฤศจิกายน 2012
ผู้ชม 10,000 คน
สถานที่ ฟิลิปส์ อารีนา
เมือง แอตแลนตา, รัฐจอร์เจีย
ลำดับเหตุการณ์เพย์-เพอร์-วิว
ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) เฮลอินเอเซล (2012) เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012)
ลำดับเหตุการณ์เฮลอินเอเซล
เฮลอินเอเซล (2011) เฮลอินเอเซล (2012) เฮลอินเอเซล (2013)

เฮลอินเอเซล (2012) เป็นรายการเพย์-เพอร์-วิว มวยปล้ำอาชีพของ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในปี 2012 ซึ่งจัดเป็นปีที่ 4 แล้ว สถานที่จัดคือ ฟิลิปส์ อารีนา ในเมือง แอตแลนตา, รัฐจอร์เจีย สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 2012[3][4] ซึ่งจัดหลังจากศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012)

เบื้องหลัง / ก่อนจะถึงศึก เฮลอินเอเซล[แก้]

เรื่องราวของการชิงแชมป์ WWE ระหว่าง ซีเอ็ม พังก์ กับ ไรแบ็ค[แก้]

ในศึกรอว์ (24 กันยายน 2012) ซีเอ็ม พังก์ ออกมาและพูดกับ จอห์น ซีนา ว่าฉันจะไม่เจอกับแกในศึก เฮลอินเอเซล ก่อนจะให้คำแนะนำ ซีนา ไปว่ารีบวิ่งลงไปจากเวทีนี้ซะเดี๋ยวฉันจะหันหลังแล้วนับ 1-5 ถ้าฉันหันกลับมาแล้วยังเห็นแกใส่หมวกกับเสื้อสีชมพูนี้อยู่ละก็ฉันจะจัดการแกพูดจบ พังก์ก็หันหลังพร้อมกับ พอล เฮย์แมน ด้วย โดย เฮย์แมน ก็ยืนชูเข็มขัดแชมป์ WWE ไว้เหนือหัวไป ระหว่างที่ทั้งคู่หันหลังอยู่นั้น ซีนา ก็ควักแท่งเหล็กขนาดประมาณ 1 ฟุตออกมาพอ พังก์นับ 1-5 เสร็จ หันกลับมาโดน ซีนา เอาแท่งเหล็กตีไปเต็มๆ จนทั้งคู่ต้องรีบลงจากเวที ซีนา คว้าไมค์มาบอกผู้ชายก็ใส่สีชมพูได้ หวังว่าจะได้เจอกัน ในศึก เฮลอินเอเซล ซีนาชูแท่งเหล็กแล้วบอกว่านี่ละที่เขาเรียกว่า "Pipe Bomb" จากนั้นพังก์ก็เดินกลับไปหลังเวทีพร้อมกับเข็มขัดแชมป์ WWE ด้วยอารมณ์ฉุนเฉียว เดินไปสักพักก็เจอ มิค โฟลีย์ ทั้งคู่จ้องตากัน พังก์ก็เดินไปก่อนจะเดินกลับมาเตะโฟลีย์ จนหมอบลงที่พื้น พังก์เดินไปอีกและหันกลับมาเห็น ไรแบ็ค ยืนจ้องพังก์

ในศึกรอว์ (8 ตุลาคม 2012) วินซ์ แม็กแมน ออกมาทักทายแฟนๆ และบรรยายถึง WWE ว่าเรามีความบันเทิงทุกอย่างสำหรับทุกๆ คน แต่สิ่งที่เราเน้นที่สุดคือแอคชั่น พังก์ออกมาขัดจังหวะ และเรียกร้องให้คนเคารพเขา แล้วก็ตบหน้า วินซ์ เข้าไป วินซ์ เลยท้าพังก์ ให้เจอกัน ในแมตช์การปล้ำไม่มีการปรับแพ้ฟาล์ว โดยก่อนเริ่มปล้ำ พังก์ได้มาลอบทำร้าย วินซ์ จากด้านหลัง ท้ายแมตช์ ไรแบ็ค วิ่งออกมาช่วย วินซ์ ทำให้ พังก์ รีบหนีลงเวที แต่ ซีนา เข้ามาลากพังก์ เหวี่ยงกลับขึ้นเวทีไปโดน ไรแบ็ค วิ่งมาลาเรียตเต็มๆ ไรแบ็ค จับพังก์ ใส่ Shell Shock แต่พังก์ดิ้นหลุด แล้วก็หยิบเข็มขัดหนีเข้าไปบนอัฒจรรย์ หลังแมตช์ วินซ์ ประกาศให้ พังก์ตัดสินใจเอาว่าจะเจอกับ ไรแบ็ค หรือ จอห์น ซีนา ในศึก เฮลอินเอเซล และถ้าไม่ตัดสินใจภายในสัปดาห์หน้า วินซ์ จะตัดสินใจให้เอง

ในศึกรอว์ (15 ตุลาคม 2012) พังก์ออกมาโม้จน วินซ์ ทนไม่ไหว ออกมาประกาศว่าอุตส่าห์ให้โอกาสเลือกคู่ต่อสู้เองแล้ว ไม่เลือกซักที วินซ์ จะเลือกให้เองในช่วงการเซ็นสัญญา และในช่วงการเซ็นสัญญาชิงแชมป์ WWE ในศึก เฮลอินเอเซล วินซ์ ก็เลือก ไรแบ็ค ให้ชิงแชมป์กับพังก์ สุดท้ายก็เป็น ไรแบ็ค ได้เซ็นสัญญาเพื่อเจอกับพังก์ โดยที่ ซีนา ก็สนับสนุนและช่วยเชียร์ ไรแบ็ค ด้วย พังก์ เข้าไปท้าทาย ไรแบ็ค หลังจากเซ็นสัญญาเสร็จ เลยโดน ไรแบ็ค จับหัวโขกโต๊ะ แล้วใส่ท่า Shell Shock

เรื่องราวของการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ระหว่าง เชมัส กับ บิ๊กโชว์[แก้]

ในศึก สแมคดาวน์ (28 กันยายน 2012) บิ๊กโชว์ ออกมาเพื่อขอสิทธิ์ในแมตช์ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท บิ๊กโชว์ บอกว่า ตัวเขานั้นไม่ค่อยมีความสุขเท่าไหร่ในอดีตและต้องการที่จะได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลกอีกครั้ง เพราะแชมป์โลกครั้งล่าสุดของเขามันเพียงแค่ 45 วินาทีเท่านั้น พวกนายได้ยินไหมว่ามันแค่ 45 วินาทีเท่านั้น พวกนายรู้ไหมว่ามันรู้สึกอย่างไรเมื่อดูรูปร่างของชั้น และพวกนายรู้ไหมว่ามันทำให้ชั้นอายมาก และรู้ไหมสิ่งที่ชั้นรู้สึกและได้เห็นจากไอ้คนที่ขโมยแชมป์ของชั้นไป มันไปปล้ำในศึก เรสเซิลเมเนีย ป้องกันแชมป์กับ เชมัส มันแค่ 18 วินาที และนั่นคือสิ่งที่ทำให้ชั้นผิดหวังมากในชีวิตการทำงานของชั้น ชั้นควรจะได้เป็นคู่เอกในศึก เรสเซิลเมเนีย ชั้นต้องการแชมป์ของชั้นคืน และ ทำให้ชั้นไม่ถูกใครก็ตามหัวเราะเยาะ และชั้นก็จะกลายเป็นที่ยกย่องเพราะชั้นคือคนที่โค่น เชมัส ได้และชั้นก็จะ... แรนดี ออร์ตัน ออกมาขัดจังหวะ ออร์ตัน บอกว่า เขารู้สึกตลกมากที่นายออกมาบอกว่าต้องการแชมป์และจะจัดการ เชมัส มันไม่มีทางเลย เพราะคนที่จะทำมันคือชั้น และนายควรกลับไปข้างหลังเพื่อเตรียมตัวปล้ำคืนนี้ในแมตช์หาผู้ท้าชิงอันดับ 1 และผู้ชนะจะได้ไปเจอกับ เชมัส เพื่อแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในศึก เฮลอินเอเซล ชั้นคือแชมป์โลก 9 สมัย และนายอยู่ระหว่างเส้นทางสู่ สมัยที่ 10 บิ๊กโชว์ บอกว่า แน่นอน ออร์ตัน คืนนี้ระหว่าง RKO กับ หมัดเทพเจ้าดาวเหนือ นี่แหละจะตัดสิน อัลเบร์โต เดล รีโอ ออกมาขัดจังหวะ เดล รีโอ บอกว่า ไม่ ไม่ ไม่ ไม่ ปิดเพลงเดี๋ยวนี้เลย พวกนายไม่ควรทำกับ เดล รีโอ แบบนั้น พวกนายคิดว่าพวกนายเป็นใคร ชั้นโดนโกงโดย บูเกอร์ ที สั่งยกเลิกแบนท่า โบรก คิก และ ออร์ตัน, บิ๊กโชว์ ฉันดีกว่าพวกนายทั้งสอง อาเสี่ยพึ่งขึ้นมาบนเวทีไม่ทันใด แรนดี ออร์ตัน ก็ใส่ท่า RKO เป็นการต้อนรับ ก่อนที่ บิ๊กโชว์ กับ ออร์ตัน จะยืนจ้องหน้ากัน ในคืนเดียวกัน บิ๊กโชว์ ได้เจอกับ ออร์ตัน เพื่อหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้าย บิ๊กโชว์ ก็เป็นฝ่ายชนะ หลังแมตช์ บิ๊กโชว์ พูดปิดท้ายว่า เชมัส แล้วเจอกันในศึก เฮลอินเอเซล

ในศึกรอว์ (1 ตุลาคม 2012) บิ๊กโชว์ กับ เชมัส ออกมาดีเบตกัน สุดท้ายก็ทำท่าจะต่อยกัน แต่ บิ๊กโชว์ เดินหนีกลับไปก่อน ในศึก สแมคดาวน์ (5 ตุลาคม 2012) เปิดรายการกันด้วย บิ๊กโชว์ ที่ออกมาพูดถึงแมทช์ของเขาในศึก เฮลอินเอเซล พูดไปได้สักพักเป็น เชมัส ที่ออกมา แล้วทั้งคู่ก็คุยกันบนเวทีไป ต่อมา เชมัส ก็ยื่นมือให้ บิ๊กโชว์ จับ แต่ บิ๊กโชว์ ไม่จับ และเดินลงจากเวทีไป พอ บิ๊กโชว์ เดินลงไปเท่านั้น เชมัส ก็ให้ทีมงานขึ้นภาพตอนที่ บิ๊กโชว์ เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวตท์ทั่งที่เพิ่งได้มาครองแค่ 45 วินาทีขึ้นบนจอ ทำเอา บิ๊กโชว์ ฉุนเดินกลับขึ้นมาบนเวที แต่คราวนี้ เชมัส ก็เดินลงจากเวทีไป ในคืนเดียวกัน เชมัส จะต้องเจอกับ เดอะ มิซ ในระหว่างแมตช์ บิ๊กโชว์ ออกมายืนจ้องหน้ากับ เชมัส ก่อนจะขึ้นเวที เชมัส บอกว่า เข้ามา บิ๊กโชว์ ก่อน บิ๊กโชว์ จะปล่อยหมัด WMD ใส่ เดอะ มิซ ทำให้ เชมัส แพ้ฟาล์ว และในคืนเดียวกัน บิ๊กโชว์ จะต้องเจอกับ เทนไซ ในระหว่างแมตช์ เชมัส ออกมาวิ่งขึ้นมาบนเวที ก่อนจะใส่ท่า โบรก คิก เล่นงาน เทนไซ ทำให้ บิ๊กโชว์ แพ้ฟาล์ว ต่อมา ในศึก สแมคดาวน์ (12 ตุลาคม 2012) ได้มีการทดสอบความแรงของท่าไม้ตายของทั้ง 2 คน ระหว่างท่า โบรก คิก ของ เชมัส และ หมัดน็อกเอาท์ WMD ของ บิ๊กโชว์ โดย เชมัส ทำคะแนนความแรงได้อยู่ที่ 1322 และ บิ๊กโชว์ ทำคะแนนความแรงได้มากกว่าอยู่ที่ 1809

ผลการปล้ำ[แก้]

# แมทช์การปล้ำ กำหนดการปล้ำ เวลา
1 แรนดี ออร์ตัน ชนะ อัลเบร์โต เดล รีโอ (พร้อมด้วย ริคาร์โด รอดริเกซ) แมทช์การปล้ำเดี่ยว[5] 12:40
2 โรดส์ สคูลาร์ส (แดเมียน แซนดาว และ โคดี โรดส์) ชนะฟาล์ว ทีมเฮลโน (แดเนียล ไบรอัน และ เคน) (c) แมทช์การปล้ำแทคทีม เพื่อชิงแชมป์ WWE Tag Team Championship[6] 13:08
3 โคฟี คิงส์ตัน (c) ชนะ เดอะ มิซ แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE Intercontinental Championship[7] 10:21
4 แอนโทนีโอ ซีซาโร (c) ชนะ จัสติน เกเบรียล แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE United States Championship 07:21
5 เรย์ มิสเตริโอ และ ซิน คารา ชนะ ไพรม์ไทม์เพลเยอส์ (ดาร์เรน ยัง และ ไทตัส โอนีล) แมทช์การปล้ำแทคทีม 12:28
6 บิ๊กโชว์ ชนะ เชมัส (c) แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ World Heavyweight Championship[8] 20:15
7 อีฟ ทอร์เรส (c) ชนะ เลย์ลา และ เคทลิน แมทช์การปล้ำสามเส้า เพื่อชิงแชมป์ WWE Divas Championship 06:28
8 ซีเอ็ม พังก์ (c) (พร้อมด้วย พอล เฮย์แมน) ชนะ ไรแบ็ค แมทช์การปล้ำนรกในกรงเหล็ก เพื่อชิงแชมป์ WWE Championship[9] 13:59
(c) – หมายถึง ยังคงเป็นแชมป์อยู่ก่อนเริ่มแข่งขัน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Fozzy premieres video for WWE Hell in a Cell theme". 1st October 2012. 
  2. "'In The End' Named Official Theme". สืบค้นเมื่อ 20 October 2012. 
  3. "WWE Hell in a Cell". สืบค้นเมื่อ 07 September 2012. 
  4. "WWE Hell in a Cell". สืบค้นเมื่อ 07 September 2012. 
  5. "Alberto Del Rio vs. Randy Orton". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-10-15. 
  6. "WWE Tag Team Champions Team Hell No vs. Team Rhodes Scholars". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-10-22. 
  7. "WWE Intercontinental Champion Kofi Kingston vs. The Miz". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-10-19. 
  8. "World Heavyweight Champion Sheamus vs. Big Show". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-09-28. 
  9. "WWE Champion CM Punk vs. Ryback". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-10-15. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]