มวยปล้ำอาชีพ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
นักมวยปล้ำบนเวทีมวยปล้ำ (ในภาพเป็น จอห์น ซีนา และ เดอะ ร็อก)

มวยปล้ำอาชีพ (อังกฤษ: professional wrestling) หมายถึง รูปแบบหนึ่งของกีฬามวยปล้ำที่นักมวยปล้ำได้รับค่าตอบแทน มวยปล้ำอาชีพในสมัยใหม่ โดยส่วนใหญ่แล้ว จะมีการโจมตีคู่ต่อสู้ด้วยการใช้ส่วนแข็งของร่างกาย, การเข้าปะทะ, และการโจมตีคู่ต่อสู้ในแบบอื่นๆ ที่ไม่มีในศาสตร์มวยปล้ำดั้งเดิม

มวยปล้ำอาชีพ เป็นทั้งการแสดงศิลปะการต่อสู้, ความแข็งแรงของร่างกายมนุษย์ และการแสดงท่ากายกรรมต่างๆ ในรูปแบบของกีฬาต่อสู้

มวยปล้ำอาชีพเริ่มเป็นที่นิยมในทวีปยุโรปช่วงศตวรรษที่ 19 และได้รับการเผยแพร่เข้ามาในทวีปอเมริกาเหนือ, อเมริกาใต้, และเอเชีย ในภายหลัง มีผู้ชมจำนวนมากในสหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เม็กซิโก, และ ญี่ปุ่น

ปัจจุบัน มวยปล้ำอาชีพได้รับความนิยมไปทั่วโลก โดยมีกลุ่มผู้ชมมากที่สุดตั้งแต่ช่วงปลายศตววรษที่ 20 เป็นต้นมา แม้จะมีการยืนยันว่ามวยปล้ำอาชีพในยุคสมัยใหม่นั้น เป็นเพียงการแสดงเพื่อความบันเทิงของผู้รับชมแล้วก็ตาม

กฎกติกาของมวยปล้ำอาชีพ[แก้]

  1. แบบปล้ำเดี่ยว (Single Match) - เป็นกติกาพื้นฐาน และเป็นกติกาหลักของมวยปล้ำอาชีพ นั่นคือ นักมวยปล้ำทั้งสองคน จะต้องต่อสู้กันบนเวทีมวย โดยใช้การโจมตีด้วยการใช้กำปั้นทุบ, การเตะ, การฟันด้วยสันมือ, การฟันศอก, การตีเข่า, การวิ่งเข้าปะทะ, การเด้งตัวกับเชือกกั้นเวทีแล้ววิ่งเข้าปะทะ, การเหวี่ยงคู่ต่อสู้ให้ตกเวที, การเหวี่ยงคู่ต่อสู้ให้เด้งกับเชือกกั้นเวทีแล้วจับทุ่ม เข้าปะทะ หรือโจมตี, การใช้ท่อนแขนหรือท่อนขาฟาด, การพุ่งเข้าปะทะจากบนเสามุมเวที, การกระโดดทับตัวของคู่ต่อสู้และการซ้ำคู่ต่อสู้ด้วยการทิ้งท่อนแขน, ท่อนขา, ศอก, ก้น, เข่า, ฝ่าเท้า (จากบนพื้นเวทีหรือจากบนเสามุมเวทีก็ได้) และ การจับทุ่มคู่ต่อสู้ การแข่งขันจะจบลงพร้อมผลแพ้ชนะ เมื่อมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกดไหล่อีกฝ่ายหนึ่งให้แตะติดพื้นเวที จนกระทั่งกรรมการผู้ห้ามเข้ามาแล้วนับ 1 ถึง 3 หากกรรมการนับครบถึงเลข 3 ไปแล้ว ไหล่ของผู้ที่ถูกกดไหล่ยังคงถูกอีกฝ่าย (ซึ่งเป็นผู้กดไหล่) กดติดพื้นเวทีอยู่ จะถือว่าการกดไหล่ของผู้กดไหล่ครั้งนั้นสำเร็จ การปล้ำก็จะยุติลง และผู้ที่กดไหล่คู่ต่อสู้ได้สำเร็จเป็นผู้ชนะ แต่ถ้าหากไหล่ของผู้ที่ถูกกดไหล่นั้นได้หลุดออกไปจากการกดไหล่ไปก่อนที่กรรมการผู้ห้ามจะนับได้ถึงเลข 3 ไม่ว่าจะกรณีใดก็ตาม จะถือว่าการกดไหล่ของผู้กดไหล่ครั้งนั้นไม่สำเร็จ และจะต้องต่อสู้กันไปจนกว่าจะสามารถกดไหล่อีกฝ่ายได้สำเร็จ นักมวยปล้ำสามารถใช้ท่าล็อกที่จะขัดขวางการเคลื่อนไหวของอีกฝ่ายหนึ่งเพื่อให้อีกฝ่ายแสดงสัญญาณการขอยอมแพ้ โดยกรรมการจะเข้าไปถามว่า ยอมแพ้ไหม? (Give up?) หากฝ่ายที่ถูกใช้ท่าออกสัญญาณยอมแพ้โดยการตบพื้น หรือ แตะส่วนของร่างกายที่ถูกล็อก กรรมการจะหยุดการปล้ำ และให้ฝ่ายที่ใช้ท่าล็อก เป็นผู้ชนะทันที ผู้ถูกใช้ท่าล็อกสามารถดิ้นออกจากล็อก เพื่อหลบหนีออกจากการถูกล็อกได้ หรือ เข้าไปจับเชือกเวทีมวย (Rope break) เพื่อให้คู่ต่อสู้หยุดใช้ท่าล็อกได้ หากมีนักมวยปล้ำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตกลงไปจากเวทีหรือเดินลงไปจากเวทีทั้งๆ ที่การแข่งขันยังไม่มีผลแพ้ชนะ กรรมการผู้ห้ามจะนับ 1 ถึง 10 ด้วยความเร็วปานกลาง เป็นการนับให้กลับขึ้นมาเมื่อออกจากเวทีมวย (Ring out count) (ในบางการแข่งขันก็จะนับ 1 ถึง 20) เพื่อให้เวลานักมวยปล้ำที่ตกลงไปจากเวทีได้กลับขึ้นมา หากไม่กลับขึ้นมาเมื่อครบจำนวนตัวเลขที่ทางกรรมการผู้ห้ามได้นับ ก็จะถูกปรับแพ้ นักมวยปล้ำที่อยู่บนเวทีจะชนะทันที หากกลับขึ้นมา การปล้ำก็จะถูกดำเนินต่อไป จนกระทั่งมีผลแพ้ชนะ หากนักมวยปล้ำทั้งสองฝ่ายลงไปต่อสู้กันล่างเวที กรรมการก็จะนับให้กลับขึ้นเวทีมวย เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายกลับขึ้นมา หากฝ่ายที่ลงเวทีมวยก่อนกลับขึ้นมา แล้วอีกฝ่ายที่ลงเวทีมวยไปทีหลังไม่ขึ้นมา กรรมการจะเริ่มการนับใหม่ เพื่อฝ่ายที่ลงเวทีมวยทีหลังได้ขึ้นมา แต่หากฝ่ายที่ลงเวทีมวยไปก่อนยังไม่ขึ้น แต่ฝ่ายที่ลงเวทีมวยไปทีหลังขึ้นมาก่อน กรรมการจะนับให้กลับขึ้นเวทีมวยไปจนถึงที่ได้กำหนดไว้ หากไม่กลับขึ้นมาก็จะแพ้ทันที หากทั้งสองฝ่ายล้มลงนอนบนเวทีทั้งคู่ ไม่ว่าจะสาเหตุใดก็ตาม กรรมการจะนับ 1 ถึง 10 ด้วยความเร็วปานกลาง เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายได้มีเวลาลุกขึ้นมา หากไม่ลุกขึ้นมาทั้งคู่ กรรมการผู้ห้ามจะยุติการแข่งขัน และจะให้ผลออกมาเสมอกัน หากลุกขึ้นมาทั้งคู่ การปล้ำก็จะดำเนินต่อไป จนกว่าจะมีผลแพ้ชนะออกมา การกดไหล่ด้านล่างเวทีมวยนั้นกรรมการจะไม่นับให้ ต้องกดไหล่กันบนเวทีมวยเท่านั้น กรรมการถึงจะนับ 1 ถึง 3 และตัดสินผลแพ้ชนะ (ยกเว้นการปล้ำแบบที่นักมวยปล้ำสามารถเอาชนะกันจากด้านล่างเวทีมวยได้) ส่วนการนำเอาสิ่งของจากด้านล่างมาใช้เป็นอาวุธบนเวทีมวยและการนำอาวุธระยะประชิดมาใช้บนเวทีมวยนั้นเป็นสิ่งที่ผิดกติกา (หากการปล้ำไม่ได้เป็นแบบที่ใช้อาวุธบนเวทีมวยได้) ผู้ที่ใช้อาวุธเข้าโจมตีคู่ต่อสู้บนเวทีมวยจะถูกปรับแพ้ และให้ผู้ที่ถูกโจมตีด้วยอาวุธเป็นฝ่ายชนะไป การนำสิ่งของมาใช้เป็นอาวุธและการใช้อาวุธระยะประชิดชนิดใดก็ตามจะต้องกระทำ ณ บริเวณด้านล่างเวทีเท่านั้น จึงจะทำได้ ส่วนการชกคู่ต่อสู้ด้วยหมัดนั้น เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำในการต่อสู้แบบมวยปล้ำอาชีพ

2. แบบแท็กทีม (Tag Team Match) - นักมวยปล้ำทั้งสองฝ่ายจะต้องมาแบบทีม หนึ่งทีมจะมี 2 คน นักมวยปล้ำทั้งสองทีมต้องส่งตัวแทน 1 คน ไปต่อสู้กับตัวแทนอีก 1 คน ของฝ่ายตรงข้าม ในบริเวณลานต่อสู้ของเวทีมวย ส่วนอีกคนหนึ่งจะต้องยืนเกาะเชือกเวทีมวยไว้ เพื่อรอเปลี่ยนตัวบริเวณด้านข้างมุมเสาเวทีมวยอยู่ทางด้านนอก การที่อีกคนหนึ่งจะเข้าไปต่อสู้ได้นั้น จะต้องถูกแตะมือ หรือถูกสัมผัสโดยนักมวยปล้ำร่วมทีมของตัวเองที่ได้ออกไปต่อสู้ก่อน จึงจะเข้าไปสู้แทนได้ ส่วนนักมวยปล้ำผู้ร่วมทีมที่ได้ออกไปต่อสู้ก่อนหน้านี้ เมื่อได้เข้าไปแตะมือ หรือสัมผัสตัวของผู้ร่วมทีมอีกคนหนึ่งซึ่งกำลังยืนเกาะเชือกเวทีมวยเพื่อรอเปลี่ยนตัวแล้ว ก็จะต้องไปยืนเกาะเชือกเวทีมวยรออยู่บริเวณมุมเสาเวทีมวยทางด้านนอกแทน (สามารถอยู่ภายในบริเวณลานต่อสู้ก่อนได้ เพียงชั่วขณะหนึ่ง) จนกว่าจะถูกแตะมือหรือถูกสัมผัสโดยผู้ร่วมทีมของตัวเองที่เข้าไปต่อสู้ในบริเวณลานต่อสู้แทน จึงจะเข้าไปสู้อีกได้ ทั้งสองทีมจะต่อสู้กันรูปแบบนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าจะมีผลแพ้ชนะ ทีมที่ชนะคือทีมที่นักมวยปล้ำคนใดคนหนึ่งของทีมสามารถเอาชนะนักมวยปล้ำคนใดคนหนึ่งของอีกฝ่ายไปได้ ส่วนกติกาหลักของการปล้ำแบบแท็กทีมก็เป็นกติกามวยปล้ำอาชีพแบบพื้นฐาน เอาชนะกันด้วยการกดไหล่ของคู่ต่อสู้ให้กรรมการผู้ห้ามนับหนึ่งถึงสาม หรือการใช้ท่าล็อกให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ เช่นกัน

3. แบบแท็กทีมหกคน (6-Man Tag Team Match) - เป็นการปล้ำแบบแท็กทีม ในแบบที่ทั้งสองฝ่าย จะมาเป็นทีมที่มีสมาชิกทีมละ 3 คน

4. แบบ แบทเทิล รอยัล (Battle Royal) - เป็นการปล้ำในแบบที่นักมวยปล้ำทั้งหมดบนเวทีมวยจะต้องเข้าตะลุมบอนกันเอง จนกระทั่งเหลือนักมวยปล้ำอยู่บนเวทีมวยเพียงแค่คนเดียว ในการปล้ำแบบ แบทเทิล รอยัล 1 ครั้งนั้น จะมีนักมวยปล้ำที่ต่อสู้อยู่บนเวทีมวย ตั้งแต่ 3 คน, 4 คน หรือจะมากกว่านั้นก็ได้ (โดยทั่วไปแล้ว จะปล้ำกันไม่เกิน 20 ถึง 30 คน ต่อหนึ่งเวที) นักมวยปล้ำแต่ละคนจะต้องเอาชนะคู่ต่อสู้บนเวทีมวยให้มากที่สุด จนกระทั่งเหลือตนอยู่คนเดียว การเอาชนะคู่ต่อสู้แต่ละคนในการปล้ำแบบ แบทเทิล รอยัล นั้น จะมีตั้งแต่แบบทั่วไป นั่นคือการกดไหล่นับสาม และการใช้ท่าล็อกจนคู่ต่อสู้ยอมแพ้ และแบบพิเศษ นั่นคือการเหวี่ยง, โยน, หรือดันคู่ต่อสู้ให้หล่นลงจากด้านบนเวทีมาสัมผัสกับพื้นเบาะด้านล่างเวทีผ่านเหนือด้านบนของเชือกกั้นเวทีมวยเส้นที่สาม หรือ เส้นด้านบนสุด นักมวยปล้ำที่ถูกคู่ต่อสู้เอาชนะก็จะตกรอบ ส่วนนักมวยปล้ำที่ยังไม่ตกรอบก็จะทำการปล้ำต่อไป จนกระทั่งเหลือนักมวยปล้ำที่ยังไม่ตกรอบอยู่บนเวทีมวยจำนวนหนึ่งคน การปล้ำจึงจะยุติลง และนักมวยปล้ำคนเดียวคนนั้นก็จะเป็นผู้ชนะ

5. แบบ แฮนดิแคป (Handicap Match) - เป็นการปล้ำในแบบที่นักมวยปล้ำแต่ละฝ่ายมีจำนวนคนไม่เท่ากัน เช่น ฝ่ายหนึ่งมีเพียงคนเดียว แต่อีกฝ่ายมีสองคน, ฝ่ายหนึ่งมีสองคน แต่อีกฝ่ายมีสามคน, หรือฝ่ายหนึ่งมีสามคน แต่อีกฝ่ายมีจำนวนคนมากกว่า เป็นต้น

กติกาการปล้ำแบบพิเศษในมวยปล้ำอาชีพ[แก้]

  1. การปล้ำแบบ เอ็กซ์ตรีม รูลส์ (Extreme Rules) - หรือที่มักจะรู้จักกันในชื่อของการปล้ำแบบฮาร์ดคอร์ (Hardcore Match) เป็นการปล้ำที่นักมวยปล้ำแต่ละฝ่าย สามารถนำสิ่งของจากด้านล่างเวทีมวยมาใช้เป็นอาวุธเพื่อโจมตีคู่ต่อสู้ในระยะประชิดบนเวทีมวยได้ สิ่งของที่มักจะถูกนำมาเป็นอาวุธบนเวทีในการปล้ำแบบเอ็กซ์ตรีม รูลส์ ได้แก่ เก้าอี้พับ, โต๊ะไม้, ขั้นบันไดเหล็ก, บันไดปีน, ถังขยะและฝาถังขยะ, ไมโครโฟนพิธีกร, ระฆังมวย, ไม้เบสบอล, ไม้เคนโด้, ฯลฯ (ซึ่งสิ่งที่นักมวยปล้ำมักนำขึ้นมาเป็นอาวุธนั้นจะเป็นอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบมาอย่างดีเพื่อใช้ในการแสดงเท่านั้น และมีการซักซ้อมการแสดงการต่อสู้กันมาเป็นอย่างดีแล้ว) ในการปล้ำแบบนี้ นักมวยปล้ำแต่ละฝ่ายสามารถเอาชนะกันได้ ณ บริเวณด้านล่างของเวทีมวย ด้วยการกดไหล่นับสาม หรือการใช้ท่าล็อกให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ และจะไม่มีการนับให้ขึ้นเวทีมวย นั่นหมายความว่า นอกจากด้านบนเวทีมวยแล้ว การปล้ำแบบเอ็กซ์ตรีม รูลส์ หรือการปล้ำแบบฮาร์ดคอร์ สามารถดำเนินไปได้ทุกจุดในบริเวณใกล้กับเวทีมวย

2. การปล้ำแบบใช้บันไดปีน (Ladder Match) - เป็นการปล้ำที่มีวิธีการเอาชนะคู่ต่อสู้อยู่วิธีเดียวเท่านั้น คือการปีนบันไดขึ้นไปเก็บสิ่งของสำคัญบางอย่างที่ทางผู้จัดห้อยไว้เหนือเวทีมวยลงมา (ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นเข็มขัดแชมป์) ไม่สามารถใช้การกดไหล่นับสามและการใช้ท่าล็อกให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ได้ บันไดปีนสามารถนำมาใช้เป็นอาวุธช่วยต่อสู้และไม่มีการนำอาวุธชนิดอื่นมาใช้ นักมวยปล้ำสามารถใช้บันได้ปีนโจมตีคู่ต่อสู้ได้ทั้งบนและล่างเวทีมวย และจะไม่มีการนับให้ขึ้นเวทีมวย สำหรับบันไดปีนที่นักมวยปล้ำจะได้ใช้ในการปล้ำรูปแบบนี้นั้น มักจะถูกตั้งหรือพับไว้อยู่ด้านล่างเวทีมวย เมื่อการปล้ำเริ่มขึ้น นักมวยปล้ำจะไปหยิบและนำขึ้นมาใช้ด้วยตนเอง ปัจจุบัน ในการปล้ำรูปแบบนี้ จะมีบันไดปีนให้นักมวยปล้ำใช้มากกว่าสองตัวขึ้นไป

3. การปล้ำในกรงเหล็ก (Steel Cage Match) - เป็นการปล้ำที่จะมีกำแพงตาข่ายเหล็กมาวางล้อมรอบเวทีมวยไว้ตลอดทั้งสี่ทิศ ซึ่งนั่นเรียกว่าเป็น "กรงเหล็ก" นักมวยปล้ำแต่ละฝ่ายจะต้องต่อสู้กันบนเวทีมวยซึ่งถูกล้อมรอบด้วยกำแพงตาข่ายเหล็กเวทีนั้น นักมวยปล้ำที่สามารถปีนข้ามกำแพงตาข่ายเหล็กออกมาสัมผัสพื้นด้านล่างเวทีมวย (หรือที่เรียกว่า ออกมาจาก"กรงเหล็ก") ได้เป็นฝ่ายแรกก็จะเป็นฝ่ายชนะ ในหลายๆคู่ นักมวยปล้ำสามารถเอาชนะได้ด้วยการนำตัวเองออกมาจากเวทีมวยผ่านทางประตูบนกำแพงตาข่ายเหล็กให้ลงมาสัมผัสพื้นด้านล่างเวทีได้ก่อนคู่ต่อสู้เพื่อเป็นฝ่ายชนะ และในหลายคู่ นักมวยปล้ำสามารถเอาชนะกันได้ด้วยการกดไหล่นับสาม และ การใช้ท่าล็อกให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ เช่นเดียวกับการปล้ำแบบทั่วไป อย่างไรก็ตาม โดยส่วนใหญ่แล้ว หลักของการเอาชนะคู่ต่อสู้ในการปล้ำในกรงเหล็กเช่นนี้ คือการออกมาจากกรงเหล็กลงมาสัมผัสพื้นด้านล่างเวทีมวยให้ได้ก่อนคู่ต่อสู้ การปล้ำในกรงเหล็กมักจะไม่มีการนำสิ่งของจากด้านล่างเวทีมวยมาใช้เป็นอาวุธ แต่ในหลายๆการแข่งขัน ก็อนุญาตให้นักมวยปล้ำนำสิ่งของจากด้านล่างเวทีมวยมาใช้เป็นอาวุธได้

4. การปล้ำในกรงเหล็กแบบ "เฮลล์ อิน อะ เซลล์" (Hell in a Cell Match) - เป็นการปล้ำในกรงเหล็กแบบมีเพดาน นักมวยปล้ำแต่ละฝ่ายจะต้องเริ่มต่อสู้กันบนเวทีมวยซึ่งมีกรงเหล็กแบบมีเพดานครอบไว้ ในการปล้ำแบบ "เฮลล์ อิน อะ เซลล์" นักมวยปล้ำสามารถออกไปต่อสู้กันภายนอกกรงเหล็กได้ โดยจะไม่มีการนับให้ขึ้นเวทีมวย และสามารถนำสิ่งของจากด้านล่างเวทีมวยมาใช้เป็นอาวุธบนเวทีมวยได้ นักมวยปล้ำยังสามารถขึ้นไปต่อสู้กันบนเพดานของกรงเหล็กนี้ได้อีกด้วย ผลแพ้ชนะนั้นจะมาจากการกดไหล่นับสาม หรือ การใช้ท่าล็อกให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ การปล้ำในกรงเหล็กแบบ "เฮลล์ อิน อะ เซลล์" นั้น เป็นที่รู้จักโดย สมาคมมวยปล้ำอาชีพ เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (World Wrestling Entertainment) หรือ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (WWE)

5. การปล้ำแบบ "ไอ ควิท" ("I Quit" Match) - เป็นการปล้ำที่นักมวยปล้ำเข้าต่อสู้ให้ฝ่ายตรงข้ามเกิดอาการบาดเจ็บมากที่สุด จนกระทั่งมีนักมวยปล้ำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งบอกกับกรรมการผู้ห้าม หรือ บอกกับผู้ชมผ่านไมโครโฟนว่า "ขอเลิก", "ฉันขอเลิก", หรือ "ไอ ควิท (I quit.)" ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการแสดงการยอมจำนนและมอบชัยชนะให้กับนักมวยปล้ำอีกฝ่ายในทันที การปล้ำแบบ ไอ ควิท นั้น จะไม่มีการกดไหล่คู่ต่อสู้ให้กรรมการผู้ห้ามนับสามเพื่อเอาชนะ มีเพียงการแสดงการยอมจำนนจากคู่ต่อสู้ด้วยการพูดคำว่า "ขอเลิก", "ฉันขอเลิก", หรือ "ไอ ควิท (I quit.)" เท่านั้น แต่ก็จะไม่มีการนับให้ขึ้นเวทีมวย นักมวยปล้ำสามารถดำเนินการปล้ำได้ทั้งในบริเวณด้านบนและด้านล่างของเวทีมวย และสามารถนำสิ่งของมาเป็นอาวุธบนเวทีมวยได้

6. การปล้ำแบบใช้โต๊ะ (Table Match) - เป็นการปล้ำที่นักมวยปล้ำต้องทุ่มฝ่ายตรงข้ามลงบนโต๊ะไม้ให้โต๊ะไม้หักลงมาเป็นสองท่อน หรือ วางคู่ต่อสู้นอนลงบนโต๊ะไม้ แล้วกระโดดเข้าซ้ำคู่ต่อสู้ที่นอนอยู่บนโต๊ะไม้ให้โต๊ะไม้หักลงมาเป็นสองท่อน หรือ พาดโต๊ะไม้ไว้ที่มุมเสาเวที แล้วเหวี่ยงหรือเข้าปะทะคู่ต่อสู้ให้เข้าไปชนกับโต๊ะไม้ที่พาดไว้ ให้โต๊ะไม้หักครึ่งลงมาเป็นสองท่อน นักมวยปล้ำฝ่ายใดที่พิชิตอีกฝ่ายได้ด้วยวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งนี้ก็จะเป็นผู้ชนะ สำหรับโต๊ะไม้ที่ใช้ในการปล้ำแบบใช้โต๊ะนี้ จะเป็นโต๊ะไม้แบบพิเศษสำหรับใช้ในการปล้ำ ซึ่งทางผู้จัดจะได้จัดไว้ให้ ตั้งแต่สองถึงสามตัวขึ้นไป และจะถูกตั้งหรือพับไว้ด้านล่างเวทีมวย การปล้ำแบบใช้โต๊ะจะไม่มีการนับให้ขึ้นเวทีมวย ไม่มีการเอาชนะกันด้วยการกดไหล่นับสามและการใช้ท่าล็อกให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ ไม่สามารถนำสิ่งของชนิดอื่นจากล่างเวทีมาใช้เป็นอาวุธได้ในการปล้ำแบบใช้โต๊ะ แต่สามารถนำโต๊ะไม้เหล่านั้นขึ้นมาเป็นอาวุธช่วยต่อสู้ได้ทั้งด้านบนและล่างเวทีมวย นั่นหมายความว่า นักมวยปล้ำสามารถพิชิตคู่ต่อสู้ลงบนโต๊ะไม้เพื่อเป็นฝ่ายชนะได้ในทุกจุดในบริเวณใกล้กับเวทีมวย

7. การปล้ำแบบ "ลัมเบอร์แจ็ค" (Lumberjack Match) - เป็นการปล้ำที่นักมวยปล้ำแต่ละฝ่ายปล้ำกันแบบปกติบนเวทีมวย เอาชนะกันด้วยการกดไหล่นับสาม และการใช้ท่าล็อกให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ เช่นเดียวกับการปล้ำแบบธรรมดาทั่วไป แต่บริเวณด้านล่างเวทีมวย จะมีกลุ่มนักมวยปล้ำกลุ่มใหญ่อยู่กลุ่มหนึ่ง คอยจับตัวนักมวยปล้ำฝ่ายใดก็ตามที่หล่นลงจากบนเวทีมวยลงมา เพื่อทำการรุมเข้าโจมตีและโยนหรือดันนักมวยปล้ำฝ่ายนั้นกลับขึ้นไปบนเวทีมวยในช่วงระหว่างการปล้ำ ตำแหน่งของกลุ่มนักมวยปล้ำกลุ่มใหญ่กลุ่มนี้ เรียกว่า "กลุ่มคนตัดไม้" ("The Lumberjacks" เดอะ ลัมเบอร์แจ๊คส์) (หากเป็นกลุ่มนักมวยปล้ำหญิง จะเรียกว่า เดอะ ลัมเบอร์จิลส์ "The Lumberjills")

8. การปล้ำแบบ ทอร์นาโด แท็กทีม (Tornado Tag Team Match) - เป็นการปล้ำแบบตะลุมบอนเป็นทีม นักมวยปล้ำแต่ละฝ่ายจะมาแบบเป็นทีม แต่ละทีมมีจำนวนสมาชิกเท่าๆกัน และเข้าตะลุมบอนทีมฝ่ายตรงข้ามเพื่อชัยชนะที่จะมีให้เพียงทีมเดียว นักมวยปล้ำทุกฝ่ายในการปล้ำรูปแบบนี้สามารถนำสิ่งของจากด้านล่างเวทีมวยมาใช้เป็นอาวุธบนเวทีมวยได้ และสามารถเอาชนะทีมฝ่ายตรงข้ามด้วยการกดไหล่สมาชิกคนใดคนหนึ่งของทีมฝ่ายตรงข้ามให้กรรมการผู้ห้ามนับหนึ่งถึงสามหรือการใช้ท่าล็อกให้สมาชิกคนใดคนหนึ่งของทีมฝ่ายตรงข้ามยอมแพ้ได้ทั้งในบริเวณด้านบนเวทีมวยและด้านล่างเวทีมวย

9. การปล้ำแบบ "ผู้ยืนหยัดคนสุดท้าย" หรือ "ลาสท์แมน สแตนดิ้ง" ("Last Man Standing" Match) - เป็นการปล้ำที่นักมวยปล้ำแต่ละฝ่ายต้องเข้าต่อสู้ฝ่ายตรงข้ามจนกระทั่งฝ่ายตรงข้ามล้มลงและไม่สามารถลุกขึ้นมายืนและต่อสู้ต่อได้ เมื่อมีนักมวยปล้ำฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล้มลงไป กรรมการผู้ห้ามจะนับ 1 ถึง 10 ด้วยความเร็วปานกลาง ให้นักมวยปล้ำฝ่ายที่ล้มลงไปได้ลุกขึ้นมา หากนักมวยปล้ำฝ่ายที่ล้มลงไปไม่สามารถยืนอยู่กับพื้นหรือกลับขึ้นมาต่อสู้ต่อในช่วงเวลาที่กรรมการผู้ห้ามนับให้ลุกขึ้น นักมวยปล้ำฝ่ายที่ยังสามารถยืนอยู่กับพื้นได้ก็จะเป็นฝ่ายชนะ ในการปล้ำแบบ "ผู้ยืนหยัดคนสุดท้าย" หรือ "ลาสท์แมน สแตนดิ้ง" นี้ ก็มีวิธีการตัดสินผลแพ้ชนะคล้ายกับการตัดสินการชนะน็อกในกีฬามวยสากลและมวยไทยนั่นเอง ในการปล้ำรูปแบบนี้ นักมวยปล้ำสามารถดำเนินการปล้ำได้ทั้งในบริเวณด้านบนเวทีมวยและด้านล่างเวทีมวย โดยที่กรรมการผู้ห้ามจะไม่นับให้ขึ้นเวทีมวย และนักมวยปล้ำสามารถนำสิ่งของมาใช้เป็นอาวุธได้

มวยปล้ำอาชีพในประเทศไทย[แก้]

มวยปล้ำอาชีพเข้ามาแพร่ภาพในประเทศไทย ทาง โทรทัศน์ ตั้งแต่ช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2530, ทางเคเบิลทีวี และทาง วิดีโอและวีซีดี โดยผู้ที่บรรยายเทปมวยปล้ำอาชีพคนแรกในเมืองไทย ได้แก่ เจือ จักษุรักษ์ ต่อมามวยปล้ำอาชีพกลับมาเป็นที่นิยมในช่วงต้นพุทธทศวรรษ 2540 โดยส่วนหนึ่งมาจากการบรรยายของ สุวัฒน์ กลิ่นเกษร หรือที่รู้จักกันในผู้ชมมวยปล้ำอาชีพในนาม "น้าติง"

รายชื่อบางส่วนของสมาคมมวยปล้ำอาชีพที่มีชื่อเสียง[แก้]

สมาคมมวยปล้ำอาชีพจากสหรัฐอเมริกา

  • เวิลด์ เรสต์ลิง เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (World Wrestling Entertainment) หรือ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (WWE) ในอดีตใช้ชื่อว่า เวิลด์ เรสต์ลิง เฟเดอเรชัน (World Wrestling Federation) หรือ ดับเบิลยูดับเบิลยูเอฟ (WWF)
  • โกลบอล ฟอร์ซ เรสต์ลิง (Global Force Wrestling) ในอดีตใช้ชื่อว่า โททอล นอนสต็อป แอ็คชั่น (Total Nonstop Action) หรือ ทีเอ็นเอ (TNA) และ อิมแพ็ค เรสต์ลิง (Impact Wrestling)
  • ริง ออฟ ออเนอร์ (Ring of Honor) หรือ อาร์โอเอช (ROH)

สมาคมมวยปล้ำอาชีพจากประเทศญี่ปุ่น

  • นิว เจแปน โปรเรสต์ลิง (New Japan Pro Wrestling)
  • ออล เจแปน โปรเรสต์ลิง (All Japan Pro Wrestling)
  • โปรเรสต์ลิง โนอาห์ (Pro Wrestling Noah)
  • ดรากอน เกท โปรเรสต์ลิง (Dragon Gate Pro Wrestling)

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]