บร็อก เลสเนอร์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
บร็อก เลสเนอร์
Brock Lesnar in March 2015.jpg
เกิด 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1977 (39 ปี)
Webster, South Dakota, United States
ถิ่นพำนัก Maryfield, Saskatchewan, Canada
อาชีพ Professional wrestler, mixed martial artist, American football player
ปีปฏิบัติงาน 2000–2007; 2012–present (professional wrestling)
2004 (American football)
2006–2011; 2016 (mixed martial arts)
คู่สมรส Sable (2006–ปัจจุบัน) «start: (2006-05-06)»"Marriage: Sable to บร็อก เลสเนอร์" Location:แม่แบบ:Placename/adr (linkback://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%9A%E0%B8%A3%E0%B9%87%E0%B8%AD%E0%B8%81_%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B8%AA%E0%B9%80%E0%B8%99%E0%B8%AD%E0%B8%A3%E0%B9%8C)
บุตร 4
บร็อก เลสเนอร์
ข้อมูล
ฉายา บร็อก เลสเนอร์
ความสูง 6 ft 3 in (1.91 เมตร)[1]
น้ำหนัก 286 ปอนด์ (130 กก.)[1]
มาจาก Minneapolis, Minnesota[1]
ฝึกหัดโดย Brad Rheingans[2]
Curt Hennig[2]
Dean Malenko[2]
Doug Basham[2]
Nightmare Danny Davis[2]
เปิดตัว ตุลาคม 2000

บร็อก เอ็ดเวิร์ด เลสเนอร์ (อังกฤษ: Brock Edward Lesnar)[3][4] เกิดวันที่ 12 กรกฎาคม ค.ศ. 1977[3] เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวอเมริกัน, อดีตนักต่อสู้แบบผสมผสาน[5] และนักอเมริกันฟุตบอล[6] เซ็นสัญญากับสมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในชื่อว่า บร็อก เลสเนอร์ (อังกฤษ: Brock Lesnar)[7]

เป็นผู้ชนะในทัวร์นาเมนท์คิงออฟเดอะริง ประจำปี 2002[8] ผู้ชนะรอยัลรัมเบิล ประจำปี 2003[9] อดีต แชมป์ WWE 3 สมัย (เป็นแชมป์WWEที่อายุน้อยที่สุดด้วยอายุเพียง25ปี) และยังเคยเป็นอดีตแชมป์ UFC รุ่นเฮฟวี่เวท[10] และแชมป์ NCAA Division I Heavyweight Wrestling Champion[11][12]

ประวัติในวงการมวยปล้ำ[แก้]

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์ (2000–2004)[แก้]

เลสเนอร์ได้คว้าแชมป์โลกสมัยแรก โดยการเอาชนะ เดอะ ร็อก ในซัมเมอร์สแลม 2002[13] โดยได้สิทธิเป็นผู้ท้าชิงจากการชนะทัวร์นาเมนต์ คิงออฟเดอะริง ปี 2002[14] จนกลายเป็นนักมวยปล้ำที่อายุน้อยที่สุดที่ได้แชมป์ WWE ด้วยอายุ 25 ปี ล้มสถิติของเดอะ ร็อกที่ทำไว้ที่ 26 ปีได้และก็ครองแชมป์ได้นานอยู่ 3 เดือน ก่อนที่จะถูก พอล เฮย์แมน ผู้จัดการส่วนตัวในขณะนั้นหักหลังและเสียแชมป์ให้กับ บิ๊กโชว์ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ ซีรีส์ 2002[15] เลสเนอร์กลับมาอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 19 และขึ้นปล้ำเป็นคู่ปิดรายการในวันนั้นในฐานะผู้ชนะรอยัลรัมเบิล ประจำปี 2003 และสามารถเอาชนะเคิร์ต แองเกิล คว้าแชมป์สมัยที่2 ไปครอง[16] และครองแชมป์อยู่ได้นานร่วม 4 เดือนด้วยกัน และเสียแชมป์ไปให้กับ เคิร์ต แองเกิล อีกครั้ง ในเวนเจินส์ 2003 ซึ่งเป็นแมตช์สามเศร้า โดยมี บิ๊กโชว์ ร่วมปล้ำด้วย ก่อนที่เลสเนอร์ จะมาได้แชมป์สมัยสุดท้ายของเขาที่ครองแชมป์นานอยู่ 5 เดือน ในสแมคดาวน์ ในการเจอกับ เคิร์ต แองเกิล ในแมตช์การปล้ำ ไอรอน แมน แมทช์ ที่ปล้ำกันยาวนานถึง 60 นาที ก่อนที่ บร็อก เลสเนอร์ จะชนะไปด้วยคะแนน 5 ต่อ 4[17] และเสียแชมป์ไปให้กับเอ็ดดี เกอร์เรโร ในโนเวย์เอาท์ 2004 แมตช์สุดท้ายของเลสเนอร์ ในวันที่ 14 มีนาคม 2004 ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 20 ในการเจอกับ บิล โกลด์เบิร์ก[18] ซึ่งเลสเนอร์ เป็นฝ่ายแพ้ไปในวันนั้น[19] และก็แยกทางกับ WWE ในทางอ้อมสิ่งที่ WWE วางแผนเอาไว้คือจะให้เลสเนอร์ ชนะเพิ่มความยิ่งใหญ่เข้าไปอีก แต่ในเมื่อความจริงไม่เป็นเหมือนสิ่งที่วางแผนไว้เส้นทางของเลสเนอร์ ก็ยังต้องเดินทางต่อไปในสายอาชีพใหม่นั่นคืออเมริกันฟุตบอลที่ท้าทายเลสเนอร์ในขณะนั้น

ในระยะเวลาที่เลสเนอร์อยู่กับ WWE เลสเนอร์ได้เป็นคู่ปิดรายการถึง 9 ศึกใหญ่ด้วยกัน ซึ่งรวมถึง 5 ในศึกใหญ่ทั้งหมดของปี 2003 หลายๆ แมตช์ในนั้นรวมถึงการเจอกับ เดอะ ร็อก, ดิอันเดอร์เทเกอร์, เคิร์ต แองเกิล, และ เอ็ดดี เกอร์เรโร ด้วย นี่ยังไม่รวมถึงการที่เจ้าตัวใส่ท่า Bear Hug ใส่ฮัลค์ โฮแกนจนสลบไปคาเวที เป็นสิ่งที่อ็องเดรเดอะไจแอนต์ไม่เคยทำได้ สิ่งต่างๆที่ผมกล่าวมาบอกได้เลยครับว่า เลสเนอร์ แทบจะเป็นสตาร์ที่ WWE ดันเร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ของสมาคมเลยก็ว่าได้ WWE ให้ความเชื่อใจในตัวเลสเนอร์ มากมายมหาศาล แต่แล้ว เลสเนอร์ ก็สร้างความผิดหวังให้สมาคมด้วยการประกาศลาออกจาก สมาคมและหันไปเอาดีทางด้าน อเมริกันฟุตบอล แทนเลสเนอร์ สร้างความบาดหมางและความไม่พอใจให้กับสมาคม เลสเนอร์ ยังมีปัญหากับรุ่นพี่ในสมาคมทั้ง ดิอันเดอร์เทเกอร์ และขาใหญ่อย่าง สโตน โคลด์ สตีฟ ออสติน อีกด้วย เรียกได้ว่านิสัยหลังฉากนั้นไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่ สำหรับนักมวยปล้ำคนนี้

แต่บทบาทของนักมวยปล้ำและความเป็นจริงในอเมริกันฟุตบอล ไม่เหมือนกันเมื่อเลสเนอร์ ประสบปัญหาความล้มเหลวกับ เดอะไวกิ้งส์ และได้แต่นั่งข้างสนามดูเพื่อนร่วมทีมทำผลงานกัน เลสเนอร์ ประกาศยุติบทบาททางอเมริกันฟุตบอล และไปปล้ำให้กับสมาคมบางแห่งในญี่ปุ่น ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินทางเข้าสู่อีกบทบาทนึงของนักสู้ UFC เจ้าตัวกระชากเข็มขัดแชมป์โลกเฮฟวี่เวท UFC ในปลายปี 2008 จาก แรนดี คอร์เทอร์ และป้องกันแชมป์เอาไว้ได้กับ แฟรงก์ เมียร์ และ เชน คาร์วิน ก่อนที่จะถูกน็อคในปีต่อมาโดย เคน เวลาสเควซ และหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ได้รับบาดเจ็บที่ซี่โครงโดย Alistair Overeem หลังจากนั้นไม่นาน เลสเนอร์ก็ยุติอาชีพนักสู้ MMA ลงหลังจากลงสนามได้เพียงแค่ 8 แมตช์เท่านั้น แต่จะบอกว่า เลสเนอร์ ไม่ประสบความสำเร็จกับ UFC เลยนั้นก็ไม่ถูกเสมอไป เพราะเจ้าตัวถือว่าเป็นนักกีฬาที่ได้เงินมากที่สุดของ UFC ด้วยจำนวนเงินสูงถึง 5,300,000 เหรียญ และแต่ละแมตช์ที่เลสเนอร์ แข่งยังมีคนดูเกินล้านคนขึ้นไปทุกครั้งแต่ต้องบอกก่อนเลยว่าชื่อเสียงที่เจ้าตัวได้มานอกจากจะเป็นฝีมือของเลสเนอร์ แล้ว WWE ยังมีส่วนผลักดันทำให้ชื่อเสียงของเลสเนอร์ มาถึงระดับนี้ได้ ไม่ใช่คำถามที่ยากเลยหากจะตอบว่า นักมวยปล้ำระดับตำนานหลายคนเป็นผู้ผลักดันเลสเนอร์ ขึ้นมาทุกครั้งที่เลสเนอร์ แถลงข่าวหรือให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนจะจับจ้องไปที่เลสเนอร์ มากกว่าคนอื่นในวงการเดียวกัน นั่นเพราะหลายๆคนยังคงยึดติดกับภาพลักษณ์ WWE ของเลสเนอร์ คำถามที่ตามหลังจาก เลสเนอร์ยุติอาชีพ UFC ลงในสายตาของแฟนๆมวยปล้ำทั่วโลกก็คือ การที่จะได้เห็น เลสเนอร์ กลับมาสู่สมาคมอีกครั้ง ดานา ไวท์ เจ้าของสมาคม UFC บอกว่าไม่แปลกใจเลยที่เลสเนอร์ จะประกาศยุติอาชีพเค้ารู้ดีมาตลอดอยู่แล้วว่านี่ไม่ใช่เส้นทางของเขาถึงแม้ ดานา ไวท์ จะสนิทกับ วินซ์ แม็กแมน ประธานของ WWE แต่การที่เลสเนอร์ จะกลับมาสู่ WWE นั้นก็ขึ้นอยู่กับเขาเท่านั้น

ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2012–ปัจจุบัน)[แก้]

เลสเนอร์ กับ จอห์น ซีนา ในรอว์ (2 เมษายน 2012)

เลสเนอร์ได้กลับมาใน WWE อีกครั้งในรอว์ (2 เมษายน 2012) โดยออกมาและขึ้นมาประจันหน้ากับ จอห์น ซีนา เพื่อขอจับมือ ที่ไหนได้ เลสเนอร์ จับซีนา ใส่ท่าไม้ตาย F-5 ไปในที่สุด[20] ในรอว์ (9 เมษายน 2012) ซีนาออกมาขัดจังหวะ แล้วก็เดินมาตบหน้าเลสเนอร์ เลยโดนเลสเนอร์ คร่อมต่อยเป็นชุดจนเลือดกบปาก ร้อนถึงสตาร์ WWE คนอื่นๆ ต้องออกมาช่วยกันจับแยก และในคืนเดียวกัน ซีนาได้มีแมตช์กับ เดวิด โอทังก้า และซีนาเป็นฝ่ายชนะ แต่ว่าหลังจากจบแมตช์ เลสเนอร์ โผล่มาเตะผ่าหมากซีนา แล้วต่อด้วยท่า F-5 ในรอว์ (23 เมษายน 2012) ซีนา และเลสเนอร์ จะต้องเซ็นสัญญาเพื่อที่จะเจอกันในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2012) ในช่วงต้นรายการ ทีโอดอร์ ลอง ประกาศแนะนำตัวซีนา ออกมาก่อนจากนั้นก็ประกาศเรียกเลสเนอร์ คนที่ออกมากลายเป็น จอห์น โลรีนายติส บอกว่า เลสเนอร์ ยังมาไม่ถึง และก็สั่งให้ซีนา กลับไปก่อน ในช่วงท้ายรายการ โลรีนายติส ก็ได้ออกมาเตรียมการเซ็นสัญญาระหว่าง ซีนา และเลสเนอร์ ในเอกซ์ตรีมรูลส์ และเลสเนอร์ ออกมาก่อน แต่พอถึงคิวซีนา กลายเป็นว่ามีแต่เพลงแต่ไม่ออกมา เลสเนอร์ นำเอาสัญญาฉบับใหม่ที่เขาต้องการแก้ไข และบอกว่าเขาไม่ใช่เด็กบ้านนอกเหมือนเมื่อ 8 ปีก่อนแล้ว ชั้นเป็นสตาร์ดังสมาคมนี้ต้องการตัวชั้นและชั้นต้องยิ่งใหญ่กว่าสมาคม ข้อแรก ชั้นต้องการเครื่องบินเจ็ตส่วนตัวของ วินซ์ แม็กแมน ในการรับส่งชั้นจากบ้านไปที่สนาม ข้อ 2 ชั้นไม่ชอบถูกสัมภาษณ์ ชั้นเกลียดการพบปะผู้คน ข้อ 3 ชั้นจะมาร่วมรายการรอว์ เมื่อไหร่ก็ตามแต่ต้องการ ชั้นจะไม่เป็นเครื่องมือของแกเหมือนกับที่คนอื่นๆ เป็น ข้อ 4 นายปรับเงินคนอื่นไปทั่ว อย่างเช่น เชมัส แต่นั่นจะไม่เกิดขึ้นกับชั้น มีแต่แกจะต้องจ่ายเงินชั้นมากขึ้นจนกว่านายจะยอมรับข้อเสนอนี้ชั้นจะไม่เซ็นสัญญาปล้ำแมตช์ในวันอาทิตย์นี้ ชั้นไม่สนใจหรอกว่าคนดูจะคิดยังไง และดูที่บรรทัดสุดท้ายให้ดีๆ ถ้าชั้นกลายเป็นสัญลักษณ์ของรายการนี้เมื่อไหร่ จะต้องเปลี่ยนชื่อรายการเป็น มันเดย์ ไนท์ รอว์ นำแสดงโดย บร็อก เลสเนอร์ ด้วย โลรีนายติสตอบตกลง และจับมือกับเลสเนอร์ ก่อนที่จะเซ็นสัญญากัน ซีนาออกมาโดยใส่โซ่คล้องคอมาด้วยจากนั้นก็ถอดโซ่ออกมากำไว้ในมือแต่เลสเนอร์ ก็ไม่กลัวเลสเนอร์ บอกให้ซีนา เซ็นสัญญา เลสเนอร์ บอกว่าแกกำลังกลัวอยู่ใช่มั้ยล่ะฉันสัมผัสได้ถึงกระแสจิตที่ออกมาจากตัวแกว่าแกกำลังกลัว ซีนาเซ็นเสร็จแล้วก็โยนใส่เลสเนอร์ เลยทำท่าเหมือนจะต่อยกัน เลสเนอร์แค่ล้มโต๊ะ ซีนาก็สะดุ้งและถอยเล็กน้อย เลสเนอร์หัวเราะเยาะ ก่อนจะเดินกลับไป ในเอ็กซ์ตรีมรูลส์ เลสเนอร์ ได้แพ้ให้กับ ซีนา ในแมตช์การปล้ำเอกซ์ตรีมรูลส์[21]

ในรอว์ (30 เมษายน 2012) โลรีนายติส ได้เชิญให้เลสเนอร์ ออกมา แต่ไม่ทันไร ทริปเปิลเอชก็ตามออกมา บอกจะทำในสิ่งที่โลรีนายติสไม่กล้าทำ เลสเนอร์จะไม่ได้รับสัญญาฉบับใหม่ที่เรียกร้องเกินกว่าเหตุเครื่องบินที่รับนายมาจากบ้านจะไม่ส่งนายกลับยกเว้นนายจะจ่ายเงินเช่นเดียวกับรถลิมูซีนที่พานายมาสนามด้วยและรายการนี้ก็จะชื่อ มันเดย์ ไนท์ รอว์ ตลอดไปไม่มีใครใหญ่ไปกว่า WWE ชั้นต้องการให้นายอยู่ที่นี่คนดูก็ต้องการจะดูนายเจอกับ จอห์น ซีนา, ซีเอ็ม พังก์, แรนดี ออร์ตัน หรือ เชมัส แต่นายจะต้องอยู่ภายใต้สัญญาฉบับแรกที่เราตกลงกันเท่านั้นสัญญาใหม่ที่นายขอแก้ไขนั้นชั้นจะไม่เซ็นให้หรอกนะ ทริปเปิล เอช ฉีกสัญญาใหม่ของเลสเนอร์ ทิ้งแล้วพูดต่อว่าถ้านายไม่พอใจล่ะก็จะยกเลิกสัญญาก็ได้แล้วก็จากไปพร้อมกับความพ่ายแพ้ที่มีต่อซีนา ซึ่งนายคงจะไม่อยากให้เป็นแบบนั้นใช่มั้ย โลรีนายติส พยายามพูดช่วยเลสเนอร์ แต่ ทริปเปิล เอช สั่งให้โลรีนายติส หุบปากซะแต่โลรีนายติส ไม่หยุดพูด ทริปเปิล เอช เลยหันไปเอาเรื่องโลรีนายติส เลยเปิดโอกาสให้เลสเนอร์ อัด ทริปเปิล เอช จากด้านหลัง และจับใส่ท่าคิมุระล็อกจนร้องลั่นด้วยความเจ็บปวดเพราะแขนหักร้อนถึงนักมวยปล้ำฝ่ายธรรมะต้องรีบออกมาช่วย ทำให้เลสเนอร์ รีบหนีลงเวทีไป[22] ในรอว์ (7 พฤษภาคม 2012) พอล เฮย์แมน ออกมา บอกว่าเขามาเพื่อเป็นตัวแทนของเลสเนอร์ ชายผู้ซึ่งชอบการทำลายล้างที่สุดในประวัติศาสตร์ WWE แต่เขากลับถูกแฟนๆ โห่อย่างหนักมาตลอดตั้งแต่เมื่อ 10 ปีก่อนจากความช่วยเหลือของโลรีนายติส ก็ได้เซ็นสัญญาที่เป็นธรรมกับเลสเนอร์ แต่เขากลับถูกหักหลังซึ่งเขาไม่สมควรจะได้รับการปฏิบัติเช่นนั้นเขาเป็น แชมป์ NCWA, แชมป์ WWE และแชมป์ UFC เลสเนอร์ได้มอบหมายให้ เฮย์แมน มาเพื่ออ่านคำแถลงของเลสเนอร์ ผมกลับมาเพื่อนำความจริงจังกลับมาสู่ WWE ชั้นไม่เคยเสียใจกับสิ่งที่ได้ทำกับซีนา เพราะชั้นเกลียดมันและอีกคนหนึ่งที่ถูกชั้นทำให้อับอายก็คือ ทริปเปิล เอช มันอิจฉาชั้นมันทนอยู่ในกรงเหล็กกับอันเดอร์เทเกอร์ ได้หนึ่งชั่วโมงแต่มันสู้กับชั้นได้ไม่ถึง 1 นาทีด้วยซ้ำมันฉีกสัญญาชั้นทิ้งชั้นจึงหักแขนของมันและชั้นก็ไม่สนใจว่า WWE จะฟ้องร้องหรืออะไร เพราะชั้นลาออกแล้ว[23]

ในศึก โนเวย์เอาท์ (2012) ทริปเปิล เอช ออกมาพูดถึงเลสเนอร์ ว่าจะเสียเวลายื่นฟ้อง WWE ไปทำไมมาสู้กันเลยดีกว่า ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2012)[24] ในศึก รอว์ ตอนที่ 1,000 (23 กรกฎาคม 2012) ทริปเปิล เอช ออกมาเพื่อมาเจรจากับเลสเนอร์ แต่เป็น พอล เฮย์แมน ออกมาเพื่อบอกปฏิเสธแมตช์ในศึก ซัมเมอร์สแลม สเตฟานี แม็กแมน ออกมาเยาะเย้ยถากถางเฮย์แมน ทำให้เฮย์แมนโมโห บอกจะให้เลสเนอร์ มาทำลายทริปเปิล เอช ให้สิ้นซาก ในซัมเมอร์สแลม สเตฟานีคร่อมต่อยเฮย์แมนไม่ยั้งแล้วเลสเนอร์ ก็ออกมาเล่นงานอัด ทริปเปิล เอช แต่ ทริปเปิล เอช ต่อยสู้ แล้วก็อัดเลสเนอร์ ตกเวทีไป[25] ในรอว์ (13 สิงหาคม 2012) เลสเนอร์ กับ เฮย์แมน ออกมาที่เวทีเพื่อมาเซ็นสัญญาปล้ำกับ ทริปเปิล เอช ในซัมเมอร์สแลม ชอว์น ไมเคิลส์ กับ ทริปเปิล เอช ก็ออกมาเซ็นสัญญา แล้วเลสเนอร์ กับเฮย์แมน ก็กลับไปหลังจากที่เซ็นกันเสร็จเรียบร้อย ชอว์นจะขับรถกลับบ้าน แต่โดนเฮย์แมนขับรถมาขวางเอาไว้ แล้วเลสเนอร์ ก็มาลากชอว์น ลงจากรถแล้วก็อัดซะเละ เลสเนอร์ แบกชอว์น กลับมาที่เวที แล้วก็จัดการด้วย F-5 ต่อด้วย คิมุระล็อก ทริปเปิล เอช วิ่งออกมาช่วย แต่เฮย์แมนสั่งห้าม ทริปเปิล เอช เข้ามาใกล้ ไม่อย่างนั้นเลสเนอร์ จะหักแขนชอว์น ทริปเปิล เอช ไม่กล้าเข้าไปใกล้ แต่เลสเนอร์ ก็หักแขนชอว์นอยู่ดี ทริปเปิล เอช รีบวิ่งเข้าไปช่วย แต่เลสเนอร์ กับเฮย์แมน ก็วิ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว[26] ในซัมเมอร์สแลม เลสเนอร์ ก็เป็นฝ่ายเอาชนะ ทริปเปิล เอช ไปได้สำเร็จ[27]

เลสเนอร์ พร้อมด้วย พอล เฮย์แมน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29

ในรอว์ คืนวันที่ 18 มีนาคม 2013 ทริปเปิล เอช ก็ได้ออกมาเซ็นสัญญาในการเจอกับ เลสเนอร์ ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 แถมยังอัดเล่นงานเฮย์แมน จนหมดสภาพและร้องโอดโอยเรียกให้เลสเนอร์ ออกมาช่วยอีกด้วย ภายหลังจากการเซ็นสัญญา เลสเนอร์ก็ออกมาพร้อมกับเก้าอี้ทำท่าโมโห ก่อนจะเดินมายังเวทีทำท่าเหมือนจะขึ้นไปฟัดกับ ทว่า ทริปเปิล เอช คว้าค้อนปอนด์มาได้เหมือนกัน เลสเนอร์ไม่ขึ้นไป ก่อนจะโยนเก้าอี้ไปใส่ ทริปเปิล เอช บนเวที ทริปเปิล เอช ปัดเก้าอี้ทิ้ง กวักมือเรียกเลสเนอร์ ให้ขึ้นมา และเฮย์แมนก็ประกาศกติการรวมทั้งเงื่อนไขพิเศษของแมทช์การปล้ำระหว่าง ทริปเปิล เอช ปะทะ บร็อก เลสเนอร์ ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 29 ออกมาอย่างเป็นทางการว่าจะปล้ำกันในรูปแบบไม่มีกฏกติกา และมีอาชีพการเป็นนักมวยปล้ำของ ทริปเปิล เอช เป็นเดิมพันด้วย ถ้า ทริปเปิล เอช แพ้จะต้องเลิกปล้ำ[28] สุดท้ายเลสเนอร์ ก็เป็นฝ่ายแพ้ไป[29] ในศึก เอ็กซ์ตรีมรูลส์ (2013) เลสเนอร์ ก็เอาชนะ ทริปเปิล เอช ไปได้อีกครั้ง ในแมตช์การปล้ำในกรงเหล็ก[30]

ในรอว์ (17 มิถุนายน 2013) เลสเนอร์ ได้มาเล่นงาน ซีเอ็ม พังก์ โดยเดินออกมาและจ้องหน้าพังก์ บร็อกเอาไมค์มาทำท่าเหมือนจะพูดอะไรกับพังก์ แต่อยู่ๆ บร็อกก็จับใส่ F-5 แล้วก็เดินกลับไป ปล่อยให้พังก์นอนหมดสภาพอยู่บนเวที[31] ในรอว์ (15 กรกฎาคม 2013) พังก์ออกมาพูดเรื่องของเฮย์แมน และเฮย์แมนก็ออกมาตอบโต้ เฮย์แมนบอกว่า พังก์เป็นแชมป์ 434 วันได้เพราะเขา ถ้าไม่มีเขาแล้ว พังก์ก็ไม่ใช่ "สุดยอดที่สุดในโลก" เฮย์แมนบอกอีกว่า พังก์มันเป็นคนไม่มีครอบครัว พ่อแม่ก็ไม่รักมัน เมียก็หาไม่ได้ ลูกไม่มี จะมีก็แต่คนดูพวกนี้เท่านั้น และสาเหตุที่ว่าทำไมเขาต้องหักหลังพังก์ ก็เป็นเพราะว่า พังก์ไม่สามารถเอาชนะเลสเนอร์ ได้ พังก์ก็บอกว่าจะอัดเฮย์แมน และคนของเฮย์แมนทุกคน เลสเนอร์ออกมาเล่นงานพังก์ ทั้งจับเหวี่ยงกระเด็นไปมา เหวี่ยงใส่โต๊ะผู้บรรยาย จับหลังไปกระแทกเสาเวที และสุดท้ายก็จับใส่ F-5 ลงบนโต๊ะผู้บรรยายจนหมดสภาพ[32] ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2013) เลสเนอร์เจอกับพังก์ ในแมตช์การปล้ำไม่มีกฏกติกา สุดท้ายเลสเนอร์ก็เอาชนะไปได้สำเร็จ[33]

ในรอว์ (30 ธันวาคม 2013) เลสเนอร์ออกมาพร้อมกับเฮย์แมน เฮย์แมนบอกว่าเขาไม่สนใจที่จะให้เลสเนอร์ช่วยล้างแค้นให้กับเขาในเรื่องที่เขาถูกกระทืบหรอกนะ เขาเป็นคนใจกว้าง แต่ที่กลับมาคราวนี้มันเป็นเรื่องของเลสเนอร์ที่อยากจะเป็นแชมป์ WWE[34] เลสเนอร์บอกว่าเขาไม่สนใจว่าใครจะเป็นแชมป์หลังจบ รอยัลรัมเบิล ระหว่าง แรนดี ออร์ตัน กับ จอห์น ซีนา เพราะคนๆ นั้นจะต้องมาเจอกับเขาและก็จะต้องแพ้ เขาไม่จำเป็นจะต้องไปต่อแถวท้าชิงแชมป์กับคนอื่นเพราะคนอื่นจะต้องมาต่อแถวเขาคนนี้ และถ้าใครมีปัญหาล่ะก็ให้ออกมาเดี๋ยวนี้เลย มาร์ก เฮนรีออกมา แต่ยังไม่ทันจะขึ้นเวทีก็โดนเลสเนอร์อัดร่วงไป จากนั้นก็ตามลงไปหาเฮนรี เฮนรีเหวี่ยงเลสเนอร์ข้ามที่กั้นคนดูไป แต่เลสเนอร์ก็พุ่งอัดเฮนรีจนที่กั้นคนดูพัง เลสเนอร์จับเฮนรีใส่ F-5 ลงบนพื้นคอนกรีตจนเฮนรีหมดสภาพ[35] ในรอว์ (6 มกราคม 2014) เลสเนอร์ กับ เฮย์แมน ออกมาที่เวที โดยเฮย์แมนพูดชื่นชมเลสเนอร์ และพูดถึงการกระทืบ มาร์ก เฮนรี เฮนรีออกมาไล่ต่อยเลสเนอร์ แต่โดนเลสเนอร์จับใส่ Kimura Lock จนแขนหัก แต่ บิ๊กโชว์ ก็ออกมาช่วยไว้ โดยมาอัดเลสเนอร์ จนต้องพากันหนีไป[36][37] ในรอว์ (20 มกราคม 2014) บิ๊กโชว์ออกมาที่เวทีและท้าให้เลสเนอร์กับเฮย์แมนออกมา ทั้งคู่ออกมาแต่ไม่ยอมขึ้นไปเจอกับบิ๊กโชว์บนเวที แล้วก็หนีกลับไปเฉยๆ บิ๊กโชว์ เลยท้าทายเลสเนอร์อีกครั้ง ซึ่งเลสเนอร์ก็เดินกลับมา แล้วก็สู้กัน แต่เลสเนอร์ก็โดนบิ๊กโชว์เหวี่ยงตกเวทีอีกครั้ง เลสเนอร์ไปเอาเก้าอี้มา แต่กลายเป็น บิ๊กโชว์ เอาเก้าอี้ไปได้ ทำให้เลสเนอร์ต้องหนีไป ในรอยัลรัมเบิล (2014) เลสเนอร์เอาชนะบิ๊กโชว์ไปได้ ในรอว์ (24 กุมภาพันธ์ 2014) เลสเนอร์กับเฮย์แมนออกมาพร้อมกับสัญญาปล้ำเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 30 เฮย์แมนบอกว่าเลสเนอร์ควรจะได้ชิงแชมป์ WWE มากกว่า แต่โชคร้ายที่ ทริปเปิล เอช ให้ได้แค่ให้ เลสเนอร์ เลือกคู่ต่อสู้เอาเอง จะเป็นใครก็ได้ จะสร้างประวติศาสตร์อะไรก็สร้างไปเลย เฮย์แมนบอกไม่รู้จะสร้างสถิติอะไรอีกแล้ว แชมป์ฟุตบอลมหาวิทยาลัยก็เป็นมาแล้ว แชมป์ WWE อายุน้อยสุดก็เป็นมาแล้ว ดังนั้นคงไม่มีใครจะให้ท้าทายได้อีก แต่ดิอันเดอร์เทเกอร์ออกมาจ้องหน้าเลสเนอร์ จากนั้นก็จ้องไปที่สัญลักษณ์เรสเซิลเมเนีย เลสเนอร์เซ็นสัญญา แล้วก็เอาปากกายื่นให้อันเดอร์เทเกอร์ แต่อันเดอร์เทเกอร์เอาปากกาปักใส่มือเลสเนอร์แล้วจับโชคสแลมใส่โต๊ะจนพัง[38] ในเรสเซิลเมเนีย 30 เลสเนอร์ได้ทำลายสถิติของอันเดอร์เทเกอร์ เป็น 21-1 ทำให้คนดูช็อกกันทั้งสนาม[39]

ในรอว์ (21 กรกฎาคม 2014) ทริปเปิลเอชออกมาที่เวทีเพื่อประกาศการตัดสินใจว่าจะให้ใครชิงแชมป์ WWE กับจอห์น ซีนา ในซัมเมอร์สแลม (2014) พอล เฮย์แมนออกมาบอกว่าแผน A ของทริปเปิลเอช คือแรนดี ออร์ตันดูจะไม่เวิร์คเท่าไหร่เพราะโดนโรแมน เรนส์ตามล่าอยู่ ส่วนแผน B อย่างเซท โรลลินส์ ก็โดนดีน แอมโบรสก่อกวนไม่เลิก ดังนั้นคงต้องใช้แผน C และเลสเนอร์ก็ออกมา ทำให้ทริปเปิลเอชไม่มีทางเลือกนอกจากรับข้อเสนอของเฮย์แมน ให้เลสเนอร์ได้ชิงแชมป์กับซีนาในซัมเมอร์สแลม[40] สุดท้ายเลสเนอร์สามารถคว้าแชมป์โลกเป็นสมัยที่ 4 มาครอบครองได้สำเร็จ[41] ก่อนจะเสียแชมป์ให้เซท โรลลินส์ โดยใช้สิทธิ์กระเป๋ามันนีย์อินเดอะแบงก์ในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 31[42][43] ในรอว์คืนต่อมา เลสเนอร์ได้ขอสิทธิ์ชิงแชมป์คืนจากโรลลินส์ แต่โรลลินส์กลับไม่ยอมป้องกันแชมป์ ก่อนจะประกาศว่าเขาจะไม่รีแมตช์คืนนี้ เอาไว้รีแมตช์กันวันหลัง เลสเนอร์ตามไปไล่อัดโรลลินส์ แล้วจับมา Suplex แต่โรลลินส์พลิกตัวลงมายืนได้แล้วกระโดดเตะเลสเนอร์ แต่ไม่สะทกสะท้าน ทำให้โรลลินส์รีบหนีไป เลสเนอร์ตามไปลากตัวกลับมา F-5 แต่ J&J มาขัดขวาง ทำให้โรลลินส์หนีไปได้ จากนั้นเลสเนอร์ได้อาละวาทโดยจัดการอัด J&J แถมยังพลิกโต๊ะผู้บรรยายทับเจบีแอล กับบูเกอร์ ที ก่อนจะลากไมเคิล โคลใส่ F-5 บนเวที และจับตากล้องใส่ F-5 อีกคน ก่อนจะถูกสเตฟานีสั่งแบน[44] ในแบทเทิลกราวด์ (2015) เลสเนอร์ได้รีแมตช์ชิงแชมป์กับเซท โรลลินส์[45] แต่เลสเนอร์ไม่สามารถคว้าแชมป์มาได้ เพราะอันเดอร์เทเกอร์โผล่มาเล่นงานเลสเนอร์ด้วยท่า Chokeslam และ Tombstone Piledriver[46] ในซัมเมอร์สแลม (2015) เลสเนอร์ได้แพ้ให้อันเดอร์เทเกอร์ด้วยท่าซับมิสชั่น Hell's Gate จนสลบไป และเป็นการพ่ายแพ้ต่ออันเดอร์เทเกอร์เป็นครั้งแรก[47][48] ในเฮลอินเอเซล (2015) เลสเนอร์ได้รีแมตช์เอาชนะอันเดอร์เทเกอร์ได้ในเฮลล์อินเอเซลล์ แมทช์ เป็นการสิ้นสุดเรื่องราวทั้งคู่[49][50][51]

ในรอยัลรัมเบิล (2016) เลสเนอร์ได้เข้าร่วมแมตช์รอยัลรัมเบิลชิงแชมป์ WWE เป็นลำดับที่23 แต่ถูกกำจัดออกจากเวทีโดยเดอะไวแอ็ตต์แฟมิลี[52] ในรอว์คืนต่อมา สเตฟานีได้ประกาศจัดแมตช์สามเส้า(Triple Threat Match) ในฟาสต์เลน (2016) ระหว่าง ดีน แอมโบรส, โรแมน เรนส์ และเลสเนอร์ เพื่อหาผู้ท้าชิงไปชิงแชมป์ WWE กับทริปเปิลเอชในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 32 แต่ไม่สำเร็จ[53][54][55] ในเรสเซิลเมเนีย 32 เลสเนอร์เอาชนะดีน แอมโบรสไปได้ในแมตช์ No Holds Barred Street Fight[56][57] ในสแมคดาวน์วันที่ 7 กรกฎาคม ได้มีการประกาศว่าเลสเนอร์จะเจอกับแรนดี ออร์ตันในซัมเมอร์สแลม (2016) โดยเลสเนอร์เอาชนะไปได้แบบ TKO หลังแมตช์ได้จับเชน แม็กแมนใส่ F-5[58] ในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (2016) เลสเนอร์ได้เจอกับโกลด์เบิร์กเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี แต่เลสเนอร์ก็แพ้ให้โกลด์เบิร์กในเวลาสั้นๆ 1:26 นาที[59][60][61][62][63][64][65] ในรอยัลรัมเบิล (2017) เลสเนอร์ได้เข้าร่วมแมตช์รอยัลรัมเบิลเป็นลำดับที่26 แต่ก็ถูกโกลด์เบิร์กเหวี่ยงตกเวทีเป็นการย้ำแค้น[66][67][68] คืนต่อมาเลสเนอร์ได้ท้าโกลด์เบิร์กเจอกันในเรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 33 ซึ่งโกลด์เบิร์กได้รับคำท้าในสัปดาห์ต่อมา และในฟาสต์เลน (2017)โกลด์เบิร์กได้คว้าแชมป์ยูนิเวอร์แซล WWEจากเควิน โอเวนส์ ทำให้แมตช์กับโกลด์เบิร์กในเรสเซิลเมเนียเป็นการชิงแชมป์

ผลงานอื่นๆ[แก้]

โทรทัศน์[แก้]

ปี เรื่อง รับบท
2011 The Ultimate Fighter 13 Himself
2011 The Ultimate Fighter 14 Himself

วีดีโอเกมส์[แก้]

ปี เกม
2002 WWE SmackDown! Shut Your Mouth
2003 WWE SmackDown! Here Comes the Pain
2003 WWE WrestleMania XIX
2003 WWE Crush Hour
2003 WWE Raw 2
2005 Wrestle Kingdom
2006 Madden NFL 06
2009 UFC 2009 Undisputed
2010 UFC Undisputed 2010
2011 WWE '12
2012 UFC Undisputed 3
2012 WWE '13
2013 WWE 2K14
2014 WWE 2K15
2014 EA Sports UFC
2015 WWE 2K16
2016 WWE 2K17

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

เลสเนอร์ใช้ท่า F-5 ใส่ ดิอันเดอร์เทเกอร์
เลสเนอร์ใช้ท่า Kimura lock จอห์น ซีนา
เลสเนอร์ใช้ท่า German Suplex ใส่ เซท โรลลินส์
เลสเนอร์ใช้ท่า Shooting star press ใส่ เคิร์ต แองเกิล

บันทึกสถิติการต่อสู้แบบผสม[แก้]

Res. สถิติ คู่ต่อสู้ Method Event วันที่ รอบ เวลา สถานที่ หมายเหตุ
แม่แบบ:NocontestNC 5–3 (1) Mark Hunt NC (overturned) UFC 200 แม่แบบ:Dts/outmdy2 3 5:00 Las Vegas, Nevada, United States Originally unanimous decision win for Lesnar; overturned after he tested positive for clomiphene.
Loss 5–3 Alistair Overeem TKO (body kick and punches) UFC 141 แม่แบบ:Dts/outmdy2 1 2:26 Las Vegas, Nevada, United States
Loss 5–2 Cain Velasquez TKO (punches) UFC 121 แม่แบบ:Dts/outmdy2 1 4:12 Anaheim, California, United States Lost the UFC Heavyweight Championship.
Win 5–1 Shane Carwin Submission (arm-triangle choke) UFC 116 แม่แบบ:Dts/outmdy2 2 2:19 Las Vegas, Nevada, United States Defended and unified the UFC Heavyweight Championship. Submission of the Night.
Win 4–1 Frank Mir TKO (punches) UFC 100 แม่แบบ:Dts/outmdy2 2 1:48 Las Vegas, Nevada, United States Defended and unified the UFC Heavyweight Championship.
Win 3–1 Randy Couture TKO (punches) UFC 91 แม่แบบ:Dts/outmdy2 2 3:07 Las Vegas, Nevada, United States Won the UFC Heavyweight Championship.
Win 2–1 Heath Herring Decision (unanimous) UFC 87 แม่แบบ:Dts/outmdy2 3 5:00 Minneapolis, Minnesota, United States
Loss 1–1 Frank Mir Submission (kneebar) UFC 81 แม่แบบ:Dts/outmdy2 1 1:30 Las Vegas, Nevada, United States
Win 1–0 Min-Soo Kim Submission (punches) Dynamite!! USA แม่แบบ:Dts/outmdy2 1 1:09 Los Angeles, California, United States


ผลงานแชมป์และความสำเร็จ[แก้]

วิทยาลัยมวยปล้ำ[แก้]

การต่อสู้แบบผสม[แก้]

มวยปล้ำอาชีพ[แก้]

เป็นแชมป์ WWE

1 ^  Lesnar's IWGP Heavyweight Championship reign at IGF is considered a continuation of his reign from NJPW.

2 ^  When Lesnar won the title for the first time, it was known as the WWE Undisputed Championship. His next two reigns were as WWE Champion, while his most recent one was as WWE World Heavyweight Champion.

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 "Brock Lesnar bio". WWE. สืบค้นเมื่อ August 7, 2015. 
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 2.4 "Brock Lesnar". Cagematch.net. สืบค้นเมื่อ March 27, 2015. 
  3. 3.0 3.1 "Biography for Brock Lesnar". IMDB.com. สืบค้นเมื่อ March 23, 2009. 
  4. 4.00 4.01 4.02 4.03 4.04 4.05 4.06 4.07 4.08 4.09 4.10 4.11 4.12 4.13 "Brock Lesnar profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ April 22, 2007. 
  5. "Brock Lesnar". Official UFC Fighter Profiles. UFC. สืบค้นเมื่อ March 7, 2012. 
  6. "UFC signs former WWE star Brock Lesnar". 411mania.com. สืบค้นเมื่อ October 20, 2007. 
  7. "WWE News: Paul Heyman Will Keep Brock Lesnar Relevant While He's off Television". Bleacher Report. 2012-05-08. สืบค้นเมื่อ 2012-06-09. 
  8. 8.0 8.1 "WWE King Of The Ring Results 6–23–02". Lords of Pain. สืบค้นเมื่อ May 9, 2008. 
  9. 9.0 9.1 "Brock Lesnar (spot No. 29) wins the Royal Rumble Match". WWE. Archived from the original on March 19, 2008. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  10. "Former UFC Heavyweight Champion Brock Lesnar Undergoes Surgery; Hopeful for Early 2012 Return". MMAWeekly.com. May 28, 2011. 
  11. "Sherdog Official Mixed Martial Arts Rankings: Heavyweight". SHERDOG.com. October 27, 2010. สืบค้นเมื่อ October 27, 2010. 
  12. "Grappling with his future". ESPN. สืบค้นเมื่อ October 27, 2008. 
  13. Michael McAvennie (2003). "WWE The Yearbook: 2003 Edition". Pocket Books. p. 200. 
  14. Michael McAvennie (2003). "WWE The Yearbook: 2003 Edition". Pocket Books. pp. 198–199. 
  15. PWI Staff (2007). "Pro Wrestling Illustrated presents: 2007 Wrestling almanac & book of facts". "Wrestling's historical cards" (Kappa Publishing). pp. 112–113. 
  16. 16.0 16.1 "WWE Smackdown Results August 7, 2003". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ September 2, 2013. 
  17. "WWE: Inside WWE > title History > WWE championship > 20030918 – Brock Lesnar". WWE. สืบค้นเมื่อ April 21, 2008. 
  18. PWI Staff (2007). "Pro Wrestling Illustrated presents: 2007 Wrestling almanac & book of facts". "Wrestling's historical cards" (Kappa Publishing). p. 115. 
  19. Powell, John (March 15, 2004). "WrestleMania XX bombs". Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ March 7, 2012. 
  20. Mitch Passero (2 April 2012). "Brock is back". WWE. สืบค้นเมื่อ 2 April 2012. 
  21. Tom Herrera (16 April 2012). "Brock Lesnar vs. John Cena - Extreme Rules Match". WWE. สืบค้นเมื่อ 16 April 2012. 
  22. Tom Herrera (30 April 2012). "Raw SuperShow results: Brock Lesnar, General Manager John Laurinaitis fly off the handle". WWE. สืบค้นเมื่อ 30 April 2012. 
  23. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 5/14: Ongoing "virtual-time" coverage of live Raw - Cena & Triple H return, final PPV hype". 
  24. Caldwell, James (2012-06-17). "CALDWELL'S WWE NO WAY OUT PPV REPORT 6/17". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 2012-06-17. 
  25. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/23: Complete "virtual-time" coverage of live Raw #999 - WWE recognizes 1,000 episodes, WWE Title match, Lesnar, Rock, DX, wedding". 
  26. Brock Lesnar breaks Shawn Michaels' arm a week before SummerSlam
  27. [1]
  28. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 3/18: Complete "virtual-time" coverage of live Raw - Hunter signs WM29 contract, IC Title match, more WM29 developments". 
  29. Myers, Thomas. "Wrestlemania 29 results: Brock Lesnar pinned by Triple H after steel step Pedigree". MMAMANIA. สืบค้นเมื่อ 8 April 2013. 
  30. "WWE Extreme Rules results and reactions from last night (May 19): Believe in Gold". 
  31. "6/17 Powell's WWE Raw Live Coverage: Brock Lesnar and C.M. Punk, Mark Henry returns in a big way, Payback fallout with new champions Alberto Del Rio, Curtis Axel, and A.J. Lee". LAST ROW MEDIA LLC. 2013-06-17. สืบค้นเมื่อ 2013-06-18. 
  32. "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 7/15 (Hour 3): Punk-Heyman epic promo exchange, Jericho vs. RVD, Cena picks his Summerslam PPV opponent". 
  33. "CALDWELL'S WWE SSLAM PPV RESULTS 8/18 (Hour 2): Lesnar vs. Punk brutal fight". 
  34. Caldwell, James (30 December 2013). "CALDWELL'S WWE RAW RESULTS 12/30: Complete "virtual-time" coverage of live 2013 finale - Bryan gives up and gives in, Brock Lesnar returns, Shield shows cracks, more". สืบค้นเมื่อ 24 August 2016. 
  35. "Brock Lesnar returns to Raw and makes a challenge". สืบค้นเมื่อ December 31, 2013. 
  36. Nemer, Paul (January 7, 2014). "WWE RAW Results – 1/6/14 (Old School RAW, WWE Legends)". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ September 17, 2016. 
  37. "Brock Lesnar dislocates Mark Henry's elbow: Raw, Jan 6, 2014". สืบค้นเมื่อ January 10, 2014. 
  38. Tylwalk, Nick. "Raw: Longer matches and a dramatic return in Green Bay". SLAM! Wrestling. Canadian Online Explorer. สืบค้นเมื่อ February 25, 2014. 
  39. Sin, Ben (6 April 2014). "WWE Stars React to the End of the Undertaker's Streak". www.si.com/ (Sports Illustrated). สืบค้นเมื่อ 9 June 2015. 
  40. "WWE Raw report". http://www1.skysports.com/. Sky Sports. July 22, 2014. สืบค้นเมื่อ August 12, 2014. 
  41. "Caldwell's WWE SummerSlam PPV Results 8/17: Complete "virtual-time" coverage of Cena vs. Lesnar". Pro Wrestling Torch. August 17, 2014. สืบค้นเมื่อ August 18, 2014. 
  42. http://www.mmamania.com/2015/3/1/8128401/ufc-quick-quote-dana-white-expects-a-call-from-brock-lesnar-when-his-wwe-expires-mma
  43. Benigno, Anthony. "Seth Rollins cashed in his Money in the Bank contract and def. Brock Lesnar and Roman Reigns to become WWE World Heavyweight Champion". WWE. สืบค้นเมื่อ March 29, 2015. 
  44. http://www.wwe.com/shows/raw/2015-03-30/wwe-raw-results-27250779
  45. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results - 6/15/15 (Lesnar is the new #1 contender)". wrestleview.com. สืบค้นเมื่อ 15 June 2015. 
  46. Caldwell, James. "WWE PPVs CALDWELL'S WWE BATTLEGROUND PPV REPORT 7/19: Complete "virtual-time" coverage of live PPV - Rollins vs. Lesnar, Cena vs. Owens III, Orton returns home, more". PWTorch.com. สืบค้นเมื่อ 19 July 2015. 
  47. "The Undertaker vs. Brock Lesnar". WWE. สืบค้นเมื่อ August 18, 2015. 
  48. Benigno, Anthony. "The Undertaker def. Brock Lesnar". WWE. สืบค้นเมื่อ August 23, 2015. 
  49. Caldwell, James. "CALDWELL'S WWE NOC PPV REPORT 9/20: Live Night of Champions Coverage from Houston - Seth Rollins's double duty, more". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ 21 September 2015. 
  50. Martin, Adam (October 25, 2015). "WWE Hell in a Cell PPV Results". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ October 25, 2015. 
  51. Jones, Elton (October 25, 2015). "WWE Hell in a Cell 2015: The Results & Highlights You Need to Know". Heavy.com. สืบค้นเมื่อ May 29, 2016. 
  52. "Triple H won the 2016 Royal Rumble Match for the WWE World Heavyweight Championship". wwe.com. สืบค้นเมื่อ 25 January 2016. 
  53. https://www.cultofwhatever.com/2016/02/wwe-smackdown-2-18-16-results/
  54. http://www.f4wonline.com/wwe-news/wwe-fastlane-2016-live-results-brock-lesnar-vs-roman-reigns-vs-dean-ambrose-207716
  55. http://www.f4wonline.com/wwe-news/wwe-fastlane-2016-live-results-brock-lesnar-vs-roman-reigns-vs-dean-ambrose-207716
  56. http://www.cagesideseats.com/wwe/2016/2/22/11095408/brock-lesnar-attacks-dean-ambrose-parking-lot-wwe-raw
  57. http://www.wrestlezone.com/news/677441-wwe-raw-results-022216/3
  58. Caldwell, James. "8/21 WWE Summerslam Results – CALDWELL’S Complete Live Report". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ August 21, 2016. 
  59. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results – 10/10/16 (Live from Oakland, Paul Heyman advertised to appear, Hell in a Cell hype)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ October 10, 2016. 
  60. Martin, Adam (March 14, 2004). "Full WWE WrestleMania XX PPV Results - 3/14/04 from Madison Square Garden". WrestleView. สืบค้นเมื่อ October 22, 2016. 
  61. Tedesco, Mike. "WWE RAW Results – 10/17/16 (Live from Denver, Bill Goldberg returns to WWE answering Heyman’s challenge)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ October 17, 2016. 
  62. Benigno, Anthony (October 25, 2016). "Goldberg vs. Brock Lesnar". WWE.com. สืบค้นเมื่อ October 25, 2016. 
  63. Tedesco, Mike (November 14, 2016). "WWE RAW Results – 11/14/16 (Live from Buffalo, Survivor Series go-home, Lesnar, Goldberg, McMahon and Bryan)". WrestleView. สืบค้นเมื่อ November 14, 2016. 
  64. Adkins, Greg. "Goldberg def. Brock Lesnar". WWE. สืบค้นเมื่อ November 20, 2016. 
  65. Powell, Jason. "Powell's WWE Survivor Series 2016 live review: Goldberg vs. Brock Lesnar, three Team Raw vs. Team Smackdown elimination matches, IC and WWE Cruiserweight Title matches". Pro Wrestling Dot Net. สืบค้นเมื่อ November 20, 2016. 
  66. Keller, Wade (November 28, 2016). "KELLER’S WWE RAW REPORT 11/28: Live coverage – Charlotte defends against Sasha Banks, New Day defends against Anderson & Gallows". Pro Wrestling Torch. สืบค้นเมื่อ November 28, 2016. 
  67. "Raw: Jan. 16, 2017". WWE. สืบค้นเมื่อ January 27, 2017. 
  68. "WWE Raw: Jan. 23, 2017". WWE. สืบค้นเมื่อ January 27, 2017. 
  69. Benigno, Anthony. "15 Superstars' "secret weapons" Brock Lock (Brock Lesnar)". WWE. Archived from the original on December 28, 2012. สืบค้นเมื่อ December 28, 2012.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  70. Martin, Adam (April 29, 2012). "Extreme Rules PPV Results – 4/29/12". Wrestleview. สืบค้นเมื่อ April 30, 2012. 
  71. 71.0 71.1 71.2 71.3 Johnson, Mike. "COMPLETE WWE EXTREME RULES PPV COVERAGE: CENA VS. BROCK IN DOUBLE JUICE BRAWL, NEW CHAMPIONS CROWNED, AWESOME TITLE BOUTS AND MORE". สืบค้นเมื่อ February 21, 2013. 
  72. 72.0 72.1 72.2 Johnson, Mike. "COMPLETE WWE SUMMERSLAM 2012 PPV COVERAGE". สืบค้นเมื่อ February 21, 2013. 
  73. 73.0 73.1 73.2 73.3 73.4 "wrestlingdata profile". สืบค้นเมื่อ December 24, 2012. 
  74. "The 10 coolest moves in WWE right now". WWE. September 26, 2014. สืบค้นเมื่อ September 26, 2014. 
  75. Clapp, John (April 27, 2013). "Will The Anomaly navigate a cagey transition?". WWE. สืบค้นเมื่อ August 7, 2015. 
  76. 76.0 76.1 Wortman, James. "Raw Five-Point Preview: June 29, 2015". WWE. "The Architect changed many a mind last week on Raw, when he mended fences with his Authority allies and brutalized The Beast Incarnate." 
  77. Benigno, Anthony (October 25, 2015). "Brock Lesnar def. The Undertaker (Hell in a Cell Match)". WWE. "The Phenom stood before his kneeling Conqueror and flashed his demonic war face, only to be met with a booming low-blow that reduced The Last Outlaw to a writhing wretch on the mat." 
  78. "Enforcer : a.k.a. Brock Lesnar's theme.". United States Copyright Office. สืบค้นเมื่อ March 13, 2013. 
  79. "Bison Open Champions – Heavyweight". Bison Wrestling. November 15, 2007. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  80. 80.0 80.1 Botter, Jeremy (January 4, 2009). "2008 Inside Fights MMA Awards". Insidefights.com. สืบค้นเมื่อ September 15, 2012. 
  81. "Beatdown of the Year – Sherdog’s 2009 Misc. Awards". Sherdog.com. January 11, 2010. สืบค้นเมื่อ October 31, 2011. 
  82. Gross, Josh (December 22, 2008). "SI.com's 2008 MMA Awards". Sports Illustrated. สืบค้นเมื่อ September 15, 2012. 
  83. "2009 World MMA Awards live coverage". Sherdog.com. December 30, 2009. Archived from the original on October 15, 2012. สืบค้นเมื่อ October 31, 2012.  Unknown parameter |df= ignored (help)
  84. 84.0 84.1 Meltzer, Dave (January 26, 2011). "Biggest issue of the year: The 2011 Wrestling Observer Newsletter Awards Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, CA): 1–40. ISSN 1083-9593. 
  85. Youngest person to win the World Wrestling Entertainment (WWE) Championship (posted prior to 15 December 2014, retrieved 9 February 2015) The youngest wrestler to win the World Wrestling Entertainment (WWE) Championship is Brock Lesnar (USA) aged 25 years and 44 days on 25 August 2002.
  86. Westcott, Brian; Dupree. "NWA Ohio Valley Wrestling Southern Tag Team Title History". Solie's Title Histories. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  87. "PWI Feud of the Year" (ใน German). Cagematch.de. สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  88. "PWI Match of the Year" (ใน German). สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  89. "PWI Most Improved Wrestler of the Year" (ใน German). สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  90. "PWI Wrestler of the Year" (ใน German). สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  91. "Wrestler of the Year". Pro Wrestling Illustrated 36 (2): 32–33. 2015. 
  92. "Pro Wrestling Illustrated Top 500 – 2003". Wrestling Information Archive. Archived from the original on April 15, 2008. สืบค้นเมื่อ May 4, 2008. 
  93. "Observer: Bruiser Brody Memorial Award (Best Brawler)" (ใน German). สืบค้นเมื่อ March 22, 2008e. 
  94. "Observer: Best Feud Of The Year" (ใน German). สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  95. "Observer: Most Improved Wrestler" (ใน German). สืบค้นเมื่อ March 22, 2008. 
  96. Meltzer, Dave (November 9, 2015). "November 9, 2015 Wrestling Observer Newsletter: 2015 Hall of Fame Issue". Wrestling Observer Newsletter (Campbell, California): 1. ISSN 1083-9593. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]