ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก บอสเนีย)
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา
Bosna i Hercegovina (บอสเนีย)
Bosne i Hercegovina (โครเอเชีย)
Bosna i Hercegovina;
Босна и Херцеговина
(เซอร์เบีย)
ธงชาติ ตราแผ่นดิน
คำขวัญไม่มี
เพลงชาติIntermeco
เมืองหลวง
(และเมืองใหญ่สุด)
ซาราเยโว
43°52′N 18°25′E / 43.867°N 18.417°E / 43.867; 18.417
ภาษาราชการ ภาษาบอสเนีย ภาษาเซอร์เบีย และภาษาโครเอเชีย
การปกครอง สมาพันธรัฐ
•  ประธานคณะประธานาธิบดี เซลีโก กอมชิช
•  สมาชิกประธานาธิบดี เซลีโก กอมชิช
เชฟิก จาเฟโรวิช
มิโลรัด โดดิก
•  นายกรัฐมนตรี เดนิส ซวิสดิซ
ประวัติศาสตร์บอสเนีย ก่อตั้งในปี 753 
•  ราชอาณาจักรบอสเนีย 753 
•  สมัย ออตโตมันยึดครอง 1463 
•  ดินแดนใต้การปกครองร่วมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1878 
•  ราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย 1918 
•  สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย 1943 
•  สาธารณรัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา/ สงครามบอสเนีย 1992 
•  สหพันธ์รัฐบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 1995 
•  ข้อตกลงเดย์ตัน ก่อตั้งสมาพันธรัฐ(ในทางพฤตินัย) 1995 
พื้นที่
•  รวม 51,129 ตร.กม. (125)
19,741 ตร.ไมล์ 
•  แหล่งน้ำ (%) น้อยมาก
ประชากร
•  2556 (ประเมิน) 3,511,372 2 (112)
•  2534 (สำมะโน) 4,354,911 
•  ความหนาแน่น 69 คน/ตร.กม. (90)
205 คน/ตร.ไมล์
จีดีพี (อำนาจซื้อ) 2562 (ประมาณ)
•  รวม $ 50.045 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 14,219 
จีดีพี (ราคาตลาด) 2562 (ประมาณ)
•  รวม $ 20.720 พันล้าน 
•  ต่อหัว $ 5,917 
จีนี (2554) 33.8[1] 
HDI (2560) Increase 0.768 (สูง) (77th)
สกุลเงิน คอนเวร์ทีบิลนามาร์คา (BAM)
เขตเวลา CEST (UTC+1)
 •  ฤดูร้อน (DST) CEST (UTC+1)
โดเมนบนสุด .ba
รหัสโทรศัพท์ 387
Map Bih entities.png

บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (อังกฤษ: Bosnia and Herzegovina; บอสเนีย: Bosna i Hercegovina) บางครั้งย่อเป็น Bosnia, BiH, БиХ เป็นประเทศบอลข่านตะวันตกที่มีภูเขามาก เมืองหลวงชื่อซาราเยโว เดิมเป็นหนึ่งในหกสาธารณรัฐของอดีตยูโกสลาเวีย ได้รับเอกราชในสงครามยูโกสลาเวียในช่วงทศวรรษ 1990 และเนื่องจากข้อตกลงเดย์ตัน จึงเป็นรัฐในอารักขาของชุมชนนานาชาติ ปกครองโดยตัวแทนระดับสูงที่เลือกโดยคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ

การเมือง[แก้]

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

ตามข้อตกลงเดย์ตัน ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาแบ่งเขตการบริหารหลักออกเป็น

  1. รัฐอูนา-ซานา
  2. รัฐพอซาวีนา
  3. รัฐทุซลา
  4. รัฐเซนีตซา-ดอบอย
  5. รัฐบอสเนียนพอดรินเย
  6. รัฐเซนทรัลบอสเนีย
  7. รัฐเฮอร์เซโกวีนา-เนเรตวา
  8. รัฐเวสต์เฮอร์เซโกวีนา
  9. รัฐซาราเยโว
  10. รัฐเวสต์บอสเนีย
  1. เขตบันยาลูคา
  2. เขตดอบอย
  3. เขตบีเยลยีนา
  4. เขตวลาเซนีตซา
  5. เขตซาราเยโว-รอมานียา
  6. เขตฟอตชา
  7. เขตเทรบินเย
  • เขตเบิตช์โค เป็นหน่วยบริหารที่ปกครองตนเองภายใต้อำนาจอธิปไตยของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เป็นส่วนหนึ่งของทั้งสหพันธรัฐบอสเนียฯ และสาธารณรัฐเซิร์ปสกา

กองทัพ[แก้]

บอสเนียมีทหารกองประจำการประมาณ 14,000 นาย โดยบอสเนียวางกำลังทหารอยู่ตามแนวป่าและชายแดนประเทศ เพื่อป้องกันประเทศของตน บอสเนียจัดกลุ่มทหารตามป่าอยู่ประมาณ 3.000-4.000 คน ส่วนชายแดนมีประมาณ 5.000-10.000 คน รถถังส่วนใหญ่ใช้รุ่น T-55 จำนวน 155 คัน และ M-60A3 จำนวน 45 รวมถึงยานเกราะลำเลียงพล M-113 ที่ได้รับการสนับสนุนจากสหรัฐ รถเกราะติดปืนกล55.ม.ม. ถึงบอสเนียจะมีกำลังทหารน้อย แต่ก็แข็งแกร่งมาก

ภูมิศาสตร์[แก้]

ประวัติศาสตร์[แก้]

ยูโกสลาเวียเดิมประกอบด้วย 6 สาธารณรัฐ กล่าวคือ สาธารณรัฐสโลวีเนีย โครเอเทีย เซอร์เบีย บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา มอนเตนิโกร และมาซิโดเนีย รวมทั้งคอซอวอและวอยวอดีนา ซึ่งเป็นจังหวัดปกครองตนเอง

ราชอาณาจักรบอสเนีย[แก้]

ราชอาณาจักรบอสเนีย ก่อตั้งราวปี 753 โดยชาวบอสเนีย ซึ่งนับถือศาสนาคริสต์นิกายบอสเนียนออร์ทอดอกซ์ และเข้าเป็นสมาชิกของจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ จนถึงปี 1463 ชาวบอสเนียเริ่มหันเข้ารับอิสลาม และรวมชาติเข้ากับ จักรวรรดิออตโตมัน ทำให้จักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์หมดสิทธิปกครองบอสเนียต่อไป

ราชอาณาจักรบอสเนีย

สมัยออตโตมัน(1463-1887)[แก้]

จักรวรรดิออตโตมันได้รวมบอสเนียเป็นแคว้นของจักรวรรดิบอสเนีย คล้ายกับจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์หรือจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เช่นเดียวกับเซอร์เบีย และดินแดนอื่นๆใกล้เคียง

ปฏิวัติบอสเนียใหญ่และความพยายามประกาศเอกราชจากออตโตมัน[แก้]

ในปี1831 ดินแดนเอยาเลต์แห่งบอสเนียซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการปกครองของออตโตมันได้ก่อการกำเริบที่เรียกว่าGreat Bosnian Uprising ภายใต้การนำของHusein Gradaščević หรือฉายานาม มังกรแห่งบอสเนีย(Zmaj od Bosne) การต่อสู้ดุเดือด ในปี1833 ออตโตมันก็สามารถยึดซาราเยโวกลับมาได้ แต่ก็ต้องเสียการควบคุมประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ที่มีการก่อจลาจลและการปฏิวัติเพื่อเอกราชมากมาย ตามเมือง ตามป่าตามเขา ในหลายจุดทั่วดินแดน กระตุ้นชาตินิยมที่ไม่เฉพาะบอสเนียแต่รวม เซอร์เบีย บัลกาเรีย มอนเตเนโกร และ โรมาเนีย การต่อสู้ทำให้เกิดเหตุที่เรียกว่า การกำเริบในเฮอร์เซโกวีนา(Herzegovina uprising)ในปี1852-1862 และ ในปี1875-1877 และกลายมาเป็น ส่วนหนึ่งของเหตุการณ์ที่เรียกว่า Great Eastern Crisisหรือวิกฤตตะวันออกครั้งใหญ่ ที่ออตโตมันยอมถอยออกจากบอสเนีย

วิกฤตตะวันออกครั้งใหญ่ระหว่างฝ่ายสันนิบาตบอลข่านกับออตโตมัน

ดินแดนปกครองร่วมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา(1887-1918)[แก้]

เพิ่มเติมในดินแดนใต้การปกครองร่วมบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา

ราชวงศ์ฮับสบูร์ก ได้ประชุมร่วมกับ กลุ่มมุขมนตรีบอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา หลังในปี1878 ออสเตรียมีบทบาทมากในการช่วยบอสเนียต่อสู้กับออตโตมัน คณะรัฐบาลจึงเชิญ จักรพรรดิแแห่งออสเตรียขึ้นเป็นประมุขของประเทศ และ ได้ผนวกดินแดนรวมกับจักรวรรดิออสเตรีย-ฮังการี เป็นประเทศองค์ประกอบ เหมือนกับ ราชอาณาจักรโบเฮเมีย หรือ ราชอาณาจักรโมราเวีย. ราชอาณาจักรบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาของราชวงศ์ฮับสบูร์กสิ้นสุดลงหลังการพ่ายแพ้สงครามโลกครั้งที่1

ตึกแถวในซาราเยโว ในยุคที่ราชวงศ์ฮับสบูร์กปกครอง

ราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย(1918-1943)[แก้]

เพิ่มเติมในราชอาณาจักรยูโกสลาเวีย

ราชอาณาจักรยูโกสลาเวียก่อตั้งขึ้นโดยการรวมตัวของรัฐแห่งชาวสโลวีน โครแอต และเซิร์บที่เพิ่งก่อตั้งขึ้นและราชอาณาจักรเซอร์เบียที่เป็นราชอาณาจักรอิสระ ราชอาณาจักรมอนเตเนโกรตกไปอยู่ภายใต้การปกครองของเซอร์เบียก่อนหน้านั้นแล้ว ราชอาณาจักรยูโกสลาเวียล้มสลายเมื่อ กองทัพนาซีเยอรมันบุกยูโกสลาเวีย

สหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย(1943-1992)[แก้]

เพิ่มเติมในสหพันธ์สาธารณรัฐสังคมนิยมยูโกสลาเวีย

ในป1943 พรรคคอมมิวนิสต์ยูโกสลาเวียก็สามารถปลดปล่อยยุโกสลาเวียได้ ภายใต้การนำของ ยอซีป บรอซ ตีโต ในปี1991 มาซิโดเนีย โครเอเชียและสโลเวเนีย แยกประเทศ และในปี1992 เมื่อบอสเนียและเซอร์เบียแตกคอและทำสงครามกัน เนื่องจากบอสเนียไม่พอใจที่เซอร์เบียรุกรานโครเอเชีย ทำให้ยุโกสลาเวียล้มสลาย และเกิดสงครามยูโกสลาเวีย

สงครามกลางเมืองบอสเนีย(1992-1995)[แก้]

รัฐสภาของอดีตยูโกสลาเวียถูกกองกำลังเซอร์เบียถล่ม

เพิ่มเติมในสงครามบอสเนีย

สงครามบอสเนีย หรือ สงครามกลางเมืองบอสเนีย เป็นสงครามความขัดแย้งชาติพันธุ์ระหว่างชาวโครแอต ชาวเซิร์บ และชาวบอสเนียซึ่งเป็นชาวมุสลิม สงครามปะทุในวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 1992 เมื่อชาวเซิร์บได้ก่อจลาจลเพื่อแยกตัวเป็นอิสระ ในขณะเดียวกันชาวโครแอตก็แยกดินแดนเป็นอิสระเช่นเดียวกัน ในช่วงสัปดาห์เดียวบอสเนียเกือบทั้งประเทศกลายเป็นทะเลเพลิง สงครามขยายวงกว้างไม่เว้นแต่กรุงซาราเยโว เมืองหลวงของบอสเนีย

เศรษฐกิจ[แก้]

BBI Center ห้างสรรพสินค้าและศูนย์กลางของธนาคารBBI

เศรษฐกิจส่วนใหญ่ของประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา ฟื้นตัวจากสงครามต้นศตวรรษที่21 ช่วงราวปี 2000-2005 มีการประกาศสกุลเงิน คอนเวร์ทีบิลนามาร์คา แทน เงิน ดีนาร์ โดยสกุลเงินแปลงค่ามาจาก เงินมาร์คเยอรมัน ภายหลังเยอรมันประกาศใช้เงินยูโร ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนาเป็นแหล่งอุตสหกรรรมเดิมของอดีตยูโกสลาเวีย มีโรงงานเหล็กกล้า เขือน โรงงานผลิตไฟฟ้า โรงงานผลิตเครื่องบิน ยานเกราะ อาวุธยุทโธปกรณ์ โรงงานผลิตรถยนต์ อลูมีเนียม เฟอร์นิเจอร์ และแหล่งน้ำมันดิบ

ในด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว การพานิชย์ และ การลงทุนด้านโทรคมนาคมบอสเนียก็เติบโตเร็ว บริษัทBH Telecom กลายเป็นผู้ให้บริการรายใหญ่ที่สุดในประเทศ และ มีรัฐบาลเป็นเจ้าของกิจการ โดยส่วนใหญ่ กิจการของบริษัทในภาคอุตสาหกรรม มักจะมีรัฐบาลถือหุ้น หรือ ถือครองในตัวเลขที่สูงกว่า 50-60% หรือ อาจจะเป็นเจ้าของ เช่น บริษัทน้ำมันบอสเนียEnergopetrol,,สายการบินB&H Airlines เป็นต้น สัดส่วนที่รัฐบาลถือครองกำไรของบริษัทเหล่านั้น ทำให้รัฐบาลบอสเนียมีงบประมาณมากพอที่จะฟื้นฟูและบริหารดูแลประเทศ จนทำให้เศรษฐกิจบอสเนียเติบโต อัตราว่างงานลดลงในช่วงทศวรรษที่2010 และ สหภาพยุโรปประกาศให้ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา เป็นผู้สมัครสมาชิกสหภาพยุโรปที่มีศักยภาพ แค่เฉพาะบริษัทเหล็กกล้า Aluminij Mostar ก็สร้างกำไรให้รัฐบาลกลางบอสเนียไปแล้ว 40 ล้านยูโรต่อปี กรุงซาราเยโวเมืองหลวงของประเทศ ยังเป็นที่ตั้งของบริษัทพานิชย์ อย่าง BBI Centar ที่ใหญ่ที่สุดและเป็นศูนย์กลางของคาบสมุทรบอลข่าน โดย BBI Centar เป็นห้างสรรพสินค้าชั้นนำของคาบสมุทรบอลข่านซึ่งมีเจ้าของคือธนาคาร BBI : Bosna Bank International ธนาคารฮาลาลแห่งแรกของทวีปยุโรป นอกจากนี้ยังมีบริษัทข่าวสารชั้นนำอย่าง al-jazeera Balkans,Federalna และ Oslobođenje ตั้งสำนักงานใหญ่ในซาราเยโว

ในด้านเกษตรกรรม ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนามีการผลิต ผลิตภัณฑ์ด้านอาหารมากมายตั้งแต่ ข้าวสาลี ผลไม้ นมวัว เนื้อวัว ปลา อาหารทะเล และอื่นๆ บอสเนียเป็นแหล่งแปรรูปอาหารชั้นดีในบอลข่านตะวันตก ที่ซึ่งแม้แต่ประเทศสมาชิกสหภาพยุโรปอย่าง โครเอเชียยังต้องใช้บริการ

ในด้านแหล่งน้ำมันและก๊าซธรรมชาติ บอสเนียเป็นแหล่งน้ำมันดิบบนดินที่ใหญ่ที่สุดในทวีปยุโรป บนทุ่งน้ำมันที่เรียกว่า ทุ่งน้ำมันซามัช(Šamac oil field) ซึ่งค้นพบในปี 2004 โดยบริษัทน้ำมันรัฐบาล Energopetrol นอกจากนี้ยังเปิดให้บริษัทร่วมรัฐบาลเอกชน Nestro Petrol เข้ามาขุดเจาะน้ำมันในเขตดังกล่าว ประมาณการณ์ว่า แหล่งน้ำมันซามัช มีน้ำมันอยู่ราว 3.6พันล้านบาร์เรล นอกจากนี้บอสเนียยังมีทุ่งน้ำมันอีกแห่งคือทุ่งน้ำมันตุชล่า(Tuzla oil field)ประมาณการณ์ว่ามีน้ำมันดิบราว 300ล้านบาร์เรล อย่างไรก็ตามทุ่งน้ำมันดังกล่าวถูกผูกขาดโดย Energopetrol อย่างเดียว และยังไม่ได้มีการขุดเจาะแต่อย่างใด รัฐบาลบอสเนียมีแผนให้แหล่งน้ำมันตุชล่า อยู่ในการศึกษาต่อไป เนื่องจากเป็นแหล่งที่ค้นพบใหม่

ในด้านการผลิตทางทหาร บอสเนีย มีบริษัทรัฐและเอกชนผลิตอาวุธ ตั้งแต่กระสุนปืน ยานเกราะ รถถังM-84 และ ปืนใหญ่ รวมถึงอาวุธและนวัตกรรมอื่นๆ โดยมีบริษัททั้งหมดดังนี้คือ "Zrak" d. d. Sarajevo PD "Igman" Konjic,Ginex d.d. Goražde,"Orao" AD Bijeljina,UNIS Promex Sarajevo,BNT Travnik,"Binas" d. d. Bugojno,Fabrika specijalnih vozila,TRZ HadžićiและVitezit

สำหรับการพลังงานไฟฟ้าของบอสเนีย ทั้งหมดของประเทศ พึ่งพาไฟฟ้าของตนเองได้ และมีการขายพลังงานไฟฟ้าให้เพื่อนบ้านอย่าง มอนเตเนโกร โครเอเชีย เป็นต้น บริษัทไฟฟ้าชั้นนำของบอสเนียคือ Elektroprivreda BiH โดยการถือครองของรัฐบาล100% และ Energoinvest บริษัทร่วมเอกชน-รัฐของบอสเนีย ผลิตและแจกจ่ายกระแส่ไฟฟ้าให้ประชาชนบอสเนีย โดยแหล่งผลิตไฟฟ้าของบอสเนียส่วนใหญ่เดิมมาจากเขือนผลิตกระแส่ไฟฟ้าในแม่น้ำเนเรตวาทางตอนกลางของเฮอร์เซโกวีนา แต่ภายหลังมีแผนการพัฒนาโรงไฟฟ้าถ่านหิน และ โรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในเมืองตุชล่า ทางตอนเหนือของประเทศ โดยNEK เป็นผู้บริหารดูแลจัดการในการพัฒนาพลังงานนิวเคลียร์ ซึ่งในประเทศบอสเนียมีการค้นพบยูเรเนียมที่มีสมรรถนะต่ำสำหรับโรงไฟฟ้านิวเคลียร์พลังงานแบบฟิชชั่น แม้จะมีการคัดค้าน

นอกจากนี้บอสเนียยังเป็นแหล่งที่ตั้งของธนาคารและสินเชื่อมากมาย เช่น Addiko Bank, Bosna Bank International(BBI),Nova banka,Union Banka,MF banka เป็นต้น และรัฐบาลบอสเนียวางแผนจะสร้างประเทศตนเองให้เป็นประเทศที่มีความสำคัญด้านโลจิสติกส์ของอนุภูมิภาคยุโรปกลาง ผ่านโครงการ Corridor Vc ซึ่งกำลังดำเนินการณ์อยู่ ในการสร้างถนนทางหลวง ทางรถไฟ และ ท่าเรือ เพื่อเป็นสถานทีรองรับการนำเข้าและส่งออกให้แก่ยุโรปกลางและบอลข่าน แทนการพึ่งพาเยอรมัน หรือ ตุรกี โดยโครงการได้รับการสนับสนุนไม่ว่าจะเป็นโปแลนด์ เช็ก สโลวาเกีย สโลเวเนีย โครเอเชีย ฮังการี โรมาเนีย บัลกาเรีย เป็นต้น ซึ่งทำให้บอสเนียกลายเป็นประเทศที่ดึงดูดการลงทุนจากนักลงทุนต่างชาติ แม้ว่าภายในประเทศยังค่อนข้างที่จะมีการผูกขาดเศรษฐกิจโดยภาครัฐมากกว่าเอกชนก็ตาม

แหล่งส่งออกบอสเนีย ; เยอรมัน 14.7% , โครเอเชีย 11.8%, อิตาลี11.1%, เซอร์เบีย 10% ,สโลเวเนีย 9%,ออสเตรีย 8.3% ขณะที่การนำเข้าของบอสเนีย ; เยอรมัน 11.6%, อิตาลี11.3%,จีน 6.5%,รัสเซีย 4.7%,ตุรกี 4.2%

อัตราเงินเฟ้อบอสเนียอยู่ที่ 1.369% ประชากรที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนมีต่ำกว่า 15% ของประชากรทั้งหมด GDP ต่อหัวอยู่ที่ 5,754 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 175,000บาท ซึ่งถือเป็นมูลค่าที่สูง และ เศรษฐกิจบอสเนียก็ถูกจัดอันดับให้ประเทศกำลังพัฒนาที่มีเศรษฐกิจค่อนบน ที่สามารถเป็นประเทศพัฒนาแล้วได้ในอนาคต นอกจากนี้ในทศวรรษที่2020 บอสเนียมีแผนที่จะเข้าร่วม สหภาพยุโรป หรือ สมาคมการค้าเสรียุโรป ขึ้นอยู่กับนโยบายของรัฐบาล


ประชากร[แก้]

ประเทศบอสเนียมีประชากรประมาณ 3790000 คน โดยแบ่งเป็น ชาวบอสเนีย 50.11% ชาวเซิร์บ 30.78% ชาวโครแอต 15.43%[ต้องการอ้างอิง]

ศาสนา[แก้]

ประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนานอกจากมีความหลากหลายทางเชื้อชาติ แล้ว ยังมีความหลากหลายทางศาสนา โดยเมืองหลวงของประเทศ ซาราเยโว ถูกตั้งฉายาว่า เยรูซาเลมแห่งยุโรป หรือ เยรูซาเลมแห่งโลกตะวันตก

ศาสนาในประเทศบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา (2013)
ศาสนา เปอร์เซ็น
อิสลาม
  
51%
ออร์โทด็อกซ์
  
31%
โรมันคาทอลิก
  
15%
อื่นๆ
  
3%

อ้างอิง[แก้]

  1. "Bosnia and Herzegovina". World Bank.
  2. "Bosnia and Herzegovina: largest cities and towns and statistics of their population". World Gazetteer.