ดิอันเดอร์เทเกอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดิอันเดอร์เทเกอร์
An image of ดิอันเดอร์เทเกอร์.
ข้อมูล
ฉายา เดอะคอมแมนโด (The Commando)[1][2]
เคน ดิอันเดอร์เทเกอร์ (Kane the Undertaker)[3]
มาร์ก คอลลัซ (Mark Callous)
มีน มาร์ก (Mean Mark)[4]
เดอะมาสเตอร์ออฟเพน (The Master of Pain)
ไดซ์ มอร์แกน (Dice Morgan)
เดอะ พันนิเชอร์ (The Punisher)
เท็กซัส เรด (Texas Red)
ดิอันเดอร์เทเกอร์ (The Undertaker)
ความสูง 6 ft 10 in (2.08 เมตร)[5]
น้ำหนัก 299 ปอนด์ (136 กก.)[5]
เกิด 24 มีนาคม ค.ศ. 1965 (51 ปี)
ฮิวสตัน, รัฐเทกซัส
พำนัก ออสติน, รัฐเทกซัส
มาจาก ฮิวสตัน, รัฐเทกซัส
เดด วอลเลย์[5]
ฝึกหัดโดย ดอน จาร์ดีน[2]
เปิดตัว 1984[6]

มาร์ก วิลเลียม คาลาเวย์ (อังกฤษ: Mark William Calaway) เกิดวันที่ 24 มีนาคม ค.ศ. 1965[7] เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน สังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในชื่อว่า ดิอันเดอร์เทเกอร์ (อังกฤษ: The Undertaker)

ประวัติในวงการมวยปล้ำอาชีพ[แก้]

ดิอันเดอร์เทเกอร์ เริ่มอาชีพมวยปล้ำในสมาคม เวิลด์แคลสแชมเปียนชิปเรสต์ลิง หรือ WCCW ในปี 1984[6] จากนั้นเขาได้ปล้ำให้กับสมาคม WCW ในชื่อ "มีน" มาร์ค คอลลัซ และหมดสัญญา ในปี 1990 เขาจึงได้ย้ายไปปล้ำในสมาคม WWF หรือ WWE ในปัจจุบัน[8] ซึ่งเขาปรากฏตัวในเดือนพฤศจิกายนในปีนั้นเอง ปัจจุบัน อันเดอร์เทเกอร์ ถือว่าเป็นนักมวยปล้ำผู้อาวุโสที่ยังคงปล้ำให้กับสมาคม WWE มาจนถึงทุกวันนี้และอันเดอเทคเกอชนะในแมทWWE WCW

เวิลด์เรสต์ลิงเฟเดเรชั่น/เอ็นเตอร์เทนเมนต์/ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (1990-ปัจจุบัน)[แก้]

ในสมาคม WWE อันเดอร์เทเกอร์ได้รับบทนักมวยปล้ำถึง 2 คาแรคเตอร์ด้วยกัน ได้แก่ เดอะ เดทแมน (สัปเหร่อหรือผีดูดเลือด) และ อเมริกัน แบด แอส (นักเลงขี่มอเตอร์ไซค์ชาวอเมริกัน) ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และในบทนั้นเขามีน้องชายเป็นนักมวยปล้ำที่มีฉายาสัตว์ประหลาดยักษ์นามว่า เคน ซึ่งทั้งคู่ได้ร่วมกลุ่มเป็นคู่แทคทีมนามว่า เดอะบราเทอส์ออฟเดสตรักชัน อันเดอร์เทเกอร์ มีชื่อเสียงโด่งดังจากสถิติไร้พ่าย ในเรสเซิลเมเนีย ทั้ง 21 ครั้ง ด้วยสถิติ 21-0 จนถูกทำลายโดยบร็อก เลสเนอร์ เป็น 21-1[9] เป็นแชมป์โลก 7สมัย (แชมป์ WWE 4สมัย และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3สมัย) นอกจากนั้นยังเป็นผู้ชนะรอยัลรัมเบิล ประจำปี2007 ซึ่งเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ออกมาเป็นอันดับที่ 30 และได้เป็นผู้ชนะอีกด้วย ปัจจุบันได้แต่งงานกับ มิเชล แมคคูล เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ จิมมี สนูกกา ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 7 เป็นครั้งแรกของ อันเดอร์เทเกอร์ และสามารถเอาชนะไปมาได้สำเร็จด้วยสถิติ 1-0 (สมัยนั้นยังไม่การจดจำสถิติ)[10]

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ เจก โรเบิตส์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 8 สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะไปได้สำเร็จด้วยสถิติ 2-0[10]

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ ไจแอนท์ ก็อนซาเลซ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 9 สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะไปได้แบบ DQ ด้วยสถิติ 3-0[10]

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ คิง คอง บันดี ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 11 สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ คิง คอง บันดี้ มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 4-0[10]

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ เควิน แนช ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 12 สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะ เควิน แนช มาได้สำเร็จด้วยสถิติ 5-0[10]

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ ไซโค ซิด ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 13 ในแมตช์การปล้ำชิงแชมป์ WWF โดยไม่มีกติกา สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายชนะ และคว้าแชมป์ WWE มาได้สำเร็จและสร้างสถิติ 6-0[11]

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับเคน ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 14 สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จด้วยสถิติ 7-0[10]

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ บิ๊ก บอส แมน ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 15 กติกานรกในกรงเหล็ก ใครแพ้ต้องถูกจับแขวนคอ สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จด้วยสถิติ 8-0[12]

อันเดอร์เทเกอร์ได้มารับบทอเมริกัน แบด แอส (นักเลงขี่มอเตอร์ไซค์ชาวอเมริกัน) และได้เจอกับ ทริปเปิลเอช ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 17 สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถเอาชนะไปได้สำเร็จและสร้างสถิติ 9-0[10]

อันเดอร์เทเกอร์เอาชนะ ริก แฟลร์ ด้วยท่า Tombstone Piledriver ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 18 (เป็นการนับสถิติไร้พ่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรก)

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ ริก แฟลร์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 18 สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะไปได้สำเร็จด้วยสถิติ 10-0 (เป็นการนับสถิติไร้พ่ายของอันเดอร์เทเกอร์อย่างเป็นทางการครั้งแรก)[13][14][14][10]

อันเดอร์เทเกอร์ในบท "อเมริกัน แบด แอส" (นักเลงขี่มอเตอร์ไซค์ชาวอเมริกัน) ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 19

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ บิ๊กโชว์ และ เอ-เทรน ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 19 กติกาการปล้ำ 2 รุม 1 โดยอันเดอร์เทเกอร์โดนรุม เดิมเป็นกติกาแทคทีมโดยจับคู่กับ นาธาน โจนส์ สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะไปได้สำเร็จด้วยสถิติ 11-0[10]

ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 อันเดอร์เทเกอร์ ได้กลับมารับบท เดอะเดดแมน (สัปเหร่อ) อีกครั้ง และได้ปล้ำกับ เคน เป็นครั้งที่ 2 สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายชนะ และสร้างสถิติเป็น 12-0 ไปได้สำเร็จ[15]

ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 อันเดอร์เทเกอร์ได้ปะทะกับนักมวยปล้ำนักฆ่าตำนานอย่าง แรนดี ออร์ตัน สุดท้าย อันเดอร์เทเกอร์ จัดการออร์ตัน ด้วยท่า Tombstone Piledriver และสามารถหยุดสถิตินักฆ่าตำนานไว้ได้และสร้างสถิติเป็น 13-0 ไปได้สำเร็จ[16] จากนั้นออร์ตัน ก็ลอบทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์ ตลอดเวลา และท้าเจอกันในอาร์มาเกดดอน (2005) ในเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์ก็เอาชนะมาได้สำเร็จ[17]

ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 อันเดอร์เทเกอร์ได้เจอกับมาร์ก เฮนรี ในการจับคู่ต่อสู้ยัดใส่โลงศพ สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์เป็นฝ่ายจับเฮนรียัดใส่โลงศพ ทำให้เป็นผู้ชนะและสร้างสถิติเป็น 14-0 ไปได้สำเร็จ[10]

ในรอยัลรัมเบิล (2007) อันเดอร์เทเกอร์ ได้เป็นผู้ชนะรอยัลรัมเบิล ประจำปี 2007[18] และได้เป็นคู่เอกในเรสเซิลเมเนียโดยอันเดอร์เทเกอร์ได้เลือกที่จะชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับบาทิสตา ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 โดยเป็นการเดินพันระหว่าง แชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ สถิติที่ไม่เคยแพ้ใคร 14-0 ผลปรากฏว่าอันเดอร์เทเกอร์จัดการบาทิสตา ด้วยท่า Tombstone Piledriver และสามารถคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท มาครองได้พร้อมกับสร้างสถิติเป็น 15-0 ไปได้สำเร็จ[10]

ในโนเวย์เอาท์ (2008) อันเดอร์เทเกอร์ ได้เป็นผู้ชนะจากแมตช์กรงเหล็กอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ จากการหาผู้ท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในเรสเซิลเมเนีย ก็ได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลกกับ เอดจ์ และในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 อันเดอร์เทเกอร์ ก็สามารถเอาชนะ เอดจ์ ด้วยท่า เฮล เกท คว้าแชมป์ไปได้พร้อมกับสถิติ 16-0[19] แต่อีกเดือนถัดมา วิคกี เกอร์เรโรก็สั่งปลดอันเดอร์เทเกอร์ออกจากตำแหน่งแชมป์ โดยอ้างว่า อันเดอร์เทเกอร์ใช้ท่า เฮล เกท ในการต่อสู้กับ เดอะเกรทคาลี ซึ่งเป็นท่าที่อันตราย ทำให้ตำแหน่งแชมป์ว่าง เอดจ์และอันเดอร์เทเกอร์ต้องไปเจอกันในวันไนท์สแตนด์ (2008) ในการต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ และเอดจ์ ก็ได้แชมป์อีกครั้งจากการช่วยเหลือของ เคิร์ท ฮอว์กินส์และแซค ไรเดอร์ ส่งผลให้อันเดอร์เทเกอร์ถูกไล่ออก ต่อมาวิคกีก็รู้ว่าเอดจ์เป็นชู้กับคริสตัล ทำให้วิคกีจึงเรียกตัวอันเดอร์เทเกอร์กลับมา WWE อีกครั้ง โดยเจอกับเอดจ์ ในซัมเมอร์สแลม (2008) ในแมตช์เฮลอินเอเซล สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถล้างแค้นเอดจ์ได้สำเร็จ[20][21]

บิ๊กโชว์ได้ไปลอบทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้อันเดอร์เทเกอร์แค้นมากจึงไปขอท้าเจอกับบิ๊กโชว์ ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2008) ในรูปแบบการปล้ำ (Casket Match) จับคู่ต่อสู้ยัดใส่โลงศพ สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์ก็เอาชนะไปได้[22] ต่อมาเจบีแอลได้ออกมาประกาศว่าตนจะเป็นคู่ต่อสู้กับอันเดอร์เทเกอร์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ชอว์น ไมเคิลส์ก็ออกมาแล้วบอกว่า ถ้าจะไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ให้ชนะตนเสียก่อนเพื่อหาผู้ชนะไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ แล้วชอว์นก็เป็นฝ่ายชนะแต่วลาดิเมียร์ คอซลอฟได้ออกมาทำร้ายชอว์น เพราะต้องการที่จะไปเจอกับ อันเดอร์เทเกอร์ อาทิตย์ต่อมา จึงเป็นศึกระหว่างชอว์นกับคอซลอฟ เพื่อหาผู้ชนะไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ท้ายที่สุดชอว์นก็เป็นฝ่ายชนะ แล้วได้ไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ผลปรากฏว่าอันเดอร์เทเกอร์เป็นฝ่ายชนะและสร้างสถิติเป็น 17-0[23]

ในซัมเมอร์สแลม (2009) อันเดอร์เทเกอร์ได้โผล่มารอบทำร้ายซีเอ็ม พังก์ ด้วยท่าโชคสแลม หลังจากที่พังก์ได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากเจฟฟ์ ฮาร์ดี[24] ในเบรกกิ้งพอยท์ อันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากพังก์ ในแมตช์ซับมิสชั่น ใครตบพื้นก่อนยอมแพ้ ผลปรากฏว่า อันเดอร์เทเกอร์ เอาชนะไปได้ด้วยท่า Hells's Gate และคว้าแชมป์ไปได้ แต่ว่า ทีโอดอร์ ลอง ได้ประกาศให้เริ่มแมตช์ใหม่อีกครั้ง เพราะท่านี้ถูกแบน พังก์เลยฉวยโอกาสจัดการใส่ อนาคอนด้า ไวส์ และกรรมการตัดสินให้พังก์ชนะทั้งที่อันเดอร์เทเกอร์ไม่ได้ตบพื้นยอมแพ้เหมือนเหตุการณ์มอนทรีออลสครูว์จ็อบ และพังก์ยังเป็นแชมป์ต่อไป[25] ในเฮลอินเอเซล (2009) อันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับพังก์อีกครั้ง ในแมตช์เฮลอินเอเซล สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ[26] ในทีแอลซี (2009) อันเดอร์เทเกอร์ต้องป้องกันแชมป์กับบาทิสตา ผลปรากฏว่าในตอนแรกบาทิสตาชนะและได้แชมป์แต่ทีโอดอร์ ลองผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ ออกมาสั่งให้เริ่มใหม่อีกครั้ง และอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[27]

อันเดอร์เทเกอร์ในตอนป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในรอยัลรัมเบิล (2010)

ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) อันเดอร์เทเกอร์เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับคริส เจอริโค จากการถูกชอว์น ไมเคิลส์ มาลอบทำร้ายด้วยท่า Sweet Chin Music ใส่อันเดอร์เทเกอร์[28][29] จากนั้นในรอว์ อันเดอร์เทเกอร์ปรากฏตัวอีกครั้ง และได้รับคำท้าจากชอว์น ว่าจะรีแมตช์กันอีกครั้ง ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 โดยมีการเดิมพันระหว่าง อาชีพของชอว์น กับ สถิติไร่พ่ายของอันเดอร์เทเกอร์ ถ้า ชอว์นแพ้ ชอว์นจะต้องเลิกปล้ำ แต่ถ้าอันเดอร์เทเกอร์แพ้ เขาจะถูกทำลายสถิติไม่เคยแพ้ใครในเรสเซิลเมเนีย ผลปรากฏว่า อันเดอร์เทเกอร์ก็เป็นฝ่ายชนะ ทำให้ชอว์นต้องยุติอาชีพมวยปล้ำ[30][31]

อันเดอร์เทเกอร์ได้ถูกทำร้ายแล้วเคนก็ไล่กระทืบนักมวยปล้ำทุกคนเพื่อหาคนที่ทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์[32] ในซัมเมอร์สแลม (2010) หลังจากเคนป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับเรย์ มิสเตริโอไว้ได้ ขณะที่เคนจะจับเรย์เข้าไปนอนในโลงศพนั้น ก็มีอันเดอร์เทเกอร์นอนอยู่ และความจริงก็ปรากฏว่าเคนคือคนที่ทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์ และอันเดอร์เทเกอร์จะเล่นงานเคนด้วยโชคสแลม แต่เคนแก้ท่าได้และเล่นงานด้วยท่า Tombstone Piledriver[33] ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) อันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเคน แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ต่อมาพอล แบเรอร์อดีตผู้จัดการของเคนและอันเดอร์เทเกอร์ได้กลับมาอีกครั้ง และได้เป็นผู้จัดการของเทเกอร์ซึ่งมาในบทธรรมะ[34] ในเฮลอินเอเซล (2010) อันเดอร์เทเกอร์ได้ชิงแชมป์กับเคนแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะถูกแบเรอร์ผู้จัดการของเขาหักหลัง กลายเป็นผู้จัดการของเคน และเป็นอธรรม ต่อมาในแบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) อันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าชิงแชมป์อีกครั้งกับ เคน ในแมตช์การปล้ำฝังทั้งเป็น (Buried Alive) ใครจับคู่ต่อสู้ลงหลุมและเอาดินกลบได้ จะเป็นฝ่ายชนะไป แต่อันเดอร์เทเกอร์ก็ถูกพวกเดอะเน็กซัสมาก่อกวน และฝังอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้แพ้ให้กับเคน ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ซึ่งอันเดอร์เทเกอร์ได้แพ้ให้กับเคน ติดต่อกันถึง3ครั้งในศึกใหญ่ และแมตช์อันเดอร์เทเกอร์ได้รับอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่

การเปิดตัวของอันเดอร์เทเกอร์ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27

ในรอว์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ อันเดอร์เทเกอร์ได้หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บ พร้อมกับ ทริปเปิล เอช ที่หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกัน ทั้งคู่ได้เผชิญหน้าและท้าทายกัน และทั้งคู่จะได้เจอกันเป็นครั้งที่2 ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 ซึ่งเป็นการเจอกันอีกครั้งในรอบ 10 ปี ของศึก เรสเซิลเมเนีย (ครั้งก่อนอันเดอร์เทเกอร์เอาชนะทริปเปิลเอชไปได้ในครั้งที่17) ในแมตช์ไม่มีกฎกติกา โดยมีสถิติไร้พ่าย 18-0 ของอันเดอร์เทเกอร์ เป็นเดิมพัน สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะทริปเปิลเอช และสร้างสถิติเป็น 19-0 มาได้สำเร็จ หลังจากนั้นอันเดอร์เทเกอร์ต้องพักการปล้ำ[35]

อันเดอร์เทเกอร์กับเคนในรอว์ตอนที่ 1000

ในรอว์ 30 มกราคม 2012 อันเดอร์เทเกอร์ได้หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บ โดยเผชิญหน้ากับทริปเปิลเอชอีกครั้ง ก่อนจะไปมองโลโก้เรสเซิลเมเนียและทำท่าเชือดคอ[36] ต่อมาอันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าเจอกับทริปเปิลเอชอีกครั้ง ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ซึ่งเป็นการเจอกันครั้งที่3 ของทั้งคู่ในเรสเซิลเมเนีย (ครั้งแรกอันเดอร์เทเกอร์เอาชนะไปได้ในครั้งที่17 และครั้งที่2 เอาชนะไปได้ในครั้งที่27) ในรูปแบบเฮลอินเอเซล แมตช์ โดยมีสถิตไร้พ่าย 19-0 ของอันเดอร์เทเกอร์เป็นเดิมพัน และมีชอว์น ไมเคิลส์เป็นกรรมการพิเศษ[37] ในเรสเซิลเมเนีย วันที่ 1 เมษายน 2012 อันเดอร์เทเกอร์ออกมาด้วยทรงผมและชุดใหม่ อันเดอร์เทเกอร์สามารถล๊อค Hell's Gate 2 ครั้ง แต่ไม่สามารถเอาชนะทริปเปิลเอชได้ และ Tombstone Piledriver 1 ครั้ง ก็ไม่สามารถหยุดยั้งได้ อันเดอร์เทเกอร์ชนะทริปเปิลเอชอีกรอบด้วย Tombstone ครั้งที่2 และขยับสถิติขึ้นเป็น 20-0 หลังจากที่เขาสามารถอยู่รอดจากการโจมตีโดยเก้าอี้มากกว่า 15 ครั้ง การโจมตีด้วยค้อน 2ครั้ง Pedigree ได้ 2ครั้ง และ Sweet Chin Music จากชอว์น 1 ครั้ง หลังจากจบศึก ทั้ง3คนได้เดินออกจากเวทีด้วยกัน และได้รับการปรบมือมากกว่า 70,000 คน อันเดอร์เทเกอร์ได้พักจากการปล้ำหลังเรสเซิลเมเนีย ซึ่งรายงานบางแห่งรายงานว่า อันเดอร์เทเกอร์ได้รับการบาดเจ็บน้อยกว่าศึกก่อน และบาดเจ็บที่ไหล่ซ้ายค่อนข้างหนัก อันเดอร์เทเกอร์อาจจะกลับมาอีกครั้งในปี 2013 ก่อนศึกใหญ่ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 ที่ นิวยอร์ก, รัฐนิวเจอร์ซีย์[38] ในรอว์ 1,000 เคนเปิดตัวออกมาปล้ำ แต่จินเดอร์ มาฮาลออกมาขัดจังหวะ พร้อมด้วยฮูนิโค, กามาโช, ไทเลอร์ เร็กส์, เคิร์ท ฮอว์กินส์ และดรูว์ แมคอินไตย์ แล้วก็จะขึ้นไปรุมเคนแต่เสียงระฆังดังขึ้น อันเดอร์เทเกอร์ออกมาช่วยกันกับเคนถล่มบรรดานักมวยปล้ำ 6 คนจนหมด[39][40]

ในรอว์ วันที่ 4 มีนาคม 2013 เปิดรายการด้วยการกลับมาของอันเดอร์เทเกอร์ จากนั้นซีเอ็ม พังก์ออกมาประกาศว่าจะทำลายสถิติของอันเดอร์เทเกอร์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 แรนดี ออร์ตัน ออกมา และบอกว่า พังก์เคยแพ้ออร์ตันในเรสเซิลเมเนียมาแล้ว แถมยังไม่เคยเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ในเรสเซิลเมเนียด้วย ออร์ตันบอกว่าเมื่อ 8 ปีก่อนเขาเคยเจอกับอันเดอร์เทเกอร์มาแล้ว ตอนนั้นเขายังเป็นดาวรุ่ง และก็เกือบชนะได้ด้วย ตอนนี้ไม่ใช่ดาวรุ่งอีกต่อไปแล้ว และก็อยากจะเจอกับอันเดอร์เทเกอร์อีกครั้ง ออร์ตันถามแฟนๆ ในสนามว่าอยากเห็นใครเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ มากกว่ากัน พังก์? (คนดูโห่) ออร์ตัน? (คนดูเฮ) บิ๊กโชว์ออกมาอีกคน และบอกว่าเขาต่างหากที่จะน็อค อันเดอร์เทเกอร์ เชมัสออกมา บอกว่าเขาเป็นคนเดียวที่ไม่เคยเจอกับอันเดอร์เทเกอร์เลย ดังนั้นเขาจึงไม่เคยแพ้อันเดอร์เทเกอร์มาก่อน จึงเหมาะสมกว่าที่จะเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ วิคกี เกอร์เรโร ออกมาจัดแมตช์ 4 เส้า พังก์, ออร์ตัน, บิ๊กโชว์ และเชมัส ผู้ชนะจะได้เจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ในเรสเซิลเมเนีย สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายชนะ และได้ไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์[41] วันต่อมาวันที่ 5 มีนาคม พอล แบเรอร์ อดีตผู้จัดการของอันเดอร์เทเกอร์และเคน ได้เสียชีวิตลง[42]ในรอว์ วันที่ 11 มีนาคม ได้มีการทำพิธีไว้อาลัยให้กับแบเรอร์ อันเดอร์เทเกอร์ออกมาไว้อาลัยกับกระปุกสถิตย์วิญญาณที่ตั้งอยู่กลางเวที แต่แล้วพังก์ก็ออกมารบกวน พังก์บอกว่าอยากจะออกมาแสดงความเสียใจกับความสูญเสียของอันเดอร์เทเกอร์ ซึ่งจะเสียสถิติในเรสเซิลเมเนีย กลายเป็น 20-1 เคนออกมาและจะจับพังก์โช๊คสแลมลงไปที่พื้นด้านล่าง แต่พังก์ดิ้นหลุดและหนีไปได้ คืนเดียวกัน เคนเอาชนะพังก์ไปได้ จากการช่วยเหลือของอันเดอร์เทเกอร์ หลังแมตช์ อันเดอร์เทเกอร์ออกมา แต่พังก์เอากระปุกวิญญาณมาทุบหัวเคนจากด้านหลัง ก่อนจะเอากระปุกหนีไปพร้อมกับทำท่าล้อเลียนอันเดอร์เทเกอร์[43][44] ในเรสเซิลเมเนีย อันเดอร์เทเกอร์เอาชนะพังก์ไปได้ และเพิ่มสถิตเป็น 21-0[45] ในรอว์คืนต่อมา 8 เมษายน อันเดอร์เทเกอร์ได้อุทิศชัยชนะในเรสเซิลเมเนียให้กับแบเรอร์ แต่เดอะชีลด์ ออกมารุมล้อมอันเดอร์เทเกอร์ แต่เคนกับแดเนียล ไบรอัน ออกมาช่วยอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้เดอะชีลด์หนีไป[46] ในรอว์ 8 เมษายน อันเดอร์เทเกอร์ได้จับคู่กับเคน และไบรอัน เจอกับเดอะชีลด์ สุดท้ายเดอะชีลด์ก็เอาชนะไป[47] ในสแมคดาวน์ 26 เมษายน อันเดอร์เทเกอร์ได้เอาชนะดีน แอมโบรส หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเดอะชีลด์ไปได้ หลังแมตช์ได้ถูกเดอะชีลด์ลอบทำร้าย[48]

ในรอว์ 24 กุมภาพันธ์ 2014 บร็อก เลสเนอร์ กับ พอล เฮย์แมน ออกมาพร้อมกับสัญญาในการปล้ำ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 เฮย์แมนบอกว่า เลสเนอร์ ควรจะได้ชิงแชมป์ WWE มากกว่า แต่โชคร้ายที่ ทริปเปิล เอช ให้ได้แค่ให้เลสเนอร์ เลือกคู่ต่อสู้เอาเอง จะเป็นใครก็ได้ จะสร้างประวติศาสตร์อะไรก็สร้างไปเลย เฮย์แมนบอก ไม่รู้จะสร้างสถิติอะไรอีกแล้ว แชมป์ฟุตบอลมหาวิทยาลัยก็เป็นมาแล้ว แชมป์ WWE อายุน้อยสุดก็เป็นมาแล้ว ดังนั้นคงไม่มีใครจะให้ท้าทายได้อีก แต่อันเดอร์เทเกอร์ ออกมาจ้องหน้า เลสเนอร์ จากนั้นก็จ้องไปที่สัญลักษณ์ เรสเซิลเมเนีย เลสเนอร์เซ็นสัญญา แล้วก็เอาปากกายื่นให้อันเดอร์เทเกอร์ แต่อันเดอร์เทเกอร์ เอาปากกาปักใส่มือเลสเนอร์ แล้วจับโชคสแลม ใส่โต๊ะจนพัง[49] ในเรสเซิลเมเนีย เลสเนอร์ ได้ทำลายสถิติอันยาวนานของอันเดอร์เทเกอร์ เป็น 21-1 ซึ่งทำให้คนดูช็อคทั้งสนาม[50][51] หลังจากจบแมตซ์ อันเดอร์เทเกอร์ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากอาการบาดเจ็บ[52]

ในฟาสต์เลน (2015) เบรย์ ไวแอ็ตต์ ได้ท้าอันเดอร์เทเกอร์ให้เจอกันในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 31 ในรอว์ 9 มีนาคม อันเดอร์เทเกอร์ได้ตอบรับคำท้าของไวแอ็ตต์[53][54] และอันเดอร์เทเกอร์ ก็เอาชนะไปได้อีกครั้ง หลังจากแพ้ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 และเพิ่มสถิติเป็น 22-1[55] ในแบทเทิลกราวด์ (2015) อันเดอร์เทเกอร์ได้รีเทิร์นอีกครั้งโดยโผล่มาเล่นงานบร็อก เลสเนอร์เป็นการล้างแค้น ระหว่างการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE กับเซท โรลลินส์[56] ในซัมเมอร์สแลม (2015) อันเดอร์เทเกอร์ได้รีแมตช์กับเลสเนอร์อีกครั้ง ตั้งแต่ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์เป็นฝ่ายชนะล้างแค้นไปได้ และเป็นการเอาชนะเลสเนอร์ได้ครั้งแรก[57] ในเฮลอินเอเซล (2015) อันเดอร์เทเกอร์ ได้รีแมตช์กับเลสเนอร์เป็นครั้งสุดท้าย ในเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ แต่ก็แพ้ให้เลสเนอร์ในที่สุด หลังแมตช์ได้ถูกไวแอ็ตต์แฟมิลีมารุมทำร้ายและลักพาตัวไป[58][59] ในรอว์ 9 พฤศจิกายน 2015 เดอะบราเทอส์ออฟเดสตรักชัน (อันเดอร์เทเกอร์และเคน) ได้กลับมารวมทีมกันอีกครั้ง โดยมาจัดการไวแอ็ตต์แฟมิลี[60] ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2015) เดอะบราเทอส์ออฟเดสตรักชัน เอาชนะไวแอ็ตต์แฟมิลีไปได้[61]

ในรอว์ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2016 วินซ์ แม็กแมน ประกาศให้อันเดอร์เทเกอร์เจอกับเชน แม็กแมน ในเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 32 โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าเชนชนะจะได้คุมรอว์ และจะเป็นเรสเซิลเมเนียครั้งสุดท้ายของอันเดอร์เทเกอร์[62][63] แต่อันเดอร์เทเกอร์ก็เอาชนะเชนไปได้[64][65] อันเดอร์เทเกอร์ได้กลับมาอีกครั้งในสแมคดาวน์ไลฟ์ ตอนที่900

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

เขาจบการศึกษาจาก Waltrip High School ในปี 1983 ซึ่งเขาเป็นสมาชิกของทีมงานบาสเกตบอล[66] Calaway ได้แต่งงานครั้งแรกกับภรรยาของเขา Jodi Lynn ในปี 1989 และพวกเขามีลูกชาย, Gunner, เกิดในปี 1993 ก่อนที่ในการสมรสสิ้นสุดวันที่ 1999 เขาแต่งงานกับภรรยาคนที่ 2 ของเขา ซาร่า ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ฟลอริดา วันที่ 21 กรกฎาคม 2000 ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกันสองคนคือ Chasey (เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2002) และ Gracie (เกิด 15 พฤษภาคม 2005) ปี 2007 เขาและซาร่าถูกหย่าร้างและเขาได้เชื่อมโยงโรแมนติกกับเพื่อนนักมวยปล้ำ มิเชล แมคคูล และได้แต่งงานกันเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2010 ในฮูสตัน,เท็กซัส[67] ก่อนจะมีลูกกันสองคน[68][69]

ผลงานอื่น[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ปี ภาพยนตร์ รับบทเป็น หมายเหตุ
1991 Suburban Commando Hutch
1999 Beyond the Mat Himself Documentary
2015 The Flintstones & WWE: Stone Age SmackDown! The Undertaker Voice

โทรทัศน์[แก้]

ปี เรื่อง รับบทเป็น หมายเหตุ
1994 Live! with Regis and Kathie Lee [70] The Undertaker
1999 Poltergeist: The Legacy Soul Chaser Demon 2 episodes
1999 Downtown The Undertaker Episode: "The Con"
1999 Celebrity Deathmatch The Undertaker Voice
Episode: "Halloween Episode I"
2001 America's Most Wanted [71] The Undertaker
2003 Jimmy Kimmel Live! [72] Himself
2015 The Tonight Show Starring Jimmy Fallon [73] The Undertaker

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

ใช้ท่า Tombstone Piledriver เล่นงานเอดจ์
ใช้ท่า Last Ride เล่นงานบร็อก เลสเนอร์
ใช้ท่า Hell's Gate เล่นงานบร็อก เลสเนอร์
ใช้ท่า Chokeslam เล่นงานซีเอ็ม พังก์
  • ฉายา
    • "The American Bad-Ass"[1]
    • "The Best Pure Striker in WWE/Sports-Entertainment History"[5]
    • "Big Evil"[1]
    • "The Cornerstone of the WWF/E"[5]
    • "The Deadman"[5]
    • "The Demon of Death Valley"[85]
    • "The (Grim) Reaper (of Lost Souls)"
    • "The Last Outlaw"[86]
    • "The Lord/Prince of Darkness"[87]
    • "The Master of Mind Games"[5]
    • "The Phenom"[5][86]
    • "The Red Devil"[1]
    • "The Weaver of Nightmares"

ผลงานแชมป์และความสำเร็จ[แก้]

อันเดอร์เทเกอร์ กับแชมป์โลกเฮฟวี่เวท
  • Pro Wrestling Illustrated
  • United States Wrestling Association
    • USWA Unified World Heavyweight Championship (2 สมัย)[2]
  • World Class Wrestling Association
    • WCWA Texas Heavyweight Championship (2 สมัย)[94]

1 ^  Won during The Invasion.
2 ^  The Undertaker's fourth reign was as Undisputed WWE Champion.

สถิติในเรสเซิลเมเนีย[แก้]

ศึก นักมวยปล้ำ จำนวนที่ชนะ หมายเหตุ
เรสเซิลเมเนีย VII จิมมี สนูกกา 1–0 เรสเซิลเมเนีย ครั้งแรกของ อันเดอร์เทเกอร์
เรสเซิลเมเนีย VIII เจก โรเบิตส์ 2–0
เรสเซิลเมเนีย IX ไจแอนท์ ก็อนซาเลซ 3–0 ชนะโดยการทำฟาล์ว[10]
เรสเซิลเมเนีย XI คิงคองบันดี 4–0 [101]
เรสเซิลเมเนีย XII ดีเซล 5–0 [10]
เรสเซิลเมเนีย 13 ไซโค ซิด 6–0 ชิงแชมป์ WWF ปล้ำโดยไม่มีกติกา[11]
เรสเซิลเมเนีย XIV เคน 7–0 [79]
เรสเซิลเมเนีย XV บิ๊กบอสแมน 8–0 กติกานรกในกรงเหล็ก ใครแพ้ต้องถูกจับแขวนคอ[102]
เรสเซิลเมเนีย X-Seven ทริปเปิลเอช 9–0 [10]
เรสเซิลเมเนีย X8 ริก แฟลร์ 10–0 แมตช์ไม่มีกติกา เป็นการนับสถิติไร้พ่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรก[10]
เรสเซิลเมเนีย XIX บิ๊กโชว์ และ เอ-เทรน 11–0 กติกาการปล้ำ 2 รุม 1 โดยเทเกอร์โดนรุม เดิมเป็นกติกาแทกทีมโดยจับคู่กับ นาธาน โจนส์[10]
เรสเซิลเมเนีย XX เคน 12–0 เจอกับ เคน เป็นครั้งที่ 2[15]
เรสเซิลเมเนีย 21 แรนดี ออร์ตัน 13–0 หยุดสถิตินักฆ่าตำนานของออร์ตัน[103]
เรสเซิลเมเนีย 22 มาร์ก เฮนรี 14–0 กติกาจับคู่ต่อสู้ยัดใส่โลงศพ[10]
เรสเซิลเมเนีย 23 บาทิสตา 15–0 ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท บาทิสตาเสียแชมป์โลกครั้งแรก[104]
เรสเซิลเมเนีย XXIV เอดจ์ 16–0 ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท และมีสถิติไร้พ่ายของทั้งสองฝ่ายเป็นเดิมพัน (เอดจ์ไม่เคยแพ้เทเกอร์ตั้งแต่เจอกันมา 5 ครั้ง)[19]
เรสเซิลเมเนีย XXV ชอว์น ไมเคิลส์ 17–0 ชนะไมเคิลครั้งแรก[10]
เรสเซิลเมเนีย XXVI ชอว์น ไมเคิลส์ 18–0 เจอกันเป็นครั้งที่ 2 มีสถิติไร้พ่ายของเทเกอร์ และเอาอาชีพของชอว์น เป็นเดิมพัน[31]
เรสเซิลเมเนีย XXVII ทริปเปิลเอช 19–0 เจอกันเป็นครั้งที่ 2 ในแมตช์การปล้ำ No Holds Barred เป็นแมตซ์ระหว่าง ตำนาน VS ตำนาน ที่ยังเหลืออยู่ใน WWE
เรสเซิลเมเนีย XXVIII ทริปเปิลเอช 20–0 เจอกันเป็นครั้งที่ 3 ในแมตช์การปล้ำ Hell In A Cell, The End Of An Era Match (ศึกในกรงเหล็ก, ศึกจุดจบในตำนาน)[38]
เรสเซิลเมเนีย XXIX ซีเอ็ม พังก์ 21–0 [45]
เรสเซิลเมเนีย XXX บร็อก เลสเนอร์ 21–1 สถิติได้ถูกทำลาย[105]
เรสเซิลเมเนีย XXXI เบรย์ ไวแอ็ตต์ 22–1 [106]
เรสเซิลเมเนีย XXXII เชน แม็กแมน 23–1 หากเชนชนะจะได้บริหารรอว์ และจะเป็นเรสเซิลเมเนียครั้งสุดท้ายของอันเดอร์เทเกอร์

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 "Undertaker". Cagematch.net. สืบค้นเมื่อ 22 February 2013. 
  2. 2.00 2.01 2.02 2.03 2.04 2.05 2.06 2.07 2.08 2.09 2.10 2.11 2.12 2.13 2.14 2.15 2.16 2.17 2.18 2.19 2.20 2.21 "Wrestler Profiles: the Undertaker". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ December 9, 2007. 
  3. "{{{title}}}". WWF Superstars of Wrestling.
  4. "Mean Mark Vs Road Warrior Animal". WCW/NWA Power Hour.
  5. 5.00 5.01 5.02 5.03 5.04 5.05 5.06 5.07 5.08 5.09 5.10 "Undertaker bio". WWE. สืบค้นเมื่อ March 31, 2008. 
  6. 6.0 6.1 6.2 6.3 6.4 6.5 6.6 6.7 "Bio". Accelerator. สืบค้นเมื่อ 2008-05-06. 
  7. "Texas Births 1926–1995". "Family Tree Legends". 
  8. "Hollywood Hulk Hogan". 
  9. "Undertaker's Wrestlemania streak playlist". 
  10. 10.00 10.01 10.02 10.03 10.04 10.05 10.06 10.07 10.08 10.09 10.10 10.11 10.12 10.13 10.14 10.15 10.16 10.17 "WrestleMania Legacy". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-07-10. 
  11. 11.0 11.1 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling’s historical cards" (p.98–99)
  12. "WrestleMania XV Results". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 21, 2013. 
  13. McAvennie, Michael (2003). "WWE The Yearbook: 2003 Edition". Pocket Books. pp. 79–80. 
  14. 14.0 14.1 Michael McAvennie (2003). "WWE The Yearbook: 2003 Edition". Pocket Books. pp. 80–81. 
  15. 15.0 15.1 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling’s historical cards" (p.115–116)
  16. "Raw-March 7, 2005 Results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2007-05-01. 
  17. "SmackDown-December 2, 2005 Results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2007-05-01. 
  18. Dee, Louie (2007-01-28). "A Phenom-enal Rumble". World Wrestling Entertainment.com. สืบค้นเมื่อ 2007-08-23. 
  19. 19.0 19.1 Dee, Louie (2008-02-17). "No Way Out Match results". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-02-17. 
  20. "SmackDown: A woman's scorn, a Deadman reborn". สืบค้นเมื่อ 2008-06-25. 
  21. DiFino, Lennie (2008-08-17). "Unleashed in Hell". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on 2008-08-22. สืบค้นเมื่อ 2008-08-18. 
  22. "Undertaker def. Big Show (Casket Match)". World Wrestling Entertainment. November 23, 2008. สืบค้นเมื่อ May 5, 2012. 
  23. "Undertaker def. Shawn Michaels". World Wrestling Entertainment. April 1, 2009. สืบค้นเมื่อ May 5, 2012. 
  24. "CM Punk def. Jeff Hardy (New World Heavyweight Champion)". World Wrestling Entertainment. August 23, 2009. สืบค้นเมื่อ May 5, 2012. 
  25. Tello, Craig (2009-09-13). "Hell's Gate-crasher". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-09-26. 
  26. Sokol, Brian; Sokol, Chris (2009-10-05). "Title changes highlight Hell in a Cell". Slam Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-10-05. 
  27. Kapur, Bob (2009-12-14). "New champs at strong WWE TLC show". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-02-01. 
  28. Fritz, Brian (February 22, 2010). "the Undertaker Burned During Accident at Elimination Chamber". AOL Fanhouse. สืบค้นเมื่อ May 5, 2012. 
  29. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (2010-02-22). "Batista, Jericho and Michaels capitalize on Elimination Chamber opportunities". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-02-24. 
  30. Plummer, Dale (2010-02-22). "RAW: Finding a Jewel on the Road to Wrestlemania". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-04-01. 
  31. 31.0 31.1 Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (2010-03-29). "Undertaker ends Shawn Michaels' career in thrilling rematch to cap off Wrestlemania XXVI". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-04-01. 
  32. "WWE "Unnatural Phenom-enon"". Wwe.com. 2010-06-04. สืบค้นเมื่อ 2011-10-24. 
  33. [1]
  34. Hillhouse, Dave (2010-09-25). "Smackdown: Kickin' it old school". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-10-04. 
  35. "Results:the Undertaker def. Triple H (No Holds Barred Match)". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2011-04-05. 
  36. Passero, Mitch (January 30, 2012). "the Undertaker returned with his sights set on Triple H". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2012. 
  37. Passero, Mitch (January 30, 2012). "the Undertaker returned with his sights set on Triple H". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2012. 
  38. 38.0 38.1 "the Undertaker def. Triple H (Hell in a Cell Match with special referee Shawn Michaels)". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2013-03-02. 
  39. J., Cyril. "Raw 1,000 results". WWE. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012. 
  40. J., Cyril. "Undertaker and Kane fight off their attackers and stand tall: Raw, July 23, 2012". WWE. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012. 
  41. "the Undertaker rises again and CM Punk punches his WrestleMania ticket". WWE.com. 2012-03-04. สืบค้นเมื่อ 2013-03-05. 
  42. "WWE goes into overtime: Raw, March 11, 2013". WWE.com. 2013-03-11. สืบค้นเมื่อ 2013-03-20. 
  43. "CM Punk interrupts Undertaker's tribute to Paul Bearer: Raw, March 11, 2013". WWE.com. 2012-03-11. สืบค้นเมื่อ 2013-03-20. 
  44. "CM Punk taunts the Undertaker with Paul Bearer's urn: RAW, March 18, 2013". WWE.com. 2012-03-18. สืบค้นเมื่อ 2013-03-20. 
  45. 45.0 45.1 http://www.wwe.com/shows/wrestlemania/29/wrestlemania-29-results-26104708
  46. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WM29 fall-out, new World Champ, no Rock, Taker live, crowd takes over". 
  47. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/22 (Second Hour): Shield vs. The Undertaker six-man tag match, Ryder squashed". 
  48. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 4/26: Complete coverage of the loaded Friday night show, including Undertaker vs. Ambrose, Henry vs. Orton". 
  49. Tylwalk, Nick. "Raw: Longer matches and a dramatic return in Green Bay". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 25 February 2014. 
  50. Murphy, Ryan (6 April 2014). "Brock Lesnar def. The Undertaker". WWE Official Website. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  51. Hooton, Christopher (7 April 2014). "Undertaker's streak ends at WrestleMania 30: Does Brock Lesnar loss spell retirement for the Dead Man?". The Independent. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  52. Butterly, Amelia (8 April 2014). "WWE WrestleMania star The Undertaker has head injury". BBC. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014. 
  53. Caldwell, James (February 22, 2015). "CALDWELL'S WWE FAST LANE PPV RESULTS 2/22: Complete "virtual-time" coverage of Bryan vs. Reigns, Cena vs. Rusev, Sting-Hunter confrontation, final PPV before WM31". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ February 22, 2015. 
  54. Caldwell, James (March 9, 2015). "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/9: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Lesnar appears, Orton strikes, Taker "responds" to Bray, Sting "speaks," latest WM31 hype, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 9, 2015. 
  55. Caldwell, James (March 29, 2015). "CALDWELL'S WM31 PPV RESULTS 3/29: Complete "virtual-time" coverage of WWE World Title match, Taker's return, Sting vs. Triple H, Cena vs. Rusev, Rock/UFC surprise, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 29, 2015. 
  56. Caldwell, James (July 19, 2015). "CALDWELL'S WWE BATTLEGROUND PPV REPORT 7/19: Complete "virtual-time" coverage of live PPV - Rollins vs. Lesnar, Cena vs. Owens III, Orton returns home, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ July 19, 2015. 
  57. "The Undertaker vs. Brock Lesnar". WWE. สืบค้นเมื่อ August 18, 2015. 
  58. Martin, Adam (October 25, 2015). "WWE Hell in a Cell PPV Results". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ October 25, 2015. 
  59. Tedesco, Mike (October 26, 2015). "WWE RAW Results - 10/26/15". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ October 26, 2015. 
  60. "The Undertaker and Demon Kane Return!". WWE.com. November 9, 2015. สืบค้นเมื่อ November 10, 2015. 
  61. "WWE Survivor Series 2015 Results: The Brothers of Destruction defeated The Wyatt Family". November 22, 2015. สืบค้นเมื่อ November 23, 2015. 
  62. Caldwell, James. "2/22 Raw News". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 22 April 2016. 
  63. Caldwell, James. "3/21 WWE Raw Results – Caldwell's Complete Live Report". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ March 25, 2016. 
  64. Caldwell, James. "4/3 WrestleMania 32 PPV Results – CALDWELL’S Complete Live Report on Main PPV". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 3, 2016. 
  65. Buthia, Jimmy (18 April 2016). "WWE WrestleMania Revenge tour: Triple H to fight Dean Ambrose after The Undertaker pulls out". International Business Times. IBT Media. สืบค้นเมื่อ 6 June 2016. 
  66. "Waltrip trivia page". Waltrip High School. 
  67. Martin, Adam (June 29, 2010). "Report: WWE stars wed this past week". WrestleView. สืบค้นเมื่อ July 5, 2010. 
  68. Mike Johnson. "Undertaker and McCool Announcement". PWInsider. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012. 
  69. "the Undertaker & Michelle McCool Welcome First Child Together". Wrestlingnewssource.com. December 20, 2012. สืบค้นเมื่อ February 23, 2013. 
  70. https://www.youtube.com/watch?v=0_EgMsbpdc0
  71. https://www.youtube.com/watch?v=I1SfwWMZz3Y
  72. https://www.youtube.com/watch?v=uAN35n3mXzo
  73. https://www.youtube.com/watch?v=MFiRImul_d0
  74. "Wrestler Profiles: the Undertaker". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ December 9, 2007. 
  75. "Jr's Blog/Said at Cyber Sunday". 
  76. 76.0 76.1 76.2 76.3 76.4 "Wrestling Data Profile". 
  77. "Mark Calaway's profile". Puroresu Central. 
  78. 78.0 78.1 "PhenomForever.com – Largest Undertaker Site On The Web". 
  79. 79.0 79.1 PWI Staff. 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling’s historical cards" (p.100–101)
  80. 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling’s historical cards" (p. 119)
  81. Burdick, Michael (February 27, 2009). "No Cena Allowed". WWE. Archived from the original on March 4, 2009. สืบค้นเมื่อ March 2, 2009. 
  82. "OWW Wrestler of the Week: Undertaker". สืบค้นเมื่อ March 15, 2013. 
  83. "Five very European maneuvers for Antonio Cesaro: Guillotine leg drop". WWE. 
  84. 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling’s historical cards" (p.108–109)
  85. "the Undertaker's former opponents address The Phenom's return". สืบค้นเมื่อ March 7, 2013. 
  86. 86.0 86.1 Benigno, Anthony (25 October 2015). "Brock Lesnar def. The Undertaker (Hell in a Cell Match)". WWE.com. "The Phenom stood before his kneeling Conqueror and flashed his demonic war face, only to be met with a booming low-blow that reduced The Last Outlaw to a writhing wretch on the mat." 
  87. "'Mania Matches That Made Us Sweat: 1: Batista vs. Undertaker". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ January 14, 2009. 
  88. 88.0 88.1 88.2 88.3 88.4 88.5 88.6 88.7 88.8 "Undertaker's Themes". 
  89. Caldwell, James (March 7, 2011). "Caldwell's WWE Raw results 3/7: Complete "virtual time" coverage of live Raw – Taker-Hunter stipulation, Stone Cold's TV return, WrestleMania hype, Cena-Rock". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 8, 2011. 
  90. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Feud of the Year". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2009-02-03. 
  91. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Match of the Year". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2009-02-03. 
  92. Pro Wrestling Illustrated 31 (3): 78–79. 2010. 
  93. "Pro Wrestling Illustrated Top 500–2002". Wrestling Information Archive. สืบค้นเมื่อ 2009-02-03. 
  94. "Texas Heavyweight Title history". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ April 9, 2008. 
  95. WWWF/WWF/WWE World Heavyweight Title history At wrestling-titles.com
  96. World Heavyweight Title (WWE Smackdown!) history At wrestling-titles.com
  97. WWF/WWE Hardcore Title history At wrestling-titles.com
  98. WWWF/WWF/WWE World Tag Team Title history At wrestling-titles.com
  99. WCW World Tag Team Title history At wrestling-titles.com
  100. 100.0 100.1 100.2 100.3 100.4 100.5 100.6 100.7 100.8 Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA): 1–40. ISSN 1083-9593. 
  101. PWI Staff. 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling’s historical cards", p. 92–94.
  102. "WrestleMania XV". Pro Wrestling History. สืบค้นเมื่อ 2007-12-09. 
  103. PWI Staff. 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling’s historical cards" (p.116–117)
  104. "WrestleMania 23". Pro Wrestling History. สืบค้นเมื่อ 2007-12-09. 
  105. "The Undertaker vs. Brock Lesnar". WrestleView.com. 6 April 2014. สืบค้นเมื่อ 7 April 2014. 
  106. "The Undertaker def. Bray Wyatt". WWE. March 29, 2015. สืบค้นเมื่อ March 30, 2014. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]