การระบาดทั่วของโควิด-19 ในประเทศมองโกเลีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนาในประเทศมองโกเลีย พ.ศ. 2563
โรคโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019
สถานที่ประเทศมองโกเลีย
ผู้ป่วยต้นปัญหาดอร์โนโกวี
วันแรกมาถึง2 มีนาคม พ.ศ. 2563
(1 ปี 6 เดือน 22 วัน)
ต้นกำเนิดอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ร่วมกับ ฝรั่งเศส เยอรมนี เกาหลีใต้ และตุรกี
ยืนยันป่วย186 คน[1]
หาย65 คน
เสียชีวิต0 คน

การระบาดทั่วของไวรัสโคโรนา พ.ศ. 2562–2563 โดยได้รับการยืนยันว่าเริ่มต้นขึ้นที่ประเทศมองโกเลีย เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2563

ภูมิหลัง[แก้]

เมื่อวันที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2563 องค์การอนามัยโลก (WHO) ยืนยันว่าไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่เป็นสาเหตุของการเจ็บป่วยทางเดินหายใจในกลุ่มคนในเมืองอู่ฮั่น มณฑลหูเป่ย์ ประเทศจีน ซึ่งรายงานต่อองค์การอนามัยโลกในวันที่ 31 ธันวาคม พ.ศ. 2562[2][3]

อัตราป่วยตายของผู้ป่วยสำหรับโควิด-19 นั้นต่ำกว่าโรคซาร์ส พ.ศ. 2546 มาก[4][5] แต่การแพร่เชื้อมีความหมายมากกว่า ด้วยจำนวนผู้เสียชีวิตที่มีนัยสำคัญ[4][6]

เส้นเวลา[แก้]

รายงานผู้ติดเชื้อ[แก้]

เมื่อวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2563 รองนายกรัฐมนตรีมองโกเลียแถลงการณ์พบผู้ติดเชื้อเป็นรายแรก ซึ่งเป็นชาวฝรั่งเศสโดยเข้ามายังเมืองอูลานบาตาร์ผ่านทางเที่ยวบินที่ท่าอากาศยานเมืองมอสโก ประเทศรัสเซีย[7][8]

ผู้ติดเชื้อเป็นชายอายุ 57 ปี แสดงอาการป่วยเป็นไข้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 7 มีนาคม จากการนำผลเลือดไปตรวจพบผลเป็นบวกต่อการพบโคโรนาไวรัสสายพันธุ์ใหม่ และได้รับการนำไปกักกันตัวที่ดอร์โนโกวี[7] แต่การไม่ปฏิบัติตาม ส่งผลให้ผู้ติดเชื้อเพิกเฉยกับการกักกันตัวต่อคำแนะนำ ในเวลาเดียวกัน ผู้ใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อสองรายได้เดินทางออกจากดอร์โนโกวี แม้จะมีคำเตือนจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุขประจำจังหวัด ให้อยู่กักกันตัวภายในเมืองเท่านั้น คณะกรรมการเหตุการณ์ฉุกเฉินประจำรัฐ ได้ออกมากล่าวว่า ทั้งคู่จะต้องได้รับโทษตามกฎหมายจากการกระทำไม่กักกันตนเองอย่างแน่นอน[7] มี 120 รายมีความเกี่ยวข้องกับผู้ติดเชื้อภายในจังหวัดต้องถูกกันตัวเป็นการด่วน และอีก 500 ราย เป็นผู้ติดต่อโดยทางอ้อม อยู่ภายใต้การสังเกตการณ์ของแพทย์[9]

รัฐบาลได้แถลงประกาศมาตรการควบคุมการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ประกาศนี้ส่งผลให้มีการระงับการเข้าถึงพรมแดนการเข้า-ออกระหว่างประเทศมองโกเลียและประเทศจีน ทั้งทางบกและทางอากาศ นับตั้งแต่วันที่ 27 มกราคมจนกว่าจะมีมาตรการใหม่อีกครั้ง และระงับการเข้ถึงเที่ยวบินของอากาศยาน และรถไฟโดยสาร จนถึงวันที่ 30 เมษายน พ.ศ. 2563 งานกิจกรรมทางสาธารณะ อาทิ การประชุม การแข่งขันกีฬา และเทศกาลได้ถูกจัดการยกเลิกทุกงานทั้งหมดทั่วประเทศ และสถานศึกษาทุกแห่งภายในประเทศมองโกเลียได้ถูกสั่งระงับการศึกษา จนถึงวันที่ 30 เมษายน ประชาชนไม่มีสิทธิ์เดินทางออกจากนอกประเทศที่ถูกประกาศว่าเป็นประเทศกลุ่มเสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ถ้าหากกลับมาจากประเทศอันเป็นกลุ่มเสี่ยงที่กล่าวมาข้างต้นนั้น จะต้องกักกันตนเองภายในสถานที่ปลอดเชื้อเป็นระยะเวลา 14 วัน อันบุคคลใดที่ถูกสอบสอนโรค แต่มีพฤติการณ์หลี่ยงเลี่ยงและ/หรือปิดบังข้อมูล จะต้องถูกดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง[10]

หลังจากที่ทางการทำการอพยพประชาชนนำอากาศยานขนส่งไปรับประชาชนที่มีลักษณะ "สุ่มเสี่ยง" ต่อการติดไวรัสจากพื้นที่เสี่ยงต่อการระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019 ในพื้นที่ทวีปยุโรป ประเทศญี่ปุ่น และประเทศเกาหลีใต้ โดยมีรายงานจากสื่อสิ่งพิมพ์ว่า พบผู้ติดเชื้อสามราย หนึ่งในนั้นอาการรุนแรงอย่างมาก อีกเก้ารายจำเป็นที่จะถูกแยกตัวมากักกันโรค[10]

วันที่ 27 มีนาคม พบหนึ่งในผู้ที่ถูกกักกันโรคติดเชื้อจากการหาเชื้อแล้วพบว่าผลเป็นบวก โดยคนนี้เป็นหนึ่งในสองร้อยยี่สิบเอ็ดราย ที่ถูกนำไปตรวจไวรัสจากเลือด ขณะกำลังถูกกักกันตัว โดยเที่ยวบินจากเมืองอิสตันบูล-อูลานบาตาร์ จัดสรรโดยคณะกรรมการเหตุการณ์ฉุกเฉินประจำรัฐ[11] ในวันเดียวกัน มูลนิธิโอนอม ได้ท้วงติงถึงรัฐบาลมองโกเลียปัญหาของเครื่องช่วยหายใจที่มีเพียง 160 เครื่อง (1 เครื่อง ต่อ 20,000 ราย สหรัฐ: 1 เครื่อง ต่อ 2,000 ราย) และถ้าหากมีผู้ติดเชื้อรายใหม่มารักษา จะเกิดปัญหากับระบบบุคลากรที่ต้องเผชิญกับการขาดเครื่องช่วยหายใจอย่างแน่นอน[12]

การอพยพประชาชนจากพื้นที่เสี่ยง[แก้]

เมื่อวันที่ 27 มีนาคม คณะกรรมการเหตุการณ์ฉุกเฉินประจำชาติ ได้แถลงการณ์ว่า ระหว่างการอพยพผู้คนจากพื้นที่เสี่ยง (หลักพันราย) ไปยังการกักกันตัว โดยอากาศยานขนส่ง รัฐบาลใช้งบประมาณในการจ่ายค่าอาหารแก่ประชาชนที่ถูกกักกันตัวเป็นเงิน 500 ล้านทูกรุกมองโกเลีย (180 แสนดอลลาร์สหรัฐ) แต่ละคนจะแยกกักกันคนละห้องกัน นั้นหมายความว่า ผู้ที่ถูกกักตัวในเมืองอูลานบาตาร์จะถูกปล่อยตัวในวันที่ 2-3 เมษายน[13] โดยรองผู้อำนวยการสำนักงานจัดการเหตุการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติ (NEMA) บอกว่า พอกเขาได้รับคำแนะนะให่ห่งจากบ้านเป็นระยะเวลา 14 วัน มีการให้เพื่อนบ้านช่วยดูแล และมีการวางกำลังเจ้าหน้าที่คอยตรวจตราเพื่อการไม่ระบาดของโรคติดเชื้อโคโรนาไวรัส 2019[14][15]

สถิติ[แก้]

แผนภูมิ[แก้]

แผนภูมิจะได้รับการปรับปรุงทุกวันจากการแถลงข่าวของกระทรวงสาธารณสุขมองโกเลียผ่านสื่อใหญ่ภายในประเทศ:[11][16]

รายงานการติดเชื้อและเสียชีวิตต่อวัน

อ้างอิง[แก้]

  1. Johns Hopkins CSSE. "Coronavirus COVID19 (2019-nCoV)" (ArcGIS). Coronavirus COVID-19 Global Cases. สืบค้นเมื่อ March 21, 2020.
  2. Elsevier. "Novel Coronavirus Information Center". Elsevier Connect. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 30 January 2020. สืบค้นเมื่อ 15 March 2020.
  3. Reynolds, Matt (4 March 2020). "What is coronavirus and how close is it to becoming a pandemic?". Wired UK. ISSN 1357-0978. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 5 March 2020. สืบค้นเมื่อ 5 March 2020.
  4. 4.0 4.1 "Crunching the numbers for coronavirus". Imperial News. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 19 March 2020. สืบค้นเมื่อ 15 March 2020.
  5. "High consequence infectious diseases (HCID); Guidance and information about high consequence infectious diseases and their management in England". GOV.UK (ภาษาอังกฤษ). เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 3 March 2020. สืบค้นเมื่อ 17 March 2020.
  6. "World Federation Of Societies of Anaesthesiologists – Coronavirus". www.wfsahq.org. เก็บ จากแหล่งเดิมเมื่อ 12 March 2020. สืบค้นเมื่อ 15 March 2020.
  7. 7.0 7.1 7.2 อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ <ref> ไม่ถูกต้อง ไม่มีการกำหนดข้อความสำหรับอ้างอิงชื่อ montsame.1
  8. "Mongolia confirms its first coronavirus case in French worker". Reuters. 10 March 2020.
  9. "More than 120 people taken to isolation after contact with coronavirus patient".
  10. 10.0 10.1 "Тусгай үүргийн онгоцоор ирж тусгаарлагдсан иргэдийн гурваас нь COVID-19 илэрлээ" (ภาษามองโกเลีย). สืบค้นเมื่อ 21 March 2020.
  11. 11.0 11.1 "11th case of novel coronavirus recorded in Mongolia". Ikon.mn.
  12. "The Government is about to make yet another MISTAKE by sending further charter flights". Gogo Mongolia.
  13. "Isolation of 1000 citizens brought on charter flights will be extended by 7 days". Gogo Mongolia.
  14. "B.Uuganbayar: There was even a case where food served with biscuits was thrown back at a worker's face". Gogo Mongolia.
  15. "Isolation of 1000 citizens brought on charter flights will be extended by 7 days". Gogo Mongolia.
  16. "Eleventh case of Coronavirus registered in Mongolia". Gogo Mongolia.