อดัม โคปแลนด์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำหรับความหมายอื่น ดูที่ เอดจ์
อดัม โคปแลนด์
An image of อดัม โคปแลนด์.
ข้อมูล
ฉายา อดัม โคปแลนด์'[1]
อดัม อิมแพค[2]
คอนควิสเตเดอร์ อูโน[3]
เดมอน สไตรเกอร์
เอดจ์
เซ็กซ์ตัน ฮาร์ดแคสเทิล[4]
ความสูง 6 ft 5 in (1.96 เมตร)
น้ำหนัก 241 ปอนด์ (109 กก.)
เกิด 30 ตุลาคม ค.ศ. 1973 (42 ปี)
Orangeville, รัฐออนแทรีโอ, ประเทศแคนาดา
พำนัก Temple Terrace, รัฐฟลอริดา[5]
มาจาก โทรอนโต, รัฐออนแทรีโอ, แคนาดา
ฝึกหัดโดย Ron Hutchison
Sweet Daddy Siki
Dory Funk, Jr.
Tom Prichard
Leo Burke[6]
เปิดตัว 1992[7]
รีไทร์ 2011

อดัม โจเซฟ โคปแลนด์ (อังกฤษ: Adam Joseph Copeland)[8] เกิดวันที่ 30 ตุลาคม ค.ศ. 1973[9] เป็นนักแสดงอดีตนักมวยปล้ำอาชีพชาวแคนาดา สังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ในชื่อที่รู้จักกันดีว่า เอดจ์ (อังกฤษ: Edge) เจ้าของฉายาว่า "เรต-อาร์ ซูเปอร์สตาร์" เป็นครึ่งหนึ่งของแทคทีมคู่กับ คริสเตียน ที่มีชื่อว่า เอดจ์ และ คริสเตียน โดยในชีวิตจริงเขากับคริสเตียน เป็นเพื่อนกันและในบทเขารับบทเป็นพี่ชายของ คริสเตียน เขาสร้างสถิติไว้คือ เขาเป็นแชมป์แทคทีมมากที่สุดถึง 13 สมัย และได้แชมป์โลกทั้งหมด 11 ครั้งได้แก่ แชมป์ WWE 4 สมัย และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 7 สมัย และได้ครองเข็มขัดแชมป์เส้นเล็กจาก 2 ศึกคือ รอว์ และ สแมคดาวน์ ได้แก่ แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล, แชมป์ยูเอส, แชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ (แชมป์แทคทีม WWE และแชมป์โลกแทคทีม) เป็นผู้ชนะในรอยัลรัมเบิล ประจำปี 2010, คิงออฟเดอะริง ประจำปี 2001 และเป็น แชมป์แกรนด์สแลม คนที่ 7 และแชมป์ทริปเปิลคราวน์ คนที่ 14 ปัจจุบันได้ประกาศเลิกปล้ำแล้ว เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่คอและแขน[10] และได้เข้าสู่ หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี ประจำปี 2012[11]

ประวัติในวงการมวยปล้ำอาชีพ[แก้]

เวิลด์เรสต์ลิงเฟเดรชั่น/เอ็นเตอร์เทนเมนต์ (1997–2011)[แก้]

ช่วงแรกเริ่ม และมันนีย์อินเดอะแบงก์[แก้]

เอดจ์กับกระเป๋า Money In The Bank

เอดจ์ เป็นนักมวยปล้ำที่ประสบความสำเร็จมากคนหนึ่งใน WWE ในช่วงแรกเขามีผลงานเด่นๆ จากการเป็นแชมป์แทคทีมหลายสมัยคู่กับ คริสเตียน หลังจากที่แยกกับ คริสเตียน ออกมาฉายเดี่ยวก็สามารถคว้า แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล มาได้หลายสมัย จนเมื่อปี 2006 เอดจ์ ได้หันมาเป็นนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรมที่พัฒนาฝีมือและทักษะจนกลายเป็นดาวร้ายระดับแนวหน้าของ WWE โดยการที่คว้าแชมป์ WWE และ แชมป์โลกเฮฟวี่เวท รวมกันถึง 11 สมัย ซึ่งทำให้ เอดจ์ กลายเป็นนักมวยปล้ำระดับซูเปอร์สตาร์ที่ทัดเทียมกับ เดอะร็อก, สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน, ชอว์น ไมเคิลส์ หรือ ฮัลค์ โฮแกน ได้เลยทีเดียว

ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 เอดจ์ ได้เป็นผู้ชนะในแมตช์ไต่บันไดเพื่อชิงกระเป๋าสัญญาชิงแชมป์โลก Money In The Bank ทำให้ เอดจ์ นั้นได้มีสิทธิ์ชิงแชมป์โลกที่ไหน เมื่อไหร่ ก็ได้ภายในระยะเวลา 1 ปีเต็ม[12] แต่ เอดจ์ นั้นก็ยังไม่ยอมเปิดกระเป๋าเพื่อขอท้าชิงแชมป์ซะที เพราะเขากลัวว่าอาจจะไม่ชนะและต้องเสียสิทธิ์ไปฟรีๆ เอดจ์ จึงเข้าปล้ำใน Gold Rush Tournament เพื่อไปชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับบาทิสตา ซึ่งเอดจ์ก็ได้เอาชนะนักมวยปล้ำหลายคนจนไปได้ไปชิงถึงรอบสุดท้ายกับเคน ผลปรากฏว่าลิตาที่เป็นแฟนของเคนในตอนนั้น ได้หักหลังเคนโดยส่งกระเป๋าให้เอดจ์ไปตีเคน จนสามารถเอาชนะเคนไปได้ และได้ไปชิงแชมป์กับ บาทิสตา ทำให้ลิตากลายเป็นแฟนกับ เอดจ์ นับตั้งแต่ตอนนั้นเป็นต้นมา[13] แต่เอดจ์ก็ไม่สามารถเอาชนะบาทิสตาได้ ส่วนแมทท์ ฮาร์ดีที่เป็นแฟนของลิตาอยู่ก่อนหน้านั้น ก็ได้กลับมาทำร้ายเอดจ์ที่แย่งแฟนของเขาไป ทำให้2คนนี้ต้องมาเจอกัน[14] ในซัมเมอร์สแลม 2005 ผลปรากฏว่า เอดจ์ เป็นฝ่ายชนะ[15] แต่แมทท์ ก็สามารถเอาคืนเอดจ์ได้ ในศึก อันฟอร์กิฟเว่น 2005[16] สุดท้าย2คนนี้ต้องมาเจอกันในรอว์โฮมคัมมิ่ง ในการไต่บันไดชิงกระเป๋า Money In The Bank และใครแพ้ต้องออกจากรอว์ ผลปรากฏว่า ลิตาก็ได้ช่วยเอดจ์ จนเอาชนะแมทท์ไปได้ ทำให้แมทท์ ต้องย้ายไปอยู่สแมคดาวน์แทน[17]

แชมป์ WWE และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท[แก้]

เอดจ์กับแชมป์ WWE ในปี 2006

ในศึก นิวเยียส์เรโวลูชัน (2006) จอห์น ซีนา ได้ป้องกันแชมป์ WWE ในกรงเหล็กที่มีชื่อว่า อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ กับ เคน, ชอว์น ไมเคิลส์, เคิร์ต แองเกิล, คาร์ลีโต และ คริส มาสเตอส์ โดยซีนา เป็นฝ่ายชนะป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้ แต่เอดจ์ ได้ออกมาใช้สิทธิ์ Money In The Bank ในจังหวะที่ซีนา เหนื่อยและสภาพไม่พร้อมปล้ำ ทำให้ เอดจ์ สามารถคว้าแชมป์ WWE มาได้เป็นสมัยแรก[18] หลังจากนั้น เอดจ์ และซีนา ก็กลายเป็นคู่ปรับกันเป็นเวลานานพอสมควร ผลัดกันแพ้-ชนะเรื่อยมา แต่ส่วนใหญ่ ซีนา จะชนะมากกว่า จนกระทั่ง เอดจ์ ก็ต้องเสียแชมป์ WWE คืนให้กับซีนา ในศึก อันฟอร์กิฟเว่น 2006[19] จากนั้น เอดจ์ ก็หันไปเปิดศึกกับ ดี-เจเนอเรชันเอ็กซ์ (ทริปเปิล เอช และ ชอว์น ไมเคิลส์)[20][21] โดยมี แรนดี ออร์ตัน เป็นเพื่อนร่วมทีม ในนาม เรด-อาร์เคโอ และสามารถคว้าแชมป์แทคทีมคู่กัน ซึ่งเป็นแชมป์แทคทีมสมัยที่11 ของเอดจ์อีกด้วย[22][23]

ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 เอดจ์ได้เข้าปล้ำในแมตช์ Money In The Bank อีกครั้ง แต่คราวนี้เอดจ์ไม่สามารถคว้ากระเป๋ามาได้ อย่างไรก็ตามเอดจ์ก็ไปท้ามิสเตอร์เคนเนดีที่เป็นผู้ชนะ เจอกันในรอว์ และเอดจ์ก็สามารถคว้ากระเป๋ามาได้อีกครั้ง[24][25] และนำสิทธิ์ไปชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับดิอันเดอร์เทเกอร์ในวันต่อมา ซึ่งมีสภาพไม่ต่างกับซีนา เมื่อ 2 ปีก่อน ทำให้เอดจ์สามารถคว้าแชมป์โลกสมัยที่3 ได้สำเร็จ[26] และย้ายมาปล้ำในสแมคดาวน์ แต่เอดจ์ก็ครองแชมป์ได้เพียง 2 เดือนกว่าก็ต้องสละแชมป์ไปเพราะอาการบาดเจ็บ เอดจ์ ต้องพักการปล้ำไปเป็นเวลา 4 เดือน[27] หลังจากนั้น เอดจ์ ก็กลับมาคว้าแชมป์คืนได้อีกครั้งจาก บาทิสตา ในศึก อาร์มาเกดดอน จากการช่วยเหลือของ เคิร์ท ฮอว์กินส์และแซค ไรเดอร์ ลูกน้องของ เอดจ์ ที่ วิคกี เกอร์เรโร แฟนของเขาส่งมา[28][29]

ในรอยัลรัมเบิล (2008) เอดจ์ ต้องป้องกันแชมป์กับอดีตเพื่อนรักเรย์ มิสเตริโอ ซึ่งเป็นผู้ชนะจากแมตซ์ Beat the clock Challenge แต่เอดจ์ก็ยังสามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้จากการช่วยเหลือของวิกกี ส่งผลให้เรย์ต้องพักการปล้ำไปหลายเดือนเลยทีเดียว[30] อย่างไรก็ตาม ดิอันเดอร์เทเกอร์ ซึ่งเป็นผู้ชนะจากแมตซ์กรงเหล็ก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ จากการหาผู้ท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในเรสเซิลเมเนีย ก็ได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลกกับ เอดจ์ และในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 เอดจ์ก็แพ้ให้กับอันเดอร์เทเกอร์ ด้วยท่า เฮล เกท คว้าแชมป์ไปได้พร้อมกับสถิติ 16-0[31] แต่อีกเดือนถัดมา วิกกีก็สั่งปลดอันเดอร์เทเกอร์ ออกจากตำแหน่งแชมป์ โดยอ้างว่า อันเดอร์เทเกอร์ ใช้ท่า Hell's Gate ในการต่อสู้กับ เดอะเกรทคาลี ซึ่งเป็นท่าที่อันตราย ทำให้ตำแหน่งแชมป์ว่าง[32] เอดจ์และอันเดอร์เทเกอร์ ต้องไปเจอกันในวันไนท์สแตนด์ (2008) ในแมตช์ TLC Match และ เอดจ์ ก็ได้แชมป์อีกครั้งจากการช่วยเหลือของฮอว์กินส์ และไรเดอร์ ส่งผลให้ อันเดอร์เทเกอร์ ถูกไล่ออก[33][34] แต่อีกสามอาทิตย์ต่อมา เอดจ์ได้ไปที่ฝั่งรอว์ และบาทิสตาได้ออกมาทำร้ายเอดจ์ จากความแค้นที่เอดจ์ใช้กลโกงเอาชนะบาทิสตา ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2008) ทำให้ซีเอ็ม พังก์ผู้ถือสัญญา Money In The Bank ได้ออกมาชิงแชมป์โลกกับเอดจ์ ในสภาพที่ลุกไม่ไหว เอาชนะและคว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ[35] เอดจ์ จึงหันไปชิงแชมป์ WWE กับ ทริปเปิล เอช แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ในขณะเดียวกัน วิกกี ก็รู้ว่า เอดจ์ เป็นชู้กับ อลิเซีย ฟอกซ์ จึงเรียกตัว อันเดอร์เทเกอร์ กลับมาเจอกับเอดจ์ ในซัมเมอร์สแลม (2008) ในแมตช์การปล้ำ Hell In A Cell สุดท้าย เอดจ์ ก็เป็นฝ่ายแพ้และต้องพักการปล้ำไปอีกครั้ง[36] ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) เอดจ์กลับมาพร้อมกับได้เข้าชิงแชมป์กับทริปเปิลเอช แทนเจฟฟ์ ฮาร์ดีที่ถูกทำร้ายไปก่อนหน้านั้น และเอดจ์ ก็ใช้กลโกงเอาชนะ ทริปเปิล เอช คว้าแชมป์ WWE มาครองได้อีกครั้ง[37] แต่อีก 3 อาทิตย์ต่อมา เอดจ์ ก็เสียแชมป์ให้กับเจฟฟ์ ในอาร์มาเกดดอน (2008)[38]

เอดจ์ได้ชิงแชมป์กับเจฟฟ์ ฮาร์ดีอีกครั้ง ในรอยัลรัมเบิล (2009) คราวนี้แมทท์ ฮาร์ดีพี่ชายของเจฟฟ์ได้หักหลังเจฟฟ์ โดยการเอาเก้าอี้ตีใส่เจฟฟ์ ทำให้เอดจ์คว้าแชมป์มาได้อีกครั้งเป็นสมัยที่ 7[39] ในโนเวย์เอาท์ (2009) เอดจ์ต้องป้องกันแชมป์ในกรงเหล็ก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ ผลปรากฏว่า เอดจ์ โดน เจฟฟ์ จับกดนับ 3 แพ้และเสียแชมป์ไปง่ายๆ[40] หลังจากนั้นในคืนเดียวกัน เอดจ์จึงตามไปทำร้ายโคฟี คิงส์ตัน เพื่อเสียบตัวเข้าไปชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ของรอว์ แทน และ เอดจ์ ก็สามารถเอาชนะคว้าแชมป์จาก จอห์น ซีนา ได้สำเร็จ[41] หลังจากนั้น เอดจ์ ก็เสียแชมป์ให้กับซีนา ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 โดยมีบิ๊กโชว์ร่วมปล้ำด้วย[42] ต่อมาในเดอะแบช (2009) เอดจ์ ก็สามารถคว้าแชมป์แทคทีมยูนิฟายด์ ร่วมกับคริส เจอริโค มาได้[43] แต่ครองแชมป์ได้เดือนเดียว เอดจ์ก็มีอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าต้องพักการปล้ำไป[44][45] ส่วนเจอริโคก็พูดจาถากถางเอดจ์ว่าเป็นจุดอ่อนของทีม และเจอริโคก็เอาบิ๊กโชว์มาเป็นคู่แทคทีมแทน และเอดจ์บอกกับเจอริโคว่าถ้าเขาหายเมื่อไหร่เขาจะกลับมาแก้แค้น

บทฝ่ายธรรมะ และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท[แก้]

เอดจ์หายเจ็บกลับมาอีกครั้งในรอยัลรัมเบิล (2010) ซึ่งการกลับมาในครั้งนี้ เอดจ์ได้กลายมาเป็นขวัญใจของแฟนๆ มวยปล้ำ ซึ่งเขาได้เข้าร่วมแมตช์รอยัลรัมเบิล โดยออกมาเป็นคนที่29 และเหวี่ยงจอห์น ซีนาออกไปเป็นคนสุดท้าย ทำให้เอดจ์ได้เป็นผู้ชนะ ประจำปี 2010 และได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับเจ้าของตำแหน่งอย่างคริส เจอริโค เป็นการล้างแค้น ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์กลับมาได้[46] จากนั้นในสแมคดาวน์ เอดจ์ก็ได้ออกมาทำร้ายเจอริโค ทำให้เจอริโคเสียแชมป์ให้กับแจ็ก สแวกเกอร์ จากการใช้สิทธิ์ Money In The Bank ต่อมาเอดจ์ได้ย้ายมาอยู่รอว์ และกลับมาเป็นฝ่ายอธรรมอีกครั้ง เนื่องจากนักมวยปล้ำฝ่ายอธรรมมีไม่พอ โดย เอดจ์ มาลอบทำร้าย แรนดี ออร์ตัน จนทั้งคู่ได้กลายมาเป็นคู่แค้นกัน[47] และต่อมาเอดจ์ถูกกลุ่มเดอะเน็กซัสลอบทำร้ายทำให้เอดจ์แค้นมากถึงกับยอมจับมือกับจอห์น ซีนา เพื่อปราบกลุ่มเดอะเน็กซัส ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2010) เอดจ์ จับคู่กับ จอห์น ซีนา, เบรต ฮาร์ต, คริส เจอริโค, จอห์น มอร์ริสัน, อาร์-ทรูธ และ เดอะเกรทคาลี ปะทะ กลุ่มเดอะเน็กซัส แต่ เกรท คาลี ได้ถูกกลุ่มเดอะเน็กซัส ลอบทำร้ายจนบาดเจ็บ และซีนา ก็ได้เลือก แดเนียล ไบรอัน อดีตสมาชิกกลุ่มเน็กซัส มาร่วมทีม WWE และเอาชนะกลุ่มเน็กซัสได้สำเร็จ

เอดจ์ได้ย้ายกลับมาที่ สแมคดาวน์ อีกครั้ง และแมตช์แรก เอดจ์ ก็สามารถเอาชนะแจ็ก สแวกเกอร์ ได้สำเร็จ และได้กลับมาเป็นขวัญใจของแฟนๆ มวยปล้ำอีกครั้ง ต่อมา เอดจ์ ได้เอาชนะ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ และได้เข้าไปเป็นสมาชิกคนที่ 5 ของทีมฝั่งสแมคดาวน์ ไปเจอกับทีมฝั่งรอว์ ในแบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) และเอดจ์ นำทีมฝั่งสแมคดาวน์ เอาชนะทีมฝั่งรอว์ได้สำเร็จ ต่อมา เอดจ์ สามารถเอาชนะ อัลเบร์โต เดล รีโอ และ เรย์ มิสเตริโอ ทำให้ได้เป็นผู้ท้าชิงอันดับ 1 เจอกับ เคน ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2010) สุดท้ายจบด้วยผลเสมอ ทำให้เอดจ์ไม่สามารถคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทมาได้ ในศึก ทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2010) เอดจ์ ได้เอาชนะ เคน, เรย์ มิสเตริโอ และ อัลเบร์โต เดล รีโอ ในรูปแบบการปล้ำ 4 เส้า TLC Match ทำให้ เอดจ์ คว้าแชมป์โลกสมัยที่ 10 มาได้สำเร็จ[48]

ในรอยัลรัมเบิล (2011) เอดจ์ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ โดยถ้า เอดจ์ ใช้ท่า สเปียร์ ซิกก์เลอร์ ก็จะเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ทันที สุดท้าย เอดจ์ ได้ใช้ท่า คิลสวิตช์ ท่าไม้ตายของ คริสเตียน ทำให้ เอดจ์ เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ ในสแมคดาวน์ เอดจ์ ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ ซิกก์เลอร์ อีกครั้ง โดยมี วิกกี เป็นกรรมการพิเศษ สุดท้าย เอดจ์ เป็นฝ่ายชนะและป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกครั้ง ในสแมคดาวน์ ตอนของวันที่ 18 กุมภาพันธ์ (ฉลองตอนที่ 600 ของ สแมคดาวน์) เอดจ์ หลังจากการปล้ำแทคทีม 12 คน และทีม เอดจ์ ก็เป็นผ่ายชนะ แต่ วิกกี ได้มาบอกว่า เอดจ์ นั้นโดนไล่ออก และได้มีการมอบเข็มขัดแชมป์ให้กับ ซิกก์เลอร์ แต่ไม่นาน ทีโอดอร์ ลอง ก็กลับมาพร้อมกับบอกว่า เขาจะจ้าง เอดจ์ กลับมาอีกครั้ง แล้วก็มีแมตช์ระหว่าง เอดจ์ กับ ซิกก์เลอร์ และ เอดจ์ เป็นฝ่ายชนะจนคว้าแชมป์สมัยที่ 11 มาได้ และเมื่อจบแมตช์ ทีโอดอร์ ลอง ก็ไล่ซิกก์เลอร์ออก ทำให้ซิกก์เลอร์ ไม่ได้เข้าร่วมแมตช์ อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ และในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2011) เอดจ์ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในแมตช์การปล้ำอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ กับนักมวยปล้ำถึง 5 คน ได้แก่ เรย์ มิสเตริโอ, เคน, ดรูว์ แมคอินไตย์, เวด บาร์เร็ตต์ และ บิ๊กโชว์ สุดท้าย เอดจ์ เป็นฝ่ายชนะป้องกันแชมป์ไว้ได้สำเร็จ หลังแมตช์ เดล รีโอ ได้ออกมาลอบทำร้าย เอดจ์ แต่ คริสเตียน ออกมาช่วย เอดจ์ ไว้ได้ทัน ในสแมคดาวน์ต่อมา เอดจ์ ได้จับคู่กับ คริสเตียน เจอกับ เดล รีโอ และโบรดัส เคลย์ สุดท้าย เอดจ์ และคริสเตียน เป็นฝ่ายชนะไปได้ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 เอดจ์ต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ เดล รีโอ สุดท้าย เอดจ์ ก็เป็นฝ่ายชนะป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวทไว้ได้สำเร็จ[49]

การรีไทร์ และเข้าสู่หอเกียรติยศ[แก้]

ในรอว์ วันที่ 11 เมษายน 2011 เอดจ์ได้ประกาศว่าเขาจะเลิกปล้ำ เนื่องจากมีอาการบาดเจ็บคอที่เขาทนเจ็บมาตลอด 8 ปี จนล่าสุดถึงกับมีอาการชาและใกล้จะหมดความรู้สึกบริเวณแขนแล้ว ซึ่งก็น่าจะเป็นผลกระทบจากเส้นประสาทที่ต่อเนื่องมาจากบริเวณคอที่บาดเจ็บ และเคยผ่าตัดใส่แผ่นเหล็กเข้าไปตั้งแต่ 8 ปีก่อนนั่นเอง ทั้งนี้ เอดจ์ยังบอกอีกว่าถ้าหมอตรวจพบช้ากว่านี้เขาอาจจะต้องนั่งรถเข็นไปเรียบร้อยแล้ว ก็ได้ ณ เวลานี้ นี่ก็เป็นเหตุที่ทำให้เขาต้องประกาศเลิกปล้ำในทันทีโดยไม่มีการปล้ำแมตช์อำลาส่งท้ายใดๆ เอดจ์มีอาการสูญเสียความรู้สึกและไม่สามารถควบคุมกล้ามเนื้อแขนและมือของเขาได้ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เอดจ์มีปัญหาเช่นนี้ โดยผลการสแกน MRI ที่เมืองแอตแลนตาก่อนได้ถูกส่งไปให้ ดร. โจเซฟ แมรูน ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านเส้นประสาทและศาสตราจารย์ศัลยแพทย์แห่งสถาบัน เภสัชกรรมพิตส์เบิร์กทำการตรวจสอบอย่างละเอียด และได้พบว่า เอดจ์ ไม่สามารถจะรักษาให้หายขาดเพื่อกลับมาปล้ำได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเขาจึงจำเป็นต้องเลิกปล้ำ ในปี 2003 เอดจ์เคยได้รับการผ่าตัดฝังแผ่นเหล็กระหว่างกระดูกสันหลังข้อที่ C5, C6 และ C7 มาแล้ว หลังจากนั้นเขาจึงสามารถกลับมาปล้ำได้อีกครั้ง แต่ยิ่งปล้ำมากครั้งเข้าก็ยิ่งทำให้กระดูกสันหลังของ เอดจ์ มีอาการแย่ลงเรื่อยๆ และอาการล่าสุดถ้าหากยังปล้ำต่อไปเขาอาจจะถึงขั้นเป็นอัมพาตหรือแม้แต่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้ ทั้งนี้เรื่องทั้งหมดเป็นเรื่องจริงแน่นอน ไม่ใช่บทบาทหรือเนื้อเรื่องแต่อย่างใด เพราะเอดจ์เองก็เพิ่งจะทราบจากแพทย์เมื่อไม่กี่วันเท่านั้นว่าเขาจำเป็นจะต้องเลิกปล้ำแล้ว โดยเขาเริ่มมีอาการปวดทรมาณมาตั้งแต่ช่วงก่อนศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 แล้ว แต่ก็ยังฝืนทนปล้ำจนผ่านพ้นศึกใหญ่มาได้ โดยที่เขาเองในขณะนั้นยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่านั่นจะเป็นแมตช์สุดท้ายของเขาแล้ว หลังจากป้องกันแชมป์โลกเอาไว้ได้ในการพบกับอัลเบร์โต เดล รีโอ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ไม่ถึงสัปดาห์ เอดจ์แชมป์โลกคนปัจจุบันก็ต้องจำใจเลิกปล้ำจากการแข่งขันบนสังเวียนเนื่องจากปัญหา บาดเจ็บ บทสรุปสุดท้ายอันไม่พึงปรารถนาก็ทำให้เขาต้องยุติบทบาท 13 ปีและ 11 สมัยแห่งแชมป์โลกลงไป หลังจบศึกรอว์ ก็ไม่มีดาร์คแมตช์ แต่อย่างใด แต่เป็นแรนดี ออร์ตัน กับจอห์น ซีนา ออกมากล่าวยกย่องเอดจ์ บนเวที แฟนๆ ในสนามก็พากันตะโกนชื่อเอดจ์ ไม่หยุด ก่อนที่ทั้งคู่จะเดินกลับไป[50][51] ต่อมาในศึก สแมคดาวน์ วันที่ 15 เมษายน เอดจ์ได้ประกาศขอสละตำแหน่งแชมป์โลกเฮฟวี่เวท[52]

ในรอว์ วันที่ 9 มกราคม 2012 WWE ได้บรรจุชื่อของ เอดจ์ เข้าสู่ หอเกียรติยศ WWE ประจำปี 2012 โดย คริสเตียน เพื่อนรักของเขาจะเป็นคนมอบรางวัลให้[53] ในรอว์ วันที่ 23 เมษายน 2012 เอดจ์ออกมาคุยกับ จอห์น ซีนา บอกว่า ฉันไม่ได้มาเพื่อพูดกับ จอห์น ซีนา คนนี้ ฉันไม่รู้จัก จอห์น ซีนา คนนี้ รู้จักแต่ จอห์น ซีนา ที่เป็นคู่ปรับตลอดกาลของฉัน คนที่พ่อของมันเคยถูกฉันตบหน้า แล้วมันก็มาเอาคืนด้วยการอัดฉันตกบันไดทะลุโต๊ะในแมตช์ TLC นายอย่าลืมว่า บร็อก เลสเนอร์ มันไม่ได้มาเพื่อแฟนๆ หรอก มันมาเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋าของมันเท่านั้น มันออกไปจากสมาคมเมื่อ 8 ปีก่อนในขณะที่เราสองคนช่วยกันประคองสมาคมมา นายเป็นตัวแทนของบรรดานักมวยปล้ำที่ทุ่มเทเพื่อสมาคมมาตลอด ถ้านายแพ้ เลสเนอร์ มันก็เท่ากับเป็นการตบหน้าคนอย่าง ชอว์น ไมเคิลส์, ดิอันเดอร์เทคเกอร์ และตบหน้าชั้นด้วย ฉันไม่ได้ขอให้แกเอาชนะ เลสเนอร์ แต่ชั้นขอสั่งให้แกทำ หลังจากนั้น เอดจ์ ก็ได้หมดสัญญากับ WWE ไปแล้วในวันที่ 30 เมษายน ซึ่งเอดจ์ก็ได้ไปร่วมศึกรอว์ วันที่ 23 เมษายน เนื่องจากเขาเดินทางมาเจรจากับทีมงาน WWE แต่สุดท้ายก็ไม่ได้มีการต่อสัญญาแต่อย่างใด[54]

ในสแมคดาวน์ วันที่ 21 กันยายน 2012 เอดจ์ออกมาเปิดรายการโดยได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากแฟนๆ เอดจ์บอกว่าเขามีหลายเหตุผลที่ต้องมาในวันนี้ หนึ่งในนั้นคือเขาคิดถึงแฟนๆ มาก เอดจ์พูดถึงเหตุการที่ แดเนียล ไบรอัน กับเคน ข่มกันไปข่มกันมาด้วยเข็มขัดแชมป์แทคทีม เอดจ์งง ว่าทำไมปีศาจอย่างเคน ถึงมาเป็นแชมป์แทคทีมกับไอ้หน้าแพะนั่นได้ ไบรอันออกมาขัดจังหวะ บอกว่า เอดจ์พูดผิดแล้ว พวกเราไม่ได้เป็นแชมป์แทคทีม แต่ชั้นคนนี้ต่างหากคือแชมป์แทคทีม ไบรอันไล่ให้ เอดจ์กลับไปแสดงหนัง หรือไม่ก็กลับไปบ้านพักคนชราซะเถอะ เคนออกมาอีกคน แล้วก็มาเบ่งทับไบรอัน ว่าเขาต่างหากคือแชมป์แทคทีม เอดจ์พยายามยั่วเคน ด้วยเรื่องเก่าๆ ที่เขาขโมยลิตาไปจากเคน แถมยังลักพาตัวพ่อของเคน อีกจำได้มั้ย เคนจำได้ และบอกว่าอยากจะเคลียร์ปัญหาซะเดี๋ยวนี้เลย เอดจ์ถอดเสื้อแจ๊คเก็ต เตรียมสู้ แต่เคนกางแขนให้ เอดจ์มากอดกัน แล้วเคนกับเอดจ์ก็กอดกัน ก่อนจะชวนไบรอัน มากอดด้วย แดเมียน แซนดาว ทนไม่ไหว ออกมาช่วยเหลือแฟนๆ ให้พ้นจากเรื่องไร้สาระพวกนี้ เอดจ์เลยท้าให้แซนดาวขึ้นมาเจอกับไบรอัน หรือไม่ก็เคน และบูเกอร์ ที ผู้จัดการทั่วไปของ สแมคดาวน์ ก็สั่งให้แซนดาวเจอกับเคน และเป็นแซนดาวที่เอาชนะไปได้[55]

ในรอว์ วันที่ 9 กันยายน 2013 เอดจ์ออกมาจัดรายการ Cutting Edge โดยได้รับเสียงเชียร์กระหึ่ม และแขกรับเชิญคือ แดเนียล ไบรอัน ไบรอันออกมาพูดถึงเรื่องที่ ทริปเปิล เอชพยายามจะบังคับให้เขาถอนตัวจากการชิงแชมป์ WWE กับแรนดี ออร์ตัน ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013) แต่ไบรอันบอกว่า เขาจะชนะออร์ตันให้ได้ ออร์ตันออกมาขัดจังหวะพร้อมกับทริปเปิล เอช อีกคน เอจด์บอกว่า ทริปเปิล เอชคือคนที่คอยขัดขวางเขากับคริส เจอริโค มาตลอดเพราะคิดว่าพวกเขาไม่ดีพอจะเป็นแชมป์ และตอนนี้ก็มาขัดขวางไบรอันอีก ทริปเปิล เอชยอมรับว่าเขาเคยดูคนผิดไปบ้างจริงๆ อย่างเจอริโค ซึ่งได้พิสูจน์แล้วว่าเขาคิดผิด ส่วนไบรอันนั้นต้องให้เวลาพิสูจน์ว่าเขาคิดผิดหรือไม่ แต่มีอยู่คนหนึ่งที่เขาดูไม่ผิดว่าจะเป็นได้แค่คนล้มเหลวนั่นคือเอดจ์ ทริปเปิล เอชบอก เวลาที่เขาว่าใครว่าไม่ดีพอน่ะ สิ่งที่ควรทำก็มีแค่พิสูจน์ตัวเองให้ได้ ซึ่งเจอริโคก็ทำแบบนั้น เอดจ์บอกว่าเขาไม่จำเป็นต้องอาศัยการแต่งงานเพื่อประสบความสำเร็จ และก็ได้แหวนฮอลออฟเฟมมาแล้วด้วย ทริปเปิล เอชบอกว่านายด่าคนได้เก่งดี เพราะนายรู้ว่านายบาดเจ็บและไม่มีใครกล้าทำร้ายนาย แต่ถ้าชั้นอยากจะทำให้นายเจ็บน่ะชั้นไปทำร้ายคนที่นายรักดีกว่า เดอะชีลด์ลากคริสเตียน ที่ถูกซ้อมสะบักสะบอมออกมา ทำให้เอดจ์ต้องรีบมาดูอาการคริสเตียน ในสแมคดาวน์ วันที่ 13 กันยายน 2013 เอดจ์ออกมาจัดรายการ Cutting Edge และบอกว่าเขาไม่ลืมว่า ทริปเปิล เอช และเดอะชีลด์ ทำอะไรไว้กับคริสเตียน เพื่อนรักของเขา และหวังว่าคริสเตียนจะกลับมากระทืบพวกมันเร็วๆ เอดจ์เชิญแขกผู้ร่วมรายการออกมาคือ แรนดี ออร์ตัน กับ แดเนียล ไบรอัน ออร์ตันพยายามพูดถึงเรื่องการเป็นหน้าเป็นตาของสมาคมและสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับสมาคม แต่ไบรอันไม่สนใจเรื่องพวกนั้น เขาไม่เคยใฝ่ฝันอยากจะเป็นหน้าเป็นตาของสมาคม แต่เขาฝันอยากจะเป็นแชมป์โลกมาตั้งแต่เด็ก จากนั้นทั้งคู่ก็สู้กัน แต่ไบรอันสวนกลับด้วย Yes Lock จนกรรมการต้องมาช่วยกันห้าม

ในรอว์ส่งท้ายปี (29 ธันวาคม 2014) เอดจ์ ได้กลับมาอีกครั้ง พร้อมกับ คริสเตียน โดยทั้งคู่มาทำหน้าที่เป็นผู้จัดการรับเชิญ ในช่วงท้ายรายการ เอดจ์และคริสเตียน ออกมาจัดรายการ Cutting Edge Peep Show เป็นครั้งแรก โดยแขกรับเชิญคือเซท โรลลินส์[56] ปี 2016 เอดจ์กับคริสเตียนได้จัดรายการ The Edge and Christian Show ทาง WWE Network

เหตุการณ์เกี่ยวกับมันนีย์อินเดอะแบงก์[แก้]

  • ปี 2006 ในศึก นิวเยีนร์เรฟโวลูชั่น เอดจ์ได้ใช้กระเป๋าเอกสารสิทธิ์ชิงแชมป์ WWE กับ จอห์น ซีนา ทำให้ซีนาเสียแชมป์ทันที
  • ปี 2006 ในศึก ECW วันไนท์สแตนท์ เอดจ์ได้มาช่วย ร็อบ แวน แดม ในการชิงแชมป์ WWE ทำให้ซีนาเสียแชมป์
  • ปี 2007 ในศึก สแมคดาวน์ เอดจ์ได้ปล้ำชิงกระเป๋าเอกสารสิทธิ์ จาก มิสเตอร์เคนเนดี แล้วเอาไปท้าชิงแชมป์โลกจาก ดิอันเดอร์เทเกอร์
  • ปี 2008 ในศึก รอว์ ระหว่างที่ เอดจ์ประกาศชัยชนะอยู่นั้น ก็ถูกบาติสตา ลอบทำร้าย จนไม่สามารถลุกขึ้นได้ แล้ว ซีเอ็ม พังก์ ผู้ถือเอกสารสิทธิ์นั้นก็มาขอท้าชิงแชมป์ และคว้าแชมป์ไปได้
  • ปี 2009 ในศึก เอกซ์ตรีมรูลส์ หลังจากที่เอดจ์ แพ้ให้กับ เจฟฟ์ ฮาร์ดี ซีเอ็ม พังก์ ก็ได้ใช้เอกสารสิทธิ์ในการสู้กับเจฟฟ์ทันที
  • ปี 2010 ในศึก สแมคดาวน์ (หลังจากศึก เรสเซิลเมเนีย) เอดจ์ได้ลอบทำร้าย คริส เจอริโค เปิดโอกาสให้ แจ๊ค สแวกเกอร์ เข้ามาเอากระเป๋าตีหัวเอดจ์ แล้วชิงแชมป์โลกจากเจอริโค ในสภาพที่ไม่พร้อมปล้ำ

ผลงานแสดง[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

Year Title Role Notes
1999 Beyond the Mat Himself Uncredited
2000 Highlander: Endgame Road Bandit
2012 Bending the Rules Nick Blades
2015 Dumb Luck Cameron Short
2016 Interrogation[57] Lucas Nolan

โทรทัศน์[แก้]

Year Title Role Notes
2002 Weakest Link Himself
2003 TV total Himself
2006 Mind of Mencia Himself Episode: "Royal Religious Rumble"
2007 Deal or No Deal Himself
2007 MADtv Himself
2011 Sanctuary Thelo 2 episodes
2011–2015 Haven Dwight Hendrickson Recurring role (seasons 2–5)
2015 The Flash Al Rothstein / Atom Smasher

ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เน็ตเวิร์ค[แก้]

Year Title Role Notes
2015 Stone Cold Podcast Himself
2015–present Edge and Christian's Show That Totally Reeks of Awesomeness Co-host

วีดีโอเกมส์[แก้]

Games in which Copeland is a playable character include:

  1. WWF Attitude in June 1999
  2. WWF WrestleMania 2000 in October 1999
  3. WWF Royal Rumble (2000 video game) in August 2000 (on cover)
  4. WWF No Mercy in November 2000 (on cover)
  5. WWF Betrayal in August 2001
  6. Just Bring It in November 2001
  7. Road to WrestleMania in November 2001
  8. WWF Raw (video game) in February 2002
  9. WWE WrestleMania X8 in June 2002
  10. SmackDown! Shut Your Mouth in October 2002
  11. Crush Hour in March 2003
  12. WWE WrestleMania XIX in September 2003 (on cover)
  13. Raw 2 in September 2003
  14. Here Comes the Pain in October 2003
  15. WWE Day of Reckoning in August 2004
  16. Day of Reckoning 2 in August 2005
  17. WWE SmackDown vs. Raw in November 2004
  18. WWE SmackDown vs. Raw 2006 in November 2005
  19. WWE SmackDown vs. Raw 2007 in November 2006
  20. WWE SmackDown vs. Raw 2008 in November 2007
  21. WWE Smackdown vs. Raw 2009 in November 2008
  22. WWE SmackDown vs. Raw 2010 in October 2009 (on cover)
  23. WWE SmackDown vs. Raw 2011 in October 2010
  24. WWE All Stars in March 2011
  25. WWE '12 in November 2011
  26. WWE '13 in October 2012
  27. WWE 2K14 in October 2013
  28. WWE 2K15 in October 2014
  29. WWE 2K16 in October 2015

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

เอดจ์ใช้ท่า สเปียร์ เล่นงาน มิสเตอร์เคนเนดี
เอดจ์ ใช้ท่า Sharpshooter เล่นงาน ซีเอ็ม พังก์
  • ท่าไม้ตาย
    • Downward Spiral (Leg hook reverse STO) – 1998–1999
    • Edgecator (Inverted sharpshooter)
    • One man con–chair–to
    • Spear sometimes from the second or top rope
  • ท่าเอกลักษณ์
    • Big boot
    • Camel clutch
    • Diving crossbody
    • Edge–O–Matic (Sitout rear mat slam)
    • Electric chair drop
    • Flapjack
    • Flying forearm smash
    • Half nelson bulldog
    • Missile dropkick
    • Northern Lights suplex
    • Running crossbody to an opponent draped over the second rope
    • Russian legsweep
    • Sharpshooter
    • Sitout powerbomb
    • Somersault plancha
    • Spinning heel kick
  • คู่กับ เรย์ มิสเตริโอ
    • 619 (Tiger feint kick) by Mysterio followed by a spear or Edgecution by Edge
    • Bombs Away (Simultaneous powerbomb (Edge) / springboard seated senton (Mysterio) combination)
    • Catapult by Edge into a diving hurricanrana by Mysterio
    • Double missile dropkick
    • Hurricanrana by Mysterio into a spear by Edge
    • Powerbomb lift by Edge to Mysterio, Mysterio then moonsaults on to the opponent (opponent(s) usually at ringside)
  • ผู้จัดการ
    • แกงแกรล (ในนามของสมาชิกในกลุ่ม เดอะ บรูด)
    • เทอร์รี รันเนลส์
    • ลิตา
    • วิคกี เกอร์เรโร
  • ฉายา
    • "King Edge the Awesome"
    • "The Rated-R Superstar"
    • "The Ultimate Opportunist"
    • "The Master Manipulator"
    • "Mr. Money in the Bank"
    • "The Grand Puppetmaster"
    • "Edgehead"
  • เพลงเปิดตัว
    • WWF/E
      • "You Think You Know Me" โดย Jim Johnston (WWF; 22 มิถุนายน 1998)
      • "Blood" โดย Jim Johnston (WWF; 26 ตุลาคม 1998 – สิงหาคม 1999; ใช้ตอนอยู่กลุ่ม เดอะ บรูด)
      • "On The Edge" โดย Jim Johnston (WWF/E; 2 ตุลาคม 1999–กันยายน 2001, 26 ตุลาคม 2002, 18 เมษายน 2004–18 ตุลาคม 2004)
      • "Never Gonna Stop (The Red Red Kroovy)" โดย Rob Zombie (WWF/E; กันยายน 2001–22 มีนาคม 2004)
      • "Metalingus" + "Burn in My Light" โดย Jim Johnston ร่วมด้วย Alter Bridge & Mercy Drive (WWE; 2 ตุลาคม 2006–29 เมษายน 2007; ใช้ตอนอยู่กลุ่ม เรท-อาร์เคโอ)
      • "Metalingus" โดย Alter Bridge (WWE; 1 พฤศจิกายน 2004–ปัจจุบัน;ยังคงใช้ในการปรากฏตัวของเขาใน WWE)

ผลงานแชมป์ความสำเร็จ[แก้]

เอดจ์กับแชมป์ WWE

1 ^  Won during the The Invasion storyline.

แมตช์ที่มีการเดิมพัน[แก้]

Winner (wager) Loser (wager) Location Event Date Notes
Edge (hair) Kurt Angle (hair) Nashville, Tennessee Judgment Day 02002-05-19 พฤษภาคม 19, 2002 [74]
Edge (Money in the Bank/brand contract) Matt Hardy (brand contract) Dallas, Texas Raw Homecoming 02005-10-03 ตุลาคม 3, 2005 This was a ladder match.[75]

ดูเพิ่ม[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. "Bodyslamming profile". สืบค้นเมื่อ 2010-02-03. 
  2. "Christian Cage bio". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2008-08-27. 
  3. "World Wrestling Federation Entertainment Drops The "F" To Emphasize the "E" for Entertainment". World Wrestling Entertainment. 2002-05-06. สืบค้นเมื่อ 2008-07-13. 
  4. Copeland, Adam (November 2004). Adam Copeland on Edge. WWE Books. p. 74. ISBN 0-7434-8347-2. 
  5. Mooneyham, Mike (2010-06-06). "Jim Ross staying in WWE". The Post and Courier. Archived from the original on 2010-08-02. สืบค้นเมื่อ 2010-08-02. 
  6. "Test bio". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-02-01. 
  7. Copeland, Adam (November 2004). Adam Copeland on Edge. WWE Books. p. 51. ISBN 0-7434-8347-2. 
  8. Brodi, Caroline (2009-04-16). "Grappling with the world-beaters". Aberdeen Press & Journal. "One showdown guaranteed to have the crowds on their feet is the billed world heavyweight championship bout between Edge, real name Adam Joseph Copeland, and titleholder John Cena" 
  9. Copeland, Adam (November 2004). Adam Copeland on Edge. WWE Books. p. 16. ISBN 0-7434-8347-2. 
  10. "Injury forces Edge to retire". WWE Inside. World Wrestling Entertainment. 2011-04-11. สืบค้นเมื่อ 2011-04-12. 
  11. Murphy, Ryan (2012-01-09). "WWE "Edge":". Wwe.com. สืบค้นเมื่อ 2012-01-09. 
  12. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (2005-04-03). "Main events weak at WrestleMania 21 – Batista, Cena go over but undercard steals the show". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-01-21. 
  13. Clark, Jeff (2007-09-07). "The Luchagors Drop a Powerbomb". Stomp and Stammer. สืบค้นเมื่อ 2007-10-02. 
  14. Clevett, Jason (2005-03-02). "Lita on road to recovery". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2007-10-18. 
  15. "All-Time SummerSlam Results". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-12-09. 
  16. Sokol, Chris (2005-09-19). "Unforgiven marred by unfortunate ending". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-01-21. 
  17. Golden, Hunter (2005-10-03). "Raw Results-10/3/05-Dallas, TX -(Homecoming to USA Network)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ 2009-09-23. 
  18. Sokol, Chris (2006-01-09). "Edge surprise champ after Revolution". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-02-13. 
  19. Dee, Louie (2006-09-17). "The Champ is back". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-05-02. 
  20. Zeigler, Zack (2006-09-25). "SmackDown beatdown". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-12-26. 
  21. Golden, Hunter (2006-10-09). "Raw Results – 10/9/06 – Columbia, SC ('Raw Family Reunion' Results)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ 2009-09-24. 
  22. Zeigler, Zack (2006-11-13). "Rated-RKO Champions". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-01-06. 
  23. "History of the World Tag Team Championship — Edge & Randy Orton". World Wrestling Entertainment. 2006-11-13. สืบค้นเมื่อ 2008-01-06. 
  24. Mooneyham, Mike (2007-12-02). "'Mr. Kennedy' endures pitfalls". The Post and Courier. สืบค้นเมื่อ 2009-09-24. 
  25. DiFino, Lennie. "Gold digging". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-07-09. 
  26. Lennon, Patrick (2007-05-11). "WWE hits the buffers". Daily Star. 
  27. Waldman, Jon (2007-07-21). "Smackdown: A champion is crowned". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-02-26. 
  28. Kapur, Bob (2007-12-17). "Edge brings in the clones to win at Armageddon". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2008-05-02. 
  29. Dee, Louie (2007-12-17). "A Major revelation". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-12-17. 
  30. Dee, Louie (2008-01-18). "Champions, contenders and carnage". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-01-24. 
  31. Fishman, Scott (2008-03-31). "A final bow for Flair". The Miami Herald. 
  32. Dee, Louis (2008-05-02). "Title turmoil". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-05-03. 
  33. Kapur, Bob (2008-05-18). "Judgment Day spoils streak of good shows". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2008-06-16. 
  34. Mackinder, Matt (2008-05-30). "One Night Stand WWE's best this year". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-03-28. 
  35. Sitterson, Aubrey (2008-07-01). "A Draft Disaster". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-07-01. 
  36. DiFino, Lennie (2008-08-25). "SmackDown: A woman's scorn, a Deadman reborn". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-08-08. 
  37. Plummer, Dale; Nick Tylwalk (2008-11-24). "Two new world champs at dull Survivor Series". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-10-23. 
  38. Watson, Dustin. "The Wrestling Genius: Brotherly history". Observer-Dispatch. 
  39. DiFino, Lennie (2009-01-25). "Hardy's twisted fate brings gold to Edge". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-01-26. 
  40. Passero, Mitch (2009-02-15). "Regaining the throne". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-02-28. 
  41. Tello, Craig (2009-02-15). "Shameless in Seattle". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-02-28. 
  42. Fishman, Scott (2009-04-06). "HBK, Taker strike gold at WWE WrestleMania's silver anniversary". The Miami Herald. 
  43. Adkins, Greg (2009-07-28). "Uninvited guests". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-08-10. 
  44. Aldren, Mike (2009-06-04). "Edge in serious injury blow". The Sun. สืบค้นเมื่อ 2009-07-06. 
  45. Styles, Joey. "Edge to face surgery". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-07-07. 
  46. Adkins, Greg (2010-02-22). "Taking the bull by the horns". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2010-03-29. 
  47. Plummer, Dale (2010-04-26). "Raw: Feeling a draft". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-05-03. 
  48. Sokol, Bryan (2010-12-20). "TLC delivers highs, lows and a new champ". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-12-20. 
  49. Bishop, Matt (2011-04-03). "The Rock costs Cena as The Miz retains at WrestleMania XXVII". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2011-04-04. 
  50. Plummer, Dale (2011-04-11). "RAW: Edge calls it a career". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2011-04-12. 
  51. Meltzer, Dave (2011-04-11). "Major star announces retirement; Extreme Rules main event". Wrestling Observer Newsletter. สืบค้นเมื่อ 2011-04-12. 
  52. "CUPACH'S WWE SMACKDOWN REPORT 4/15: Look-back to last week's Smackdown - Edge's farewell, battle royal". 
  53. "Edge". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2012-01-09. 
  54. Tom Herrera (23.4.2012). "Raw Results". WWE. สืบค้นเมื่อ 24 April 2012. 
  55. Cupach, Michael. "CUPACH'S WWE SMACKDOWN REPORT 9/21: Alt. perspective review of Edge returning, Tag Champs dominating, Mike's Reax". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 30 September 2012. 
  56. Keller, Wade. "Keller's WWE Raw report 12/29: Lesnar and Heyman show up, Ziggler vs. Rusev in a champion vs. champion match, Edge & Christian host, Bryan’s big announcement". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 31 December 2014. 
  57. "WWE Hall of Famer Edge and Lana to star in WWE Studios’ ‘Interrogation’". 
  58. Philip Kreikenbohm. "CWA". cagematch.net. 
  59. "ICW Street Fight Tag Team Title". ProWrestlingHistory.com. สืบค้นเมื่อ 2009-09-02. 
  60. Caldwell, Adam (2012-01-22). "News: Edge to join second Hall of Fame". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 2012-01-23. 
  61. "The PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 103. 2012. 
  62. 62.0 62.1 "The PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 99. 2012. 
  63. 63.0 63.1 "The PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 98. 2012. 
  64. "The PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 101. 2012. 
  65. "The PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated 33 (3): 102. 2012. 
  66. 66.0 66.1 66.2 66.3 "Edge's Title History". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on 2010-04-05. สืบค้นเมื่อ 2009-12-14. 
  67. "World Tag Team Championship history". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-02-28. 
  68. "Edge and Rey Mysterio's WWE Tag Team Championship title reign". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2007-11-09. 
  69. "Edge's WWE title history". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on 2007-11-11. สืบค้นเมื่อ 2007-11-09. 
  70. "Edge wins 30-Man Royal Rumble Match". 
  71. "Slammy Award Winners". World Wrestling Entertainment. 2008-12-08. สืบค้นเมื่อ 2009-02-05. 
  72. "RAW Results December 13, 2010". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2010-12-13. 
  73. 73.0 73.1 73.2 73.3 Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA): 1–40. ISSN 1083-9593. 
  74. Copeland, Adam (November 2004). Adam Copeland on Edge. WWE Books. p. 204. ISBN 0-7434-8347-2. 
  75. "RAW is coming home to USA". สืบค้นเมื่อ 2016-01-08. 

อ้างอิง[แก้]

  • Copeland, Adam (2004). Adam Copeland on Edge. World Wrestling Entertainment Books. ISBN 978-1-4165-0523-5. 
  • "2007 Wrestling almanac & book of facts". Wrestling’s historical cards (Kappa Publishing). 2007. 
  • Edge: A Decade of Decadence DVD. World Wrestling Entertainment. 2008. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]