เดฟ บอทิสตา
เดฟ บอทิสตา | |
|---|---|
| เกิด | David Michael Bautista Jr. มกราคม 18, 1969 Washington, D.C., U.S. |
| อาชีพ |
|
| ปีปฏิบัติงาน | 1999–2019 (wrestling) 2006–present (acting) 2012 (MMA) |
| คู่สมรส |
|
| บุตร | 3 |
| ชื่อบนสังเวียน | Batista Dave Batista Deacon Batista Khan Leviathan |
| ส่วนสูง | 6 ฟุต 6 นิ้ว (198 เซนติเมตร)[1] |
| น้ำหนัก | 290 ปอนด์ (132 กิโลกรัม)[1] |
| มาจาก | Washington, D.C. |
| ฝึกหัดโดย | Professional wrestling: Afa Anoaʻi Muay Thai and Eskrima: Marrese Crump |
| เปิดตัว | 30 ตุลาคม 1999 |
| รีไทร์ | 8 เมษายน 2019 |
| อาชีพศิลปะการต่อสู้ | |
| ส่วนสูง | 6 ft 4 in |
| น้ำหนัก | 265 ปอนด์ (120 กิโลกรัม; 18 สโตน 13 ปอนด์) |
| รุ่น | Heavyweight |
| ทีม | Gracie Fighter Tampa Cesar Gracie Jiu-Jitsu |
| อันดับ | Brown belt in Brazilian Jiu-Jitsu under Cesar Gracie |
| ช่วงปี | 2012 |
| สถิติการต่อสู้แบบผสม | |
| คะแนนรวม | 1 |
| ชนะ | 1 |
| โดยการน็อก | 1 |
| แพ้ | 0 |
| ข้อมูลอื่น | |
| สถิติการต่อสู้แบบผสม จากเชอร์ด็อก | |
| ลายมือชื่อ | |
เดวิด ไมเคิล บอทิสตา จูเนียร์ (David Michael Bautista Jr.) เกิด 18 มกราคม ค.ศ. 1969 เป็นนักแสดง, อดีตนักมวยปล้ำอาชีพ และอดีตนักต่อสู้แบบผสมชาวอเมริกัน มีฉายาว่า "ดิ แอนิมอล" (The Animal) เป็นที่รู้จักดีบนสังเวียนในนาม บาทิสตา (Batista)[1] เป็นแชมป์ WWE 2 สมัย แชมป์โลกเฮฟวี่เวท 4 สมัย แชมป์แท็กทีม WWE 4 สมัย[2] ผู้ชนะรอยัลรัมเบิลประจำปี 2005 และ 2014
ชีวิตวัยเยาว์
[แก้]ชื่อจริง David Michael Bautista Jr. เกิด 18 มกราคม 1969 ที่กรุงวอชิงตัน ดีซี, สหรัฐอเมริกา[3] พ่อเป็นเชื้อสาย ฟิลิปปินส์–กรีก แม่เป็นชาวกรีก[4][5][6] ครอบครัวมีฐานะค่อนข้างลำบาก อาศัยในย่านที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม ความรุนแรง และความยากจน เขาเคยเล่าว่า “ตอนเด็กผมคิดว่าตัวเองจะไม่มีโอกาสมีชีวิตที่ดี เพราะสภาพแวดล้อมมันโหดมาก”[7]
ชีวิตลำบากตั้งแต่วัยเด็ก ครอบครัวต้องดิ้นรนเรื่องเงิน เขาเริ่มทำงานช่วยพ่อแม่ตั้งแต่อายุ 9 ขวบ เช่น กวาดพื้น, ยกของ, ทำงานจิปาถะในร้าน เคยถูกไล่ออกจากบ้านเพราะไม่มีเงินจ่ายค่าเช่า เห็นเหตุการณ์รุนแรงบ่อยจนชิน พ่อแม่แยกทางกัน ทำให้เขาต้องโตเร็ว เขามีสัมพันธ์ที่ดีมากกับแม่ แม้ครอบครัวจะลำบาก เขามักรู้สึกโดดเดี่ยวและเก็บตัวในวัยเด็ก[8][9]
เขาตัวสูงและใหญ่ตั้งแต่ยังเด็ก เคยถูกเพื่อนล้อ แต่ต่อมาพลิกเป็นจุดแข็ง วัยรุ่นใช้ชีวิตผิดทางอยู่พักหนึ่ง แต่เริ่มเปลี่ยนตัวเองเมื่อค้นพบว่า ชอบฟิตเนส ชอบยกน้ำหนัก และมีพรสวรรค์ด้านกำลังร่างกาย เริ่มฝึกเพาะกายและตามหาชีวิตใหม่ เขาเคยบอกว่า “การออกกำลังกายช่วยชีวิตผมไว้”[10][11]
ทำงานหลายอย่างเพื่อหาเลี้ยงชีพ เช่น บาวน์เซอร์ (การ์ดประตูผับ/คลับ) คนยกของ คนขับรถ จนกระทั่งตัดสินใจเข้าฝึกมวยปล้ำ ซึ่งกลายเป็นจุดเปลี่ยนชีวิตเขา[12]
เขาโตมากับความยากจน ความรุนแรง และสภาพแวดล้อมที่โหดร้าย ต้องทำงานตั้งแต่เล็ก ชีวิตวัยเด็กที่ลำบากเป็นแรงผลักดันให้เขาอยากเปลี่ยนอนาคต ฟิตเนสและการออกกำลังกายช่วยดึงเขาออกจากเส้นทางอันตราย เป็นพื้นฐานที่ทำให้เขากลายเป็นบาทิสตาที่แข็งแกร่งในวันนี้[13]
เส้นทางมวยปล้ำอาชีพ
[แก้]ก่อนเข้า WWE เขาร่วมสมาคม WXW ในเดือนตุลาคม 1999 โดยใช้ชื่อในสมาคมว่า Kahn และวันที่ 30 ตุลาคม เป็นแมตช์แรกที่ได้ปล้ำใน WXW ชนะ Southtown Joe พอในเดือนกุมภาพันธ์ 2000 ก็จะขอเซ็นสัญญาอยู่กับ WWF/E แต่ตอนนั้น WWE นั้นบอกให้กลับไปฝึกที่ OVW ก่อนและก็ได้แชมป์มากมาย[14] พอปี 2002 ก็มาต่อที่ WWE[15] และได้อยู่ SmackDown! เป็นลูกศิษย์ D-Von อยู่ได้พักหนึ่งก็หักหลัง D-Von[16][17] แล้วย้ายมาอยู่ RAW แล้วใช้ชื่อเดฟ บาทิสตา แล้วทริปเปิลเอชก็ชวนเข้ากลุ่ม Evolution[18] บาทิสตาก็ประสบความสำเร็จมากหลังจากอยู่ Evolution ได้แชมป์โลกแท็กทีมคู่กับริก แฟลร์ใน Armageddon 2003 จาก Dudley Boyz[19][20]
ในรอยัลรัมเบิล 2005 บาทิสตาเอาชนะจอห์น ซีนาได้ในแมตช์รอยัลรัมเบิล จึงได้รับสิทธิ์เข้าไปชิงแชมป์โลกในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 21[21] โดยมีแชมป์โลกอีก 1 คนของค่ายสแมคดาวน์คือเจบีแอล นั่นเองซึ่งเป็นเจ้าของแชมป์ WWE ในขณะนั้นมาเสนอให้ท้าชิงแชมป์เพราะ JBL ขับรถชน บาติสตาแต่เขาก็รอดชีวิตจากการช่วยเหลือของทริปเปิลเอช[22] จนทำให้เขาแค้นมากแต่เขาก็ไม่ไว้ใจทริปเปิลเอชด้วยเช่นกัน เพราะทริปเปิลเอชใช้บาทิสตาเป็นเครื่องทุ่มแรงในการปล้ำอยู่เสมอ บาทิสตาจึงตัดสินใจทำสัญญาท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวทจากทริปเปิลเอชในเรสเซิลเมเนีย 21[23] สุดท้ายบาทิสตาก็เป็นฝ่ายเอาชนะและคว้าแชมป์โลกเฮฟวี่เวทสมัยแรกได้สำเร็จ[1][24] ภายหลังจากล้างแค้นได้สำเร็จในเวลาต่อมา บาทิสตา ถูกให้ย้ายไปสังกัดสแมคดาวน์ สลับกับจอห์น ซีนา ซึ่งเป็นแชมป์ WWE ที่ได้แชมป์มาจาก JBL ในเรสเซิลเมเนีย 21 ไปสังกัดรอว์[25] ต่อมาในปลายปี 2005 เขาต้องรับการผ่าตัด จึงมีความจำเป็นต้องสละตำแหน่งแชมป์ให้กับเคิร์ต แองเกิล[26] พอเขากลับมาในปี 2006 เขาได้เอาชนะบูเกอร์ ที เขาก็ได้เข็มขัดกลับมาอย่างสมใจ[27]
ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 23 บาทิสตาได้เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับดิอันเดอร์เทเกอร์ (เป็นครั้งแรกที่เสียแชมป์โลก)[28] แต่เขาก็มีโอกาสกลับมาชิงแชมป์ได้จากเดอะเกรทคาลีอีกครั้ง ในอันฟอร์กิฟเว่น 2007[1][29] บาทิสตาก็เสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทให้กับเอดจ์ ในอาร์มาเกดดอน 2007[30] ต่อมาบาทิสตาได้เปิดศึกกับชอว์น ไมเคิลส์ เพราะชอว์นเป็นต้นเหตุที่ทำให้ริก แฟลร์ อดีตคู่หูกลุ่มเอฟโวลูชั่น และครูผู้ฝึกสอนของเขาต้องเลิกปล้ำ และท้าเจอกันในแบคแลช (2008) สุดท้ายบาทิสตาก็เป็นฝ่ายแพ้ไปให้กับชอว์น
ช่วงศึกไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2008) บาทิสตาก็ได้มีโอกาสชิงแชมป์โลกคืนจากเอดจ์ แต่เอดจ์ให้ด่านทดสอบว่าจะให้ปล้ำแท็กทีม 8 คน โดยบาทิสตาไม่มีคู่ปล้ำ แต่วิกกี เกร์เรโรอาสาเลือกคู่ปล้ำให้ โดยเลือกให้จับคู่กับนักมวยปล้ำจ็อบเบอร์ล้วนๆ ฝั่งของเอดจ์มีชาโว เกร์เรโร, เคิร์ต ฮอว์กินส์และแซค ไรเดอร์ แต่บาทิสตาก็เอาชนะทีมของเอดจ์ได้ทั้งหมด ภายหลังไนท์ออฟแชมเปียนส์นั้นทำให้บาทิสตามีความโกรธเคืองอย่างหนักจากที่เอดจ์ใช้กลโกง และไม่ทันได้แก้แค้นก็ถูกย้ายไปสังกัดค่ายรอว์ในทันทีจากการดราฟท์ตัว ไม่นานโอกาสที่ได้แก้แค้นมาถึงเมื่อเอดจ์เดินทางไปประกาศชัยชนะ ณ เวทีของรอว์ บาทิสตาจึงออกมาอัด ทำให้เอดจ์ไม่อยู่ในสภาพที่จะลุกขึ้นได้ จึงลงจากเวทีไป เป็นโอกาสให้ซีเอ็ม พังก์ เจ้าของกระเป๋า Money In The Bank เดินสวนทางออกมาใช้สิทธิ์นั้นทันที เป็นผลกรรมที่เอดจ์เคยใช้สิทธิ์นี้ต้องเสียแชมป์โลกเฮฟวี่เวทไป
บาทิสตาได้เปิดศึกกับ นักมวยปล้ำขั้นเทพที่มีฝีมือและดีกรีสูสีกับเขาในยุคนี้ คือ จอห์น ซีนา เนื่องจากมีปัญหาเข้าใจผิดที่ซีนาจะใช้เก้าอี้ตีใส่ JBL แต่ JBL หลบได้ เลยพลาดไปถูกบาทิสตา ทำให้คู่นี้กลายเป็นคู่กรณีกันโดย 2 คนนี้ถูกให้จับคู่กันเพื่อไปชิงแชมป์แทคทีมกับเดอะเลกาซี (โคดี โรดส์ และเท็ด ดิบิอาซี่) ซึ่งก็สามารถคว้าแชมป์มาครองได้สำเร็จ[31][32] แต่เป็นเพราะคู่นี้เป็นคู่กรณีกัน จึงไม่มีความสามัคคี ทำให้อีก 1 อาทิตย์ต่อมา ต้องเสียแชมป์กลับคืนให้กับเลกาซี[33] จากนั้นคู่นี้ก็ได้เจอกันอย่างสมใจ เมื่อศึกใหญ่อย่างซัมเมอร์สแลม (2008)มาถึง ผลปรากฏว่าซีนาโดนบาทิสตาบอมบ์ ท่าไม้ตายของบาทิสตาแพ้ไปอย่างหมดรูป ทำให้ซีนาต้องพักการปล้ำไปนานพอควรเลยทีเดียว แมตช์นี้ถือได้ว่าเป็นการพบกันของ 2 นักมวยปล้ำชั้นนำของ WWE ซึ่งไม่เคยได้เจอกันแบบตัวต่อตัว นับแต่พวกเขาได้เข้ามาในวงการถึง 6 ปี[34]
จากนั้นต่อมา บาทิสตาได้กลายมาเป็นคู่ปรับกับนักมวยปล้ำหนุ่มผู้กวาดล้างนักมวยปล้ำที่เป็นตำนานนามว่าแรนดี ออร์ตัน ซึ่งเคยเป็นเพื่อนเก่าของบาทิสตาในกลุ่มเอฟโวลูชั่น เนื่องจากมีความแค้นส่วนตัวที่ออร์ตันถูกหักหลังและโดนไล่ออกจากกลุ่มนั่นเอง ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2008) คู่นี้ได้ปะทะกันในรูปแบบแทคทีม 5 คน ในชื่อ อิลิมิเนชั่นแทกแมตช์ ซึ่งใครแพ้ต้องถูกคัดออก ผลปรากฏว่าบาทิสตาเป็นฝ่ายแพ้ให้กับออร์ตัน โดยมีโคดี โรดส์ ลูกน้องของออร์ตัน คอยช่วยอยู่ในฐานะสมาชิกแทคทีมของเขา จนกระทั่งในศึกส่งท้ายปีอย่าง อาร์มาเกดดอน (2008) คู่นี้ก็ได้เจอกันอีกครั้ง คราวนี้ บาทิสตาได้เอาคืนออร์ตัน โดยการเอาชนะล้างตาไปได้ แต่ในรอว์ ออร์ตันก็ได้เล่นงานบาทิสตาสารพัดและจบด้วยการเตะศีรษะบาทิสตาจนต้องพักการปล้ำไปนานถึง 4 เดือน[35]
4 เดือนต่อมาหลังศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 25 บาทิสตาได้กลับมาเพื่อทวนแค้นกับ แรนดี ออร์ตัน ซึ่งแพ้ ทริปเปิล เอช มาหมาดๆ จากการชิงแชมป์ WWE ซึ่งคราวนี้ บาทิสตา จะได้จับคู่แทคทีมกับ ทริปเปิล เอช และ เชน แมคแมน เจอกับ ออร์ตัน และ เดอะเลกาซี ในการปล้ำแทคทีม 6 คน ในศึก แบคแลช (2009) ซึ่งหากทีมออร์ตัน ชนะ ไม่ว่าใครจะเป็นฝ่ายจับกดใครได้ก็ตาม ออร์ตัน จะกลายเป็นแชมป์ WWE ไปในทันที ผลปรากฏว่า บาทิสตาไม่อาจคุ้มครองลูกพี่เก่าเพื่อรักษาตำแหน่งแชมป์ไว้ได้จนต้องเสียแชมป์ WWE ให้กับ ออร์ตัน ในรอว์ บาทิสตาได้เจอกับ บิ๊กโชว์ เพื่อหาผู้ท้าชิงอันดับ 1 ในการชิงแชมป์ WWE ซึ่งบาทิสตา ได้เอาชนะ บิ๊กโชว์ ไปได้จากความช่วยเหลือของ จอห์น ซีนา ที่เข้ามารบกวน บิ๊กโชว์ ระหว่างแมตซ์ ทำให้บาทิสตา ได้ไปชิงแชมป์ WWE กับ ออร์ตัน เพื่อชำระแค้นกันอีกครั้ง ในศึก จัดจ์เมนท์เดย์ (2009) เมื่อถึงวันปล้ำ ออร์ตันได้ทำให้ตัวเองถูกจับแพ้ฟาวล์เพื่อรักษาตำแหน่งเอาไว้อีกครั้ง ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2009) บาทิสตาก็สามารถกระชากแชมป์จากออร์ตัน ได้ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก[36] แต่บาทิสตาก็ต้องสละแชมป์ WWE และพักการปล้ำไปเนื่องจากอาการบาดเจ็บที่แขน[37]
บาทิสตาได้กลับมาอีกครั้งหลังจากเจ็บที่แขนไปยาวนาน และในแบรกกิ้ง ไรท์ส (2009) บาทิสตาได้ปล้ำในแมตช์ 4 เส้า ในการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท จาก ดิอันเดอร์เทเกอร์ ร่วมด้วย เรย์ มิสเตริโอ และซีเอ็ม พังก์ ซึ่ง อันเดอร์เทเกอร์ เป็นฝ่ายป้องกันแชมป์ไว้ได้ ทำให้บาทิสตาโมโห จึงทำร้ายเรย์ จากนั้นก็ประกาศตัดเพื่อนกับเรย์ และกลายเป็นฝ่ายอธรรม ในเซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ (2009) บาทิสตา กับเรย์ ก็ได้เจอกัน ผลปรากฏว่า บาทิสตาเป็นฝ่ายชนะ[38] ในทีแอลซี: เทเบิล แลดเดอร์ แอนด์ แชร์ (2009) บาทิสตาได้ขอท้าชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับ อันเดอร์เทเกอร์ ผลปรากฏว่าในตอนแรก บาทิสตาชนะและได้แชมป์โลกเฮฟวี่เวท แต่ทีโอดอร์ ลองผู้จัดการทั่วไปของฝั่งสแมคดาวน์ ออกมาบอกว่าให้เริ่มใหม่อีกครั้ง และอันเดอร์เทเกอร์ก็สามารถป้องกันแชมป์โลกเฮฟวี่เวท เอาไว้ได้สำเร็จ[39]
ในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2010) บาทิสตาได้กระชากแชมป์ WWE ไปจากจอห์น ซีนา หลังจากได้แชมป์จากเชมัส[40] ต่อมา บาทิสตาก็เล่นงานซีนาตลอดทั้งสัปดาห์และก็บอกว่า ซีนาไม่เคยชนะตนได้แม้แต่ครั้งเดียว แต่ว่าในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 บาทิสตาก็เสียแชมป์ WWE คืนให้กับซีนา และเป็นการพ่ายแพ้ให้กับซีนาครั้งแรกด้วย[41][42] ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2010) บาทิสตาได้ขอท้าซีนา ชิงแชมป์ WWE อีกครั้ง แต่บาทิสตา ก็แพ้ให้กับซีนาไปอีกเป็นครั้งที่ 2 ติดต่อกัน[43] ในโอเวอร์เดอะลิมิต (2010) บาทิสตาได้ขอท้าซีนา ชิงแชมป์ WWE อีกครั้ง สุดท้ายบาทิสตา ก็แพ้ไปอีกเป็นครั้งที่ 3 ติดต่อกัน แล้วก็อกหักอีกตามเคย[44] และบาทิสตาได้รับบาดเจ็บสาหัส ในรอว์คืนต่อมา (24 พฤษภาคม 2010) บาทิสตาได้ตัดสินใจประกาศลาออกจาก WWE[7]
ในรอว์ 20 มกราคม 2014 บาทิสตาได้กลับมาใน WWE อีกครั้ง โดยเปิดตัวออกมาก้มลงจูบพื้นเวที จากนั้นก็สวมกอดกับ ทริปเปิล เอช บาทิสตา ทักทายออร์ตัน และบอกว่านายมีปัญหาสินะที่เขากลับมา เพราะฉะนั้นจะขอบอกให้ชัดๆ เลยว่าเขากลับมาเพื่อจะเป็นแชมป์ WWE เขาไม่สนใจว่าหลังจบรอยัลรัมเบิล (2014) ใครจะเป็นแชมป์ระหว่าง ออร์ตัน, ซีนา หรือใครก็ช่าง เขากลับมาเพื่อชนะ รอยัลรัมเบิล และเป็นคู่เอก เรสเซิลเมเนีย จงทำใจซะเถอะ!![45] ในรอยัลรัมเบิล บาทิสตาก็ได้เป็นผู้ชนะในแมตช์รอยัลรัมเบิลอีกครั้ง และได้สิทธิ์ไปชิงแชมป์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30[46] ต่อมาได้เปิดศึกกับอัลเบร์โต เดล รีโอ และได้ท้าเจอกันในอิลิมิเนชั่น แชมเบอร์ (2014) สุดท้ายบาทิสตาก็เป็นฝ่ายเอาชนะไปได้สำเร็จ[47][48] ในเรสเซิลเมเนีย บาทิสตาไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ โดยแดเนียล ไบรอันคว้าแชมป์ไปได้สำเร็จ[49]
1 วันหลังจากจบเรสเซิลเมเนีย ในรอว์คืนต่อมา สเตฟานี แม็กแมนได้ออกมาสั่งให้ออร์ตันและบาทิสตาร่วมมือกันเป็นทีม เริ่มต้นจากแมตช์ชิงแชมป์แทกทีมกับดิ อูโซส์ ผลออกมาเป็นดับเบิลเคาท์เอาท์[50] และได้สั่งให้เคน, บาทิสตา และออร์ตันทำร้ายไบรอันก่อนการก่อนแข่งขันจะเริ่มต้นเป็นการสร้างจุดอ่อน และทำให้ทริปเปิลเอชมีโอกาสในการชนะมากขึ้น จนเดอะชีลด์ได้ออกมาบนเวที และจัดการกับพวกกลุ่มของทริปเปิลเอช และได้ช่วยไบรอัน จากการกลั่นแกล้งจากกลุ่มทริปเปิลเอช[51] ในรอว์ 14 เมษายน เดอะชีลด์ต้องปล้ำแฮนดิแคป 11 รุม 3 แต่กรรมการต้องยุติแมตช์ เนื่องจากทั้งสองฝ่ายอัดกันไม่หยุด ก่อนที่ ทริปเปิลเอช, ออร์ตัน และบาทิสตา จะออกมาในนามของกลุ่ม เอฟโวลูชั่น และมาจัดการอัดกลุ่มเดอะชีลด์จนหมดสภาพ[52] ก่อนที่จะประกาศแมตช์แทกทีมอย่างเป็นทางการ ในสแมคดาวน์ 18 เมษายน ระหว่างเดอะชีลด์กับเอฟโวลูชั่นในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2014) สุดท้ายเอฟโวลูชั่นเป็นฝ่ายแพ้ ในเพย์แบ็ค (2014) เอฟโวลูชั่นได้เจอกับเดอะชีลด์ในแมตช์แทกทีม 6 คน ไม่มีกฎกติกา แบบคัดออก สุดท้ายเอฟโวลูชั่น แพ้รวด 3-0[53][54] ในรอว์คืนต่อมา บาทิสตาได้ประกาศขอลาออกจาก WWE[55][56][57][58]
วันที่ 16 ตุลาคม 2018 ในสแมคดาวน์ครบรอบตอนที่ 1000 บาทิสตาได้ปรากฏตัวในฐานะกลุ่มเอฟโวลูชั่นก่อนจะมีการท้าทายทริปเปิลเอชเล็กน้อย[59] ในรอว์ 25 กุมภาพันธ์ 2019 บาทิสตาได้ทำร้ายริก แฟลร์ในงานฉลองวันเกิดครบรอบ 70 ปีของแฟลร์เป็นการท้าทายทริปเปิลเอช[60] ในรอว์ 11 มีนาคม บาทิสตาและทริปเปิลเอชได้ออกมาะทะฝีปากกันก่อนที่บาทิสตาจะท้าทริปเปิลเอชให้เจอกันในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 35โดยทริปเปิลเอชได้เพิ่มรูปแบบการปล้ำเป็นแมตช์ไม่มีกฏกติกา (No Holds Barred match)[61] ซึ่งบาทิสตาเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ไป[62] ก่อนจะประกาศรีไทร์อำลาสังเวียนอย่างเป็นทางการในเวลาต่อมา[63][64]
เส้นทาง MMA
[แก้]เขาฝึก Brazilian Jiu-Jitsu (BJJ) จริงจังหลังออกจาก WWE ในปี 2010 ได้สาย Purple Belt ฝึกกับครูชื่อดังอย่าง Cesar Gracie และ Josh Rafferty ตั้งใจพิสูจน์ว่าตนเองสามารถสู้แบบจริงจังได้ ไม่ใช่แค่มวยปล้ำโชว์[65][66][67]
Batista vs. Vince Lucero วันที่: 6 ตุลาคม 2012 รายการ: CES MMA: Real Pain สถานที่: Providence, Rhode Island รุ่น: Heavyweight คู่ต่อสู้เดิมของ Batista ถอนตัว ทำให้ Vince Lucero ถูกดึงมาแทนแบบกระทันหัน[68][69]
ผลการแข่งขัน Batista ชนะ TKO ในยกที่ 1 เวลาประมาณ 4 นาที ใช้พลังหมัดและ ground-and-pound เป็นชัยชนะ MMA อาชีพเพียงไฟต์เดียวของเขา สถิติสุดท้าย: 1–0[70]
Batista บอกว่าอยากขึ้นชกอีก แต่ติดงานแสดงใน Hollywood อายุเริ่มมากขึ้น ทำให้สมาคมไม่ค่อยดันไฟต์ใหม่ เขาจึงเลิกชก MMA
ก่อนแข่ง Batista ลดน้ำหนักหนักมากเพื่อให้พร้อมสู้ เขาฝึกกับนักสู้ UFC ระดับท็อปหลายคน ไฟต์นี้ทำรายได้และเป็นข่าวดังเพราะเป็นการเปิดตัวของ “ซูเปอร์สตาร์ WWE”
อาชีพนักแสดง
[แก้]แม้ Batista จะเริ่มดังจาก WWE แต่เขาประสบความสำเร็จอย่างมากในวงการภาพยนตร์ จนกลายเป็นหนึ่งในนักแสดงจาก WWE ที่ได้รับการยอมรับด้าน “การแสดงจริง ๆ” ไม่ใช่แค่บทบู๊[71]
เขาเริ่มรับงานเล็ก ๆ ในซีรีส์และภาพยนตร์อินดี้ เช่น Smallville, Relative Strangers บทส่วนใหญ่เป็นนักเลง ร่างยักษ์ ทหาร หรือบทรับเชิญ ในช่วงนี้ยังไม่โดดเด่นมาก แต่เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เขาอยากเอาดีทางการแสดง[72]
หลังออกจาก WWE ปี 2010 เขาหันไปฝึกการแสดงแบบเต็มเวลา พร้อมรับงานหนังแอ็กชันระดับกลาง เช่น The Scorpion King 3 (2012), The Man with the Iron Fists (2012) รับบท Brass Body, Riddick (2013) บทใน Riddick ทำให้หลายสตูดิโอเริ่มมองเห็นศักยภาพของเขา[73][74]
ปี 2014 คือปีที่ทำให้ชีวิต Batista เปลี่ยนตลอดกาล Guardians of the Galaxy (2014) รับบท Drax the Destroyer เป็นหนังที่ทำให้เขาดังระดับโลก ผู้ชมชื่นชอบคาแรกเตอร์ตลก-จริงใจ-โผงผางของเขามาก จากนั้นเขาปรากฏตัวใน MCU หลายเรื่อง: ภาพยนตร์ MCU ที่ Batista แสดง Guardians of the Galaxy Vol. 1 (2014)[75], Guardians of the Galaxy Vol. 2 (2017)[76], Avengers: Infinity War (2018)[77], Avengers: Endgame (2019), Thor: Love and Thunder (cameo, 2022), Guardians of the Galaxy Vol. 3 (2023) เรื่องสุดท้ายในบท Drax Batista เองบอกว่า Vol. 3 คือการปิดฉากตัวละครของเขาใน MCU[78][79][80]
Batista ไม่อยากถูกจำกัดว่าเป็น “นักมวยปล้ำมาเล่นหนัง” เขาเริ่มเลือกรับบทที่จริงจังขึ้นและต้องแสดงอารมณ์ลึกซึ้งมากกว่าเดิม[81]
ภาพยนตร์เด่นนอก MCU เรื่อง Spectre (2015) แสดงเป็นตัวร้ายสุดโหด Mr. Hinx เป็นศัตรูตัวฉกาจของ James Bond ทำให้ชื่อของ Batista เข้าสู่วงการภาพยนตร์ระดับโลกอย่างเต็มตัว[82]
Blade Runner 2049 (2017) รับบท Sapper Morton บทสั้นแต่ได้รับคำชมอย่างมากจากนักวิจารณ์ เป็นงานที่ Batista บอกว่า “ทำให้เขารู้สึกว่าเป็นนักแสดงจริงๆ”[83][84]
Escape Plan 2 & 3 (2018–2019) เล่นคู่กับ Sylvester Stallone, Dune (2021) และ Dune: Part Two (2024) รับบท Glossu Rabban เป็นหนึ่งในบทใหญ่และจริงจังที่สุดของเขาในหนังระดับ Oscar ถือเป็นผลงานที่ยกระดับ “ความสามารถด้านการแสดง” มากที่สุด Army of the Dead (2021) รับบทเป็น Scott Ward อดีตทหารมือสังหารที่เคยช่วยอพยพผู้คนออกจากลาสเวกัสช่วงการระบาดซอมบี้[85][86]
Glass Onion: A Knives Out Mystery (2022) เล่นบท YouTuber หัวร้อน Duke Cody โชว์ความสามารถด้านคอมเมดี้[87][88]
Knock at the Cabin (2023) รับบทครูผู้ใจดีแต่ต้องทำสิ่งน่ากลัว หนังของ M. Night Shyamalan Batista ได้รับคำชมว่านี่คือบทแสดงดีที่สุดของเขา[89]
Batista ได้รับการชื่นชมว่า ตั้งใจพัฒนาการแสดงมากที่สุดในบรรดานักมวยปล้ำ เลือกบทที่แปลกใหม่และไม่จำกัดตัวเอง แสดงบท emotional และบทดราม่าได้ดีมาก มักร่วมงานกับผู้กำกับระดับโลก เช่น Denis Villeneuve, James Gunn, Rian Johnson, M. Night Shyamalan
เขามักพูดว่า: “ผมอยากเป็นนักแสดง ไม่ใช่แค่ดาราแอ็กชันกล้ามใหญ่” เขาเริ่มจากบทเล็ก ๆ สู่หนังแอ็กชัน ก้าวสู่ฮอลลีวูด กลายเป็นซูเปอร์สตาร์ระดับโลกจากบท Drax พิสูจน์ตัวเองด้วยผลงานมาสเตอร์พีซอย่าง Blade Runner 2049, Dune, Knock at the Cabin เป็นหนึ่งในอดีตนักมวยปล้ำที่ “ประสบความสำเร็จสูงสุดในวงการหนัง”[90][91]
ชีวิตส่วนตัว
[แก้]พ่อเป็นเชื้อสายฟิลิปปินส์-กรีก ส่วนแม่เป็นชาวกรีก ชีวิตวัยเด็กค่อนข้างลำบาก ครอบครัวมีฐานะไม่ดี และอาศัยอยู่ในย่านที่เต็มไปด้วยอาชญากรรม
เคยแต่งงานมา 3 ครั้ง 1.กลอเรีย (1988–1998) ภรรยาคนแรก มีลูกสาว 2 คน: Keilani Bautista (เกิดปี 1990), Athena Bautista (เกิดปี 1992)[92] 2.แองจี้ (1998–2006) ไม่ได้มีลูกด้วยกัน ช่วงนี้ Batista เริ่มมีชื่อเสียงใน WWE ทำให้ความสัมพันธ์ห่างเหินจนเลิกรา[93][94] 3.ซาราห์ เจด (2015–2019) นักเต้นโชว์ลูป หย่ากันในปี 2019[95]
เขามีลูกสาว 2 คนและมี หลาน 3 คน ทำให้เขาเป็น “คุณตา” ตั้งแต่อายุยังไม่มาก เขาเคยบอกว่าครอบครัวคือสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเขา[96][97]
เขารักสุนัขมาก โดยเฉพาะสุนัขพันธุ์พิทบูล เขามักช่วยเหลือสุนัขที่ถูกทารุณกรรม และบริจาคให้มูลนิธิช่วยสัตว์เป็นประจำ มีสุนัขหลายตัวที่เขารับเลี้ยงเอง
ชอบสะสมของเล่นและของสะสม “ลายกะโหลก” สนใจศิลปะรอยสักมาก (รอยสักทั่วตัวมีความหมายส่วนตัวหลายจุด) เคยทำงานเป็น บาวน์เซอร์ ก่อนโด่งดังใน WWE บุคลิกจริงใจ อ่อนโยน ตรงข้ามกับบทบาทโหดๆ ใน WWE
หลังออกจาก WWE เขาประสบความสำเร็จมากในการเป็นนักแสดง เช่น Drax the Destroyer ใน Guardians of the Galaxy Spectre, Dune, Blade Runner 2049 เขาบอกว่าอยากเป็นนักแสดงจริงจัง ไม่ใช่ “ดารามวยปล้ำ” และพยายามเลือกบทที่ท้าทาย
แชมป์และรางวัล
[แก้]

- The Baltimore Sun
- Feud of the Year (2007) vs. The Undertaker[98]
- Ohio Valley Wrestling
- Pro Wrestling Illustrated
- Most Improved Wrestler of the Year (2005)[100]
- Wrestler of the Year (2005)[100]
- Ranked No. 1 of the top 500 singles wrestlers in the PWI 500 in 2005[101]
- Power Pro Wrestling
- World Wrestling Entertainment/WWE
- World Xtreme Wrestling
- Hall of Fame (2013)[110]
- Wrestling Observer Newsletter
- Feud of the Year (2005) vs. Triple H[111]
- Feud of the Year (2007) vs. The Undertaker[111]
- Most Overrated (2006)[111]
รางวัลและการเสนอชื่อ
[แก้]| Year | Award | Category | Work | Result | Ref. |
|---|---|---|---|---|---|
| 2011 | Action On Film International Film Festival | Performer of the year | House of the Rising Sun | ชนะ | [112] |
| 2014 | Nevada Film Critics Society | Best Ensemble Cast | Guardians of the Galaxy | ชนะ | [113] |
| Detroit Film Critics Society Awards | ชนะ | [114] | |||
| Phoenix Film Critics Society Awards | เสนอชื่อเข้าชิง | [115] | |||
| 2015 | Central Ohio Film Critics Association | เสนอชื่อเข้าชิง | [116] | ||
| 2023 | Gold Derby Awards | Glass Onion | เสนอชื่อเข้าชิง | [117] | |
| CinEuphoria Awards | Best Supporting Actor - International Competition | เสนอชื่อเข้าชิง | [118] | ||
| 2024 | Critics Choice Super Awards | Best Actor in a Horror Moivie | Knock at the Cabin | เสนอชื่อเข้าชิง | [119] |
| 2024 | Fangoria Chainsaw Awards | Best Supporting Performance | เสนอชื่อเข้าชิง | [120] | |
| 2025 | Gold Derby Awards | Best Ensemble Cast | Dune: Part Two | เสนอชื่อเข้าชิง | [121] |
สถิติการต่อสู้แบบผสม
[แก้]| Professional record breakdown | ||
| 1 match | 1 win | 0 losses |
| By knockout | 1 | 0 |
| Res. | สถิติ | คู่ต่อสู้ | Method | Event | วันที่ | รอบ | เวลา | สถานที่ | หมายเหตุ |
|---|---|---|---|---|---|---|---|---|---|
| Win | 1–0 | Vince Lucero | TKO (punches) | CES MMA: Real Pain | ตุลาคม 6, 2012 | 1 | 4:05 | Providence, Rhode Island, United States |
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 3 4 5 6 "Batista bio". WWE. สืบค้นเมื่อ April 3, 2011.
- 1 2 "Batista and Rey Mysterio's first WWE Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 11, 2007. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007.
- ↑ Rose, Mike (January 18, 2023). "Today's famous birthdays list for January 18, 2023 includes celebrities Kevin Costner, Dave Bautista". The Plain Dealer. สืบค้นเมื่อ January 18, 2023.
- ↑ "Actor David Bautista hits a Nats game, recalls poor childhood in DC". The Washington Post. May 15, 2017. สืบค้นเมื่อ May 12, 2021.
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. p. 6. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- ↑ Batista, Dave (October 16, 2007). Batista Unleashed – Dave Batista – Google Books. Simon and Schuster. ISBN 9781416554202. สืบค้นเมื่อ August 4, 2014 – โดยทาง Google Books.
- 1 2 "Give Me What I Want with Dave Bautista". The Darkest Timeline. ตอน 15. May 30, 2020. YouTube. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 27, 2021. สืบค้นเมื่อ October 27, 2020. อ้างอิงผิดพลาด: ป้ายระบุ
<ref>ไม่สมเหตุสมผล มีนิยามชื่อ ":0" หลายครั้งด้วยเนื้อหาต่างกัน - ↑ Richelle, Ed (September 16, 2006). "Pinoy hospitality tames 'The Animal'". The Manila Times. Manila Times Publishing Corporation (via Web Archive). คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 21, 2007. สืบค้นเมื่อ August 5, 2008.
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. pp. 16–17. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- ↑ Ramos, NRJ (September 23, 2006). "Who's afraid of Batista?". Manila Standard Today. Kamahalan Publishing Corporation. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 4, 2017. สืบค้นเมื่อ August 4, 2008.
- ↑ Agostino, David (August 17, 2005). "Batista's SummerSlam homecoming". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ June 4, 2008.
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. pp. 50–51. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. p. 42. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- ↑ "Batista's Online World of Wrestling profile". Online World of Wrestling. Black Pants. สืบค้นเมื่อ July 15, 2008.
- ↑ Milner, John; Kamchen, Richard. "Dave Bautista – Slam! Sports profile". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ September 11, 2007.[ลิงก์เสีย]
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. p. 95. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- ↑ McAvennie, Michael (April 2003) [2003]. WWE The Yearbook: 2003 Edition. Simon & Schuster. p. 203. ISBN 0-7434-6373-0.
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. p. 138. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- 1 2 "Batista and Ric Flair's first World Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ May 15, 2007. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007.
- 1 2 "Batista and Ric Flair's second World Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ พฤศจิกายน 3, 2007. สืบค้นเมื่อ กันยายน 19, 2007.
- ↑ "Royal Rumble 2005 Main Event". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008.
- ↑ Tylwalk, Nick (15 February 2005). "Raw: Love is in the air". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008.[ลิงก์เสีย]
- ↑ Tylwalk, Nick (22 February 2005). "Raw: Batista makes his choice". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008.[ลิงก์เสีย]
- ↑ "Batista vs. Triple H – World Heavyweight Championship". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2007-12-26. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008.
- ↑ "Jackpot!". World Wrestling Entertainment. 30 June 2005. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008.
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. pp. 224–228. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- ↑ Dee, Louie (26 November 2006). "Kingdom conquered". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 6 August 2008.
- ↑ Plummer, Dale; Tylwalk, Nick (1 April 2007). "Undertaker the champ, McMahon bald". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 6 August 2008.[ลิงก์เสีย]
- ↑ Schwimmer, Ryan J. (17 September 2007). "9/16 WWE Unforgiven PPV Review: Schwimmer's "alt perspective" report on event". PWTorch. สืบค้นเมื่อ 25 October 2009.
- ↑ McAvennie, Mike (17 December 2007). "Edge's "three-meditated" attack to perfection". World Wrestling Entertainment. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-03-31. สืบค้นเมื่อ 4 August 2008.
- ↑ Plummer, Dale (5 August 2008). "Raw: Rivalry grows between new tag champs". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ 6 August 2008.[ลิงก์เสีย]
- ↑ Sitterson, Aubrey (5 August 2008). "Championship scramble". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 5 August 2008.
- ↑ Sitterson, Aubrey (11 August 2008). "Bracing for a SummerSlam". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 12 August 2008.
- ↑ Tello, Craig (17 August 2008). "Batista's blockbuster triumph". World Wrestling Entertainment. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2008-08-22. สืบค้นเมื่อ 25 August 2008.
- ↑ "Batista undergoes hamstring surgery". World Wrestling Entertainment. 27 December 2008. สืบค้นเมื่อ 27 December 2008.
- ↑ Tello, Craig (7 June 2009). "Steel of fortune". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 11 January 2011.
- ↑ "Raw Results, Wounded Animal". World Wrestling Entertainment. 6 October 2009. สืบค้นเมื่อ 7 October 2009.
- ↑ "Batista def. Rey Mysterio". WWE. 22 November 2009. สืบค้นเมื่อ 22 June 2012.
- ↑ Passero, Mitch (13 December 2009). "Results: Deadman lays Batista to rest". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 14 December 2009.
- ↑ http://www.wwe.com/shows/eliminationchamber/matches/13372766/results/
- ↑ Adkins, Greg (22 February 2010). "Taking the bull by the horns". World Wrestling Entertainment. สืบค้นเมื่อ 29 March 2010.
- ↑ Adkins, Greg (28 March 2010). "Results:Cena uncorks the "Champ pain"". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2010-04-01. สืบค้นเมื่อ 29 March 2010.
- ↑ "WWE Champion John Cena def. Batista (Last Man Standing Match)". World Wrestling Entertainment. 25 April 2010. สืบค้นเมื่อ 5 June 2012.
- ↑ Bishop, Matt (23 May 2010). "Batista quits to end disappointing Over The Limit". Slam! Sports. Canadian Online Explorer. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2015-04-19. สืบค้นเมื่อ 26 May 2010.
- ↑ "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 1/6: Complete "virtual-time" coverage of live "Old-School" Raw - Flair opens, major Legend return at show-end, Rumble hype, more".
- ↑ "WWE ROYAL RUMBLE PPV RESULTS 1/26 (Hour 3): Royal Rumble vs. The Crowd main event match".
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-07-05. สืบค้นเมื่อ 2014-07-24.
- ↑ Nissim, Mayer. "WWE Superstar Batista responds to 'Bootista' taunts". Digital Spy. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-06-07. สืบค้นเมื่อ 31 March 2014.
- ↑ "Daniel Bryan def. Randy Orton and Batista to become the new WWE World Heavyweight Champion". สืบค้นเมื่อ 12 April 2014.
- ↑ "Raw Results: WWE Tag Team Champions The Usos def. Randy Orton & Batista via Count-out". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014.
- ↑ "Raw results: Triple H def WWE World Heavyweight Champion Daniel Bryan via Disqualification". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014.
- ↑ "Raw results: Evolution reforms to break The Shield; The Shield vs. Alberto Del Rio, Jack Swagger, Bad News Barrett, Alexander Rusev, Fandango, Rybaxel, Titus O'Neil went to a No Contest". WWE.com. สืบค้นเมื่อ 15 April 2014.
- ↑ Clapp, John. "The Shield def. Evolution". WWE. สืบค้นเมื่อ May 4, 2014.
- ↑ Murphy, Ryann. "The Shield def. Evolution (No Holds Barred Elimination Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ June 1, 2014.
- ↑ Caldwell, James. "Caldwell's WWE Raw Results 6/2: Complete "virtual-time" coverage of live Raw – PPV fall-out, huge angle at the end of Raw, post-Raw coverage, MITB hype, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ June 3, 2014.
- ↑ "Batista and Bo Dallas on NXT 6/12/2014 HD *BEST QUALITY*". YouTube.com. YouTube. June 12, 2015. สืบค้นเมื่อ June 13, 2014.
- ↑ "Batista Leaves WWE Before 'Payback 2014' PPV! 'The Animal' Quits Wrestling Again Due To Creative Differences And Payment Issues With The Company! CM Punk Scenario All Over Again?". K Drama Stars. May 12, 2014. สืบค้นเมื่อ 16 February 2015.
- ↑ Paglino, Nick (May 5, 2014). "Update: The Very Latest on Batista's WWE Status, Why He and Other WWE Talents Are Currently Upset". Wrestlezone. สืบค้นเมื่อ April 11, 2015.
- ↑ "Evolution reunites: Triple H, Batista, Randy Orton & Ric Flair to appear at SmackDown 1000". WWE. สืบค้นเมื่อ September 29, 2018.
- ↑ "WWE RAW REPORT: GOOD NEWS FROM ROMAN REIGNS, ARE BIRTHDAY CELEBRATIONS THE NEW CONTRACT SIGNINGS?, A REUNION?, AND MORE". PWInsider. สืบค้นเมื่อ February 25, 2019.
- ↑ Johnson, Mike (March 11, 2019). "New WrestleMania Match Confirmed". PWInsider. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 13, 2019. สืบค้นเมื่อ March 13, 2019.
- ↑ Benigno, Anthony (April 7, 2019). "Triple H def. Batista (No Holds Barred Match)". WWE. สืบค้นเมื่อ April 8, 2019.
- ↑ Gartland, Dan (April 8, 2019). "Dave Bautista Retires From Wrestling After Loss to Triple H". Sports Illustrated. สืบค้นเมื่อ April 9, 2019.
- ↑ Bautista, Dave (April 8, 2019). "Dave Bautista on Twitter: WWEUniverse Thank you for letting me entertain you. I love this business and whether you cheered me or jeered me, I'm grateful for being a small part of your life. I am officially retired from sports entertainment and I am grateful for every second of my amazing journey". สืบค้นเมื่อ April 9, 2019 – โดยทาง Twitter.
- ↑ "Dave Bautista". Sherdog.com. สืบค้นเมื่อ October 21, 2016.
- ↑ "Batista – I'm Fighting for REAL Now!". TMZ.com. June 21, 2010. สืบค้นเมื่อ January 8, 2014.
- ↑ de Souza, Diogo (June 17, 2023). "Actor And WWE Star Dave 'Batista' Bautista Promoted To BJJ Brown Belt". Jitsmagazine. สืบค้นเมื่อ June 17, 2023.
- ↑ "Former WWE champ 'Batista' books pro MMA debut against Rashid Evans for October 6 in Providence". mmamania.com. July 13, 2012. สืบค้นเมื่อ July 13, 2012.
- ↑ "Former WWE Wrestler Bautista Inks MMA Deal". ResSports.com. August 13, 2012. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ December 25, 2013. สืบค้นเมื่อ August 13, 2012.
- ↑ "Dave Bautista will face Vince Lucero in MMA debut". mmafighting.com. October 1, 2012. สืบค้นเมื่อ October 2, 2012.
- ↑ Medalis, Kara A. (October 25, 2006). "The Animal tames Smallville". WWE. สืบค้นเมื่อ August 4, 2014.
- ↑ "Batista Wrestles With Neighbours". Neighbours. March 11, 2009. สืบค้นเมื่อ June 28, 2009.
- ↑ WrestlingNewsWorld.com. "Dave Batista To Guest Star On Chuck This Fall". Wrestlingnewsworld.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ January 8, 2014. สืบค้นเมื่อ January 8, 2014.
- ↑ "Wrong Side of Town". MovieSet. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ May 27, 2009.
- ↑ Kit, Borys (March 14, 2013). "Marvel Signs WWE's Dave Bautista for 'Guardians of the Galaxy' (Exclusive)". The Hollywood Reporter. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 16, 2013. สืบค้นเมื่อ March 14, 2013.
- ↑ Siegel, Lucas (November 4, 2015). "Dave Bautista Says James Gunn Making Guardians of the Galaxy Vol. 2 Different". Comicbook.com. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 6, 2015. สืบค้นเมื่อ November 5, 2015.
- ↑ "Dave Bautista just revealed an Avengers 4 spoiler, is ready to reveal more". Hindustan Times. September 2, 2018.
- ↑ Desta, Yohana (August 6, 2018). "Dave Bautista: What Disney Did to James Gunn Is "Nauseating"". VanityFair.com. สืบค้นเมื่อ August 13, 2018.
- ↑ Fleming, Mike Jr. (March 15, 2019). "Disney Reinstates Director James Gunn For 'Guardians Of The Galaxy 3'". Deadline Hollywood. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ March 15, 2019. สืบค้นเมื่อ March 21, 2019.
- ↑ "Dave Bautista won't star as Drax the Destroyer character after 'Guardians of the Galaxy Vol. 3'". Fox News. May 24, 2021. สืบค้นเมื่อ May 27, 2021.
- ↑ Auty, Dan (July 30, 2018). "Guardians Of The Galaxy's Dave Bautista "Not OK" With James Gunn's Firing". GameSpot.com. สืบค้นเมื่อ August 13, 2018.
- ↑ "Bautista will star in next James Bond movie". latino-review.com. October 13, 2014. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 13, 2014. สืบค้นเมื่อ October 13, 2014.
- ↑ Sharf, Zack (May 13, 2021). "Dave Bautista: 'Blade Runner 2049' Opened a Lot of Doors That 'Guardians' Didn't". IndieWire. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ May 13, 2021. สืบค้นเมื่อ February 6, 2022.
- ↑ Jang, Meena (September 29, 2017). "'Blade Runner 2049': What the Critics Are Saying". The Hollywood Reporter. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ February 6, 2022. สืบค้นเมื่อ February 6, 2022.
- ↑ "Dave Bautista To Star In Zack Snyder-Directed 'Army Of The Dead'". Deadline. April 5, 2019. สืบค้นเมื่อ May 27, 2021.
- ↑ Holub, Christian (October 19, 2021). "Dave Bautista, Stellan Skarsgard discuss their roles as Harkonnens in Dune". Entertainment Weekly. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 19, 2021. สืบค้นเมื่อ February 6, 2022.
- ↑ Richwine, Lisa (September 3, 2021). "Critics say 'Dune' movie will thrill ardent fans, may mystify others". Reuters. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ September 12, 2021. สืบค้นเมื่อ February 6, 2022.
- ↑ Childress, Erik (October 24, 2021). "Weekend Box Office Results: Dune Debuts at $40 Million, but Is It Enough to Secure Part Two?". Rotten Tomatoes. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 5, 2021. สืบค้นเมื่อ February 6, 2022.
- ↑ Kroll, Justin (December 6, 2021). "Dave Bautista To Star In M. Night Shyamalan's Next Film 'Knock At The Cabin'". Deadline Hollywood.
- ↑ "Dave Bautista Joins Knives Out 2". Empire. May 10, 2021. สืบค้นเมื่อ May 10, 2021.
- ↑ Wiseman, Andreas (February 5, 2021). "'Resident Evil' Duo Paul W.S. Anderson & Milla Jovovich Team With Dave Bautista For George R.R. Martin Adaptation 'In The Lost Lands' — EFM". Deadline Hollywood.
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. pp. 43–44. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- ↑ Spata, Christopher (February 26, 2019). "Dave Bautista does not want to be a movie star". Tampa Bay Times. สืบค้นเมื่อ March 22, 2019.
- ↑ "Animal's House". WWE Magazine. World Wrestling Entertainment: 54–58. August 2006.
- ↑ Lee, Ben (October 10, 2015). "Guardians of the Galaxy star Dave Bautista gets married". Digital Spy. สืบค้นเมื่อ March 22, 2019.
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. p. 212. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- ↑ Batista, Dave; Roberts, Jeremy (October 2007). Batista Unleashed. Simon & Schuster. pp. 235–238. ISBN 978-1-4165-4410-4.
- ↑ Eck, Kevin (December 30, 2007). "2007 Awards". The Baltimore Sun. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 26, 2020. สืบค้นเมื่อ September 25, 2020.
- ↑ "O.V.W. Heavyweight Title". Wrestling-Titles.com. สืบค้นเมื่อ July 19, 2007.
- 1 2 "PWI Awards". Pro Wrestling Illustrated. Kappa Publishing Group. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ January 21, 2016. สืบค้นเมื่อ January 18, 2017.
- ↑ "Pro Wrestling Illustrated (PWI) 500 for 2005". The Internet Wrestling Database. สืบค้นเมื่อ September 30, 2013.
- ↑ "PPW Television Championship « Titles Database « CAGEMATCH - The Internet Wrestling Database". www.cagematch.net.
- ↑ "Batista's first WWE Championship reign". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ June 11, 2009. สืบค้นเมื่อ January 26, 2009.
- ↑ "Batista's second WWE Championship reign". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ February 25, 2010.
- ↑ "Batista's first World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 11, 2007. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007.
- ↑ "Batista's second World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 11, 2007. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007.
- ↑ "Batista's third World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ November 23, 2007. สืบค้นเมื่อ September 19, 2007.
- ↑ "Batista's fourth World Heavyweight Championship reign". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ October 30, 2008. สืบค้นเมื่อ October 28, 2008.
- ↑ "Batista and John Cena's first World Tag Team Championship reign". World Wrestling Entertainment. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ August 8, 2008. สืบค้นเมื่อ August 5, 2008.
- ↑ "SUPERSTARS". World Xtreme Wrestling. สืบค้นเมื่อ September 24, 2020.
- 1 2 3 Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter. Campbell, CA. pp. 1–40. ISSN 1083-9593.
- ↑ "Wayback Machine" (PDF). www.aoffest.com. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิม (PDF)เมื่อ 2012-04-09. สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ "The Nevada Film Critics Society's 2014 Awards for Achievement in Film". www.nevadafilmcriticssociety.org. สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ Haskell, Christopher (2014-12-20). "Oscars Watch: 2014 Detroit Film Critics Society Awards". No Bad Movie (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ Society, Phoenix Film Critics. "Phoenix Film Critics Society". Phoenix Film Critics Society (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ "Awards 2015". COFCA (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ Ford, Daniel Montgomery,Chris Beachum,Marcus James Dixon,Denton Davidson,Ray Richmond,Christopher Rosen,Joyce Eng,Latasha (2023-08-16). "2023 Gold Derby TV Awards ceremony: 'Succession' wins 7, 'The Bear' takes 4, Pedro Pascal is Performer of the Year [WATCH]". Gold Derby (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ "Awards and Nominations". Mark Bliss ACS (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ Davis, Clayton (2024-04-04). "Tom Cruise, Pedro Pascal, Emma Stone and 'Godzilla Minus One' Among Critics Choice Super Awards Winners". Variety (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ Melanson, Angel (2024-10-13). "What A Bloodbath: Here Are The 2024 FANGORIA CHAINSAW AWARDS Winners" (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
- ↑ Beachum, Chris (2025-08-18). "2025 Gold Derby TV Awards: 'Squid Game,' 'Agatha All Along,' 'Adolescence' dominate winners' list". Gold Derby (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). สืบค้นเมื่อ 2025-11-06.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- Batista ที่ WWE.com
- เดฟ บอทิสตา ที่เอกซ์ (ทวิตเตอร์)
- Dave Bautista ที่อินเทอร์เน็ตมูวีเดตาเบส
| ก่อนหน้า | เดฟ บอทิสตา | ถัดไป | ||
|---|---|---|---|---|
| Chris Benoit | Royal Rumble winner (2005 2014) |
Rey Mysterio |
- บุคคลที่เกิดในปี พ.ศ. 2512
- บุคคลที่ยังมีชีวิตอยู่
- นักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน
- นักมวยปล้ำอาชีพชาวฟิลิปปินส์
- นักมวยปล้ำอาชีพชาวกรีก
- รายชื่อสมาชิกของดิออธอริตี (มวยปล้ำอาชีพ)
- นักกีฬาชาวอเมริกันเชื้อสายเอเชีย
- นักแสดงอเมริกัน
- ชาวอเมริกันเชื้อสายฟิลิปปินส์
- ชาวอเมริกันเชื้อสายกรีก
- บุคคลจากวอชิงตัน ดี.ซี.
- นักต่อสู้แบบผสมชาวอเมริกัน
- ผู้เข้าสู่หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี
- หอเกียรติยศและพิพิธภัณฑ์มวยปล้ำอาชีพ