จอห์น ซีนา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
จอห์น ซีนา
John Cena May 2016.jpg
เกิด จอห์น เฟลิกซ์ แอนโธนี ซีนา จูเนียร์
23 เมษายน ค.ศ. 1977 (40 ปี)
West Newbury, Massachusetts, United States
ถิ่นพำนัก Tampa, Florida, United States[1]
จบจาก Springfield College
อาชีพ นักมวยปล้ำอาชีพ, นักแสดง, นักร้องฮิปฮอป
ปีปฏิบัติงาน 1999–ปัจจุบัน (นักมวยปล้ำ)
2000–ปัจจุบัน (นักแสดง)
2004–2005, 2014 (แร็ปเปอร์)
2016–ปัจจุบัน (พิธีกรเรียลิตีทีวีโชว์)
คู่สมรส Elizabeth Huberdeau (2009–2012) «start: (2009)แม่แบบ:End-date»"Marriage: Elizabeth Huberdeau to จอห์น ซีนา" Location:แม่แบบ:Placename/adr (linkback://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%88%E0%B8%AD%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%99_%E0%B8%8B%E0%B8%B5%E0%B8%99%E0%B8%B2)
คู่รัก Nikki Bella (2012–ปัจจุบัน)
ครอบครัว Tony Lupien (ปู่)
Tha Trademarc (ญาติ)
จอห์น ซีนา
ข้อมูล
ฉายา จอห์น ซีนา (John Cena)[2]
ฮวน ซีนา (Juan Cena)
เดอะโปรโตไทป์ (The Prototype)[3][4]
ความสูง 6 ft 1 in (1.85 เมตร)[5]
น้ำหนัก 251 ปอนด์ (114 กก.)[5]
มาจาก "Classified" (UPW)[6]
West Newbury, Massachusetts (WWE)[5]
ฝึกหัดโดย Dave Finlay
Ohio Valley Wrestling[7]
Ultimate Pro Wrestling[6]
เปิดตัว 5 พฤศจิกายน 1999[8]

จอห์น เฟลิกซ์ แอนโธนี ซีนา จูเนียร์ (John Felix Anthony Cena)[9] เกิดวันที่ 23 เมษายน ค.ศ. 1977[10] ที่ เวสต์ นิวเบอร์รี, รัฐแมสซาชูเซตส์ นักมวยปล้ำอาชีพ, นักแสดง, นักร้อง และฮิปฮอป ชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญากับWWE ในชื่อ จอห์น ซีนา (John Cena)[11] เป็นแชมป์โลก 16 สมัย (แชมป์ WWE 13สมัย และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3สมัย)[12] แชมป์ยูเอส 5สมัย, แชมป์แท็กทีม WWE 4สมัย ผู้ชนะรอยัลรัมเบิล ประจำปี 2008 และ 2013

ประวัติในวงการมวยปล้ำอาชีพ[แก้]

ก่อนเข้าวงการมวยปล้ำ[แก้]

หลังจบการศึกษาจากสถาบัน คุชชิง อคาเดมี ได้ศึกษาต่อที่สปิงค์ฟิวด์ คอลเลต ที่สปิงค์ฟิวด์,แมตซาซูเซตท์[13] และยังเป็นนักอเมริกันฟุตบอลในดิวิชั่น 3 สวมเสื้อเบอร์ 54[14][15] และจบการศึกษาในปี 1998 หลังจากเรียนจบเขาได้ทำงานเป็นนักเพาะกาย[16] และพนักงานขับรถลีมูซีน[17]

ในอาชีพมวยปล้ำ[แก้]

ซีนาได้ฝึกฝนในสมาคม Ultimate University โดยใช้ชื่อในการปล้ำว่า เดอะ โปรโตไทพ์ หรือ มิสเตอร์พี[6] และได้แชมป์เฮฟวี่เวท ในเดือนเมษายน 2000 และได้แชมป์แทคทีมคู่กับ ริโก คอนสแตนติโน 2 สมัย[18] และในปี 2001 ซีนาได้เซ็นสัญญากับ WWF (ภายหลังเปลี่ยนเป็น WWE ในปี 2002–ปัจจุบัน) ในสไตล์เด็กแร็พและในปัจจุบันในสไตล์ทหาร

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์/ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2002–ปัจจุบัน)[แก้]

ช่วงแรกเริ่ม[แก้]

เป็นแชมป์ยูเอส ในปี 2004

ซีนาได้เปิดตัวครั้งแรกในสแมคดาวน์ วันที่ 27 มิถุนายน 2002 และเปิดศึกกับเคิร์ต แองเกิล[19] ซึ่งแองเกิลได้ขึ้นมาบนเวทีและท้านักมวยปล้ำคนไหนก็ได้ให้ออกมาสู้กับเขาและเป็นซีนาที่ออกมารับคำท้า และแมตช์นั้นเองคือแมตช์แรกของเขาใน WWE สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายแพ้ให้กับแองเกิล[20] จากนั้นมา ซีนาก็กลายเป็นขวัญใจของแฟนๆมวยปล้ำ พร้อมทั้งหันไปเปิดศึกกับคริส เจอริโค และเอาชนะเจอริโคในเวนเจินส์ (2002) มาได้อีกด้วย ในเดือนตุลาคม ซีนาได้จับคู่กับบิลลี คิดแมน ร่วมปล้ำในทัวร์นาเมนต์หาแชมป์แทคทีม WWE แต่ก็แพ้ตกรอบแรกไป ทำให้ซีนาโมโหทำร้ายคิดแมน และกลายเป็นฝ่ายอธรรม[21]

ในแบคแลช 2003 ซีนาได้มีโอกาสชิงแชมป์ WWE กับบร็อก เลสเนอร์[22][23][24] ตอนนี้เองที่ซีนาได้คิดท่าไม้ตาย F-U (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น Attiude Adjustment) ซึ่งล้อเลียนท่าไม้ตาย F-5 ของ บร็อก เลสเนอร์ สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ จากนั้นซีนาก็ไปเปิดศึกกับดิอันเดอร์เทเกอร์ และเป็นฝ่ายแพ้ไปในเวนเจินส์ (2003)[25] เมื่อถึงท้ายปี ซีนาก็หันกลับมาเป็นฝ่ายธรรมะอีกครั้ง และได้ร่วมทีมกับเคิร์ต แองเกิล เอาชนะทีมของบร็อก เลสเนอร์ ไปได้ ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ 2003[26][27] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ซีนาได้คว้าแชมป์ยูเอสจากบิ๊กโชว์ และเป็นแชมป์เส้นแรกของเขาในสมาคม WWE[28] หลังจากนั้นก็ทำให้ซีนาเป็นขวัญใจของแฟนๆ มวยปล้ำทั่วประเทศและเขาไปดัดแปลงลักษณะของเข็มขัดให้สามารถหมุนได้เป็นที่นิยมของเด็กๆ และวัยรุ่นเป็นอย่างมาก[29][30]

การครองแชมป์โลก[แก้]

จากนั้นซีนาก็พัฒนาฝีมือการปล้ำได้เยอะเลยทีเดียวจนในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 ซีนาได้คว้าแชมป์ WWE ครั้งแรกจาก เจบีแอล[31] และเมื่อซีนาได้ครองเข็มขัดแชมป์ทั้งสองเส้นนั้น เขาไปดัดแปลงลักษณะของเข็มขัดให้สามารถหมุนได้ เป็นที่นิยมของเด็กๆ และวัยรุ่นเป็นอย่างมาก ซึ่งดัดแปลงเหมือนแชมป์ยูเอส อีกทั้งตัวเขายังเป็นขวัญใจสาวๆหลายๆคนอีกด้วย ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2005) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับเจบีแอล ในแมตช์การปล้ำ ไอควิต แมทช์ สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[32] หลังจากนั้น ซีนาเจ้าของแชมป์ WWE ก็ถูกดราฟท์ไปอยู่รอว์ โดยสลับกับแชมป์โลกเฮฟวี่เวท บาทิสตา ที่ถูกดราฟท์ไปอยู่สแมคดาวน์[33] โดยซีนาได้เปิดศึกกับ คริส เจอริโค เป็นคนแรกหลังจากย้ายมาอยู่รอว์ และซีนาก็เอาชนะเจอริโคมาได้หลายต่อหลายครั้ง[34] จนกระทั่งเจอริโคต้องห่างหายจากการปล้ำ จากนั้น เคิร์ต แองเกิล ก็มาขอท้าชิงแชมป์ WWE กับซีนา สุดท้ายซีนาก็เอาชนะแองเกิลได้เกือบทุกครั้ง

ซีนาในช่วงที่เปิดศึกกับเอดจ์

ในนิวเยียร์สเรโวลูชั่น (2006) ซีนาได้เสียแชมป์โลกเป็นครั้งแรกให้กับเอดจ์ เพราะหลังจากที่ ซีนาชนะทั้ง เคิร์ต แองเกิล, ชอว์น ไมเคิลส์, เคน, คริส มาสเตอส์ และคาร์ลีโต สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ ในแมตช์อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์ แต่เอดจ์ใช้แผนสกปรกโดยการใช้กระเป๋าเอกสารสิทธิ์มันนีอินเดอะแบงก์ชิงแชมป์กับซีนาในสภาพไม่พร้อมปล้ำ[35] ทำให้ซีนาแค้นมาก หลังจากนั้น ซีนาได้เปิดศึกกับเอดจ์ และขอท้าชิงแชมป์ WWE ในศึก รอยัลรัมเบิล (2006) สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะเอดจ์ และคว้าแชมป์ WWE สมัยที่ 2 มาครองได้สำเร็จ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับหนึ่งในสุดยอดนักมวยปล้ำของ WWE ทริปเปิล เอช เป็นครั้งแรก และซีนาก็เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[36][37] ในศึก อีซีดับเบิลยู วันไนท์สแตนด์ (2006) ซีนาเสียแชมป์ WWE ให้กับ ร็อบ แวน แดม เจ้าของกระเป๋าเอกสารสิทธิ์มันนีอินเดอะแบงก์ จากการที่เอดจ์ได้มาก่อกวนการปล้ำ ทำให้ซีนาเสียแชมป์ให้กับแวน แดม และก็ถูกเอดจ์ทิ้งลงแม่น้ำภายหลังจากที่เสียแชมป์ให้ และเข็มขัดก็ถูกเปลี่ยนรูปแบบไปเป็นตัว "R"[38] ในศึก อันฟอร์กิฟเว่น (2006) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ เอดจ์ ในการต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ ซีนาก็สามารถเอาชนะเอดจ์ได้อีกครั้งและคว้าแชมป์ WWE สมัยที่ 3 ได้สำเร็จ[39][40] และเปลี่ยนจากรูป "R" มาเป็น "W" ดังเดิม[41] และหลังจากนั้นซีนาก็สามารถชนะนักมวยปล้ำที่เก่งกาจได้หลายคนทั้ง ทริปเปิล เอช, ชอว์น ไมเคิลส์, เอดจ์, เคิร์ต แองเกิล, คริส เจอริโค, แรนดี ออร์ตัน, บิ๊กโชว์ ทำให้พูดได้ว่า ซีนากลายเป็นนักมวยปล้ำที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนี้อีกด้วย และท้ายที่สุดซีนาอาจจะกลายเป็นหนึ่งในตำนานของ WWE อย่างเช่น สตีฟ ออสติน, เดอะ ร็อก, ฮัลค์ โฮแกน, เบรต ฮาร์ต และดิอันเดอร์เทเกอร์

ซีนาได้เปิดศึกกับอูมากา นักมวยปล้ำที่ยังไม่เคยแพ้ใคร ในนิวเยียร์สเรโวลูชั่น (2007) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ อูมาก้า สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ และเป็นคนแรกที่ชนะอูมาก้า ในศึก รอยัลรัมเบิล (2007) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ อูมาก้า ในแมตช์การปล้ำ Last Man Standing Match สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[42][43] ต่อมา ซีนาจับคู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ เอาชนะ เรท-อาร์เคโอ (เอดจ์ และ แรนดี ออร์ตัน) และคว้าแชมป์โลกแทคทีมได้สำเร็จ ในศึก โนเวย์เอาท์ (2007) ซีนาต้องจับคู่กับ ชอว์น ไมเคิลส์ เจอกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ และบาทิสตา สุดท้ายซีนาและชอว์นก็เอาชนะไปได้สำเร็จ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ ชอว์น ไมเคิลส์ ผลสรุปคือสู้กันอย่างสูสีและเป็นซีนาที่ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[44] หลังจากนั้นซีนาก็ครองแชมป์ได้ยาวนานตั้งแต่ปี 2006-2007 ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2007) ซีนาก็ป้องกันแชมป์กับ แรนดี ออร์ตัน เอาไว้ได้สำเร็จ[45] ต่อมาออร์ตันได้ไปทำร้ายพ่อของซีนา ด้วยการเตะศีรษะ ทำให้ซีนาแค้นและโมโหออร์ตันมาก ต่อมาซีนาจึงอัดและเล่นงานออร์ตันอย่างหนักและให้พ่อของตนเอาคืนออร์ตัน โดยเตะกะโหลกศีรษะทำเอาออร์ตันเจ็บหนักมาก ต่อมาซีนาก็ต้องสละแชมป์ของตนและพักการปล้ำเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปเป็นเวลานานหลายเดือน[46]

ในรอยัลรัมเบิล (2008) ซีนาได้กลับมาร่วมในแมตช์การปล้ำ รอยัลรัมเบิล ครั้งนี้ ซึ่งเขาสามารถเอาชนะ ทริปเปิล เอช และ บาทิสตา ในรอบ 3 คนสุดท้าย โดยการจับเหวี่ยงจนหมด เขาเป็นผู้ชนะเลิศ รอยัลรัมเบิล ที่ขึ้นมาเป็นคนที่ 30 เช่นเดียวกับ ดิอันเดอร์เทเกอร์ ที่ขึ้นมาเป็นคนที่ 30 เมื่อปี 2007[47] ในศึก โนเวย์เอาท์ (2008) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE ล่วงหน้ากับ แรนดี ออร์ตัน เจ้าของตำแหน่ง[48] สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE กลับคืนมาได้[49] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 ซีนาได้ปล้ำชิงแชมป์ WWE 3 เส้ากับ แรนดี ออร์ตัน และทริปเปิล เอช[50] สุดท้ายซีนาก็ไม่สามารถนำแชมป์โลกกลับมาเป็นของตนได้[51] ต่อมาซีนาได้หันไปเปิดศึกกับ บาทิสตา เนื่องจากมีปัญหาเข้าใจผิดที่ซีนาจะใช้เก้าอี้ตีใส่เจบีแอล แต่เจบีแอลหลบได้ เลยพลาดไปถูกบาทิสตา ทำให้คู่นี้กลายเป็นคู่กรณีกันโดย 2 คนนี้ถูกให้จับคู่กันเพื่อไปชิงแชมป์แทกทีมกับเดอะเลกาซี (โคดี โรดส์ และเท็ด ดิบิอาซี) ซึ่งก็สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ[52] แต่เป็นเพราะคู่นี้เป็นคู่กรณีกัน จึงไม่มีความสามัคคี ทำให้อีก 1 อาทิตย์ต่อมา ต้องเสียแชมป์กลับคืนให้กับเดอะเลกาซี[53] ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2008) ซีนาได้แพ้ให้กับบาทิสตา จากการโดนท่า Batista Bomb ท่าไม้ตายของบาทิสตา แพ้ไปอย่างหมดรูป[54] ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปนานพอควรเลยทีเดียว[55][56] แต่ซีนาก็ได้กลับมาชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจาก คริส เจอริโค ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2008) และเอาชนะมาได้สำเร็จ[57] แต่เข็มขัดเส้นนี้ก็ยังไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงรูปแบบแต่อย่างใด ในศึก อาร์มาเกดดอน (2008) ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเจอริโค สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[58]

ในรอยัลรัมเบิล (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเจบีแอล สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ ในศึก โนเวย์เอาท์ (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ในกรงเหล็กมรณะ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แมทช์กับนักมวยปล้ำถึง 5 คน ได้แก่ เรย์ มิสเตริโอ, เคน, ไมค์ นอคซ์, คริส เจอริโค และโคฟี คิงส์ตัน ผลปรากฏว่าตอนเปิดตัวเอดจ์ได้วิ่งเข้ามาลอบทำร้ายโคฟี หลังจากเสียแชมป์ WWE ให้กับทริปเปิลเอชไปแล้ว ทำให้โคฟีหมดสิทธิ์ปล้ำ และเอดจ์ก็เข้าไปในกรงแทน และก็ใช้กลโกงสารพัดจนกระชากเข็มขัดแชมป์โลกไปจากซีนา[59] ซีนาแค้นมากที่ตนเสียแชมป์โลกให้เอดจ์ ตนจึงพยายามหาโอกาสชิงเข็มขัดคืนมาแต่ก็ไม่ได้ซักที เพราะวิคกี เกอร์เรโร ภรรยาของเอดจ์ ซึ่งเป็นผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ ได้กีดกันทุกวิถีทางไม่ให้เอดจ์ได้เจอกับซีนา แต่ซีนาก็ไม่ยอมแพ้ขู่วิคกีเรื่องที่เธอแอบเป็นกิ๊กกับบิ๊กโชว์ จนเธอจำต้องยอมให้ซีนาได้ชิงแชมป์กับเอดจ์ แต่สุดท้ายความจริงก็ปรากฏให้เอดจ์รู้ว่าเธอปันใจให้กับบิ๊กโชว์ ทำให้คู่นี้กลายเป็นศัตรูกัน ทั้งๆที่กะจะรุมซีนาแต่แรก 3 คนนี้ได้เจอกันในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ผลปรากฏว่าซีนาได้จัดการใส่ Attitude Adjustment เล่นงานทั้งเอดจ์และบิ๊กโชว์ จนคว้าแชมป์โลกสมัยที่5 ได้สำเร็จ[60] แต่เรื่องยังไม่จบแค่นั้น เอดจ์ได้มีโอกาสชิงแชมป์กับซีนาอีกครั้งในแบคแลช (2009) ซึ่งเป็นโอกาสสุดท้ายของเอดจ์ที่จะได้ชิงแชมป์ ทั้งคู่เจอกันในรูปแบบ Last Man Standing Match ซึ่งใครล้มลงไปนอนกับพื้นแล้วถูกกรรมการนับ 10 ก็จะเป็นฝ่ายแพ้ไป ผลปรากฏว่าซีนาถูกบิ๊กโชว์เล่นงานด้วยท่า โชคสแลม กับไฟสปอตไลท์ยักษ์ ทำให้ซีนาสลบและแพ้แบบหมดรูป และต้องเสียแชมป์คืนให้กับเอดจ์[61] ซีนาแค้นมากจึงขอท้าเจอกับบิ๊กโชว์ ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) สุดท้ายซีนาก็เอาชนะไปได้สำเร็จ[62] ต่อมาบิ๊กโชว์จึงไปขอท้าเจอกับซีนาอีกครั้งในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) ในแมตช์การปล้ำ Submission Match ใครตบพื้นก่อนยอมแพ้ สุดท้ายบิ๊กโชว์ต้องตบพื้นยอมแพ้ ด้วยท่า STF ทำให้ซีนาได้ล้างแค้นบิ๊กโชว์ อย่างสะใจ[63]

ซีนาได้เปิดศึกกับแรนดี ออร์ตัน ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2009)ซีนาต้องเจอกับออร์ตันและทริปเปิลเอชในแมตช์ 3 เส้า ชิงแชมป์ WWE แต่ซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[64] ในศึก เบรกกิ้งพอยท์ (2009) ซีนาก็สามารถเอาชนะออร์ตันไปได้ ในแมตช์ I Quit Match ชิงแชมป์ WWE และคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 6 มาครองได้สำเร็จ[65] ในศึก เฮลอินเอเซล (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับออร์ตัน ในเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ หรือ นรกในกรงเหล็ก สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์ให้กับออร์ตัน[66] ในแบรกกิ้ง ไรท์ส (2009) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับออร์ตันอีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำ ไอรอน แมน แมทช์ โดยถ้าซีนาแพ้ ซีนาจะต้องออกจากรอว์ และย้ายไปอยู่สแมคดาวน์ สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะออร์ตัน และคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 7 มาครองได้สำเร็จ ซึ่งชนะไป 6-5[67] ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับกลุ่ม ดี-เจเรเนชั่น เอ็กซ์ ทั้งทริปเปิล เอช และชอว์น ไมเคิลส์ ในการปล้ำ 3 เส้า สุดท้ายซีนาสามารถเอาชนะทั้งทริปเปิล เอช และชอว์น ไมเคิลส์ และป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ ต่อมาซีนาได้เปิดศึกกับนักมวยปล้ำหน้าใหม่ เชมัส ในศึก ทีแอลซี (2009) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับเชมัส ในแมตช์การปล้ำ Table Match สุดท้ายซีนาก็เสียแชมป์ให้กับเชมัส[68] ในรอว์ ซีนาได้รับรางวัลสแลมมีอะวอร์ด ซูเปอร์สตาร์แห่งปี ประจำปี 2009 โดยต้องปล้ำรอบ 4 คนสุดท้าย โดยซีนาชนะซีเอ็ม พังก์ และเข้ารอบชิงชนะเลิศกับออร์ตัน หลังจากออร์ตันเอาชนะอันเดอร์เทเกอร์ ได้ในรอบ 4 คนสุดท้าย และเป็นซีนาที่เอาชนะออร์ตันได้และคว้ารางวัลนี้ไปครอง

ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) ซีนาสามารถคว้าแชมป์ WWE กลับคืนมาจากเชมัสได้อีกครั้งโดยปล้ำอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์เอาชนะทั้ง 5 คนได้สำเร็จ แต่หลังจากจบการแข่งขัน วินซ์ แม็กแมนได้สั่งให้ซีนาป้องกันแชมป์กับ บาทิสตาทันที จนทำให้ต้องเสียแชมป์อย่างรวดเร็ว[69] จนทำให้ซีนาโมโหมาก แต่ก็ถูกบาทิสตาเข้ามาลอบทำร้ายตลอดเวลา ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ บาทิสตา สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะมาได้ด้วยท่า STF ทำให้ซีนาได้แชมป์โลกเป็นสมัยที่9 และเป็นชัยชนะที่ยิ่งใหญ่ของซีนา และเป็นครั้งแรกด้วยที่ซีนาเอาชนะ บาทิสตา ได้สำเร็จ[70][71] แต่เรื่องยังไม่จบ บาทิสตา ได้มาลอบทำร้ายซีนา ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับบาทิสตา ในแมตช์ Last Man Standing Match สุดท้ายซีนาก็สามารถเอาชนะไปได้อีกครั้งเป็นครั้งที่2 ทำให้ซีนาป้องกันแชมป์ของตนเอาไว้ได้สำเร็จ[72] ในโอเวอร์เดอะลิมิต (2010) ซีนาต้องป้องกันแชมป์กับบาทิสตาอีกครั้งใน I Quit Match แต่ซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้เป็นครั้งที่3 ติดต่อกัน และซีนาก็ป้องกันแชมป์ของตนเอาไว้ได้อีกครั้ง และทำให้บาทิสตาประกาศลาออกจาก WWE[73]

เรื่องราวกับเดอะเน็กซัส[แก้]

ในเฟทัลโฟร์เวย์ (2010) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ แรนดี ออร์ตัน, เชมัส และ เอดจ์ ในแมตช์การปล้ำ 4 เส้า สุดท้ายซีนาก็ต้องเสียแชมป์ WWE คืนให้กับเชมัส เพราะกลุ่มเอ็นเอ็กซ์ที ซีซั่น 1 มาลอบทำร้ายซีนา[74] ในมันนีอินเดอะแบงก์ (2010) ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์คืนจากเชมัสในกรงเหล็ก แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์คืนได้ เนื่องจากกลุ่มเดอะเน็กซัสมาก่อกวนการปล้ำของซีนาตลอดเวลา[75] ทำให้ซีนาแค้นมากจึงตั้งทีม WWE ต่อกรกับพวกกลุ่มเน็กซัสในแมตช์แทกทีม 7 ต่อ 7 ในซัมเมอร์สแลม (2010) แต่ก่อนถึงซัมเมอร์สแลมนั้น สมาชิกอย่างเดอะเกรทคาลีถูกกลุ่มเน็กซัสลอบทำร้าย จึงไม่สามารถมาร่วมปล้ำได้ ซีนาได้เลือกแดเนียล ไบรอัน อดีตสมาชิกกลุ่มเน็กซัส มาปล้ำแทน โดยสุดท้ายซีนาจัดการเวด บาร์เร็ตต์ หัวหน้ากลุ่มเป็นคนสุดท้ายด้วยท่า STF ทำให้ทีม WWE เอาชนะกลุ่มเน็กซัส มาได้สำเร็จ[76][77] ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) ซีนาได้ปล้ำชิงแชมป์ WWE 6 คน แบบคัดออก เจอกับ เชมัส, แรนดี ออร์ตัน, เอดจ์, คริส เจริโค และ เวด บาร์เร็ตต์ หัวหน้ากลุ่มเน็กซัส สุดท้ายกลายเป็น แรนดี ออร์ตัน ที่สามารถคว้าแชมป์ WWE ไปครองได้สำเร็จ

ในเฮลอินเอเซล (2010) ซีนาได้เจอกับ เวด บาร์เร็ตต์ โดยถ้า ซีนาชนะ กลุ่มเน็กซัสจะต้องแตกทีม แต่ถ้าบาร์เร็ตต์ชนะ ซีนาจะต้องเข้ากลุ่มเดอะเน็กซัส แต่สุดท้ายซีนาก็แพ้ให้บาร์เร็ตต์ จากการช่วยเหลือของ ฮัสกี แฮร์ริส และ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี ทำให้ซีนาต้องเข้าไปเป็นสมาชิกกลุ่มเน็กซัส[78] ในแบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) ซีนาต้องจับคู่กับเดวิด โอทังกา หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเน็กซัส ชิงแชมป์แทกทีม WWE กับ ดรูว์ แมคอินไตย์ และโคดี โรดส์ สุดท้ายทีมซีนาก็คว้าแชมป์ได้สำเร็จ[79] แต่ก็เสียแชมป์ให้จัสติน เกเบรียลและฮีท สเลเตอร์ 2 สมาชิกในกลุ่มเน็กซัส เพียงแค่วันเดียวเท่านั้น[80] ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2010) ซีนาต้องเป็นกรรมการพิเศษคู่ชิงแชมป์ WWE ระหว่าง แรนดี ออร์ตัน กับ เวด บาร์เร็ตต์ โดยถ้าบาร์เร็ตต์ชนะก็จะได้แชมป์ WWE และซีนา ก็จะได้ออกจากกลุ่มเดอะเน็กซัส อย่างถาวรแต่ถ้าบาร์เร็ตต์แพ้ ซีนาก็ต้องออกจาก WWE และเป็นออร์ตันที่ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ ทำให้ซีนาต้องออกจาก WWE จากนั้นในรอว์ ซีนาได้มาก่อกวนการปล้ำของบาร์เร็ตต์ในการชิงแชมป์ WWE กับออร์ตัน โดยซีนาได้เล่นงานบาร์เร็ตต์ด้วยท่า Attitude Adjustment ทำให้บาร์เร็ตต์แพ้[81] จากนั้นบาร์เร็ตต์ได้เรียกซีนากลับมา WWE[82] และได้ท้าเจอกันในรูปแบบการปล้ำ Chairs Match ในทีแอลซี (2010) และซีนาก็เป็นฝ่ายชนะล้างแค้นบาร์เร็ตต์ได้สำเร็จ[83]

เปิดศึกกับเดอะร็อก[แก้]

ซีนาและเดอะ ร็อกได้จับมือกันและพร้อมเจอกันในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28

ในรอยัลรัมเบิล (2011) ซีนาได้เข้าร่วมรอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นคนที่22 แต่ไม่ได้เป็นผู้ชนะ เพราะแชมป์ WWE เดอะมิซได้มาก่อกวนซีนา ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2011) ซีนาได้เป็นผู้ชนะในแมตช์ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ทำให้ซีนาได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับเดอะมิซ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27[84] ในรอว์ 14 มีนาคม ซีนาได้เจอกับอัลเบร์โต เดล รีโอ แต่เดอะมิซก็ปลอมตัวเป็นเดอะ ร็อกมาลอบทำร้ายซีนา[85] และในเรสเซิลเมเนีย ซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้ เพราะเดอะ ร็อกได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา จนแพ้ให้กับมิซ[86] ในรอว์คืนต่อมาหลังจบเรสเซิลเมเนีย ซีนาเรียกเดอะ ร็อก ออกมาที่เวที และท้าเดอะ ร็อก ว่าจะเจอกัน ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 โดยเดอะ ร็อกก็รับข้อเสนอของซีนา โดยที่ขวัญใจทั้ง 2 ยุคมาเจอกัน โดยทั้งคู่ก็จับมือรับข้อเสนอไปด้วยดี ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011) ซีนาสามารถคว้าแชมป์จากมิซเป็นสมัยที่10 มาได้ในกรงเหล็ก หลังจากที่ไม่ได้แชมป์โลกมา 10 เดือน[87] ในรอว์ต่อมาซีนาต้องป้องกันแชมป์กับมิซ สุดท้ายมิซถูกปรับแพ้ฟาล์ว ทำให้ซีนายังเป็นแชมป์ ในโอเวอร์ เดอะ ลิมิต (2011) ซีนาต้องป้องกันแชมป์กับเดอะมิซ ใน I Quit Match โดยมีอเล็กซ์ ไรลีย์มาช่วยมิซด้วย แต่ซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[88] ในแคปิเทล พูนิชเมนท์ ซีนาสามารถป้องกันแชมป์ WWE กับ อาร์-ทรูธ เอาไว้ได้สำเร็จ[89]

แชมป์ WWE ในปี 2011

ในมันนีอินเดอะแบงก์ (2011) ซีนาต้องป้องกันแชมป์ WWE กับซีเอ็ม พังก์ โดยถ้าซีนาแพ้ พังก์จะลาออกจากสมาคมพร้อมเข็มขัดแชมป์ WWE และซีนาก็ต้องออกจาก WWE อีกด้วย สุดท้ายซีนาก็พ่ายแพ้และเสียแชมป์ให้กับพังก์ ทำให้พังก์ได้เอาเข็มขัดแชมป์ออกจากสมาคม และซีนาต้องออกจาก WWE[90][91][92] ในรอว์ 18 กรกฎาคม ทริปเปิลเอช ประธาน COO ของ WWE คนใหม่ ได้มาบอกว่า ซีนาจะไม่ถูกไล่ออกจาก WWE ในรอว์ 25 กรกฎาคม ซีนาได้ปล้ำชิงแชมป์ WWE กับ เรย์ มิสเตริโอ สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายเอาชนะเรย์คว้าแชมป์ WWE เส้นใหม่ เป็นสมัยที่9 ได้สำเร็จ ทำให้เรย์เป็นแชมป์ได้ไม่ถึง 1 คืนเสียด้วยซ้ำ หลังจากที่ซีนากำลังฉลองชัยชนะอยู่บนเวที ซีเอ็ม พังก์ ได้ออกมาพร้อมกับเข็มขัดแชมป์ WWE เส้นเก่า และยืนจ้องหน้ากับซีนา จากนั้นต่างฝ่ายต่างชูเข็มขัดของตัวเองประกาศศักดา[93] ในซัมเมอร์สแลม (2011) ซีนาต้องเจอกับพังก์ ในแมตช์ชิงแชมป์โลกอันดิสพิวเด็ด โดยมี ทริปเปิล เอช เป็นกรรมการพิเศษ โดยซีนาเป็นฝ่ายแพ้ให้กับพังก์ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เควิน แนชได้ออกมาลอบทำร้ายพังก์ ทำให้อัลเบร์โต เดล รีโอได้ขอใช้สิทธิ์กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ และกระชากเข็มขัดแชมป์ WWE ไปจากพังก์ได้สำเร็จ[94] ในรอว์ 22 สิงหาคม ซีนาได้ชนะซีเอ็ม พังก์ ได้สิทธิ์เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์กับอัลเบร์โต เดล รีโอ ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2011) และซีนาก็คว้าแชมป์ไปครอง ทำให้เป็นแชมป์ WWE สมัยที่10[95] ในเฮลอินเอเซล (2011) ซีนาเสียแชมป์ให้กับเดล รีโอ ในกรงเหล็กเฮลอินเอเซล 3 เส้า โดยมีซีเอ็ม พังก์ร่วมปล้ำ[96] ในเวนเจินส์ (2011) ซีนาได้สามารถคว้าแชมป์จากเดล รีโอในลาสแมนสแตนดิงแมตช์ได้ เพราะเดอะมิซ และอาร์-ทรูธ ได้มาก่อกวนการปล้ำของซีนา และก็ได้หมดสิทธิ์ที่จะชิงแชมป์ WWE แล้วในตอนนี้[97] ในรอว์ 24 ตุลาคม ในตอนแรกซีนาจะต้องจับคู่กับแซค ไรเดอร์ เจอกับมิซและทรูธ ระหว่างสัมภาษณ์ แซคก็ถูกมิซและทรูธมาลอบทำร้ายจนบาดเจ็บ ทำให้เป็น 2 รุม 1 ผลปรากฏว่า ซีนาชนะฟาล์ว หลังแมตช์ มิซและทรูธได้รุมทำร้ายต่อจนผู้จัดการทั่วไปชั่วคราว จอห์น โลรีนายติส ได้ออกมาห้าม และสั่งให้ซีนาเลือกนักมวยปล้ำ 1 คน เพื่อจะจับคู่เจอกับมิซและทรูธ โดยซีนาได้เลือกเดอะ ร็อกมาเป็นคู่แทกทีมในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) ซีนากับเดอะ ร็อก เอาชนะออซัม ทรูธ (มิซและทรูธ) ไปได้สำเร็จ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ ร็อกได้เล่นงานซีนาด้วยท่า Rock Bottom เป็นการปิดท้ายรายการอีกด้วย[98]

ในสแลมมีอะวอร์ด 2011 หรือรอว์ 12 ธันวาคม ซีนาได้เจอกับมาร์ก เฮนรี ระหว่างแมตช์ เคนได้กลับมาจากอาการบาดเจ็บโดยใส่หน้ากากอีกครั้ง และได้มาเล่นงานซีนาด้วยท่าโชคสแลม[99] ปี 2012 ในรอว์ 2 มกราคม ซีนาได้จับคู่กับบิ๊กโชว์ และแซค ไรเดอร์ เจอกับ เคน, มาร์ก เฮนรี และแจ็ก สแวกเกอร์ แต่ว่าเคนไม่ออกมาเลยให้เป็น 3 รุม 2 สุดท้าย ซีนา, บิ๊กโชว์ และไรเดอร์ ก็เอาชนะมาได้สำเร็จ แต่หลังจบแมตช์เพลงเปิดตัวของเคนดังขึ้น ซีนาเลยลงจากเวทีเดินตรงไปที่ทางเดินเปิดตัวเพื่อจะเคลียร์กับเคน แต่ว่าเคนโผล่มาจากใต้เวทีแล้วกระทืบแซคบนเวทีจากนั้นเคนก็ลากขาแซคกลับหลุมบนเวที แต่ซีนาก็มาช่วยแซคได้สำเร็จแล้วพยายามคลานนี้ห่างออกมาทันทีทันใดนั้นหลุมก็ระเบิดและมีเพลิงโหมออกมาจากปากหลุมทันที ในรอยัลรัมเบิล (2012) ซีนาได้เจอกับเคน สุดท้าย ผลออกมาเป็นถูกนับ 10 แพ้ทั้งคู่ หลังแมตช์ ซีนาและเคน ยังสู้กันต่อแลกหมัดกันไปจนเข้าไปถึงหลังเวที เคนต่อยซีนาร่วง แต่ซีนายังเตะสวนและจับเหวี่ยงไปอัดถังขยะ เคน เอาเก้าอี้กระทุ้งใส่ท้องซีนา จากนั้นเคน ก็ตีใส่หลังไม่ยั้งจนซีนาแน่นิ่ง เคนมองเห็นประตูห้องๆ หนึ่งที่มีชื่อแซค ไรเดอร์แปะอยู่ เคนเลยถีบประตูพังแล้วเข้าไปเจอแซค เคนเลยบีบคอแซคจนสลบ จากนั้นก็เข็นรถเข็นแซคเข้าไปในสนาม จากนั้นก็ผลักแซคตกไปกระแทกพื้น เคนลากแซคขึ้นเวทีและถีบเล่น อีฟ ทอร์เรสออกมาขอร้องแต่เคนไม่ฟังแถมจับแซคใส่ Tombstone Piledriver ทำให้แซคบาดเจ็บอย่างหนัก แล้วก็หันไปหาอีฟ แต่ซีนาออกมาช่วยก็โดนเคนจับใส่โชคสแลม[100] ในรอว์ 13 กุมภาพันธ์ ซีนากำลังให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเดอะ ร็อก แต่ซีนายังไม่ทันจะตอบ เสียงกริ๊ดก็ดังขึ้น!! ซีนาเลยวิ่งไปตามเสียง ก็เห็น เคนล็อกขังอีฟในรถพยาบาล พอซีนาจะเข้าไปช่วย เคนก็ออกมาลอบทำร้ายซีนา แต่ซีนาก็สู้กลับและพยายามบอกให้อีฟปลดล็อกออกมา เคนก็หนีและพยายามจะขับรถพยาบาลหนีไป แต่จังหวะนั้นอีฟเปิดประตูออกได้ แล้วกระโดดพุ่งเข้าสุ่อ้อมกอดของซีนาทันที และจังหวะที่ทั้งคู่รอดพ้นจากอันตราย ทั้งคู่ก็จูบกัน แต่แซคที่เข็นรถมาพร้อมกับดอกไม้ในมือ ดันเห็นภาพเหตุการณ์นี้เข้า!! ทั้ง ซีนา และ อีฟ เลยผลักกันออกมา แต่สายไปเสียแล้ว แซคได้แต่ทำหน้าผิดหวังกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในคืนเดียวกัน เคน ได้มาลอบทำร้ายแซค โดยการเข็นรถเข็นของแซค พุ่งกระเด็นไปกระแทกพื้นคอนกรีต ซีนาเห็นเข้าจึงรีบวิ่งมาดูอาการแล้วส่งสัญญาณมือ "X" ทันที อีฟก็ออกมาดูอาการ ทีมงานก็เอาเตียงพยาบาลมาช่วยพยุงร่างแซค โดยซีนาดูอาการอย่างใกล้ชิด ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2012) ซีนาเอาชนะเคนไปได้ในแมตช์จับคู่ต่อสู้ยัดใส่รถพยาบาล และล้างแค้นให้แซคได้สำเร็จ[101]

ในรอว์ 20 กุมภาพันธ์ ซีนาออกมา และพูดถึง เดอะ ร็อก ว่าเขาไม่ได้อยู่ที่นี่ในวันนี้ แต่สัปดาห์หน้าเขาจะมา เพื่อมาคุยกับชั้น เมื่อก่อนชั้นก็เคยชอบเค้านะ แต่ตอนนี้น่ะเอียนแล้ว ก็ยินดีกับมันด้วยละกันกับการที่แสดงหนังอันดับหนึ่งของบ๊อกซ์ออฟฟิซ สัปดาห์หน้ามันก็คงมารอว์ ทำท่ายักคิ้วให้คนดูดีใจ จากนั้นก็กลับไปฮอลลีวู้ดเหมือนเดิม สิ่งที่ชั้นภาคภูมิใจก็คือ ชั้นอยู่กับ WWE มาตลอด 7 ปีที่ผ่านมา และไม่เคยจากไปไหน แล้วที่ เดอะ ร็อก มันกลับมาคราวก่อนน่ะนะ มันก็แค่มาโปรโมต Fast Five กับทวิตเตอร์ของมันเท่านั้น ชั้นคนนี้คือคนที่อยู่กับ WWE ตลอด ชั้นขึ้นปล้ำในเรสเซิลเมเนีย 28 อย่างภาคภูมิใจในฐานะนักมวยปล้ำ พาดหัวข่าวหลังจากคืนนั้นจะต้องเป็น ซีนา เอาชนะ เดอะ ร็อก ในบ้านเกิดของเขา ไมอามี ฟลอริดา เอาไว้เจอกันในเรสเซิลเมเนีย ก็แล้วกัน ในรอว์ 27 กุมภาพันธ์ เดอะ ร็อกออกมาทักทายแฟนๆ ในสนาม และพูดถึงซีนา ว่า ชั้นไม่คิดว่านายเป็นคนเลวหรอกนะ แต่นายแค่เป็นคนกระจอกๆ เท่านั้นเอง สัปดาห์ก่อนนายพูดจาพาดพิงถึงชั้น นายบอกว่านายจะต่อสู้ในฐานะตัวแทนนักมวยปล้ำทุกคน แต่ชั้นจะสู้เพื่อแฟนๆ ทุกคน แฟนๆ ที่เบื่อหน่ายแกที่ทำอะไรซ้ำๆ ซากๆ ทุกค่ำคืน ซีนา ออกมาตอบโต้ และบอกว่าเขาไม่ชอบ ดเวย์น จอห์นสัน จะจัดการกับมันในศึก เรสเซิลเมเนีย ก่อนจะเดินจากไป เดอะ ร็อก บอกว่าความจริงแล้ว เดอะ ร็อก กับ ดเวย์น จอห์นสัน มันก็คนเดียวกัน และมันก็ไม่สำคัญหรอก เพราะว่าในเรสเซิลเมเนีย ชั้นจะเตะก้นแก If You Smell What the Rock is Cooking? ในรอว์ 12 มีนาคม ซีนาออกมาในมาดของ Dr.Thuganomics ใส่หมวกกลับหัว, โซ่ห้อยคอ, เสื้อบาสเก็ตบอล และใช้เพลงเปิดตัวแบบเก่าของตัวเองด้วย ซีนา เริ่มพูดด้วยสำเนียงเด็กแร็ปด่า เดอะ ร็อก ว่าเป็นพวกทรยศเหมือนกับ ลีบอร์น เจมส์ (นักบาสเก็ตบอลที่ย้ายหนีไปจากคลีฟแลนด์) สัปดาห์ก่อน เดอะ ร็อก หรือไอ้ ดเวย์น จอห์นสัน มันโกรธว่ะ มันบอกให้ชั้นหุบปาก แต่หลังจากวันที่ 1 เมษายน มันจะต้องไปศัลยกรรมใบหน้าเหมือนกับที่มันเคยทำศัลยกรรมนมมาแล้ว Team Bring It เหรอ พวกมันไม่น่ากลัวหรอก เพราะ เดอะ ร็อก มันเป็น Tooth Fairy ชั้นจะกระทืบก้นแกในศึก เรสเซิลเมเนีย และเอาถั่วยัดใส่หน้าแก ในคืนเดียวกัน เดอะ ร็อก ออกมาพร้อมกับกีตาร์โปร่งเพื่อจัด Rock Concert ทักทายแฟนๆ ชาวคลีฟแลนด์แล้ว เดอะ ร็อก ก็เริ่มเล่นกีตาร์และร้องเพลงที่แต่งเอง เป็นเพลงด่า ซีนา หลังร้องเสร็จแล้ว เดอะ ร็อก ก็ประกาศจะกระทืบซีนา ในเรสเซิลเมเนีย ต่อด้วยเปิดเพลง We Will Rock You ฉบับดัดแปลงด่าซีนา มาร้องกับแฟนๆ ในสนามเป็นการปิดรายการ ในเรสเซิลเมเนีย แมตช์ขวัญใจทั้ง 2 ยุคระหว่าง ซีนา กับ เดอะ ร็อก โดยซีนาเป็นฝ่ายแพ้ให้กับ เดอะ ร็อก[102]

ซีนากับบร็อก เลสเนอร์ในรอว์ 2 เมษายน 2012

ในรอว์ 2 เมษายน ซีนาออกมาพูด ยอมรับว่าเขาไม่คิดมาก่อนว่าจะแพ้ แต่ก็แพ้จนได้ เขาไม่ได้ออกมาเพื่อจะขอสู้กันอีกครั้ง เพราะด่ากันไปมาปีกว่าแล้ว และก็ได้ตัดสินกันไปแล้วเมื่อคืนนี้ ซีนา บอกว่าเขาขอยอมรับว่า เดอะ ร็อก คือสตาร์ WWE ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในวงการ แต่ บร็อก เลสเนอร์ ก็ได้กลับมาอีกครั้งในรอบ 8 ปี และขึ้นมาจับซีนาใส่ท่า F-5[103] ในรอว์ 9 เมษายน ซีนาออกมาขัดจังหวะ แล้วก็เดินมาตบหน้าเลสเนอร์ เลยโดนเลสเนอร์ คร่อมต่อยเป็นชุดจนเลือดกบปาก ร้อนถึงสตาร์ WWE คนอื่นๆ ต้องออกมาช่วยกันจับแยก คืนเดียวกัน หลังจากแมตช์ของซีนา เลสเนอร์โผล่มาเตะผ่าหมาก แล้วต่อด้วย F-5[104] ในรอว์ 23 เมษายน ซีนาและเลสเนอร์จะต้องเซ็นสัญญาเพื่อที่จะเจอกันในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) ในช่วงต้นรายการ ทีโอดอร์ ลอง ประกาศแนะนำตัวซีนา ออกมาก่อนจากนั้นก็ประกาศเรียกเลสเนอร์ คนที่ออกมากลายเป็น จอห์น โลรีนายติส บอกว่า เลสเนอร์ยังมาไม่ถึงและสั่งให้ซีนากลับไปก่อน และเอดจ์ก็ออกมาคุยกับซีนา บอกว่าชั้นไม่ได้มาเพื่อพูดกับ จอห์น ซีนา คนนี้ ชั้นไม่รู้จัก จอห์น ซีนา คนนี้ รู้จักแต่ จอห์น ซีนา ที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลของชั้น คนที่พ่อของมันเคยถูกฉันตบหน้า แล้วมันก็มาเอาคืนด้วยการอัดฉันตกบันไดทะลุโต๊ะในแมตช์ TLC นายอย่าลืมว่า เลสเนอร์ มันไม่ได้มาเพื่อแฟนๆ มันมาเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของมันเท่านั้น มันออกไปจากสมาคมเมื่อ 8 ปีก่อนในขณะที่เราสองคนช่วยกันประคองสมาคมมา นายเป็นตัวแทนของบรรดานักมวยปล้ำที่ทุ่มเทเพื่อสมาคมมาตลอด ถ้านายไปแพ้เลสเนอร์ มันก็เท่ากับเป็นการตบหน้าคนอย่าง ชอว์น ไมเคิลส์, ดิอันเดอร์เทเกอร์ และตบหน้าฉันด้วย ฉันไม่ได้ขอให้แกเอาชนะเลสเนอร์ แต่ชั้นขอสั่งให้แกทำ ในช่วงท้ายรายการ โลรีนายติสได้ออกมาเตรียมการเซ็นสัญญาระหว่างซีนา กับเลสเนอร์ ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ ซีนาออกมาโดยใส่โซ่คล้องคอมาด้วยจากนั้นก็ถอดโซ่ออกมากำไว้ในมือแต่เลสเนอร์ก็ไม่กลัว เลสเนอร์บอกให้ซีนาเซ็นสัญญา เลสเนอร์บอกว่าแกกำลังกลัวอยู่ใช่มั้ยล่ะฉันสัมผัสได้ถึงกระแสจิตที่ออกมาจากตัวแกว่าแกกำลังกลัว ซีนาเซ็นเสร็จแล้วก็โยนใส่เลสเนอร์ เลยทำท่าเหมือนจะต่อยกัน เลสเนอร์แค่ล้มโต๊ะ ซีนาก็สะดุ้งและถอยเล็กน้อย เลสเนอร์หัวเราะเยาะก่อนจะเดินกลับไป[105] ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ ในแมตช์การปล้ำเอ็กซ์ตรีมรูลส์ ระหว่างซีนา กับเลสเนอร์ และเป็นซีนาที่เอาชนะไปได้ หลังแมตช์ ซีนาเอาไมค์มาประกาศว่าเขาอาจจะต้องจากไปสักพัก เพราะบาดเจ็บจากแมตช์นี้ แล้วก็อวยพรให้แฟนๆ กลับบ้านอย่างปลอดภัย[106][107][108]

ในรอว์ 30 เมษายน ซีนาออกมาโดยมีการเข้าเฝือกอ่อนที่แขนซ้าย ซีนาบอกว่า ทริปเปิล เอช แขนหัก จากการถูก เลสเนอร์ เล่นงานหักแขน และเมื่อคืนชั้นก็เจอแบบเดียวกัน แต่ตอนนี้ชั้นก็มาอยู่ที่นี่แล้ว จากการทำ MRI สแกนพบว่ากล้ามเนื้อไม่ฉีก ดังนั้นเขาจึงยังอยู่ใน WWE มันมีการเจ็บอยู่สองประเภท คือ บาดเจ็บ กับเจ็บ ถ้าบาดเจ็บก็ต้องถูกส่งกลับบ้าน แต่ถ้าแค่เจ็บ เขาก็สามารถออกมาทำในสิ่งที่เขารักได้ จอห์น โลรีนายติส ออกมา บอกว่าเขานำเอา เลสเนอร์ กลับมาในฐานะสัญลักษณ์คนใหม่ของสมาคม และบอกว่าคนที่จะเจอกับซีนา ในโอเวอร์เดอะลิมิต (2012) ออกมาแล้วคือลอร์ด เทนไซ ขึ้นเวทีมาเตรียมจะรุมซีนา ที่ไหนได้ โลรีนายติส อัดใส่ซีนาจากด้านหลังแล้วบอกว่าคนที่จะเจอกับซีนา ในโอเวอร์เดอะลิมิต คือ โลรีนายติส นั่นเอง จากนั้นซีนาก็ถูกทำร้ายจนได้รับบาดเจ็บหนักที่แขนซ้าย[109] ในรอว์ 14 พฤษภาคม โลรีนายติสออกมาล้อเลียนคนดูที่เชียร์ซีนาว่าเป็นไอ้พวกขี้แพ้ เพราะซูเปอร์สตาร์ที่คุณชอบก็สะท้อนถึงตัวตนคุณ ซีนาเป็นไอ้ขี้แพ้ ทำให้แฟนๆ ของเขาเป็นไอ้ขี้แพ้ด้วยมันแพ้ เดอะ ร็อก และถูกเลสเนอร์อัดเละ ซีนาออกมาล้อเลียนโลรีนายติส และอีฟ ก็ออกมายื่นแฟกซ์ให้อ่าน ซีนาแย่งเอาไปอ่าน บอกว่าเป็นแฟกซ์จากสำนักงานใหญ่ WWE สั่งให้แมตช์ระหว่างซีนากับโลรีนายติส เป็นแมตช์ตัวต่อตัว ห้ามมีผู้ติดตาม ไม่มีกรรมการพิเศษ ชนะด้วยการกดหรือซับมิชชั่นเท่านั้น ถ้าซูเปอร์สตาร์คนไหนเข้ามาก่อกวนจะถูกไล่ออกทันที และถ้าโลรีนายติสแพ้ ก็จะถูกไล่ออกเช่นกัน ในโอเวอร์เดอะลิมิต ซีนาก็เป็นฝ่ายแพ้ให้โลรีนายติส[110] จากการช่วยเหลือของบิ๊กโชว์ ที่ถูกไล่ออกไปแล้ว[111] ในรอว์ 21 พฤษภาคม โลรีนายติส ได้ประกาศแนะนำคู่ต่อสู้คนต่อไปของซีนาในโนเวย์เอาท์ (2012) นั่นคือบิ๊กโชว์[112] คืนเดียวกัน ซีนาต้องปล้ำแฮนดิแคปจับคู่กับเชมัส เจอกับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์, แจ็ก สแวกเกอร์ และเทนไซ โดยมีนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรมอยู่ข้างเวทีเป็นลัมเบอร์แจ็ก สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสินเพราะนักมวยปล้ำข้างเวทีขึ้นมารุม หลังแมตช์ บรรดาฝ่ายธรรมะก็รีบวิ่งออกมาช่วย ซีนารีบวิ่งไปหลังเวทีเพื่อไปตามหา บิ๊กโชว์ แต่กลายเป็นเจอหมัดน็อคจนสลบไป ในโนเวย์เอาท์ ซีนาได้เจอกับ บิ๊กโชว์ ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก โดยถ้าซีนา แพ้จะต้องถูกไล่ออก และถ้า บิ๊กโชว์ แพ้ โลรีนายติส จะถูกไล่ออก[113] สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะ และทำให้โลรีนายติสถูกไล่ออก หลังแมตช์โลรีนายติสจะเอาไม้เท้ามาฟาดซีนา แต่โดนจับแบก วินซ์เอาไมค์มาและจัดการ You're Fired!! ใส่หน้าโลรีนายติส แล้วซีนาก็ AA ทะลุโต๊ะปิดรายการ[114] ในรอว์ 25 มิถุนายน ซีนาออกมาล้อเลียน บิ๊กโชว์ ต่างๆ นานา คริส เจอริโค ออกมาแล้วก็ไล่ซีนา บอกว่าคืนนี้เป็นคืนที่จะต้องต้อนรับการกลับมาของชั้น ไม่ใช่ให้แกมาเล่นตลกโชว์ ซีนาบอก ตอนนี้บิ๊กโชว์ มันกำลังคลั่ง มันจะเข้าร่วมแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ เพราะฉะนั้นชั้นจึงขอเข้าร่วมแมตช์นี้ด้วยเพื่อหยุดยั้งบิ๊กโชว์ เจอริโคบอกว่า แกจะเล่นบทฮีโร่ไปถึงไหนแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์ มันไม่ใช่เรื่องเล่นๆ มันเป็นแมตช์ที่โหดและอาจทำให้ต้องยุติอาชีพได้เลย วิคกี เกอร์เรโร ออกมา และบอกว่าจะมีแมตช์มันนีอินเดอะแบงก์สองแมตช์ทั้งรอว์และสแมคดาวน์ โดยฝั่งรอว์จะอนุญาตให้เฉพาะอดีตแชมป์ WWE เท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมผู้ที่จะได้เข้าร่วมก็คือ บิ๊กโชว์, เคน, คริส เจอริโค และ ซีนา[115] ในมันนีอินเดอะแบงก์ (2012) ซีนาได้คว้ากระเป๋าเอกสารสิทธิ์ในการชิงแชมป์ WWE[116][117]

ในรอว์ 16 กรกฎาคม หลังแมตช์ระหว่างซีเอ็ม พังก์ กับบิ๊กโชว์ ซีนาวิ่งออกมาพร้อมกับกระเป๋าสิทธิ์ และบิ๊กโชว์ ก็ยุให้ซีนาใช้กระเป๋าเลยแต่ซีนาไม่ยอมใช้ และบอกกับพังก์ว่าจะขอท้าชิงแชมป์ WWE กับพังก์ ในรอว์ ตอนที่ 1,000 ในสภาพที่สมบูรณ์ทั้งคู่ แล้วทั้งสองคนก็ผลัดกันชูมือบนเวทีเป็นการปิดรายการ ในรอว์ ตอนที่ 1,000 (23 กรกฎาคม) ซีนาไม่สามารถใช้สิทธิ์กระเป๋าได้ เพราะบิ๊กโชว์ได้มาเล่นงานซีนา ทำให้กรรมการปรับซีนาชนะฟาวล์ และเป็นคนแรกที่ใช้กระเป๋าและไม่ได้แชมป์[118][119] หลังแมตช์ บิ๊กโชว์กระทืบซีนาไม่ยั้ง แต่พังก์ ก็ยืนดูเฉยๆ ไม่ยอมช่วย เดอะ ร็อก ออกมาช่วยซีนา และจะใช้ People's Elbow ใส่บิ๊กโชว์ แต่พังก์ขึ้นมาโคลทส์ไลน์ เล่นงานใส่ เดอะ ร็อก และจับใส่ GTS แล้วก็เดินจากไปท่ามกลางเสียงโห่ของคนดู[120] หลังจบรอว์ ตอนที่ 1,000 แล้วก็มีเหตุการณ์แถมท้าย บิ๊กโชว์ลุกขึ้นมาอัดซีนาอีกรอบ และเดอะ ร็อกก็จัดการ Rock Bottom ใส่บิ๊กโชว์ ก่อนที่ซีนาจะซ้ำด้วย Attitude Adjustment หลังจากนั้น ซีนาก็ถอดปลอกแขนอันหนึ่งมาให้เดอะ ร็อก แต่เดอะ ร็อกบอกว่า นายคงจะเอาที่คาดหัวมาใส่เป็นปลอกแขนแน่นอน เพราะคงไม่มีใครแขนใหญ่ขนาดนี้ ซีนาและคนดูก็หัวเราะกันสนุกสนาน จากนั้นเดอะ ร็อก ก็ใช้ People's Elbow ใส่บิ๊กโชว์ แล้วเดอะ ร็อกกับซีนา ได้จับมือกันก่อนที่ซีนาเดินกลับไป ในรอว์ 30 กรกฎาคม ซีนาได้เจอกับบิ๊กโชว์ เพื่อหาผู้ท้าชิงแชมป์ WWE กับพังก์ ในซัมเมอร์สแลม (2012) โดยมีพังก์มานั่งเป็นผู้บรรยายอยู่ข้างเวที แต่แมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน หลังแมตช์พังก์เตะก้านคอบิ๊กโชว์ แล้วก็เอาไมค์มาประกาศว่าไม่มีใครชนะแมตช์นี้เลย พวกมันเป็นพวกขี้แพ้ทั้งคู่ พังก์เดินกลับไป แต่เอเจ ลีออกมาประกาศให้ทั้งซีนา และบิ๊กโชว์ ได้ชิงแชมป์ WWE ในรูปแบบ 3 เส้า[121] ในซัมเมอร์สแลม ซีนาได้ปล้ำแมตช์การปล้ำ 3 เส้าชิงแชมป์ WWE ซีเอ็ม พังก์ และบิ๊กโชว์ โดยพังก์ใช้ท่า Koji Clutch ใส่บิ๊กโชว์ แล้วซีนาก็เข้ามา STF ใส่บิ๊กโชว์อีกคน ทำให้บิ๊กโชว์ยอมแพ้ แต่กรรมการไม่รู้จะให้ใครชนะดี เอเจออกมาสั่งให้เริ่มปล้ำกันใหม่ คราวนี้เป็นซีนาจับบิ๊กโชว์ใส่ Attitude Adjustment ได้ แต่พังก์มาฉวยโอกาสกดนับ 3 ป้องกันแชมป์ไว้ได้[122] ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) ซีนาได้ชิงแชมป์ WWE กับพังก์ ผลปรากฏว่า ซีนาใช้ท่าเยอรมันซูเปอร์เพล็กซ์ และกดด้วยสะพานโค้ง นับ 3 ไปได้ แต่กรรมการบอกว่าตอนที่กดนั้น ไหล่ของซีนาก็แตะพื้นด้วย แมตช์นี้เลยเสมอกัน ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[123] หลังจากนั้นซีนาต้องเข้ารับการผ่าตัดรักษาอาการบาดเจ็บบริเวณแขน หลังจากที่มีเศษกระดูกที่แตกออกมาจากข้อศอกของซีนา ทำให้แพทย์ต้องผ่าตัดนำเอาเศษกระดูกเหล่านั้นออก และต้องพักการปล้ำ[124] ในรอว์ 8 ตุลาคม ซีนาออกมาท้าให้พังก์ยอมป้องกันแชมป์กับเขาในเฮลอินเอเซล (2012) คืนเดียวกัน แมตช์ระหว่างพังก์กับวินซ์ แม็กแมน ในแมตช์ไม่มีกฎกติกา ซีนากับไรแบ็กได้ออกมาช่วยวินซ์ ทำให้พังก์รีบหนีลงเวที แล้วก็หยิบเข็มขัดหนีเข้าไปบนอัฒจรรย์ หลังแมตช์วินซ์ประกาศให้พังค์ตัดสินใจเอาว่าจะเจอกับไรแบ็กหรือซีนาในเฮลอินเอเซล และถ้าไม่ตัดสินใจภายในสัปดาห์หน้า วินซ์จะตัดสินใจให้เอง ในรอว์ 15 ตุลาคม ในช่วงการเซ็นสัญญาชิงแชมป์ WWE วินซ์ก็เลือกไรแบ็กให้ชิงแชมป์กับพังก์ โดยที่ซีนาก็สนับสนุนและช่วยเชียร์ด้วย[125]

ซีนาได้มีเรื่องราวความรักกับเอเจ และเปิดศึกกับดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012) ซีนาได้ปล้ำสามเส้าชิงแชมป์ WWEกับซีเอ็ม พังก์ และไรแบ็ก โดยพังก์เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์ได้ครบ 1 ปี[126][127] ในรอว์ 19 พฤศจิกายน วิคกีออกมาพูดถึงเรื่องซีนากับเอเจ โดยซีนากับเอเจออกมาจูบโชว์ซะเลย เป็นการยอมรับไปว่าคบกันอยู่จริงๆ ซิกก์เลอร์ออกมาลอบทำร้ายซีนา แต่ซีนาก็สวนกลับ จนกระทั่งซิกก์เลอร์ต้องหนีกลับไป ทำให้ซีนาวิ่งตามไป แต่ขณะวิ่งก็เกิดบาดเจ็บหัวเข่า เอเจเข้าไปในห้องแต่งตัวชาย แล้วก็ตรงเข้าไปหาเรื่องซิกก์เลอร์ แต่โดนซิกก์เลอร์ด่าแหลกไม่มีชิ้นดี ทำให้เอเจโมโหตบซิกก์เลอร์ ซีนาเข้ามาห้ามเอเจ แต่โดนซิกก์เลอร์ถีบเข้าให้ จากนั้นซิกก์เลอร์ก็กระทืบหัวเข่าข้างบาดเจ็บของซีนา แล้วก็ต่อยกันจนห้องน้ำพังยับเยิน กรรมการต้องมาช่วยห้าม ในทีแอลซี (2012) ซีนาได้เจอกับซิกก์เลอร์ ในแมตช์ไต่บันไดชิงกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ เอกสารสิทธิ์ในกระเป๋าเพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ผลปรากฏว่า ซีนากำลังจะได้อยู่แล้ว แต่เอเจกลับหักหลังด้วยการผลักบันได ซีนาตกลงมา จากนั้นซิกก์เลอร์ก็ขึ้นไปเอากระเป๋าได้ ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้ากระเป๋ามาได้[128] ในสแลมมีอะวอร์ด หรือรอว์ 17 ธันวาคม ซีนาได้ออกมาขัดขวางซิกก์เลอร์ ไม่ให้ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับบิ๊กโชว์ คืนเดียวกัน ซีนาได้จับคู่กับวิคกี เจอกับซิกก์เลอร์จับคู่กับเอเจ ซีนากำลังจะชนะด้วย STF แต่เอเจไปพาบิ๊กอี แลงสตัน มาเล่นงานซีนา[129] ในรอว์ส่งท้ายปี 31 ธันวาคม รายการ MizTV เดอะมิซเชิญซีนามาเป็นแขกรับเชิญ มิซถามซีนาเกี่ยวกับเรื่องของเอเจ แต่โรดส์สกอลาส์(โคดี โรดส์ และแดเมียน แซนดาว)ออกมาขัดจังหวะ และสุดท้ายซีนาก็ท้าให้เจอกันในแมตช์แท็กทีมเดี๋ยวนี้เลย โดยซีนาได้จับคู่กับเดอะมิซ เอาชนะโรดส์สกอลาส์ไปได้ คืนเดียวกัน ซิกก์เลอร์กับเอเจ เชิญซีนามาร่วมฉลองปีใหม่ด้วยกัน แล้วซีนาก็ให้ของขวัญด้วยขี้หล่นลงมาจากด้านบน ในรอว์ 7 มกราคม ตอนแรกของปี 2013 ซีนาออกมาบอกว่าซีเอ็ม พังก์จะป้องกันแชมป์ WWE กับไรแบ็ก ในการต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ และเดอะร็อกก็จะกลับมาด้วย ซิกก์เลอร์, เอเจ และบิ๊กอีออกมาขัดจังหวะ ซีนาพยายามเล่นมุกกลบเกลื่อน แล้วซิกก์เลอร์ก็บอกว่าเวลาซีนาแพ้ใครแล้วก็ชอบทำหัวเราะกลบเกลื่อนเพื่อหวังให้เขาไปไกลๆ แต่ชั้นจะไม่ไปไหนหรอก ซีนาเลยท้าซิกก์เลอร์ มาเจอกันเดี๋ยวนี้เลย สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะได้สำเร็จ[130] ในรอว์ 14 มกราคม ซีนาเอาชนะซิกก์เลอร์ไปได้ในกรงเหล็กและยุติเรื่องราว[131]

ในรอยัลรัมเบิล (2013) ซีนาได้เป็นผู้ชนะแมตช์รอยัลรัมเบิล 30 คน โดยออกมาเป็นคนที่19 และสามารถจับเหวี่ยงไรแบ็กได้เป็นคนสุดท้าย[132] ในรอว์ 28 มกราคม หลังจากซีนาเอาชนะโคดี โรดส์ไปได้ ซีนาประกาศเลือกท้าชิงแชมป์ WWE ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 แต่เดอะชีลด์(ดีน แอมโบรส, เซท โรลลินส์ และโรแมน เรนส์) ก็มารุมลอบทำร้ายซีนา แม้ว่าเชมัสกับไรแบ็กจะออกมาช่วยแต่ก็โดนรุมทำร้าย สุดท้ายเดอะชีลด์เล่นงานซีนาด้วยท่า Triple Powerbomb[133] ในรอว์ 4 กุมภาพันธ์ ซีนาเข้าไปบอกกับวิคกีว่าเขาต้องการให้เดอะชีลด์หยุดการกระทำ คืนเดียวกันแบรด แมดด็อกซ์เรียกเดอะชีลด์ให้ออกมาช่วยคืนความเป็นธรรม เลยโดนเดอะชีลด์ออกมารุมอัดเละ ซีนา, เชมัส และไรแบ็กออกมาล้อมเดอะชีลด์เอาไว้ ทำให้เดอะชีลด์วิ่งหนีไปทางหลังเวทีแต่แรนดี ออร์ตันนำทัพนักมวยปล้ำออกมาขวางเอาไว้ เดอะชีลด์เลยโดนทีมซีนาอัดจนน่วม ก่อนที่จะหนีไปทางอัฒจรรย์[134] ในรอว์ 11 กุมภาพันธ์ เดอะชีลด์ออกมาท้าทายกลุ่มของซีนาว่าถ้าอยากมีเรื่องก็ออกมาเจอกันเดี๋ยวนี้ได้เลย ปรากฏว่าไฟในสนามดับ แล้วกลุ่มของซีนาก็ออกมาไล่อัดเดอะชีลด์จนหนีกระเจิง ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2013) ทีมซีนาได้แพ้ให้เดอะชีลด์[135] ในรอว์ 25 กุมภาพันธ์ ซีนาได้เอาชนะซีเอ็ม พังก์ ทำให้ป้องกันสิทธิ์ผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับเดอะร็อก ในเรสเซิลเมเนียได้สำเร็จ[136] ในรอว์ 25 มีนาคม มีการจัดดีเบตระหว่าง เดอะ ร็อก กับ ซีนา เดอะ ร็อก บอกกับซีนา ว่ามาเจอกันเดี๋ยวนี้เลย ซีนาทำท่า You Can't See Me ใส่ร็อก เลยโดนร็อกผลัก ซีนาจับร็อกแบกจะใช้ Attitude Adjustment แต่ร็อกดิ้นหลุดแล้วจับ Rock Bottom[137][138] ในรอว์ 1 เมษายน ซีนาออกมาพูดชื่นชมเดอะร็อกว่าเป็นแชมป์ WWE ที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ และถ้าหากว่าเขาเอาชนะเดอะ ร็อก ได้ในเรสเซิลเมเนีย มันก็จะสุดยอดมากๆ เวลาของเดอะ ร็อก มันหมดลงแล้ว มันจะเป็นเวลาของซีนา ซีนาบอกว่า เดอะ ร็อกจะได้ลิ้มรสความล้มเหลวบ้าง หลังจากที่เขาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในเรสเซิลเมเนีย 28 มาแล้ว ซีนาบอกว่าทนดูร็อกเปลี่ยนเข็มขัดแชมป์ WWE แบบใหม่แล้วเจ็บปวด แต่เขาจะไม่เปลี่ยนมันหรอก จะแย่งชิงมันมาครองและเขาเหนือกว่าร็อก[139] ในเรสเซิลเมเนีย 29 ซีนาสามารถคว้าแชมป์ WWE ไปครองอีกครั้ง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 11 ได้สำเร็จ หลังจากที่ไม่ได้แชมป์โลกมา 1 ปี หลังแมตช์ร็อกก็มาจับมือและกอดซีนา เพื่อแสดงความยินดีกับซีนาอีกด้วย[140]

แชมป์ WWEในปี 2013

ในรอว์ 8 เมษายน ซีนาได้มีแมตช์เจอกับมาร์ก เฮนรี โดยซีนาเป็นฝ่ายชนะเคาต์เอาต์ หลังแมตช์เฮนรีขึ้นมาอัดซีนา แล้วจับใส่ World Stornges Slam เฮนรีเอาเข็มขัดแชมป์มาชูเล่น ท่ามกลางเสียงโห่ของคนดู แต่ไรแบ็ก ออกมาเล่นงานเฮนรีจนกลิ้งหนีลงเวทีไป ไรแบ็กฉลองกับซีนาบนเวที แต่ไรแบ็กโคทส์ไลน์ใส่ซีนาแล้วก็จับใส่ Shellshocked จากนั้นก็เอาเข็มขัดมาชู[141][142] ในรอว์ 29 เมษายน หลังจากซีนาจับคู่กับทีมเฮลโน(เคน และแดเนียล ไบรอัน) แพ้ให้เดอะชีลด์ ไรแบ็กออกมายืนจ้องซีนา โดยประกาศว่าแมตช์ของเขากับซีนา จะเป็นแมตช์ลาสแมนสแตนดิ้ง คืนเดียวกันหลังจากไรแบ็กเอาชนะเคนไปได้ เดอะชีลด์ออกมาทำให้ไรแบ็กหนีไป ปล่อยให้เคนนอนอยู่บนเวทีคนเดียว ไบรอันวิ่งออกมาช่วยเคนตามมาด้วยซีนา สุดท้ายไรแบ็กก็ขึ้นมาพร้อมกับเก้าอี้ ไบรอันกับซีนาช่วยกันอัดเดอะชีลด์ แต่ไรแบ็กเอาเก้าอี้มาฟาดซีนา[143] ในรอว์ 13 พฤษภาคม ซีนาได้จับคู่กับทีมเฮลโน เจอกับ เดอะชีลด์ ในการปล้ำแทคทีม 6 คน แบบคัดออก ผลปรากฏว่าทีมซีนาชนะฟาวล์ไป หลังแมตช์เดอะชีลด์จับซีนาใส่ Triple Powerbomb ไรแบ็กออกมาและหยิบเอาเก้าอี้มาฟาดใส่ขาซีนา[144] ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2013) ซีนาต้องป้องกันแชมป์กับไรแบ็กในแมตช์ลาสแมนสแตนดิ้ง แต่แมตช์จบลงไม่มีผลตัดสิน โดยไรแบ็กจับซีนาพุ่งชนทะลุมินิตรอนเข้าไปนอนกองกันอยู่ข้างใน กรรมการเห็นท่าไม่ดีเลยยุติแมตช์ไปเลย[145] ในรอว์ 20 พฤษภาคม ไรแบ็กออกมายืนบนรถพยาบาล บอกว่าซีนาแม้จะเป็นแชมป์อยู่แต่ก็ต้องถูกหามออกไปจากสนาม ถึงแม้ว่ามันจะปฏิเสธที่จะขึ้นรถพยาบาล แต่คราวหน้ามันจะไม่มีทางปฏิเสธได้แน่นอน เพราะเขาจะท้าเจอกับซีนา ในแมตช์ยัดรถพยาบาลในเพย์แบ็ค (2013) ในรอว์ 27 พฤษภาคม ซีนาออกมาและบอกว่าพร้อมที่จะปล้ำแมตช์ Ambulance Match ในเพย์แบ็ค แล้วซีนาบอกไรแบ็กว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเป็นแบบ 3 Stages of Hell ทั้งคู่จะต้องปล้ำ 3 แมตช์ติดต่อกัน แมตช์ต่างๆจะมีกติกาเงื่อนไขพิเศษแตกต่างกันโดยมี Lumberjack Match, Tables Match และ Ambulance Match ผู้ที่จะได้แชมป์ WWE จะต้องชนะ 2 ใน 3 แมตช์ และไรแบ็กก็ตอบตกลง คืนเดียวกันซีนาได้มีแมตช์เจอกับเคอร์ติส แอ็กเซล โดยไรแบ็กออกมาเปิดหวอรถพยาบาล ทำให้ซีนาลงไปดูเลยทำให้โดนนับ 10 แพ้ไปจากนั้นไรแบ็กก็ออกมาและเข้าข้างหลังและจะจับซีนาเหวี่ยงชนกับมินิตรอนอีกแต่ซีนาหลบได้ทำให้ไรแบ็กวิ่งหนีไปหลังฉาก ในเพย์แบ็คในแมตช์นรก 3 ขุม แมตช์ที่1 Lumberjack Match ไรแบ็กจับซีนาแบกแล้ว Shellshocked ทันที กดนับ 3 เป็นฝ่ายเอาชนะไปก่อน แมตช์ที่2 Tables Match ซีนาจับไรแบ็กใส่ Attitude Adjustment ใส่โต๊ะพัง ตีเสมอได้สำเร็จ แมตช์ที่3 Ambulance Match ซีนาจัดการ Attitude Adjustment ใส่ไรแบ็กจนทะลุหลังคารถพยาบาลลงไป ทำให้ซีนาป้องกันแชมป์ได้สำเร็จ[146] ในรอว์ 17 มิถุนายน ซีนาออกมาพูดถึงการที่เขาสามารถเอาชนะได้ทั้งเดอะ ร็อก และไรแบ็ก จากนั้นก็ท้าใครก็ได้ที่คิดว่าตัวเองคู่ควร มาท้าชิงแชมป์เป็นคนต่อไปได้เลย มาร์ก เฮนรีออกมาในชุดสูท พร้อมกับถือรองเท้ามวยปล้ำของเขาออกมาด้วย เฮนรีจับมือซีนา ก่อนจะประกาศว่าเขาอยู่ในวงการมานาน วันนี้ถึงเวลาเสียทีที่จะแขวนรองเท้าได้แล้ว เฮนรี พูดไปก็ร้องไห้ไป ส่วนคนดูก็ส่งเสียงเชียร์ให้กำลังใจ ซีนาเข้ามาชูมือเฮนรีและสวมกอด แต่เฮนรีจับใส่ World's Strongest Slam แล้วก็บอกว่ามันไม่จบง่ายๆ อย่างงั้นหรอก ก่อนจะประกาศท้าชิงแชมป์โดยโยนเข็มขัดแชมป์ใส่ซีนา[147] ในมันนีอินเดอะแบงก์ (2013) ซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[148]

ในรอว์ 15 กรกฎาคม ซีนาออกมาเพื่อเลือกผู้ท้าชิง โดยมีบรรดาซูเปอร์สตาร์มายืนอยู่ที่เวทีเปิดตัว ซีนาเรียกชื่อนักมวยปล้ำทีละคนเพื่อให้แฟนๆ ช่วยกันส่งเสียงสนับสนุนคนที่อยากให้ชิงแชมป์ ฮีท สเลเตอร์? คนดูโห่ ใครก็ได้จาก 3MB? คนดูโห่ แรนดี ออร์ตัน? โห่ผสมเฮ เกรทคาลี? โห่หนัก บวกเฮนิดหน่อย อัลเบร์โต เดล รีโอ? โห่ คริส เจอริโค? เฮปานกลาง ร็อบ แวน แดม? เฮดัง ฟันดังโก? โห่ เชมัส? โห่หนัก ไรแบ็ก? โห่ ซีนาถามว่าเขาลืมใครไปหรือเปล่า คนดูตะโกน Yes! Yes! Yes! ซีนาประกาศเลือก แดเนียล ไบรอัน เป็นผู้ท้าชิงของเขาในซัมเมอร์สแลม ไบรอันออกมาตะโกน Yes! Yes! Yes! และคนดูก็ตะโกนตามกันทั้งสนาม[149] ในซัมเมอร์สแลม (2013) ซีนาได้เป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์ WWE ให้กับ ไบรอัน โดยมี ทริปเปิล เอช เป็นกรรมการพิเศษ หลังแมตช์ ไบรอันกำลังฉลองแชมป์ แต่ซีนา มาขัดจังหวะเหมือนจะหาเรื่อง แต่สุดท้ายก็จับมือแสดงความยินดี ซีนาเดินกลับไปและปล่อยให้ ไบรอัน ฉลองบนเวทีโดยมีการจุดพลุฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แต่แล้ว ออร์ตันก็เดินถือกระเป๋าออกมา ออร์ตันชูกระเป๋าข่มขวัญและเดินกลับไป แต่ ทริปเปิล เอช จับไบรอัน ใส่ Pedigree แล้วออร์ตัน ก็กลับมาใช้กระเป๋าและกดนับ 3 ชนะไปสบายๆ ออร์ตันได้แชมป์ไปครองโดย ทริปเปิล เอช ก็ร่วมฉลองด้วย[150] คืนต่อมาในรอว์ ซีนาออกมาท่ามกลางเสียงโห่ ซีนาบอกว่าเขารู้สึกขยะแขยงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อคืน ซีนาพูดเข้าข้างไบรอัน แต่คนดูโห่และตะโกน Cena Sucks!! ซีนาบอกว่าข้อศอกของเขาบวมเพราะกล้ามเนื้อฉีกขาด และหมอบอกว่าควรจะยกเลิกแมตช์ในศึกซัมเมอร์สแลม และต้องผ่าตัดทันที แต่ซีนาบอกว่าเขาไม่ยอมยกเลิกและขอปล้ำทั้งๆที่บาดเจ็บ แต่เขาจะไม่เอามาเป็นข้ออ้างหรอก เขาแพ้เพราะว่าคู่ต่อสู้ของเขาเหนือกว่าจริงๆ เขาแพ้อย่างขาวสะอาด แต่เขารู้สึกขยะแขยงที่ทริปเปิลเอชทำแบบนั้นแล้วเอาแชมป์ให้ออร์ตันไป ซีนาบอกว่าเขาคงต้องขออำลาไปสักพักเพื่อไปผ่าตัด โดยต้องเข้ารับการผ่าตัดบริเวณข้อศอกซ้าย และอาจจะต้องพักยาวถึง 4-6 เดือน[151]

แชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE[แก้]

ในรอว์ (7 ตุลาคม 2013) อัลเบร์โต เดล รีโอ เจ้าของแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เปิดตัวออกมา และวิคกี ก็ตามออกมาเพื่อประกาศคู่ต่อสู้ของเดล รีโอคือริคาร์โด โรดรีเกซ และวิคกียังประกาศอีกว่าผู้ท้าชิงของเดล รีโอ ในเฮลอินเอเซล คือ จอห์น ซีนา เดล รีโอกำลังช็อคและมัวแต่โวยวายเลยโดน ริคาร์โด รวบกดนับ 3 ชนะไป หลังแมตช์ เดล รีโอ เล่นงานริคาร์โดระบายอารมณ์ จากนั้นก็เอาเก้าอี้มาหนีบแขนแล้ว Cross ArmBreaker จนกรรมการต้องมาห้าม[152] ในเฮลอินเอเซล (2013) ซีนาได้กลับมาอีกครั้งและเอาชนะเดล รีโอ คว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ไปครอง ทำให้ซีนาสามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 14 ได้สำเร็จ[153] ในรอว์ (28 ตุลาคม 2013) ซีนา แชมป์โลกเฮฟวี่เวทคนใหม่ บอกว่าเขาชินกับเสียงโห่พวกนี้แล้ว เมื่อคืนนี้มีหลายคนมีความสุขแต่ก็มีหลายคนไม่พอใจ แต่นั่นก็หมายความว่าเขากลับมาแล้ว!! คิดถึงไหมล่ะ? คิดว่าเขาควรจะหายไปนานกว่านี้หรือเปล่า? และ เจบีแอล ก็มักจะพูดอยู่ตลอดว่าถ้าเขากลับมาเขาจะโดน เดล รีโอ อัดจนต้องเลิกปล้ำ แต่ เจบีแอล ก็คิดผิดเพราะเขาเป็นแชมป์โลกคนใหม่แล้ว แดเมียน แซนดาว ออกมา และบอกว่า ซีนาอาจจะหลอกคนดูได้ หลอกหมอได้ แต่หลอกเขาไม่ได้หรอก ซีนาไม่มีทางหายเจ็บเร็วขนาดนั้น แกต้องเจ็บมากกว่าที่แสดงออกให้คนเห็น และที่ออกมาโม้ในวันนี้ก็เพราะว่าซีนากลัวว่าเขาจะออกมาใช้กระเป๋า MITB แซนดาวบอกว่าเขาจะใช้กระเป๋าเมื่อไหร่ก็ได้ แต่คงไม่ใช่คืนนี้ ว่าแล้วก็เดินจากไป แต่ซีนา ทำท่าจะหาเรื่องแซนดาว ทำให้แซนดาวกระทืบซีนาทันที แล้วก็ใช้กระเป๋าฟาดรัวใส่แขนของซีนา จากนั้นแซนดาว เรียกกรรมการออกมาและขอใช้กระเป๋าเดี๋ยวนี้!! ทำให้ซีนาต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับแซนดาว สุดท้ายซีนาจับแซนดาวใส่ Attitude Adjustment และกดนับ 3 ไป ป้องกันแชมป์โลกเอาไว้ได้สำเร็จ และแซนดาว กลายเป็นคนที่สองที่ใช้กระเป๋า MITB แล้วไม่สำเร็จ ต่อจากซีนา[154] ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2013) ซีนาต้องป้องกันแชมป์กับเดล รีโอ และซีนาเป็นฝ่ายชนะป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ[155]

ในรอว์ (25 พฤศจิกายน 2013) แรนดี ออร์ตัน ออกมาบอกว่าพวกแกคงจะไม่คิดล่ะสิว่าชั้นคนนี้จะออกมาที่นี่ในฐานะแชมป์ WWE แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คาใจ จึงขอให้ ทริปเปิล เอช ออกมาหน่อย ทริปเปิล เอช กับสเตฟานี ออกมา และออร์ตันบอกว่าทำไมต้องออกมาช่วยเขาด้วย? ก็ไหนบอกว่าไม่ต้องมีการก่อกวนไง เขาเอาชนะด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องให้ใครมาช่วย เพราะเขาคือผู้เป็นหน้าเป็นตาของ WWE เป็นแชมป์ WWE เป็นซูเปอร์สตาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ WWE ตลอดกาลและไม่มีใครจะมาแย่งชิงอะไรไปจากเขาได้ ซีนาออกมาและก็บอกว่าเขานี่แหละที่จะทำได้ ขอท้าเจอออร์ตันโดยเอาแชมป์ทั้งสองเส้นเป็นเดิมพัน ทริปเปิล เอช กับสเตฟานี ก็เห็นชอบด้วย และ ทริปเปิล เอช ก็จัดแมตช์ในศึก TLC ให้ทั้งสองคนเจอกันและจะเอาแชมป์ทั้งสองเส้นแขวนไว้ในแมตช์ โต๊ะ, บันได, และเก้าอี้ ซีนากับออร์ตัน ชูเข็มขัดแชมป์ข่มกันก่อนจะแยกย้ายกันกลับ คืนเดียวกัน ซีนาได้จับคู่กับ บิ๊กโชว์ เจอกับ ออร์ตัน และเดล รีโอ สุดท้ายซีนา และบิ๊กโชว์ ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ หลังแมตช์ เดล รีโอมาเล่นงานซีนา แต่โดนซีนาจับ Attitude Adjustment แต่ออร์ตันเอาเข็มขัด WWE ฟาดหัวซีนา ออร์ตันไปเอาเข็มขัด WHC ของซีนามา แล้วประกาศศักดาด้วยการชูเข็มขัดสองเส้น[156] ในรอว์ (2 ธันวาคม 2013) ช่วงท้ายรายการ มีการเซ็นสัญญาแมตช์การปล้ำชิงแชมป์โลกทั้งสองเส้นใน TLC ทั้งซีนา และออร์ตัน เซ็นสัญญากันเสร็จก็ตีกันจนได้ เป็นซีนาที่เหนือกว่าและเป็นฝ่ายไล่อัดออร์ตันได้ก่อน แต่ออร์ตันเอาคืนด้วยการใช้เก้าอี้ฟาดรัวๆ ออร์ตันไปเอาโต๊ะมาวาง แต่ซีนาฟื้นมาจับออร์ตันใส่ Attitude Adjustment ลงบนโต๊ะจนพัง ในทีแอลซี (2013) ซีนาได้เจอกับออร์ตัน ในแมตช์การต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ ชิงแชมป์ WWE และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้ายซีนาเป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับออร์ตัน ทำให้ออร์ตันเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE[157] ในรอว์ (13 มกราคม 2014) ออร์ตันโมโหโวยวายทำลายโต๊ะผู้บรรยาย หลังจากแพ้ให้โคฟี คิงส์ตัน จากนั้นก็เหลือบไปเห็นพ่อของซีนา นั่งดูอยู่ที่ข้างเวทีพอดี เลยเข้าไปต่อยพ่อซีนาจนร่วง ซีนาออกมาไล่ออร์ตันไป และเรียกแพทย์ WWE มาดูอาการพ่อ ในรอยัลรัมเบิล (2014) ซีนาได้รีแมตช์กับออร์ตัน ในการชิงแชมป์โลก แต่ถูกเดอะไวแอ็ตต์แฟมิลีก่อกวน ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[158] ในรอว์ (27 มกราคม 2014) ซีนาได้จับคู่กับแดเนียล ไบรอัน และเชมัส เจอกับเดอะชีลด์ โดยทีมที่ชนะได้สิทธิ์เข้าร่วมอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ชิงแชมป์โลกในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน เพราะไวแอ็ตต์แฟมิลีมาก่อกวนการปล้ำ หลังแมตช์ทีมซีนาช่วยกันไล่อัดพวกไวแอ็ตต์จนต้องหนีไป แล้วโฆษกก็ประกาศว่าทีมของซีนาเป็นฝ่ายชนะฟาวล์ ได้สิทธิ์เข้าร่วมอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์[159] ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ซีนาก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ จากการก่อกวนอีกครั้งของไวแอ็ตต์แฟมิลี[160]

ในรอว์ (24 กุมภาพันธ์ 2014) ซีนาออกมาพูดถึงการเริ่มเปิดบริการ WWE Network และอนาคตของ WWE ได้เริ่มขึ้นแล้ว แต่ดาวรุ่งคนไหนอยากจะเป็นอนาคตของสมาคมก็ต้องผ่านด่านเขาไปก่อน ซีนาบอก บางคนอาจจะไม่ชอบ แต่นี่คือความจริง อนาคตของสมาคมนี้ก็คือเขาคนนี้ และคนที่มาท้าทายตอนนี้ก็คือเบรย์ ไวแอ็ตต์ ออกมาเจอกันเดี๋ยวนี้เลย!! เบรย์ออกมาพร้อมกับลุก ฮาร์เปอร์ และอีริก โรแวน จากนั้นเบรย์ก็บอกว่าเขาเห็นด้วยที่จะต้องผ่านซีนาไปสู่อนาคต แล้วก็รุมกระทืบซีนา จนซีนามีอาการเจ็บที่ขา ก่อนที่ไวแอ็ตต์จะเดินจากไป และซีนาก็ต้องลงเปลหามกลับไปด้วย ในรอว์ (10 มีนาคม 2014) ซีนาได้ออกมาประกาศว่าเขาจะเข้าร่วมแมตช์การปล้ำ แบทเทิลรอยัล 30 คน ที่ประกาศโดย ฮัลค์ โฮแกน แต่กลุ่มไวแอ็ตต์แฟมิลีก็ออกมา ซีนาก็บอกกับโฮแกนว่าเขาอาจจะไม่ได้เข้าร่วมปล้ำแบทเทิลรอยัลแล้ว เพราะตอนนี้เขาขอท้าไวแอ็ตต์เจอกันเดี่ยวๆตัวๆ ในเรสเซิลเมเนีย[161] ในรอว์ (24 มีนาคม 2014) ซีนาได้เจอกับฮาร์เปอร์ สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน เพราะซีนากำลังจับฮาร์เปอร์จะใช้ Attitude Adjustment แต่ไฟก็ดับลงและพอสว่างอีกที ซีนาก็โดนจับมัดอยู่กับเชือกเวทีและมีหน้ากากแพะสวมหัวอยู่ แล้วเบรย์ก็หัวเราะเยาะเย้ย ในรอว์ (31 มีนาคม 2014) ซีนาสวมหน้ากากแพะมาแอบเข้ากลุ่มกับไวแอ็ตต์ จากนั้นก็ไล่อัดพวกไวแอ็ตต์ซะกระเจิง ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 ซีนาเอาชนะเบรย์ ไวแอ็ตต์ไปได้สำเร็จ[162][163][164] ในรอว์ (14 เมษายน 2014) เบรย์ออกมาที่เวที และซีนาก็ตามออกมาเปิดเผยภาพครอบครัวไวแอ็ตต์ที่เหลืออยู่โดยเป็นรูปตัดต่อของ เบรย์, ฮาร์เปอร์ และโรแวน จากนั้นซีนาก็ท้าเบรย์เจอกันในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) ในกรงเหล็ก ในรอว์ (21 เมษายน 2014) ซีนาต้องปล้ำแฮนดิแคป 3 รุม 1 กับไวแอ็ตต์แฟมิลี สุดท้ายซีนาชนะฟาล์ว เพราะซีนากำลังจะจับกดเบรย์นับ 3 แต่ฮาร์เปอร์และโรแวน เข้ามารุมกระทืบซีนา จนกรรมการปรับให้ซีนาชนะฟาวล์ไป หลังแมตช์ ซีนาโดนรุมกระทืบจนหมดสภาพ ในรอว์ (28 เมษายน 2014) เปิดรายการด้วยไฮไลท์ความขัดแย้งระหว่างซีนากับไวแอ็ตต์แฟมิลี จากนั้นกรงเหล็กก็ถูกหย่อนลงมาครอบเวที และซีนาก็เปิดตัวออกมา ซีนาเข้าไปในกรงเหล็กและพูดถึงแมตช์ที่เขาจะเจอกับเบรย์ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ แต่แล้วไฟในสนามก็ดับลงและมีเสียงเด็กร้องเพลงกล่อมเด็ก ก่อนที่ไวแอ็ตต์จะออกมา พร้อมกับเด็กสวมหน้ากากแพะล้อมเวทีเอาไว้[165] ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ ในแมตช์กรงเหล็กระหว่าง ซีนากับไวแอ็ตต์ ซีนาจัดการอัดทั้งเบรย์และพวกลูกน้องจนหมดแล้ว และก็จะออกทางประตู แต่มีเด็กมายืนร้องเพลงขวางเอาไว้ และเบรย์ก็ได้โอกาสมา Sister Abigail ใส่ซีนาก่อนจะเดินออกไปทางประตูได้สำเร็จ ทำให้ซีนาเป็นฝ่ายแพ้[166] ในเพย์แบ็ค (2014) ซีนาได้รีแมตช์เอาชนะเบรย์ไปได้ ในแมตช์ Last Man Standing โดยการจับเบรย์มา Attitude Adjustment ลงบนกล่องเก็บของจนกล่องทะลุ แล้วซีนาก็ไปผลักกล่องอีกใบมาทับไว้อีกที ทำให้เบรย์ลุกไม่ได้แล้วก็โดนนับ 10 แพ้[167] ในมันนีอินเดอะแบงก์ (2014) ซีนาสามารถเอาชนะนักมวยปล้ำทั้ง7คน และคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 15 ได้สำเร็จ[168]

ในรอว์ (30 มิถุนายน 2014) ดิออธอริตี ทริปเปิลเอช กับสเตฟานี ออกมาประกาศแนะนำตัวซีนา แชมป์โลกคนใหม่ แชมป์ 15 สมัย สเตฟานีประกาศว่าในฐานะที่ซีนาเป็นแชมป์ เขาจะได้เป็นนายแบบปกเกม WWE 2K15 ด้วย และ ทริปเปิล เอช ได้ประกาศจัดแมตช์ให้ซีนาป้องกันแชมป์แบบ 4 เส้าในแบทเทิลกราวด์ (2014) และคนที่จะได้เข้าร่วมนั้นคือ แรนดี ออร์ตัน, เคน และโรแมน เรนส์ คืนเดียวกัน ซีนาได้จับคู่กับ เรนส์ เจอกับ ออร์ตัน และเคน สุดท้ายแมตช์จบลงโดยซีนากับเรนส์ชนะฟาล์ว หลังแมตช์เคนลากซีนามาใส่ท่า Tombstone ทำให้เซท โรลลินส์เจ้าของกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ รีบวิ่งออกมาขอใช้สิทธิ์นั้นทันที!! แต่ยังไม่ทันได้เริ่มแมตช์ ดีน แอมโบรส ก็มาไล่ต่อยโรลลินส์ และตามเข้าไปต่อยกันในอัฒจรรย์ ทำให้อดใช้กระเป๋าไป เคนไปเอาเก้าอี้มาและเตรียมอัดซีนาต่อ แต่เรนส์วิ่งมา Spear ใส่เคน แล้วก็ยืนจ้องหน้ากับทริปเปิลเอช ในแบทเทิลกราวด์ ซีนาสามารถป้องกันแชมป์ได้ในแบบ 4 เส้ากับ ออร์ตัน, เคน และเรนส์[169] ในซัมเมอร์สแลม (2014) ซีนาเสียแชมป์ให้กับบร็อก เลสเนอร์[170] ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2014) ซีนาได้รีแมตช์ชิงแชมป์กับเลสเนอร์อีกครั้ง แต่โรลลินส์มาก่อกวน ทำให้ซีนาไม่ได้แชมป์[171] ในรอว์ (13 ตุลาคม 2014) ได้มีการเปลี่ยนแปลงแมตช์ของซีนากับแอมโบรสให้เป็นคู่เอกในคืนนั้น จะเป็นแบบ No Holds Barred ไม่มีกฏกติกาใดๆทั้งสิ้น และผู้ชนะคือคนที่สามารถปีนไปเอาใบสัญญาที่แขวนอยู่บนเสาเหนือมุมได้ (Contract on a Pole) ใครคว้าสัญญาได้ก็จะเจอเซท โรลลินส์ ผู้แพ้ก็จะต้องไปเจอกับแรนดี ออร์ตัน ในแมตช์เฮลอินเอเซล เช่นกัน ผลปรากฏว่าแอมโบรสชนะ ทำให้แอมโบรสได้เจอกับโรลลินส์ และซีนาจะต้องเจอกับออร์ตัน ในรอว์ (20 ตุลาคม 2014) ทริปเปิลเอชได้ประกาศว่าแมตช์ระหว่างออร์ตันกับซีนาจะเป็นการหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์โลกกับเลสเนอร์ ในเฮลอินเอเซล (2014) ซีนาได้เอาชนะแรนดี ออร์ตัน ได้สิทธิ์เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ชิงแชมป์กับเลสเนอร์ในโอกาสต่อไป[172] ต่อมาซีนาได้เปิดศึกกับทีมออธอริตีนำโดยทริปเปิลเอช กับสเตฟานี ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2014) ซีนาได้นำทีมเอาชนะทีมออธอริตีไปได้ จากการช่วยเหลือของสติง ทำให้ออธอริตีต้องสลายกลุ่ม และหมดอำนาจลง[173][174] ในทีแอลซี (2014) ซีนาเอาชนะโรลลินส์ไปได้ในการปล้ำจับฟาดใส่โต๊ะ จากการช่วยเหลือของโรแมน เรนส์ ทำให้ซีนารักษาสิทธิ์เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์โลกกับเลสเนอร์ได้สำเร็จ[175] ในรอว์ (29 ธันวาคม 2014) ซีนาได้เรียกออธอริตีกลับมา ตามคำสั่งของโรลลินส์[176] ในรอว์ (5 มกราคม 2015) ทริปเปิลเอชกับสเตฟานี ได้ประกาศให้โรลลินส์เข้าร่วมชิงแชมป์โลกเป็นสามเส้าในรอยัลรัมเบิล (2015) สุดท้ายเลสเนอร์ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[177]

คว้าแชมป์ยูเอส และทำสถิติแชมป์เทียบเท่า[แก้]

ซีนาได้เปิดศึกกับเจ้าของแชมป์ยูเอส และผู้ที่ยังไม่เคยแพ้ใครอย่างรูเซฟ โดยซีนาท้าชิงแชมป์กับรูเซฟในฟาสต์เลน (2015) โดยซีนาเป็นฝ่ายแพ้ด้วยท่าซับมิสชั่น The Accolade จนสลบไป ทำให้ซีนาไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้[178] หลังจากนั้น ซีนาได้ขอรีแมตช์เจอกับรูเซฟอีกครั้งแต่รูเซฟไม่ยอมรับคำท้า[179] ในรอว์ 9 มีนาคม รูเซฟ ได้มีแมตช์กับเคอร์ติส แอ็กเซล และรูเซฟเอาชนะไปได้ หลังแมตช์ซีนาได้มาเล่นงานรูเซฟและจับล็อกด้วยท่า STF เพื่อหวังจะให้รูเซฟตอบรับคำท้าของซีนาในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 31 ทำให้ลานาต้องยอมให้ซีนาได้เจอกับรูเซฟในเรสเซิลเมเนีย และเป็นแมตช์ชิงแชมป์ยูเอส[180] สุดท้ายซีนาก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์ยูเอส สมัยที่4 มาครองได้สำเร็จ และเป็นคนแรกที่ชนะรูเซฟ[181] จากนั้นซีนาต้องป้องกันแชมป์รูเซฟทั้งในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2015) และเพย์แบ็ก (2015) แต่ซีนาก็สามารถเอาชนะรูเซฟไปได้ถึง 2 ศึกใหญ่ติดต่อกัน[182][183] ต่อมาซีนาได้เปิดศึกกับเควิน โอเวนส์ และได้ท้าเจอกันในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2015) โดยโอเวนส์เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ ก่อนจะรีแมตช์กันอีกครั้งในมันนีอินเดอะแบงก์ (2015) สุดท้ายซีนาเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้ หลังแมตช์โอเวนส์เล่นงานซีนาด้วยท่า Pop-up powerbomb กับขอบเวที[184][185] ในรอว์ 22 มิถุนายน ซีนาได้รับคำท้าของโอเวนส์ในการชิงแชมป์ยูเอสในแบทเทิลกราวด์ (2015) สุดท้ายซีนาสามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[186] ในรอว์ 20 กรกฎาคม ซีนาได้ขอท้าชิงแชมป์โลกกับเซท โรลลินส์ ซึ่งโรลลินส์ได้ปฏิเสธ[187] ในรอว์สัปดาห์ต่อมา 27 กรกฎาคม ซีนาต้องป้องกันแชมป์ยูเอสกับโรลลินส์ สุดท้ายซีนาก็สามารถป้องกันแชมป์ไว้ได้ ระหว่างแมตช์ ซีนาได้ถูกโรลลินส์เข่าใส่จนดั้งจมูกหัก[188][189] ในรอว์ 3 สิงหาคม โรลลินส์ได้ออกมาท้าซีนาในการรวมแชมป์โลกและแชมป์ยูเอส ผู้ชนะจะได้ครองแชมป์ทั้งสองเส้นในซัมเมอร์สแลม (2015) สุดท้ายซีนาเป็นฝ่ายแพ้และเสียแชมป์ยูเอสให้กับโรลลินส์ จากการก่อกวนของจอน สจ๊วต ทำให้ซีนาพลาดโอกาสการเป็นแชมป์โลกสมัยที่16[190]

ในรอว์ 24 สิงหาคม จอน สจ๊วตออกมาอธิบายว่าทำไมเขาถึงทำร้ายซีนา อันที่จริงแล้วเขาไม่ได้ทำเพื่อช่วยโรลลินส์ แต่เขาทำเพื่อป้องกันไม่ให้ ซีนาทำสถิติเทียบเท่ากับริก แฟลร์ เพราะเขาคิดว่า แฟลร์คือแชมป์ตัวจริง ริก แฟลร์ออกมาและก็บอกว่าซีนา คือคนที่เขาเคารพ และเขาก็ยินดีที่ซีนาจะทำลายสถิติของเขา ซีนาออกมาและก็พยายามจะเคลียร์กับสจ๊วต ซีนาบอกว่าการที่สจ๊วตทำแบบนั้นนอกจากโรลลินส์จะยังเป็นแชมป์โลกแล้ว ยังทำให้โรลลินส์ได้แชมป์ยูเอสไปอีกด้วย ซีนาบอกว่าเขาอุตส่าห์แย่งแชมป์นั้นมาจากรูเซฟ และนำมาเป็นสัญลักษณ์ของการให้โอกาสคนอื่น เขาให้โอกาสเด็กดาวรุ่งหลายคนมาชิงแชมป์ เขาช่วยผลักดันเด็กรุ่นใหม่อยู่เสมอ สจ๊วตบอกว่าเขาเคารพซีนา แต่ซีนาไม่ดีพอที่จะเทียบสถิติ ริก แฟลร์ และซีนาก็มีโอกาสที่จะชิงแชมป์ยูเอสกลับมา ซีนาบอกว่าเขาพยายามต่อสู้กับพวกออโทริตีมาตลอดเพราะพวกมันไม่สนใจแฟนๆ เอาแต่ทำสิ่งที่ดีสำหรับธุรกิจอย่างเดียว แล้วตอนนี้ออโทริตีได้แชมป์ไปครองสองเส้นแล้ว สจ๊วตบอกว่าเขาแค่ทำในสิ่งที่จำเป็นต้องทำเท่านั้น ซีนาจับสจ๊วตมา AA เป็นการเอาคืนก่อนจะเดินกลับไป ซีนาให้สัมภาษณ์ที่หลังฉาก บอกว่าเขาเคลียร์ไปแล้ว 1 คน หลังจากนี้เขาจะต้องไปเคลียร์กับโรลลินส์อีกคน ในรอว์สัปดาห์ต่อมา ซีนาออกมาเพื่อขอใช้สิทธิ์รีแมตช์กับโรลลินส์ ในการชิงแชมป์ยูเอสคืนในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2015) และสเตฟานีก็ตอบตกลง และซีนาก็สามารถคว้าแชมป์ยูเอสเป็นสมัยที่5ได้สำเร็จ[191] และเสียแชมป์ให้กับอัลเบร์โต เดล รีโอ ในการโอเพนชาเลนซ์ในเฮลอินเอเซล (2015) ก่อนจะห่างหายจากการปล้ำชั่วคราว[192] ในรอว์ 28 ธันวาคม ซีนาได้กลับมาปล้ำอีกครั้งโดยเอาชนะอัลเบร์โต เดล รีโอไปได้ด้วยการทำฟาล์ว ในการรีแมตช์ชิงแชมป์ยูเอส[193] วันที่ 7 มกราคม 2016 ซีนาได้รับบาดเจ็บเอ็นหัวไหล่ฉีกขาด ต้องพักการปล้ำ 4-6 เดือน[194][195] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 32 ซีนาได้ออกมาช่วยเดอะ ร็อกปราบกลุ่มไวแอ็ตต์แฟมิลี[196]

วันที่ 25 เมษายน 2016 ซีนาเปิดเผยผ่านทวิตเตอร์ของตนเองว่ามีกำหนดการจะกลับคืนสู่สังเวียน WWE ในรายการรอว์ วันที่ 30 พฤษภาคม (วันทหารผ่านศึก)[197] ในรอว์ 30 พฤษภาคม ซีนาได้ออกมาทักทายแฟนๆ ก่อนที่เอเจ สไตส์ออกมาเพื่อกล่าวต้อนรับซีนา แกลโลส์และแอนเดอร์สันออกมาจะหาเรื่อง แต่ซีนาก็ถูกเอเจหักหลัง[198] ในมันนีอินเดอะแบงก์ (2016) ซีนาได้มีแมตช์กับเอเจ ผลปรากฏว่าเดอะคลับออกมาเล่นงานซีนา จนแพ้ให้เอเจ[199][200] ในสแมคดาวน์ 19 กรกฎาคม ซีนาได้ถูกดราฟท์ไปอยู่สแมคดาวน์จากการเลือกของเชน แม็กแมน[201] ในแบทเทิลกราวด์ (2016) ซีนาได้ร่วมทีมกับเอ็นโซและแคสเจอกับเดอะคลับ ในแมตช์แทกทีม 6 คน[202] และเป็นทีมซีนาที่ชนะหลังจากซีนาจับเอเจใส่ AA บนเทิร์นบักเคิลและกดนับ3[203] ในสแมคดาวน์ 2 สิงหาคม ซีนาและเอเจได้ประกาศท้าเจอกันอีกครั้งในซัมเมอร์สแลม (2016) โดยซีนาแพ้ให้เอเจ หลังแมตช์ซีนาถอดปลอกแขน Never Give Up ออก แล้ววางทิ้งไว้บนเวทีก่อนจะเดินกลับไป[204][205][206] หลังจากเอเจได้แชมป์ WWE จากดีน แอมโบรสในแบ็กแลช (2016) 2 วันต่อมาในสแมคดาวน์ 13 กันยายน ซีนาได้ออกมาขอท้าชิงแชมป์กับเอเจและแอมโบรสในแมตช์สามเส้าในโนเมอร์ซี (2016) แต่ไม่สามารถคว้าแชมป์สมัยที่16มาได้[207] ในสแมคดาวน์ส่งท้ายปี 27 ธันวาคม ซีนาได้กลับมาและประกาศท้าชิงแชมป์ WWE กับผู้ชนะในแมตช์ชิงแชมป์คืนนั้น โดยเป็นเอเจ สไตส์ที่ป้องกันแชมป์ไว้ได้ ทำให้ซีนาได้ชิงแชมป์กับเอเจ[208] ในรอยัลรัมเบิล (2017) ซีนาสามารถคว้าแชมป์จากเอเจเป็นสมัยที่16 เทียบเท่าสถิติแชมป์โลกของริก แฟลร์ได้สำเร็จ[209] ก่อนเสียแชมป์ให้เบรย์ ไวแอ็ตต์ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2017) หลังจากครองได้แค่ 2 สัปดาห์[210][211] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 33 ซีนาได้จับคู่กับแฟนของเขา นิกกี เบลลา เอาชนะเดอะมิซและมารีสไปได้ หลังแมตช์ซีนาได้ขอนิกกีแต่งงาน[212]

ฟรีเอเย่นต์[แก้]

ซีนากลับมาในสแมคดาวน์ 4 กรกฎาคม 2017 ออกมาเปิดรายการเนื่องในวันประกาศเอกราชของอเมริกา และก็พูดยกย่องประเทศสหรัฐฯ รูเซฟก็ออกมาด่าซีนาและคนอเมริกัน ซีนาเลยท้ารูเซฟให้มาเจอกันเลย แต่รูเซฟบอกว่าเอาไว้วันหลัง เขาจะเป็นคนเลือกวันเวลาเอง ก่อนจะมีการประกาศเจอกันแบบ Flag match ในแบทเทิลกราวด์ (2017) โดยซีนาเอาชนะไปได้[213][214][215] ในสแมคดาวน์ 8 สิงหาคม 2017 ซีนาออกมาที่เวทีเพื่อยอมรับความพ่ายแพ้ต่อ ชินซุเกะ นะกะมุระ แต่ แบรอน คอร์บิน ออกมาขัดจังหวะ ทำให้ ซีนาท้าคอร์บินให้มาเจอกัน คอร์บินไม่เอาด้วย และจะเดินกลับ แต่ แดเนียล ไบรอัน ออกมาสั่งจัดแมตช์ให้ทั้งสองคนเจอกันในซัมเมอร์สแลม (2017) โดยซีนาเอาชนะไปได้ ในเดือนสิงหาคม ซีนาได้ย้ายมาอยู่รอว์ในฐานะฟรีเอเย่นต์

ผลงานอื่นๆ[แก้]

จอห์น ซีนา
เกิด 23 เมษายน ค.ศ. 1977 (40 ปี)
West Newbury, Massachusetts, U.S.
แหล่งกำเนิด West Newbury, Massachusetts, U.S.
แนวเพลง Hip hop
อาชีพ Rapper
ช่วงปี 2004–2005, 2014
ค่ายเพลง Columbia Records, WWE Music Group
ส่วนเกี่ยวข้อง Tha Trademarc, Jake One, MGK

นอกจากจะมีผลงานในสังเวียนมวยปล้ำแล้ว ยังมีผลงานอื่นๆ ดังนี้

เพลง[แก้]

  • ปี 2004 ซีนาได้ร้องเพลงในอัลบั้ม WWE Originals ของ WWE คือเพลง Basic Thuganomics
  • ปี 2005 ในอัลบั้มของเขาเองอย่าง You Can't See Me (พร้อมด้วย Tha Trademarc)
  • ปี 2014 ได้ร้องเพลงร่วมกับ Wiz Khalifa ในเพลง "All Day" และ "Breaks" สำหรับประกอบวีดีโอเกม WWE 2K15[219]
ภาพยนตร์
Year Title Role Notes
2000 Ready to Rumble Gym Trainer
2006 The Marine John Triton
2009 12 Rounds Danny Fisher
2010 Legendary Mike Chetley
2011 The Reunion Sam Cleary
2014 Scooby-Doo! WrestleMania Mystery Himself Voice
2015 The Flintstones & WWE: Stone Age SmackDown! John Cenastone Voice
2015 Trainwreck Steven
2015 Sisters Pazuzu
2015 Daddy's Home Roger
2016 Surf's Up 2: WaveMania J.C. Voice
2017 The Wall Staff Sergeant Shane Matthews
2017 Daddy's Home 2 Roger Post-production
2017 Ferdinand Ferdinand the Bull Voice; post-production
2018 The Pact Filming
โทรทัศน์
Year Title Role Notes
2001 Manhunt Himself
2007 Fast Cars and Superstars: The Gillette Young Guns Celebrity Race 7 episodes
2009–2016 Saturday Night Live 2 episodes
Season 34, Episode 18 (Guest)
Season 42, Episode 9 (host)[220]
2010 Psych Ewan O'Hara Episode: "You Can't Handle This Episode"
True Jackson, VP Himself Episode: "Pajama Party"
Hannah Montana Episode: "Love That Lets Go"
Generator Rex Hunter Cain Voice role
Episode: "The Hunter"
Fred: The Movie Fred's Dad TV movie
2011 Fred 2: Night of the Living Fred TV movie
2012 Fred 3: Camp Fred TV movie
Fred: The Show Recurring
2013–present Total Divas Himself Recurring (season 1–present)
2015 Parks and Recreation Episode: "The Johnny Karate Super Awesome Musical Explosion Show"
Legendários Interview[221]
2016 American Grit Host Also executive producer[222][223]
2016 ESPY Awards Himself Host
The Edge & Christian Show 2 episodes
Total Bellas Main cast (season 1)
2017 Tour de Pharmacy TV movie

วีดีโอเกมส์[แก้]

Year Title
2003 WWE WrestleMania XIX
2003 WWE Raw 2
2003 WWE SmackDown! Here Comes the Pain
2004 WWE SmackDown! vs Raw
2004 WWE Day of Reckoning
2005 WWE Day of Reckoning 2
2005 WWE SmackDown! vs. Raw 2006
2006 WWE SmackDown vs. Raw 2007
2007 WWE SmackDown vs. Raw 2008
2008 WWE SmackDown vs. Raw 2009
2009 WWE SmackDown vs. Raw 2010
2010 WWE SmackDown vs. Raw 2011
2011 WWE All Stars
2011 WWE '12
2012 WWE '13
2013 WWE 2K14
2014 WWE 2K15
2015 WWE 2K16
2016 WWE 2K17

ในมวยปล้ำ[แก้]

ท่า Attitude Adjustment (ชื่อเดิม F-U)
ท่า STF (ชื่อเดิม STFU)
ท่า Five Knuckle Shuffle
ท่า Leg Drop
ท่า Spin-out powerbomb
  • ท่าไม้ตาย
    • STF (ชื่อเดิม STFU)[224] (Stepover toehold facelock or a sleeper hold lock)[225]
      • วิธีใช้ : จับคู่ต่อสู้งัดคอและงอขาไปหาเอวทำให้คู่ต่อสู้ตบพื้นยอมแพ้
    • AA - Attitude Adjustment (ชื่อเดิม F-U)[226][224] (Standing fireman's carry takeover,[227] sometimes from an elevated position or as a counter to an oncoming or high-flying opponent) – 2003–ปัจจุบัน
      • วิธีใช้ : จับคู่ต่อสู้ยกแล้วจับทุ่มเต็มๆ ทำให้คู่ต่อสู้เจ็บหลัง
    • Killswitch / Protobomb / Protoplex (Spin-out powerbomb) (OVW/UPW); used as a signature move in WWE[228]
  • ฉายา
    • "The Cenation Leader/The Leader of the Cenation"[241]
    • "The Chain Gang Soldier"[242]
    • "The Champ (as the Champion)
    • "The Doctor of Thuganomics"[243][244]
    • "The Face of WWE"[245]
    • "The Face That Runs the Place"[246]
    • "Fruity Pebbles"[247][248][249]
  • เพลงเปิดตัว
    • "Slam Smack" by R. Hardy (FirstCom Production Music) (June 27, 2002 – November 21, 2002)[251]
    • "Insert Bass Here" by DJ Case (FirstCom Production Music) (November 28, 2002 – February 13, 2003)[252]
    • "Basic Thuganomics" by John Cena (March 27, 2003 – March 10, 2005; April 5, 2009 for his entrance at WrestleMania XXV; March 12, 2012 for his "Cena rap" against The Rock)
    • "We Are One" by 12 Stones (October 3, 2010 – November 21, 2010; used while a part of The Nexus)
    • "The Time Is Now" by John Cena and Tha Trademarc (March 17, 2005–present)

ผลงานแชมป์และความสำเร็จ[แก้]

รางวัลอื่นๆ และเกียรตินิยม[แก้]

เกร็ดความรู้ และสถิติต่างๆ[แก้]

  • ได้แชมป์โลกทั้งหมด 16 สมัย (แชมป์ WWE 13 สมัย และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สมัย) เทียบเท่าสถิติแชมป์โลกของริก แฟลร์
  • เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่คว้าแชมป์ WWE ได้มากกว่า 10 สมัย
  • ได้แชมป์ยูเอสครั้งแรกในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ชนะ บิ๊กโชว์
  • ได้แชมป์ WWE ครั้งแรกในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 ชนะ เจบีแอล
  • ได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวท ครั้งแรกในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) ชนะ คริส เจริโค
  • เคยได้แชมป์แท็กทีมร่วมกับ ชอว์น ไมเคิลส์, บาทิสตา และเดอะมิซ ทั้งที่เป็นคู่กรณีกัน
  • เป็นผู้ชนะรอยัลรัมเบิลถึง 2 ครั้งในปี 2008 และ 2013
  • เป็นคนแรกที่ใช้กระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์และไม่ได้แชมป์
  • ดัดแปลงเข็มขัดแชมป์ WWE แบบหมุนได้ ทำให้เป็นสินค้าที่ขายดีที่สุดในรอบ 5 ปี
  • เปิดตัวในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 ใช้งบประมาณสูงสุดในประวัติศาสตร์ถึง 100,000 ดอลลาร์
  • ซีนา และ เรย์ มิสเตริโอ คือสองคนที่แฟนๆ ต้องการลายเซ็นมากที่สุด
  • เป็นนักมวยปล้ำคนเดียวที่เพลงเปิดตัวมีผู้โหลดในไอทูนส์สูงสุดอันดับที่ 1 โดยครองถึง 2 สัปดาห์
  • เป็นนักมวยปล้ำคนแรกที่ชนะ อูมากา, รูเซฟ, เควิน โอเวนส์
  • สามารถยกนักมวยปล้ำที่ตัวใหญ่กว่าเขาได้ทุกคน เช่น บิ๊กโชว์, มาร์ก เฮนรี เป็นต้น
  • ปล้ำเรสเซิลเมเนียมาแล้ว 13 ครั้ง โดยชนะ 10 แพ้ 3
    • ครั้งที่ 20 ชนะ บิ๊กโชว์ ชิงแชมป์ยูเอส
    • ครั้งที่ 21 ชนะ เจบีแอล ชิงแชมป์ WWE
    • ครั้งที่ 22 ชนะ ทริปเปิลเอช ชิงแชมป์ WWE
    • ครั้งที่ 23 ชนะ ชอว์น ไมเคิลส์ ชิงแชมป์ WWE
    • ครั้งที่ 24 แพ้ แรนดี ออร์ตัน โดยมีทริปเปิลเอชร่วมปล้ำด้วย ชิงแชมป์ WWE
    • ครั้งที่ 25 ชนะ เอดจ์ และ บิ๊กโชว์ ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท
    • ครั้งที่ 26 ชนะ บาทิสตา ชิงแชมป์ WWE
    • ครั้งที่ 27 แพ้ เดอะมิซ ชิงแชมป์ WWE
    • ครั้งที่ 28 แพ้ เดอะร็อก
    • ครั้งที่ 29 ชนะ เดอะร็อก ชิงแชมป์ WWE
    • ครั้งที่ 30 ชนะ เบรย์ ไวแอ็ตต์
    • ครั้งที่ 31 ชนะ รูเซฟ ชิงแชมป์ยูเอส
    • ครั้งที่ 33 จับคู่กับ นิกกี เบลลา ชนะ เดอะมิซ และมารีส
  • ได้ปล้ำเป็นคู่เอกปิดเรสเซิลเมเนียมาแล้ว 5 ครั้ง (ครั้งที่ 22, 23, 27, 28, 29)
  • เคยชนะผู้ที่เคยก่อตั้งทีมเดียวกันในนามดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ ทั้งทริปเปิลเอช และชอว์น ไมเคิลส์มาแล้วในเรสเซิลเมเนีย
  • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 เป็นครั้งแรกที่ปล้ำโดยที่ไม่มีเข็มขัดเส้นใดเป็นเดิมพัน
  • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 32 เป็นครั้งแรกที่ไม่ได้ร่วมปล้ำเพราะบาดเจ็บ
  • เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 33 เป็นครั้งแรกที่ปล้ำแบบแท็กทีม
  • ปล้ำไอควิต แมทช์มาแล้ว 5 ครั้ง และยังไม่เคยแพ้ใคร
    • จัดจ์เมนท์เดย์ (2005) ชนะ เจบีแอล ชิงแชมป์ WWE
    • เบรกกิ้งพอยท์ (2009) ชนะ แรนดี ออร์ตัน ชิงแชมป์ WWE
    • โอเวอร์เดอะลิมิต (2010) ชนะ บาทิสตา ชิงแชมป์ WWE
    • โอเวอร์เดอะลิมิต (2011) ชนะ เดอะมิซ ชิงแชมป์ WWE
    • เพย์แบ็ก (2015) ชนะ รูเซฟ ชิงแชมป์ยูเอส
  • ปล้ำไอเอิร์น แมน แมทช์ครั้งแรก ชนะ แรนดี ออร์ตัน 6-5 ในแบรกกิ้ง ไรท์ส (2009)
  • ปล้ำมันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ครั้งแรกในปี 2012

อ้างอิง[แก้]

  1. Keck, William (October 8, 2006). "A new action star/femme fatale pairing?". USA Today. สืบค้นเมื่อ March 27, 2007. "At his Tampa home, Cena maintains a humidor that holds more than 300 cigars." 
  2. John Cena: My Life (DVD). World Wrestling Entertainment. 2007. 
  3. "John Cena's WWE History". UPW. Archived from the original on July 30, 2007. สืบค้นเมื่อ July 4, 2007. 
  4. "Ultimate University/UPW alumni". UPW. Archived from the original on April 1, 2007. สืบค้นเมื่อ March 29, 2007. 
  5. 5.0 5.1 5.2 "John Cena". WWE. สืบค้นเมื่อ December 14, 2010. 
  6. 6.0 6.1 6.2 "UPW: John "Prototype" Cena". UPW. Archived from the original on April 17, 2008. สืบค้นเมื่อ March 13, 2008. 
  7. 7.0 7.1 7.2 7.3 7.4 7.5 7.6 "John Cena profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ July 3, 2007. 
  8. "John Cena " Wrestlers Database " CAGEMATCH – The Internet Wrestling Database". Cagematch.net. สืบค้นเมื่อ August 3, 2014. 
  9. "Fast Cars & Superstars - Gillette Young Guns Celebrity Race Driver Bios". ABC Media Net. สืบค้นเมื่อ 2007-06-11. 
  10. "SLAM! Sports biography". CANOE. February 6, 2005. สืบค้นเมื่อ May 5, 2007. 
  11. Sokol, Bryan (December 20, 2010). "TLC delivers highs, lows and a new champ". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ December 20, 2010. 
  12. "9 WWE Titles". WWE. สืบค้นเมื่อ September 18, 2011. 
  13. "1998 Football Roster". Springfield College. สืบค้นเมื่อ May 5, 2007. 
  14. "John Cena Bulldog Basketball Jersey". WWE. สืบค้นเมื่อ May 6, 2007. 
  15. "John Cena Personalized Beware of Dog Football Jersey". WWE. สืบค้นเมื่อ January 3, 2008. 
  16. Perkins, Brad (February 2001). "Training Ground". Wrestling Digest. สืบค้นเมื่อ July 17, 2008. 
  17. "Inside WWE's New Magazine". WWE. สืบค้นเมื่อ May 5, 2007. "Who would have guessed John Cena was once a limo driver" 
  18. 18.0 18.1 "OVW Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  19. Hamilton, Ian. Wrestling's Sinking Ship (p.67)
  20. "SmackDown! results – June 27, 2002". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  21. "SmackDown! results – October 10, 2002". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  22. "SmackDown! results – March 6, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  23. "SmackDown! results – March 13, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  24. "SmackDown! results – March 20, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  25. "Backlash 2003 results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ May 9, 2007. 
  26. "SmackDown! results – November 13, 2003". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ July 6, 2007. 
  27. "Survivor Series 2003 results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ December 29, 2007. 
  28. "WrestleMania XX results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  29. "SmackDown! results – November 18, 2004". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  30. "John Cena's Second Reign as US Champion". WWE. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  31. "No Way Out 2005 results". Pro Wrestling history. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  32. "Judgment Day 2005 results". Pro Wrestling history. Archived from the original on May 7, 2007. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  33. Evans, Ant. "Power Slam". What’s going down... (SW Publishing LTD). p. 4. 132. 
  34. "RAW results – August 22, 2005". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 10, 2007. 
  35. "2007 Wrestling Almanac & Book of Facts". Wrestling’s Historical Cards (Kappa Publishing). 2007. p. 119. 
  36. Scaia, Rick. "RAW results – March 20, 2006". Online Onslaught. สืบค้นเมื่อ July 10, 2007. "For Cena's initial entrance, it's high pitched squeals, and the requisite 40–50% boos ... there were significant cheers for Trips, which is the REAL issue in play, here." 
  37. "RAW results – April 2, 2006". Online Onslaught. สืบค้นเมื่อ July 10, 2007. "What [Cena] hears is the same thing he heard last night: 10,000 lustily booing the hell out of him, and maybe 5,000 frantically cheering to try to match that volume level." 
  38. "RAW results – July 3, 2006". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 11, 2007. 
  39. "RAW results – August 28, 2006". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 5, 2007. 
  40. "Unforgiven 2006 results". Pro Wrestling History. สืบค้นเมื่อ May 11, 2007. 
  41. "RAW results – September 18, 2006". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 5, 2007. 
  42. "RAW results – November 27, 2006". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 5, 2007. 
  43. "RAW results – January 1, 2007". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 11, 2007. 
  44. McElvaney, Kevin (June 2007). "Pro Wrestling Illustrated, July 2007". WrestleMania 23 (Kappa Publishing). pp. 74–101. 
  45. "SummerSlam 2007 Results". WWE. August 26, 2007. Archived from the original on August 29, 2007. สืบค้นเมื่อ August 26, 2007. 
  46. "WWE RAW Results – December 24, 2007". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ December 25, 2007. 
  47. "Royal Rumble 2008 results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ January 29, 2008. 
  48. "RAW results – January 28, 2008". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 1, 2008. 
  49. "No Way Out 2008 results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ February 19, 2008. 
  50. "Raw results – February 18, 2008". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 1, 2008. 
  51. "WrestleMania XXIV results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 1, 2008. 
  52. Sitterson, Aubrey (August 5, 2008). "Championship scramble". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 5, 2008. 
  53. Sitterson, Aubrey (August 11, 2008). "Bracing for a SummerSlam". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 12, 2008. 
  54. Plummer, Dale; Nick Tylwalk (August 17, 2008). "SummerSlam comes close to 'blockbuster' status". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ August 12, 2009. 
  55. "Cena out, vows to return". World Wrestling Entertainment. August 26, 2008. สืบค้นเมื่อ August 27, 2008. 
  56. "John Cena: Post-surgery interview". World Wrestling Entertainment. August 26, 2008. สืบค้นเมื่อ August 27, 2008. 
  57. Sitterson, Aubrey (November 23, 2008). "The Champ is back!". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ November 24, 2008. 
  58. "World Heavyweight Champion John Cena def. Chris Jericho". World Wrestling Entertainment. December 14, 2008. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012. 
  59. "Edge wins World Heavyweight Title Elimination Chamber Match". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012. 
  60. Passero, Mitch (April 5, 2009). "Cena reclaims his gold". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on June 18, 2009. สืบค้นเมื่อ April 6, 2009. 
  61. Passero, Mitch (April 26, 2009). "Fueled by hatred and desperation". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 26, 2009. 
  62. Sitterson, Aubrey (May 17, 2009). "Results:Conservation of momentum leads to victory". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ May 17, 2009. 
  63. Murphy, Ryan (June 7, 2009). "Results:Submission Accomplished". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ June 14, 2009. 
  64. "WWE Champion Randy Orton def. Triple H & John Cena". World Wrestling Entertainment. July 26, 2009. สืบค้นเมื่อ October 21, 2011. 
  65. "John Cena def. Randy Orton ("I Quit" Match - New WWE Champion)". World Wrestling Entertainment. September 13, 2009. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012. 
  66. Sokol, Chris; Sokol, Brian (October 7, 2009). "Title changes highlight Hell in a Cell". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 6, 2009. 
  67. Tello, Craig (October 25, 2009). "One Hour, Anything Goes WWE Iron Man Match scorecard". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ October 21, 2011. 
  68. Caldwell, James (December 13, 2009). "Caldwell's WWE TLC PPV Report 12/13: Complete PPV report on Cena vs. Sheamus, DX vs. JeriShow, Taker vs. Batista". PWTorch. สืบค้นเมื่อ December 14, 2009. 
  69. Plummer, Dale; Nick Tylwalk (February 22, 2010). "Batista, Jericho and Michaels capitalize on Elimination Chamber opportunities". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ February 22, 2010. 
  70. Adkins, Greg (February 22, 2010). "Taking the bull by the horns". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 29, 2010. 
  71. Adkins, Greg (March 28, 2010). "Results:Cena uncorks the "Champ pain"". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 29, 2010. 
  72. "WWE Champion John Cena def. Batista (Last Man Standing Match)". World Wrestling Entertainment. April 25, 2010. สืบค้นเมื่อ June 5, 2012. 
  73. Bishop, Matt (May 23, 2010). "Batista quits to end disappointing Over The Limit". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 26, 2010. 
  74. "CANOE – SLAM! Sports – Wrestling – RAW: Vote early, vote often; NXT takes over". Slam.canoe.ca. สืบค้นเมื่อ March 28, 2011. 
  75. Adkins, Greg (July 18, 2010). "Results: Bank robbery". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 13, 2010. 
  76. Adkins, Greg (August 15, 2010). "Results: The Seventh Sign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 16, 2010. 
  77. http://cdn46.castfire.com/audio/522/3398/25156/2025156/2025156_2013-12-23-195856-7770-0-0-0.64k.mp3?cdn_id=46&uuid=a3f843b4fffda2b7dea93b3b241641ae&referer=http%3A%2F%2Fpodcastone.com%2FTalk-Is-Jericho
  78. Hillhouse, Dave (October 4, 2010). "Hell in a Cell: Betrayal, fan interference, and flying shoes". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 4, 2010. 
  79. 79.0 79.1 Sokol, Bryan (October 25, 2010). "Cena central to Bragging Rights; Smackdown wins again". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ October 26, 2010. 
  80. Wilkenfeld, Daniel (October 25, 2010). "Caldwell's WWE Raw results 10/25: Complete "virtual time" coverage of live Raw following Bragging Rights, Bryan vs. Ziggler". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ October 26, 2010. 
  81. Plummer, Dale (November 22, 2010). "RAW: The Miz cashes in as Nexus costs Orton WWE title". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 23, 2010. 
  82. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (November 22, 2010). "The fate of Cena is finally decided at so-so Survivor Series". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 22, 2010. 
  83. Plummer, Dale (December 13, 2010). "RAW: The Slammy Awards falls flat". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ December 20, 2010. 
  84. Adkins, Greg (January 31, 2011). "It's good to be "King"". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 22, 2011. 
  85. Adkins, Greg (February 21, 2011). "Intermitten reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 22, 2011. 
  86. "Results:WWE Champion The Miz def. John Cena". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 5, 2011. 
  87. "John Cena won a Triple Threat Steel Cage Match (New WWE Champion)". WWE. สืบค้นเมื่อ May 2, 2011. 
  88. Wortman, James. "WWE: Homepage > TV Shows > WWE Over The Limit > WWE Over The Limit 2011 > WWE Champion John Cena vs. The Miz ("I Quit" Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ May 14, 2011. 
  89. Wortman, James. "WWE Champion John Cena vs. R-Truth". WWE. สืบค้นเมื่อ June 9, 2011. 
  90. "WWE Chairman Vince McMahon suspends CM Punk". World Wrestling Entertainment. June 28, 2011. สืบค้นเมื่อ June 28, 2011. 
  91. James Wortman (July 4, 2011). "Raw results: Stars and gripes". WWE. สืบค้นเมื่อ July 5, 2011. 
  92. Tello, Craig (July 17, 2011). "Homepage > TV Shows > Money in the Bank > Money in the Bank 2011 > CM Punk def. John Cena (New WWE Champion)". WWE. สืบค้นเมื่อ September 4, 2011. 
  93. Rey Mysterio relinquishes belt on Raw (July 26, 2011). "Story:Title Glory for Cena". Sky Sports. สืบค้นเมื่อ September 4, 2011. 
  94. "John Cena vs. CM Punk – Undisputed WWE Championship Match". WWE. สืบค้นเมื่อ August 1, 2011. 
  95. Murphy, Ryan. "John Cena def. Alberto Del Rio (New WWE Champion)". WWE. สืบค้นเมื่อ December 5, 2011. 
  96. "WWE Championship Triple Threat Hell in a Cell Match". WWE. สืบค้นเมื่อ September 20, 2011. 
  97. "WWE Championship Last Man Standing Match". WWE. สืบค้นเมื่อ October 11, 2011. 
  98. "The Miz and R-Truth vs. John Cena and The Rock". WWE. สืบค้นเมื่อ October 31, 2011. 
  99. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 12/12: Complete "virtual-time" coverage of live three-hour Raw – Henry vs. Cena, Slammys, final TLC hype". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ December 20, 2011. 
  100. Mitch Passero (January 30, 2012). "John Cena vs. Kane (Double Count-Out)". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2012. 
  101. Giannini, Alex (February 6, 2012). "John Cena vs. Kane (Ambulance Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ February 13, 2012. 
  102. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 28 PPV REPORT 4/1: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV – Rock-Cena, Taker-Hunter, Punk-Jericho". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 2, 2012. 
  103. Drew, Ryan. "Brock Lesnar Returns to WWE and Attacks John Cena; A Fan's Reaction - Yahoo! Sports". Sports.yahoo.com. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  104. Tom Herrera (9.4.2012). "Raw Kick Off". WWE. สืบค้นเมื่อ April 9, 2012. 
  105. Tom Herrera (23.4.2012). "Raw Results". WWE. สืบค้นเมื่อ April 24, 2012. 
  106. Tom Herrera (9.4.2012). "Extreme Rules Main event". WWE. สืบค้นเมื่อ April 9, 2012. 
  107. "Extreme Rules results". WWE. 30.4.2012. สืบค้นเมื่อ 24 April 2012. 
  108. "John Cena injured against Brock Lesnar at Extreme Rules". WWE.com. 2012-04-01. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  109. "FCW Star Asks For Help, Cena Vs. Laurinaitis News, Extreme Reunion Attendance, Taker Shirt". WrestlingInc.com. 2012-05-04. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  110. http://www.midwestsportsfans.com/2012/05/wwe-over-the-limit-recap-john-laurinaitis-defeats-john-cena-in-main-event/
  111. May 21, 2012 (2012-05-21). "WWE Over the Limit Recap: John Laurinaitis Defeats John Cena In Main Event". Midwestsportsfans.com. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  112. http://www.wwe.com/shows/nowayout/2012/john-cena-big-show
  113. "WWE News: Big stipulation added to the John Cena vs. Big Show main event for No Way Out". Prowrestling.net. 2012-06-12. สืบค้นเมื่อ 2012-08-15. 
  114. http://www.wwe.com/shows/nowayout/2012/no-way-out-2012-results
  115. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 6/25: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw #995 - Cena vs. Jericho, MITB hype". 
  116. http://www.wwe.com/shows/raw/2012-06-25/wwe-raw-results/page-5
  117. Money in the Bank Ladder Match for a WWE Championship Contract, WWE, สืบค้นเมื่อ 2012-06-25 
  118. Styles, Joey (23 July 2012). "Was CM Punk justified?". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  119. Martin, Todd (23 July 2012). "Raw 1000th Episode Report". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  120. Herrera, Tom (23 July 2012). "Raw 1,000 results: John Cena failed to win the WWE Title; The Rock floored by CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 23 July 2012. 
  121. "Raw results: Raw General Manager AJ Lee gets the last laugh on WWE Champion CM Punk". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-07-30. 
  122. "SummerSlam | Matches, Results, Videos, Photos, and More". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-12-09. 
  123. "John Cena undergoes arm surgery?". WWE. 18 September 2012. สืบค้นเมื่อ 13 September 2012. 
  124. "John Cena undergoes arm surgery?". WWE. 18 September 2012. สืบค้นเมื่อ 13 September 2012. 
  125. Giannini, Alex (2012-10-16). "Did John Cena 'pass the torch' to Ryback on Raw?". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 2012-12-09. 
  126. "WWE Championship Triple Threat Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-11-05. 
  127. Murphy, Ryan (November 19, 2012). "WWE Champion CM Punk def. John Cena and Ryback (Triple Threat Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-11-24. 
  128. Styles, Irfan Nasir (2012-12-16). "WWE.com: Dolph Ziggler def. John Cena (Ladder Match for the World Heavyweight Championship Money in the Bank contract)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2012-12-16. "Dolph Ziggler def. John Cena (Ladder Match for the World Heavyweight Championship Money in the Bank contract)" 
  129. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 12/17". 
  130. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/7". 
  131. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/14". 
  132. "Full list of Royal Rumble Match participants and eliminations". WWE. January 28, 2012. Archived from the original on January 30, 2013. สืบค้นเมื่อ January 28, 2012. 
  133. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/28". 
  134. "WWE Raw Report CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 2/4". 
  135. "CALDWELL'S WWE ELIMINATION CHAMBER PPV RESULTS 2/17". 
  136. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 2/25". 
  137. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/4". 
  138. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/25". 
  139. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/25". 
  140. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 29 PPV RESULTS". 
  141. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8". 
  142. "RYBACK SAYS HE’S THE VILLAIN AGAINST CENA, CM PUNK NOT WORKING LIVE EVENTS & MORE". 
  143. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/29 (Hour 3)". 
  144. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 5/13 (Hour 2)". 
  145. "CALDWELL'S WWE EXTREME RULES PPV RESULTS 5/19 (Hour 3)". 
  146. "CALDWELL'S WWE PAYBACK PPV RESULTS 6/16 (Hour 3)". 
  147. Trionfo, Richard. "WWE RAW REPORT: TOO McMANY McMAHONS?; WHAT HAPPENS WHEN YOU ARE NO LONG A HEYMAN 'CLIENT'; MARK HENRY GIVES AN EMOTIONAL SPEECH; A SCARE FOR DANIEL BRYAN; IS STEPHANIE MCMAHON THE NEW KAREN JARRETT?; WHAT IF PEOPLE DON'T COME OUT DURING PROMO SEGMENTS, HOW WOULD WE GET MATCHES?; AND MORE". PWInsider. สืบค้นเมื่อ June 20. 
  148. "CALDWELL'S WWE MITB PPV RESULTS 7/14 (Hour 3): Ongoing "virtual-time" coverage of live PPV - Cena vs. Henry, MITB All-Stars". 
  149. http://www.wwe.com/shows/summerslam/2013/john-cena-daniel-bryan-26131903
  150. "CALDWELL'S WWE SSLAM PPV RESULTS 8/18 (Hour 3): Cena vs. Bryan WWE Title main event, did Orton cash in?". 
  151. "RAW NEWS: Cena gone 4-6 months, Triple H explanation, WWE Title & World Title pictures, RVD, new tag team, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 20 August 2013. 
  152. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 10/7 (Hour 3): Cena's return announced, Triple H finally gets KO'ed, Shield vs. Team Bryan & Rhodes main event, Miz TV, more". 
  153. "CALDWELL'S WWE HIAC PPV RESULTS (Hour 2): Cena returns in World Title match, Punk vs. Ryback HIAC match". 
  154. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 10/28 (Hour 1): Cena opens Raw, Sandow attempts MITB cash-in, Shield". 
  155. "World Heavyweight Champion John Cena def. Alberto Del Rio". 
  156. http://bleacherreport.com/articles/1864402-wwe-survivor-series-2013-wwe-is-smart-to-start-randy-orton-vs-john-cena-feud
  157. Clapp, John (2013-11-25). "World Heavyweight Champion John Cena vs. WWE Champion Randy Orton (Tables, Ladders & Chairs Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 2013-12-03. 
  158. "WWE World Heavyweight Champion Randy Orton def. John Cena BY ANTHONY BENIGNO - wwe.com". 
  159. "Raw highlights: Jan. 27, 2014 - Daniel Bryan, Sheamus and John Cena vs. The Shield - Elimination Chamber Qualifying Match: Raw, Jan. 27, 2014". 
  160. "WWE World Heavyweight Championship Elimination Chamber Match BY John Clapp - wwe.com". 
  161. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 3/10: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – Bryan "hi-jacks" Raw, Taker & Hogan back on TV, Cena vs. Wyatts feud continues". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 3, 2014. 
  162. "John Cena vs. Bray Wyatt". WWE. Archived from the original on March 14, 2014. สืบค้นเมื่อ April 3, 2014. 
  163. Guillot, Gene. "John Cena vs. Bray Wyatt centers on Cena's legacy". The Times-Picayune. สืบค้นเมื่อ April 5, 2014. 
  164. Caldwell, James. "WrestleMania 30 PPV results (Hour 2): Complete "virtual-time" coverage of Cena vs. Bray, big moment for Cesaro in the Andre Battle Royal, Shield vs. Outlaws". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 10, 2014. 
  165. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw result 4/28: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – final PPV hype, Bryan returns from injury, Flair, Tag Title match, Tourney Finals, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ May 6, 2014. 
  166. Caldwell, James. "Caldwell's Extreme Rules PPV results 5/4: Complete "virtual-time" coverage of live PPV – Bryan vs. Kane, Evolution vs. Shield, Cena vs. Wyatt steel cage match.". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ May 6, 2014. 
  167. Asher, Matthew. "Shield gets suicidal and Cena looks for some Payback against Wyatt". slam.canoe.ca. SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2 June 2014. 
  168. "WWE Money in the Bank 2014 results". WWE. สืบค้นเมื่อ June 30, 2014. 
  169. "WWE Battleground 2014 results". WWE. สืบค้นเมื่อ July 20, 2014. 
  170. "SummerSlam 2014 results: Brock Lesnar decimates John Cena, wins WWE World Heavyweight Championship". SB Nation. สืบค้นเมื่อ August 18, 2014. 
  171. Namako, Jason. "WWE Main Event Results - 8/19/14 (Big Show vs. Rowan)". wrestleview.com. WWE. สืบค้นเมื่อ 20 August 2014. 
  172. Burdick, Michael. "WWE Hell in a Cell 2014 results". WWE. สืบค้นเมื่อ October 26, 2014. 
  173. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results – 10/27/14 (John Cena vs. Seth Rollins)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ October 28, 2014. 
  174. Murphy, Ryan. "Team Cena def. Team Authority". wwe.com. WWE. สืบค้นเมื่อ November 23, 2014. 
  175. Murphy, Ryan. "John Cena def. Seth Rollins (Tables Match)". wwe.com. WWE. สืบค้นเมื่อ December 14, 2014. 
  176. Keller, Wade. "Keller's WWE Raw report 12/29: Lesnar and Heyman show up, Ziggler vs. Rusev in a champion vs. champion match, Edge & Christian host, Bryan’s big announcement". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ December 31, 2014. 
  177. McCauley, Kevin. "Brock Lesnar retains WWE title in classic at Royal Rumble, beating John Cena, Seth Rollins". SB Nation. สืบค้นเมื่อ 26 January 2015. 
  178. Caldwell, James. "WWE Fast Lane PPV results 2/22: Complete "virtual-time" coverage of Bryan vs. Reigns, Cena vs. Rusev, Sting-Hunter confrontation, final PPV before WM31". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 23 February 2015. 
  179. Caldwell, James. "WWE Raw results 3/2: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw - Heyman speaks for Lesnar, Rollins-Daily Show angle, WM31 build continues". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 3 March 2015. 
  180. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results - 3/9/15 (Orton gets revenge on Rollins)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 10 March 2015. 
  181. Caldwell, James (March 29, 2015). "CALDWELL'S WM31 PPV RESULTS 3/29: Ongoing "virtual-time" coverage of WWE World Title match, Taker's return, Sting vs. Triple H, Cena vs. Rusev, more big matches". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 29, 2015. 
  182. Caldwell, James. "CALDWELL'S EXTREME RULES PPV REPORT 4/26: Complete "virtual-time" coverage of live PPV - Rollins vs. Orton steel cage, Cena vs. Rusev, Last Man Standing, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 27 April 2015. 
  183. Melok, Bobby. "United States Champion John Cena def. Rusev ("I Quit" Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ 17 May 2015. 
  184. Melok, Bobby. "NXT Champion Kevin Owens def. United States Champion John Cena (Champion vs. Champion Match: Non-Title)". wwe.com. สืบค้นเมื่อ 31 May 2015. 
  185. 185.0 185.1 Laboon, Jeff. "John Cena def. Kevin Owens". wwe.com. สืบค้นเมื่อ 14 June 2015. 
  186. Caldwell, James. "WWE PPVs CALDWELL'S WWE BATTLEGROUND PPV REPORT 7/19: Complete "virtual-time" coverage of live PPV - Rollins vs. Lesnar, Cena vs. Owens III, Orton returns home, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 19 July 2015. 
  187. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/20: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Battleground fall-out, Taker-Lesnar pullapart, big six-man tag main event, Divas, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 20 July 2015. 
  188. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/27: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Cena vs. Rollins for U.S. Title, SSlam hype, Owens vs. RKO, two Divas matches, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 27 July 2015. 
  189. "John Cena suffers broken nose on Raw". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 27 July 2015. 
  190. Artus, Matthew. "WWE World Heavyweight Champion Seth Rollins def. United States Champion John Cena in a Winner Takes All Match". wwe.com. สืบค้นเมื่อ 23 August 2015. 
  191. Melok, Bobby. "John Cena def. Seth Rollins to win the United States Championship". wwe.com. สืบค้นเมื่อ 20 September 2015. 
  192. Artus, Matthew. "Alberto Del Rio def. U.S. Champion John Cena in the U.S. Open Challenge". wwe.com. สืบค้นเมื่อ 25 October 2015. 
  193. "WWE Raw live results: Dec. 28, 2015". สืบค้นเมื่อ December 29, 2015. 
  194. Wortman, James (January 8, 2016). "John Cena undergoes shoulder surgery". WWE. สืบค้นเมื่อ January 13, 2016. 
  195. Nason, Josh. "John Cena likely out for Wrestlemania due to shoulder injury". f4wonline.com. สืบค้นเมื่อ 10 January 2016. 
  196. Adkins, Greg. "John Cena returns and joins The Rock at WrestleMania". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 4 April 2016. 
  197. Pappolla, Ryan. "John Cena announces his return date on Twitter". WWE. สืบค้นเมื่อ April 27, 2016. 
  198. Tedesco, Mike. "WWE RAW RESULTS – 5/30/16 (LIVE RESULTS FROM GREEN BAY, AJ STYLES AND THE CLUB ATTACK JOHN CENA, SIX MAN TAG MAIN EVENT)". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ May 30, 2016. 
  199. Clapp, John. "John Cena vs. AJ Styles". WWE. สืบค้นเมื่อ June 3, 2016. 
  200. Caldwell, James. "6/19 WWE MITB PPV Results – CALDWELL’S Complete Live Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ June 19, 2016. 
  201. "2016 WWE Draft results: WWE officially ushers in New Era". WWE. สืบค้นเมื่อ July 19, 2016. 
  202. Caldwell, James. "7/4 WWE Raw Results – CALDWELL’S Complete Live TV Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ July 4, 2016. 
  203. Powers, Kevin. "John Cena, Enzo Amore & Big Cass def. The Club". WWE. สืบค้นเมื่อ July 24, 2016. 
  204. Parks, Greg. "8/16 WWE Smackdown LIVE – Parks’s Complete, Real-Time Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 17, 2016. 
  205. Clapp, John. "John Cena vs. AJ Styles". WWE. สืบค้นเมื่อ August 2, 2016. 
  206. Caldwell, James. "8/21 WWE Summerslam Results – CALDWELL’S Complete Live Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 21, 2016. 
  207. Benigno, Anthony. "WWE World Champion AJ Styles vs. Dean Ambrose vs. John Cena". WWE. สืบค้นเมื่อ September 13, 2016. 
  208. Parks, Greg (December 20, 2016). "12/20 WWE Smackdown LIVE – Parks’s Complete, Real-Time Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ December 20, 2016. 
  209. Powell, Jason. "1/29 Powell’s WWE Royal Rumble 2017 live review: AJ Styles vs. John Cena for the WWE Championship, Kevin Owens vs. Roman Reigns in a No DQ match for the WWE Universal Championship with Chris Jericho in a shark cage". Pro Wrestling Dot Net. สืบค้นเมื่อ January 29, 2017. 
  210. "WWE Championship Elimination Chamber Match". WWE. สืบค้นเมื่อ January 17, 2017. 
  211. http://www.wrestlinginc.com/wi/news/2017/0212/623188/wwe-begins-build-for-john-cena-wrestlemania-33-match-video/
  212. Parks, Greg (February 28, 2017). "2/28 WWE Smackdown LIVE – Parks’s Complete, Real-Time Report, including Luke Harper vs. A.J. Styles in a #1 contender’s match, Mickie James vs. Becky Lynch in two-out-of-three falls". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ February 28, 2017. 
  213. Melok, Bobby (June 14, 2017). "What does John Cena’s Free Agent status mean?". WWE.com. สืบค้นเมื่อ June 15, 2017. 
  214. "Cena and Rusev to go to war in a Flag Match". WWE. สืบค้นเมื่อ July 5, 2017. 
  215. Keller, Wade. "KELLER’S WWE SMACKDOWN REPORT 7/25: Surprise return, Owens gloats and Styles wants rematch, Nakamura vs. Corbin". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ July 25, 2017. 
  216. แม่แบบ:BillboardEncode/J/chart "John Cena – Artist Chart History". Billboard. Archived from แม่แบบ:BillboardEncode/J/chart the original on September 20, 2007. สืบค้นเมื่อ May 19, 2007. 
  217. "H-U-S-T-L-E, MP3 Album page". eMusic. Archived from the original on September 26, 2007. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. 
  218. "Perceptionists – 'Black Dialogue/ 5 O'Clock/ Champion Scratch'". UndergroundHiipHop.com. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. "'Champion Scratch’ feat. WWE Superstar John Cena as a bonus cut!" 
  219. "John Cena & Wiz Khalifa Team Up on 'WWE 2K15' Video Game Soundtrack". 
  220. Wagmeister, Elizabeth (December 2, 2016). "John Cena, Casey Affleck, Emma Stone to Host ‘SNL’ This Month". สืบค้นเมื่อ December 30, 2016. 
  221. https://www.youtube.com/watch?v=-_UkEpGo_vk
  222. "AMERICAN GRIT STARRING JOHN CENA TO AIR IN 2016". Fox.com. Fox. November 18, 2015. สืบค้นเมื่อ December 2, 2015. 
  223. Conway, Tyler (November 18, 2015). "John Cena Announces He'll Host 'American Grit' Reality TV Series". Bleacher Report. Turner Broadcasting System (Time Warner). สืบค้นเมื่อ December 2, 2015. 
  224. 224.0 224.1 "Home > Superstars > Raw > John Cena > Bio". WWE.com. World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 3, 2009. 
  225. Benigno, Anthony (March 27, 2013). "Rock vs. Cena: Analyzing their signature maneuvers". Wwe.com. สืบค้นเมื่อ August 3, 2014. 
  226. Gray, Andy (February 4, 2009). "John Cena talks Red Sox-Rays, future WWE stars and his top diva". Sports Illustrated. สืบค้นเมื่อ March 24, 2009. 
  227. Benigno, Anthony (March 27, 2013). "Rock vs. Cena: Analyzing their signature maneuvers". WWE.com. สืบค้นเมื่อ August 3, 2014. 
  228. Trionfo, Richard. "WWE RAW REPORT: WILL ONE OF CURTIS AXEL'S VICTIMS GET REVENGE FOR THEIR LOSS?; DANIEL BRYAN WRESTLES TWICE; FANDANGO DANCES ONCE; THE WYATT FAMILY HAS ANOTHER VIDEO; I GUESS WE KNOW WHO WEARS THE PANTS IN THE HUNTER/STEPHANIE RELATIONSHIP; DEL RIO VS. LANGSTON BEST OF INFINITY SERIES CONTINUES; AND MORE". PWInsider. สืบค้นเมื่อ June 6, 2013. 
  229. 229.00 229.01 229.02 229.03 229.04 229.05 229.06 229.07 229.08 229.09 229.10 "10 moves from John Cena's underrated arsenal: WWE.com Exclusive, Nov. 10, 2013". WWE. สืบค้นเมื่อ August 3, 2014. 
  230. "Five Knuckle Shuffle". John Cena Photos. WWE. Archived from the original on March 31, 2008. สืบค้นเมื่อ February 20, 2008. 
  231. Trionfo, Richard. "WWE RAW REPORT: ARE THREE BOSSES BETTER THAN ONE?; HANDICAP MATCHES; PAUL HEYMAN RETURNS; DID WE GET A TASTE OF A SURVIVOR SERIES MATCH?; AND MORE". PWInsider. สืบค้นเมื่อ November 16, 2013. 
  232. "WWE SMACKDOWN REPORT: DEL RIO AND CENA FACE MONSTERS". "Cena esacpes and he hits half nelson neck breaker for a near fall." 
  233. Trionfo, Richard. "WWE RAW REPORT: WILL ONE OF CURTIS AXEL'S VICTIMS GET REVENGE FOR THEIR LOSS?; DANIEL BRYAN WRESTLES TWICE; FANDANGO DANCES ONCE; THE WYATT FAMILY HAS ANOTHER VIDEO; I GUESS WE KNOW WHO WEARS THE PANTS IN THE HUNTER/STEPHANIE RELATIONSHIP; DEL RIO VS. LANGSTON BEST OF INFINITY SERIES CONTINUES; AND MORE". PWInsider. สืบค้นเมื่อ June 6, 2013. 
  234. "10/17 THIS DAY IN HISTORY: RAW IS MEXICO". สืบค้นเมื่อ November 10, 2013. "Del Rio with a reverse chin lock but Cena with a gutwrench suplex for a near fall." 
  235. "COMPLETE WRESTLEMANIA 29 COVERAGE: CENA/ROCK II". สืบค้นเมื่อ November 10, 2013. "Cena with a belly-to-belly suplex for a near fall." 
  236. "COMPLETE WWE RAW REPORT: FINALLY . . . WE HAD THE TLC MATCH BETWEEN PUNK AND RYBACK; FINALLY . . . THE PIPE BOMB GOES NUCLEAR; FINALLY . . . THE ROCK ADDRESSES PUNK; AND MORE". สืบค้นเมื่อ November 15, 2013. "Cena with a delayed vertical suplex and Cena gets a near fall." 
  237. Golden, Hunter (January 13, 2009). "Raw Results – 1/12/09 – Sioux City, IA". WrestleView.com. สืบค้นเมื่อ March 25, 2009. 
  238. "COMPLETE WWE SUMMERSLAM PAY PER VIEW COVERAGE". สืบค้นเมื่อ November 10, 2013. "Cena with a sit out power bomb for a near fall" 
  239. Caldwell, James (May 28, 2015). "WWE NEWS: John Cena talks restoring U.S. Title, the Open Challenge, Daniel Bryan, his new Springboard Stunner, Elimination Chamber match, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ May 28, 2015. 
  240. "Csonka’s WWE Raw Review 6.29.15". สืบค้นเมื่อ July 1, 2015. "Cena connected with his slow motion Yoshi Tonic, but Cesaro would then hit the neutralizer for another near fall." 
  241. "John Cena's most extreme moments". สืบค้นเมื่อ November 15, 2013. "See the Cenation leader at his most extreme in these video clips that push the envelope." 
  242. Ganska, Helen (October 12, 2008). "WWE champion John Cena to host Nickelodeon awards". The Sunday Times (Western Australia). Archived from the original on June 18, 2009. สืบค้นเมื่อ March 2, 2009. 
  243. "John Cena And Method Man: Thuganomics 101". MTV News. March 12, 2004. Archived from the original on August 26, 2005. สืบค้นเมื่อ March 26, 2009. 
  244. "John Cena". สืบค้นเมื่อ November 15, 2013. "See the Cenation leader at his most extreme in these video clips that push the envelope." 
  245. "Top 50 Wrestlers of All Time". IGN. สืบค้นเมื่อ November 15, 2014. 
  246. Oestriecher, Blake (25 May 2016). "WWE SmackDown And Raw Mock Draft, Featuring John Cena, Roman Reigns, AJ Styles And More". Forbes. สืบค้นเมื่อ 20 June 2016. "Prior to his injury last year, Cena was having arguably the best year of his career as an in-ring performer, and as WWE’s top merchandise mover and most polarizing star, he’s still “the face that runs the place” and someone who adds instant intrigue and credibility to Raw." 
  247. Linder, Zach (16 July 2012). "The Rock's 15 rare Raw moments". "The Rock has had many memorable moments on Raw, including identifying John Cena as a bowl of Fruity Pebbles" 
  248. "The Rock's rare Raw moments: photos". Archived from the original on July 22, 2012. สืบค้นเมื่อ November 27, 2015. "You might know about The Great One calling John Cena a bowl of Fruity Pebbles" 
  249. WWE Staff (January 8, 2013). "John Cena replaces Fred Flintstone on the cover of Post Pebbles cereal". "The Rock saddled Cena with the nickname “Fruity Pebbles” due to his bright-colored assortment of T-shirts." 
  250. "John Cena's entourage". Cagematch. สืบค้นเมื่อ January 16, 2016. 
  251. Hardy, R. "Slam Smack". FirstCom Production Music (FirstCom Music Library). Firstcom.com
  252. DJ Case. "Insert Bass Here". FirstCom Production Music (OneMusic Library). Firstcom.com
  253. "OVW Southern Tag Team Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  254. "Feud of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on April 3, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  255. "PWI Awards: Feud of the year". Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 74–75. 2012. 
  256. "Match of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on April 15, 2008. สืบค้นเมื่อ April 17, 2008. 
  257. "PWI Awards: Match of the year". Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 80–81. 2012. 
  258. "PWI Awards: Match of the year1". Pro Wrestling Illustrated 34 (2): 40–4. 2014. 
  259. "PWI Awards: Match of the year". Pro Wrestling Illustrated 36 (2): 30–31. 2015. 
  260. "Most Improved Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on February 10, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  261. "Most Popular Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on February 10, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  262. "Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on February 10, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  263. "Pro Wrestling Illustrated Top 500 – 2006". Wrestling Information Archive. Archived from the original on March 12, 2007. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  264. "2007 PWI 500 edition of Pro Wrestling Illustrated – cover". Pro Wrestling Illustrated. Archived from the original on October 5, 2007. สืบค้นเมื่อ September 3, 2007. 
  265. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 2013". The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ August 22, 2013. 
  266. 266.0 266.1 266.2 "WWE Wrestler(s) of the Year". Rolling Stone. สืบค้นเมื่อ December 14, 2015. 
  267. "UPW Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ April 12, 2007. 
  268. "History of WWE Championship". WWE. สืบค้นเมื่อ April 3, 2005. 
  269. "World Heavyweight Championship title history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ December 12, 2008. 
  270. "WWWF/WWE United States Heavyweight Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. 
  271. "WWWF/WWF/WWE World Tag Team Title". Wrestling-Titles. สืบค้นเมื่อ May 17, 2007. 
  272. "WWE Money in the Bank 2012 results". WWE. สืบค้นเมื่อ December 8, 2016. 
  273. "John Cena wins the Royal Rumble Match". WWE. January 1, 2008. สืบค้นเมื่อ December 8, 2016. 
  274. "John Cena won the 30-Man Royal Rumble Match". WWE. December 31, 2012. สืบค้นเมื่อ December 8, 2016. 
  275. "WWE Contender Tournaments". สืบค้นเมื่อ December 30, 2016. 
  276. "What is a Slammy?". WWE. February 23, 2008. สืบค้นเมื่อ April 17, 2016. 
  277. "2011 Slammy Award Winners". WWE. December 12, 2011. สืบค้นเมื่อ April 17, 2016. 
  278. "2015 Slammy Award winners". WWE. December 21, 2015. สืบค้นเมื่อ April 17, 2016. 
  279. 279.0 279.1 "2010 Slammy Award Winners". WWE. December 14, 2010. สืบค้นเมื่อ April 17, 2016. 
  280. 280.0 280.1 280.2 "2012 WWE Slammy Awards and WWE.com Slammy Awards winners". WWE. December 17, 2012. สืบค้นเมื่อ April 17, 2016. 
  281. "2013 Slammy Award winners". WWE. December 8, 2013. สืบค้นเมื่อ April 17, 2016. 
  282. "2014 Slammy Award winners". WWE. December 8, 2014. สืบค้นเมื่อ April 17, 2016. 
  283. "Full List Of WWE Slammy Award Winners For 2009". wrestlezone.com. December 15, 2009. สืบค้นเมื่อ April 17, 2016. 
  284. 284.0 284.1 284.2 284.3 284.4 Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA): 1–40. ISSN 1083-9593. 
  285. 285.0 285.1 Meltzer, Dave (January 30, 2012). "January 30 Wrestling Observer Newsletter: Gigantic year-end awards issue, best and worst in all categories plus UFC on FX 1, death of Savannah Jack, ratings, tons and tons of news". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA). ISSN 1083-9593. 
  286. Beltrán, William (August 3, 2010). "Según el Wrestling Observer... ¿Quiénes son los mejores los mejores de la década?". SuperLuchas Magazine (ใน Spanish). Archived from the original on August 6, 2010. สืบค้นเมื่อ August 5, 2010. 
  287. 287.0 287.1 Meltzer, Dave (January 23, 2013). "The 2012 Wrestling Observer Newsletter Annual Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California). ISSN 1083-9593. 
  288. Meltzer, Dave (January 26, 2015). "Jan. 26, 2015 Wrestling Observer Newsletter: 2014 awards issue w/ results & Dave’s commentary, Conor McGregor, and much more". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California): 30. ISSN 1083-9593. 
  289. Meltzer, Dave (November 12, 2012). "Nov. 12, 2012 Wrestling Observer Newsletter: WON Hall of Fame 2012 double issue, six men inducted, all the news and info from around the world and more!". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California): 8. ISSN 1083-9593. 
  290. "Cena inducted into Springfield College Athletic HOF". 411 Mania. สืบค้นเมื่อ 2015-03-06. 
  291. "2012 Wish Granter Awards". Make A Wish Foundation. สืบค้นเมื่อ 2012-10-28. 
  292. "2014 Sports Social TV Awards winners". Sports Social TV. สืบค้นเมื่อ 2014-07-16. 
  293. "Cena named Grand Marshal". WWE. สืบค้นเมื่อ 2015-03-06. 
  294. "Cena Receives USO Award". 411 mania. สืบค้นเมื่อ 2016-04-20. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]