เบรต ฮาร์ต

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เบรต ฮาร์ต
An image of เบรต ฮาร์ต.
ข้อมูล
ฉายา เบรต ฮาร์ต (Bret Hart) [1]
เบรตท์ ฮาร์ต (Brett Hart)
บัดดี ฮาร์ต (Buddy Hart)
ความสูง 6 ft 0 in (1.83 เมตร)
น้ำหนัก 234 ปอนด์ (106 กก.)
เกิด 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1957 (59 ปี)
แคลกะรี, แอลเบอร์ตา, แคนาดา
มาจาก แคลกะรี, แอลเบอร์ตา, แคนาดา
ฝึกหัดโดย สตู ฮาร์ต
Katsuji Adachi
Kazuo Sakurada
Harley Race
The Iron Sheik
เปิดตัว 1978[2]
รีไทร์ 2000[3]

เบรต เซอร์จีนต์ ฮาร์ต (อังกฤษ: Bret Sergeant Hart)[4] เกิดวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 1957 เป็นนักมวยปล้ำอาชีพชาวแคนาดา ของสมาคม WWF/E เป็นที่รู้จักกันอย่างดีในชื่อว่า เบรต ฮาร์ต (อังกฤษ: Bret Hart) ปัจจุบันได้เลิกปล้ำไปแล้ว และได้เข้าสู่ หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี ประจำปี 2006[5][6]

ประวัติในวงการมวยปล้ำ[แก้]

เบรต ฮาร์ต บิดาของเขามีชื่อว่า สตู ฮาร์ต เริ่มต้นในการปล้ำมวยปล้ำสมัครเล่นระดับรัฐ และเป็นแชมป์ระดับรัฐ แชมป์ระดับมหาวิทยาลัย ต่อมา เขาเริ่มเบื่อการฝึกซ้อม จึงหันมาทางมวยปล้ำอาชีพ ซึ่งเขาเริ่มต้นเป็นกรรมการ หลังจากนั้นก็ได้รับการฝึกหัดโดย Mr. Hito และ Mr. Sakurada และเขาได้ขึ้นปล้ำกับอาจารย์ของตัวเอง ต่อมา เบรต ก็ได้เป็นแชมป์ของค่าย Stampede[7][8][9][10]

เวิลด์เรสต์ลิงเฟดดิเรชั่น (1984–1997)[แก้]

หลังจากนั้น สตู ได้ขายกิจการให้กับ World Wrestling Federation (WWF) ซึ่งเป็นเวลาเดียวกันที่เบรตไปปล้ำที่ญี่ปุ่น หลังจบทัวร์ เบรต ได้เข้ารับการผ่าตัดที่หัวเข่า ก่อนจะย้ายมา ปล้ำในสมาคม WWF ซึ่งแรกๆ เบรต ถูกนักมวยปล้ำคนอื่นกระทืบ ก่อนจะเปลี่ยนบทบาทมาเป็น The Cowboy" Bret Hart แต่ตนบอกไม่ชอบบทบาทนี้จึงมาตั้งทีม The Hart Foundation ร่วมกับ จิม "เดอะ แอนวิล" ไนด์ฮาร์ต ซึ่งมี จิมมี ฮาร์ต เป็นผู้จัดการ โดยทั้งหมดรับบทเป็นอธรรม และได้เป็นแชมป์แทคทีมในที่สุด หลังจากนั้นได้แยกออกมาปล้ำเดี่ยว และได้ แชมป์อินเตอร์คอนติเนนทัล โดยการเอาชนะ มิสเตอร์เพอร์เฟค หรือ เคิร์ต เฮนนิค

เบรตก็ได้ชิงแชมป์โลกกับ ริก แฟลร์ และสามารถคว้าแชมป์โลกมาได้สำเร็จ รวมทั้งทำลายสถิติเป็นแชมป์โลกที่อายุน้อยที่สุด ด้วยอายุเพียง 27 ปี หลังจากนั้น เบรตก็ได้ตำแหน่ง คิงออฟเดอะริง 1993 และโด่งดันขึ้นมาถึงขีดสุด และเปิดศึกกับนักมวยปล้ำดังๆ มากมาย เช่น เรเซอร์ รามอน, โยโกะซูน่า, โอเวน ฮาร์ต, ดีเซล และ ชอว์น ไมเคิลส์ แต่ในที่สุด เบรต ก็เสียแชมป์ให้กับชอว์น ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 12

ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 13 เขาได้ปล้ำกับ สตีฟ ออสติน หลังการปล้ำครั้งนั้น ทำให้ทั้งคู่ได้สลับบทบาทกัน โดยให้เบรต เป็นอธรรม และออสติน เป็นธรรมะ และเบรต ได้รวมทีมขึ้นมาใหม่ โดยใช้ชื่อทีมว่า The New Hart Foundation สมาชิกของเขา มีทั้ง โอเวน ฮาร์ต, เดวี บอย สมิธ, จิม ไนด์ฮาร์ต และ ไบรอัน พิลแมน จนในที่สุด อิริค บิสชอฟฟ์ จาก WCW ได้แอบเจรจากับ เบรต ซึ่งเป็นขณะเดียวกันที่ เบรต ไม่พอใจและเกิดอาการน้อยใจกับ WWF ทำให้เรื่องมาถึงจุดจบ ในศึก เซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (1997) เมื่อ วินซ์ แม็กแมน ได้รวมหัวกับ ชอว์น และกรรมการ เอิร์ล เฮบเนอร์ ปรับเบรต ให้แพ้และเสียแชมป์ ในขณะที่ เบรต โดน ชอว์น จับใส่ท่า Sharpshooter แต่ยังไม่ได้ยอมแพ้ หลังจากการปล้ำ เบรต ถึงกับถ่มน้ำลายใส่หน้า วินซ์ แม็กแมน และทำให้เบรต ตัดสินใจย้ายไปที่ WCW ในที่สุด

เวิลด์แชมเปียนชิพเรสต์ลิง (1997–2000)[แก้]

แต่ที่ WCW นั้น ทำให้ เบรต รู้สึกแย่กว่าเดิม เพราะ WCW ใช้ เบรต ไม่ถูกทาง และขณะที่อยู่ WCW ทางฝั่ง WWF ก็มีเหตุการณ์ไม่คาดฝันเกิดขึ้นเมื่อ โอเวน ฮาร์ต ตกลงมาจากสลิงและเสียชีวิต ทำให้ทุกคนรวมทั้งเบรต เสียใจอย่างมาก

เบรต ก็ได้เป็น แชมป์ยูเอส, แชมป์โลก WCW และ แชมป์แทคทีม WCW แต่ไม่นานอาชีพนักมวยปล้ำของเขาก็ถึงจุดจบเมื่อเกิดอุบัติเหตุขณะปล้ำกับ โกลด์เบิร์ก โดยเบรต ถูก โกลด์เบิร์ก เตะเข้าเต็มๆหน้า ทำให้กระทบกระเทือนทางสมองจนต้องเลิกปล้ำในที่สุด หลังจากหายไปหลายปี ในปี 2005 WWE ได้เชิญให้ เบรต ขึ้นรับรางวัล หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี ประจำปี 2006

เวิลด์เรสต์ลิงเอ็นเตอร์เทนเมนต์/ดับเบิลยูดับเบิลยูอี (2009–ปัจจุบัน)[แก้]

ในปี 2009 WWE ก็ได้ตั้งทีม The Hart Foundation ที่โด่งดังในอดีตกลับมาใหม่ ซึ่งสมาชิกก็เป็นลูกหลานของตระกูลฮาร์ต โดยใช้ชื่อทีมว่า เดอะฮาร์ทไดนาสตี้ สมาชิกมี เดวิด ฮาร์ท สมิธ, ไทสัน คิด และ นาตาเลีย ในศึกรอว์ ตอนแรกของปี 2010 เบรต ได้มาเป็น Guest Host ซึ่งถือเป็นการปรากฏตัวครั้งแรก ในรอบ 12 ปี ในสมาคม WWE และได้สะสางบัญชีแค้นกับ วินซ์ แม็กแมน ในศึก เรสเซิลเมเนีย ครั้งที่ 26 ได้สำเร็จ ในปี ต่อมา สตู ฮาร์ต พ่อของเขา ก็ได้รับรางวัล หอเกียรติยศดับเบิลยูดับเบิลยูอี ประจำปี 2010

ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2010) เบรตได้เข้าร่วมในแมตช์การปล้ำ 7 ต่อ 7 โดยจับคู่กับ จอห์น ซีนา, เอดจ์, คริส เจอริโค, จอห์น มอร์ริสัน, อาร์-ทรูธ และ เดอะ เกรท คาลี เพื่อมาปราบกลุ่ม เดอะเน็กซัส โดยก่อนถึง ซัมเมอร์สแลม คาลีได้ถูกกลุ่มเน็กซัส รุมเล่นงาน จนไม่สามารถมาร่วมปล้ำได้ ทำให้ทีม WWE ต้องหาคนมาแทนคาลี โดยซีนา ได้เลือก แดเนียล ไบรอัน อดีตกลุ่มเน็กซัส และเอาชนะกลุ่มเน็กซัสไปได้สำเร็จ

ในรอว์ (10 กันยายน 2012) ที่มอนทรีออล เบรตออกมาเปิดรายการ โดยแฟนๆ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่น เบรตบอกว่ารู้สึกดีที่ได้กลับมาที่นี่เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปี ขอบอกกับทุกคนว่าพวกคุณอยู่ในใจผมมาตลอด 15 ปี ขอบคุณทุกๆ คนที่สนับสนุนผมมาตลอด ผมจะไม่มีวันลืม และขอให้พระเจ้าคุ้มครองทุกคน ขอบคุณมากๆ ซีเอ็ม พังก์ ออกมาขัดจังหวะ โดยถูกคนดูโห่อย่างหนัก พังก์ บอกว่าถ้าชั้นเป็นคนที่เจอกับนายในเซอร์ไวเวอร์ซีรีส์ (1997) แทนที่จะเป็น ชอว์น ไมเคิลส์ เบรตรีบตัดบท บอกว่าแกก็จะโดน Sharpshooter จนร้องเอ๋งๆ ไงล่ะ พังก์บอกชั้นไม่ต้องการ วินซ์ แม็กแมน มาช่วยโกงหรอกนะ ชั้นจะเอาชนะนายได้ด้วยตัวเอง แล้ว Attitude Era ของพวกแกก็จะไม่เกิดขึ้น ส่วนชั้นก็จะกระโดดหนีไปอยู่ WCW ปล่อยให้ WWE เจ๊งไปเลย เบรตเปิดคลิปความอัปยศของพังก์ ให้ทุกคนดูกันอีกครั้ง เมื่อสัปดาห์ก่อน พังก์ไม่กล้าสู้กับเชมัส แถมยังลอบทำร้ายซีนาจากด้านหลังอีก นี่หรือ "สุดยอดที่สุดในโลก" พังก์บอกว่าคนดูพวกนี้ควรจะเคารพชั้นเหมือนกับที่เคารพนายตอนที่นายเดินออกมาเมื่อกี้นี้ ชั้นสมควรได้รับการต้อนรับแบบนี้ทุกๆ สนามทั่วโลก พังก์บอก ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) ฉันจะทำให้ซีนา ต้องหลับสนิทด้วย Go To Sleep เบรตบอกตอนนี้ทุกคนในสนามก็ใกล้จะหลับอยู่แล้ว พังก์เดินจากไปท่ามกลางเสียงตะโกนด่าของคนดู ในช่วงท้ายรายการ เบรตประกาศแนะนำตัวซีนา เพื่อออกมาพูดคุยกัน ซึ่งซีนาก็ยอมรับว่าเขานับถือเบรตมาก และเขาจะไม่มีวันยิ่งใหญ่ได้เท่าเบรต จากนั้นเบรตก็ถามซีนาว่าจะจัดการยังไงกับไอ้คนเสแสร้งพังก์ และพังก์ก็ออกมาโวยวายจะเอาเรื่อง ทำให้ซีนาด่าพังก์ว่าไอ้เสแสร้งอีกคนนึง พังก์ขึ้นเวทีมาสาธยายความเทพของเขาว่าเขาเจ๋งกว่า ชอว์น ไมเคิลส์, เจ๋งกว่า สโตน โคลด์ และเจ๋งกว่า เดอะ ร็อก ด้วย เพราะเขาอัด เดอะ ร็อก ได้ในพริบตาทั้งที่ซีนา พยายามมาทั้งปีก็ไม่สำเร็จ ซีนาด่ากลับบ้าง บอกว่า พังก์เป็นแชมป์มา 300 กว่าวัน แล้วก็ทำให้เข็มขัดแชมป์ตกต่ำสุดๆ ทำได้แค่นั่งมองแมตช์คู่เอกของทุกๆ ศึกใหญ่ผ่านหน้าเขาไปตาปริบๆ เมื่อปีก่อนออกมาพูดซะดิบดี บอกว่าจะเปลี่ยนแปลงวงการให้ดีขึ้น สุดท้ายก็ล้มเหลวหมด เป็นแค่เรื่องโกหกเพื่อให้แฟนๆ ช่วยสนับสนุนให้เขาดังเท่านั้น ชั้นคนนี้ต้องไต่เต้ามาจากดาวรุ่ง กว่าจะมาเป็นที่รักของแฟนๆ ได้ต้องล้มลุกคลุกคลาน ผ่านช่วงเวลาร้ายๆ มามากมาย แต่ชั้นก็ยังยืนหยัดอยู่ได้ด้วยการเป็นตัวของตัวเอง ไม่เหมือนแกหรอก เปลี่ยนบุคลิกไปมา ขโมยสีกางเกงมาจากตำนานหอเกียรติยศ แล้วยังขโมยท่าไม้ตายศอกบินมาจากคนตายอย่าง แรนดี ซาเวจ อีก เพราะแกมันเป็นคนที่ยังค้นหาตัวเองไม่พบ แกคิดว่าการที่เป็นแชมป์มันจะหมายความว่าทุกคนต้องเคารพแก ที่ช่วง 2-3 สัปดาห์มานี้แกทำตัวน่ารำคาญขึ้นคงเป็นเพราะว่าแกกำลังกลัวว่าจะเสียแชมป์ในไนท์ออฟแชมเปียนส์ ใช่มั้ย ชั้นจะขอพูดอะไรเป็นภาษาท้องถิ่นของที่นี่หน่อย (ซีนาพูดภาษาฝรั่งเศส) พังก์บอก แกกำลังทำตัวเองให้ต่ำลง จากการพูดภาษาถิ่นของคนที่นี่ ซีนาโมโหบอกว่าพอได้แล้ว คนดูเหล่านี้คือเหตุผลที่ว่าทำไมเราจึงได้มาอยู่ที่นี่ แกมันคนไร้ค่าที่ไม่ควรได้รับการเคารพเลยสักนิด สิ่งที่ชั้นพูดเมื่อกี้คือ "แกบอกว่าจะชนะในไนท์ออฟแชมเปียนส์ แต่ว่าชั้นจะเตะก้นแก" พังก์ โมโห จะไปต่อยเบรต ระบายอารมณ์ แต่ซีนาห้ามไว้ได้ทัน ซีนาท้าพังก์มาต่อยกัน แต่พังก์หันไปต่อยเบรตอีก คราวนี้เบรตบล็อกไว้ได้แล้วต่อยสวนจนพังก์ล้มกลิ้ง คลานหนีเป็นลูกหมากลับไปอย่างอนาถ ปล่อยให้เบรตกับซีนาฉลองกันบนเวที

เกี่ยวกับมวยปล้ำ[แก้]

เบรต และ จิม ไนด์ฮาร์ต ในนามทีม The New Hart Foundation
การเปิดตัวของเบรต
  • กับ จิม ไนด์ฮาร์ต
  • ฉายา
    • "The Hearthrob"[1]
    • "The Hit Man"[1]
    • "The Excellence of Execution"[1]
    • "The Best There Is, The Best There Was and The Best There Ever Will Be"[17]
    • "The Pink and Black Attack" (primarily while teaming with Jim Neidhart)
  • เพลงเปิดตัว
    • "Eris" by Tony Williams (NJPW; 1980–1984)
    • "Hart Beat" by Jimmy Hart and J.J. Maguire (WWF; 1988–1994)
    • "Hart Attack" by Jim Johnston, Jimmy Hart, and J.J Maguire (WWF; 1994–1997)
    • "Hitman in the House" (WCW; 1997–1999)
    • "Hitman Theme" by Keith Scott (WCW; 1999–2000)
    • "Rockhouse" by Frank Shelley (WCW; used while a part of the nWo 2000; 1999–2000)
    • "Return of the Hitman" by Jim Johnston (WWE; 2010–present)

ผลงาน[แก้]

มวยปล้ำสมัครเล่น[แก้]

  • City championships, Calgary (1974)[18]
  • Mount Royal College Collegiate Champion (1977)[19]

มวยปล้ำอาชีพ[แก้]

เบรตกับแชมป์ WWF

1 Hart and Goldberg both became Triple Crown Champions upon winning the WCW World Tag Team Championship.

2 Hart and Lex Luger are recognized as co-winners after both simultaneously eliminated each other.

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.00 1.01 1.02 1.03 1.04 1.05 1.06 1.07 1.08 1.09 1.10 1.11 1.12 "Bret Hart profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-07-30. 
  2. Hart, Bret (2007). Hitman: My Real Life in the Cartoon World of Wrestling, p. 35-41
  3. http://slam.canoe.com/SlamWrestlingBretHart/00oct27_retire-can.html
  4. Hart, Diana; McLellan, Kirstie (2001). Under the Mat: Inside Wrestling's Greatest Family. Fenn. p. 22 pp. ISBN 1-55168-256-7. 
  5. "Top 50 Wrestlers of All Time". ign.com. สืบค้นเมื่อ 2014-12-07. 
  6. Birks, Brett (November 24, 2008). "Bret Hart in Birmingham". BBC. สืบค้นเมื่อ November 14, 2015. 
  7. Hart, Bret (2007). Hitman: My real life in the cartoon world of wrestling. Ebury Press. p. 8 pp. ISBN 9780091932862. 
  8. Letawsky, Craig (2002-05-07). "Ask 411 - 5.07.02". 411wrestling.com. 
  9. Hart, Diana; McLellan, Kirstie (2001). Under the Mat: Inside Wrestling's Greatest Family. Fenn. p. 16 pp. ISBN 1-55168-256-7. 
  10. Heath McCoy (2007). Pain and Passion: The History of Stampede Wrestling. ECWPress. p. 30 pp. ISBN 978-1-55022-787-1. 
  11. "biography". WWE. สืบค้นเมื่อ 2011-03-29. 
  12. 12.0 12.1 12.2 "Souled Out report on January 24, 1998". 
  13. 13.0 13.1 13.2 13.3 "Slamboree report on May 17, 1998". 
  14. 14.0 14.1 14.2 14.3 14.4 14.5 "Sting Vs. Bret Hart". World Championship Wrestling. WCW Halloween Havoc. 1998-10-25.
  15. "Hart Foundation Profile". Online World of Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2008-04-06. 
  16. "Bret Hart". SLAM! Wrestling. สืบค้นเมื่อ 2009-01-03. 
  17. Hart, B. "When I boast about being the best there is, it is because of three reasons...", Bret Hart Calgary Sun column.
  18. Hart, Bret (2007). Hitman: My Real Life in the Cartoon World of Wrestling, p. 32
  19. Hart, Bret (2007). Hitman: My Real Life in the Cartoon World of Wrestling, p. 36
  20. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Comeback of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on May 15, 2011. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30. 
  21. 21.0 21.1 "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Feud of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on July 7, 2011. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30. 
  22. 22.0 22.1 22.2 "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Match of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on July 7, 2011. สืบค้นเมื่อ 2009-03-26. 
  23. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Most Hated Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on July 7, 2011. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30. 
  24. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Inspirational Wrestler of the Year". Wrestling Information Archive. Archived from the original on May 22, 2011. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30. 
  25. "Pro Wrestling Illustrated Award Winners Editor's Award". Wrestling Information Archive. Archived from the original on January 3, 2011. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30. 
  26. "Pro Wrestling Illustrated Top 500 – 1993". Wrestling Information. สืบค้นเมื่อ 2008-06-30. 
  27. "Stampede International Tag Team Championship history". Wrestling=titles.com. 
  28. "Stampede British Commonwealth Mid-Heavyweight Championship history". Wrestling-titles.com. 
  29. "Stampede Wrestling North American Heavyweight Championship history". Wrestling-titles.com. 
  30. "Stampede Wrestling Hall of Fame (1948–1990)". Puroresu Dojo. 2003. 
  31. 31.0 31.1 "WWE United States Championship history". WWE. สืบค้นเมื่อ 2007-12-30. 
  32. "WCW World Heavyweight Championship title history". WWE. สืบค้นเมื่อ 2007-12-30. 
  33. "WCW World Tag Team Championship history". Wrestling-titles.com. 
  34. 34.0 34.1 "Bret Hart's title history at WWE.com". 
  35. "Triple Crown Club". WWE. October 18, 2010. สืบค้นเมื่อ 2011-02-21. 
  36. "WWC Caribbean Tag Team Championship history". Wrestling-titles.com. 
  37. "WWE World Heavyweight Championship history". WWE. สืบค้นเมื่อ 2007-12-30. 
  38. "WWE Intercontinental Championship history". WWE. สืบค้นเมื่อ 2007-12-30. 
  39. "WWE World Tag Team Championship history". 
  40. "Middle East Cup Tournament". ProWrestlingHistory. สืบค้นเมื่อ 2014-11-30. 
  41. "WWF Monday Night Raw". WWF Television. USA Network. 1993-11-29.
  42. 42.0 42.1 42.2 42.3 42.4 "And the winner is". WWE. February 23, 2008. สืบค้นเมื่อ 2011-02-21. 

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]