แรนดี ออร์ตัน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
แรนดี ออร์ตัน
An image of แรนดี ออร์ตัน.
ข้อมูล
ฉายา แรนดี ออร์ตัน
ความสูง 6 ft 5 in (1.96 เมตร)[1]
น้ำหนัก 250 ปอนด์ (110 กก.)[1]
เกิด 1 เมษายน ค.ศ. 1980 (36 ปี)
น็อกซ์วิลล์, รัฐเทนเนสซี
พำนัก เซนต์ ชาร์ลส, รัฐมิสซูรี[2]
มาจาก เซนต์หลุยส์, รัฐมิสซูรี[1]
ฝึกหัดโดย "คาวบอย" บ๊อบ ออร์ตัน
Mid Missouri Wrestling Alliance
Ohio Valley Wrestling[3]
South Broadway Athletic Club[3]
เปิดตัว 18 มีนาคม 2000

แรนดัล คีธ "แรนดี" ออร์ตัน (อังกฤษ: Randal Keith "Randy" Orton)[4][5] เกิดวันที่ 1 เมษายน ค.ศ. 1980[6][7] เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปัจจุบันเซ็นสัญญาสังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เป็นที่รู้จักกันดีในชื่อว่า แรนดี ออร์ตัน (อังกฤษ: Randy Orton)[1] เป็นนักมวยปล้ำรุ่นที่ 3 ต่อจากปู่ บ๊อบ ออร์ตัน ซีเนียร์ และ "คาวบอย" บ๊อบ ออร์ตัน จูเนียร์ พ่อของเขา ซึ่ง 2 รุ่นก่อนหน้าก็ประสบความสำเร็จมามากมาย[6][8]

ออร์ตัน มีชื่อเสียงโด่งดังจากการคว้าแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด ของ WWE โดยการเอาชนะนักมวยปล้ำจอมเทคนิค อย่าง คริส เบนวา ด้วยอายุเพียง 24 ปี 4 เดือน 15 วันในปี 2004 และยังคงไม่มีใครทำลายสถิตินี้ได้จนถึงทุกวันนี้[9][10]

ชีวิตวัยเยาว์[แก้]

ออร์ตันเกิดใน น็อกซ์วิลล์, รัฐเทนเนสซี[7] เป็นลูกชายของ บ๊อบ ออร์ตัน จูเนียร์ และภรรยาของเขาเอเลน เขาเป็นหลานชายของ บ๊อบ ออร์ตัน ซีเนียร์ และหลานชายของนักมวยปล้ำที่หันมาเป็นนักดนตรี แบร์รี ออร์ตัน[11] เขามีน้องสองคน เนท และรีเบคก้า.[12] รู้ว่าจากประสบการณ์ความยากลำบากของชีวิตในฐานะที่เป็นนักมวยปล้ำอาชีพผู้ปกครองออร์ตันพยายามที่จะโน้มน้าวให้เขาอยู่ห่างจากธุรกิจ[6] และพ่อของเขาเตือนเขาว่าชีวิตในเวทีความหมายชีวิตบนถนนและห่างจากครอบครัว ออร์ตันเข้าร่วมโรงเรียนมัธยม Hazelwood Central ที่เขาเป็นนักมวยปล้ำสมัครเล่น

อาชีพทหาร[แก้]

หลังจากจบการศึกษาจากโรงเรียนมัธยมในปี 1998 ออร์ตันกับทหารนาวิกโยธินสหรัฐ ตรงฐานที่เขาได้รับการปลดประจำการความประพฤติที่ไม่ดี ในปีต่อมาหลังจากที่ไป UA อยู่สองครั้งและไม่เชื่อฟังคำสั่งจากผู้บังคับบัญชา[13] ภายใต้รหัสเครื่องแบบทหารผู้พิพากษาภาคเอกชนชั้นแรกออร์ตันได้รับการพยายามตัดสินภายใต้ศาลทหารพิเศษภายหลังการใช้เวลา 38 วันในคุกทหาร

มวยปล้ำอาชีพ[แก้]

การฝึกอบรม[แก้]

ออร์ตันเปิดตัวในวงการมวยปล้ำครั้งแรกของเขาในปี 2000 ที่ Mid-Missouri Wrestling Association-Southern Illinois Conference Wrestling (MMWA-SICW) ในเซนต์หลุยส์, หน่อของประวัติศาสตร์ St. Louis Wrestling Club นำโดย แซม มัชนิก[14] ที่นั่นเขาได้รับการฝึกฝนโดยทั้งสองโปรโมชั่นและพ่อของเขา "คาวบอย" บ๊อบ ออร์ตัน เขาปล้ำโปรโมชั่นสำหรับหนึ่งเดือนที่เขาแสดงร่วมกับนักมวยปล้ำเช่น Ace Strange และ Mark Bland[15][14][15] ออร์ตันยังเป็นกรรมการการแข่งขันไม่กี่ครั้งกับ World Organized Wrestling ค่ายที่ลุงของเขา แบร์รี ออร์ตัน ทำงานอยู่[3] ในปี 2001 ออร์ตันได้เซ็นสัญญากับ เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (WWE) และได้ฝึกมวยปล้ำในสมาคม โอไฮโอแวลลีย์เรสต์ลิง และคว้าแชมป์ฮาร์ดคอร์ OVW 2 สมัย[16]

เวิลด์เรสต์ลิงเฟดเดเรชั่น/เอ็นเตอร์เทนเมนต์/ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2002–ปัจจุบัน)[แก้]

เอฟโวลูชั่น (2002–2004)[แก้]

ออร์ตันได้มีโอกาสมาอยู่ WWF/E และเปิดตัวครั้งแรก ในสแมคดาวน์ วันที่ 25 เมษายน 2002 โดยการเจอกับ ฮาร์ดคอร์ ฮอลลี[17] ซึ่งก็ได้การตอบรับจากคนดูได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว ต่อมาในเดือนกันยายน ออร์ตันได้ถูกย้ายมาที่รอว์ และได้เอาชนะสตีเวน รีชาร์ด เป็นการเปิดตัวของเขาครั้งแรกในรอว์[18][19] นอกจากนี้ออร์ตันยังได้ร่วมกลุ่มกับ เอฟโวลูชั่น ซึ่งมี ทริปเปิลเอช, ริก แฟลร์ และบาทิสตา อยู่ด้วย หลังจากนั้นออร์ตันก็โด่งดังมากขึ้นเรื่อยๆ ตามลำดับ โดยสามารถคว้า แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล[20][21] โดยการเอาชนะร็อบ แวน แดมมาได้ ในอาร์มาเกดดอน 2003[22] และยังได้ปราบนักมวยปล้ำที่เป็นตำนานหลายคน อาทิ เช่น ฮาร์ลีย์ เรซ, ชอว์น ไมเคิลส์, มิค โฟลีย์, จ่าสลอจเตอร์ และอีกมากมาย[23]

ออร์ตันคว้าแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด ในซัมเมอร์สแลม 2004 ด้วยอายุเพียง 24 ปี 4 เดือน 15 วัน

ในซัมเมอร์สแลม 2004 ออร์ตันได้เอาชนะคริส เบนวา และได้คว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทที่อายุน้อยที่สุด[24][25] ซึ่งชัยชนะครั้งนี้ของออร์ตัน ทำให้ทริปเปิลเอช หัวหน้ากลุ่มเอฟโวลูชั่น เกิดความอิจฉา เพราะตนก็กำลังพยายามไล่ล่าเข็มขัดแชมป์เส้นนี้กลับมาหลังจากที่เสียไปให้กับคริส เบนวา ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ออร์ตันจึงถูกหักหลังและต้องออกจากกลุ่มเอฟโวลูชั่น และกลายเป็นฝ่ายธรรมะ[26] นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา แต่ในอันฟอร์กิฟเว่น 2004 ทริปเปิลเอชสามารถกระชากแชมป์จากออร์ตันไปได้[27]

นักฆ่าตำนาน (2005–2007)[แก้]

ออร์ตันได้กลับมาเป็นฝ่ายอธรรมอีกครั้ง ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 ออร์ตันได้ปะทะกับสุดยอดนักมวยปล้ำระดับตำนาน และ เจ้าของสถิติไม่แพ้ใครในเรสเซิลเมเนีย อย่าง ดิอันเดอร์เทเกอร์ แต่ออร์ตันก็ไม่สามารถทำลายสถิติไม่แพ้ใครในเรสเซิลเมเนีย ของอันเดอร์เทเกอร์ ลงได้.[28][29][30] จากนั้นออร์ตันก็ลอบทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์ ตลอดเวลา และท้าเจอกัน ในศึก อาร์มาเกดดอน 2005 ในแมตช์การปล้ำ เฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ แต่สุดท้ายออร์ตันก็เป็นฝ่ายแพ้[31]

ออร์ตันก็ยังคงโชว์ฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยม ด้วยการไล่ล่าตำนานคนต่อๆไปอย่าง ฮอง โฮแกน, รอดดี้ ไพเพอร์ และ อาจารย์เก่าอย่าง ริก แฟลร์ ซึ่งออร์ตันก็สามารถเล่นงานได้หมดทุกคน และในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 ออร์ตันได้ปะทะกับ เคิร์ต แองเกิล และ เรย์ มิสเตริโอ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท[32] สุดท้าย เรย์ มิสเตริโอ จัดการออร์ตันด้วยท่า 619 ทำให้ไม่สามารถคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทมาได้[33]

ออร์ตันกับแชมป์โลกแทคทีม คู่กับ เอดจ์ ในนาม เรท-อาร์เคโอ

ในปลายปี 2006 ออร์ตันได้มีโอกาสจับคู่กับ เอดจ์ ในนาม เรท-อาร์เคโอ เปิดศึกกับกลุ่ม ดี-เจเรเนชั่น เอ็กซ์ (ทริปเปิล เอช กับ ชอว์น ไมเคิลส์) ซึ่งผลัดแพ้ผลัดชนะกันหลายรอบ จนจบด้วยการที่ ทริปเปิล เอช เจ็บเข่าต้องพักไป 7 เดือน นอกจากนี้ออร์ตันก็สามารถคว้า แชมป์โลกแทคทีม คู่กับ เอดจ์[34][35] จากการเอาชนะนักมวยปล้ำระดับตำนานอย่าง ริก แฟลร์ และ รอดดี้ ไพเพอร์ อีกด้วย[36] แต่ก็เสียแชมป์แทคทีมให้กับ จอห์น ซีนา และ ชอว์น ไมเคิลส์ หลังจากนั้นก็แตกทีมกัน

แชมป์ WWE (2007–2011)[แก้]

ออร์ตันกับแชมป์ WWE ในปี 2008

ออร์ตันพยายามไล่ล่า แชมป์ WWE จาก จอห์น ซีนา ถึงขั้นไปทำร้ายพ่อของซีนาด้วย[37] แต่ออร์ตันก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ เพราะซีนาให้พ่อของเขามาเตะหัวออร์ตัน จนกระทั่งซีนาเจ็บต้องพักการปล้ำไป ซีนาจึงต้องสละแชมป์ให้กับออร์ตัน ในศึก โนเมอร์ซี 2007[38] ซึ่งคืนนั้น ทริปเปิล เอช ลูกพี่เก่าได้มาท้าชิงแชมป์กับเขาและเสียแชมป์ไป[39] แต่ออร์ตันก็สามารถคว้าแชมป์กลับมาได้ในคืนเดียวกันในแมตช์ Last Man Standing ใครล้มลงนอนกับพื้นแล้วถูกกรรมการนับสิบจะเป็นฝ่ายแพ้ไป[40] ในศึก แบคแลช (2008) ทริปเปิล เอช ได้กลับมากระชากแชมป์จากออร์ตัน ไปได้ในการปล้ำ Fatal-4-Way Elimination Match (4 เส้าแพ้คัดออกเหลือคนสุดท้ายเป็นผู้ชนะ)[41] ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2008) ออร์ตันขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ ทริปเปิล เอช ในกรงเหล็ก แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์คืนมาได้[42] และเจอกันอีกครั้ง ในศึก วันไนท์สแตนด์ (2008) ในแมตช์การปล้ำ Last Man Standing แต่ครั้งนี้ออร์ตันเป็นฝ่ายแพ้และทำให้ออร์ตันต้องพักการปล้ำไปหลายเดือนเลยที่เดียว[43] เมื่อออร์ตันกลับมาก็ได้ลอบทำร้ายนักมวยปล้ำทุกคนที่ขวางหน้า เช่น ซีเอ็ม พังก์, บาทิสตา และตระกูลแมคแมน เจ้าของธุรกิจ WWE ในศึก รอยัลรัมเบิล (2009) ออร์ตันได้เป็นผู้ชนะในแมตช์ รอยัลรัมเบิล ซึ่งมีสิทธิ์ในการชิงแชมป์โลก[44] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ทริปเปิล เอช ซึ่งเป็นลูกเขยของตระกูลแมคแมนรอคอยการแก้แค้นให้พ่อตาจึงท้าให้ออร์ตันชิงแชมป์กับเขาในเรสเซิลเมเนีย ผลสรุปคือ ทริปเปิล เอช ได้จัดการออร์ตัน ด้วยค้อนปอนด์ และท่าไม้ตาย Pegdigree ทำให้ออร์ตันแพ้อย่างหมดรูปและไม่สามารถเอาแชมป์คืนมาได้[45][46]

เดอะเลกาซี:ออร์ตัน (กลาง), เท็ด ดิบิอาซี่ (ขวา) และ โคดี โรดส์ (ซ้าย)

ในศึก แบคแลช (2009) ออร์ตันมีโอกาสชิงแชมป์อีกครั้งในการปล้ำแทคทีม 6 คน โดยออร์ตันจับคู่กับทีม เดอะเลกาซี (โคดี โรดส์ และ เท็ด ดิบิอาซี่) เจอกับ ทริปเปิล เอช, บาทิสตา และ เชน แม็กแมน ผลปรากฏว่า ออร์ตันได้เล่นงาน ทริปเปิล เอช ด้วยท่าไม้ตาย RKO และ พั้นซ์ คิก สามารถคว้าแชมป์ WWE กลับมาครองได้สำเร็จ[47] หลังจากนั้นออร์ตันก็เสียแชมป์ให้กับซีนา และก็โทษกลุ่ม เดอะเลกาซี (โคดี และเท็ด) ที่เป็นต้นเหตุที่ทำให้เขาแพ้ต่อซีนา ถึง 3 ครั้ง ในศึก รอยัลรัมเบิล (2010) ออร์ตันได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ เชมัส นักมวยปล้ำหน้าใหม่และเป็นแชมป์ในตอนนั้น ผลปรากฏว่า เชมัส ถูกลอบทำร้ายโดย โคดี โรดส์ ทำให้ออร์ตันแพ้ฟาล์ว[48][49] ต่อมา ออร์ตันและกลุ่มเดอะเลกาซี ก็แตกกลุ่มกันและเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า ผลปรากฏว่า ออร์ตันได้จัดการทั้ง โคดี โรดส์ และ เท็ด ดิบิอาซี่ เอาชนะไปได้ และได้กลับมาเป็นฝ่ายธรรมะ[50] ออร์ตันได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับเชมัส ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2010)[51] ผลปรากฏว่า เชมัส ถูกจับแพ้ฟาล์ว ทำให้ เชมัส ยังเป็นแชมป์ต่อไป[52] ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) ออร์ตันได้เจอกับ เชมัส, จอห์น ซีนา, คริส เจอริโค, เอดจ์ และ เวด บาร์เร็ตต์ ในแมตช์การปล้ำ 6 คน เพื่อชิงแชมป์ WWE สุดท้ายออร์ตันสามารถคว้าแชมป์ WWE มาได้[53] ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2010) ออร์ตันต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ เวด บาร์เร็ตต์ โดยมี จอห์น ซีนา เป็นกรรมการพิเศษ ผลปรากฏว่า ออร์ตันเป็นฝ่ายเอาชนะและป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[54][55]

ในรอว์ 22 พฤศจิกายน 2010 ออร์ตันต้องป้องกันแชมป์ WWE กับ เวด บาร์เร็ตต์ อีกครั้ง โดยก่อนปล้ำพวกกลุ่ม เดอะเน็กซัส มาลอบทำร้ายออร์ตัน แต่ออร์ตันก็ยังไหว และสามารถเอาชนะบาร์เร็ตต์ ไปได้อีกครั้งจากความช่วยเหลือของ จอห์น ซีนา และป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จอีกครั้ง แต่ว่าหลังจากจบแมตซ์ เดอะ มิซ ได้ขอใช้สิทธิ์กระเป๋า Money In The Bank และเสียแชมป์ให้กับ เดอะ มิซ[56] ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2010) ออร์ตันได้ขอท้าชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ ในรูปแบบการปล้ำจับฟาดใส่โต๊ะ สุดท้ายออร์ตันก็แพ้ให้กับ เดอะ มิซ[57] ออร์ตันสามารถเอาชนะ เชมัส และ เวด บาร์เร็ตต์ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า ทำให้ออร์ตันได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE กับ เดอะ มิซ ในศึก รอยัลรัมเบิล (2011) ในศึกรอว์ ออร์ตันได้ถูก เดอะ มิซ และ อเล็กซ์ ไรลีย์ รุมทำร้าย จนได้รับบาดเจ็บ แต่ไม่เป็นอะไรมาก ในรอยัลรัมเบิล ออร์ตันก็ไม่สามารถคว้าแชมป์ WWE คืนมาได้ เพราะกลุ่ม เดอะนิวเน็กซัส ได้มาก่อกวนการปล้ำของออร์ตัน จนเป็นฝ่ายแพ้ให้กับ เดอะ มิซ จากการช่วยเหลือของ ซีเอ็ม พังก์[58] ต่อมาออร์ตันได้เปิดศึกกับ ซีเอ็ม พังก์ และท้าเจอกัน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 สุดท้ายออร์ตันก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้[59] ออร์ตันได้ย้ายไปอยู่ สแมคดาวน์ จากผลการดราฟท์ในรอว์ (25 เมษายน 2011) ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2011) ออร์ตันได้เจอกับ ซีเอ็ม พังก์ อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำลาสแมนสแตนดิ้ง สุดท้ายออร์ตันก็สามารถเอาชนะพังก์ไปได้เป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน[60]

แชมป์โลกเฮฟวี่เวท (2011–2013)[แก้]

ในสแมคดาวน์ หลังจากศึกเอ็กซ์ตรีมรูลส์ 2 วัน ออร์ตันก็คว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากคริสเตียน ทำให้ออร์ตันคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 8 มาครอง[61] ในโอเวอร์ เดอะ ลิมิต (2011) ออร์ตันต้องป้องกันแชมป์กับคริสเตียน แต่ออร์ตันก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[62] ในสแมคดาวน์ ออร์ตันสามารถป้องกันแชมป์กับเชมัสเอาไว้ได้ โดยมีคริสเตียนเป็นกรรมการพิเศษ แต่หลังจากจบแมตช์ คริสเตียนได้เอาเข็มขัดแชมป์ไปฟาดใส่หัวออร์ตัน ในแคปิเทล พูนิชเมนท์ ออร์ตันสามารถป้องกันแชมป์กับคริสเตียนเอาไว้ได้อีกครั้ง[63] ในมันนีย์อินเดอะแบงก์ (2011) ออร์ตันต้องป้องกันแชมป์กับคริสเตียนอีกครั้ง โดยถ้าออร์ตันทำผิดกฎิตา เข็มขัดจะตกเป็นของคริสเตียนทันที[64] สุดท้ายออร์ตันก็ทำผิดกฎิตา โดยการเตะผ่าหมากของคริสเตียน ทำให้ถูกปรับแพ้ฟาล์วและเสียเข็มขัดแชมป์ให้กับ คริสเตียน[65] หลังแมตช์ออร์ตันคลั่ง กระทืบคริสเตียนเละก่อนจะ RKO บนโต๊ะผู้บรรยาย แล้วก็เดินกลับไป แต่เปลี่ยนใจย้อนกลับมา RKO บนโต๊ะซ้ำอีกรอบจนคริสเตียน กลายเป็นแชมป์แบบอนาถ ถูกหิ้วปีกออกจากสนาม ในซัมเมอร์สแลม (2011) ออร์ตันก็สามารถเอาชนะคริสเตียน ในแมตช์ไม่มีกฎกติกา และคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 9 มาครองได้สำเร็จ[66]

ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2011) ออร์ตันก็เสียแชมป์ให้กับมาร์ก เฮนรี[67] และขอชิงคืนในเฮลอินเอเซล (2011) แต่ไม่สำเร็จ ต่อมาออร์ตันได้เปิดศึกกับเวด บาร์เร็ตต์ ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2011) ออร์ตันได้เป็นกัปตันทีม ประกอบด้วย ออร์ตัน, เชมัส, โคฟี คิงส์ตัน, ซิน คารา และเมสัน ไรอัน เจอกับทีมของบาร์เร็ตต์ ในแมตช์แทคทีม 5 ต่อ 5 แบบคัดออก สุดท้ายทีมของออร์ตันก็แพ้ไป[68] ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2011) ออร์ตันได้เจอกับบาร์เร็ตต์ ในรูปแบบการปล้ำจับฟาดใส่โต๊ะ โดยออร์ตันใส่ท่า RKO เล่นงานบาร์เร็ตต์กับโต๊ะ ทำให้ออร์ตันเป็นฝ่ายชนะ[69] ในสแมคดาวน์ (30 ธันวาคม 2011) ออร์ตันได้เจอกับบาร์เร็ตต์ในแมตช์จับกดที่ไหนก็ได้ สุดท้ายออร์ตันถูกบาร์เร็ตต์เหวี่ยงตกบันได หลังจากนั้นออร์ตันก็ต้องพักการปล้ำจากการถูกบาร์เร็ตต์เหวี่ยงตกบันได[70] ในสแมคดาวน์ (27 มกราคม 2012) ออร์ตันได้หายจากอาการบาดเจ็บและกลับมาเล่นงานบาร์เร็ตต์ จนกรรมการและนักมวยปล้ำคนอื่นๆ ต้องออกมาช่วยห้ามแต่เหล่านักมวยปล้ำที่เข้ามาห้ามนั้นก็โดนออร์ตันใส่ท่า RKO จนหมดไม่ว่าจะเป็น ไทเลอร์ เร็กส์, เคิร์ต ฮอว์กินส์, เทรนท์ บาร์เรต้า และดิ อูโซส์[71] ในสแมคดาวน์ (3 กุมภาพันธ์ 2012) ออร์ตันได้เจอกับบาร์เร็ตต์ อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำไม่มีการจับแพ้ฟาล์ว สุดท้ายออร์ตันก็เป็นฝ่ายชนะและล้างแค้นบาร์เร็ตต์มาได้[72]

ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2012) ออร์ตันได้ร่วมปล้ำแมตช์อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับแดเนียล ไบรอัน, บิ๊กโชว์, โคดี โรดส์, เวด บาร์เร็ตต์ และเดอะ เกรท คาลี แต่ออร์ตันได้ถูกแดเนียล ไบรอัน เอาเข็มขัดแชมป์ฟาดหัวระหว่างการปล้ำกับบิ๊กโชว์ในรอว์ (13 กุมภาพันธ์ 2012) จนมีอาการกระทบกระเทือนทางสมอง ทำให้หมดสิทธิ์เข้าร่วมอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์[73] ในสแมคดาวน์ (2 มีนาคม 2012) ออร์ตันได้หายจากอาการบาดเจ็บ โดยออร์ตันกลับมาล้างแค้นไบรอัน สุดท้ายไม่มีผลแพ้ชนะ เพราะเคนออกมาก่อกวน แถมไล่อัดออร์ตัน ในขณะที่ไบรอันหนีไปได้ และเคนเล่นงานออร์ตัน ด้วยท่าโชคสแลม แล้วเอาไมค์มากล่าวยินดีต้อนรับออร์ตันที่หายบาดเจ็บกลับมา[74][75][76] ในรอว์ (5 มีนาคม 2012) ออร์ตันได้ออกมาลอบทำร้ายเคน ด้วยท่า RKO ทั้งคู่ได้เจอกัน ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 สุดท้ายออร์ตันเป็นฝ่ายแพ้ ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) ออร์ตันเอาชนะเคนไปได้ในแมตช์จับกดที่ไหนก็ได้ สุดท้ายออร์ตันก็เป็นฝ่ายชนะ[77] ในโอเวอร์เดอะลิมิต (2012) ออร์ตันได้เจอกับเชมัส, คริส เจอริโค, และอัลเบร์โต เดล รีโอ ในแมตช์ 4 เส้า ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้ายออร์ตันก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้[78]

วันที่ 30 พฤษภาคม 2012 เว็บไซต์ WWE.com ได้ประกาศสั่งแบนออร์ตัน เป็นเวลา 60 วัน จากการไม่ผ่านการตรวจสุขภาพเป็นครั้งที่2 หากมีครั้งที่3 ก็จะถูกไล่ออก[79] ออร์ตันได้พ้นโทษแบน 60 วันกลับมาในรอว์ (30 กรกฎาคม 2012) โดยชนะฮีท สเลเตอร์[80] ในสแมคดาวน์ (24 สิงหาคม 2012) ออร์ตันได้แพ้ให้อัลเบร์โต เดล รีโอ ในการหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับเชมัส[81] ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) ออร์ตันเอาชนะดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ไปได้[82] ในสแมคดาวน์ (28 กันยายน 2012) ออร์ตันได้เจอกับบิ๊กโชว์ เพื่อหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท แต่ออร์ตันก็เป็นฝ่ายแพ้ หลังแมตช์ออร์ตันก็ถูกลอบทำร้ายโดยอัลเบร์โต เดล รีโอ[83] หลังจากแมตช์นี้ ออร์ตันก็จะหยุดปล้ำเพื่อไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง 12 Rounds Reloaded[84] ในสแมคดาวน์ (12 ตุลาคม 2012) ออร์ตันได้มาเล่นงานเดล รีโอ เป็นการแก้แค้น แล้วจับไปอัดกบัโต๊ะผู้บรรยาย ตามด้วยอัปเปอร์คัต แล้วจับไปอัดกับเสา แล้วก็เอาไปอัดกับบันไดเหล็กอีก ก่อนจะไปรื้อโต๊ะ แล้วจะจัดการเดล รีโออัดกับโต๊ะ แต่เดล รีโอขัดขืนเตะกลับ แล้วก็เป็นริคาร์โด รอดริเกซที่ขึ้นมาขี่คอออร์ตัน ปล่อยให้เดล รีโอหนีไปได้ แล้วก็จัดการอัดริคาร์โดไปนอนบนโต๊ะ แล้วก็มองไปที่เดล รีโอ แล้วจัดการใส่ RKO แต่โต๊ะไม่หัก ก่อนขึ้นไปบนเวที แล้วยืนจ้อองหน้าเดล รีโอปิดรายการไป[85] ในศึก เฮลอินเอเซล (2012) ออร์ตันได้เอาชนะเดล รีโอ[86]

ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 ออร์ตันได้จับคู่กับเชมัส และบิ๊กโชว์ แพ้ให้กับเดอะชีลด์ หลังแมตช์บิ๊กโชว์ปล่อยหมัดใส่เชมัสกับออร์ตัน[87] ในรอว์ (8 เมษายน 2013) ออร์ตันได้เจอกับเชมัส โดยผู้ชนะจะได้ไปเจอกับบิ๊กโชว์ ระหว่างแมตช์ บิ๊กโชว์ได้มาเล่นงาน ออร์ตันกับเชมัส ทำให้ไม่มีผลการตัดสิน[88] ในสแมคดาวน์ (12 เมษายน 2013) ออร์ตันได้จับคู่กับเชมัส เจอกับบิ๊กโชว์ ในแมตช์แฮนดิแคป 2 รุม 1 สุดท้ายออร์ตันกับเชมัสชนะเคาท์เอาท์[89] ในรอว์ (15 เมษายน 2013) ออร์ตันได้จับคู่กับเชมัส เอาชนะบิ๊กโชว์ไปได้[90] ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2013) ออร์ตันได้เจอกับบิ๊กโชว์ ในแมตช์เอกซ์ตรีมรูลส์ สุดท้ายออร์ตันก็เป็นฝ่ายเอาชนะมาได้ ด้วยท่าเตะกะโหลก[91] ในเพย์แบ็ค ออร์ตันได้จับคู่กับแดเนียล ไบรอัน ชิงแชมป์แทคทีม WWE กับเซท โรลลินส์ และโรแมน เรนส์ 2สมาชิกของกลุ่มเดอะชีลด์ แต่ก็ไม่สำเร็จ[92] ในมันนีอินเดอะแบงก์ (2013) ออร์ตันได้เอาชนะนักมวยปล้ำทั้ง 5 คน และคว้ากระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ในการใช้สิทธิ์ชิงแชมป์ WWE ได้สำเร็จ ทำให้ออร์ตันมีสิทธิ์ที่จะขอท้าชิงแชมป์ WWE ที่ไหน เมื่อไร เวลาใดก็ได้ เพียง 1 ครั้งเท่านั้น[93] ในซัมเมอร์สแลม (2013) ออร์ตันได้ใช้สิทธิ์ของกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ คว้าแชมป์ WWE จากแดเนียล ไบรอัน ที่เพิ่งคว้าแชมป์จากจอห์น ซีนามาได้ จากการช่วยเหลือของทริปเปิลเอช ที่ใส่ Pedigree กับไบรอัน ทำให้ออร์ตันคว้าแชมป์โลกสมัยที่10 ได้สำเร็จ และได้กลับมาเป็นฝ่ายอธรรมอีกครั้ง[94]

ดิออธอริตี (2013–2014)[แก้]

ออร์ตันกับแชมป์ WWE ในปี 2013

ในรอว์ 19 สิงหาคม 2013 มีการเฉลิมตำแหน่งแชมป์ของออร์ตัน ซึ่งมีนักมวยปล้ำทุกคนของ WWE มายืนที่เวที โดยมีเดอะชีลด์ยืนอยู่ริมเวที วินซ์, สเตฟานี แม็กแมน และทริปเปิล เอช ก็ออกมากันพร้อมหน้า (เปิดตัวกลุ่ม ดิออธอริตี) ทริปเปิล เอช ประกาศแนะนำตัวออร์ตัน แชมป์ WWE คนใหม่ ออร์ตันออกมาจับมือกับครอบครัวแม็กแมน ออร์ตันบอกว่าปกติเขาไม่ชอบขอบคุณใคร แต่ครั้งนี้เขาต้องบอกว่าเขาต้องขอบคุณทริปเปิล เอชจริงๆ ทริปเปิล เอชบอกว่าเขารู้ว่า แดเนียล ไบรอัน ยังอยู่ในสนามแห่งนี้ ถ้าหากว่ามีปัญหาอะไรก็จงออกมาเคลียร์กันเดี๋ยวนี้ทริปเปิล เอช ไบรอันออกมาและจะขึ้นเวที แต่เดอะชีลด์มารุมอัดไบรอัน แต่ทริปเปิล เอชสั่งห้ามไว้ ทริปเปิล เอชบอกให้ไบรอัน ขึ้นมาบนเวที ไบรอันขึ้นเวทีไปปุ๊บก็โดน RKO ทันที แล้วออร์ตันกับครอบครัวแม็กแมนก็ชูมือฉลองกัน[95] ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013) ออร์ตันได้เสียแชมป์ให้กับไบรอัน[96] ในรอว์ 16 กันยายน 2013 ทริปเปิล เอช ได้สั่งปลดแชมป์ของไบรอัน โดยบอกว่า สก็อตต์ อาร์มสตรอง ที่ตัดสินแมตช์ชิงแชมป์นับ 1 2 3 เร็วเกิน[97] ในศึก แบทเทิลกราวด์ ออร์ตันได้เจอกับไบรอัน ชิงแชมป์ WWE ที่ว่างอยู่ สุดท้ายแมตช์จบลงโดยไม่มีผลการตัดสิน เพราะบิ๊กโชว์ออกมาก่อกวนการปล้ำ[98] ทั้งคู่ก็ได้รีแมตช์กันอีกครั้งในศึก เฮลอินเอเซล (2013) ในแมตช์การปล้ำเฮลอินเอเซล เพื่อชิงแชมป์ WWE ที่ว่างอยู่ โดยมี ชอว์น ไมเคิลส์ เป็นกรรมการพิเศษ สุดท้ายออร์ตันก็เป็นฝ่ายชนะและคว้าแชมป์ WWE สมัยที่ 8 ได้สำเร็จอีกครั้ง[99]

ออร์ตันกับแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE ในปี 2014

ในรอว์ 25 พฤศจิกายน 2013 ออร์ตันออกมาเปิดรายการ บอกว่าพวกแกคงจะไม่คิดล่ะสิว่าชั้นคนนี้จะออกมาที่นี่ในฐานะแชมป์ WWE แต่ก็มีอยู่เรื่องหนึ่งที่คาใจ จึงขอให้ทริปเปิล เอช ออกมา และออร์ตันบอกว่าทำไมต้องออกมาช่วยเขาด้วย? ก็ไหนบอกว่าไม่ต้องมีการก่อกวนไง เขาเอาชนะด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องให้ใครมาช่วย เพราะเขาคือผู้เป็นหน้าเป็นตาของ WWE เป็นแชมป์ WWE เป็นซูเปอร์สตาร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในประวัติศาสตร์ WWE ตลอดกาลและไม่มีใครจะมาแย่งชิงอะไรไปจากเขาได้ จอห์น ซีนา เจ้าของแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ออกมา และก็บอกว่าเขานี่แหละที่จะทำได้ ขอท้าเจอออร์ตัน โดยเอาแชมป์ทั้งสองเส้นเป็นเดิมพัน ทริปเปิล เอช กับสเตฟานี ก็เห็นชอบด้วย และทริปเปิล เอชก็จัดแมตช์ในศึก TLC ให้ทั้งสองคนเจอกันและจะเอาแชมป์ทั้งสองเส้นแขวนไว้ในแมตช์ โต๊ะ, บันได และ เก้าอี้ คืนเดียวกัน ออร์ตันได้จับคู่กับอัลเบร์โต เดล รีโอ เจอกับจอห์น ซีนา จับคู่กับบิ๊กโชว์ สุดท้ายเป็นฝั่งออร์ตันที่แพ้ไป หลังแมตช์ เดล รีโอ มาเล่นงานซีนา แต่โดนซีนาจับใส่ Attitude Adjustment ออร์ตันก็เอาเข็มขัด WWE ฟาดหัวซีนา และไปเอาเข็มขัดโลกเฮฟวี่เวทของซีนามา แล้วประกาศศักดาด้วยการชูเข็มขัดสองเส้นปิดรายการไป ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2013) ออร์ตันได้เจอกับซีนา ในแมตช์การปล้ำโต๊ะ, บันได และ เก้าอี้ (TLC Match) เพื่อการรวมแชมป์ WWE และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท สุดท้ายออร์ตันก็เป็นฝ่ายชนะ และกลายเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE คนแรก[100] ในศึก รอยัลรัมเบิล (2014) ออร์ตันต้องป้องกันแชมป์กับซีนาอีกครั้ง สุดท้ายออร์ตันก็เป็ยฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ จากการช่วยเหลือของ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี[101]

ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) ออร์ตันต้องป้องกันแชมป์กับ นักมวยปล้ำทั้ง 5 คน คือ จอห์น ซีนา, แดเนียล ไบรอัน, เชมัส, ซีซาโร และคริสเตียน โดยออร์ตันเป็นฝ่ายป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[102] ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 จะต้องป้องกันแชมป์กับ แดเนียล ไบรอัน และผู้ชนะแมตช์รอยัลรัมเบิล อย่าง บาทิสตา เป็นแมตช์ 3 เส้า สุดท้ายเป็นไบรอันที่คว้าแชมป์ไป[103][104] 1 วันหลังจากจบ เรสเซิลเมเนีย ในรอว์ 7 เมษายน 2014 สเตฟานีได้ออกมาสั่งให้ ออร์ตัน และบาทิสตา ให้ร่วมมือกันเป็นทีม เริ่มต้นจากแมตช์ชิงแชมป์แทคทีมกับ ดิ อูโซส์ ผลออกมาเป็น ดับเบิลเคาท์เอาท์ และได้สั่งให้ เคน, บาทิสตา และ ออร์ตัน ทำร้ายไบรอันก่อนการก่อนแข่งขันจะเริ่มต้น เป็นการสร้างจุดอ่อน และทำให้ ทริปเปิล เอช มีโอกาสในการชนะมากขึ้น จนเดอะชีลด์ได้ออกมาบนเวที และจัดการกับพวกกลุ่มของทริปเปิล เอช และได้ช่วยไบรอัน จากการกลั่นแกล้งจากกลุ่ม ทริปเปิล เอช[105] ในรอว์ 14 เมษายน 2014 เดอะชิลด์ ต้องปล้ำในแมตช์แฮนดิแคป 11 รุม 3 แต่กรรมการต้องยุติแมตช์ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอัดกันไม่หยุด ก่อนที่ ทริปเปิล เอช, ออร์ตัน และ บาทิสตา จะออกมาในนามของกลุ่ม เอฟโวลูชั่น และมาจัดการอัดกลุ่มเดอะชิลด์จนหมดสภาพ ก่อนที่จะประกาศแมตช์การปล้ำแทคทีมอย่างเป็นทางการ ในสแมคดาวน์ 18 เมษายน 2014 ระหว่าง เดอะชีลด์ เจอกับ เอฟโวลูชั่น ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) สุดท้าย เอฟโวลูชั่น เป็นฝ่ายแพ้ไป[106]

หลังจากกลุ่ม เดอะชีลด์ ได้รับชัยชนะในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ ดูเหมือนว่าความแค้นของกลุ่ม เอฟโวลูชั่น จะยังไม่จบลง เมื่อในรอว์ 5 พฤษภาคม 2014 ดีน แอมโบรส จะต้องป้องกันแชมป์ยูเอส กับนักมวยปล้ำ 19 คน ในแมตช์แบทเทิลรอยัล โดย เชมัส เป็นฝ่ายเอาชนะไป และเป็นแชมป์ใหม่ไปในทันที และจบสถิติการป้องกันแชมป์ของแอมโบรส 351 วันได้สำเร็จ ก่อนที่กลุ่มเอฟโวลูชั่น จะตามมาก่อกวน และทำร้ายเดอะชีลด์ในแมตช์ที่ต้องเจอกับ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี จนกลุ่มเดอะชีลด์หมดสภาพไป ในรอว์ 12 พฤษภาคม 2014 เดอะชีลด์ได้ออกมาท้ากลุ่มเอฟโวลูชั่น หลังจากที่ได้ทำร้ายพวกเขาในสัปดาห์ที่ผ่านมา และกลุ่มของเอฟโวลูชั่นก็ได้รับคำท้า และเจอกันในเพย์แบ็ค ขณะที่บาทิสตา ท้าขอเจอกับ โรแมน เรนส์ ในคู่เอกของรายการ ซึ่งในแมตช์นั้น สมาชิกที่เหลือของเดอะชีลด์ และเอฟโวลูชั่นต่างก็ยืนอยู่ข้างเวที และในระหว่างแมทช์ทั้งสองฝ่ายต่างอัดกันจนกรรมการบนเวที ต้องยุติการปล้ำ แต่เดอะชีลด์ก็ยังไม่หยุด สเตฟานี จึงเรียกนักมวยปล้ำคนอื่นๆ มาช่วยจัดการเดอะขีลด์ แต่ก็ไม่สำเร็จ และยังโดนเดอะชีลด์เล่นงานคืนได้สำเร็จ ในศึก เพย์แบ็ค (2014) เอฟโวลูชั่น ได้เจอกับ เดอะชีลด์ อีกครั้ง ในแมตช์แทคทีม 6 คน ไม่มีกฎกติกา แบบคัดออก สุดท้าย เอฟโวลูชั่น แพ้รวด 3-0[107]

ในรอว์ 2 มิถุนายน 2014 บาทิสตา ได้ขอลาออกจาก WWE คืนเดียวกัน ออร์ตันมีคิวเจอกับ โรแมน เรนส์ ออร์ตัน กับทริปเปิล เอช เปิดตัวออกมาโดยทริปเปิล เอช ถือค้อนมาด้วย ทำให้เดอะชีลด์ พากันไปหยิบเก้าอี้มาเตรียมไว้ ทริปเปิล เอช บอกว่า บาทิสตา มันหนีไปแล้ว แต่เราก็มีแผน 2 เสมอ... ว่าแล้ว โรลลินส์ ก็เอาเก้าอี้ฟาดใส่ เรนส์ จากด้านหลัง จากนั้นก็ฟาด แอมโบรส อีกคน โรลลินส์ เอาเก้าอี้ไปยื่นให้ ออร์ตัน เพื่อเอาไปฟาด เรนส์ กับ แอมโบรส ต่ออีก จากนั้นก็ RKO เรนส์ ลงบนเก้าอี้ ปิดท้ายรายการโดยมี โรลลินส์ ยืนอยู่กับออร์ตัน และทริปเปิล เอช ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2014) ออร์ตันได้เข้าร่วมแมตช์ มันนีย์อินเดอะแบงก์ เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE แต่ออร์ตันก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2014) ออร์ตันได้มีแมตช์เจอกับ โรแมน เรนส์ โดยออร์ตันได้เป็นฝ่ายแพ้ไป[108] ในศึก เฮลอินเอเซล (2014) ออร์ตันได้เจอกับ จอห์น ซีนา ในแมตช์การปล้ำเฮลอินเอเซล เพื่อหาผู้ท้าชิงอินดับ 1 ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE กับ บร็อก เลสเนอร์ และเป็นซีนาที่เป็นฝ่ายชนะ ในเดือนพฤศจิกายน 2014 ออร์ตันจะต้องไปแสดงภาพยนตร์เรื่อง Condemned 2: Desert Pray โดยในรอว์ (3 พฤศจิกายน 2014) ออร์ตันได้ถูกกลุ่มออธอริตีหักหลังและรุมทำร้าย จนต้องหายจากการปล้ำตามบทบาทเรื่องราว

เรื่องราวต่างๆ (2015–ปัจจุบัน)[แก้]

ในฟาสต์เลน (2015) ออร์ตันได้กลับมาอีกครั้ง โดยมาล้างแค้นกลุ่มออธอริตี[109] ต่อมาได้เปิดศึกกับเซท โรลลินส์ และได้ท้าเจอกันในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 31[110][111] และออร์ตันเป็นฝ่ายเอาชนะไปได้[112] ในรอว์ 6 เมษายน 2015 ออร์ตันได้เอาชนะไรแบ็ค และโรแมน เรนส์ ในแมตช์สามเส้า ทำให้ได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE กับเจ้าของแชมป์ เซท โรลลินส์ ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2015)[113] ต่อมาได้มีการเพิ่มกติกาเป็นแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก โดยออร์ตันถูกแบนสั่งห้ามใช้ท่า RKO และเคนเป็นคนเฝ้าประตูกรงในแมตช์ สุดท้ายโรลลินส์เป็ยฝ่ายป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[114] ในเพย์แบ็ก (2015) ออร์ตันได้แพ้ในแมตช์ 4 เส้า ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE กับโรลลินส์, แอมโบรส และเรนส์[115] ในมันนีย์อินเดอะแบงก์ (2015) ออร์ตันได้เข้าร่วมแมตช์มันนีย์อินเดอะแบงก์ เพื่อสัญญาในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE โดยเชมัสคว้ากระเป๋าไปได้[116] ในแบทเทิลกราวด์ (2015) ออร์ตันได้เอาชนะเชมัสไปได้ในบ้านเกิดของตน (เซนต์หลุยส์, มิสซูรี)[117] ก่อนจะแพ้ให้กับเชมัสในซัมเมอร์สแลม (2015)[118] ในเดือนตุลาคม 2015 ออร์ตันได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่อีกครั้ง โดยต้องเข้ารับการผ่าตัดและพักฟื้นเป็นเวลานาน[119][120]

วันที่ 7 กรกฎาคม 2016 WWE ได้ประกาศว่าออร์ตันจะกลับคืนสู่สังเวียนการปล้ำอีกครั้งในซัมเมอร์สแลม (2016) โดยเจอกับบร็อก เลสเนอร์[121] วันที่ 19 กรกฎาคม ออร์ตันได้ถูกดราฟท์ไปสแมคดาวน์ ในแบทเทิลกราวด์ (2016) ออร์ตันได้เป็นแขกรับเชิญในรายการ The Highlight Reel ของคริส เจอริโค[122] ในสแมคดาวน์ไลฟ์ 26 กรกฎาคม 2016 ออร์ตันได้ขึ้นปล้ำครั้งแรกในรอบ 9 เดือน โดยเอาชนะเดอะมิซไปได้ ในรอว์สัปดาห์ถัดมา ออร์ตันได้มา RKO ใส่เลสเนอร์ คืนต่อมาในสแมคดาวน์ เลสเนอร์ได้มาเล่นงานคืนด้วย F-5 ในซัมเมอร์สแลม ออร์ตันถูกเลสเนอร์อัดจนเลือดอาบ ทำให้ต้องจบแมตช์แบบ TKO[123]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

ในเดือนพฤศจิกายนปี 2005 ออร์ตันประกาศหมั้นกับแฟนสาวของเขา Samantha Speno[124] ทั้งคู่แต่งงานกันเมื่อวันที่ 21 กันยายน 2007[125][126] ลูกคนแรกของพวกเขา Alanna Marie Orton เกิดเมื่อวันที่ 12 กรกฎาคม 2008[127][128][129] ในมิถุนายน 2013 ออร์ตัน และภรรยาได้หย่าร้างกัน หลังจากที่แยกกันอยู่เมื่อปี 2012[130]

ออร์ตันทนทุกข์ทรมานจากไหล่ hypermobile[131] เขามีรอยสักที่นาวิกโยธินสหรัฐสักไว้บนแขนซ้ายของเขา แต่ครอบคลุมมันขึ้นมาหลังจากที่ได้รับการปลดประจำการความประพฤติที่ไม่ดีเมื่อเขาไปแหกคุกครั้งที่สอง เขาถูกส่งกลับบ้านหลังจากที่ใช้ชีวิต 38 วันในคุกทหารที่ค่าย Pendleton

เมื่อถูกล้างทางการแพทย์ที่จะต่อสู้หลังจากที่ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกไหปลาร้าของเขา ในแมตช์ที่เจอกับ ทริปเปิล เอช, ออร์ตันได้รับบาดเจ็บกระดูกไหปลาร้าอีกครั้งจากอุบัติเหตุมอเตอร์ไซค์.[132][133] เมื่อวันที่ 30 กรกฎาคม 2013 เขาถูกทำร้ายโดยแฟนมวยปล้ำคนหนึ่งในเคปทาวน์ในระหว่างการทัวร์ของ WWE ที่แอฟริกาใต้ WWE ระบุว่าการทำร้ายไม่ได้เป็นส่วนหนึ่งของบทที่วางแผนไว้[134]

ผลงานแสดง[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ปี เรื่อง รับบท
2011 That's What I Am Ed Freel
2013 12 Rounds 2: Reloaded Nick Malloy
2015 The Condemned 2: Desert Prey

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

ออร์ตันใช้ท่า RKO เล่นงาน เซท โรลลินส์
ออร์ตันใช้ท่า Rope-hung DDT เล่นงาน เชมัส
ออร์ตันใช้ท่า Inverted headlock backbreaker เล่นงาน เชมัส
  • ท่าไม้ตาย
    • RKO (กระโดดหักคอ)[1][3][135] เริ่มใช้เมื่อปี 2003–ปัจจุบัน
    • O-Zone (Overdrive) (ขาพาดก้านคอ แล้วหมุนไปข้างหน้า)[3] 2002–2003
    • Full nelson slam (ใส่คอบร้า ครัทช์ แล้วเอาหลังฟาด) ใช้สมัยอยู่ OVW
    • Running punt kick (วิ่งเตะจุดโทษตรงกะโหลกคู่ต่อสู้)[3] เริ่มใช้เมื่อปี 2007–ปัจจุบัน
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Corner clothesline[136]
    • Dropkick[3]
    • Elevated DDT, most often performed on a wrestler hanging from the middle rope[137]
    • European uppercut[3]
    • Garvin Stomp while circling a grounded opponent – adopted from Ron Garvin
    • Gutwrench elevated neckbreaker[138]
    • Inverted headlock backbreaker[3][137]
    • Leaping knee drop[139][140]
    • Lou Thesz press followed by mounted punches[3][137]
    • Multiple suplex variations
    • Olympic slam[140][145]
    • Snap scoop powerslam, sometimes with a pin.[146][147]
    • Swinging neckbreaker[139]
  • กับ บาทิสตา
    • ท่าไม้ตาย
      • Powerbomb (Batista) into a jumping cutter (Orton) combination
  • กับ เอดจ์
    • ท่าไม้ตาย
      • Double RKO (Double jumping cutter)[148]
      • Con-chair-to
    • ท่าเอกลักษณ์
      • Double dropkick
  • เพลงเปิดตัว
    • "Blasting'" (เพลงเปิดตัวเพลงแรกนับตั้งแต่ย่างก้าวเข้ามาใน WWE)
    • "Evolve" โดย Jim Johnston (เป็นเพลงเปิดตัวเพลงแรกของกลุ่มเอฟโวลูชั่น)
    • "Line in the Sand" ขับร้องโดยวง Motörhead (เป็นเพลงที่ใช้เปิดตัวสมัยอยู่ในกลุ่มเอฟโวลูชั่น และเป็นเพลงเปิดตัวเพลงที่ 2 ของกลุ่มด้วยเช่นกัน)
    • "Burn in My Light" ขับร้องโดยวง Mercy Drive (เป็นเพลงที่ใช้เปิดตัวเมื่ออกจากกลุ่มเอฟโวลูชัน ซึ่งภายหลังได้ออกมาเผยว่าเกลียดเพลงนี้มากๆ และทนใช้เพลงเปิดตัวนี้มานานถึง 4 ปี)[152]
    • "Rated RKO" โดย Jim Johnston (เป็นเพลงที่ใช้เปิดตัวสมัยอยู่ในกลุ่มเรท-อาร์เคโอ)
    • "Voices" ขับร้องโดยวง Rev Theory (เพลงเปิดตัวของออร์ตันในปัจจุบัน)[153]

ผลงานแชมป์และความสำเร็จ[แก้]

  • Ohio Valley Wrestling
    • OVW Hardcore Championship (2 สมัย)[16]
  • Pro Wrestling Illustrated
    • PWI Feud of the Year (2009) เจอกับ ทริปเปิลเอช
    • PWI Most Hated Wrestler of the Year (2007, 2009)[154][155]
    • PWI Most Improved Wrestler of the Year (2004)[156]
    • PWI Most Popular Wrestler of the Year (2010)[157]
    • PWI Rookie of the Year (2001)[158]
    • PWI Wrestler of the Year (2009, 2010)[159][160]
    • PWI จัดในอันดับที่ 1 ของท็อป 500 อันดับ นักมวยปล้ำเดี่ยวแห่งปีใน PWI 500 ปี 2008[161]
  • Wrestling Observer Newsletter
    • Most Improved (2004)[166]
    • Most Overrated (2013)

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 "Randy Orton's WWE Profile". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 26, 2011. 
  2. Ayulo, Santiago C. (August 14, 2009). "St. Louis son Randy Orton on life in (and out of) the ring". St. Louis Post-Dispatch. Archived from the original on September 24, 2009. สืบค้นเมื่อ August 26, 2009. 
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 3.4 3.5 3.6 3.7 3.8 3.9 "Randy Orton bio". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ July 16, 2008. 
  4. "Name search engine". Intelius People Search. สืบค้นเมื่อ May 1, 2009. 
  5. "Hazelwood Central Alumni — Class of 1998". Hazelwood Central Alumni. สืบค้นเมื่อ August 17, 2007. 
  6. 6.0 6.1 6.2 Oliver, Greg (2007). The Pro Wrestling Hall of Fame: The Heels. ECW Press. p. 205. ISBN 1-55022-759-9. 
  7. 7.0 7.1 Milner, John; Richard Kamchen (October 7, 2004). "Slam! Sports biography". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ July 10, 2007. 
  8. WWE: The Most Powerful Families in Wrestling (DVD). WWE Home Video. 2007. 
  9. "World Heavyweight Title (W.W.E. Smackdown!)". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ October 8, 2007. 
  10. http://www.wwe.com/classics/titlehistory/retired-championships
  11. Before They Were WWE Superstars 2 (DVD). WWE Home Video. 2003. 
  12. "Randy Orton basic facts". Randy-Orton.com. สืบค้นเมื่อ January 25, 2009. 
  13. Zack Zeigler. "Orton's tattoo secrets". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ October 11, 2007. 
  14. 14.0 14.1 "MMWA-SICW Archive — March 18, 2000 results". Mid-Missouri Wrestling Association-Southern Illinois Conference Wrestling. Archived from the original on February 10, 2008. สืบค้นเมื่อ August 14, 2007. 
  15. 15.0 15.1 "MMWA-SICW archives — April 22, 2000". Mid-Missouri Wrestling Association-Southern Illinois Conference Wrestling. April 22, 2000. Archived from the original on September 28, 2007. สืบค้นเมื่อ March 23, 2008. 
  16. 16.0 16.1 "OVW Hardcore Championship (retired)". Ohio Valley Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 3, 2011. 
  17. "SmackDown! results — April 25, 2002". PWWEW.net. April 25, 2002. สืบค้นเมื่อ March 1, 2008. 
  18. "Raw results — September 23, 2002". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ March 23, 2008. 
  19. "Raw results — September 23, 2002". PWWEW.net. September 23, 2002. สืบค้นเมื่อ March 23, 2008. 
  20. 20.0 20.1 "Inside WWE Title History Intercontinental 20031214 – Randy Orton". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ July 10, 2007. 
  21. "W.W.F./W.W.E. Intercontinental Heavyweight Title". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ October 8, 2007. 
  22. Tywalk, Nick; Dale Plummer (December 14, 2003). "WWE Armageddon a flop". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ August 26, 2009. 
  23. "World Heavyweight Title (W.W.E. Smackdown!)". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ 2007-10-08. 
  24. 24.0 24.1 "History Of The World Heavyweight Championship — Randy Orton". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ July 10, 2007. 
  25. Clevett, Jason (August 16, 2004). "Orton-Benoit, Guerrero-Angle save SummerSlam". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 18, 2009. "Benoit left the ring and then returned and extended his hand saying, "Be a man." The two shook hands" 
  26. "Raw results — August 16, 2004". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ July 11, 2007. 
  27. Martin, Finn (September 22, 2004). "Power Slam Magazine, issue 123". Panic Stations! (Unforgiven 2004) (SW Publishing). pp. 24–25. 
  28. "Raw results — February 28, 2005". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 6, 2007. 
  29. "SmackDown results — March 17, 2005". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 23, 2007. 
  30. "Raw results — March 28, 2005". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 23, 2007. "Randy Orton says his undefeated streak started last year and years from now people will talk about HIM! The lights suddenly went out and a very impressive video played chronicling all of Undertaker's victims! Randy Orton fled the ring in fear after all four corner posts caught on fire.." 
  31. "SmackDown results — December 9, 2005". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 23, 2007. 
  32. Sokol, Chris (February 20, 2006). "Main events salvage No Way Out". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 12, 2008. 
  33. Hurley, Oliver (April 20, 2006). "Power Slam Magazine, issue 142". WrestleMania In Person (WrestleMania 22) (SW Publishing). pp. 16–19. 
  34. Elliott, Brian (November 6, 2006). "K-Fed costs Cena at Cyber Sunday". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ January 17, 2008. 
  35. 35.0 35.1 "History Of The World Tag Team Title — Edge & Randy Orton". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ July 10, 2007. 
  36. "W.W.W.F./W.W.F./W.W.E. World Tag Team Title". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ 2007-10-08. 
  37. McAvennie, Mike (August 29, 2007). "Should Cena step up... or step down". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ November 7, 2007. 
  38. "ECW results — October 2, 2007". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ March 19, 2008. 
  39. Robinson, Bryan (October 7, 2007). "Kings of Kings reigns supreme again". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ October 8, 2007. 
  40. Robinson, Bryan (October 7, 2007). "Championship hot potato: Legend Killer's time comes after all". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ October 8, 2007. 
  41. Keller, Wade (April 27, 2008). "Keller's WWE Backlash PPV Report 4/27: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV event". PW Torch. สืบค้นเมื่อ August 26, 2009. 
  42. Kapur, Bob (May 18, 2008). "Judgment Day spoils streak of good shows". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ August 26, 2009. 
  43. Tello, Craig (June 1, 2008). "Orton suffers broken collarbone". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ June 2, 2008. 
  44. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (January 26, 2009). "Orton triumphs, Cena survives, Hardy falls at Royal Rumble". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ January 26, 2009. 
  45. "Full WrestleMania XXV results". WWE. สืบค้นเมื่อ April 19, 2013. 
  46. Plummer, Dave (April 6, 2009). "Wrestlemania 25: HBK steals the show". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ April 6, 2009. 
  47. Sitterson, Aubrey (April 26, 2009). "Punter's quarry". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 26, 2009. 
  48. Plummer, Dale (January 11, 2010). "Raw: Iron Mike and DX reunite". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ March 3, 2010. 
  49. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (February 1, 2010). "The 2010 Royal Rumble is Rated R in Atlanta". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ March 3, 2010. 
  50. Martin, Adam (March 28, 2010). "Wrestlemania 26 Results – 3/28/10". WrestleView. สืบค้นเมื่อ March 29, 2010. 
  51. Bishop, Matt (July 19, 2010). "Raw: Hart returns as Cena leads team to face Nexus". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ August 23, 2010. 
  52. Plummer, Dale; Nick Tylwalk (August 15, 2010). "Rumored return helps Team WWE fend off Nexus at SummerSlam". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ August 23, 2010. 
  53. Tylwalk, Nick (September 20, 2010). "Few gimmicks, more title changes at Night of Champions". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ September 20, 2010. 
  54. Sokol, Bryan (October 25, 2010). "Cena central to Bragging Rights; Smackdown wins again". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 23, 2010. 
  55. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (November 22, 2010). "The fate of Cena is finally decided at so-so Survivor Series". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 23, 2010. 
  56. Plummer, Dale (November 22, 2010). "RAW: The Miz cashes in as Nexus costs Orton WWE title". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 23, 2010. 
  57. Wortman, James (December 19, 2010). "Results: Stalking in a splinter wonderland". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ December 21, 2010. 
  58. Plummer, Dale; Nick Tylwalk (January 31, 2011). "Super-size Royal Rumble saves biggest surprise for last". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ January 31, 2011. 
  59. Bishop, Matt (April 3, 2011). "The Rock costs Cena as The Miz retains at WrestleMania XXVII". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ September 12, 2011. 
  60. Plummer, Dale (April 25, 2011). "Raw: Draft tries to shock WWE Universe". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ April 26, 2011. 
  61. Pasero, Mitch (May 6, 2011). "Smackdown Results: Christian's dream crushed". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ June 11, 2011. 
  62. Hillhouse, Dave (May 22, 2011). "Over the Limit: Unpredictability makes for a good show". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ September 12, 2011. 
  63. Kapur, Bob (June 19, 2011). "Cena, Orton retain titles at Capitol Punishment". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ September 12, 2011. 
  64. Hillhouse, Dave (July 18, 2011). "Money in the Bank: The WWE gets Punk'd". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ September 12, 2011. 
  65. Burdick, Michael (July 8, 2011). "SmackDown results: 'Money' breeds mayhem". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ September 12, 2011. 
  66. Plummer, Dale; Nick Tylwalk (August 15, 2011). "Punk-Cena feud comes to a head, but not without some wrinkles at SummerSlam". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ September 10, 2011. 
  67. Burdick, Michael (September 19, 2011). "Mark Henry def. Randy Orton (New World Heavyweight Champion)". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ September 19, 2011. 
  68. Caldwell, James (December 20, 2011). "Caldwell's WWE Survivor Series PPV Results 11/20: Complete "virtual time" coverage of live PPV - The Rock returns, Punk vs. Del Rio, Henry vs. Show". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ December 21, 2011. 
  69. Powers, Kevin (December 18, 2011). "Randy Orton def. Wade Barrett (Tables Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ December 19, 2011. 
  70. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 12/30: Complete coverage of the Friday night show, including Randy Orton vs. Wade Barrett, Falls Count Anywhere". 
  71. http://www.wrestlingattitude.com/news/smackdown-taping-results-1-27-spoilers.html
  72. Burdick, Michael. "SmackDown results: Wade Barrett feels the sting of The Viper; Mark Henry suspended". WWE. สืบค้นเมื่อ February 6, 2012. 
  73. {{cite web|title=Randy Orton Suffers Concussion 2/14/12|url=http://www.wwe.com/shows/raw/2012-02-13/orton-suffers-concussion
  74. "WWE Smackdown Spoilers 3/2/12". 
  75. "WWE Monday Night Raw (3/5/12) Results: Live Blog, Coverage and Analysis". 
  76. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 3/9: Ongoing "virtual time" coverage of the show, including John Laurinaitis running the episode". 
  77. Giannini, Alex. "Randy Orton vs. Kane - Falls Count Anywhere Match". WWE. สืบค้นเมื่อ April 21, 2012. 
  78. Meltzer, Dave (May 20, 2012). "WWE Over the Limit live coverage from Raleigh". Wrestling Observer Newsletter. สืบค้นเมื่อ May 21, 2012. 
  79. "Randy Orton suspended". WWE. May 30, 2012. สืบค้นเมื่อ May 30, 2012. 
  80. James Caldwell (July 30, 2012). "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/30: Complete "virtual-time" coverage of live Raw #1,000 - Punk explains heel turn, #1 contender match main event, Orton returns, Summerslam hype". 
  81. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 8/24: Ongoing "virtual time" coverage of Friday night show, including Orton vs. Del Rio in a #1 Contender match". 
  82. "Randy Orton def. Dolph Ziggler". WWE. September 16, 2012. สืบค้นเมื่อ September 23, 2012. 
  83. Parks, Greg (September 28, 2012). "Parks' WWE SmackDown report 9/28: Ongoing "virtual time" coverage of Friday night show, including Randy Orton vs. The Big Show". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ September 28, 2012. 
  84. Dave Scherer (August 3, 2012). "Orton starring in 12 Rounds: Reloded". PWInsider. สืบค้นเมื่อ August 4, 2012. 
  85. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 10/12: Complete "virtual time" coverage of Friday night show, including Dolph Ziggler vs. Kane". 
  86. Caldwell, James (October 28, 2012). "Caldwell's WWE Hell in a Cell PPV report 10/28: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV - Will WWE pull the trigger on Ryback as top champ?". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ October 28, 2012. 
  87. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 29 PPV RESULTS: Complete "virtual-time" coverage of live PPV from MetLife Stadium - Rock-Cena II, Taker-Punk, Lesnar-Hunter, more". 
  88. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WM29 fall-out, new World Champ, no Rock, Taker live, crowd takes over". 
  89. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 4/12: Ongoing "virtual time" coverage of Friday night show, including Dolph Ziggler's first Smackdown as champion and Triple H addresses Lesnar match". 
  90. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/15: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw - Punk returning, WM29 fallout, new U.S. champion, more". 
  91. "WWE Extreme Rules results and reactions from last night (May 19): Believe in Gold". 
  92. "WWE Payback PPV Results 6/16/13". 
  93. "CALDWELL'S WWE MITB PPV RESULTS 7/14 (Hour 3): Ongoing "virtual-time" coverage of live PPV - Cena vs. Henry, MITB All-Stars". 
  94. "CALDWELL'S WWE SSLAM PPV RESULTS 8/18 (Hour 3): Cena vs. Bryan WWE Title main event, did Orton cash in?". 
  95. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 8/19 (Hour 3): Orton's Coronation in Main Event segment, Punk responds to Heyman". 
  96. "WWE NEWS: New WWE champion at Night of Champions, but for how long?, plus Heyman's new associate, title match results, TNA stars spotlighted, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 17 September 2013. 
  97. "RAW NEWS: Bryan stripped of WWE Title & title held up, Dusty returns & gets KO'ed, locker room revolt, Ryback/Heyman, new #1 contenders, more post-PPV developments". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 17 September 2013. 
  98. "BATTLEGROUND PPV RESULTS 10/6 (Hour 3): WWE Title match, power outage situation, Punk vs. Ryback". 
  99. Waldman, Jon. "Hell in a Cell: The usual suspects end up on top". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 1 November 2013. 
  100. "CALDWELL'S WWE TLC PPV RESULTS 12/15: Live, in-person coverage of Cena vs. Orton unification match from Houston". 
  101. "WWE ROYAL RUMBLE PPV RESULTS 1/26 (Hour 2): Orton vs. Cena WWE Title match with significant run-in". 
  102. "WWE E. CHAMBER PPV RESULTS 2/23 (Hour 3): Elimination Chamber WWE Title main event". 
  103. Clapp, John. "WWE World Heavyweight Champion Randy Orton vs. Batista". WWE. สืบค้นเมื่อ March 8, 2014. 
  104. http://www.wwe.com/shows/wrestlemania/30/wrestlemania-30-results-26218843
  105. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/7: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WM30 fall-out, WWE Title match teaser, Bryan's first night as champ, Warrior, more". 
  106. Clapp, John. "The Shield vs. Evolution". WWE. สืบค้นเมื่อ May 4, 2014. 
  107. Asher, Matthew. "Shield gets suicidal and Cena looks for some Payback against Wyatt". slam.canoe.ca. SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2 June 2014. 
  108. "Caldwell's WWE SummerSlam PPV Results 8/17: Complete "virtual-time" coverage of Cena vs. Lesnar". Pro Wrestling Torch. August 17, 2014. สืบค้นเมื่อ August 18, 2014. 
  109. "Seth Rollins, Kane & Big Show def. Dolph Ziggler, Erick Rowan & Ryback". http://www.wwe.com. WWE. สืบค้นเมื่อ 23 February 2015. 
  110. http://www.wwe.com/shows/raw/2015-03-16/wwe-raw-results-27202942/page-1
  111. http://www.wwe.com/shows/raw/2015-03-16/wwe-raw-results-27202942/page-10
  112. Melok, Bobby (March 29, 2015). "Randy Orton def. Seth Rollins". WWE. สืบค้นเมื่อ April 25, 2015. 
  113. Middleton, Marc (April 6, 2015). "WWE Monday Night RAW Results 4/6/15". LordsofPain. สืบค้นเมื่อ April 25, 2015. 
  114. Clapp, John. "WWE World Heavyweight Champion Seth Rollins def. Randy Orton (Cage Match, with the RKO banned)". WWE. สืบค้นเมื่อ April 26, 2015. 
  115. Murphy, Ryan. "WWE World Heavyweight Champion Seth Rollins won a Fatal 4-Way Match". WWE. สืบค้นเมื่อ May 17, 2015. 
  116. Burdick, Michael. "Sheamus wins the Money in the Bank Contract Ladder Match". WWE. สืบค้นเมื่อ June 14, 2015. 
  117. Powers, Kevin. "Randy Orton def. Sheamus". WWE. สืบค้นเมื่อ July 19, 2015. 
  118. Burdick, Michael. "Sheamus def. Randy Orton". WWE. สืบค้นเมื่อ August 23, 2015. 
  119. "Orton and Ambrose vs New Day". October 12, 2015. 
  120. "Randy Orton shoulder injury". November 2, 2015. 
  121. Meltzer, Dave. "Brock Lesnar vs. Randy Orton Confirmed for WWE SummerSlam". Wrestling Observer. 
  122. Mark Middleton. "Post-RAW WWE Title Segment Video, Randy Orton Return Promo, The Club On John Cena, Enzo And Cass". Wrestlinginc.com. สืบค้นเมื่อ July 19, 2016. 
  123. Caldwell, James. "8/21 WWE Summerslam Results – CALDWELL’S Complete Live Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 21, 2016. 
  124. "Randy Orton Interview". New Zealand Wide Pro Wrestling. November 4, 2005. Archived from the original on September 24, 2009. สืบค้นเมื่อ August 22, 2007. 
  125. "Randy Orton news". Sescoops. Archived from the original on October 5, 2007. สืบค้นเมื่อ September 27, 2007. 
  126. Koha, Nui Te (January 4, 2008). "Wrestling the truth". Herald Sun (Australia). Archived from the original on September 24, 2009. สืบค้นเมื่อ April 1, 2009. 
  127. "Randy Orton's wife gives birth". World Wrestling Entertainment. July 17, 2008. สืบค้นเมื่อ July 18, 2008. 
  128. "Randy Orton and his wife expecting first child". World Wrestling Entertainment. April 10, 2008. สืบค้นเมื่อ April 12, 2008. 
  129. Eck, Kevin (April 27, 2008). "Orton taps bad side to raise up". The Baltimore Sun. สืบค้นเมื่อ April 28, 2008. 
  130. "WWE Star Randy Orton Divorced". TMZ. July 10, 2013. สืบค้นเมื่อ July 11, 2013. 
  131. "An interview with Randy Orton, conducted by Silver Vision". Silver Vision. Archived from the original on January 19, 2008. สืบค้นเมื่อ August 22, 2007. 
  132. Robinson, Keith (August 11, 2008). "Orton involved in motorcycle accident". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 11, 2008. 
  133. Baines, Tim (November 22, 2008). "Maturity arrives for Randy Orton". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 25, 2008. 
  134. http://www.sport24.co.za/OtherSport/Cape-Town-fan-attacks-WWE-star-20130731
  135. Pena, Daniel. "Hornswoggle Wins Pro Wrestling Illustrated's Rookie Of The Year Award; More 2007 Awards Results Revealed". สืบค้นเมื่อ April 13, 2008. 
  136. Tedesco, Mike. "Smackdown Results 8/3/12". Wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ August 7, 2012. 
  137. 137.0 137.1 137.2 Caldwell, James (May 17, 2007). "Caldwell's WWE Judgment Day PPV Report 5/17: Ongoing "virtual time" coverage of Orton vs. Batista, Edge vs. Jeff Hardy". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 8, 2009. 
  138. 138.0 138.1 138.2 Martin, Todd. "WWE Capitol Punishment live coverage". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ August 31, 2011. 
  139. 139.0 139.1 Trionfo, Richard. "WWE RAW". PWInsider. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012. 
  140. 140.0 140.1 Martin, Adam (December 19, 2010). "TLC PPV Results – 12/19/10". WrestleView. สืบค้นเมื่อ December 21, 2010. 
  141. 141.0 141.1 Trionfo, Richard. "WWE SMACKDOWN REPORT: WHO IS THE NUMBER ONE CONTENDER?; VIVA ZAPATOS; WILL WWE FINALLY CARE ABOUT THE TAG TEAM DIVISION; COME BACK SOON JOSH MATHEWS". PWInsider. สืบค้นเมื่อ August 25, 2012. 
  142. Giannini, Alex (March 15, 2013). "WWE Smackdown Randy Orton & Sheamus def. Team Rhodes Scholars". Wwe.com. สืบค้นเมื่อ May 25, 2013. 
  143. Triofo, Richard. "COMPLETE OLD SCHOOL WWE RAW REPORT: WHO GETS TO TRY TO END THE STREAK?; DOES BROCK LESNAR PLAY THE GAME?; ROCK AND CENA GET IN THEIR FIRST SHOTS; A LOT OF LEGENDS; AND EVEN SOME WRESTLING". สืบค้นเมื่อ March 11, 2013. 
  144. Trionfo, Richard. "COMPLETE WWE RAW REPORT: THE WWE TITLE MATCH IS OFFICIAL NOW; A MOVE YOU NEVER EXPECTED TO SEE IN THE MAIN EVENT; CAN A TEAM BEAT OPPONENTS WHO ARE BLINDFOLDED AND HAVE AN ARM TIED BEHIND THEIR BACK?; MIZTV GOES CROSSFIRE; THERE WILL BE BLOOD; AND MORE". สืบค้นเมื่อ March 11, 2013. "Orton with a back elbow to Cesaro followed by an Exploder suplex for a near fall" 
  145. Tedesco, Mike (December 19, 2010). "WWE Tribute to the Troops Results – 12/18/10". WrestleView. สืบค้นเมื่อ December 21, 2010. 
  146. Caldwell, James (July 19, 2010). "Caldwell's WWE Raw Results 7/19: Ongoing "virtual time" coverage of live Raw following Money in the Bank PPV". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ October 17, 2010. 
  147. Keller, Wade (July 19, 2010). "WWE Raw Results 7/19: Keller's complete coverage of live Money in the Bank fallout". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ October 17, 2010. 
  148. Golden, Hunter (December 19, 2006). "Raw Results – 12/18/06 – Washington, D.C. (K-Fed, Sly & WWE Title)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ January 14, 2010. 
  149. "Prelude to a final curtain call?". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ February 4, 2008. 
  150. "Rough Draft". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 13, 2009. ""The Viper’s" enemies will be able to get their hands on him." 
  151. Keller, Wade (February 15, 2010). "Keller's WWE Raw Results 2/15: Jerry Springer, Final Elimination Chamber hype, Orton vs. Sheamus, Bret Hart, Batista". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 1, 2010. "At 8:00 Orton pounded the mat with his fists as Cole called him "WWE's Apex Predator."" 
  152. Spoor, Mark (November 20, 2006). "We wonder ...". Nascar. สืบค้นเมื่อ January 19, 2010. 
  153. "‘Voices: WWE The Music, Vol. 9’ available now". World Wrestling Entertainment. January 27, 2009. สืบค้นเมื่อ August 26, 2009. 
  154. Pena, Daniel (February 18, 2008). "Hornswoggle Wins Pro Wrestling Illustrated's Rookie Of The Year Award; More 2007 Award Results Revealed". Lords Of Pain. Archived from the original on March 2, 2008. สืบค้นเมื่อ April 13, 2008. "Most Hated Wrestler Of The Year – Randy Orton (36%)" 
  155. Pro Wrestling Illustrated 31 (3): 76–77. 2010. 
  156. "Awards der Pro Wrestling Illustrated: 2004" (ใน German). Genickbruch: Die Wrestlingseite des alten Europa. สืบค้นเมื่อ April 13, 2008. 
  157. "Achievement Awards: Most Popular". Pro Wrestling Illustrated. January 11, 2011. สืบค้นเมื่อ January 15, 2011. 
  158. Abreu, Donnie (March 13, 2002). "Tough talent choices lay ahead for WWF". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ January 9, 2009. 
  159. Pro Wrestling Illustrated 31 (3): 82–83. 2010. 
  160. "And, finally ... PWI's 2010 Wrestler of the Year". Pro Wrestling Illustrated. January 17, 2011. สืบค้นเมื่อ January 17, 2011. 
  161. "Randy Orton tops "PWI 500" list". World Wrestling Entertainment. July 21, 2008. สืบค้นเมื่อ July 22, 2008. 
  162. "History Of The WWE Championship — Randy Orton". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ August 10, 2007. 
  163. "Randy Orton's third WWE Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ April 27, 2009. 
  164. "Randy Orton's fourth WWE Championship reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ June 23, 2009. 
  165. "World Heavyweight Championship – Randy Orton". WWE. May 6, 2011. สืบค้นเมื่อ May 7, 2011. 
  166. Meltzer, Dave (January 27, 2014). "Jan 27 2014 Wrestling Observer Newsletter: 2013 Annual awards issue, best in the world in numerous categories, plus all the news in pro-wrestling and MMA over the past week and more". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California): 11. ISSN 1083-9593. 

เชิงอรรถ[แก้]

  • James Guttman (2006). World Wrestling Insanity: The Decline and Fall of a Family Empire. Toronto. p. 235. ISBN 1-55022-728-9. 
  • "2007 Wrestling Almanac & Book of Facts". Wrestling’s Historical Cards (Kappa Publishing). 2007. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]