ดิอันเดอร์เทเกอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดิอันเดอร์เทเกอร์
Undertaker with Fire.jpg
ชื่อเกิดMark William Calaway
เกิด24 มีนาคม ค.ศ. 1965 (54 ปี)
Houston, Texas, U.S.
พำนักAustin, Texas, U.S.
คู่สมรสJodi Lynn
(แต่ง ค.ศ. 1989; หย่า ปี 1999)

Sara Frank
(แต่ง ค.ศ. 2000; หย่า ปี 2007)

Michelle McCool
(แต่ง ค.ศ. 2010)
บุตร4
ประวัติมวยปล้ำอาชีพ
ชื่อบน
สังเวียน
  • The Commando[1][2]
  • Kane the Undertaker[3]
  • Mark Callous[1]
  • Mean Mark Callous[1]
  • Mean Mark[4]
  • Dice Morgan[1]
  • The Master of Pain[1]
  • The Punisher[1]
  • Texas Red[1]
  • The Undertaker[1]
ส่วนสูง6 ft  10  in (208 ซม.)[5]
น้ำหนัก309 ปอนด์ (140 กก.)[5]
มาจากDeath Valley[5]
Houston, Texas
ฝึกหัดโดยDon Jardine[2]
เปิดตัว1984[6]

มาร์ค วิลเลียม คาลาเวย์ (Mark William Calaway) เกิด 24 มีนาคม ค.ศ. 1965[7] นักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน ปล้ำให้กับสมาคม WWE ที่รู้จักกันอย่างดีในนาม ดิอันเดอร์เทเกอร์ (The Undertaker)[5]

มาร์คเริ่มอาชีพมวยปล้ำในสมาคมเวิลด์แคลสแชมเปียนชิปเรสต์ลิง (WCCW) ในปี 1984. หลังจากปล้ำให้กับ WCW ในชื่อ "มีน มาร์ค" คอลลัซ จากปี 1989 ถึง 1990, มาร์คเซ็นสัญญากับสมาคมเวิลด์เรสต์ลิงเฟดดิเรชั่น (WWF, ปัจจุบัน WWE) ในปี 1990, ทำให้เขาเป็นนักมวยปล้ำที่อยู่มานานที่สุดของสมาคม WWE. มาร์คถูกยกย่องให้เป็นหนึ่งในนักมวยปล้ำที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล

ดิอันเดอร์เทเกอร์, กิมมิคของเขาเป็นบุคคลที่น่ากลัวซึ่งใช้วิธีต่าง ๆ ที่ทำให้หวาดกลัวซึ่งรวมไปถึงพลังเหนือธรรมชาติ. คาแรคเตอร์ของอันเดอร์เทเกอร์ ถูกเปลี่ยนใหม่เป็นนักเลงขี่มอเตอร์ไซค์ในช่วงต้นปี 2000 ก่อนจะเปลี่ยนกลับมาเป็นกิมมิคเดิมในปี 2004 อันเดอร์เทเกอร์ในบทนั้นเป็นพี่ชายต่างมารดาของเคน, ซึ่งมีทั้งทะเลาะกัน และรวมทีมกันในนามของเดอะบราเทอส์ออฟเดสตรักชัน. หลังจากกลายเป็นแชมป์ WWF จากการเอาชนะฮัลค์ โฮแกน ในปี 1991, อันเดอร์เทเกอร์ได้มีเนื้อเรื่องและแมตช์ที่สำคัญมากมายในประวัติศาสตร์ของ WWE.

ดิอันเดอร์เทเกอร์ เป็นที่รู้จักกันในอีกเรื่องคือ สถิติ, การมีชัยชนะ 21 ครั้งติดต่อกันเป็นประวัติการณ์ในเพย์-เพอร์-วิวหลักของ WWE, เรสเซิลเมเนีย (รวมถึงการปล้ำปิดรายการใน เรสเซิลเมเนียครั้งที่ 13, 24 และ 26), ก่อนที่จะพ่ายแพ้เป็นครั้งแรกในเรสเซิลเมเนียครั้งที่ 30 ให้กับ บร็อก เลสเนอร์ ก่อนจะปล้ำใน WWF/WWE, เขาเคยเป็นแชมป์ ยูเอสดับเบิลยูเอ ยูนิฟาย เวิลด์ เฮฟวี่เวท 1 สมัย และได้เป็นแชมป์ WWF/WWE 4 สมัย และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3 สมัย เขายังเป็นผู้ชนะ รอยัลรัมเบิล ปี 2007

มวยปล้ำอาชีพ[แก้]

ดิอันเดอร์เทเกอร์เริ่มอาชีพมวยปล้ำในสมาคมเวิลด์แคลสแชมเปียนชิปเรสต์ลิง (WCCW) ในปี 1984[6] จากนั้นเขาได้ปล้ำให้กับ WCW ในชื่อ "มีน" มาร์ค คอลลัซ และหมดสัญญาในปี 1990 เขาจึงได้ย้ายไปปล้ำใน WWF หรือ WWE ปัจจุบัน[8] ซึ่งเขาปรากฏตัวในเดือนพฤศจิกายนปีนั้นเอง[9][10]

ในสมาคม WWE อันเดอร์เทเกอร์ได้รับบทนักมวยปล้ำถึง 2 คาแรคเตอร์ด้วยกัน ได้แก่ เดอะ เดทแมน (สัปเหร่อหรือผีดูดเลือด) และ อเมริกัน แบด แอส (นักเลงขี่มอเตอร์ไซค์ชาวอเมริกัน) ซึ่งเป็นคาแรคเตอร์ที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง และในบทนั้นเขามีน้องชายเป็นนักมวยปล้ำที่มีฉายาสัตว์ประหลาดยักษ์นามว่า เคน ซึ่งทั้งคู่ได้ร่วมกลุ่มเป็นคู่แทคทีมนามว่า เดอะบราเทอส์ออฟเดสตรักชัน อันเดอร์เทเกอร์ มีชื่อเสียงโด่งดังจากสถิติไร้พ่าย ในเรสเซิลเมเนีย ทั้ง 21 ครั้ง ด้วยสถิติ 21-0 จนถูกทำลายโดยบร็อก เลสเนอร์ เป็น 21-1[11] เป็นแชมป์โลก 7สมัย (แชมป์ WWE 4สมัย และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท 3สมัย) นอกจากนั้นยังเป็นผู้ชนะรอยัลรัมเบิล (2007) ซึ่งเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ออกมาเป็นอันดับที่ 30 และเป็นผู้ชนะ

อันเดอร์เทเกอร์เอาชนะ ริก แฟลร์ ด้วยท่า Tombstone Piledriver ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 18 (เป็นการนับสถิติไร้พ่ายอย่างเป็นทางการครั้งแรก)

อันเดอร์เทเกอร์ ได้เจอกับ จิมมี สนูกกา ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 7 เป็นครั้งแรกของ อันเดอร์เทเกอร์ และสามารถเอาชนะไปมาได้สำเร็จด้วยสถิติ 1-0 (สมัยนั้นยังไม่การจดจำสถิติ)[12] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 8 ได้เอาชนะเจก โรเบิตส์ เพิ่มสถิติเป็น 2-0[12] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 9 ได้เอาชนะไจแอนท์ ก็อนซาเลซไปแบบ DQ เป็นสถิติ 3-0[12] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 11 ได้เอาชนะคิงคองบันดี ด้วยสถิติ 4-0[12] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 12 ได้เอาชนะเควิน แนชด้วยสถิติ 5-0[12] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 13 ได้เอาชนะไซโค ซิด ในแมตช์ไม่มีกติกาชิงแชมป์ WWF ทำให้ได้แชมป์ WWF และสร้างสถิติ 6-0[13] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 14 ได้เอาชนะน้องชายอย่างเคนด้วยสถิติ 7-0[12] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 15 ได้เอาชนะบิ๊กบอสแมน ในกติกานรกในกรงเหล็ก ผู้แพ้ถูกจับแขวนคอ เพิ่มสถิติ 8-0[14] อันเดอร์เทเกอร์ได้มารับบทอเมริกัน แบด แอส (นักเลงขี่มอเตอร์ไซค์ชาวอเมริกัน) และได้เอาชนะทริปเปิลเอช ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 17 สร้างสถิติ 9-0[12] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 18 ได้เอาชนะริก แฟลร์ ทำสถิติชนะครบ 10 ครั้ง (เป็นการนับสถิติไร้พ่ายของอันเดอร์เทเกอร์อย่างเป็นทางการครั้งแรก)[15][16][16][12]

ในบท "อเมริกัน แบด แอส" (นักเลงขี่มอเตอร์ไซค์ชาวอเมริกัน) ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 19

อันเดอร์เทเกอร์ได้ปล้ำกติกาการ 2 รุม 1 กับบิ๊กโชว์ และเอ-เทรน ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 19 เพิ่มสถิติ 11-0 ซึ่งเดิมเป็นกติกาแทกทีมโดยจะจับคู่กับนาธาน โจนส์[12] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 อันเดอร์เทเกอร์ได้กลับมารับบทเดอะเดดแมน(สัปเหร่อ)อีกครั้ง และได้ปล้ำเอาชนะเคนไปได้เป็นครั้งที่ 2 สร้างสถิติเป็น 12-0[17] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21 อันเดอร์เทเกอร์ได้เอาชนะนักมวยปล้ำนักฆ่าตำนานอย่าง แรนดี ออร์ตัน ด้วยท่า Tombstone Piledriver สามารถหยุดสถิตินักฆ่าตำนานไว้ได้และสร้างสถิติเป็น 13-0[18] จากนั้นออร์ตันก็ลอบทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์ตลอดเวลา และท้าเจอกันในอาร์มาเกดดอน (2005) ในเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ โดยอันเดอร์เทเกอร์ก็เอาชนะได้สำเร็จ[19] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 22 อันเดอร์เทเกอร์ได้เอาชนะมาร์ก เฮนรีไปได้ในการจับคู่ต่อสู้ยัดใส่โลงศพ สร้างสถิติเป็น 14-0[12]

ในรอยัลรัมเบิล (2007) อันเดอร์เทเกอร์ได้เป็นผู้ชนะรอยัลรัมเบิล ประจำปี 2007[20] และได้เป็นคู่เอกในเรสเซิลเมเนียโดยได้เลือกที่จะชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับบาทิสตา ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 โดยเป็นการเดินพันระหว่างแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับสถิติที่ไม่เคยแพ้ใคร 14-0 ผลปรากฏว่าอันเดอร์เทเกอร์จัดการบาทิสตาด้วยท่า Tombstone Piledriver คว้าแชมป์โลกมาครองได้พร้อมกับสร้างสถิติเป็น 15-0[12] ในโนเวย์เอาท์ (2008) อันเดอร์เทเกอร์ได้เป็นผู้ชนะจากแมตช์กรงเหล็กอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ จากการหาผู้ท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทในเรสเซิลเมเนีย ได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลกกับเอดจ์ และในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 24 อันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถคว้าแชมป์ไปได้ด้วยท่าเฮลเกท พร้อมกับสถิติ 16-0[21] แต่อีกเดือนถัดมา วิคกี เกอร์เรโรก็สั่งปลดอันเดอร์เทเกอร์ออกจากตำแหน่งแชมป์ โดยอ้างว่าอันเดอร์เทเกอร์ใช้ท่าเฮลเกท ในการต่อสู้กับเดอะเกรทคาลี ซึ่งเป็นท่าที่อันตราย ทำให้ตำแหน่งแชมป์ว่าง เอดจ์และอันเดอร์เทเกอร์ต้องไปเจอกันในวันไนท์สแตนด์ (2008)แบบการต่อสู้ด้วยโต๊ะ บันได และเก้าอี้ และเอดจ์ ก็ได้แชมป์อีกครั้งจากการช่วยเหลือของเคิร์ต ฮอว์กินส์และแซค ไรเดอร์ ส่งผลให้อันเดอร์เทเกอร์ถูกไล่ออก ต่อมาวิคกีก็รู้ว่าเอดจ์เป็นชู้กับคริสตัล ทำให้วิคกีจึงเรียกตัวอันเดอร์เทเกอร์กลับมา WWE โดยเจอกับเอดจ์ ในซัมเมอร์สแลม (2008)แบบเฮลอินเอเซล สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถล้างแค้นเอดจ์ได้สำเร็จ[22][23]

บิ๊กโชว์ได้ไปลอบทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้อันเดอร์เทเกอร์แค้นมากจึงไปขอท้าเจอกับบิ๊กโชว์ ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2008) ในรูปแบบการปล้ำ (Casket Match) จับคู่ต่อสู้ยัดใส่โลงศพ สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์ก็เอาชนะไปได้[24] ต่อมาเจบีแอลได้ออกมาประกาศว่าตนจะเป็นคู่ต่อสู้กับอันเดอร์เทเกอร์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 ชอว์น ไมเคิลส์ก็ออกมาแล้วบอกว่า ถ้าจะไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ให้ชนะตนเสียก่อนเพื่อหาผู้ชนะไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ แล้วชอว์นก็เป็นฝ่ายชนะแต่วลาดิเมียร์ คอซลอฟได้ออกมาทำร้ายชอว์น เพราะต้องการที่จะไปเจอกับ อันเดอร์เทเกอร์ อาทิตย์ต่อมา จึงเป็นศึกระหว่างชอว์นกับคอซลอฟ เพื่อหาผู้ชนะไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ท้ายที่สุดชอว์นก็เป็นฝ่ายชนะ แล้วได้ไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ผลปรากฏว่าอันเดอร์เทเกอร์เป็นฝ่ายชนะและสร้างสถิติเป็น 17-0[25]

ในซัมเมอร์สแลม (2009) อันเดอร์เทเกอร์ได้โผล่มารอบทำร้ายซีเอ็ม พังก์ ด้วยท่าโชคสแลม หลังจากที่พังก์ได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากเจฟฟ์ ฮาร์ดี[26] ในเบรกกิ้งพอยท์ อันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากพังก์ ในแมตช์ซับมิสชั่น ใครตบพื้นก่อนยอมแพ้ ผลปรากฏว่า อันเดอร์เทเกอร์ เอาชนะไปได้ด้วยท่า Hells's Gate และคว้าแชมป์ไปได้ แต่ว่า ทีโอดอร์ ลอง ได้ประกาศให้เริ่มแมตช์ใหม่อีกครั้ง เพราะท่านี้ถูกแบน พังก์เลยฉวยโอกาสจัดการใส่ อนาคอนด้า ไวส์ และกรรมการตัดสินให้พังก์ชนะทั้งที่อันเดอร์เทเกอร์ไม่ได้ตบพื้นยอมแพ้เหมือนเหตุการณ์มอนทรีออลสครูว์จ็อบ และพังก์ยังเป็นแชมป์ต่อไป[27] ในเฮลอินเอเซล (2009) อันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับพังก์อีกครั้ง ในแมตช์เฮลอินเอเซล สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จ[28] ในทีแอลซี (2009) อันเดอร์เทเกอร์ต้องป้องกันแชมป์กับบาทิสตา ผลปรากฏว่าในตอนแรกบาทิสตาชนะและได้แชมป์แต่ทีโอดอร์ ลองผู้จัดการทั่วไปของสแมคดาวน์ ออกมาสั่งให้เริ่มใหม่อีกครั้ง และอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้สำเร็จ[29]

อันเดอร์เทเกอร์ในตอนป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ในรอยัลรัมเบิล (2010)

ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) อันเดอร์เทเกอร์เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับคริส เจอริโค จากการถูกชอว์น ไมเคิลส์ มาลอบทำร้ายด้วยท่า Sweet Chin Music ใส่อันเดอร์เทเกอร์[30][31] จากนั้นในรอว์ อันเดอร์เทเกอร์ปรากฏตัวอีกครั้ง และได้รับคำท้าจากชอว์น ว่าจะรีแมตช์กันอีกครั้ง ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 โดยมีการเดิมพันระหว่าง อาชีพของชอว์น กับ สถิติไร่พ่ายของอันเดอร์เทเกอร์ ถ้า ชอว์นแพ้ ชอว์นจะต้องเลิกปล้ำ แต่ถ้าอันเดอร์เทเกอร์แพ้ เขาจะถูกทำลายสถิติไม่เคยแพ้ใครในเรสเซิลเมเนีย ผลปรากฏว่า อันเดอร์เทเกอร์ก็เป็นฝ่ายชนะ ทำให้ชอว์นต้องยุติอาชีพมวยปล้ำ[32][33]

อันเดอร์เทเกอร์ได้ถูกทำร้ายแล้วเคนก็ไล่กระทืบนักมวยปล้ำทุกคนเพื่อหาคนที่ทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์[34] ในซัมเมอร์สแลม (2010) หลังจากเคนป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับเรย์ มิสเตริโอไว้ได้ ขณะที่เคนจะจับเรย์เข้าไปนอนในโลงศพนั้น ก็มีอันเดอร์เทเกอร์นอนอยู่ และความจริงก็ปรากฏว่าเคนคือคนที่ทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์ และอันเดอร์เทเกอร์จะเล่นงานเคนด้วยโชคสแลม แต่เคนแก้ท่าได้และเล่นงานด้วยท่า Tombstone Piledriver[35] ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2010) อันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเคน แต่ก็ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ต่อมาพอล แบเรอร์อดีตผู้จัดการของเคนและอันเดอร์เทเกอร์ได้กลับมาอีกครั้ง และได้เป็นผู้จัดการของเทเกอร์ซึ่งมาในบทธรรมะ[36] ในเฮลอินเอเซล (2010) อันเดอร์เทเกอร์ได้ชิงแชมป์กับเคนแต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะถูกแบเรอร์ผู้จัดการของเขาหักหลัง กลายเป็นผู้จัดการของเคน และเป็นอธรรม ต่อมาในแบรกกิ้ง ไรท์ส (2010) อันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าชิงแชมป์อีกครั้งกับ เคน ในแมตช์การปล้ำฝังทั้งเป็น (Buried Alive) ใครจับคู่ต่อสู้ลงหลุมและเอาดินกลบได้ จะเป็นฝ่ายชนะไป แต่อันเดอร์เทเกอร์ก็ถูกพวกเดอะเน็กซัสมาก่อกวน และฝังอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้แพ้ให้กับเคน ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ ซึ่งอันเดอร์เทเกอร์ได้แพ้ให้กับเคน ติดต่อกันถึง3ครั้งในศึกใหญ่ และแมตช์อันเดอร์เทเกอร์ได้รับอาการบาดเจ็บที่หัวไหล่

การเปิดตัวของอันเดอร์เทเกอร์ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27

ในรอว์ วันที่ 21 กุมภาพันธ์ อันเดอร์เทเกอร์ได้หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บ พร้อมกับ ทริปเปิล เอช ที่หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกัน ทั้งคู่ได้เผชิญหน้าและท้าทายกัน และทั้งคู่จะได้เจอกันเป็นครั้งที่2 ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 27 ซึ่งเป็นการเจอกันอีกครั้งในรอบ 10 ปี ของศึก เรสเซิลเมเนีย (ครั้งก่อนอันเดอร์เทเกอร์เอาชนะทริปเปิลเอชไปได้ในครั้งที่17) ในแมตช์ไม่มีกฎกติกา โดยมีสถิติไร้พ่าย 18-0 ของอันเดอร์เทเกอร์ เป็นเดิมพัน สุดท้าย ดิอันเดอร์เทเกอร์ ก็เป็นฝ่ายสามารถเอาชนะทริปเปิลเอช และสร้างสถิติเป็น 19-0 มาได้สำเร็จ หลังจากนั้นอันเดอร์เทเกอร์ต้องพักการปล้ำ[37]

อันเดอร์เทเกอร์กับเคนในรอว์ตอนที่ 1000

ในรอว์ 30 มกราคม 2012 อันเดอร์เทเกอร์ได้หายกลับมาจากอาการบาดเจ็บ โดยเผชิญหน้ากับทริปเปิลเอชอีกครั้ง ก่อนจะไปมองโลโก้เรสเซิลเมเนียและทำท่าเชือดคอ[38] ต่อมาอันเดอร์เทเกอร์ได้ขอท้าเจอกับทริปเปิลเอชอีกครั้ง ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28 ซึ่งเป็นการเจอกันครั้งที่3 ของทั้งคู่ในเรสเซิลเมเนีย (ครั้งแรกอันเดอร์เทเกอร์เอาชนะไปได้ในครั้งที่17 และครั้งที่2 เอาชนะไปได้ในครั้งที่27) ในรูปแบบเฮลอินเอเซล แมตช์ โดยมีสถิตไร้พ่าย 19-0 ของอันเดอร์เทเกอร์เป็นเดิมพัน และมีชอว์น ไมเคิลส์เป็นกรรมการพิเศษ[39] ในเรสเซิลเมเนีย วันที่ 1 เมษายน 2012 อันเดอร์เทเกอร์ออกมาด้วยทรงผมและชุดใหม่ อันเดอร์เทเกอร์สามารถล๊อค Hell's Gate 2 ครั้ง แต่ไม่สามารถเอาชนะทริปเปิลเอชได้ และ Tombstone Piledriver 1 ครั้ง ก็ไม่สามารถหยุดยั้งได้ อันเดอร์เทเกอร์ชนะทริปเปิลเอชอีกรอบด้วย Tombstone ครั้งที่2 และขยับสถิติขึ้นเป็น 20-0 หลังจากที่เขาสามารถอยู่รอดจากการโจมตีโดยเก้าอี้มากกว่า 15 ครั้ง การโจมตีด้วยค้อน 2ครั้ง Pedigree ได้ 2ครั้ง และ Sweet Chin Music จากชอว์น 1 ครั้ง หลังจากจบศึก ทั้ง3คนได้เดินออกจากเวทีด้วยกัน และได้รับการปรบมือมากกว่า 70,000 คน อันเดอร์เทเกอร์ได้พักจากการปล้ำหลังเรสเซิลเมเนีย ซึ่งรายงานบางแห่งรายงานว่า อันเดอร์เทเกอร์ได้รับการบาดเจ็บน้อยกว่าศึกก่อน และบาดเจ็บที่ไหล่ซ้ายค่อนข้างหนัก อันเดอร์เทเกอร์อาจจะกลับมาอีกครั้งในปี 2013 ก่อนศึกใหญ่ เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 ที่ นิวยอร์ก, รัฐนิวเจอร์ซีย์[40] ในรอว์ 1,000 เคนเปิดตัวออกมาปล้ำ แต่จินเดอร์ มาฮาลออกมาขัดจังหวะพร้อมด้วยเหล่าจ็อบเบอร์จะขึ้นไปรุมเคนแต่เสียงระฆังดังขึ้น อันเดอร์เทเกอร์ออกมาช่วยกันกับเคนถล่มบรรดานักมวยปล้ำ 6 คนจนหมด[41][42]

ในรอว์ วันที่ 4 มีนาคม 2013 เปิดรายการด้วยการกลับมาของอันเดอร์เทเกอร์ จากนั้นซีเอ็ม พังก์ออกมาประกาศว่าจะทำลายสถิติของอันเดอร์เทเกอร์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 แรนดี ออร์ตัน ออกมา และบอกว่า พังก์เคยแพ้ออร์ตันในเรสเซิลเมเนียมาแล้ว แถมยังไม่เคยเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ในเรสเซิลเมเนียด้วย ออร์ตันบอกว่าเมื่อ 8 ปีก่อนเขาเคยเจอกับอันเดอร์เทเกอร์มาแล้ว ตอนนั้นเขายังเป็นดาวรุ่ง และก็เกือบชนะได้ด้วย ตอนนี้ไม่ใช่ดาวรุ่งอีกต่อไปแล้ว และก็อยากจะเจอกับอันเดอร์เทเกอร์อีกครั้ง ออร์ตันถามแฟนๆ ในสนามว่าอยากเห็นใครเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ มากกว่ากัน พังก์? (คนดูโห่) ออร์ตัน? (คนดูเฮ) บิ๊กโชว์ออกมาอีกคน และบอกว่าเขาต่างหากที่จะน็อค อันเดอร์เทเกอร์ เชมัสออกมา บอกว่าเขาเป็นคนเดียวที่ไม่เคยเจอกับอันเดอร์เทเกอร์เลย ดังนั้นเขาจึงไม่เคยแพ้อันเดอร์เทเกอร์มาก่อน จึงเหมาะสมกว่าที่จะเจอกับอันเดอร์เทเกอร์ วิคกี เกอร์เรโร ออกมาจัดแมตช์ 4 เส้า พังก์, ออร์ตัน, บิ๊กโชว์ และเชมัส ผู้ชนะจะได้เจอกับอันเดอร์เทเกอร์ ในเรสเซิลเมเนีย สุดท้ายพังก์ก็เป็นฝ่ายชนะ และได้ไปเจอกับอันเดอร์เทเกอร์[43] วันต่อมาวันที่ 5 มีนาคม พอล แบเรอร์ อดีตผู้จัดการของอันเดอร์เทเกอร์และเคน ได้เสียชีวิตลง[44]ในรอว์ วันที่ 11 มีนาคม ได้มีการทำพิธีไว้อาลัยให้กับแบเรอร์ อันเดอร์เทเกอร์ออกมาไว้อาลัยกับกระปุกสถิตย์วิญญาณที่ตั้งอยู่กลางเวที แต่แล้วพังก์ก็ออกมารบกวน พังก์บอกว่าอยากจะออกมาแสดงความเสียใจกับความสูญเสียของอันเดอร์เทเกอร์ ซึ่งจะเสียสถิติในเรสเซิลเมเนีย กลายเป็น 20-1 เคนออกมาและจะจับพังก์โช๊คสแลมลงไปที่พื้นด้านล่าง แต่พังก์ดิ้นหลุดและหนีไปได้ คืนเดียวกัน เคนเอาชนะพังก์ไปได้ จากการช่วยเหลือของอันเดอร์เทเกอร์ หลังแมตช์ อันเดอร์เทเกอร์ออกมา แต่พังก์เอากระปุกวิญญาณมาทุบหัวเคนจากด้านหลัง ก่อนจะเอากระปุกหนีไปพร้อมกับทำท่าล้อเลียนอันเดอร์เทเกอร์[45][46] ในเรสเซิลเมเนีย อันเดอร์เทเกอร์เอาชนะพังก์ไปได้ และเพิ่มสถิตเป็น 21-0[47] ในรอว์คืนต่อมา 8 เมษายน อันเดอร์เทเกอร์ได้อุทิศชัยชนะในเรสเซิลเมเนียให้กับแบเรอร์ แต่เดอะชีลด์ ออกมารุมล้อมอันเดอร์เทเกอร์ แต่เคนกับแดเนียล ไบรอัน ออกมาช่วยอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้เดอะชีลด์หนีไป[48] ในรอว์ 8 เมษายน อันเดอร์เทเกอร์ได้จับคู่กับเคน และไบรอัน เจอกับเดอะชีลด์ สุดท้ายเดอะชีลด์ก็เอาชนะไป[49] ในสแมคดาวน์ 26 เมษายน อันเดอร์เทเกอร์ได้เอาชนะดีน แอมโบรส หนึ่งในสมาชิกกลุ่มเดอะชีลด์ไปได้ หลังแมตช์ได้ถูกเดอะชีลด์ลอบทำร้าย[50]

ในรอว์ 24 กุมภาพันธ์ 2014 บร็อก เลสเนอร์ กับ พอล เฮย์แมน ออกมาพร้อมกับสัญญาปล้ำเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 เฮย์แมนบอกว่าเลสเนอร์ควรจะได้ชิงแชมป์ WWE มากกว่า แต่โชคร้ายที่ทริปเปิลเอชให้ได้แค่ให้เลสเนอร์เลือกคู่ต่อสู้เอาเอง จะเป็นใครก็ได้ จะสร้างประวติศาสตร์อะไรก็สร้างไปเลย เฮย์แมนบอก ไม่รู้จะสร้างสถิติอะไรอีกแล้ว แชมป์ฟุตบอลมหาวิทยาลัยก็เป็นมาแล้ว แชมป์ WWE อายุน้อยสุดก็เป็นมาแล้ว ดังนั้นคงไม่มีใครจะให้ท้าทายได้อีก แต่อันเดอร์เทเกอร์ออกมาจ้องหน้าเลสเนอร์ จากนั้นก็จ้องไปที่สัญลักษณ์เรสเซิลเมเนีย เลสเนอร์เซ็นสัญญา แล้วก็เอาปากกายื่นให้อันเดอร์เทเกอร์ แต่อันเดอร์เทเกอร์เอาปากกาปักใส่มือเลสเนอร์ แล้วจับโชคสแลม ใส่โต๊ะจนพัง[51] ในเรสเซิลเมเนีย เลสเนอร์ได้หยุดสถิติอันยาวนานของอันเดอร์เทเกอร์ เป็น 21-1 ซึ่งทำให้คนดูช็อคทั้งสนาม[52][53] หลังจากจบแมตช์ อันเดอร์เทเกอร์ได้ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล เนื่องจากอาการบาดเจ็บ[54]

เบรย์ ไวแอ็ตต์ได้ท้าเจออันเดอร์เทเกอร์ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 31 และอันเดอร์เทเกอร์ได้ตอบรับคำท้า[55][56] และอันเดอร์เทเกอร์ก็เอาชนะไปได้[57] ในแบทเทิลกราวด์ (2015)อันเดอร์เทเกอร์ได้รีเทิร์นอีกครั้งโดยโผล่มาเล่นงานบร็อก เลสเนอร์เป็นการล้างแค้น ระหว่างการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWEกับเซท รอลลินส์[58] ในซัมเมอร์สแลม (2015)ได้รีแมตช์กับเลสเนอร์ตั้งแต่ในเรสเซิลเมเนีย 30 สุดท้ายอันเดอร์เทเกอร์เป็นฝ่ายชนะ และเป็นการเอาชนะเลสเนอร์ได้ครั้งแรก[59] ในเฮลอินเอเซล (2015) อันเดอร์เทเกอร์ได้รีแมตช์กับเลสเนอร์เป็นครั้งสุดท้าย ในเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ แต่ก็แพ้ให้เลสเนอร์ในที่สุด หลังแมตช์ได้ถูกไวแอ็ตต์แฟมิลีมารุมทำร้าย[60][61] ในรอว์ 9 พฤศจิกายน 2015 เดอะบราเทอส์ออฟเดสตรักชัน(อันเดอร์เทเกอร์และเคน)ได้กลับมารวมทีมกันอีกครั้ง โดยมาจัดการไวแอ็ตต์แฟมิลี[62] ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2015) เดอะบราเทอส์ออฟเดสตรักชันเอาชนะไวแอ็ตต์แฟมิลีไปได้[63]

ในรอว์ วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2016 วินซ์ แม็กแมนประกาศให้อันเดอร์เทเกอร์เจอกับเชน แม็กแมน ในเฮลอินเอเซลแมทช์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 32 โดยมีเงื่อนไขว่าถ้าเชนชนะจะได้คุมรอว์ และจะเป็นเรสเซิลเมเนียครั้งสุดท้ายของอันเดอร์เทเกอร์[64][65] แต่อันเดอร์เทเกอร์ก็เอาชนะเชนไปได้[66][67] อันเดอร์เทเกอร์ได้กลับมาอีกครั้งในสแมคดาวน์ไลฟ์ ตอนที่900[68]

ในรอยัลรัมเบิล (2017) อันเดอร์เทเกอร์ได้เข้าร่วมแมตช์รอยัลรัมเบิลเป็นลำดับที่29 แต่ถูกเหวี่ยงออกจากเวทีโดยโรแมน เรนส์[69][70][71] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 33ได้แพ้ให้กับเรนส์และเป็นการพ่ายแพ้ครั้งที่สองของอันเดอร์เทเกอร์ในเรสเซิลเมเนีย[72][73][74] หลังแมตช์ได้ถอดถุงมือ, ถอดเสื้อคลุม, และถอดหมวกวางทิ้งไว้บนเวทีก่อนจะเดินจากไป เหมือนจะบอกว่าเขารีไทร์แล้ว[75][76]

ใน Raw ครบรอบ 25 ปี 22 มกราคม 2018 อันเดอร์เทเกอร์ออกมาพูดบนเวทีถึงบรรดาคนที่ถูกเขาฝังไปตลอด 25 ปี มันถึงเวลาแล้วที่คนพวกนั้นจะไปสู่สุขติ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 34อันเดอร์เทเกอร์ได้กลับมาขึ้นปล้ำเป็นแมตช์แรกโดยชนะจอห์น ซีนาไปในเวลาไม่ถึง 3 นาที[77] ในเกรเทสต์ รอยัลรัมเบิลอีเวนต์พิเศษที่ประเทศซาอุดีอาระเบียอันเดอร์เทเกอร์ได้ขึ้นปล้ำในแมตช์จับใส่โลงศพชนะรูเซฟไปได้ ในซูเปอร์โชว์-ดาวน์อันเดอร์เทเกอร์แพ้ให้กับทริปเปิลเอชในการเจอกันแบบตัวต่อตัวครั้งสุดท้าย ในคราวน์ จูเอ็ลเทเกอร์และเคนแพ้ให้กับทริปเปิลเอชและชอว์น

ในซูเปอร์โชว์ดาวน์ (2019)ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย อันเดอร์เทเกอร์สามารถเอาชนะโกลด์เบิร์กไปได้ในการเจอกันครั้งแรก ในรอว์ 24 มิถุนายน 2019 อันเดอร์เทเกอร์ได้ปรากฏตัวออกมาช่วยโรแมน เรนส์จัดการทั้งเชน แม็กแมนและดรูว์ แม็กอินไทร์ก่อนจะมีการประกาศแมตช์แท็้กทีมระหว่างเทเกอร์และเรนส์เจอกับเชนและดรูว์ในศึกเอ็กซ์ตรีมรูลส์

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

เขาจบการศึกษาจาก Waltrip High School ในปี 1983 ซึ่งเขาเป็นสมาชิกของทีมงานบาสเกตบอล[78] Calaway ได้แต่งงานครั้งแรกกับภรรยาของเขา Jodi Lynn ในปี 1989 และพวกเขามีลูกชาย, Gunner, เกิดในปี 1993 ก่อนที่ในการสมรสสิ้นสุดวันที่ 1999 เขาแต่งงานกับภรรยาคนที่ 2 ของเขา ซาร่า ในเซนต์ปีเตอร์สเบิร์ก ฟลอริดา วันที่ 21 กรกฎาคม 2000 ทั้งคู่มีลูกสาวด้วยกันสองคนคือ Chasey (เกิดเมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2002) และ Gracie (เกิด 15 พฤษภาคม 2005) ปี 2007 เขาและซาร่าถูกหย่าร้างและเขาได้มีความสัมพันธ์กับเพื่อนนักมวยปล้ำ มิเชล แมคคูล และได้แต่งงานกันเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน 2010 ในฮูสตัน,เท็กซัส[79] ก่อนจะมีลูกกันสองคน[80][81]

ผลงานอื่น[แก้]

ภาพยนตร์[แก้]

ปี ภาพยนตร์ รับบทเป็น หมายเหตุ
1991 Suburban Commando Hutch
1999 Beyond the Mat Himself Documentary
2015 The Flintstones & WWE: Stone Age SmackDown! The Undertaker Voice

โทรทัศน์[แก้]

ปี เรื่อง รับบทเป็น หมายเหตุ
1994 Live! with Regis and Kathie Lee [82] The Undertaker
1999 Poltergeist: The Legacy Soul Chaser Demon 2 episodes
1999 Downtown The Undertaker Episode: "The Con"
1999 Celebrity Deathmatch The Undertaker Voice
Episode: "Halloween Episode I"
2001 America's Most Wanted [83] The Undertaker
2003 Jimmy Kimmel Live! [84] Himself
2015 The Tonight Show Starring Jimmy Fallon [85] The Undertaker


in:

Undertaker Week specials, American wrestlers, New Japan Pro Wrestling alumni,

and 19 more

The Undertaker[แก้]

English

EDIT THIS PAGE SHARE


General
Event history
Image gallery
Logos
Magazine covers
Merchandise
Toys

Mark William Calaway (March 24, 1965), better known by his ring name The Undertaker (sometimes simply Taker), is an American professional wrestler signed to WWE. He is the company's most tenured performer, and is the only remaining active competitor from the very first episode of WWE Raw in 1993. Calaway began his wrestling career with World Class Championship Wrestling (WCCW) in 1984. He joined World Championship Wrestling (WCW) as "Mean" Mark Callous in 1989. When WCW did not renew Calaway's contract in 1990, Calaway signed with the World Wrestling Federation. After debuting as Kane the Undertaker, the name was shortened to The Undertaker and he has remained with the company since.

The Undertaker has two contrasting personas: The Deadman, an undead, occult-like figure, which has consisted of many different versions, beginning with the Western mortician character in November 1990 and ending with the Satanic Ministry of Darkness leader in September 1999 before returning to The Deadman in March 2004 as a hybrid of all his previous incarnations. His other persona is The American Bad Ass, a biker which ran from May 2000 to November 2003. Because of his gimmicks, Undertaker has a number of specialty matches associated with him: the Casket match, the Buried Alive match, the Hell in a Cell and the Last Ride match. An important part of the character is his half-brother Kane, who was introduced in October 1997 and with whom he has both feuded and teamed as the Brothers of Destruction.

The Undertaker had an undefeated streak at WrestleMania of 21-0 before losing to Brock Lesnar at WrestleMania 30. His record at WrestleMania currently stands at 22-1. Among other accolades, Calaway is an eight-time World Champion having won the WWF/E Championship four-times, the World Heavyweight Champion three-times, as well as the USWA Unified World Heavyweight Championship one-time under the Master of Pain character. The Undertaker is also a seven-time World Tag Team champion: a six-time WWF Tag Team Champion and one-time WCW Tag Team Champion. The Undertaker was the winner of the 2007 Royal Rumble and became the first man to enter the annual event last and win. Calaway is also the only current WWE wrestler to have appeared on the first episode of its Raw program.

Career history[แก้]

Early career (1984–1990)[แก้]

Calaway made his debut in 1984 in the Dallas, Texas-based World Class Championship Wrestling (WCCW) under the ring name "Texas Red". He wrestled and lost his first match against Bruiser Brody. In 1988, after four years in the promotion, he left. After leaving WCCW, Mark joined the CWA (which became the USWA after Jerry Jarrett merged CWA with WCCW) and wrestled under several gimmicks. On April 1, 1989, he was booked to win his first professional wrestling title, the USWA Unified World Heavyweight Championship, defeating Jerry "The King" Lawler, under the stage name "The Master of Pain". While performing as the "The Punisher", Calaway won the WCWA Texas Heavyweight Championship on October 5, 1989 when Eric Embry forfeited the title.

His first mainstream exposure was in World Championship Wrestling (WCW). While there, he was known as "Mean" Mark Callous and wrestled as part of the Skyscrapers tag team along with "Dangerous" Dan Spivey managed by Teddy Long. During his time in the Skyscrapers, he and Spivey were involved in a feud with the Road Warriors, but Spivey left before the feud came to an end. Calaway then took on the guidance of Paul E. Dangerously and muscled his way through Brian Pillman and Johnny Ace. His most famous match in WCW was against Lex Luger for the NWA United States Heavyweight Championship at The Great American Bash 1990, which he lost when Luger pinned him after a clothesline. WCW declined to renew Calaway's contract, after losing his last match to Sting on September 1, 1990 at a house show. Calaway then briefly wrestled in New Japan Pro Wrestling as Punisher Dice Morgan and in October 1990, he signed with the World Wrestling Federation (WWF).

After leaving WCW, he briefly returned to the USWA to participate in a tournament to determine the new USWA Unified World Heavyweight champion; he defeated Bill Dundee in the first round, but lost to Jerry Lawler in the quarterfinals.

World Wrestling Federation/Entertainment[แก้]

Debut and WWF Championship (1990–1991)[แก้]

Calaway made his WWF debut as "Cain the Undertaker" at WWF Survivor Series on November 19, 1990. Approximately one minute into the match, Undertaker eliminated Koko B. Ware with his signature maneuver, the Tombstone Piledriver. He also eliminated Dusty Rhodes before being counted out. Shortly after Survivor Series, "Cain" was dropped from his name, and he was called simply The Undertaker. The appearance of Undertaker was modeled after a mortician from old Western movies, with the gimmick that he was impervious to pain and possessed supernatural powers, such as teleportation and manipulation of flames and lightning. It was at this time that the Undertaker switched managers from Brother Love to Paul Bearer.

He made his WrestleMania debut at WrestleMania VII, squashing "Superfly" Jimmy Snuka. The win was the first in his undefeated streak at the event. After a year of battles with the Ultimate Warrior in body bag matches, Randy Savage, and Hulk Hogan, he defeated Hogan to win his first WWF Championship at Survivor Series. WWF President Jack Tunney ordered a rematch for This Tuesday in Texas six days later, where Undertaker dropped the title back to Hogan.

Early feuds (1992–1995)[แก้]

After Undertaker's ally Jake "The Snake" Roberts lost a match to Randy Savage on the February 8, 1992 edition of Saturday Night's Main Event, Roberts tried to attack Savage's manager/wife Miss Elizabeth with a steel chair when the Undertaker stopped him, turning him face. The Undertaker defeated Roberts at WrestleMania VIII. He then feuded extensively with wrestlers managed by Harvey Wippleman throughout 1992 and 1993, most notably Kamala, whom he faced and defeated in the first televised coffin match in WWF history at Survivor Series, and Giant Gonzales, whom he defeated by disqualification at WrestleMania IX and by pinfall at SummerSlam. In November 1993, he challenged then-WWF Champion Yokozuna to a casket match at the Royal Rumble. At the Royal Rumble, Yokozuna sealed Undertaker in the casket with the assistance of several other heel wrestlers, winning the match. The Undertaker's "spirit" appeared from inside the casket on the video screen, warning that he would return. This began Undertaker's first hiatus. In reality, he had a back injury that was getting worse and needed time off.

After WrestleMania X, Ted DiBiase introduced the Undertaker back to the WWF. This Undertaker, however, played by Brian Lee, was dubbed "Underfaker" later on by the fans and led to the return of the original Undertaker (this time appearing as a zombie version of his original persona, and now wearing purple gloves and boot covers), and a battle at SummerSlam between the two, where the real Undertaker won the match after three Tombstone Piledrivers. At Survivor Series, Undertaker had a rematch against Yokozuna, once again in a casket match, with Chuck Norris as a special guest enforcer to keep anyone from interfering in the match. While King Kong Bundy and Bam Bam Bigelow distracted Norris, Irwin R. Schyster interfered in the match; despite this, the Undertaker won the match by delivering a running big boot to Yokozuna, which pushed Yokozuna into the casket, and then closed the lid.

Throughout most of 1995, the Undertaker feuded with members of Ted DiBiase's Million Dollar Corporation. At WrestleMania XI, while Undertaker was facing King Kong Bundy, Kama Mustafa stole the Undertaker's source of storyline power, the urn, and disrespected the Undertaker by melting it into a large gold necklace. As part of the angle, the two faced each other in a casket match at SummerSlam, which the Undertaker won. Several weeks later, Undertaker injured his orbital bone near his eye, forcing a period of absence for surgery, until his return at Survivor Series.

Lord of Darkness, Ministry of Darkness (1996–1999)[แก้]

The Undertaker returned at the 1995 Survivor Series, wearing a Phantom-like ghostly Grey upper facemask. At the Royal Rumble, the Undertaker was unmasked in a WWF Championship match against Bret Hart. Diesel interfered in the match to cost the Undertaker the championship, and one month later, while Diesel was facing Hart in a steel cage match, Undertaker came up from under the ring to drag Diesel underneath, allowing Hart the victory. This feud culminated in a match between the duo at WrestleMania XII, in which the Undertaker was victorious.

His next feud commenced the very next night, when Mankind made his debut, interfering in the Undertaker's match with Justin Hawk Bradshaw. For the next few months, Mankind ambushed and cost the Undertaker several matches. The Undertaker faced Mankind for the first time in a match at the King of the Ring, which Mankind won. The feud intensified, and they began taking their battles into crowds, backstage areas, and in the boiler rooms of different arenas. As a result, the first ever Boiler Room Brawl match was booked between the two at SummerSlam. During the match, when Undertaker reached for his urn, Paul Bearer hit him with it, turning on the Undertaker and allowing Mankind to "incapacitate" The Undertaker with the Mandible claw, giving him the win. After Bearer's betrayal, the Undertaker took his rivalry with Mankind to a new level, resulting in a Buried Alive match at In Your House: Buried Alive. Undertaker won the match after a Chokeslam into the open grave, but after interference from The Executioner, as well as the help of several other superstars, The Undertaker was ultimately "Buried Alive". As a result, a match was booked for the upcoming Survivor Series, again pitting The Undertaker against Mankind, with a unique stipulation. Hanging 20 ft above the ring was Paul Bearer, enclosed in a steel cage. If Undertaker won the match, he would be able to get his hands on Bearer. Even though Undertaker won the match, interference from The Executioner enabled Bearer to escape the Undertaker's clutches. The Undertaker then shifted feuds and briefly turned his attention to The Executioner, who had become a thorn in his side since his arrival. At In Your House: It's Time, the Undertaker defeated The Executioner in an Armageddon rules match. By the end of 1996, the Undertaker began a feud with Vader, culminating in a loss to Vader at the Royal Rumble after Bearer interfered on behalf of his new protégé. After this loss, the Undertaker's character began to focus his attention on the WWF Championship.

At WrestleMania 13, The Undertaker defeated Sycho Sid to win the WWF Championship for the second time in a No Disqualification match. After the event, Paul Bearer attempted to rejoin with the Undertaker, using the threat of revealing 'Taker's "biggest secret". In the storyline, Bearer announced that Undertaker was a murderer, who as a child had burned down the family funeral home business (where Bearer worked), killing his parents and his younger brother. Undertaker claimed there was no way for Bearer to have that information, but Paul announced that he was told this by Undertaker's brother Kane, who was still alive but horribly burned and scarred. Bearer raised Kane after the fire, having him institutionalized. Now, Kane was waiting for revenge after all these years. In defense, Undertaker responded that Kane, a pyromaniac, had been the one to set the fire and could not have possibly survived.

His next major storyline began at SummerSlam in 1997 when referee Shawn Michaels accidentally hit Undertaker with a steel chair shot meant for Bret Hart, costing the Undertaker his WWF Championship. Although the chair shot was accidental, Michaels taunted the Undertaker in the following weeks. The feud culminated at In Your House: Badd Blood, where the Undertaker challenged Michaels to the first ever Hell in a Cell match. During this match, Undertaker's storyline brother Kane made his debut, ripping off the door to the cell and giving Undertaker a Tombstone Piledriver, Undertaker's trademark finisher, allowing Michaels to pin him. As the angle progressed, Kane, with Paul Bearer, challenged the Undertaker to fights, but the Undertaker consistently refused to fight his brother. The Undertaker's final encounter with Michaels was in the return of the casket match at the Royal Rumble, where Kane cost the Undertaker the win by trapping him in the coffin, padlocking the casket lid, and setting it ablaze. The Undertaker, however, had disappeared when the casket lid was reopened. After a two-month hiatus, Undertaker returned to continue the angle and defeat Kane at WrestleMania XIV. The two had a rematch, the first ever Inferno match, one month later at In Your House: Unforgiven, where The Undertaker was booked to win by setting Kane's right arm on fire.

Undertaker's longtime feud with Mankind was renewed afterwards, when Mankind cost the Undertaker a number one contenders match against Kane. As a result, Undertaker and Mankind faced each other in a Hell in a Cell match at King of the Ring. During the match, Undertaker threw Mankind off the roof of the sixteen foot cell onto the Spanish announcers' table below, in what was a preplanned move. He later chokeslammed Mankind through the roof of the cell into the ring—which legitimately knocked Mick Foley (Mankind) unconscious—and finished the match by chokeslamming Mankind onto a pile of thumbtacks.

In July at Fully Loaded, Undertaker and Steve Austin were booked to defeat Kane and Mankind to win the WWF Tag Team Championship. Undertaker and Austin's reign as tag champions lasted for only two weeks, as Kane and Mankind regained the titles on an episode of Raw. Undertaker then became the number one contender for the WWF Championship at SummerSlam, now held by Austin. Shortly before SummerSlam, however, Undertaker revealed that he and Kane were working together as brothers. Despite this revelation, Undertaker told Kane that he did not want him to interfere in the match with Austin, and even though Undertaker lost the match, he handed Austin his belt back after the match in a show of respect. In September, the storyline continued, and Undertaker began to show heel characteristics, becoming a tweener, when he and Kane revealed the fact that they were in cahoots to rid Austin of his title for Vince McMahon. At Breakdown: In Your House, Undertaker and Kane were booked in a triple threat match with Austin for his WWF title; McMahon stated that the brothers were not allowed to pin each other. Undertaker and Kane pinned Austin simultaneously after a double chokeslam, so the title was vacated by McMahon. This led to a match at In Your House: Judgment Day between the two brothers for the title, with Stone Cold as the Special Guest Referee. Near the end of the match, Paul Bearer seemed about to assist Kane by handing him a steel chair to hit Undertaker with, but as Kane had his back turned, both Bearer and Undertaker hit Kane with the chair. Undertaker went for the pin, but Austin refused to count the fall, attacked the Undertaker, and counted out both brothers. Finally, Undertaker turned heel the next night on Raw is War for the first time in over six years, reconciling with Paul Bearer and claiming that he and Bearer would unleash their Ministry of Darkness on the World Wrestling Federation. As part of this new angle, he admitted that he had indeed set the fire that killed his parents, for which he had previously blamed Kane.

After Survivor Series, Undertaker returned his attention back to his previous feud with Austin for having costing him the title at Judgment Day, viciously hitting Austin in the head with a shovel during a title match with The Rock, returning the favor for what happened a month earlier. With this twist in the angle, McMahon scheduled a Buried Alive match between Undertaker and Austin in December 1998 at Rock Bottom: In Your House. In the weeks leading up to Rock Bottom, the Undertaker character became increasingly demonic and satanic, attempting to embalm Austin alive, trying to have Kane committed to a mental asylum, and having his druids chain Austin to his symbol and raising it high into the arena. Undertaker, however, lost the match after Kane interfered.

In January 1999, Undertaker returned, remaining a monster heel and forming the Ministry of Darkness, explaining that he was taking orders from a "Higher Power." Eventually, the Ministry merged with Shane McMahon's Corporation heel stable to form the Corporate Ministry. During this time, The Undertaker was booked to defeat Austin for his third WWF Championship at Over the Edge with help from Shane McMahon, the special referee. Two weeks later, it was revealed on Raw that Vince McMahon had been the Undertaker character's "Higher Power" all along. After Undertaker dropped the WWF title back to Austin one night after King of the Ring, and lost a First Blood match at Fully Loaded, his relationship with the McMahons dissolved and the Corporate Ministry disbanded.

Undertaker then began a storyline where he teamed with The Big Show in a tag team known as The UnHoly Alliance, which held the WWF Tag Team Championship twice. He was then scheduled to perform at Unforgiven, contending for the WWF Championship, but a groin injury knocked him out of action for the remainder of the year and part of the next. Onscreen, his absence was explained by The Undertaker quitting.

American Bad Ass/Big Evil (2000–2003)[แก้]

Undertaker was due to return to action for WrestleMania 2000, but a legitimate biceps injury in February 2000 delayed his return until May 2000. When he returned at Judgment Day, Undertaker's gimmick was dramatically modified in line with the WWF's change to a more realistic approach. His gimmick became that of an intimidating biker, known as the "American Bad Ass", and he began using the Last Ride Elevated Powerbomb as his finishing move, as opposed to the Tombstone Piledriver, which had become synonymous with the Undertaker over the years. Upon his return, his storyline called for him to take out all the members of the McMahon-Helmsley Faction, which quickly turned him face again. He also targeted their leader, WWF Champion Triple H. At King of the Ring, Undertaker teamed with The Rock and Kane to defeat the team of Triple H, Shane McMahon, and Vince McMahon. Afterwards, he was booked to team with Kane to contend for the WWF Tag Team Championship. They defeated Edge and Christian, earning the right to face them the following week for the tag titles, which Edge and Christian retained. Kane turned on The Undertaker by chokeslamming him twice on the August 14 episode of Raw. This led to another match between the two at SummerSlam, which ended in a no-contest as Kane ran from the ring area after The Undertaker removed Kane's mask.

Undertaker was then booked to challenge Kurt Angle for the WWF Championship at Survivor Series. Angle, however, defeated Undertaker following interference from Kurt's real life brother Eric Angle. Undertaker demanded and was awarded a spot in the Six-Man Hell in a Cell match for the WWF Championship at Armageddon. Undertaker did not win the match, but did perform a move where he threw Rikishi off the roof of the cell.

In 2001, Undertaker reunited with Kane as the Brothers of Destruction, challenging for the WWF Tag Team Championship once again. As part of the angle, they received a shot at the title at No Way Out, facing Edge and Christian and then-champions the Dudley Boyz in a Tables Match. The Brothers of Destruction dominated almost the entire match but were not the winners. Undertaker was then booked to defeat Triple H at WrestleMania X-Seven, where he improved his WrestleMania winning streak to 9-0. He and Kane continued a storyline that focused on Triple H, who formed a "surprise alliance" with WWF Champion Steve Austin. The Brothers of Destruction were granted an opportunity to face Triple H and Austin for their titles. After Undertaker and Kane acquired the WWF Tag Title from Edge and Christian, Triple H pinned Kane after attacking him with a sledgehammer at Backlash, where the Brothers of Destruction dropped the titles. With Kane injured, Undertaker feuded briefly Steve Austin for his WWF Championship, but at Judgment Day, Austin retained his title against the Undertaker.

As part of the 2001 The Invasion angle, The Undertaker's next nemesis was Diamond Dallas Page, who was obsessively following The Undertaker's wife Sara. At SummerSlam, WCW Tag Team Champions Undertaker and Kane defeated Page and his partner Chris Kanyon in a steel cage match to win the WWF Tag Team Championship. At Survivor Series, Undertaker began a storyline where he took on The Alliance's Steve Austin, Booker T, Rob Van Dam, Shane McMahon, and Kurt Angle while teaming up with Kane, the Rock, Chris Jericho, and The Big Show. Angle pinned the Undertaker due to interference by Austin. After the Alliance was defeated, The Undertaker turned heel once again by forcing commentator Jim Ross to kiss Vince McMahon's ass. This was the beginning of a new persona for the Undertaker, as he cut his long hair short and called himself "Big Evil". At Vengeance, the Undertaker was booked to defeat Van Dam to capture the WWF Hardcore Championship.

Undertaker's next angle began at the Royal Rumble in 2002 when Maven eliminated him by dropkicking him from behind. Subsequently, The Undertaker eliminated Maven in return and brutally assaulted him backstage. On an episode of SmackDown, The Rock mentioned The Undertaker's elimination at the Royal Rumble, angering The Undertaker. The Undertaker responded by costing The Rock the number one contendership for the WWF Undisputed Championship. The storyline continued when The Rock cost The Undertaker his match with Maven for the Hardcore Championship. The two faced off at No Way Out, where The Undertaker lost due to interference from Ric Flair. This began a storyline with Flair, who declined a challenge to wrestle Undertaker at WrestleMania X8, and, as a result, Undertaker assaulted his son David Flair. Flair eventually accepted the match after The Undertaker threatened to inflict the same punishment on Flair's daughter. A no disqualification stipulation was added to the match, and The Undertaker defeated Flair.

After the angle with Flair, Undertaker defeated Steve Austin at Backlash to win the number one contendership for the WWF Undisputed Championship. Later that night, his storyline called for him to help Hulk Hogan win his title match against the Undisputed Champion Triple H. The Undertaker was then booked to defeat Hogan for his fourth world championship at Judgment Day. Undertaker soon turned face after a ladder match with Jeff Hardy, whose hand he raised after the match as a sign of respect. Undertaker, however, dropped the title at Vengeance to The Rock in a Triple Threat match that also involved Kurt Angle. The Undertaker was then switched from Raw to SmackDown!, alongside former Raw talent Brock Lesnar, Chris Benoit, and Eddie Guerrero. Undertaker was booked to challenge Lesnar in a title match at Unforgiven that inevitably ended in a double-DQ. Their feud carried over to No Mercy in a Hell in a Cell match. Undertaker performed in the match with a legitimate broken hand and eventually lost to the champion.

Undertaker took a leave from wrestling after the Big Show threw him off the stage in Memphis, sparking a feud (in reality, he and his wife, Sara, were expecting their first child together). The Undertaker returned at the Royal Rumble in 2003. He immediately continued his feud with Big Show and defeated him via submission at No Way Out with a triangle choke. A-Train entered the angle by attempting to attack Undertaker after the match, but Nathan Jones came to his aid. The storyline resumed as Undertaker began to train Jones to wrestle, and the two were scheduled to fight Big Show and A-Train in a tag team match at WrestleMania XIX. Jones, however, was removed prior to the match, making it a handicap match, which Undertaker won with the help of Jones.

Over the remainder of the year, he was booked to have two WWE Championship opportunities. The first, on the September 4 SmackDown!, against Kurt Angle, ended in a no contest, due to interference from Brock Lesnar. The second, at No Mercy, was a Biker Chain match between Undertaker and Lesnar, which Lesnar won with the help of Vince McMahon. This resulted in a storyline feud with McMahon, culminating at Survivor Series where Undertaker lost a Buried Alive match against McMahon when Kane interfered. The Undertaker disappeared for some time following the match, with Kane claiming that he was "dead and buried forever."

Return of the Deadman (2004–2006)[แก้]

In the storyline leading up to WrestleMania XX, Kane was haunted by vignettes proclaiming an Undertaker return. The first was during the Royal Rumble when Undertaker's bells tolled, distracting Kane and allowing Booker T to eliminate him. At WrestleMania XX, the Undertaker, accompanied by Paul Bearer and in his "Deadman" persona, returned and defeated Kane. Three months later, Bearer was kidnapped by the Dudley Boyz at the direction of Paul Heyman, who then took "control" of Undertaker. The angle added a new twist at The Great American Bash where Undertaker was forced to fight a handicap match against the Dudleys, and if he lost, Heyman would bury Bearer in cement. The Undertaker won but buried Bearer anyway, explaining that Bearer was merely a liability now and that he had no use for him anymore. Fans were later told that Bearer was "seriously injured," but in reality, he was simply removed from WWE programming due to health reasons. The Undertaker also remained a face.

After defeating the Dudley Boyz, Undertaker began a new storyline feud by challenging then WWE Champion John "Bradshaw" Layfield (JBL) to a title match at SummerSlam, which Undertaker lost when he disqualified himself. At No Mercy, Undertaker and JBL were booked to compete in the first ever "Last Ride" match, although Undertaker lost after Heidenreich interfered. After a brief program with Heidenreich, Undertaker turned his focus to the WWE Championship once again. Along with Eddie Guerrero and Booker T, he challenged JBL to a championship rematch at Armageddon in a Fatal Four-Way, in which Undertaker was unsuccessful, again due to Heidenreich's interference. This led to a Casket match between Undertaker and Heidenreich at the Royal Rumble, where Undertaker sealed Heidenreich in a casket for the victory to end the storyline.

Soon afterward, Randy Orton challenged The Undertaker to a match at WrestleMania 21, in an angle where Orton claimed that he would end The Undertaker's WrestleMania winning streak. Even with help from his father "Cowboy" Bob Orton, Randy failed, and the Undertaker improved his WrestleMania record to 13-0. Following WrestleMania, Undertaker took a two-month hiatus from wrestling after the birth of his second daughter in late May 2005. He returned for the June 16 episode of SmackDown! but lost to JBL, thanks to interference from Randy Orton. After The Great American Bash, Undertaker became number one contender to the World Heavyweight Championship, a position that JBL felt he should have. As part of the feud, on the following SmackDown!, Undertaker lost a number one contender match against JBL, once again due to interference from Orton. With this, Undertaker resumed his feud with Orton. At SummerSlam, Orton defeated Undertaker in a WrestleMania rematch. The storyline intensified as the two taunted each other with caskets, leading to a casket match at No Mercy, in which Undertaker lost to Randy and his father "Cowboy" Bob Orton. After the match, the Ortons poured gasoline on the casket and set it afire. When the charred casket was opened, however, Undertaker had once again vanished. He returned at the Survivor Series, emerging from a burning casket. Undertaker returned to SmackDown! in early December to haunt Orton and set up a Hell in a Cell match at Armageddon. After winning the match, Calaway took a short hiatus from wrestling, presumably due to controversy associated with the match, as Bob Orton was diagnosed with hepatitis but was allowed to bleed during the match without Calaway knowing of his condition.

In early 2006 at the Royal Rumble, Undertaker returned during Kurt Angle's celebration of his world title defense against Mark Henry on a horse-drawn cart, signaling for a title shot. As part of their storyline feud, Undertaker lost his match with Angle at No Way Out after a thirty-minute bout. Undertaker cornered Angle after the match, and after a stare down, told Angle that he had his number and that he was not finished with him yet. The Undertaker had his No Way Out rematch for the World Heavyweight Championship against Angle on SmackDown! when Henry attacked Undertaker from behind, costing him the title. This began an angle between the duo, as Undertaker then challenged Henry to a Casket match at WrestleMania 22, and Henry, like Orton a year before him, vowed to end Undertaker's WrestleMania winning streak. Undertaker defeated Henry to become 14-0 at WrestleMania, keeping his storyline undefeated streak alive. During a rematch on the next edition of SmackDown!, The Great Khali made his debut and assaulted the Undertaker, signaling the end of one storyline and the beginning of a new one.

The Undertaker was not heard from until the May 5 edition of SmackDown!, as Theodore Long delivered a challenge from Undertaker to Khali for a match at Judgment Day. Undertaker was booked to cleanly lose to Khali, and he did not appear again until the July 4 edition of SmackDown! to accept Khali's challenge to a Punjabi Prison match at The Great American Bash. Khali, however, was removed from the match due to elevated liver enzymes and was replaced by ECW Champion The Big Show, over whom The Undertaker gained the victory. In the storyline, Teddy Long replaced Khali with Big Show as punishment for an attack on Undertaker shortly before the match. Khali was then challenged to a Last Man Standing match at SummerSlam after interfering in Undertaker's match with World Heavyweight Champion King Booker. Khali refused the challenge for SummerSlam, though Long made the match official for the August 18 episode of SmackDown! instead. Undertaker won the match by striking Khali with the steel stairs, delivering several chair shots, and finishing him with a chokeslam.

The Undertaker's next match was with WWE United States Champion Mr. Kennedy at No Mercy but was disqualified in the match after he hit Kennedy with the championship belt. On the November 3 edition of SmackDown!, Undertaker reunited with Kane to form the Brothers of Destruction for the first time in five years, defeating the reluctant opposition team of Mr. Kennedy and Montel Vontavious Porter, with whom Kane was feuding with at the time. As part of the angle, Kennedy defeated Undertaker in a First Blood match at Survivor Series after interference from MVP, but finally defeated Kennedy in a Last Ride match at Armageddon by delivering a chokeslam and Tombstone on the roof of the hearse, sticking him in the back, and driving the hearse out of the arena. The two continued to feud into 2007 as Kennedy cost Undertaker two World Heavyweight Championship opportunities for a championship match at the Royal Rumble.

World Heavyweight Champion / Pursuit of the World Heavyweight Championship (2007–2010)[แก้]

Undertaker won his first Royal Rumble match after Shawn Michaels attempted Sweet Chin Music, and Undertaker ducked and lifted Michaels over the top rope for the victory. He became the first man to enter the Rumble at number 30 and win the match. He then began an angle with Batista, whom he defeated at WrestleMania 23 to win his first World Heavyweight Championship. On the next SmackDown!, Batista entered the ring and declared that he wanted a rematch in the form of a Last Man Standing match at Backlash. The rematch ended in a draw when neither man was able to answer the ten-count after Batista speared Undertaker off the entrance stage, causing the steel pillars to fall on top of the two men, resulting in the Undertaker retaining the Championship. On the May 11 SmackDown! taping, Undertaker had a Steel Cage match with Batista that was booked to result in a draw when both men's feet touched the floor at the same time. After the match, Mark Henry returned and assaulted the defenseless Undertaker. Immediately after the assault, Edge cashed in his Money in the Bank title shot, and Undertaker dropped the World Heavyweight Championship to Edge. As Undertaker laid in the ring, druids appeared and carried him to the backstage area. In reality, Calaway had suffered an arm injury that required surgery, but WWE did not want to break the Undertaker's character by having him forfeit the title. During Calaway's rehabilitation, Henry squashed local jobbers and bragged about his assault on Undertaker, until vignettes began playing promoting Undertaker's return.

The Undertaker returned at Unforgiven, successfully defeating Henry with a Last Ride from the corner and again on SmackDown! two weeks later with a chokeslam. Batista and Undertaker re-ignited their storyline feud at Cyber Sunday where the fans chose guest referee Steve Austin, but Batista retained the world title after two Batista Bombs. They battled again inside Hell in a Cell at Survivor Series where Edge returned and interfered by giving Undertaker a con-chair-to and pulling an unconscious Batista on top of Undertaker for the pinfall to retain the World Heavyweight Championship. In response to this, Undertaker delivered a Tombstone piledriver to General Manager Vickie Guerrero, on the next SmackDown!, in storyline, sending her to the hospital. Returning Assistant-GM Theodore Long declared a Triple Threat match for the title at Armageddon. Edge won the match by pinning Batista, who had been given a Tombstone piledriver which was followed by Undertaker being hit with a chair while he attempted the pinfall.

At No Way Out 2008, Undertaker defeated Batista, Finlay, The Great Khali, Montel Vontavious Porter, and Big Daddy V in a SmackDown/ECW Elimination Chamber, to become the number one contender for Edge's World Heavyweight Championship at WrestleMania XXIV. He defeated Edge at WrestleMania with his gogoplata submission hold, to win his second World Heavyweight title and elevate his undefeated streak at WrestleMania to 16-0. In a WrestleMania rematch, The Undertaker defeated Edge once again at Backlash to retain the World Heavyweight Championship. The Undertaker battled Edge for the title at Judgment Day, which he won but could not keep the title because of the count out victory. The two faced each other again for the championship at One Night Stand in a Tables, Ladders, and Chairs match, which Undertaker lost. As a result of the storyline stipulation, Undertaker was banished from WWE.

On the July 25, 2008 episode of Friday Night SmackDown, Vickie Guerrero announced that Edge would face the Undertaker at SummerSlam in a Hell in a Cell match, which The Undertaker won. After the match The Undertaker chokeslammed Edge from the top of a ladder and through the ring canvas. Following this match, Guerrero tried to make a peace offering with the Undertaker on SmackDown by apologizing, but the Undertaker told her that he is not the forgiving kind. At Unforgiven, as the Undertaker approached the ring to "take Guerrero's soul" and take her in a casket, the Big Show, who appeared at first to aid the Undertaker, betrayed and assaulted him. As a result of this altercation, the Undertaker and Big Show faced each other in a match at No Mercy, where the Big Show knocked the Undertaker out with a punch to the back of Undertaker's head. At Cyber Sunday the Undertaker defeated the Big Show in a Last Man Standing match after applying Hell's Gate. The Undertaker then went on to defeat the Big Show at Survivor Series in a casket match.

John "Bradshaw" Layfield declared on the February 16 edition of Raw that he wanted to make history by defeating the Undertaker at WrestleMania XXV. However, Shawn Michaels, wanted to accomplish the same feat. The following week, Michaels defeated JBL to gain the opportunity to face the Undertaker at WrestleMania. However, SmackDown GM Vickie Guerrero announced Michaels had to defeat Kozlov to face the Undertaker. On the March 2 edition of Raw, Michaels defeated Kozlov and gained the opportunity to face Undertaker at WrestleMania. Before WrestleMania XXV, Michaels teamed with Undertaker to take down both JBL and Kozlov. After winning by planting the Sweet Chin Music and tagging in Undertaker when he was clearly winning, HBK then supposedly fled from the Undertaker backstage and emerged moments later when the Undertaker's back was turned and delivered Sweet Chin Music again. In the days leading up to WrestleMania XXV, HBK attempted to, in his words, "Get inside the head of the Undertaker" by visiting the graves of Undertaker's fallen foes in WrestleManias gone by and stopping at a grave marked 16-1. After explaining his view on the grave and what it represented, HBK superkicked the headstone into the grave and covered it with dirt. He finished his taunting by saying that the Undertaker's streak would "Rest...In...Peace...". The Undertaker was visibly less than pleased with the desecration of his sanctuary and targeted HBK over the following days. One night, after a match, HBK came out and confronted the Undertaker. After a long discussion, Shawn said that although he respected Undertaker, he didn't fear him. A black hearse pulled up to the outside of the RAW building one night and a casket was pulled out. The Undertaker's theme music was audible but HBK emerged from the coffin and said "You were expecting someone else?". Later on, HBK explained that the coffin wasn't for him but rather for the Undertaker's streak. The Undertaker emerged moments later to find the stage, which was made up to look like a funeral, devoid of HBK. Upset that HBK escaped him again, Undertaker destroyed everything but paused and approached the coffin and opened it but to his surprise, there was no HBK. He turned away from the coffin and HBK emerged and hit the Undertaker with Sweet Chin Music before leaving again. HBK's final act before WrestleMania XXV was a parody of Undertaker's entrance in which all that was associated with the Undertaker was white which represented good and pure things. HBK approached the ring and removed a white hat and instead of a scowl, a grin was upon the face of the Showstopper. Upon entering the ring, Shawn recited Genesis and compared him and the Undertaker to day and night, respectively. After his speech, Shawn's music played and he started to remove his clothes before the Undertaker grabbed him and attempted to punish him. Shawn escaped again while the Undertaker steamed in anger. Upon arrival to WrestleMania XXV, Undertaker and Shawn Michaels participated in a long overdue fight. After an extremely long match, the Undertaker emerged as the victor by using the Tombstone piledriver and pinning HBK, netting the Deadman victory #17. As a result of CM Punk winning the World Heavyweight Championship The Undertaker made his return to Summerslam 2009 Chokeslaming Cm Punk.  He would go on to defeat CM Punk for the World Heavyweight Championship at Hell in a Cell. He defeated Rey Mysterio, Batista and CM Punk again to retain his title at Bragging Rights. He defeated Chris Jericho with help from his brother, Kane.  He teamed with John Cena to defeat DX and Jerishow on the November 16, 2009 airing of Monday Night RAW, but turned on him right after the match. He defeated Jeri-Show to retain his World championship at Survivor Series, and retained it against Batista at TLC. Shawn Michaels challenged Undertaker to a Wrestlemania rematch at WrestleMania XXVI but declined.

He bested Rey Mysterio in a good match-up to hold on to the belt in a match where he was bleeding from the nose and mouth, but lost to Chris Jericho at the Elimination Chamber, due to Shawn Michaels interference. On the February 22, 2010 edition of RAW, Undertaker changed his decision about the Wrestlemania rematch against HBK and accepted the challenge, on the stipulation that if Shawn Michaels loses he loses his career.The match was later made into a no disqualification, no countout match as well. As WrestleMania, The Undertaker defeated Michaels in a "Streak vs. Career" match at WrestleMania XXVI, to extend his WrestleMania winning streak to 18–0 and force Michaels to retire. After the match, the Undertaker shook Michaels' hand as a sign of respect. On the April 19, 2010 edition of RAW, the Undertaker returned to face World Heavyweight Champion Jack Swagger, who had issued an open challenge moments before. Despite being dominated for a portion of the match, the Undertaker defeated Swagger with a Tombstone Piledriver. Undertaker had an official return to Smackdown on 25 May (Aired on the 28th May) and faced Rey Mysterio to qualify for the World Championship match at Fatal 4 Way. Undertaker defeated Rey Mysterio with a Tombstone Piledriver. On 1 June (Aired 4 June) it had been confirmed Undertaker had been brutally attacked by an unknown assailant over the weekend and is unable to compete for Fatal 4 Way. Rey Mysterio won a battle royal to replace Undertaker's spot in Fatal 4 Way.

After a four-month absence, The Undertaker returned at SummerSlam in August by attacking CM Punk, who had just won the World Heavyweight Championship from Jeff Hardy in a Tables, Ladders, and Chairs match. At Breaking Point, The Undertaker faced Punk in a submission match. The Undertaker had originally won the match with his Hell's Gate submission hold, but the match was restarted by SmackDown General Manager Theodore Long, who ruled that the ban placed on the move by Vickie Guerrero was still in effect. Punk went on to win the match with his Anaconda Vise when referee Scott Armstrong called for the bell, despite Undertaker never submitting (reminiscent of the Montreal Screwjob, which took place in the same venue in 1997). On the September 25 episode of SmackDown, Theodore Long announced that the ban had now been officially lifted, after being released from a casket that The Undertaker had apparently placed him in. The feud between the two continued and at the Hell in a Cell pay-per-view, The Undertaker won the World Heavyweight Championship from Punk in a Hell in a Cell match. The Undertaker went on to successfully defend the title against CM Punk in a rematch on SmackDown, in a fatal four-way match at Bragging Rights, and in a triple threat match at Survivor Series. He faced Batista at TLC: Tables, Ladders & Chairs for the championship, and won when the match was restarted by Long, after Batista had originally won after utilising a low blow. He later retained the championship against Rey Mysterio at the Royal Rumble in January 2010.

At the Elimination Chamber pay-per-view, a pyrotechnics malfunction momentarily engulfed The Undertaker in flames during his ring entrance. He was able to continue with his scheduled match, with a burn on his chest that "looked like a bad sunburn" according to a WWE spokesman. He lost the World Heavyweight Championship to Chris Jericho after interference from Shawn Michaels. Like the Raw Champion who also lost his world title at the Elimination Chamber (Sheamus) Undertaker never used the rematch clause that would normally be given to him. The following night, on Raw, Michaels claimed that he cost The Undertaker his championship because he wanted to face The Undertaker at WrestleMania XXVI, but The Undertaker had previously turned down his offer of a match. The Undertaker agreed to the match on the condition that Michaels' career was on the line. The match was later made into a no disqualification, no countout match as well. At WrestleMania, The Undertaker defeated Michaels in a "Streak vs. Career" match at WrestleMania XXVI, to extend his WrestleMania winning streak to 18–0 and force Michaels to retire. After the match, the Undertaker shook Michaels' hand as a sign of respect.

After a hiatus (during which he appeared twice on Raw, defeating Jack Swagger and Edge), he returned to SmackDown on May 28, defeating Rey Mysterio to qualify for a spot in the Fatal 4-Way pay-per-view along with Big Show and CM Punk also vying for the World Heavyweight title held by Swagger (obtained by cashing in his Money in the Bank contract from the WrestleMania Money in the Bank ladder match on an injured Jericho). During the match, however, The Undertaker suffered a concussion, broken orbital bone and broken nose. He was visibly bleeding profusely on camera by the end of the match.

On the June 4, 2010 taping of SmackDown, it was reported that The Undertaker was found by his brother Kane to be "in a vegetative state" (kayfabe) over Memorial Day Weekend, thus unable to compete in the Fatal 4-Way. Rey Mysterio replaced the Undertaker in the match, by winning a Battle Royal including the whole SmackDown roster and went on to win the championship. At the Money in the Bank event, Kane cashed in his Money in the Bank contract (which he won the same night) against Mysterio, who just defended his title against Jack Swagger, and became the new World Heavyweight Champion. Meanwhile, Kane accused various superstars of being the culprits behind his brother's assault, including the Straight Edge Society and Jack Swagger. Eventually, Kane declared that Mysterio was the culprit. On the August 6, 2010 episode of SmackDown, however, Rey Mysterio declared himself innocent before claiming that Kane himself was the perpetrator behind the assault on the Undertaker. Following this accusation, Kane became visibly upset, falling to his knees and repeatedly saying to himself, "I love my brother".

At SummerSlam, the Undertaker returned to confront Kane and Rey Mysterio, only to be overpowered and tombstoned by Kane, who was revealed to be the Undertaker's attacker. This was the third year in a row that the Undertaker made a return at the Summerslam event. On the September 3 edition of Smackdown, Kane challenged The Undertaker to a match at Night of Champions for the World Heavyweight Championship. Kane said that the Undertaker was weaker than his former self and that Kane would finish him off. At Night of Champions, the Undertaker was indeed defeated by Kane who retained the World Heavyweight Championship by delivering a Tombstone to Undertaker in a No Holds Barred match. On the September 24 episode of Smackdown, after Kane issued a challenge to his brother to a Hell in a Cell match at the pay-per-view event with the same name, a casket was rolled to the ring at the end of Smackdown and Paul Bearer emerged and was revealed to have reunited with Undertaker and looked on as Undertaker assaulted his brother. Undertaker went on to face Kane at Hell in a Cell, but was defeated when Paul Bearer turned on Undertaker and helped Kane retain the World Heavyweight Championship. On the October 15 episode of SmackDown, Undertaker accepted the challenge by Kane for a Buried Alive match at Bragging Rights 2010 for the World Heavyweight Championship, but ended up losing after he was attacked by The Nexus. After the match the gravesite was struck by lightning and his symbol appeared on the grave.

It was reported a few weeks before Bragging Rights that The Undertaker was suffering from injured shoulder, when the injury first happened a few months ago and it became apparent that The Undertaker had torn his rotator cuff in the shoulder, WWE planned for the Undertaker to lose a Buried Alive match against Kane at Survivor Series and then rest up his shoulder after the event. When the pain got worse, the call was made to have the Buried Alive match take place at Bragging Rights and get the surgery over with. It has been reported that The Undertaker may not be back in the ring until early 2011.

Defending the Streak (2011–2014)[แก้]

After the 2011 Royal Rumble, promotional videos showing The Undertaker entering and standing within an old house began airing. Each promo would end with the date 2–21–11 being burned into the screen. On the February 21 episode of Raw The Undertaker returned; after his lengthy entrance but before he could speak, Triple H returned after an eleven-month absence and confronted The Undertaker. In a unique interaction involving no verbal or physical exchanges, the two stared each other down, performed their signature intimidation actions towards each other before Triple H set his eyes upon the WrestleMania XXVII marquee. The Undertaker responded by turning his attention toward the marquee as well. The Undertaker initially scoffed at Triple H's apparent challenge but later accepted. The match was later announced as a No Holds Barred match on WWE's website. At WrestleMania XXVII, after surviving three Pedigrees and a Tombstone Piledriver, Undertaker forced Triple H to tap out to Hell's Gate, extending his streak to 19–0. Following the match, The Undertaker was carried away from the ring on a stretcher.

On the January 30, 2012 episode of Raw, The Undertaker returned after a ten-month hiatus to confront Triple H. The two men stared at each other before Undertaker set his attention on the WrestleMania XXVIII marquee. Triple H responded by patting Undertaker on the shoulder before exiting the ring. On February 13, after Triple H refused the Undertaker's challenge for a Wrestlemania rematch, an Undertaker video appeared on the TitanTron. The video featured the Undertaker cutting his own hair with a straight razor before declaring vengeance would be his. After the Undertaker accused Triple H of living in the shadow of Shawn Michaels on the February 20 episode of Raw, Triple H accepted the challenge on the condition that it be a Hell in a Cell match; Michaels was later inserted as referee in the match. On April 1 at WrestleMania, The Undertaker defeated Triple H to extend his streak to 20-0. After the match, The Undertaker and Michaels carried Triple H to the entrance stage, where the three embraced. The Undertaker was not seen in any WWE live event thereafter.

The Undertaker made an appearance on the 1000th episode of Raw on July 23 to help Kane, who had been confronted by Jinder Mahal, Curt Hawkins, Tyler Reks, Hunico, Camacho and Drew McIntyre. The six attacked Undertaker and Kane, but were overpowered by the latter regardless of being outnumbered. Kane and Undertaker delivered two simultaneous Chokeslams, followed by two simultaneous Tombstone Piledrivers to Hawkins and Hunico and cleared the ring. At RAW Goes Old School on the March 4 edition of Raw, the Undertaker set on a course to battle him in WrestleMania and eventually he faced CM Punk and won making it 21-0 at WrestleMania 29. After that he goes to Raw and Smackdown to face The Shield with the help of his brother, Kane and Daniel Bryan but gets a taste of their triple powerbomb.

On the February 24, 2014 episode of Raw, the Undertaker returned to confront Brock Lesnar and accepted his challenge for a match at WrestleMania XXX. After a long and "methodical" match, Lesnar defeated Undertaker by pinfall to end the streak. The Undertaker suffered a concussion during the match and was hospitalized afterwards.

Resurgence (2015–2017)[แก้]

In February 2015, Bray Wyatt began a series of cryptic promos which led to Fastlane, where Wyatt challenged Undertaker to a match at WrestleMania 31, which Undertaker accepted. At the event on March 29, Undertaker defeated Wyatt after two Tombstone Piledrivers.

At Battleground in July, Undertaker made his return by attacking Brock Lesnar as Lesnar was on the verge of defeating Seth Rollins during his WWE World Heavyweight Championship match, which caused the match to end in a disqualification win for Lesnar. The next night on Raw, Undertaker explained his actions as revenge not for Lesnar breaking the Streak, but rather the constant taunting he allowed Paul Heyman to engage in. Later that night, after Undertaker and Lesnar brawled throughout the arena and had to be separated, a rematch was scheduled for SummerSlam in August, where Undertaker defeated Lesnar in controversial fashion. Lesnar put Undertaker in a kimura lock and the timekeeper rang the bell after seeing the Undertaker supposedly indicating submission, but since the referee had not seen a submission and never stopped the match, the match continued. The confusion allowed Undertaker to surprise Lesnar with a low blow and apply Hell's Gate, in which Lesnar passed out. At Hell in a Cell, The Undertaker was defeated by Lesnar in a Hell in a Cell match after Lesnar hit him with a low blow and executed the third F-5 of the match.

While the crowd gave Undertaker an ovation after his loss to Lesnar, he was attacked and captured by The Wyatt Family (Bray Wyatt, Luke Harper, Erick Rowan and Braun Strowman), who carried him away from the ring. After ambushing and capturing Kane the next night on Raw, Wyatt explained that he had claimed their souls and stole their demonic powers. The Brothers of Destruction returned on the November 9 episode of Raw, and attacked The Wyatt Family, setting up a tag team match at Survivor Series, which honored Undertaker's 25 years in WWE. At the event on November 22, The Brothers of Destruction defeated Wyatt and Harper.

On the February 22, 2016 episode of Raw, Vince McMahon placed his son Shane McMahon, who returned to WWE for the first time since 2009, in a Hell in a Cell match at WrestleMania 32 against The Undertaker with the stipulation that had Shane won, he would have gained control of Raw. Vince later decided that should The Undertaker lose the match against Shane, it would be his final match of WrestleMania. After weeks of mind games and physical confrontations between the pair, Undertaker defeated Shane McMahon at WrestleMania 32 on April 3.

After going undrafted in the 2016 WWE draft, The Undertaker returned for SmackDown Live' s 900th episode on November 15, interrupting Edge's Cutting Edge segment, which featured the SmackDown Survivor Series team members as guests, to warn them not to lose against Team Raw at Survivor Series, with Team SmackDown winning the match.

High profile feuds (2017–present)[แก้]

The Undertaker made his return on the January 9, 2017 episode of Raw, where he announced his participation in the Royal Rumble match and said he was a free agent. The Undertaker appeared on the January 23 episode of Raw, confronting Brock Lesnar and Goldberg. During the Royal Rumble on January 29, The Undertaker entered at number 29, eliminating Goldberg, The Miz, Baron Corbin and Sami Zayn, before being eliminated by the number 30 entrant, Roman Reigns.

Undertaker would return on the March 6 episode of Raw after Braun Strowman called out Reigns, who came out to confront Undertaker after Strowman left the ring following a brief staredown with Undertaker, who performed a chokeslam on Reigns. This led to a No Holds Barred match between Undertaker and Reigns at WrestleMania 33 on April 2, where Undertaker lost to Reigns after five spears in his fourth WrestleMania main event. After the match, Undertaker left his gloves, coat and hat in the center of the ring before slowly making his exit, walking over to his wife Michelle McCool and kissing her, then walking up the ramp and performing his signature arm-raised pose as smoke surrounded him and he descended down into the ramp to the sound of his music. After he disappeared, the lights went out and his signature gong sounded off three times to end the show.

Undertaker took part in Raw 25 Years episode of Raw on January 22, 2018. This was his first post-WrestleMania 33 appearance since his loss to Roman Reigns. On the February 26 episode of Raw, determined to have a match at WrestleMania, John Cena challenged The Undertaker to a match at WrestleMania 34, but said that he was told that the match was impossible. Cena then went on to lose the WWE Championship six-pack challenge at Fastlane. With an unclear path to WrestleMania, Cena decided to put out another challenge to The Undertaker on the March 12 episode of Raw, stating that it was The Undertaker who was keeping the match from happening; should Undertaker accept, this would be their first singles encounter against each other since Raw Family Reunion episode of Raw on October 9, 2006. Undertaker finally appeared at WrestleMania, after Elias confronted Cena. Undertaker beat Cena in under three minutes.

Other media[แก้]

Calaway appeared in the 1991 film Suburban Commando. He also appeared on episodes of Poltergeist: The Legacy and Celebrity Deathmatch in 1999.

A number of spin-offs have covered The Undertaker's character. Undertaker comic. In 2005, Pocket Books released a novel, Journey into Darkness: An Unauthorized History of Kane, which dealt largely with Kane but also featured Undertaker as his brother, although they are not related in real life.

The Undertaker character was present in the Hindi movie Khiladiyon Ka Khiladi as a villain, played by Brian Lee (who played the 'fake Undertaker' in the WWF). He was dressed in the western mortician attire adopted by the Undertaker from 1990 to 1993, and used the Tombstone Piledriver as a finishing move in the film. On November 6, it was announced that the Undertaker will be in his own feature film that will focus on his origin and more about his powers. It will also star Calaway himself.

Personal life[แก้]

Calaway married his first wife, Jodi Lynn, in 1989. They had a son, Gunner Vincent (born 1993). The marriage ended in 1999. Calaway married his second wife, Sara, in St. Petersburg, Florida on July 21, 2000. In 2001, Sara made televised appearances with the WWE (then known as the WWF) as part of a feud between Calaway and Diamond Dallas Page, in which she was acknowledged as being Calaway's wife. The couple had two daughters together: Chasey (born November 21, 2002) and Gracie (born May 15, 2005). In 2007, he and Sara were divorced, and he became romantically linked to former wrestler Michelle McCool, whom he married on June 26, 2010 in Houston, Texas. The couple's first child, Kaia Faith Calaway, was born on August 29, 2012.

In the 1990s, Calaway started his own posse that consisted of fellow wrestlers Yokozuna, Savio Vega, Charles Wright, The Godwinns, and Rikishi. The faction was called The Bone Street Krew and each member had the initials of the faction tattooed onto themselves, with Undertaker's being prominently shown on his stomach.

Calaway invests in real estate with business partner Scott Everhart. Calaway and Everhart finished construction on a $2.7m building in Loveland, Colorado, called "The Calahart" (a portmanteau of their last names). Calaway and his ex-wife Sara established The Zeus Compton Calaway Save the Animals fund at the Texas A&M College of Veterinary Medicine & Biomedical Sciences to help pay for lifesaving treatments for large-breed dogs.

Boxing and MMA involvement[แก้]

Calaway is a boxing fan and carried the Flag of the United States while leading Team Pacquiao to the ring during the Pacquiao vs. Velázquez fight in 2005. He was also in attendance at the Lennox Lewis vs Mike Tyson fight in 2002.

Calaway is a mixed martial arts fan, he has been practicing Brazilian jiu-jitsu for a long time, earning a black belt in 2011 under Rolles Gracie, and has attended several Ultimate Fighting Championship (UFC) shows, including a show where Calaway verbally confronted then UFC fighter Brock Lesnar after Lesnar lost to Cain Velasquez. His striking gloves and Hell's Gate submission (a modified gogoplata) were also inspired by mixed martial arts. During a Calaway interview conducted by an internet show after UFC 121, Lesnar walked past him staring. Calaway answered Lesnar's stare by saying "You wanna do it?"

He was a close friend of actor Tony Longo and remains close friends with mixed martial artists Pat Miletich, Jeremy Horn, and Matt Hughes.

Filmography[แก้]

Film[แก้]

Year Title Role Notes
1991 Suburban Commando Hutch
1999 Beyond the Mat Himself Documentary
2015 The Flintstones & WWE: Stone Age Smackdown! The Undertaker Voice
2016 Scooby-Doo! and WWE: Curse of the Speed Demon The Undertaker Voice
2017 Surf's Up 2: WaveMania The Undertaker Voice

Television[แก้]

Year Title Role Notes
1999 Poltergeist: The Legacy Soul chaser demon Episodes: "Brothers Keeper" and "The Mephisto Strain"
1999 Downtown The Undertaker Episode: "The Con"
1999 Celebrity Deathmatch The Undertaker Episode: "Halloween Episode I"
2001 America's Most Wanted The Undertaker
2003 Jimmy Kimmel Live! Himself
2015 The Tonight Show Starring Jimmy Fallon The Undertaker

In wrestling[แก้]

  • Finishing moves
  • As The Undertaker
  • Chokeslam – 1990–present; usually used as a signature move
  • Triangle choke – 2003–2006; used rarely thereafter
  • Devil's Triangle/Hell's Gate (Modified gogoplata) – 2008–present
  • Last Ride (Elevated powerbomb, with theatrics) – 2000–2003; used as a signature move thereafter
  • Tombstone piledriver, most often followed by a "Rest in Peace" pin – 1990–present


  • As Mean Mark Callous
  • Callous Clutch/Iron Claw (One-handed clawhold) – used rarely as a signature move in WWF/WWE
  • Flatliner Fist (Heart punch) - used as a signature move in the WWF/WWE.
  • Heatseeking Missile (Ropewalk diving elbow drop)


  • Signature moves
  • Back body drop, as a counter to an oncoming opponent
  • Bearhug transitioned into a thrust spinebuster to the ring post
  • Big boot
  • Chokehold – 1990–1999; used rarely thereafter
  • Fujiwara armbar
  • Knee lift to the opponent's midsection
  • Multiple clothesline variations
    • Corner
    • Leaping flying
    • Rebound
  • Old School(Arm twist ropewalk chop) – adopted from Don Jardine
  • Over the top rope suicide dive
  • Reverse STO
  • Running DDT
  • Running elbow drop
  • Running leg drop, sometimes to an apron-hung opponent
  • Sidewalk slam
  • Snake Eyes, followed by a running big boot
  • Soup Bones (Several body hooks and punches to the midsection of a cornered opponent, often finished with a throat thrust)
  • TCB – Takin' Care of Business (Standing dragon sleeper)


Nicknames

  • "The Deadman"
  • "The Phenom"
  • "The Last Outlaw"
  • "The Demon from Death Valley"
  • "The Lord of Darkness"
  • "American Bad Ass"
  • "Deadman Inc."
  • "Big Evil"
  • "The Red Devil"
  • "The Man From The Dark Side"
  • "The Demon of Death Valley"
  • "The Conscience of the WWE"


  • Tag teams and stables

The Brothers of Destruction - with Kane

  • Nickname for Fans

"Creatures of the Night"

  • Theme music
  • "Miracle Man" by Ozzy Osbourne (NJPW)
  • "China White" by Scorpions (NWA/WCW)
  • "Funeral March" by Jim Johnston (WWF) (1990-1991)
  • "The Grim Reaper" by Jim Johnston (WWF) (1991-1994)
  • "Graveyard Symphony" by Jim Johnston (WWF) (1995-1998)
  • "Dark Side" by Jim Johnston (WWE) (1998-1999)
  • "Ministry" by Jim Johnston (WWF) (1999)
  • "American Bad Ass" by Kid Rock (WWF) (2000)
  • "Rollin (Air Raid Vehicle)" by Limp Bizkit (WWF/E) (2000-2002)
  • "Dead Man" by Jim Johnston (WWF) (2002)
  • "Big Evil" by Jim Johnston (WWF) (2002)
  • "You're Gonna Pay" by Jim Johnston (WWE) (2003)
  • "Rest in Peace" by Jim Johnston (WWE) (March 14, 2004 - February 21, 2011, January 30, 2012 - Present)
  • "Ain't No Grave" by Johnny Cash (WWE) (March 7, 2011 - April 3, 2011)


ผลงานแชมป์และความสำเร็จ[แก้]

สถิติในเรสเซิลเมเนีย[แก้]

สถิติแพ้-ชนะของอันเดอร์เทเกอร์ในเรสเซิลเมเนีย[97]
ผล สถิติ คู่ต่อสู้ วันที่ เวลา สถานที่ หมายเหตุ
Win 1-0 Jimmy Snuka มีนาคม 24, 1991
WrestleMania VII
4:20
Pinfall
Los Angeles Memorial Sports Arena
Los Angeles, California
Win 2-0 Jake Roberts เมษายน 5, 1992
WrestleMania VIII
6:36
Pinfall
Hoosier Dome
Indianapolis, Indiana
Win 3–0
Giant González เมษายน 4, 1993
WrestleMania IX
7:33
Disqualification
Caesars Palace
Las Vegas, Nevada
Win 4–0 King Kong Bundy เมษายน 2, 1995
WrestleMania XI
6:36
Pinfall
Hartford Civic Center
Hartford, Connecticut
Win 5–0
Diesel มีนาคม 31, 1996
WrestleMania XII
16:46
Pinfall
Arrowhead Pond
Anaheim, California
Win 6–0 Sycho Sid มีนาคม 23, 1997
WrestleMania 13
21:19
Pinfall
Rosemont Horizon
Rosemont, Illinois
ชิงแชมป์ WWF Championship
Win 7–0 Kane มีนาคม 29, 1998
WrestleMania XIV
16:58
Pinfall
Fleet Center
Boston, Massachusetts
Win 8–0 Big Bossman มีนาคม 28, 1999
WrestleMania XV
9:46
Pinfall
First Union Center
Philadelphia, Pennsylvania
กติกา Hell in a Cell match
Win 9–0 Triple H เมษายน 1, 2001
WrestleMania X-Seven
18:17
Pinfall
Reliant Astrodome
Houston, Texas
Win 10–0 Ric Flair มีนาคม 17, 2002
WrestleMania X8
18:47
Pinfall
SkyDome
Toronto, Ontario, Canada
ไม่มีการปรับแพ้ฟาล์ว
Win 11–0 A-Train and Big Show มีนาคม 30, 2003
WrestleMania XIX
9:45
Pinfall
Safeco Field
Seattle, Washington
แฮนดิแคป 2 รุม 1
Win 12–0 Kane มีนาคม 14, 2004
WrestleMania XX
7:45
Pinfall
Madison Square Garden
New York City, New York
Win 13–0 Randy Orton เมษายน 3, 2005
WrestleMania 21
14:14
Pinfall
Staples Center
Los Angeles, California
Win 14–0 Mark Henry เมษายน 2, 2006
WrestleMania 22
9:26
Casket
Allstate Arena
Rosemont, Illinois
จับใส่โลงศพ
Win 15–0 Batista เมษายน 1, 2007
WrestleMania 23
15:47
Pinfall
Ford Field
Detroit, Michigan
ชิงแชมป์ World Heavyweight Championship
Win 16–0 Edge มีนาคม 30, 2008
WrestleMania XXIV
23:50
Submission
Citrus Bowl
Orlando, Florida
ชิงแชมป์ World Heavyweight Championship
Win 17–0 Shawn Michaels เมษายน 5, 2009
WrestleMania XXV
30:41
Pinfall
Reliant Stadium
Houston, Texas
Win 18–0 Shawn Michaels มีนาคม 28, 2010
WrestleMania XXVI
23:59
Pinfall
University of Phoenix Stadium
Glendale, Arizona
สถิติ vs อาชีพ
Win 19–0 Triple H เมษายน 3, 2011
WrestleMania XXVII
29:22
Submission
Georgia Dome
Atlanta, Georgia
ไม่มีกฏกติกา
Win 20–0 Triple H เมษายน 1, 2012
WrestleMania XXVIII
30:50
Pinfall
Sun Life Stadium
Miami Gardens, Florida
กติกา Hell in a Cell match โดยมี Shawn Michaels เป็นกรรมการพิเศษ
Win 21–0 CM Punk เมษายน 7, 2013
WrestleMania 29
22:07
Pinfall
MetLife Stadium
East Rutherford, New Jersey
Loss 21–1 Brock Lesnar เมษายน 6, 2014
WrestleMania XXX
25:12
Pinfall
Mercedes-Benz Superdome
New Orleans, Louisiana
จบสถิติ
Win 22–1 Bray Wyatt มีนาคม 29, 2015
WrestleMania 31
15:12
Pinfall
Levi's Stadium
Santa Clara, California
[98]
Win 23–1 Shane McMahon เมษายน 3, 2016
WrestleMania 32
30:05
Pinfall
AT&T Stadium
Arlington, Texas
กติกา Hell in a Cell match
Loss 23–2 Roman Reigns เมษายน 2, 2017
WrestleMania 33
24:58
Pinfall
Camping World Stadium
Orlando, Florida
ไม่มีกฏกติกา
Win 24-2 John Cena เมษายน 8, 2018
WrestleMania 34
2:46
Pinfall
Mercedes-Benz Superdome
New Orleans, Louisiana

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 1.4 1.5 1.6 1.7 "Undertaker". Cagematch.net. สืบค้นเมื่อ 22 February 2013.
  2. 2.0 2.1 2.2 "Wrestler Profiles: the Undertaker". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ December 9, 2007.
  3. "{{{title}}}". WWF Superstars of Wrestling.
  4. "Mean Mark Vs Road Warrior Animal". WCW/NWA Power Hour.
  5. 5.0 5.1 5.2 5.3 "Undertaker bio". WWE. สืบค้นเมื่อ November 27, 2016.
  6. 6.0 6.1 "Bio". Accelerator. สืบค้นเมื่อ 2008-05-06.
  7. "Texas Birth Index, 1903-1997". "FamilySearch".
  8. "Hollywood Hulk Hogan".
  9. PWI Staff. 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling's historical cards" (p. 100–101).
  10. Hawkins, Matthew (August 2, 2013). "WWE 2K14 Phenom Edition includes The Undertaker as The American Badass". MTV News. สืบค้นเมื่อ September 7, 2016.
  11. "Undertaker's Wrestlemania streak playlist".
  12. 12.00 12.01 12.02 12.03 12.04 12.05 12.06 12.07 12.08 12.09 12.10 "WrestleMania Legacy". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-07-10.
  13. 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling’s historical cards" (p.98–99)
  14. "WrestleMania XV Results". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ March 21, 2013.
  15. McAvennie, Michael (2003). "WWE The Yearbook: 2003 Edition". Pocket Books. pp. 79–80.
  16. 16.0 16.1 Michael McAvennie (2003). "WWE The Yearbook: 2003 Edition". Pocket Books. pp. 80–81.
  17. 2007 Wrestling almanac & book of facts. "Wrestling’s historical cards" (p.115–116)
  18. "Raw-March 7, 2005 Results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2007-05-01.
  19. "SmackDown-December 2, 2005 Results". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2007-05-01.
  20. Dee, Louie (2007-01-28). "A Phenom-enal Rumble". World Wrestling Entertainment.com. สืบค้นเมื่อ 2007-08-23.
  21. Dee, Louie (2008-02-17). "No Way Out Match results". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2008-02-17.
  22. "SmackDown: A woman's scorn, a Deadman reborn". สืบค้นเมื่อ 2008-06-25.
  23. DiFino, Lennie (2008-08-17). "Unleashed in Hell". World Wrestling Entertainment. Archived from the original on 2008-08-22. สืบค้นเมื่อ 2008-08-18.
  24. "Undertaker def. Big Show (Casket Match)". World Wrestling Entertainment. November 23, 2008. สืบค้นเมื่อ May 5, 2012.
  25. "Undertaker def. Shawn Michaels". World Wrestling Entertainment. April 1, 2009. สืบค้นเมื่อ May 5, 2012.
  26. "CM Punk def. Jeff Hardy (New World Heavyweight Champion)". World Wrestling Entertainment. August 23, 2009. สืบค้นเมื่อ May 5, 2012.
  27. Tello, Craig (2009-09-13). "Hell's Gate-crasher". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2009-09-26.
  28. Sokol, Brian; Sokol, Chris (2009-10-05). "Title changes highlight Hell in a Cell". Slam Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2009-10-05.
  29. Kapur, Bob (2009-12-14). "New champs at strong WWE TLC show". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-02-01.
  30. Fritz, Brian (February 22, 2010). "the Undertaker Burned During Accident at Elimination Chamber". AOL Fanhouse. สืบค้นเมื่อ May 5, 2012.
  31. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (2010-02-22). "Batista, Jericho and Michaels capitalize on Elimination Chamber opportunities". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-02-24.
  32. Plummer, Dale (2010-02-22). "RAW: Finding a Jewel on the Road to Wrestlemania". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-04-01.
  33. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (2010-03-29). "Undertaker ends Shawn Michaels' career in thrilling rematch to cap off Wrestlemania XXVI". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-04-01.
  34. "WWE "Unnatural Phenom-enon"". Wwe.com. 2010-06-04. สืบค้นเมื่อ 2011-10-24.
  35. [1]
  36. Hillhouse, Dave (2010-09-25). "Smackdown: Kickin' it old school". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2010-10-04.
  37. "Results:the Undertaker def. Triple H (No Holds Barred Match)". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2011-04-05.
  38. Passero, Mitch (January 30, 2012). "the Undertaker returned with his sights set on Triple H". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2012.
  39. Passero, Mitch (January 30, 2012). "the Undertaker returned with his sights set on Triple H". WWE. สืบค้นเมื่อ January 30, 2012.
  40. "the Undertaker def. Triple H (Hell in a Cell Match with special referee Shawn Michaels)". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 2013-03-02.
  41. J., Cyril. "Raw 1,000 results". WWE. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012.
  42. J., Cyril. "Undertaker and Kane fight off their attackers and stand tall: Raw, July 23, 2012". WWE. สืบค้นเมื่อ July 23, 2012.
  43. "the Undertaker rises again and CM Punk punches his WrestleMania ticket". WWE.com. 2012-03-04. สืบค้นเมื่อ 2013-03-05.
  44. "WWE goes into overtime: Raw, March 11, 2013". WWE.com. 2013-03-11. สืบค้นเมื่อ 2013-03-20.
  45. "CM Punk interrupts Undertaker's tribute to Paul Bearer: Raw, March 11, 2013". WWE.com. 2012-03-11. สืบค้นเมื่อ 2013-03-20.
  46. "CM Punk taunts the Undertaker with Paul Bearer's urn: RAW, March 18, 2013". WWE.com. 2012-03-18. สืบค้นเมื่อ 2013-03-20.
  47. http://www.wwe.com/shows/wrestlemania/29/wrestlemania-29-results-26104708
  48. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WM29 fall-out, new World Champ, no Rock, Taker live, crowd takes over".
  49. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/22 (Second Hour): Shield vs. The Undertaker six-man tag match, Ryder squashed".
  50. "PARKS' WWE SMACKDOWN REPORT 4/26: Complete coverage of the loaded Friday night show, including Undertaker vs. Ambrose, Henry vs. Orton".
  51. Tylwalk, Nick. "Raw: Longer matches and a dramatic return in Green Bay". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 25 February 2014.
  52. Murphy, Ryan (6 April 2014). "Brock Lesnar def. The Undertaker". WWE Official Website. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014.
  53. Hooton, Christopher (7 April 2014). "Undertaker's streak ends at WrestleMania 30: Does Brock Lesnar loss spell retirement for the Dead Man?". The Independent. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014.
  54. Butterly, Amelia (8 April 2014). "WWE WrestleMania star The Undertaker has head injury". BBC. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014.
  55. Caldwell, James (February 22, 2015). "CALDWELL'S WWE FAST LANE PPV RESULTS 2/22: Complete "virtual-time" coverage of Bryan vs. Reigns, Cena vs. Rusev, Sting-Hunter confrontation, final PPV before WM31". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ February 22, 2015.
  56. Caldwell, James (March 9, 2015). "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/9: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Lesnar appears, Orton strikes, Taker "responds" to Bray, Sting "speaks," latest WM31 hype, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 9, 2015.
  57. Caldwell, James (March 29, 2015). "CALDWELL'S WM31 PPV RESULTS 3/29: Complete "virtual-time" coverage of WWE World Title match, Taker's return, Sting vs. Triple H, Cena vs. Rusev, Rock/UFC surprise, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 29, 2015.
  58. Caldwell, James (July 19, 2015). "CALDWELL'S WWE BATTLEGROUND PPV REPORT 7/19: Complete "virtual-time" coverage of live PPV - Rollins vs. Lesnar, Cena vs. Owens III, Orton returns home, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ July 19, 2015.
  59. "The Undertaker vs. Brock Lesnar". WWE. สืบค้นเมื่อ August 18, 2015.
  60. Martin, Adam (October 25, 2015). "WWE Hell in a Cell PPV Results". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ October 25, 2015.
  61. Tedesco, Mike (October 26, 2015). "WWE RAW Results - 10/26/15". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ October 26, 2015.
  62. "The Undertaker and Demon Kane Return!". WWE.com. November 9, 2015. สืบค้นเมื่อ November 10, 2015.
  63. "WWE Survivor Series 2015 Results: The Brothers of Destruction defeated The Wyatt Family". November 22, 2015. สืบค้นเมื่อ November 23, 2015.
  64. Caldwell, James. "2/22 Raw News". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 22 April 2016.
  65. Caldwell, James. "3/21 WWE Raw Results – Caldwell's Complete Live Report". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ March 25, 2016.
  66. Caldwell, James. "4/3 WrestleMania 32 PPV Results – CALDWELL'S Complete Live Report on Main PPV". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 3, 2016.
  67. Buthia, Jimmy (18 April 2016). "WWE WrestleMania Revenge tour: Triple H to fight Dean Ambrose after The Undertaker pulls out". International Business Times. IBT Media. สืบค้นเมื่อ 6 June 2016.
  68. Martin, Adam (November 15, 2016). "WWE Smackdown Results – 11/15/16 (Live from Wilkes-Barre, 900th episode, The Undertaker and Edge return)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ November 15, 2016.
  69. Keller, Wade. "KELLER'S WWE MONDAY NIGHT RAW REPORT 1/9: Reigns vs. Owens & Jericho, Shawn Michaels, Foley's Performance Review, Undertaker "rumored" to appear". pwtorch.com. TDH Communications Inc. สืบค้นเมื่อ 9 January 2017.
  70. Keller, Wade. "KELLER'S WWE RAW REPORT 1/23: Final show before the Royal Rumble, Goldberg-Lesnar hype, Reigns confronted by Jericho & Owens". pwtorch.com. TDH Communications Inc. สืบค้นเมื่อ 23 January 2017.
  71. "Full 2017 Royal Rumble Match statistics: entrants, eliminations, times and more". WWE.com. January 30, 2017. สืบค้นเมื่อ January 30, 2017.
  72. Keller, Wade. "KELLER'S WWE RAW REPORT 3/6: Fallout from Fastlane including Jericho asking Owens for explanation for breaking up their friendship". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 6, 2017.
  73. Clapp, John (March 13, 2017). "The Undertaker vs. Roman Reigns". WWE. สืบค้นเมื่อ March 13, 2017.
  74. Burdick, Michael. "Roman Reigns def. The Undertaker". WWE. สืบค้นเมื่อ April 2, 2017.
  75. Powell, Jason. "Powell's WrestleMania 33 live review: Undertaker vs. Roman Reigns, Goldberg vs. Brock Lesnar for the WWE Universal Championship, AJ Styles vs. Shane McMahon, Seth Rollins vs. Triple H in an unsanctioned match". Pro Wreslting Dot Net. สืบค้นเมื่อ April 2, 2017.
  76. Astley, Lee (April 5, 2017). "END OF AN ERA, The Undertaker RETIRES and breaks character to hug wife Michelle McCool after brutal Wrestlemania 33 match against Roman Reigns". The Sun. London: News UK. สืบค้นเมื่อ April 5, 2017.
  77. "WrestleMania 34 Results – 4/8/18 (Reigns vs. Lesnar, Styles vs. Nakamura, Rousey)". Wrestleview. April 8, 2018. สืบค้นเมื่อ April 8, 2018.
  78. "Waltrip trivia page". Waltrip High School.
  79. Martin, Adam (June 29, 2010). "Report: WWE stars wed this past week". WrestleView. สืบค้นเมื่อ July 5, 2010.
  80. Mike Johnson. "Undertaker and McCool Announcement". PWInsider. สืบค้นเมื่อ August 2, 2012.
  81. "the Undertaker & Michelle McCool Welcome First Child Together". Wrestlingnewssource.com. December 20, 2012. สืบค้นเมื่อ February 23, 2013.
  82. https://www.youtube.com/watch?v=0_EgMsbpdc0
  83. https://www.youtube.com/watch?v=I1SfwWMZz3Y
  84. https://www.youtube.com/watch?v=uAN35n3mXzo
  85. https://www.youtube.com/watch?v=MFiRImul_d0
  86. 86.0 86.1 86.2 86.3 86.4 86.5 86.6 "PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated. Kappa Publishing Group. สืบค้นเมื่อ December 17, 2016.
  87. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 2002". The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ August 25, 2015.
  88. "Texas Heavyweight Title history". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ April 9, 2008.
  89. WWWF/WWF/WWE World Heavyweight Title history At wrestling-titles.com
  90. World Heavyweight Title (WWE Smackdown!) history At wrestling-titles.com
  91. WWF/WWE Hardcore Title history At wrestling-titles.com
  92. WWWF/WWF/WWE World Tag Team Title history At wrestling-titles.com
  93. WCW World Tag Team Title history At wrestling-titles.com
  94. 94.0 94.1 94.2 94.3 94.4 94.5 94.6 94.7 94.8 Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter. Campbell, CA: 1–40. ISSN 1083-9593.
  95. THE UNDERTAKER accepts 2000 Eyegore Horror Award with explosive arrival. March 8, 2013 – โดยทาง YouTube.
  96. "Eyegore Award".
  97. "WrestleMania Cards". www.profightdb.com/. The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ 24 December 2014.
  98. Melok, Bobby. "The Undertaker vs. Bray Wyatt". WWE. สืบค้นเมื่อ 10 March 2015.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]