วัคซีน MMR
หน้าตา
Mumps measles rubella vaccine | |
| ส่วนผสมประกอบด้วย | |
|---|---|
| Measles vaccine | Vaccine |
| Mumps vaccine | Vaccine |
| Rubella vaccine | Vaccine |
| ข้อมูลทางคลินิก | |
| ชื่อทางการค้า | M-M-R II, Priorix, Tresivac, others |
| ชื่ออื่น | MPR vaccine[1] |
| AHFS/Drugs.com | Professional Drug Facts |
| MedlinePlus | a601176 |
| ข้อมูลทะเบียนยา | |
| ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์ | |
| รหัส ATC | |
| กฏหมาย | |
| สถานะตามกฏหมาย | |
| ตัวบ่งชี้ | |
| ChemSpider |
|
| | |
วัคซีน MMR เป็นวัคซีนที่ใช้สำหรับสร้างภูมิคุ้มกันต่อโรคหัด คางทูม และหัดเยอรมัน เป็นวัคซีนผสมจากไวรัสมีชีวิตสายพันธุ์ที่ก่อโรคทั้งสามนี้ที่ถูกทำให้อ่อนกำลังลง ให้ด้วยการฉีดเข้าชั้นใต้ผิวหนัง ผลิตขึ้นครั้งแรกโดย Maurice Hilleman ขณะที่ทำงานที่บริษัท Merck
ส่วนใหญ่แล้ววัคซีน MMR จะถูกจัดให้เป็นวัคซีนมาตรฐานสำหรับเสริมภูมิคุ้มกันให้กับเด็กปกติครั้งแรกที่อายุประมาณ 1 ปี และครั้งที่ 2 ช่วงก่อนวัยเรียน (เช่น อายุประมาณ 4-5 ปี) โดยการฉีดครั้งที่ 2 จะช่วยกระตุ้นการเกิดภูมิคุ้มกันในผู้รับวัคซีนประมาณ 2-5% ที่มีภูมิขึ้นไม่มากพอหลังการรับวัคซีนครั้งแรก วัคซีนนี้ใช้แพร่หลายทั่วโลก ประมาณไว้ว่าตั้งแต่ออกใช้ครั้งแรกในช่วงต้นปี 1970s มีการให้วัคซีนนี้ไปแล้วประมาณห้าร้อยล้านครั้งในกว่า 100 ประเทศ[3][4]
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Grignolio A (2018). Vaccines: Are they Worth a Shot?. Springer. p. 2. ISBN 9783319681061.
- 1 2 ใช้ระหว่างตั้งครรภ์และให้นมบุตร
- ↑ "Top 10 myths about MMR, Top 10 truths about MMR" (PDF). NHS. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2018-09-11. สืบค้นเมื่อ 10 September 2018.
- ↑ "Addressing misconceptions on measles vaccination". European Centre for Disease Prevention and Control. สืบค้นเมื่อ 10 September 2018.