ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์
Dolph Ziggler in April 2016.jpg
ชื่อเกิด Nicholas Theodore Nemeth
เกิด 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1980 (38 ปี)[1][2]
Cleveland, Ohio, United States[1][2]
พำนัก Phoenix, Arizona, United States[3]
การศึกษา Kent State University
ครอบครัว Ryan Nemeth (brother)
ประวัติมวยปล้ำอาชีพ
ชื่อบน
สังเวียน
Dolph Ziggler[4]
Nic Nemeth[1]
Nick Nemeth[1]
Nicky[1]
ส่วนสูง 6 ft  0  in (183 ซม.) (1.83 เมตร)[5]
น้ำหนัก 218 ปอนด์ (99 กก.)[5]
มาจาก Hollywood, Florida[5]
ฝึกหัดโดย Florida Championship Wrestling[1]
Lance Storm[6]
Ohio Valley Wrestling[1]
Steve Keirn[1]
Tom Prichard[1]
เปิดตัว พฤศจิกายน 2004[1]

นิโคลัส ทีโอดอร์ เนเมท (Nicholas Theodore Nemeth; 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1980)[1][2] นักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกันที่ปัจจุบันเซ็นสัญญากับWWEในนาม ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ (Dolph Ziggler) เป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท, แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล, แชมป์ยูเอส, แชมป์โลกแท็กทีม, แชมป์รอว์แท็กทีม WWE และมันนีอินเดอะแบงก์ (2012) นอกจากนี้ยังเป็นผู้เหลือรอดคนสุดท้ายในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ถึงสองครั้งในปี 2012 และ 2014

ชีวิตวัยเยาว์[แก้]

เขาเกิดในคลีฟแลนด์, รัฐโอไฮโอ เขาบอกว่าเขามีเชื้อสายฮังการี[7][8] เขาเข้าเรียนที่โรงเรียนมัธยมเซนต์เอ็ดเวิร์ดในเลกวูด, โอไฮโอ ซึ่งเขาเป็นนักมวยปล้ำสมัครเล่นและมีสถิติจับกด 82 ครั้งซึ่งมากที่สุดในอาชีพกับโรงเรียน[2] ที่เซนต์เอ็ดเวิร์ดเขาเป็นเพื่อนร่วมทีมกับ Gray Maynard และ Andy Hrovat[9] ในช่วงเวลาที่อยู่เซนต์เอ็ดเวิร์ด, ทีมมวยปล้ำชนะการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติสองครั้ง[10]

เขาเป็นนักมวยปล้ำวิทยาลัยที่มหาวิทยาลัยเคนต์สเตตซึ่งเขาได้รับการบันทึกสำหรับชัยชนะมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของทีม[2][11] ประวัติของเขาทำไปได้ในปี 2006; 2010 ขณะที่เขาได้รับชัยชนะอยู่สองครั้งในอาชีพที่เคนต์สเตต[11] ในอาชีพเป็นผู้ชนะ 121 ระหว่าง 2000 และ 2003[11][12]

เขาชนะการชิงแชมป์ในสามปีติดต่อกัน[13] เขาเป็นแชมป์ All-Mid-American Conference สามครั้ง ชนะการแข่งขัน 165 ปอนด์ (75 กก.) ในปี 2000, 2002 และ 2003 2010 ขณะที่เขาเป็นนักมวยปล้ำจากมหาวิทยาลัยเคนต์สเตตที่ได้รับสามรางวัลมวยปล้ำสมัครเล่น[10]

มวยปล้ำอาชีพ[แก้]

สมัยอยู่สปีริตสควอด
ในตอนรับบทเป็นแฟนวิกกี เกร์เรโร
ในตอนรับบทเป็นแฟนกับเอเจ ลีและมีบิ๊กอีเป็นบอดีการ์ด

เขาเริ่มต้นการปล้ำในสมาคมเล็กๆ ก่อนจะย้ายมายังโอไฮโอแวลลีย์เรสต์ลิง (OVW) ค่ายพัฒนาทักษะของ WWE ในช่วงปี 2004 ก่อนจะทำผลงานได้น่าประทับใจ และเปิดตัวในรอว์เป็นครั้งแรกด้วยการรับบทเป็นเด็กยกถุงกอล์ฟของชาโว เกร์เรโรที่ตอนนั้นพลิกบทมาเป็นเคร์วิน ไวท์ ทว่าบทบาทนี้ใช้ได้ไม่นานนักก็ต้องถูกยกเลิก เพราะการเสียชีวิตกระทันหันของเอ็ดดี เกร์เรโร ทำให้ชาโวต้องยกเลิกบทบาทนี้ทันที ก่อนที่เขาจะถูกส่งกลับ OVW ไปพลางๆ เพื่อหาบทบาทใหม่ให้ ในปี 2006 WWE ได้ตั้งกลุ่มเชียร์ลีดเดอร์จอมแสบที่นำโดยบรรดาดาวรุ่งของ OVW ในชื่อสปีริตสควอดและยังเป็นแชมป์โลกแท็กทีมร่วมกันทั้ง5คน[14] แต่ภายหลังเขาได้ให้สัมภาษณ์ว่าเป็นหนึ่งในกลุ่มมวยปล้ำที่ไร้สาระที่สุดและเป็นแผลใจของเขาเองไม่ใช่น้อยที่ต้องมาอยู่ในกลุ่มนี้ แถมเมื่อแยกกลุ่มออกไปก็ไม่มีใครโดดเด่นหรือโด่งดังเลย เขาจึงต้องกลับค่ายทักษะเพื่อหาบทบาทใหม่อีกครั้ง[15] จนกระทั่งได้บทบาทดาวรุ่งจอมแสบดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ ถึงจะเริ่มมีชื่อเสียงบ้าง แต่ก็ไม่วายเป็นจ็อบเบอร์ที่ไม่มีใครสนใจ เป็นช่วงเวลาไต่เต้าของเขาอย่างแท้จริง แม้ว่าจะมีบรรดารุ่นพี่หลายคนหนุนหลังก็ตาม แต่ชะตาของเขานั้นนับได้ว่าต้องปากกัดตีนถีบแบบจริงๆ จังๆ ซึ่งกว่าจะได้มีบทบาทจริงๆ ก็ล่อไปในปี 2008 ทีเดียว[4]

ในช่วงปี 2010 เส้นทางของเขาเป็นสิ่งที่น่าสนใจโดยการมีบทเป็นแฟนกับวิกกี เกร์เรโรและมีโอกาสคว้าแชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัลจากโคฟี คิงส์ตันได้สำเร็จ[16] หลังจากเสียแชมป์อินเตอร์ให้โคฟี คืนเดียวกันได้ชนะ 4 เส้าเป็นผู้ท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทกับเอดจ์[17] ในสแมคดาวน์ 18 กุมภาพันธ์วิกกีได้ประกาศไล่เอดจ์ออกและมอบแชมป์โลกให้ซิกก์เลอร์เป็นสมัยแรก แต่ทีโอดอร์ ลองได้จ้างเอดจ์กลับมา และให้ป้องกันแชมป์กับเอดจ์และเสียแชมป์ทันที หลังจากครองได้เพียงแค่ 11 นาที 23 วินาที[18] ก่อนจะโดนทีโอดอร์ ลองไล่ออก[19] ซิกก์เลอร์ได้ย้ายมาสังกัดรอว์[20] และได้แชมป์ยูเอสสมัยแรกจากโคฟีในแคปิเทล พูนิชเมนท์[21][22] ในทีแอลซี (2011)เสียแชมป์ให้แซค ไรเดอร์[23] ในรอยัลรัมเบิล (2012)ได้ชิงแชมป์แชมป์ WWEกับซีเอ็ม พังก์โดยมีจอห์น โลรีนายติสเป็นกรรมการพิเศษแต่ไม่ได้แชมป์ คืนเดียวกันได้ร่วมรอยัลรัมเบิลเป็นลำดับที่18 แต่ไม่ชนะ[24] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 28ได้ร่วมทีมของจอห์น โลรีนายติสเอาชนะทีมของทีโอดอร์ ลองได้แบบแท็กทีม 12 คน[25] ในโนเวย์เอาท์ (2012)ไม่สามารถคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากเชมัสได้[26] ซิกก์เลอร์ได้คว้ากระเป๋าสิทธิ์มันนีอินเดอะแบงก์ (2012)ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทเวลาไหนก็ได้เพียง 1 ครั้ง คืนเดียวกันจะใช้สิทธิ์กับเชมัส แต่ยังไม่ทันได้ใช้ก็โดนเชมัสถีบหน้าไปเต็มๆ[27] ต่อมาได้เปิดศึกกับคริส เจริโค[28] และมีแมตช์เจอกันในซัมเมอร์สแลม (2012)ซึ่งซิกก์เลอร์แพ้[29] ในรอว์คืนถัดมาซิกก์เลอร์สามารถชนะเจริโคไปได้ในการเดิมพันสัญญากับกระเป๋า MITB ส่งผลให้เจริโคถูกยกเลิกสัญญาออกจาก WWE[30]

ในทีแอลซี (2012)ชนะจอห์น ซีนาแบบไต่บันไดป้องกันกระเป๋า MITB ได้สำเร็จโดยความช่วยเหลือจากเอเจ ลี[31] หลังจากแยกทางกับวิกกีก็ได้รับบทเป็นแฟนใหม่ของเอเจโดยมีบิ๊กอีเป็นบอดี้การ์ด[32] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29จับคู่กับบิ๊กอีแพ้ชิงแชมป์แท็กทีมกับทีมเฮลโน(เคนและแดเนียล ไบรอัน)[33] ในรอว์คืนต่อมาซิกก์เลอร์ได้ใช้สิทธิ์กระเป๋าคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทสมัยที่2จากอัลเบร์โต เดล รีโอ[34] ก่อนเสียคืนในเพย์แบ็ค (2013)[35][36] จากนั้นซิกก์เลอร์ได้พลิกบทเป็นฝ่ายธรรมะสลับกับเดล รีโอที่เป็นฝ่ายอธรรม[37] และก็ตามราวีเดล รีโอตลอดทั้งเดือนจนได้รีแมตช์ชิงในมันนีอินเดอะแบงก์ (2013)แต่ระหว่างปล้ำเอเจขึ้นมาเอาเข็มขัดฟาดเดล รีโอบนเวที ทำให้ซิกก์เลอร์แพ้ฟาวล์ไม่ได้แชมป์[38] คืนต่อมาได้บอกเลิกกับเอเจก่อนขึ้นปล้ำชิงแชมป์กับเดล รีโออีกครั้ง แต่เอเจได้แอบสั่นระฆังทำให้เสียสมาธิจนแพ้ หลังแมตช์เอเจขึ้นมาทะเลาะกับซิกก์เลอร์บนเวทีแล้วบิ๊กอีก็เข้ามาอัดซิกก์เลอร์จากด้านหลังและใส่บิ๊กเอนดิ้ง เอเจจูบซิกก์เลอร์เป็นครั้งสุดท้ายก่อนเดินไปพร้อมกับบิ๊กอี[39] สัปดาห์ต่อมาได้มีแมตช์กับบิ๊กอี สู้กันได้ไม่นานเอเจก็ขึ้นมารัดคอซิกก์เลอร์จากนั้นก็ตบ ข่วน จิกผม แต่ซิกก์เลอร์ก็หนีไปได้[40] สัปดาห์ต่อมาก็ได้รีแมตช์กับบิ๊กอีโดยเคทลินออกมาเล่นงานเอเจจนหนีขึ้นเวที ซิกก์เลอร์พยายามเข้าไปห้ามจนเสียสมาธิแพ้[41] ในซัมเมอร์สแลม (2013)จับคู่เคทลินเอาชนะเอเจและบิ๊กอีแบบแท็กทีมผสมเป็นการจบเรื่องราว[42]

ในแบทเทิลกราวด์ (2014)ได้ร่วมแบทเทิลรอยัลชิงแชมป์อินเตอร์ แต่เป็นเดอะมิซที่ได้แชมป์โดยเหวี่ยงซิกก์เลอร์ออกคนสุดท้าย[43] ในซัมเมอร์สแลม (2014)คว้าแชมป์อินเตอร์จากมิซสมัย2[44] แต่ก็เสียคืนให้มิซในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2014)[45] และชิงคืนได้สมัย3เพียง1วัน[46] ก่อนเสียให้ลู้ก ฮาร์เปอร์[47] ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2014)ซิกก์เลอร์ได้นำทีมซีนาชนะทีมออธอริตีจากการช่วยเหลือของสติง ทำให้ออธอริตีหมดอำนาจลง[48] ในทีแอลซี (2014)ได้คว้าแชมป์อินเตอร์คืนจากฮาร์เปอร์สมัย4แบบไต่บันได[49] Rolling Stone ได้เสนอชื่อเขาในรางวัลนักมวยปล้ำแห่งปี 2014 ของ WWE[50] ในต้นปี 2015 เสียแชมป์ให้แบด นิวส์ บาร์เร็ตต์ท้ายรายการถูกออธอริตีที่กลับมาสั่งไล่ออก(ในบท)[51] ก่อนจะกลับมาจากการช่วยเหลือของซีนาและสติง[52] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 31ได้เข้าร่วมไต่บันไดชิงแชมป์อินเตอร์โดยแดเนียล ไบรอันได้แชมป์ไป[53] จากนั้นได้เปิดศึกกับเชมัส[54][55] เจอกันในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2015)ผู้แพ้ต้องจูบก้นผู้ชนะ ซึ่งซิกก์เลอร์เป็นฝ่ายชนะ[56] แต่เชมัสปฏิเสธที่จะจูบก้นก่อนจะเล่นงานซิกก์เลอร์และเอาหน้ามาจูบก้นตัวเอง[57] ก่อนแพ้เชมัสในเพย์แบ็ก (2015)[58] ต่อมาได้รับบทเป็นแฟนกับลานา เปิดศึกกับรูเซฟแฟนเก่าของลานา[59][60] และถูกรูเซฟทำร้ายจนเจ็บตามบทเพราะต้องไปถ่ายภาพยนตร์ของWWE Studiosเรื่อง 6:42[61] ในซัมเมอร์สแลม (2015)ได้เจอกับรูเซฟแต่จบด้วยการนับ10แพ้ทั้งคู่[62][63] ก่อนจะชนะในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2015)[64] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 32ได้ร่วมปล้ำไต่บันไดชิงแชมป์อินเตอร์แต่ไม่สำเร็จ[65]

19 กรกฎาคม 2016 ซิกก์เลอร์ได้ถูกดราฟท์ไปสแมคดาวน์[66] และได้ชนะ6เส้าคว้าสิทธิ์ชิงแชมป์ WWEกับดีน แอมโบรสในซัมเมอร์สแลม (2016)[67] แต่ไม่ได้แชมป์[68] จากนั้นก็เปิดศึกชิงแชมป์อินเตอร์กับเดอะมิซ[69][70] และคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่5ในโนเมอร์ซี (2016)พร้อมกับรักษาอาชีพที่เดิมพันไว้ได้[71] ซิกก์เลอร์ได้ท้าสตาร์ฝั่งรอว์ชิงแชมป์อินเตอร์ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2016) แต่ก็มาเสียคืนให้มิซซะก่อน[72] ในทีแอลซี (2016)ได้รีแมตช์ชิงกับมิซไม่สำเร็จและสิ้นสุดเรื่องราว[73] ต่อมาได้ชนะสี่เส้าไปชิงแชมป์ WWEกับเอเจ สไตส์[74] แต่ต้องเดิมพันสิทธิ์กับแบรอน คอร์บินซึ่งผลออกมาเป็นแพ้นับ10ทั้งคู่ก่อนที่ GM แดเนียล ไบรอันจะประกาศให้ชิงแบบสามเส้า[75] แต่ไม่ได้แชมป์[76] ปี 2017 ซิกก์เลอร์ได้เป็นอธรรมอีกครั้ง[77] ในเดือนสิงหาคม 2017 ซิกก์เลอร์ได้มากิมมิคใหม่โดยล้อเลียนการเปิดตัวนักมวยปล้ำคนอื่นๆ[78] ในแคลชออฟแชมเปียนส์ (2017)คว้าแชมป์ยูเอสได้สมัย2[79] 2วันถัดมาซิกก์เลอร์ออกมาพูดว่า หลายคนคิดว่าการที่เขาคว้าแชมป์ยูเอสได้เป็นเรื่องที่เหลือเชื่อ แต่พวกเขาไม่ได้มอง 12 ปีที่ผ่านมาของเขาเลยได้ทั้งยูเอส, อินเตอร์, เฮฟวี่เวท, MITB เขาพิสูจน์ตัวเองเรียบร้อยแล้ว แฟนๆไม่คู่ควรที่จะเห็นเขา ก่อนจะวางเข็มขัดทิ้งไว้บนเวที สัปดาห์ต่อมาไบรอันประกาศว่าซิกก์เลอร์นั้นสละแชมป์และจัดทัวร์นาเมนต์หาแชมป์ใหม่ ซิกก์เลอร์ได้เซอร์ไพรส์เข้าร่วมรอยัลรัมเบิล (2018)เป็นคนสุดท้ายคนที่30แต่ก็ไม่ชนะ[80] ในสแมคดาวน์ 13 กุมภาพันธ์ชนะแซมี เซย์นได้ร่วมชิงแชมป์ WWE แบบ6เส้าในฟาสต์เลน (2018)แต่ก็ไม่สำเร็จ[81]

16 เมษายน 2018 ซิกก์เลอร์ได้ย้ายมาสังกัดรอว์พร้อมเปิดตัวคู่แท็กทีมใหม่อย่างดรูว์ แม็กอินไทร์ในนาม The Show ต่อมาในรอว์ 18 มิถุนายน ซิกก์เลอร์ได้คว้าแชมป์อินเตอร์สมัยที่6จากการชนะเซท รอลลินส์ ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2018)ซิกก์เลอร์สามารถป้องกันแชมป์อินเตอร์กับรอลลินส์ได้ในกติกา Iron Man match ปล้ำ 30 นาทีเป็นคู่เอกของรายการ[82] ในซัมเมอร์สแลม (2018)เสียแชมป์คืนให้กับรอลลินส์[83] ไม่นานก็ได้คว้าแชมป์รอว์แท็กทีม WWEร่วมกับดรูว์โดยชนะ B-Team (โบ ดัลลัสและเคอร์ติส แอ็กเซล)[84] ก่อนเสียให้กับเซท รอลลินส์และดีน แอมโบรส ต่อมาได้แตกทีมกับดรูว์และเป็นฝ่ายธรรมะ

ผลงานอื่นๆ[แก้]

เขายังมีผลงานด้านแสดงและการร่วมรายการดังนี้[85][86][87][88][89]

Film
Year Title Role Notes
2015 Me Him Her N/A Film debut[89]
2016 Countdown Ray Thompson Direct-to-video[90]
2017 The Jetsons & WWE: Robo-WrestleMania! Himself
Television
Year Title Role Notes
2009 Deal or No Deal Guest Banker Special edition of "WWE Week"[85]
2010 Lopez Tonight Himself Episode 121[86]
2011 Silent Library Season 4, episode 62 "WWE Edition"[87]
2014–2017 Total Divas Guest (season 2–3 & 7)
Recurring (season 4–6): 20 episodes
2017 @midnight with Chris Hardwick Season 4, 6/22/2017[91]
2017 Adam Ruins Everything The Great Placeboni Season 4, episode 13 "Adam Ruins Spa Day"[92]
2018 Wild 'n Out[93] Guest
2018 Jeff Ross Presents: Roast Battle Guest[94]
2018 Miz & Mrs. Himself 2 episodes
Web Series
Year Title Role Notes
2011–2013 Z! True Long Island Story Himself 'Ask the Heel' segments[95][96]
2012–2014 WWE Download Host [88]
2013–2015 The JBL and Cole Show Himself Guest (Season 1), recurring (Season 2–5)
WWE Network Originals
Year Title Role Notes
2015 Unfiltered with Renee Young Himself Interview show with Renee Young
2015 Table for 3 Himself Three WWE Superstars share stories over dinner
2015–present Swerved Himself Hidden camera prank show
2016 WWE Ride Along Himself "Shipping Down From Boston"

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

Nemeth เป็นแฟนตัวยงของมวยปล้ำอาชีพมาตั้งแต่อายุ 5 ขวบเมื่อตอนที่เขาเข้าร่วมการแข่งขันมวยปล้ำที่สนามกีฬา Richfield Coliseum และเขาตัดสินใจที่จะกลายเป็นนักมวยปล้ำอาชีพตอนอายุ 12 ปีเขาได้เปิดเผยทางรายการ Art of Wrestling Podcast ของ Colt Cabana ที่เขาเลือกชื่อใน WWE ของเขา "Dolph" เพราะเป็นชื่อของคุณปู่ของเขาและเพื่อนของเขาแนะนำชื่อสกุล "Ziggler"

เขามีน้องชายสองคนชื่อไรอันยังเป็นนักมวยปล้ำอาชีพที่เคยทำงานร่วมกับ WWE และปล้ำใน NXT ภายใต้ชื่อ Briley Pierce[97] เขายังมีน้องชายอีกคนชื่อดอนัลด์ (ชื่อเล่น "ดอนนี"[98]) ถูกตัดสินจำคุก 15 ปีหลังจากที่สารภาพผิดกับการฆาตกรรมโดยไม่มีการจับกุมการลักพาตัวและการโจรกรรมบทบาทของเขาในการปล้นสะดมที่นำไปสู่การฆาตกรรมอดีตนาวิกโยธินในเดือนมกราคมปี 2016[99][100]

Nemeth จบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยเคนต์สเตตซึ่งเขาได้ศึกษาวิชารัฐศาสตร์กับผู้เยาว์ก่อนกฎหมาย[101] ก่อนที่จะมีการ Tryout กับ WWE เขาอาศัยอยู่ในฟินิกซ์แอริโซนาและได้รับการยอมรับจากโรงเรียนกฎหมายที่มหาวิทยาลัยแห่งรัฐแอริโซนาซึ่งเขาเข้าเรียนในภาคการศึกษาแรกของเขา[10][101]

เขาเป็นเพื่อนสนิทกับอดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาสปีริตสควอดโดยเฉพาะอย่างยิ่ง Michael Brendli กับคนที่เขาอาศัยอยู่ในฟลอริดาจนถึงปี 2008[102] ตั้งแต่นั้นมาเขาได้กลับไปพำนักอยู่ในฟินิกซ์[101]

เขาสามารถสื่อสารภาษามืออเมริกันได้อย่างคล่องแคล่ว[103]

แชมป์และรางวัล[แก้]

หมายเหตุ[แก้]

  1. Ziggler ในกิมมิค Nicky ป้องกันแชมป์ร่วมกับสมาชิก The Spirit Squad ภายใต้กฎ Freebird Rule

เกร็ดความรู้[แก้]

  • Dolph Ziggler ปัจจุบันอาศัยอยู่ที่ฟีนิกซ์, แอริโซนา แต่จริงๆ แล้วเขามาจากคลีฟแลนด์, โอไฮโอ รัฐเดียวกับ The Miz
  • ชื่อจริงของเขาคือ Nick Nemeth โดยนามสกุลของเขาเป็นภาษาฮังกาเรียนเพราะต้นตระกูลเขามาจากที่นั่น และนามสกุลเขาก็พ้องกับ ซิลาร์ด เนเม็ธ อดีตนักฟุตบอลทีมมิดเดิ้ลสเบรอ กับนักการเมืองฮังการีที่ชื่อเดียวกันอีกด้วย
  • ส่วนชื่อ Dolph Ziggler นั้น ชื่อหน้าเอามาจากชื่อปู่ทวดของเขา และนามสกุลเป็นไอเดียของเพื่อนเขาที่ตั้งให้
  • ชื่อนี้ถูกนักมวยปล้ำคนอื่นนำไปล้อเลียนในบท โดยล้อชื่อเขาเป็น Ziggles แปลว่า เรื่องตลก ส่วน Rusev เคยเอาสุนัขขึ้นมาบนเวทีและเรียกว่า Dog Ziggler
  • ตอนเรียนที่มหาวิทยาลัย Kent เขาเป็นนักมวยปล้ำสมัครเล่นของมหาวิทยาลัยและทำสถิติชนะมากที่สุด ปัจจุบันมีรุ่นน้องทำลายสถิติไปได้แล้ว 2 คนด้วยกัน
  • เขายังเคยเป็นแคดดี้ของ Kerwin White ซึ่งเป็นกิมมิคของ Chavo Guerrero ในขณะนั้นด้วย
  • จริงๆ แล้ว Ziggler พร้อมกับ Kenny เคยรับบทเป็น รปภ. ในช่วงการประกาศรางวัล Kurt Angle's Great American Award ในปี 2005 มาแล้ว โดยตอนนั้น JBL ได้รางวัลไป
  • หลังจบบทบาท Spirit Squad แล้ว Ziggler ถูกส่งกลับไปที่ OVW และย้ายไป FCW ในภายหลัง ตอนนั้นเขามีผู้จัดการในบทอยู่คนหนึ่งคือ Rob Terry ซึ่งในตอนหลัง Terry ไปปล้ำที่ TNA
  • ได้แชมป์โลกครั้งแรกตอนที่เขามีบทบาทเป็นคู่รักกับ Vickie Guerrero ซึ่งทำหน้าที่เป็น GM รักษาการณ์ของ SmackDown โดย Vickie สั่งปลดแชมป์จาก Edge และไล่ออก ก่อนจะยกแชมป์ให้ Ziggler ฟรีๆ แต่แล้ว Teddy Long ก็มีคำสั่งให้จ้าง Edge กลับมา ทำให้ Edge ชิงแชมป์กลับคืนไปได้ เท่ากับว่า Ziggler เป็นแชมป์เพียง 10 กว่านาทีเท่านั้น
  • เขาเป็นอดีต Spirit Squad คนเดียวที่ประสบความสำเร็จหลังแยกทีม โดยคนที่ใกล้เคียงที่สุดคือ Kenny ซึ่งในภายหลังได้กลับมาเปิดตัวใหม่ในชื่อ Kenny Dykstra แต่ก็โดนไล่ออกหลังจากนั้นไม่นาน
  • แม้ว่าจะเปิดศึกกันมานับครั้งไม่ถ้วนในบท แต่ในชีวิตจริงเขากับ The Miz เป็นเพื่อนกัน และมาจากรัฐเดียวกันด้วย
  • เนื้อเรื่องที่พัวพันกับ Lana, Summer Rae และ Rusev เมื่อปี 2015 ถูกยกให้เป็นเนื้อเรื่องที่ห่วยแตกที่สุดประจำปีโดยนิตยสาร Rolling Stone
  • เขาเคยเป็นอาจารย์ให้กับ Byron Saxton ใน NXT ซีซั่น 4 แต่สุดท้าย Saxton ก็โดนโหวตออก ก่อนจะมารับหน้าที่เป็นผู้บรรยายให้ WWE
  • Ric Flair เป็นแฟนตัวยงของ Ziggler และเดิมทีเขาก็มีไอเดียที่จะเป็นผู้จัดการให้กับ Ziggler และจะสืบทอดท่า Figure Four ให้ด้วย แต่ WWE ไม่เห็นด้วย และให้ Flair ไปสืบต่อท่าให้ The Miz แทน
  • เขายังมีน้องชายที่เป็นนักมวยปล้ำ โดยเคยเข้ามาฝึกกับ WWE ด้วย ใช้ชื่อว่า Briley Pierce ก่อนจะถูกไล่ออกไปในปี 2013
  • เคยคบกับ Nikki Bella ในชีวิตจริงอยู่พักหนึ่ง ก่อน Nikki จะคบกับ John Cena
  • เดิมทีเขาเคยคิดอยากจะเป็นนักกฎหมาย แต่พอได้เป็นนักมวยปล้ำแล้วเขาก็ยังอยากจะเป็นนักแสดงตลกด้วย

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.00 1.01 1.02 1.03 1.04 1.05 1.06 1.07 1.08 1.09 1.10 "Dolph Ziggler Profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 27, 2008.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 Milner, John M. (December 19, 2006). "Nick Nemeth". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ January 7, 2012.
  3. Benjamin Leatherman. "WWE Wrestler Dolph Ziggler on Living in Phoenix, His Ex-Girlfriend Amy Schumer's Movie – Phoenix New Times". Phoenix New Times.
  4. 4.0 4.1 Martin, Adam (September 16, 2008). "Dark match from Raw in Memphis, identity of wrestler, The Condemned". WrestleView. สืบค้นเมื่อ September 16, 2008.
  5. 5.0 5.1 5.2 "Dolph Ziggler". WWE. สืบค้นเมื่อ March 24, 2016.
  6. Storm, Lance. "Q and A". Storm Wrestling. สืบค้นเมื่อ May 4, 2011.
  7. "wwe in salzburg, austria! as close to the hungarian motherland as we get! but grammas from the south side of hollywood! quiet, russ!".
  8. Surname Németh
  9. "St. Ed's Wrestling State Placers" (PDF). St. Edward High School. สืบค้นเมื่อ December 26, 2011.
  10. 10.0 10.1 10.2 Herron, Gary (May 26, 2010). "WWE's Dolph Ziggler once planned on law career". Rio Rancho Observer. สืบค้นเมื่อ May 29, 2010.
  11. 11.0 11.1 11.2 2009–2010 Kent State University Wrestling Media Guide. Kent State University. 2009. p. 26.
  12. 12.0 12.1 Walsh, David (October 7, 2008). "Dolph Ziggler among WWE superstars scheduled for Sunday show". The Herald-Dispatch. สืบค้นเมื่อ January 6, 2010.
  13. "The 20 most impressive physiques in WWE history". WWE.
  14. 14.0 14.1 "History of the World Tag Team Championship – Spirit Squad". WWE. April 3, 2006. Archived from the original on March 29, 2008. สืบค้นเมื่อ August 9, 2008.
  15. 15.0 15.1 "August 16, 2008–Florida Championship Wrestling in Florida". Online World of Wrestling. August 16, 2008. สืบค้นเมื่อ January 6, 2010.
  16. Gerweck, Steve (July 29, 2010). "Spoilers: WWE Smackdown for August 6". WrestleView. สืบค้นเมื่อ July 29, 2010.
  17. Caldwell, James (January 5, 2011). "WWE News: Smackdown Spoilers – four big developments at Tuesday's TV taping for Friday's first episode of 2011". Pro Wrestling. สืบค้นเมื่อ January 5, 2011.
  18. Hillhouse, Dave (February 19, 2011). "Smackdown: 600 birthday smacks". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ February 20, 2011.
  19. Caldwell, James (February 18, 2011). "WWE News: Smackdown results – two new World Hvt. champions on the same night, Ziggler "fired," open slot at Chamber PPV". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ February 20, 2011.
  20. Plummer, Dale (2011-03-07). "Raw: Stone Cold stuns Cole's Wrestlemania plans". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 2011-03-08.
  21. 21.0 21.1 "Dolph Ziggler's First United States Championship". WWE. June 19, 2011. Archived from the original on June 3, 2012. สืบค้นเมื่อ June 20, 2011.
  22. Passero, Mitch (June 19, 2011). "Dolph Ziggler def. Kofi Kingston (New United States Champion)". WWE. สืบค้นเมื่อ January 7, 2012.
  23. Hillhouse, Dave (December 18, 2011). "TLC: The trouble with tables". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ December 19, 2011.
  24. Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (January 30, 2012). "The Great White takes a big bite out out of the 25th Royal Rumble". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ February 17, 2012.
  25. "Caldwell's WWE Raw Results 4/2: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw – WM28 fall-out, how will Cena respond to Rock loss?, two big title matches".
  26. Caldwell, James (June 17, 2012). "Caldwell's WWE No Way Out report 6/17: Ongoing "virtual time" coverage of live PPV – Cena vs. Show, potential "firings," who will A.J. choose?". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ June 23, 2012.
  27. 27.0 27.1 Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE MITB PPV REPORT 7/15: Complete "virtual time" coverage of live PPV – Punk vs. Bryan, Sheamus vs. Del Rio, two MITB matches". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 4, 2012.
  28. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/16: Complete "virtual-time" coverage of live Raw #998 – MITB PPV fall-out, Cena's announcement".
  29. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE SUMMERSLAM PPV REPORT 8/19: Complete "virtual time" coverage of live PPV – Lesnar vs. Triple H, Punk vs. Cena vs. Show". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 20, 2012.
  30. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 8/20: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – Punk-Cena, Lesnar opens show, Triple H "speculation," Jericho farewell".
  31. Styles, Irfan Nasir (December 16, 2012). "WWE.com: Dolph Ziggler def. John Cena (Ladder Match for the World Heavyweight Championship Money in the Bank contract)". WWE. สืบค้นเมื่อ December 16, 2012. Dolph Ziggler def. John Cena (Ladder Match for the World Heavyweight Championship Money in the Bank contract)
  32. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 12/17: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – The strangest show of the year concludes with the debut of a new monster heel; Ric Flair returns".
  33. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 29 PPV RESULTS: Complete "virtual-time" coverage of live PPV from MetLife Stadium – Rock-Cena II, Taker-Punk, Lesnar-Hunter, more".
  34. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WM29 fall-out, new World Champ, no Rock, Taker live, crowd takes over".
  35. Caldwell, James. "PAYBACK NEWS: RVD returning, WWE attempts memorable end to Cena vs. Ryback, Punk returns vs. Jericho, new World champ". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 18 June 2013.
  36. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE PAYBACK PPV RESULTS 6/16 (Hour 2): Punk vs. Jericho, New World Hvt. champion & double-turn". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 18 June 2013.
  37. "RAW NEWS: Lesnar returns to set up big feud, Henry retirement tease, Christian returns, Bryan injured?, Bryan & Hunter get heated, Stephanie-A.J., Smackdown match, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 18 June 2013. WWE confirmed multiple heel and face turns during Raw. New World Hvt. champion Alberto Del Rio opened the show in full heel mode, Dolph Ziggler was presented as a face, and C.M. Punk is officially returning as a face.
  38. "CALDWELL'S WWE MITB PPV RESULTS 7/14 (Hour 2): Ziggler vs. Del Rio for the World Title, Ryback vs. Jericho".
  39. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/15 (Hour 1): Immediate MITB fall-out, Ziggler vs. Del Rio re-match, Orton vs. Fandango".
  40. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/29 (Hour 2): World champ Del Rio vs. Christian, Ziggler faces Big E. Langston & A.J. snaps again, Rhodes-Sandow feud continues".
  41. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 8/5 (Hour 3): The Shield vs. Cena & Bryan & Orton main event, Ziggler vs. Big E."
  42. "CALDWELL'S WWE SSLAM PPV RESULTS 8/18 (Hour 3): Cena vs. Bryan WWE Title main event, did Orton cash in?".
  43. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Battleground PPV report 7/20: Complete "virtual-time" coverage of live PPV - Cena defends WWE Title, IC Title battle royal, Usos vs. Wyatts Tag Title match, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 21 July 2014.
  44. Caldwell, James (August 17, 2014). "Caldwell's WWE SummerSlam PPV Results 8/17". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 17, 2014.
  45. "Caldwell's WWE NoC PPV Report 9/21: Complete "virtual-time" coverage of live PPV - Lesnar vs. Cena". September 21, 2014. สืบค้นเมื่อ September 21, 2014.
  46. "Dolph Ziggler vs. The Miz - Intercontinental Championship Match: Raw, Sept 22, 2014". September 21, 2014. สืบค้นเมื่อ September 23, 2014.
  47. Benigno, Anthony. (November 17, 2014). "WWE Raw live results: November 17, 2014". WWE.com. สืบค้นเมื่อ November 17, 2014.
  48. Caldwell, James (November 23, 2014). "Caldwell's WWE S. Series PPV results 11/23: Complete "virtual-time" coverage of Team Cena vs. Team Authority, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ November 23, 2014.
  49. Caldwell, James (December 14, 2014). "Caldwell's WWE TLC PPV report 12/14: Complete "virtual-time" coverage of Cena vs. Rollins, Roman Reigns involved, Ambrose vs. Wyatt, set-up for the Royal Rumble, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ December 15, 2014.
  50. Herzog, Kenny (December 17, 2014). "WWE Wrestler of the Year: Dolph Ziggler". Rolling Stone. สืบค้นเมื่อ December 17, 2014.
  51. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results - 1/5/15 (The Authority resumes power)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 6 January 2015.
  52. Caldwell, James (19 January 2015). "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/19: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - final Rumble hype, big "Legends Reunion" theme, Brock Lesnar, Bryan's Raw in-ring return, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 31 July 2016.
  53. Wortman, James. "Daniel Bryan won the Intercontinental Championship Ladder Match". WWE. สืบค้นเมื่อ March 29, 2015.
  54. Tylwalk, Nick (March 20, 2015). "Raw: Lesnar runs wild, as does the crowd". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ March 31, 2015.
  55. Tedesco, Mike (March 30, 2015). "WWE Raw Results – 3/30/15 (Night after WrestleMania 31)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ March 31, 2015.
  56. Burdick, Michael. "Dolph Ziggler def. Sheamus (Kiss Me Arse Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ April 26, 2015.
  57. Caldwell, James. "CALDWELL'S EXTREME RULES PPV REPORT 4/26: Complete "virtual-time" coverage of live PPV – Rollins vs. Orton steel cage, Cena vs. Rusev, Last Man Standing, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 27, 2015.
  58. "We're Sorry!".
  59. Caldwell, James (May 18, 2015). "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 5/18: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw – Payback PPV fall-out, three title matches advertised, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ May 18, 2015.
  60. Caldwell, James (May 24, 2015). "Caldwell's WWE Raw Results 5/25". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ May 26, 2015.
  61. "Dolph Ziggler Out Of Action Due To Filming WWE Movie". WhatCulture.com. Archived from the original on July 17, 2015.
  62. Caldwell, James (August 23, 2015). "CALDWELL'S SUMMERSLAM REPORT 8/23: Ongoing "virtual-time" coverage of Lesnar vs. Taker, Title vs. Title, more big matches". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 23, 2015.
  63. Benigno, Anthony. "Dolph Ziggler vs. Rusev". WWE. สืบค้นเมื่อ 17 August 2015.
  64. Clapp, John. "Dolph Ziggler vs. Rusev". WWE. สืบค้นเมื่อ 7 September 2015.
  65. Caldwell, James. "4/3 WrestleMania 32 PPV Results – CALDWELL's Complete Live Report on Main PPV". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 3, 2016.
  66. "2016 WWE Draft results: WWE officially ushers in New Era". WWE. สืบค้นเมื่อ July 19, 2016.
  67. "SmackDown Live results: July 26, 2016". WWE. สืบค้นเมื่อ July 27, 2016.
  68. http://www.wrestlezone.com/news/746167-wwe-summerslam-result-dolph-ziggler-vs-dean-ambrose-for-the-wwe-title
  69. Caldwell, James (September 11, 2016). "9/11 WWE Backlash Results – CALDWELL'S Ongoing PPV Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ September 11, 2016.
  70. Parks, Greg. "9/20 WWE Smackdown LIVE – Parks's Complete, Real-Time Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ September 20, 2016.
  71. Silverstein, Adam (October 10, 2016). "WWE No Mercy 2016 results: Ziggler wins intercontinental title, Styles retains". CBS Sports. สืบค้นเมื่อ October 13, 2016.
  72. http://www.wwe.com/shows/smackdown/2016-11-15
  73. "WWE TLC 2016 results: Styles retains title in epic TLC match, two new champions".
  74. http://bleacherreport.com/articles/2681724-wwe-smackdown-live-results-reaction-and-analysis-for-december-13#
  75. Parks, Greg (December 20, 2016). "12/20 WWE Smackdown LIVE – Parks's Complete, Real-Time Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ December 20, 2016.
  76. http://www.wwe.com/shows/smackdown/2016-12-27#full-detail-40016905
  77. Martin, Adam (January 3, 2017). "WWE Smackdown Results – 1/3/17 (Live from Jacksonville, Royal Rumble contract signing, Miz vs. Dean Ambrose)". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ January 3, 2017.
  78. "Kurt Angle On Shelton Benjamin, Dolph Ziggler Returns To WWE TV (Video), 205 Live No DQ Match Set - WrestlingInc.com".
  79. http://www.wwe.com/shows/wweclashofchampions/2017/baron-corbin-bobby-roode-dolph-ziggler-results
  80. Powell, Jason. "WWE Royal Rumble 2018 live review: Men's and Women's Royal Rumble matches, Brock Lesnar vs. Braun Strowman vs. Kane for the WWE Universal Championship, AJ Styles vs. Kevin Owens and Sami Zayn in a handicap match for the WWE Championship". Pro Wrestling Dot Net. สืบค้นเมื่อ January 28, 2018.
  81. Powell, Jason. "2/13 Powell's WWE Smackdown Live TV Review: Baron Corbin vs. Dolph Ziggler for a spot in the four-way WWE Championship match at WWE Fastlane, Bobby Roode's U.S. Title open challenge, Charlotte vs. Sarah Logan, New Day vs. Shelton Benjamin and Chad Gable". Pro Wrestling Dot Net. สืบค้นเมื่อ February 13, 2018.
  82. "WWE Extreme Rules Results – 7/15/18". Wrestleview. July 15, 2018. สืบค้นเมื่อ July 16, 2018.
  83. "WWE SummerSlam 2018 matches, card, location, date, start time, predictions PPV rumors". สืบค้นเมื่อ 12 August 2018.
  84. Benigno, Anthony. "Dolph Ziggler & Drew McIntyre def. The B-Team to become the new Raw Tag Team Champions". WWE.com. สืบค้นเมื่อ September 3, 2018.
  85. 85.0 85.1 Caldwell, James (November 2, 2009). "WWE News: WWE Week begins tonight on "Are You Smarter Than a Fifth Grader?" with The Miz, Big Show, Divas". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ November 5, 2009.
  86. 86.0 86.1 Diamente, Mike (August 2, 2010). "WWE takes the mic and joins the party on 'Lopez Tonight'". WWE. สืบค้นเมื่อ September 28, 2017.
  87. 87.0 87.1 Gerweck, Steve (February 22, 2011). "Raw note, WWE stars on MTV, cuts in developmental". WrestleView. Archived from the original on February 26, 2011. สืบค้นเมื่อ May 8, 2011.
  88. 88.0 88.1 "WWE Download Playlist". YouTube.
  89. 89.0 89.1 "Dolph Ziggler Joins The Cast Of The Movie "Me Him Her"". SEScoops. สืบค้นเมื่อ August 15, 2013.
  90. Paglino, Nick. "Artwork Revealed for New Dolph Ziggler & Kane Movie, Kane Reaches WWE TV Milestone, Stephanie McMahon on Good Morning America". Wrestle Zone. สืบค้นเมื่อ 26 April 2016.
  91. "Dolph Ziggler – Extended – #HashtagWars – #SummerAMovie – Uncensored – @midnight with Chris Hardwick Video Clip – Comedy Central". Comedy Central.
  92. "Ziggler heads to "Adam Ruins Everything" tonight". สืบค้นเมื่อ March 1, 2018.
  93. "Dolph Ziggler to show off improv skills on MTV's "Wild 'n Out" tonight".
  94. "WWE Intercontinental Champion Dolph Ziggler's appearance on "Roast Battle" - Pro Wrestling Dot Net". July 30, 2018.
  95. "WWE VIDEO: Ryder's YouTube show returns, then ends again with Ryder teasing character change". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ July 28, 2013.
  96. "VIDEO: Zack Ryder's latest re-start after Ambulance Ride on Raw". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ July 28, 2013.
  97. Martin, Adam (October 2, 2010). "Younger brother of WWE star wins deal with OVW". WrestleView. Archived from the original on October 5, 2010. สืบค้นเมื่อ October 2, 2010.
  98. Ryan Nemeth [HotYoungBriley] (10 January 2016). "Meet Donny Nemeth, one of the stars featured in my new book .. My younger brother was a very talented amateur wrestler" (ทวีต). Archived from the original on May 1, 2016 – โดยทาง ทวิตเตอร์.
  99. Danylko, Ryllie (28 April 2016). "Brother of WWE wrestler Dolph Ziggler is suspect in Cleveland deadly shooting, records show". Cleveland.com. Police issued a warrant Tuesday for the arrest of 29-year-old Donald Nemeth, who is reportedly the brother of the professional wrestler whose real name is Nick Nemeth. Public records show the two men lived at the same West Side Cleveland address in the past. Ryan Nemeth, also a professional wrestler, posted a tweet on Jan. 10 that refers to both Ziggler and Donald Nemeth as his brothers.
  100. Cory Shaffer (August 28, 2017). "Brother of WWE superstar, boilermaker get prison in botched drug robbery turned deadly". Cleveland.com.
  101. 101.0 101.1 101.2 Sweeten-Shults, Lana (January 15, 2011). "Excitement lured Ziggler; Wrestler, teammates ready to put on show at Yeager". Times Record News. สืบค้นเมื่อ January 15, 2011.
  102. Andrews, Kenai (October 22, 2009). "Dolph Ziggler chases perfection". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ November 3, 2009.
  103. "Kids TV: DOLPH ZIGGLER teaches YOU American Sign Language". WWE Kids. สืบค้นเมื่อ June 29, 2011. Ziggler: One of my many talents, other than wrestling of course, is being fluent in American Sign Language
  104. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 2013". Pro Wrestling Illustrated. The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ August 22, 2013.
  105. "Dolph's first World Heavyweight Championship Reign". =WWE. Archived from the original on May 16, 2012. สืบค้นเมื่อ February 18, 2011.
  106. "Dolph's second World Heavyweight Championship Reign". WWE. Archived from the original on April 12, 2013. สืบค้นเมื่อ April 8, 2013.
  107. "Dolph Ziggler's First Intercontinental Championship Reign". WWE. August 6, 2010. Archived from the original on August 19, 2010. สืบค้นเมื่อ August 16, 2010.
  108. "Dolph Ziggler's Second Intercontinental Championship Reign". Archived from the original on August 19, 2014. สืบค้นเมื่อ August 18, 2014.
  109. "Dolph Ziggler's Third Intercontinental Championship Reign". Archived from the original on October 16, 2014. สืบค้นเมื่อ September 22, 2014.
  110. "Dolph Ziggler's Fifth Intercontinental Championship Reign". Archived from the original on December 26, 2014. สืบค้นเมื่อ December 15, 2014.
  111. 111.0 111.1 "WWE Slammy winners photos 2014". WWE. สืบค้นเมื่อ December 8, 2014.
  112. 112.0 112.1 Meltzer, Dave (January 30, 2012). "Jan 30 Wrestling Observer Newsletter: Gigantic year-end awards issue, best and worst in all categories plus UFC on FX 1, death of Savannah Jack, ratings, tons and tons of news". Wrestling Observer Newsletter. Campbell, CA. ISSN 1083-9593.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]