รัฐสภายุโรป

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
รัฐสภายุโรป
รัฐสภายุโรปที่แปด
Coat of arms or logo.
ประเภท
ประเภทระบบสภาเดียว
ผู้บริหาร
ประธานอันโทนิโอ ทาญานี (กลุ่มพรรคเพื่อประชาชนยุโรป)
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
รองประธาน
ตั้งแต่ 17 มกราคม พ.ศ. 2555
หัวหน้ากลุ่มการเมือง
ใหญ่สุด
มันเฟรด เวเบอร์ (กลุ่มพรรคเพื่อประชาชนยุโรป)
ตั้งแต่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2557
หัวหน้ากลุ่มการเมือง
ใหญ่สุดอันดับสอง
Udo Bullmann (พันธมิตรก้าวหน้าแห่งสังคมนิยมและประชาธิปไตย)
ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2557
โครงสร้าง
สมาชิก751 คน
European Parliament as of June 2015.svg
กลุ่มการเมืองฝ่ายเสียงข้างมาก (477)

     EPP (217)
     S&D (190)
     ALDE (70)
ฝ่ายค้านและไม่อยู่ในกลุ่มใด (273)      ECR (74)
     EUL-NGL (52)
     Greens – EFA (50)
     EFDF (45)[1]
     ENF (38)

     ไม่อยู่ในกลุ่มใด (14)[2]
คณะกรรมาธิการ
การเลือกตั้ง
ระบบบัญชีรายชื่อ, ถ่ายโอนคะแนนเสียงและระบบเสียงส่วนใหญ่[3]
การเลือกตั้งล่าสุด22-25 พฤษภาคม พ.ศ. 2557
ที่ประชุม
European Parliament, Plenar hall.jpg
ที่ 1: อาคารหลุยส์ไวส์: สทราซบูร์, ประเทศฝรั่งเศส (ในรูป)
ที่ 2: เอสปาซลีโอโพลด์: บรัสเซลส์, ประเทศเบลเยียม
สำนักเลขาธิการ: ลักเซมเบิร์ก และบรัสเซลส์
เว็บไซต์
europarl.europa.eu

รัฐสภายุโรป (อังกฤษ: European Parliament, ย่อ: EP) เป็นสถาบันรัฐสภาแห่งเดียวของสหภาพยุโรปซึ่งสมาชิกมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพลเมืองอียูอายุ 18 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป รัฐสภาฯ ร่วมกับคณะมนตรีแห่งสหภาพยุโรปเป็นผู้ใช้อำนาจนิติบัญญัติของอียู รัฐสภาประกอบด้วยสมาชิก 751 คน ซึ่งจะปรับเป็น 705 คนเริ่มตั้งแต่สภานิติบัญญัติสมัยปี 2562–2567 (เนื่องจากบทบัญญัติจำเพาะที่มีมติเห็นชอบเกี่ยวกับเบร็กซิต) รัฐสภายุโรปเป็นผู้แทนของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยกลุ่มใหญ่ที่สุดเป็นอันดับสองในโลก (รองจากรัฐสภาอินเดีย) และกลุ่มผู้มีสิทธฺเลือกตั้งในระบอบประชาธิปไตยข้ามชาติใหญ่สุดในโลก (ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 375 ล้านคนในปี 2552)[4][5][6]

สมาชิกรัฐสภายุโรปมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของพลเมืองยุโรป (ผู้ถือสัญชาติของรัฐสมาชิกอียูมีสัญชาติของรัฐตน ผลทำให้มีสัญชาติอียูด้วย) ทุก 5 ปี และทุกคนมีสิทธิออกเสียงโดยดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2522 อย่างไรก็ตาม อัตราผู้ออกมาใช้สิทธิ์เลือกตั้งน้อยลงเรื่อย ๆ ทุกปีนับแต่นั้น จนเหลือน้อยกว่าร้อยละ 50 ตั้งแต่ปี 2542 โดยในปี 2557 มีผู้ออกเสียงเลือกตั้งยุโรปใช้สิทธิเลือกตั้ง 42.54%[7]

แม้รัฐสภายุโรปและคณะมนตรีมีอำนาจนิติบัญญัติ แต่รัฐสภายุโรปไม่มีอำนาจริเริ่มออกกฎหมายอย่างเป็นทางการ (ซึ่งเป็นอำนาจพิเศษของคณะกรรมาธิการยุโรป) อย่างรัฐสภาแห่งชาติของรัฐสมาชิกสหภาพยุโรปส่วนมาก รัฐสภาเป็น "สถาบันแรก" ของอียู (มีการกล่าวถึงเป็นลำดับแรกในสนธิสัญญา มีลำดับก่อนในทางพิธีการเหนืออำนาจทั้งปวงในระดับทวีปยุโรป) และมีอำนาจนิติบัญญัติและผ่านงบประมาณเท่ากับคณะมนตรี (ยกเว้นบางหมวดที่ใช้วิธีดำเนินการพิเศษทางนิติบัญญัติ) และมีการควบคุมงบประมาณอียูเท่ากัน สุดท้ายคณะกรรมาธิการ ฝ่ายบริหารของอียู (เป็นผู้ใช้อำนาจบริหาร แต่มีอำนาจริเริ่มออกกฎหมาย) ขึ้นตรงต่อรัฐสภา โดยเฉพาะคือ รัฐสภาเลือกตั้งประธานคณะกรรมาธิการ และให้การรับรองหรือปฏิเสธการแต่งตั้งคณะกรรมาธิการทั้งคณะ ทั้งยังสามารถบังคับให้คณะกรรมธิการทั้งคณะออกจากตำแหน่งได้ด้วยการมีมติเห็นชอบญัตติไม่ไว้วางใจ

ปัจจุบัน ประธานรัฐสภายุโรปคือ Antonio Tajani (พรรคสังคมประชาธิปไตย) ได้รับการเลือกตั้งขึ้นมาในเดือนมกราคม 2557 ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุมหลายพรรค โดยมีกลุ่มที่ใหญ่ที่สุดสองกลุ่มคือกลุ่มพรรคเพื่อประชาชนยุโรป (EPP) และพันธมิตรก้าวหน้าแห่งนักสังคมนิยมและนักประชาธิปไตย (S&D) การเลือกตั้งครั้งล่าสุดคือการเลือกตั้งรัฐสภายุโรป พ.ศ. 2557

รัฐสภายุโรปมีที่ทำการสามแห่งคือที่ประชุมใหญ่แห่งสภาในกรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม และสทราซบูร์ ประเทศฝรั่งเศส นครลักเซมเบิร์กเป็นที่ตั้งของสำนักงานบริหาร ("สำนักเลขาธิการ") การประชุมเต็มสภามีขึ้นในสทราซบูร์และบรัสเซลส์ การประชุมคณะกรรมการจัดในบรัสเซลส์[8][9]

อ้างอิง[แก้]

  1. ดูการย้ายพรรค|www.efdgroup.eu/members.html|accessdate=23/03/2013
  2. url=http://www.europarl.europa.eu/meps/fr/performsearch.html?search=true&politicalGroup=2970%7Caccessdate=19/01/2013
  3. มีเขตเลือกตั้งหนึ่งในเบลเยียมที่ใช้ระบบเสียงส่วนใหญ่เพื่อเลือกสมาชิกสภายุโรป 1 คน
  4. Brand, Constant and Wielaard, Robert (8 June 2009). "Conservatives Post Gains In European Elections". The Washington Post. Associated Press. สืบค้นเมื่อ 17 August 2010.
  5. Ian Traynor (7 June 2009). "Misery for social democrats as voters take a turn to the right". The Guardian. UK. สืบค้นเมื่อ 17 August 2010.
  6. "18 new MEPs take their seats". European Parliament. 10 January 2012. สืบค้นเมื่อ 14 February 2012.
  7. "Turnout at the European elections (1979-2009)". European Parliament. สืบค้นเมื่อ 31 May 2012.
  8. "European Parliament". Europa. 2010-04-19. สืบค้นเมื่อ 2012-12-08.
  9. "Consolidated versions of the treaty on European Union and of the treaty establishing the European Community" (PDF). Eur-lex. สืบค้นเมื่อ 12 June 2007.