เซท โรลลินส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เซท โรลลินส์
An image of เซท โรลลินส์.
ข้อมูล
ฉายา กิกซ์[1]
เซท โรลลินส์[2]
แทจ เดอะ เดสทรอเยอร์[1]
ไทเลอร์ แบล็ก[1]
ความสูง ฟุต 1 นิ้ว (1.85 ม.)[3]
น้ำหนัก 217 ปอนด์ (98 กก.)[3]
เกิด 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1986 (29 ปี)
บัฟฟาโลว์ (รัฐไอโอวา) สหรัฐอเมริกา
พำนัก แดเวนพอร์ต (รัฐไอโอวา) สหรัฐอเมริกา
มาจาก แดเวนพอร์ต (รัฐไอโอวา)[3]
ฝึกหัดโดย แดนนี แดเนียลส์[1]
เปิดตัว 2003[4]

โคลบี แดเนียล โลเปซ (อังกฤษ: Colby Daniel Lopez)[5] เกิดวันที่ 28 พฤษภาคม ค.ศ. 1986 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน เขาเคยเป็นที่รู้จักกันดีในสมาคม ริงออฟออเนอร์ เป็นอดีตแชมป์โลก ROH โดยใช้ชื่อว่า ไทเลอร์ แบล็ก (อังกฤษ: Tyler Black) ปัจจุบันเซ็นสัญญาสังกัดสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ใช้ชื่อในสมาคมนี้ว่า เซท โรลลินส์ (อังกฤษ: Seth Rollins) เขาเป็นแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE และแชมป์ยูเอส คนปัจจุบัน และเป็นคนแรกที่ได้แชมป์ทั้งสองเส้นนี้ในเวลาเดียวกัน, แชมป์แทคทีม WWE 1 สมัย (กับ โรแมน เรนส์ ในนาม เดอะชีลด์) และมันนีย์อินเดอะแบงก์ เพื่อสิทธิ์ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE, ในขณะที่ค่ายพัฒนาทักษะของ WWE อย่าง ฟลอริดาแชมเปียนชิปเรสต์ลิง (FCW) และ NXT เขายังเป็นแชมป์ NXT คนแรก, และแชมป์แกรนด์สแลม FCW คนแรก

ประวัติในวงการมวยปล้ำ[แก้]

ช่วงแรกเริ่มอาชีพและในสมาคมอิสระ[แก้]

ไทเลอร์ แบล็ก ในปี 2008

โคลบี โรเปซ ในชื่อว่า กิกซ์ เปิดตัวในปี 2003 สำหรับ Scott County Wrestling (SCW) นอกจากนี้เขายังทำงานให้กับ Ian Rotten's IWA Mid-South และได้เข้าร่วม Ted Petty Invitational Tournament เอาชนะ Sal Thomaselli ก่อนที่จะถูกกำจัดโดย แมต ไซดอล ในรอบคัดเลือก ในแฮมมอนด์ อินดีแอนา เมื่อวันที่ 23 กันยายน 2005[6] ต่อมาเขาได้แชมป์เฮฟวี่เวท SCW และพ่นสีเข็มขัดแชมป์สีดำเพื่อทำเครื่องหมาย "The Black Era" (ยุคสีดำ) ใน SCW

เขาได้เข้าร่วม NWA Midwest ชนะแชมป์แท็กทีมโปรโมชั่นกับ Marek Brave ทั้งสองได้รับการปกป้องประสบความสำเร็จในการแข่งขันชิงแชมป์กับ Ryan Boz และ Danny Daniels, Brett Wayne และ Hype Gotti, และ Jayson Reign และ Marco Cordova หลายต่อหลายครั้งในช่วงต้นปี 2006[7] นอกจากนี้เขายังต้องเจอกับ Eric Priest และ เอ.เจ. สไตลส์ ในการแข่งขันเดี่ยว

เขาปรากฏตัวสั้นๆ ในสมาคม โทเทิลนอนสต็อปแอคเชินเรสต์ลิง และจับคู่ทีมกับ Jeff Luxon โดยแพ้ให้กับ The Latin American Xchange (Homicide และ Hernandez) ในอิมแพ็ก ในเดือนตุลาคม 2006[8]

เมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2007 ในขณะที่ในการแข่งขันกับ Full Impact Pro (FIP) ชิงแชมป์แทกทีม Briscoes ในเมลเบิร์น, ฟลอริดา คู่แทกทีม Marek Brave ได้รับบาดเจ็บที่หลังทำให้เขาต้องพักเป็นเวลาหลายสัปดาห์ก่อนที่ในท้ายที่สุดทำให้เขาต้องออกจากตำแหน่ง Brave กลับมาแข่งขันในปี 2012[9] ในช่วงเวลานี้แบล็กได้เริ่มอาชีพเดี่ยวการแข่งขันใน Pro Wrestling Guerrilla (PWG) โดยเขาชนะโจอี ไรอันเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน[10] และอดีตพี่เลี้ยงแดนนี แดเนียลส์ ใน the supercard Point ของ No Return '07 ในวันที่ 16 มิถุนายน[11]

ใน PWG's Life During Wartime เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคม 2008 แบล็กได้ร่วมทีมกับ จิมมี จาคอบส์ ที่จะได้ชิงแชมป์โลกแทกทีม PWG โดยชนะ Roderick Strong และ เอล เจเนริโก ซึ่งทดแทนแจ็ก อีแวนส์[12][13] ใน FIP's event เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2008 แบล็กแพ้ให้กับ Go Shiozaki เพื่อชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท FIP[14] ใน FIP's event เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม 2009 Davey Richards ได้รับรางวัลการแข่งขันชิงแชมป์เฮฟวี่เวท FIP โดยการถูกปรับเมื่อแบล็กไม่สามารถแข่งขันได้[14]

ริงออฟออเนอร์ (2007–2010)[แก้]

แบล็กในตอนเป็นแชมป์โลก ROH

ใน ริงออฟออเนอร์ (ROH) เดือนกันยายน 2007 แบล็กได้เปิดตัวร่วมกับจิมมี จาคอบส์ และเนโคร บัตเชอร์ ในเดือนกันยายนปี 2009 แบล็กได้รับการผ่าตัดบนแผ่นดิสก์ปูดในลำคอของเขา[15] เมื่อวันที่ 10 ตุลาคมแบล็กได้ชนะเคนนี คิงในการแข่งขันรอบแรกและจากนั้น คลอดิโอ แคสแทจโนลี, โคลต์ คาบานา, Delirious, คริส ฮีโร และ Roderick Strong ในรอบชิงชนะเลิศใน 2009 Survival of the Fittest tournament[16] ในวันที่ 19 ธันวาคม ใน Final Battle 2009 แบล็กได้ปล้ำชิงแชมป์โลก ROH กับ ออสติน แอรีย์ ในการปล้ำ 60 นาที ซึ่งผลออกมาเป็นเสมอ[17] ในวันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2010 เขาได้คว้าแชมป์โลก ROH โดยการเอาชนะแอรีย์[18][19][20] ก่อนจะเสียแชมป์ให้กับ Roderick Strong ในแมตช์ไม่มีกฏกติกา และเป็นการปรากฏตัวครั้งสุดท้ายของเขาก่อนจะเซ็นสัญญากับ WWE[21][22][23][24]

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์/ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2010–ปัจจุบัน)[แก้]

วันที่ 8 สิงหาคม 2010 เขาได้เซ็นสัญญากับสมาคม WWE และได้รับมอบหมายไปยังศูนย์พัฒนาทักษะของพวกเขา ฟลอริดาแชมเปียนชิปเรสต์ลิง (FCW) ในเดือนกันยายน[25][26][27] เขาได้เปิดตัวขึ้นปล้ำครั้งแรกใน FCW วันที่ 30 กันยายน ในนาม เซท โรลลินส์[28] โดยแพ้ให้กับ ไมเคิล แมคกิลลิคัตตี[2][29] และเขาได้คว้าแชมป์ฟลอริดาเฮฟวี่เวท FCW สมัยแรกจาก ลีโอ ครูเกอร์ ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2012[30] ในปลายปี 2012 WWE ได้รวม FCW กับ NXT ให้กลายเป็น เอ็นเอ็กซ์ที เรสต์ลิง[31] โรลลินส์เปิดตัวออกโทรทัศน์ NXT ในตอนที่สองของ NXT รูปแบบใหม่ บันทึกเทปที่มหาวิทยาลัย Full Sail University โดยเขาชนะจิโร[32][33] โรลลินส์ได้เข้าร่วมทัวร์นาเมนต์ Gold Rush เพื่อหาเจ้าของตำแหน่งแชมป์ NXT โดยเขาเอาชนะ จินเดอร์ มาฮาล ไปได้ในรอบสุดท้าย ทำให้เขาเป็นแชมป์ NXT คนแรก[34][35]

เดอะชีลด์: โรลลินส์, แอมโบรส และเรนส์

โรลลินส์ได้เปิดตัวในค่ายหลักเป็นครั้งแรกในวันที่ 18 พฤศจิกายน 2012 ในนามกลุ่มเดอะชีลด์ โดยมี โรลลินส์, ดีน แอมโบรส และโรแมน เรนส์ ในศึกเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2012) ในแมตช์การปล้ำคู่เอกระหว่าง จอห์น ซีนา, ซีเอ็ม พังก์ และไรแบ็ค ในการชิงแชมป์ WWE พวกเขาได้ใส่ท่า Triple Powerbomb กับไรแบ็คบนโต๊ะผู้บรรยาย ทำให้พังก์จับกดซีนาจนชนะและป้องกันแชมป์ WWE เอาไว้ได้สำเร็จ[36] ในศึกทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2012) เดอะชีลด์ได้เจอกับไรแบ็ค และทีมเฮลโน (เคน และแดเนียล ไบรอัน) เป็นแมตช์แรก ในแมตช์การปล้ำแทกทีมแบบโต๊ะ บันได และเก้าอี้ โดยเอาชนะด้วยการจับกดหรือทำให้ยอมแพ้ สุดท้ายเดอะชีลด์เป็นฝ่ายชนะไปในแมตช์แรก[37] หลังจากศึกทีแอลซี ในรอว์ตอนแรกของปี (7 มกราคม 2013) เดอะชีลด์ได้ออกมารุมทำร้ายไรแบ็ค ในระหว่างการปล้ำโต๊ะ บันได และเก้าอี้ ชิงแชมป์ WWE กับพังก์ จนพังก์สามารถป้องกันแชมป์ไปได้[38] ใน NXT (9 มกราคม 2013) โรลลินส์ได้เสียแชมป์ NXT ให้กับบิ๊ก อี แลงสตัน ในแมตช์ไม่มีกฎกติกา ระหว่างแมตช์สมาชิกเดอะชีลด์ ได้ขึ้นไปรุมบิ๊ก อี จนเหล่านักมวยปล้ำ NXT ทั้งหมดออกมาช่วย[39] ในศึก รอยัลรัมเบิล (2013) เดอะชีลด์ได้ปรากฏตัวโดยรุมทำร้าย เดอะ ร็อก ระหว่างแมทช์การปล้ำชิงแชมป์ WWE ซึ่งในตอนแรกพังก์กดนับ 3 ชนะ แต่ วินซ์ แม็กแมน ออกมาบอกให้เริ่มใหม่เลยทำให้ เดอะ ร็อก คว้าแชมป์ WWE ไป[40]

ในรอว์ (28 มกราคม 2013) จอห์น ซีนาได้เจอกับ โคดี โรดส์ สุดท้ายซีนาก็เอาชนะไปได้ หลังแมตช์ ซีนาประกาศเลือกท้าชิงแชมป์ WWE ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 แต่เดอะชีลด์ ก็มารุมลอบทำร้ายซีนา แม้ว่า เชมัส กับไรแบ็ค จะออกมาช่วยแต่ก็โดนรุมทำร้าย สุดท้ายเดอะชีลด์เล่นงานซีนา ด้วยท่า Triple Powerbomb[41] ในรอว์ (4 กุมภาพันธ์ 2013) เดอะชีลด์โดนซีนา, ไรแบ็ค และเชมัส ล้อมเอาไว้ ทำให้เดอะชีลด์ วิ่งหนีไปทางหลังเวทีแต่ แรนดี ออร์ตัน นำทัพนักมวยปล้ำออกมาขวางเอาไว้ เดอะชีลด์ เลยโดน ซีนา, ไรแบ็ค และเชมัส อัดจนน่วม ก่อนที่จะหนีไปทางอัฒจรรย์[42] ในรอว์ (11 กุมภาพันธ์ 2013) เดอะชีลด์ออกมาท้าทายกลุ่มของซีนา ว่าถ้าอยากมีเรื่องก็ออกมาเจอกันเดี๋ยวนี้ได้เลย ปรากฏว่าไฟในสนามดับ แล้วกลุ่มของซีนาก็ออกมาไล่อัดเดอะชีลด์ จนหนีกระเจิง[43] ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2013) เดอะชีลด์ ได้เจอกับ ซีนา, เชมัส และไรแบ็ค ในการปล้ำแทคทีม 6 คน สุดท้ายเดอะชีลด์ก็เอาชนะไป[44] ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 เดอะชีลด์ ได้เจอกับ เชมัส, แรนดี ออร์ตัน และบิ๊กโชว์ และเป็นเดอะชีลด์ที่เอาชนะไปได้[45]

ในรอว์ (8 เมษายน 2013) ดิอันเดอร์เทเกอร์ ออกมาที่เวที และขออุทิศชัยชนะให้กับ พอล แบเรอร์ หลังจากที่ชนะ ซีเอ็ม พังก์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 เดอะชีลด์ออกมารุมล้อมอันเดอร์เทเกอร์ แต่เคน กับแดเนียล ไบรอัน ออกมาช่วยอันเดอร์เทเกอร์ ทำให้เดอะชีลด์หนีไป[46] ในรอว์ (22 เมษายน 2013) เดอะชีลด์ได้เจอกับ อันเดอร์เทเกอร์, เคน และ ไบรอัน สุดท้ายเดอะชีลด์ก็เอาชนะไป[47] ในสแมคดาวน์ (26 เมษายน 2013) แอมโบรสได้เจอกับอันเดอร์เทเกอร์ แต่แอมโบรสก็แพ้ไป หลังแมตช์เดอะชีลด์ได้ลอบทำร้ายอันเดอร์เทเกอร์จนต้องหายไป[48][49] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2013) แอมโบรสได้เอาชนะ โคฟี คิงส์ตัน และคว้าแชมป์ยูเอส เป็นสมัยแรกได้ คืนเดียวกัน โรลลินส์ กับเรนส์ ได้เอาชนะทีมเฮลโน และคว้าแชมป์แทคทีม WWE ได้สำเร็จ ทำให้เดอะชีลด์มีแชมป์ครบทั้งทีม[50] ในเดือนสิงหาคม 2013 เดอะชีลด์ได้เข้าร่วมกลุ่ม ดิออโทริตี ของประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ ทริปเปิล เอช[51][52] ในศึก แบทเทิลกราวด์ โรลลินส์กับเรนส์ได้เจอกับ โคดี โรดส์ และโกลดัสต์ ถ้าหาก โคดีและโกลดัสต์ ชนะ พวกเขาจะได้กลับมาใน WWE แต่ถ้า เดอะชีลด์ ชนะ ดัสตี้จะไม่ได้เป็นครูฝึกในสมาคม NXT อีกต่อไป และครอบครัวโรดส์จะถูกแบนด์โดย WWE สุดท้ายโรลลินส์กับเรนส์ก็แพ้ไป[53] ในรอว์ (14 ตุลาคม 2013) โรลลินส์กับเรนส์ได้เสียแชมป์แทคทีม WWE ให้กับโคดี และโกลดัสต์ ในแมตช์การปล้ำไม่มีกฎกติกา โดยได้รับการช่วยเหลือจากบิ๊กโชว์[54]

เดอะชีลด์ ปะทะ เอฟโวลูชั่น

ในรอว์ (27 มกราคม 2014) เดอะชีลด์ได้ปล้ำแทคทีม 6 คนกับ แดเนียล ไบรอัน, เชมัส และจอห์น ซีนา เพื่อที่จะเข้าไปปล้ำในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE แต่ก็ไม่ชนะ เพราะ เดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี ได้เข้ามาก่อกวนการปล้ำ ทำให้เดอะชีลด์แพ้ฟาวล์ไป เดอะชีลด์จึงท้าเจอกับไวแอ็ตต์แฟมิลี ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ แต่สุดท้ายเดอะชีลด์ก็แพ้ไป[55] ในปลายเดือนมีนาคม 2014 เดอะชีลด์ได้เป็นฝ่ายธรรมะ[56][57] และได้มีแมตช์กับเคน และเดอะนิวเอจเอาต์ลอวส์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 โดยเดอะชีลด์เอาชนะไปได้[58] 1 วันหลังจากจบรายการ เรสเซิลเมเนีย ในรอว์ (7 เมษายน 2014) แชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE แดเนียล ไบรอัน ได้มาฉลองกับผู้ชม ก่อนจะถูกขัดจังหวะโดย ทริปเปิล เอช และเขาได้ขอชิงแชมป์ในคืนนั้น โดยก่อนเริ่มแมตช์นั้น สเตฟานี แม็กแมน ได้สั่งให้ เคน, บาทิสตา และออร์ตัน ทำร้ายไบรอัน เป็นการสร้างจุดอ่อน และทำให้ ทริปเปิล เอช มีโอกาสในการชนะมากขึ้น จน เดอะชีลด์ ได้ออกมาบนเวที และจัดการกับพวกกลุ่มของ ทริปเปิล เอช และได้ช่วยไบรอัน จากการกลั่นแกล้งจากกลุ่ม ทริปเปิล เอช[59] ในรอว์ (14 เมษายน 2014) เดอะชิลด์ ต้องปล้ำในแมตช์แฮนดิแคป 11 รุม 3 แต่กรรมการต้องยุติแมตช์ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอัดกันไม่หยุด ก่อนที่ ทริปเปิล เอช, ออร์ตัน และ บาทิสตา จะออกมาในนามของกลุ่ม เอฟโวลูชั่น เพื่อจัดการกลุ่มเดอะชิลด์โดยเฉพาะ[60] ก่อนที่จะประกาศแมตช์การปล้ำแทคทีมอย่างเป็นทางการ ในสแมคดาวน์ (18 เมษายน 2014) ระหว่าง เดอะชีลด์ เจอกับ เอฟโวลูชั่น ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) สุดท้าย เดอะชีลด์ เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ[61] ในศึก เพย์แบ็ค (2014) เดอะชีลด์ ได้เจอกับเอฟโวลูชั่น อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำแทคทีม 6 คน ไม่มีกฎกติกา แบบคัดออก สุดท้ายเดอะชีลด์ เป็นฝ่ายชนะรวด 3-0[62]

ในรอว์ (2 มิถุนายน 2014) บาทิสตาได้ออกจากเอฟโวลูชั่น[62] คืนเดียวกัน โรแมน เรนส์ มีคิวเจอกับ แรนดี ออร์ตัน โดยออร์ตันออกมากับ ทริปเปิล เอช โดยทริปเปิล เอช ถือค้อนมาด้วย ทำให้เดอะชีลด์ พากันไปหยิบเก้าอี้มาเตรียมไว้ ทริปเปิล เอช บอกว่า บาทิสตา มันหนีไปแล้ว แต่เราก็มีแผน 2 เสมอ... ว่าแล้ว โรลลินส์ ก็เอาเก้าอี้ฟาดใส่เรนส์ จากด้านหลัง จากนั้นก็ฟาดแอมโบรส อีกคน โรลลินส์เอาเก้าอี้ไปยื่นให้ออร์ตัน เพื่อเอาไปฟาดเรนส์ กับแอมโบรส ต่ออีก จากนั้นก็ RKO เรนส์ ลงบนเก้าอี้ ปิดท้ายรายการโดยมี โรลลินส์ ยืนอยู่กับออร์ตัน และทริปเปิล เอช เป็นอันว่า โรลลินส์ได้แยกทีมกับ เดอะชีลด์ ไปอยู่กลุ่มออโทริตี แล้ว[63] ในเมนอีเวนต์ (17 มิถุนายน 2014) โรลลินส์ออกมาบอกว่าศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ จะมีแมตช์ไต่บันได 2 แมตช์ด้วยกัน ซึ่งจะเป็นการชิงกระเป๋า มันนีอินเดอะแบงก์แลดเดอร์แมตช์ เพื่อชิงสัญญาในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE แอมโบรส ออกมาเล่นงานโรลลินส์ เคนออกมาช่วยโรลลินส์ แต่แอมโบรส ก็จัดการทั้งคู่และหนีเอาตัวรอดไปได้[64] ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2014) โรลลินส์สามารถเอาชนะนักมวยปล้ำทั้ง 5 คน และคว้ากระเป๋ามันนีย์อินเดอะแบงก์ได้สำเร็จ[65] ในศึก แบทเทิลกราวด์ (2014) โรลลินส์ ได้มีแมตช์กับ แอมโบรส โดยโรลลินส์ ได้ขอให้กรรมการประกาศให้เขาเป็นผู้ชนะ แต่ระหว่างกำลังเดินกลับก็โดนแอมโบรส เข้ามาไล่ต่อยจนต้องหนีกระเจิงไปทางอัฒจรรย์ ก่อนที่ รปภ.และกรรมการจะมาช่วยกันห้าม ที่ลานจอดรถ ระหว่างที่โรลลินส์ จะเดินทางกลับบ้าน แอมโบรสก็โผล่ออกมาจากกระโปรงท้ายรถพร้อมกับเหล็กแป๊บ ไล่อัดโรลลินส์ ก่อนจะรีบขึ้นรถขับหนีออกไปได้

ในรอว์ (4 สิงหาคม 2014) ได้มีการจัดแมตช์แบบ Beat the Clock ถ้า ดีน แอมโบรส ชนะได้ก็จะเป็นการเซ็ตเวลาให้โรลลินส์ ต้องทำลายสถิติในแมตช์ของเขา ผู้ชนะจะได้สิทธิ์เลือกกติกาในแมตช์ที่จะเจอกันในศึก ซัมเมอร์สแลม (2014) โดยแอมโบรส เอาชนะ อัลเบร์โต เดล รีโอ ไปได้ในเวลา 15:42 และโรลลินส์ จะต้องทำลายสถิติของแอมโบรส โดยเจอกับ ฮีท สเลเตอร์ ระหว่างแมตช์ แอมโบรสออกมาก่อกวนที่ข้างเวทีโดยเอากระเป๋ามันนีย์อินเดอะแบงก์ ของโรลลินส์ไป จากนั้นก็ฉีกสัญญาในกระเป๋าทิ้งก่อนจะเอาโค้กและป๊อปคอร์นมาเทใส่กระเป๋า โรลลินส์มัวแต่ไปสนใจแอมโบรส เลยโดนสเลเตอร์ รวบกดนับ 3 ไป ทำให้แอมโบรส ได้สิทธิ์เลือกกติกาพิเศษ โดยในสแมคดาวน์ (8 สิงหาคม 2014) แอมโบรสได้ประกาศเลือกแมตช์ ลัมเบอร์ แจ็ก โดยมีนักมวยปล้ำอยู่รอบเวที สุดท้ายโรลลินส์เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ ในรอว์คืนต่อมา (18 สิงหาคม 2014) ทั้งคู่ได้รีแมตช์กันอีกครั้ง ในรูปแบบการปล้ำจับกดที่ไหนก็ได้ โดยโรลลินส์ได้เล่นงานแอโบรส จนต้องห่างหายจากการปล้ำ[66] ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2014) ดีน แอมโบรส ได้กลับมาล้างแค้นโรลลินส์ คืนเดียวกัน หลังจากแมตช์ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE ระหว่าง บร็อก เลสเนอร์ (เจ้าของตำแหน่ง) กับ จอห์น ซีนา นั้น โรลลินส์ได้ขอใช้สิทธิ์กระเป๋ามันนีย์อินเดอะแบงก์ ชิงแชมป์กับ เลสเนอร์ ทันที แต่กรรมการยังไม่ทันจะเริ่มแมตช์ ซีนาก็มาไล่อัดโรลลินส์ จนต้องหนีไป[67] ในศึก เฮลอินเอเซล (2014) โรลลินส์ ได้มีแมตช์เจอกับ ดีน แอมโบรส ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก เฮลอินเอเซล สุดท้ายโรลลินส์ เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ จากการช่วยเหลือของ เบรย์ ไวแอ็ตต์[68]

โรลลินส์ กับ J&J Security (เจมี โนเบิล และโจอี เมอร์คิวรี)

ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2014) โรลลินส์ได้นำทีมออโทริตี แพ้ให้กับทีมซีนา จากการช่วยเหลือของ สติง ทำให้ทีมออโทริตี ต้องสลายกลุ่ม และหมดอำนาจลงไป ในรอว์ส่งท้ายปี (29 ธันวาคม 2014) เอดจ์ และคริสเตียน ออกมาจัดรายการ Cutting Edge Peep Show เป็นครั้งแรก โดยแขกรับเชิญคือ โรลลินส์ มาพร้อมกับ J&J Security (เจมี โนเบิล และโจอี เมอร์คิวรี) โรลลินส์ บอกว่าเขาจะไม่ฉลองปีใหม่อย่างเดียวดายเพราะต้องเชิญเพื่อนซี้ของเขามาด้วยคือ บิ๊กโชว์ และโรลลินส์ ก็บอกว่าเขาต้องเชิญอีกคนมาให้ได้คือ จอห์น ซีนา แต่ซีนาไม่ยอมออกมา ทำให้โรลลินส์ เรียกซีนา ออกมาอีกครั้งเพราะเขาอยากจะให้ซีนา ช่วยทำอะไรให้สักหน่อย ถ้าซีนาไม่ยอมออกมาเขาก็ไม่มีทางเลือกแล้วนะ โรลลินส์เอากระเป๋า MITB ฟาดใส่คริสเตียน จนกลิ้งตกเวทีไป ทำให้เอดจ์ โมโหเข้ามาผลักโรลลินส์ แต่ก็โดน บิ๊กโชว์, โนเบิล และเมอร์คิวรี มารุมล้อม บิ๊กโชว์ บีบคอเอดจ์ แล้วจับกดลงกับกระเป๋าให้โรลลินส์เหยียบหัว โรลลินส์เรียกซีนา ให้ออกมา ไม่อย่างนั้นเขาจะหักคอเอดจ์ ซีนาวิ่งออกมา แต่โรลลินส์ สั่งให้ซีนาหยุด และก็บอกให้ซีนา คืนอำนาจให้กับ ดิออโทริตี ไม่อย่างงั้น เอดจ์ จะต้องโดนเหยียบหัวจนพิการตลอดชีวิต และมันก็จะเป็นความผิดที่ซีนา ต้องจดจำไปจนวันตาย ซีนาจำเป็นต้องยอมคืนอำนาจให้ ดิออโทริตี แต่โรลลินส์ บอกว่า ซีนารู้จักเขาน้อยไป เพราะเขาจะฆ่า เอดจ์ อยู่ดี ว่าแล้วก็จะโดดเหยียบหัว แต่ซีนามาช่วยไว้ทัน สุดท้ายซีนา ก็โดนบิ๊กโชว์ ปล่อยหมัดน็อคใส่ และโรลลินส์ ก็ตามมาโดดเหยียบหัวซ้ำ โรลลินส์และพรรคพวกเดินกลับไปอย่างมีความสุข โดยมี พอล เฮย์แมน และบร็อก เลสเนอร์ ออกมาจับมือกับโรลลินส์ ด้วย และทริปเปิล เอช กับสเตฟานี ก็ออกมาจิบไวน์เฉลิมฉลองส่งท้ายปีเก่ากันอย่างมีความสุข[69] ในรอว์สัปดาห์ต่อมา (5 มกราคม 2015) ดิออโทริตี ได้ประกาศให้ โรลลินส์ เข้าร่วมแมตช์ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE กับ ซีนา และเลสเนอร์ เป็นแมตช์สามเส้า ในศึก รอยัลรัมเบิล (2015) สุดท้ายเลสเนอร์ เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[70]

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 31 โรลลินส์ได้มีแมตช์เจอกับ แรนดี ออร์ตัน สุดท้ายโรลลินส์ เป็นฝ่ายแพ้ไป คืนเดียวกัน โรลลินส์ได้ใช้สิทธิ์มันนีย์อินเดอะแบงก์ และคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE เป็นสมัยแรกได้ โดยเอาชนะ บร็อก เลสเนอร์ และ โรแมน เรนส์ ในแมตช์การปล้ำ 3 เส้า ทำให้เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ที่ใช้สิทธิ์มันนีย์อินเดอะแบงก์ ในเรสเซิลเมเนีย และก็ยังเป็นแชมป์คนแรกที่อายุน้อยกว่าอายุของศึกเรสเซิลเมเนีย[71][72] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2015) โรลลินส์ต้องป้องกันแชมป์โลกเป็นครั้งแรกกับออร์ตัน ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก พร้อมกับแบนท่า RKO ของออร์ตัน และมีเคน เป็นคนเฝ้าประตูกรง[73][74] สุดท้ายโรลลินส์ สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ โดยใช้ท่า RKO ของออร์ตัน[75] ในศึก เพย์แบ็ก (2015) โรลลินส์ต้องป้องกันแชมป์ในแมตช์ 4 เส้ากับ แรนดี ออร์ตัน, โรแมน เรนส์ และดีน แอมโบรส สุดท้ายโรลลินส์ ก็สามารถป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ โดยใช้ท่า Pedigree (ท่าไม้ตายของ ทริปเปิล เอช) เล่นงานใส่ออร์ตัน[76][77][78][79] ในศึก อิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2015) โรลลินส์ต้องป้องกันแชมป์กับ ดีน แอมโบรส ผลปรากฏว่า โรลลินส์ถูกปรับแพ้ฟาล์ว แต่ไม่เสียแชมป์ หลังแมตช์ แอมโบรสได้เอาเข็มขัดแชมป์ของโรลลินส์ไป[80] ในศึก มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2015) โรลลินส์ และแอมโบรส ได้รีแมตช์ชิงแชมป์กันอีกครั้ง ในแมตช์ไต่บันได สุดท้ายโรลลินส์ ก็เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์เอาไว้ได้ โดยปราศจากการช่วยเหลือของออโทริตี[81][82] ในศึก แบทเทิลกราวด์ (2015) โรลลินส์ต้องป้องกันแชมป์กับ บร็อก เลสเนอร์ ระหว่างแมตช์ อันเดอร์เทเกอร์ โผล่มาเล่นงานเลสเนอร์ ทำให้โรลลินส์ แพ้ฟาล์วแต่ไม่เสียแชมป์[83]

ในรอว์ (20 กรกฎาคม 2015) เจ้าของแชมป์ยูเอส จอห์น ซีนา ได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE กับโรลลินส์ ซึ่งโรลลินส์ได้ปฏิเสธ[84] ในรอว์สัปดาห์ต่อมา (27 กรกฎาคม 2015) ออโทริตีได้จัดแมตช์ให้ซีนาป้องกันแชมป์ยูเอสกับโรลลินส์ ระหว่างแมตช์ โรลลินส์ได้เข่าใส่หน้าของซีนา จนดั้งจมูกหัก แต่สุดท้ายซีนาก็ป้องกันแชมป์เอาไว้ได้[85][86] ในรอว์ (3 สิงหาคม 2015) โรลลินส์ได้ออกมาท้าซีนา ในการรวมแชมป์ยูเอส และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE ผู้ชนะจะได้ครองแชมป์ทั้งสองเส้น ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2015) สุดท้ายโรลลินส์ เป็นฝ่ายชนะและได้ทั้งแชมป์ยูเอส และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE มาครอบครอง จากการช่วยเหลือของจอน สจ๊วต[87] ในรอว์คืนต่อมา (24 สิงหาคม 2015) มีการจัดงานเปิดตัวรูปปั้นทองแดงของโรลลินส์ แต่พอเปิดผ้าคลุมออกมากลายเป็นสติงอยู่ด้านใน สติงจัดการอัดโรลลินส์ แล้วก็หยิบแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE มาเชยชมเป็นการท้าทายโรลลินส์ ก่อนจะมีการประกาศว่า โรลลินส์จะต้องป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE กับสติง ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2015)[88][89] ในรอว์ถัดมา (31 สิงหาคม 2015) ซีนาได้มาขอสิทธิ์รีแมตช์ชิงแชมป์ยูเอสกับโรลลินส์ ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ ทำให้โรลลินส์มีแมตช์ต้องป้องกันแชมป์ทั้งสองเส้นในคืนเดียว[90]

ชีวิตส่วนตัว[แก้]

โลเปซมีเชื้อสายอาร์เมเนีย[91][92][93] นามสกุลในชีวิตจริงของเขาโลเปซ มาจากพ่อเลี้ยงเม็กซิกันอเมริกันของเขา

เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2015, ภาพเปลือยของนักมวยปล้ำ NXT ซาห์รา ชไรเบอร์ ได้ถูกโพสต์ไปยังบัญชีโซเชียลมีเดียของโลเปซ และไปปรากฏอยู่บนบหน้าประวัติของโรลลินส์ บนเว็บไซต์ WWE.COM ด้วย เนื่องจากทาง WWE ตั้งค่าเชื่อมต่อกับทวิตเตอร์ไว้ ในเวลาต่อมาทาง WWE ต้องเข้ามายกเลิกการเชื่อมต่อ กระทั่งภาพหายไป จึงเปิดการเชื่อมต่อเป็นปกติ[94] แต่เพียงไม่นานหลังจากนั้นบัญชีทวิตเตอร์ของ Leighla Schultz คู่หมั้นของโลเปซ[95] ก็ได้โพสภาพโต้ตอบภาพดังกล่าวไปพร้อมข้อความว่า "Zaharah?" โดยภาพที่คู่หมั้นของโลเปซโพสนั้นมี 2 ภาพคู่กัน ซึ่งทั้งสองคือภาพ selfie(ถ่ายเอง)เปลือยของโลเปซ ทว่าไม่กี่นาทีต่อมาสองภาพนี้ก็ถูกลบทิ้งไปเช่นกัน[96] ต่อมาโลเปซได้โพสข้อความลงใน twitter เพื่อขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น "ผมอยากจะขอโทษแฟน WWE ทุกคน ครอบครัวของผม และเพื่อนๆของผมด้วย จากการที่ภาพถ่ายส่วนตัวของผมถูกเผยแพร่ออกไปโดยปราศจากการรู้เห็นของผม"[97][98]

วันที่ 31 สิงหาคม 2015 TMZ ประกาศว่า ชไรเบอร์ แฟนสาวของเซท ได้ถูกไล่ออกหลังพบโพสต์ "ภาพนาซี"[99]

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

โรลลินส์ใช้ท่า Curb Stomp เล่นงาน บิ๊ก อี
โรลลินส์ใช้ท่า springboard knee เล่นงาน เคน
โรลลินส์ใช้ท่า Avada Kedavra เล่นงาน แรนดี ออร์ตัน
  • ท่าไม้ตาย
    • ในนาม เซท โรลลินส์
      • Avada Kedavra (NXT) (Superkick to a kneeling or seated opponent)[100] – 2010–2011; used mostly as a signature move thereafter
      • Blackout[101] (NXT) / Peace of Mind[101] (WWE) / Curb Stomp (WWE) (Running stomp to the back of opponent's head)[32][102][103] – 2012–2015
      • Diving high knee,[104][105] sometimes while springboarding[106] − 2012–2013; used as a signature move thereafter
      • Pedigree (Double underhook facebuster)[79][107] – 2015–present; adopted from Triple H[108]
      • Skywalker (NXT) (Standing shiranui)[104][109] – 2012–2013; used as a signature move thereafter
      • Snap single underhook front facelock drop[110] – 2015
    • ในนาม ไทเลอร์ แบล็ก
      • Corkscrew 450° splash[1][4]
      • God's Last Gift / Small Package Driver (Fisherman buster floated over into a small package, sometimes from the top rope or while applying a wrist-clutch[111])[4][112][113]
      • Paroxysm (Swinging lifting inverted DDT)[1][112][114]
      • Turnbuckle powerbomb followed by a superkick[4]
  • เพลงเปิดตัว
    • "American Love" โดย Haste The Day (IWA Mid-South)[124]
    • "Battle On" โดย War of Ages[125]
    • "The Haunted" โดย Walls of Jericho[126]
    • "Flesh It Out" โดย Blues Saraceno[127] (NXT)
    • "Special Op" โดย Jim Johnston[128] (WWE; 16 ธันวาคม 2012–2 มิถุนายน 2014; ใช้เปิดตัวร่วมกับ เดอะชีลด์)
    • "The Second Coming" โดย CFO$[129] (WWE; 9 มิถุนายน 2014–ปัจจุบัน)[130][131]

ผลงานแชมป์และความสำเร็จ[แก้]

  • Absolute Intense Wrestling
    • AIW Intense Division Championship (1 สมัย)[132]
  • All American Wrestling
    • AAW Heavyweight Championship (2 สมัย)[133]
    • AAW Tag Team Championship (2 สมัย) – กับ Marek Brave (1) และ Jimmy Jacobs (1)[133]
  • Full Impact Pro
    • FIP World Heavyweight Championship (1 สมัย)[1]
  • Independent Wrestling Association Mid-South
    • IWA Mid-South Light Heavyweight Championship (1 สมัย)[132]
  • Mr. Chainsaw Productions Wrestling
    • MCPW World Heavyweight Championship (1 สมัย)[137]
  • NWA Midwest
    • NWA Midwest Tag Team Championship (1 สมัย) – กับ Marek Brave[132]
  • Pro Wrestling Guerrilla
    • PWG World Tag Team Championship (1 สมัย) – กับ Jimmy Jacobs[1]
  • Pro Wrestling Illustrated
    • ความแค้นแห่งปี (2014)[138] ปะทะ ดีน แอมโบรส
    • แทกทีมแห่งปี (2013)[139] – กับ โรแมน เรนส์
    • PWI จัดในอันดับที่ 12 ของสุดยอด 500 อันดับ นักมวยปล้ำเดี่ยวแห่งปีใน PWI 500 ปี 2014[140]
  • Wrestling Observer Newsletter
    • แทกทีมแห่งปี (2013) – กับ โรแมน เรนส์[142]
  • WWE
    • WWE World Heavyweight Championship (1 สมัย, ปัจจุบัน)[143]
    • WWE United States Championship (1 สมัย, ปัจจุบัน)[144]
    • WWE Tag Team Championship (1 สมัย) – กับ โรแมน เรนส์[145]
    • NXT Championship (1 สมัย)[34]
    • Gold Rush Tournament (2012)
    • มันนีย์อินเดอะแบงก์ (2014)[146]
    • สแลมมีอะวอร์ด สำหรับ ดาวฝ่าวงล้อมแห่งปี (2013) – กับ ดีน แอมโบรส และ โรแมน เรนส์ ในนาม เดอะชีลด์
    • สแลมมีอะวอร์ด สำหรับ กลุ่มสตาร์ยอดเยียมแห่งปี (2013, 2014) – กับ ดีน แอมโบรส และ โรแมน เรนส์ ในนาม เดอะชีลด์
    • สแลมมีอะวอร์ด สำหรับ แฮชแท็คบนทวิตเตอร์แห่งปี (2013) – #BelieveInTheShield – กับ ดีน แอมโบรส และ โรแมน เรนส์ ในนาม เดอะชีลด์
    • สแลมมีอะวอร์ด สำหรับ เสียงตะโกนสุดเจ๋งของแฟนๆ (2014) - "You Sold Out"
    • สแลมมีอะวอร์ด สำหรับ เหตุการณ์ทรยศหักหลังแห่งปี (2014) - หักหลัง เดอะชีลด์ และเข้าร่วม ดิออโทริตี
    • สแลมมีอะวอร์ด สำหรับ เหตุการณ์เหินฟ้าท้าแรงโน้มถ่วงยอดเยียมแห่งปี (2014) - Diving off the balcony ใน เพย์แบ็ค
    • สแลมมีอะวอร์ด สำหรับ แมตช์แห่งปี (2014) - ทีมซีนา ปะทะ ทีมออโทริตี ใน เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์

สถิติมวยปล้ำ[แก้]

  • โรลลินส์ เป็นคนแรกที่ได้แชมป์ NXT
  • โรลลินส์ เป็นคนแรกในประวัติศาสตร์ ที่ใช้สิทธิ์มันนีย์อินเดอะแบงก์ ในเรสเซิลเมเนีย และยังเป็นแชมป์คนแรกที่อายุน้อยกว่าอายุของศึกเรสเซิลเมเนีย
  • โรลลินส์ เป็นคนแรกที่ได้ทั้งแชมป์ยูเอส และแชมป์โลกเฮฟวี่เวท WWE ในเวลาเดียวกัน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.00 1.01 1.02 1.03 1.04 1.05 1.06 1.07 1.08 1.09 1.10 1.11 1.12 1.13 1.14 1.15 "Seth Rollins". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. 
  2. 2.0 2.1 Alvarez, Bryan (October 1, 2010). "FRI UPDATE: Giant weekend schedule, big shows, potential HITC spoiler, ROH star new name, WWE/Foley". Wrestling Observer Newsletter. สืบค้นเมื่อ October 2, 2010. "Tyler Black has debuted in WWE developmental under the name Seth Rollins. Maybe they can have him be the brother of Skag Rollins. Given history in developmental, his name will now probably change another two dozen times before he's called up." 
  3. 3.0 3.1 3.2 "Seth Rollins". WWE. 
  4. 4.0 4.1 4.2 4.3 "Tyler Black profile". Ring of Honor. Archived from the original on May 9, 2010. สืบค้นเมื่อ April 5, 2010. 
  5. http://criminalrecords.com/records/colby-lopez-in-united-states
  6. Gagne, Joe (September 23, 2005). "IWA-MS TPI – 09/23/05". CubsFan.com. 
  7. Behrens, Bill (February 14, 2006). "NWA Wildside/Worldwide News: Tuesday February 14, 2006". NWA Wildside. 
  8. Sokol, Chris (October 6, 2006). "Impact: Bye, bye Eric". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. 
  9. Glazer, Aaron (August 9, 2007). "FIP Headlines: Briscoes vs. Black & Brave Rematch Signed". InsidePulse.com. 
  10. "Roger Dorn Night". Pro Wrestling Guerrilla. June 10, 2007. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. 
  11. Farrell, Errol Leigh (June 16, 2007). "Saturday Indy Wrestling News – ChickFight, Power Trip Wrestling, AAW And Wild Card Pro". Lords of Pain. 
  12. "Pro Wrestling Guerrilla World Tag Team Champions". Pro Wrestling Guerrilla. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. 
  13. "Age of the Fall (Tyler Black & Jimmy Jacobs)". Pro Wrestling Guerrilla. July 6, 2008. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. 
  14. 14.0 14.1 "Title History: FIP World Champion". Full Impact Pro. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. 
  15. Aldren, Mike (September 5, 2009). "Daily wrestling news & gossip". The Sun. สืบค้นเมื่อ July 25, 2010. 
  16. 16.0 16.1 "Survival of the Fittest 2009". Cagematch. สืบค้นเมื่อ February 14, 2010. 
  17. Caldwell, James (December 19, 2009). "Caldwell's Ring Of Honor PPV Report 12/19: Ongoing "virtual time" coverage of ROH's first online PPV – Austin Aries vs. Tyler Black". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ December 20, 2009. 
  18. Caldwell, James (January 9, 2010). "Ring of Honor announces details on ROH Title match for Eighth-Anniversary show (w/ video)". PWTorch. สืบค้นเมื่อ August 11, 2010. 
  19. 19.0 19.1 "Ring of Honor Title". Ring of Honor. สืบค้นเมื่อ April 5, 2010. 
  20. Caldwell, James (February 13, 2010). "ROH News: Big News – Result from tonight's ROH World Title match in New York City". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ February 14, 2010. 
  21. Martin, Adam (August 21, 2010). "Spoilers: 8/20 Ring of Honor HDNet TV tapings". WrestleView. สืบค้นเมื่อ August 26, 2010. 
  22. McNichol, Rob (September 11, 2010). "Joining WWE was easy choice". The Sun. สืบค้นเมื่อ September 11, 2010. 
  23. "Results From Richmond & Charlotte". Ring of Honor. สืบค้นเมื่อ September 11, 2010. 
  24. Caldwell, James; Radican, Sean (September 11, 2010). "9/11 ROH internet PPV live results: Caldwell & Radican's coverage of "Glory by Honor IX" – ROH Title match, Haas & Benjamin debut". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ September 11, 2010. 
  25. Martin, Adam (August 8, 2010). "Report: Ring of Honor Champion signs with WWE". WrestleView. สืบค้นเมื่อ August 8, 2010. 
  26. Martin, Adam (August 8, 2010). "Update on Tyler Black signing with WWE". WrestleView. สืบค้นเมื่อ August 8, 2010. 
  27. Caldwell, James (August 8, 2010). "WWE/ROH News: Report on current ROH World champion signing with WWE". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 8, 2010. 
  28. "FayObserver.com Interviews Seth". SethRollins.org.
  29. Martin, Adam (October 6, 2010). "Tyler Black makes official FCW debut last week". WrestleView. สืบค้นเมื่อ October 8, 2010. 
  30. "NEW FCW CHAMPIONS CROWNED". PWInsider. สืบค้นเมื่อ July 29, 2012. 
  31. "WWE News: FCW name being phased out". Wrestling Observer. สืบค้นเมื่อ August 14, 2012. 
  32. 32.0 32.1 James, Justin (July 4, 2012). "James's NXT report 6/27: Week 2 of New NXT season – Bateman vs. Curtis main event, Cesaro, Seth Rollins, Steamboat". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ July 5, 2012. 
  33. Chiverton, George. "NXT WEEKLY RANKINGS & EVALUATION 6/20 – New NXT Week 1: Early impressions from new cast of FCW talent". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ January 9, 2013. "he has ... a solid gimmick as an outsider maverick." 
  34. 34.0 34.1 James, Justin. "JAMES'S WWE NXT REPORT 8/29 – Week 11: First NXT champion crowned in big-match setting". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ September 8, 2012. 
  35. "NXT spoiler – first champion crowned". Pro Wrestling Torch. July 26, 2012. สืบค้นเมื่อ July 26, 2012. 
  36. Caldwell, James. "Survivor Series News: NXT stars debut in PPV main event angle, plus other news from annual PPV". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ November 19, 2012. 
  37. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE TLC PPV RESULTS 12/16: Complete "virtual-time" coverage of final 2012 PPV – Cena vs. Ziggler main event, Shield makes a statement". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ December 17, 2012. 
  38. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 1/7: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – WWE Title match, The Rock returns, Cena vs. Ziggler (updated w/Box Score)". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ January 12, 2013. 
  39. James, Justin. "JAMES'S WWE NXT REPORT 1/9: Big E. captures NXT Title, Shield involved, PAC debut promo, Overall Reax". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 12 January 2013. 
  40. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Royal Rumble PPV Results 1/27: Complete "virtual-time" coverage of Punk vs. Rock, 30-man Rumble". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ January 29, 2013. 
  41. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 1/28: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – Huge Return ends Raw, Rock's first night as WWE champ, Raw Roulette, Heyman-McMahon". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ January 29, 2013. 
  42. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 2/4: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - WWE explains many things, Punk-Jericho main event, Bruno HOF Video". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 6 February 2013. 
  43. Caldwell, James. "WWE NEWS: Team Cena vs. The Shield official for Elimination Chamber; updated PPV line-". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 6 February 2013. 
  44. Caldwell, James. "WWE NEWS: Chamber PPV results & notes - WM29 main event set, World Title match set, Shield big win, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 18 February 2013. 
  45. "CALDWELL'S WWE WRESTLEMANIA 29 PPV RESULTS: Complete "virtual-time" coverage of live PPV from MetLife Stadium - Rock-Cena II, Taker-Punk, Lesnar-Hunter, more". 
  46. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/8: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – WM29 fall-out, new World Champ, no Rock, Taker live, crowd takes over". 
  47. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 4/22 (Second Hour): Shield vs. The Undertaker six-man tag match, Ryder squashed". 
  48. "Smackdown!:The Undertaker returns to Friday night action". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 27 May 2013. 
  49. Benigno, Anthony. "Why hasn't The Shield been beaten yet? They work cohesively". WWE. Archived from the original on 24 May 2013. สืบค้นเมื่อ 24 May 2013. 
  50. Bishop, Matt. "Lesnar finishes off Triple H at Extreme Rules". Slam! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ May 26, 2013. 
  51. Tylwalk, Nick. "Raw: Daniel Bryan faces an even bigger uphill climb". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 31, 2013. 
  52. Asher, Matthew. "Raw: Bryan's road through Hell continues". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 31, 2013. "It appears as though The Shield is now Triple H's lackeys as they open tonight's Raw as makeshift bodyguards (Jerry Lawler called them "henchmen") for The Game as he makes his way to the ring." 
  53. Asher, Matthew. "Battle may be over but WWE Battleground still leaves unresolved issues". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ November 1, 2013. 
  54. Benigno, Anthony. "Raw results: The Rhodes get golden, Orton traps Bryan and Heyman goes to 'Hell'". WWE. สืบค้นเมื่อ October 15, 2013. 
  55. Caldwell, James. "WWE E. Chamber PPV results 2/23 (Hour 2): Shield vs. Wyatts big six-man tag, Batista vs. Del Rio, Divas Title". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 25 February 2014. 
  56. Keller, Wade. "Keller's Six Pack: Raw thoughts including Hunter-Bryan beat down, Batista, Shield's turn, Bray's gimmick shift, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 26, 2014. 
  57. Parks, Greg. "Parks's WWE SmackDown Report 3/21: Ongoing "virtual time" coverage of Friday show, including Cena vs. Harper". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ March 22, 2014. 
  58. Caldwell, James. "WrestleMania 30 PPV results: (Hour 2): Complete "virtual-time" coverage of Cena vs. Bray, big moment for Cesaro in the Andre Battle Royal, Shield vs. Outlaws". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 8, 2014. 
  59. Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw results 4/7: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – WM30 fall-out, WWE Title match teaser, Bryan's first night as champ, Warrior, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ April 8, 2014. 
  60. McCarron, Rob. "WWE Raw TV report – April 14, 2014". สืบค้นเมื่อ May 23, 2014. 
  61. Asher, Matthew (May 5, 2014). "Daniel defends, Wyatt gets weirder and the Shield survives at Extreme Rules". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ June 8, 2014. 
  62. 62.0 62.1 Asher, Matthew (June 1, 2014). "WWE Payback: The Shield Evolved, Cena stood tall and Brie dropped a bombshell". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ June 8, 2014. 
  63. Waldman, Jon (June 3, 2014). "Raw: Changing of the Shield". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ June 23, 2014. 
  64. Burdick, Michael. "Seth Rollins’ talk of Money brought Mayhem". สืบค้นเมื่อ June 17, 2014. 
  65. Clapp, John. "Seth Rollins won the Money in the Bank Contract Ladder Match". สืบค้นเมื่อ June 29, 2014. 
  66. http://www.wwe.com/shows/summerslam/2014/dean-ambrose-seth-rollins-26543956
  67. "Caldwell's WWE NoC PPV Report 9/21: Complete "virtual-time" coverage of of live PPV - Lesnar vs. Cena". September 21, 2014. สืบค้นเมื่อ September 21, 2014. 
  68. Benigno, Anthony. (October 26, 2014). "Seth Rollins def. Dean Ambrose (Hell in a Cell Match)". WWE.com. สืบค้นเมื่อ October 27, 2014. 
  69. Keller, Wade. "Keller's WWE Raw report 12/29: Lesnar and Heyman show up, Ziggler vs. Rusev in a champion vs. champion match, Edge & Christian host, Bryan’s big announcement". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 31 December 2014. 
  70. Caldwell, James (January 25, 2015). "CALDWELL'S ROYAL RUMBLE PPV REPORT 1/25: Ongoing "virtual-time" coverage of Lesnar vs. Cena vs. Rollins for WWE Title, annual Royal Rumble match, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ January 25, 2015. 
  71. "Huge Title Change At WrestleMania 31, First TV Appearance Announced For New Champion", by Marc Middleton, WrestlingInc.com
  72. "Powell's WrestleMania 31 results and review", by Jason Powell, ProWrestling.net
  73. [1]
  74. [2]
  75. http://www.wwe.com/shows/extremerules/2015/seth-rollins-randy-orton-steel-cage-wwe-world-heavyweight-championship-match-photos
  76. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results - 4/27/15 (Payback main event set)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 28 April 2015. 
  77. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results - 5/4/15 (Changes to Payback main event)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 5 May 2015. 
  78. "WWE RAW Results - 5/11/15 (Final hype for WWE Payback)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 12 May 2015. 
  79. 79.0 79.1 Murphy, Ryan. "WWE World Heavyweight Champion Seth Rollins won a Fatal 4-Way Match". WWE. สืบค้นเมื่อ May 17, 2015. 
  80. Anthony, Benigno. "Dean Ambrose def. WWE World Heavyweight Champion Seth Rollins via Disqualification". WWE. สืบค้นเมื่อ 31 May 2015. 
  81. WWE Raw results, June 8, 2015 The distraction allowed Mercury to schoolboy The Architect for the pin.
  82. WWE World Heavyweight Champion Seth Rollins def. Dean Ambrose 14 June 2015 by Anthony Benigno of WWE.com
  83. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results - 6/15/15 (Lesnar is the new #1 contender)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 15 June 2015. 
  84. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/20: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Battleground fall-out, Taker-Lesnar pullapart, big six-man tag main event, Divas, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 20 July 2015. 
  85. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/27: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Cena vs. Rollins for U.S. Title, SSlam hype, Owens vs. RKO, two Divas matches, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 27 July 2015. 
  86. "John Cena suffers broken nose on Raw". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 27 July 2015. 
  87. Artus, Matthew. "WWE World Heavyweight Champion Seth Rollins def. United States Champion John Cena in a Winner Takes All Match". wwe.com. สืบค้นเมื่อ 23 August 2015. 
  88. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results - 8/24/15 (The Dudleys, Sting return)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 24 August 2015. 
  89. Caldwell, James. "WWE NEWS: Three big returns on Raw - WWE Title Main Event set for Night of Champions". PWTorch. สืบค้นเมื่อ 26 August 2015. 
  90. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results - 8/31/15 (Sting/Cena challenge Rollins)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 1 September 2015. 
  91. "Armenian Wrestler Named As New WWE Champion". Asbarez. April 10, 2015. 
  92. "The Art of Wrestling: Episode 8 – Tyler Black aka Seth Rollins". Colt Cabana. September 23, 2011. สืบค้นเมื่อ November 9, 2014. 
  93. Rollins, Seth (October 2, 2010). "Seth Rollins @WWE Rollins". Twitter. สืบค้นเมื่อ November 9, 2014. 
  94. Nessif, Bruna (February 10, 2015). "WWE Star Seth Rollins Apologizes After Angry Fiancée Reportedly Leaks Nude Photos of Him and WWE Diva Zahra Schreiber". E! Online. สืบค้นเมื่อ February 11, 2015. 
  95. Jonathan Strauss (February 14, 2015). "Leighla Schultz retaliates by posting private photos of Seth Rollins, Zahara Schreiber". The Lahore Times. สืบค้นเมื่อ February 16, 2015. "Rollins is engaged to Leighla Schultz since last summer." 
  96. QMI Agency (February 10, 2015). "Nude photos of WWE's Seth Rollins emerge on Twitter". Toronto Sun. สืบค้นเมื่อ February 11, 2015. 
  97. McSpadden, Kevin (February 11, 2015). "WWE Star Seth Rollins Apologizes for Nude-Photos Leak". Time. สืบค้นเมื่อ February 11, 2015. 
  98. Tweeted apology
  99. TMZ Staff (31 August 2015). "WWE Seth Rollins' Girlfriend -- Fired for Nazi Pics". 
  100. "Seth Rollins – NXT Profile". NXT Wrestling. Archived from the original on August 18, 2012. สืบค้นเมื่อ December 30, 2012. 
  101. 101.0 101.1 Clapp, John. "The blueprints behind 'The Architect' Seth Rollins' 7 coolest moves". WWE. สืบค้นเมื่อ May 14, 2014. 
  102. Namako, Jason (April 30, 2012). "FCW Results – 4/29/12". WrestleView. สืบค้นเมื่อ May 25, 2012. 
  103. Martin, Adam (May 25, 2012). "Spoilers: FCW TV Taping Results for June". WrestleView. สืบค้นเมื่อ May 25, 2012. 
  104. 104.0 104.1 104.2 104.3 104.4 Trionfo, Richard. "WWE NXT report: Ohno/Barreta; the United States Champion in challenged; Divas in action; someone loses their first name; and more". PWInsider. สืบค้นเมื่อ October 27, 2012. 
  105. 105.0 105.1 105.2 105.3 105.4 105.5 Trionfo, Richard. "WWE NXT report: the first NXT champion is crowned". PWInsider. สืบค้นเมื่อ September 1, 2012. 
  106. "Complete WWE Raw report: remember to download the app; The Shield defend their titles; CM Punk is coming back soon; Bret Hart is in the house...and so is Shawn Michaels; happy birthday Natalya, remember we are in your home town; and more". สืบค้นเมื่อ May 28, 2013. 
  107. Caldwell, James (May 18, 2015). "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 5/18: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Payback PPV fall-out, two title matches, packed show includes major Lana-Rusev developments and NXT champ debuting, more". PWTorch. สืบค้นเมื่อ May 25, 2015. 
  108. Caldwell, James (May 28, 2015). "WWE news: Seth Rollins addresses new Pedigree finisher". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ May 28, 2015. 
  109. Chiverton, George. "Chiverton's NXT scouting report: Big E. gets called up; Latest Rankings & Evaluations of NXT stars". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ July 11, 2013. "Rollins won with a superkick and a standing sliced bread, which Jim Ross called the 'Skywalker.'" 
  110. Caldwell, James. "WWE Raw results 4/20". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 21 April 2015. 
  111. "Tyler Black vs Davey Richards|Tyler Black wins". 
  112. 112.0 112.1 112.2 112.3 Caldwell, James (June 12, 2009). "Caldwell's 6/12 ROH Take No Prisoners PPV Report: Report from live PPV taping in Houston on tonight's PPV". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. 
  113. Gerweck, Steve (May 8, 2010). "5/8 ROH Results: Manhattan, NY". WrestleView. สืบค้นเมื่อ May 9, 2010. 
  114. 114.0 114.1 Caldwell, James (April 17, 2009). "Caldwell's ROH Caged Collision PPV Report 4/17: Ongoing "virtual time" coverage of Ten-Man Cage match". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. 
  115. 115.0 115.1 115.2 Trionfo, Richard. "WWE SmackDown report: Shield in singles action". PWInsider. สืบค้นเมื่อ January 13, 2014. 
  116. 116.0 116.1 116.2 116.3 116.4 116.5 Trionfo, Richard. "WWE NXT report: McIntyre/Rollins; and more". PWInsider. สืบค้นเมื่อ July 27, 2012. 
  117. 117.0 117.1 117.2 Trionfo, Richard. "WWE RAW report: Shield versus Big Red Bearded Viper series". PWInsider. สืบค้นเมื่อ January 13, 2014. 
  118. Caldwell, James (May 30, 2008). "Caldwell's ROH "Take No Prisoners" Report 5/30: Ongoing "virtual time" coverage of PPV #6". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. 
  119. Caldwell, James (March 22, 2009). "Caldwell's ROH TV report 3/21: ROH debuts on HDNet with Jimmy Jacobs vs. Tyler Black". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 8, 2010. 
  120. "WWE Raw results, October 13, 2014: Dean Ambrose heads to 'Hell' against Seth Rollins and John Cena enters The Viper's nest – Seth Rollins def. Jack Swagger". WWE. สืบค้นเมื่อ December 9, 2014. 
  121. "John Cena def. WWE World Heavyweight Champion Brock Lesnar by disqualification". WWE. สืบค้นเมื่อ December 9, 2014. 
  122. Benigno, Anthony. "Seth Rollins def. Dean Ambrose (Hell in a Cell Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ November 16, 2014. "and the man who declared himself the “Future of WWE” nearly found himself eradicated from the timeline thanks to Ambrose" 
  123. "Seth Rollins comments on becoming on Mr. Money in the Bank: WWE.com Exclusive, June 29, 2014 (1:31)". 
  124. "Matt Sydal vs Tyler Black". 
  125. "Jimmy Jacobs". All-American Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. "“Battle on” by War of Ages(W/ Tyler Black)" 
  126. "Jimmy Jacobs". All-American Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. "“The Haunted” by Walls of Jericho (W/ Tyler Black)" 
  127. "Jimmy Jacobs". All-American Wrestling. สืบค้นเมื่อ August 9, 2010. "“Flesh it out” by Blues Saraceno(W/ Tyler Black)" 
  128. " "WWE:"Special Op"". 
  129. " "WWE:"The Second coming (Seth Rollins)"". 
  130. "Old version.". 
  131. "WWE: "The Second Coming" ► Seth Rollins 5th Theme Song". 
  132. 132.0 132.1 132.2 "Cagematch title listings". 
  133. 133.0 133.1 "Title History". All-American Wrestling. สืบค้นเมื่อ February 20, 2010. 
  134. 134.0 134.1 "FCW Television Report (02.06.2011)". TylerBlack.net. February 9, 2011. สืบค้นเมื่อ February 14, 2011. 
  135. Gerweck, Steve (March 25, 2011). "New FCW Tag Team champions crowned". WrestleView. สืบค้นเมื่อ March 26, 2011. 
  136. "First FCW Grand Slam Champion". 
  137. Martin, Adam (May 18, 2009). "Indy News #2: May 18". WrestleView. สืบค้นเมื่อ May 18, 2009. 
  138. "the PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated 36 (2): 22–23. 2015. 
  139. Pro Wrestling Illustrated 34 (2): 42–43. 2014. 
  140. "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 2014". The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ December 2, 2014. 
  141. "Ring Of Honor Tag Team Championship". Ring of Honor. สืบค้นเมื่อ April 5, 2010. 
  142. Meltzer, Dave (January 27, 2014). "Jan 27 2014 Wrestling Observer Newsletter: 2013 Annual awards issue, best in the world in numerous categories, plus all the news in pro-wrestling and MMA over the past week and more". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California): 1–37. ISSN 1083-9593. 
  143. "Seth Rollins cashed in his Money in the Bank contract and def. Brock Lesnar and Roman Reigns to become WWE World Heavyweight Champion WWE.com". 
  144. "SummerSlam 2015 results: Jon Stewart attacks John Cena, helps Seth Rollins retain WWE World Heavyweight Championship". 
  145. "The Shield's first WWE Tag Team Championship reign". 
  146. "WWE Money in the Bank 2014 Results". 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]