กลุ่มงูเห่า
กลุ่มงูเห่า เป็นคำศัพท์ทางการเมือง สำหรับเรียกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่ลงมติขัดแย้งกับมติของพรรคการเมืองต้นสังกัด เพื่อให้ได้ผลประโยชน์จากฝ่ายที่ลงคะแนนให้ หรือการไม่ย้ายพรรคตามสมาชิกส่วนมากภายหลังจากเกิดการยุบพรรค เป็นต้น โดยโอกาสที่จะเกิดกลุ่มงูเห่ามากที่สุดนั้น จะเกิดในช่วงรัฐบาลที่มีจำนวนเสียงในสภาระหว่างฝ่ายรัฐบาลและฝ่ายค้านไม่ห่างกันมากนัก หรือที่เรียกกันว่า "เสียงปริ่มน้ำ"
กลุ่มงูเห่ามีที่มาจากคำเปรียบเปรยของสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทยในขณะนั้น ที่เปรียบตัวเองเป็นเหมือนชาวนาที่ถูกงูเห่ากัดในนิทานอีสป[1] ซึ่งในประวัติศาสตร์การเมือง มีกลุ่มงูเห่าอยู่หลายครั้ง ดังนี้
กลุ่มงูเห่าพรรคประชากรไทย
[แก้]เหตุการณ์เกิดขึ้น หลังการลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีของ พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ ปลายปี พ.ศ. 2540 และพรรคร่วมรัฐบาลเดิมมีมติจะสนับสนุนให้พลเอก ชาติชาย ชุณหะวัณ หัวหน้าพรรคชาติพัฒนา ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมตรีแทน ด้วยเสียงของพรรคความหวังใหม่ (125 เสียง) พรรคชาติพัฒนา (52 เสียง) พรรคประชากรไทย (18 เสียง) และ พรรคมวลชน (2 เสียง) รวม 197 เสียง
ขณะที่พรรคฝ่ายค้านเดิม นำโดย พรรคประชาธิปัตย์ (123 เสียง) ต้องการสนับสนุนให้ชวน หลีกภัย โดยร่วมกับ พรรคชาติไทย (39 เสียง) พรรคเอกภาพ (8 เสียง) พรรคพลังธรรม (1 เสียง) พรรคไท (1 เสียง) และพรรคร่วมรัฐบาลสมัย พล.อ.ชวลิต 2 พรรค ได้แก่ พรรคกิจสังคม (20 เสียง) และ พรรคเสรีธรรม (4 คน) รวมได้ 196 เสียง ซึ่งน้อยกว่าฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิม อยู่เพียง 1 เสียง
พลตรี สนั่น ขจรประศาสน์ เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ในขณะนั้น จึงได้ชักชวน สส.กลุ่มปากน้ำ ของวัฒนา อัศวเหม จากพรรคประชากรไทย จำนวน 13 คนเข้ามาสนับสนุน รวมเป็น 209 เสียง และทำให้ฝ่ายพรรคร่วมรัฐบาลเดิม เหลือเพียง 184 เสียง ทำให้ ชวน หลีกภัย ได้ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี ท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์ว่า เป็นการไม่เคารพกติกาประชาธิปไตย เนื่องจากสมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทย มีมติพรรคไม่ให้กลุ่มของวัฒนาเข้าร่วมรัฐบาล หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้สมัครที่เดิมเป็นรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล กลับต้องกลายเป็นฝ่ายค้าน โดยเหลือ สส. ในสังกัดเพียง 4 คน หากไม่นับตัวเอง คือ สุมิตร สุนทรเวช น้องชายของสมัคร, ลลิตา ฤกษ์สำราญ, ห้างทอง ธรรมวัฒนะ และ สนิท กุลเจริญ
อย่างไรก็ดี หลังจากมีพระบรมราชโองการแต่งตั้งชวน หลีกภัย เป็นนายกรัฐมนตรี ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ ซึ่งเป็น 1 ในสมาชิกที่สนับสนุนชวน ก็ตัดสินใจลาออกจากตำแหน่ง สส. ทันที
หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ สมัคร สุนทรเวช หัวหน้าพรรคประชากรไทย ได้กล่าวเปรียบเทียบว่า ตนเองเป็นเหมือน ชาวนา ในนิทานอีสป เรื่อง "ชาวนากับงูเห่า" ที่เก็บงูเห่าที่กำลังจะตายจากความหนาวเย็น มาไว้ในอกเสื้อเพื่อให้ความอบอุ่น แต่ต่อมา งูเห่า นั้นก็ฉกชาวนาตาย ซึ่งสมัครเปรียบเทียบงูเห่า กับแกนนำของ สส. ทั้ง 12 คน โดยเฉพาะ สส. กลุ่มปากน้ำ ของวัฒนา อัศวเหม ซึ่งเดิมสังกัดพรรคชาติไทย แต่หลังจากมีความขัดแย้งกับ บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรค จึงไม่มีพรรรคสังกัด จนในที่สุดมาเข้าสังกัด พรรคประชากรไทยที่มีสมัครเป็นหัวหน้าพรรค และต่อมาก็มีการกระทำ ที่ขัดต่อมติพรรคดังกล่าว ทำให้ต่อมา สื่อมวลชนเรียก สส. 12 คนนี้ตามคำพูดของสมัครว่า "กลุ่มงูเห่า" อยู่เป็นเวลานาน
ต่อมาพรรคประชากรไทยตอบโต้โดยมีมติขับสมาชิกกลุ่มนี้ออกจากพรรค ซึ่งจะส่งผลให้สิ้นสภาพ สส. และกลุ่มงูเห่าได้ยื่นคำร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญให้ตัดสินว่าการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงตามมติพรรคหรือไม่ และต่อมาศาลรัฐธรรมนูญ ได้มีคำวินิจฉัย ที่ 1/2542 ลงวันที่ 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2542 ว่า สมาชิกภาพของกลุ่มงูเห่าไม่ได้สิ้นสุดลง เนื่องจาก สส. มีความเป็นอิสระ ที่จะไม่ต้องปฏิบัติตามมติพรรค และมติขับไล่ออกจากพรรคเป็นมติที่ไม่ชอบ ขัดต่อการปฏิบัติหน้าที่ของ สส. ตามรัฐธรรมนูญ ส่งผลให้ สส. ทั้ง 12 คน ยังคงสถานภาพ และสามารถหาพรรคใหม่สังกัดได้ โดยต่อมากลุ่มนี้ได้ย้ายไปสังกัดพรรคราษฎร (ต่อมาคือพรรคมหาชน)
หลังพรรคประชาธิปัตย์ จัดตั้งรัฐบาลสำเร็จ แกนนำกลุ่ม สส. ดังกล่าวได้รับตำแหน่งรัฐมนตรีในรัฐบาลชวน หลีกภัย 4 ตำแหน่ง คือ พลอากาศเอกสมบุญ ระหงษ์ เป็นรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี, วัฒนา อัศวเหม เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, ประกอบ สังข์โต เป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม และ ยิ่งพันธ์ มนะสิการ เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ในเวลาต่อมา วัฒนา อัศวเหม แกนนำกลุ่มงูเห่า ถูกดำเนินการตรวจสอบ กรณีพัวพันกับการทุจริตโครงการบ่อบำบัดน้ำเสียคลองด่าน
สมาชิกกลุ่มงูเห่า 13 คน
[แก้]- วัฒนา อัศวเหม สส.สมุทรปราการ
- พลอากาศเอก สมบุญ ระหงษ์ สส.สมุทรปราการ (เสียชีวิตแล้ว)
- ประกอบ สังข์โต สส.นนทบุรี (เสียชีวิตแล้ว)
- มั่น พัธโนทัย สส.สมุทรปราการ
- สำเร็จ อัจฉริยะประสิทธิ์ สส.นนทบุรี (เสียชีวิตแล้ว)
- สมพร อัศวเหม สส.สมุทรปราการ (เสียชีวิตแล้ว)
- สุชาติ บรรดาศักดิ์ สส.นนทบุรี
- พูนผล อัศวเหม สส.สมุทรปราการ
- ฉลอง เรี่ยวแรง สส.นนทบุรี
ย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนา
[แก้]- ยิ่งพันธ์ มนะสิการ สส.พิษณุโลก (เสียชีวิตแล้ว)
- ไกรสิทธิ์ ไกรสิทธิ์พงศ์ สส.พิษณุโลก
ย้ายไปสังกัดพรรคเสรีธรรม
[แก้]ลาออกทันทีหลังแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี
[แก้]- ชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ สส.อุตรดิตถ์[2]
กลุ่มงูเห่าพรรคพลังประชาชน (กลุ่มเพื่อนเนวิน)
[แก้]ในสภาผู้แทนราษฎรไทย ชุดที่ 23 หลังจาก สมัคร สุนทรเวช พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จึงได้มีการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีครั้งใหม่ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2551 โดยมีความขัดแย้งกันระหว่างการเสนอชื่อผู้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี โดย เนวิน ชิดชอบ ต้องการเสนอชื่อสมัคร สุนทรเวชอีกครั้ง แต่คนในพรรคกลุ่มหนึ่งต้องการเสนอชื่อ สมชาย วงศ์สวัสดิ์ แทน สุดท้ายผู้ที่ถูกเสนอชื่อก็เป็นสมชาย วงศ์สวัสดิ์ จนเมื่อการยุบพรรคพลังประชาชน เนวิน ชิดชอบจึงนำ สส. กลุ่มเพื่อนเนวิน ทั้ง 23 คน ย้ายไปรวมกับพรรคมัชฌิมาธิปไตย ตั้งพรรคภูมิใจไทยขึ้น และลงมติเลือกอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จนเกิดวลีทางการเมืองขึ้นมาว่า "มันจบแล้วครับนาย"[1][3]
สมาชิกกลุ่มงูเห่า 24 คน
[แก้]- ชัย ชิดชอบ ประธานสภาผู้แทนราษฎร และประธานรัฐสภา สส.สัดส่วน (เสียชีวิตแล้ว)
- เชิดชัย วิเชียรวรรณ สส.อุดรธานี
- ทวีวัฒน์ ฤทธิ์ฤาชัย สส.สกลนคร
- บุญจง วงศ์ไตรรัตน์ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย สส.นครราชสีมา
- ประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ สส.ขอนแก่น อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ใน รัฐบาลอภิสิทธิ์
- เพิ่มพูน ทองศรี สส.สัดส่วน
- ประสิทธิ์ ตั้งศรีเกียรติกุล สส.บุรีรัมย์
- ปัญญา ศรีปัญญา สส.ขอนแก่น
- พัฒนา สังขทรัพย์ สส.เลย
- ภิรมย์ พลวิเศษ สส.นครราชสีมา (เสียชีวิตแล้ว)
- มนต์ไชย ชาติวัฒนศิริ สส.บุรีรัมย์
- ยรรยง ร่วมพัฒนา สส.สุรินทร์
- รังสิกร ทิมาตฤกะ สส.บุรีรัมย์
- เลิศศักดิ์ ทัศนเศรษฐ สส.สุรินทร์
- มานะศักดิ์ จันทร์ประสงค์ สส.นนทบุรี
- วิเชียร อุดมศักดิ์ สส.อำนาจเจริญ
- วีระ รักความสุข สส.สัดส่วน
- ศุภชัย โพธิ์สุ อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สส.นครพนม
- สนอง เทพอักษรณรงค์ สส.บุรีรัมย์
- สาธิต เทพวงศ์ศิริรัตน์ สส.สุรินทร์ (ต่อมาไปสังกัดพรรคเพื่อแผ่นดิน)
- สุชาติ โชคชัยวัฒนากร สส.มหาสารคาม อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ดำรงตำแหน่งต่อจาก นายประจักษ์ แกล้วกล้าหาญ
- โสภณ ซารัมย์ สส.บุรีรัมย์ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม
- ศุภชัย ใจสมุทร อดีตรองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี
- ชวรัตน์ ชาญวีรกูล อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
กลุ่มงูเห่าในช่วงปี พ.ศ. 2562 เป็นต้นมา
[แก้]กลุ่มงูเห่าพรรคอนาคตใหม่
[แก้]กลุ่มงูเห่าของพรรคอนาคตใหม่เกิดขึ้นในช่วงแรก เนื่องจากมี สส.ในพรรคลงมติในสภาสวนกับมติของพรรคอยู่หลายครั้ง จึงเป็นเหตุให้ถูกขับออกจากพรรค โดยระยะแรกมี 4 คน ดังนี้
- กวินนาถ ตาคีย์ สส.ชลบุรี (ย้ายไปสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท)
- พันตำรวจโท ฐนภัทร กิตติวงศา สส.จันทบุรี (ย้ายไปสังกัดพรรคพลังประชารัฐ)
- ศรีนวล บุญลือ สส.เชียงใหม่ (ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย)
- จารึก ศรีอ่อน สส.จันทบุรี (ย้ายไปสังกัดพรรคพลังท้องถิ่นไท)
ต่อมาเมื่อพรรคอนาคตใหม่ถูกยุบ ก็มีกลุ่ม สส.ที่ไม่ได้ย้ายตามพรรคไปยังพรรคก้าวไกล และไปสังกัดพรรคร่วมรัฐบาลแทน[4]
- มณฑล โพธิ์คาย สส.กรุงเทพฯ เขต 20
- โชติพิพัฒน์ เตชะโสภณมณี สส.กรุงเทพฯ เขต 23
- เอกการ ซื่อทรงธรรม สส.แพร่ เขต 1
- อนาวิล รัตนสถาพร สส.ปทุมธานี เขต 3
- กิตติชัย เรืองสวัสดิ์ สส.ฉะเชิงเทรา เขต 1
- ฐิตินันท์ แสงนาค สส.ขอนแก่น เขต 1
- วิรัช พันธุมะผล สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 36
- สำลี รักสุทธี สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 47
- สมัคร ป้องวงษ์ สส.สมุทรสาคร เขต 2
- จุลพันธ์ โนนศรีชัย สส.บัญชีรายชื่อ ลำดับที่ 52
โดยคนที่ 1 - 8 ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย ส่วนคนที่ 9 ย้ายไปสังกัดพรรคชาติพัฒนา พรรคชาติพัฒนากล้า พรรคภูมิใจไทย และพรรครวมไทยสร้างชาติตามลำดับ และคนที่ 10 ย้ายไปสังกัดพรรคชาติไทยพัฒนา
กลุ่มงูเห่าพรรคก้าวไกล
[แก้]หลังจากย้ายมาจากพรรคอนาคตใหม่ ก็เกิดเหตุงูเห่าขึ้นอีก หลังลงมติไว้วางใจรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล และ ศักดิ์สยาม ชิดชอบ ในการลงอภิปรายไม่ไว้วางใจ
- ขวัญเลิศ พานิชมาท สส.ชลบุรี เขต 5
- คารม พลพรกลาง สส.บัญชีรายชื่อ
- เอกภพ เพียรพิเศษ สส.เชียงราย เขต 1
- พีรเดช คำสมุทร สส.เชียงราย เขต 6
ภายหลังการลงมติในครั้งนั้นได้มี สส. ที่มีพฤติกรรมงูเห่าเพิ่มอีกหนึ่งคนคือ เกษมสันต์ มีทิพย์ สส. บัญชีรายชื่อ
โดยพรรคมีมติลงโทษห้ามร่วมงานทุกกิจกรรมของพรรค โดยไม่มีการขับออกแบบกลุ่มงูเห่าพรรคอนาคตใหม่ก่อนหน้านี้[5] ต่อมาย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทยทั้งหมด
กลุ่มงูเห่าพรรคเพื่อไทย
[แก้]พรรคเพื่อไทยมีมติขับ สส.ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค 2 ราย[6] ได้แก่
- ศรัณย์วุฒิ ศรัณย์เกตุ อดีต สส.อุตรดิตถ์ ที่มีพฤติการณ์พูดกล่าวร้าย ทำให้พรรคเกิดความเสื่อมเสีย (ย้ายไปสังกัดพรรคเพื่อชาติ และพรรครวมไทยสร้างชาติตามลำดับ)
- พรพิมล ธรรมสาร อดีต สส.ปทุมธานี เหตุเพราะช่วงปี พ.ศ. 2562 - 2564 พรพิมลไม่เคยร่วมประชุมและทำกิจกรรมพรรค รวมถึงโหวตสวนมติพรรคตลอด (ย้ายไปสังกัดพรรคภูมิใจไทย)
ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี พรรคเพื่อไทย ได้เข้าร่วมการแถลงจัดตั้งรัฐบาลกับพรรคภูมิใจไทย โดยกล่าวว่า ตนมี สส. ในกลุ่ม 10 คน ที่พร้อมสนับสนุน อนุทิน ชาญวีรกูล ให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี[7] จนในวันที่ 3 สิงหาคม ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการ 8 คน[8] โดย สส.พรรคเพื่อไทยที่หันมาสนับสนุนอนุทินมีดังต่อไปนี้
- กิตติ สมทรัพย์ สส.ร้อยเอ็ด เขต 6
- นรากร นาเมืองรักษ์ สส.ร้อยเอ็ด เขต 4
- นุชนาถ จารุวงษ์เสถียร สส.ศรีสะเกษ เขต 9
- ประเสริฐ บุญเรือง สส.กาฬสินธุ์ เขต 6
- ภูมินทร์ ลีธีระประเสริฐ สส.ศรีสะเกษ เขต 4
- ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ สส.กาญจนบุรี เขต 4
- พลตำรวจตรี สุรพล บุญมา สส.นครนายก เขต 1
- อนันต์ ปรีดาสุทธิจิตต์ สส.ชลบุรี เขต 5
และในการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีไทย พ.ศ. 2568 ร้อยตำรวจเอก เฉลิม อยู่บำรุง ก็ได้ลงมติสวนกับมติพรรคเพื่อไทยด้วยเช่นกัน[9]
กลุ่มงูเห่าพรรคประชาธิปัตย์
[แก้]ในการพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี พ.ศ. 2566 รอบที่ 3 มี สส. ของพรรคประชาธิปัตย์จำนวน 16 คน ลงมติ "เห็นชอบ" ให้เศรษฐา ทวีสิน บุคคลที่ได้รับเสนอชื่อจากพรรคเพื่อไทย ขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ซึ่งสวนทางกับมติพรรคที่ให้งดออกเสียง และ/หรือ ไม่เห็นชอบ ดังนี้[10]
- พลตำรวจตรี สุรินทร์ ปาลาเร่ สส.สงขลา
- อวยพรศรี เชาวลิต สส.นครศรีธรรมราช
- เดชอิศม์ ขาวทอง สส.สงขลา
- ศักดิ์สิทธิ์ ขาวทอง สส.สงขลา
- สุภาพร กำเนิดผล สส.สงขลา
- ยูนัยดี วาบา สส.ปัตตานี
- ชัยชนะ เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช
- พิทักษ์เดช เดชเดโช สส.นครศรีธรรมราช
- ทรงศักดิ์ มุสิกอง สส.นครศรีธรรมราช
- ว่าที่ร้อยโท ยุทธการ รัตนมาศ สส.นครศรีธรรมราช
- สุพัชรี ธรรมเพชร สส.พัทลุง
- กาญจน์ ตั้งปอง สส.ตรัง
- สมบัติ ยะสินธุ์ สส.แม่ฮ่องสอน
- วุฒิพงษ์ นามบุตร สส.อุบลราชธานี
- ชาตรี หล้าพรหม สส.สกลนคร
- จักพันธ์ ปิยพรไพบูลย์ สส.ประจวบคีรีขันธ์
กลุ่มงูเห่าพรรคไทยสร้างไทย
[แก้]ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 5 มกราคม พ.ศ. 2567 เพื่อลงมติรับหลักการร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจําปีงบประมาณ พ.ศ. 2567 มี สส. ของพรรคไทยสร้างไทยจำนวน 3 คน ลงมติ "รับหลักการ" ร่างพระราชบัญญัตินี้ ซึ่งสวนกับมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ให้ลงมติ "ไม่รับหลักการ" ดังนี้[11]
- สุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร
- หรั่ง ธุระพล สส.อุดรธานี
- อดิศักดิ์ แก้วมุงคุณทรัพย์ สส.อุดรธานี
ส่งผลให้ในวันถัดมา (6 มกราคม) ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการพรรคในขณะนั้น ได้ยื่นหนังสือลาออกจากตำแหน่งเพื่อรับผิดชอบ โดยมีผลทันที[12]
อย่างไรก็ตาม ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2567 เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรี แทนเศรษฐา ทวีสิน ที่ถูกศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยถอดถอน ผลปรากฏว่า สส. พรรคไทยสร้างไทยทั้งหมดซึ่งมี 6 คน ลงมติ "เห็นชอบ" ให้แพทองธาร ชินวัตร เป็นนายกรัฐมนตรี ซึ่งสวนกับมติของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่ให้ลงมติ "งดออกเสียง" หรือ "ไม่เห็นชอบ" ในเวลาต่อมา ฐากร ตัณฑสิทธิ์ ส.ส. บัญชีรายชื่อได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนว่าตัวเองและ ส.ส. อีก 5 คนที่โหวตให้แพทองธารนั้นไม่ใช่งูเห่าแต่ที่โหวตให้ก็เพราะประเทศต้องมีนายกรัฐมนตรีบริหารประเทศ พร้อมกับประกาศว่าพรรคไทยสร้างไทยยังเป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านเหมือนเดิม[13] แต่ในเวลาต่อมา คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ หัวหน้าพรรคไทยสร้างไทยได้ทำการเรียกประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค เพื่อพิจารณาการกระทำของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรดังกล่าว[14] และเมื่อเวลา 16:30 น. คุณหญิงสุดารัตน์ได้แถลงข่าวขอโทษประชาชนและพรรคร่วมฝ่ายค้าน รวมถึงแถลงมติของกรรมการบริหารพรรค โดยให้คณะกรรมการจริยธรรมของพรรคสอบสวนการกระทำของทั้ง 6 คน และมีข้อสรุปในเบื้องต้นว่าจะไม่ให้ดำรงตำแหน่งในสัดส่วนของพรรคในสภาผู้แทนราษฎร จนกว่าผลสอบสวนจะแล้วเสร็จ
ต่อมาเมื่อวันที่ 21 สิงหาคม พ.ศ. 2567 คณะกรรมการวินัยและจริยธรรมของพรรคไทยสร้างไทยมีมติให้ขับ สุภาพร สลับศรี สส.ยโสธร ออกจากการเป็นสมาชิกพรรค เนื่องจากโหวตสวนมติพรรคและฝ่าฝืนอุดมการณ์พรรคหลายครั้ง[15] อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการบริหารพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อลงมติขับออกจากพรรคอย่างเป็นทางการแต่อย่างใด
ต่อมาในวันที่ 26 มีนาคม พ.ศ. 2568 ภายหลังการลงมติการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ก็ได้มีข่าวปรากฎออกมาว่า สส.ของพรรคไทยสร้างไทยจำนวน 5 คนได้ลงมติไว้วางใจรัฐบาล มีเพียงชัชวาล แพทยาไทยเท่านั้นที่ลงมติไม่ไว้วางใจรัฐบาล ซึ่งได้รับเสียงวิจารณ์จากประชาชนหลายคนแต่ต่อมาคุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็ได้ออกมาแถลงการขอโทษประชาชนทุกคนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
ต่อมาในวันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 ภายหลังจากการโปรดเกล้าแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีไทย คณะที่ 64 เพิ่มเติมนั้นก็ได้มีชื่อของ ฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์ บุตรชายของ ฐากร ตัณฑสิทธิ์ ปรากฏอยู่ในเก้าอี้ของ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งต่อมาก็ได้มีคนเรียกร้องให้ฐากรนั้นลาออกจาก สส.บัญชีรายชื่อและสมาชิกพรรคเพื่อที่จะได้แสดงตัวได้เต็มที่[16]
งูเห่าพรรคประชาชน
[แก้]ในวันที่ 12 พฤษภาคม พ.ศ. 2568 กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต 6 ได้ทำหนังสือแจ้งต่อพรรคประชาชนว่าจะขอยุติบทบาททางการเมืองกับพรรค เพื่อไปร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม เนื่องจากได้พูดคุยกับร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคเรียบร้อยแล้ว โดยก่อนหน้านี้ได้ทำหนังสือแจ้งณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรค พร้อมทั้งกรรมการบริหารพรรคไปตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา สำหรับสาเหตุมาจากการทำงานกับทีมในพื้นที่ที่ไม่ได้ให้ความสำคัญ และไม่เห็นคุณค่าในการทำงาน ทำให้การทำงานไม่สอดประสานกัน[17]
เวลา 10:00 น. ของวันรุ่งขึ้น (13 พฤษภาคม) กฤษฎิ์แถลงที่สัปปายะสภาสถานเกี่ยวกับสาเหตุที่ยุติบทบาทข้างต้นว่า เนื่องจากเป้าหมายของตนกับพรรคต่างกัน โดยตนเห็นว่าพรรคประชาชนเน้นสร้างพรรคมากกว่าแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนในพื้นที่ และเสียใจกับการยุติบทบาท แต่จะไม่ลาออกเนื่องจาก "ไร้สาระ" และจะขอให้พรรคประชาชนขับตนออกจากพรรคแทน[18] แต่ในช่วงเวลา 13:00 น. ของวันเดียวกัน ณัฐพงษ์พร้อมด้วย ปกรณ์วุฒิ อุดมพิพัฒน์สกุล ประธานวิปฝ่ายค้าน และ สหัสวัต คุ้มคง สส.ชลบุรี เขต 7 ที่ได้รับมอบหมายให้ดูแลเขต 6 แทนกฤษฎิ์ ได้แถลงตอบโต้ว่า เหตุผลที่กฤษฎิ์แถลงข้างต้นส่วนใหญ่เป็นเรื่องความไม่พอใจส่วนตัว ไม่ใช่อุปสรรคในการทำงานรับใช้ประชาชน และพรรคจะมีมาตรการคือยื่นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ตีความหนังสือที่กฤษฎิ์ยื่นต่อกรรมการบริหารพรรค ว่าเป็นหนังสือขอลาออกจากสมาชิกพรรคหรือไม่ และมีมาตรการลงโทษโดยการ "ดองงูเห่า" ให้ไม่สามารถย้ายไปพรรคกล้าธรรมได้ตามความต้องการ และจะนำเข้ากรรมการวินัยของพรรคเพื่อตัดสิทธิพึงมีในสถานะสมาชิกพรรคทั้งหมดต่อไป[19]
กลุ่มงูเห่าพรรคภูมิใจไทย
[แก้]วันที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2568 สภาผู้แทนราษฎรได้ลงมติร่างพระราชบัญญัติประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจร หรือ เอ็นเตอร์เทนเมนต์คอมเพล็กซ์ โดยพรรคภูมิใจไทยมีมติไม่เห็นชอบ ทว่ามี สส. ของพรรคที่สวนมติพรรค โดยลงมติเห็นด้วยกับการให้ถอนร่าง ดังนี้
- ชูกัน กุลวงษา สส.นครพนม
- ประภา เฮงไพบูลย์ สส.กาฬสินธุ์
- อรอุมา บุญศิริ สส.บึงกาฬ
ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทยให้สัมภาษณ์ว่า ถือเป็นเอกสิทธิ์ของ สส. อยู่แล้ว[20] ต่อมาได้มีการตั้งคณะกรรมการสืบสวนสอบสวน 3 สส. ซึ่งพรรคมอบหมายให้ ชาดา ไทยเศรษฐ์ เป็นผู้ตรวจสอบ[21]
ต่อมาในการลงมติร่างพระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปี พ.ศ. 2569 ประภา เฮงไพบูลย์ ก็ยังลงมติสวนกับมติพรรค อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคได้สัมภาษณ์ถึงเหตุการณ์ดังกล่าวว่า ก็เป็นที่คาดการณ์ไว้ ซึ่งเราก็สงสัยในคนๆ นี้มาตลอด และขณะนี้ก็ชัดเจนแล้ว เป็นสิ่งแปลกปลอมในพรรค[22] และพรรคได้มีมติไม่ขับประภาออกจากพรรค
อ้างอิง
[แก้]- 1 2 สุดประเสริฐ, พฤฒินันท์ (2021-09-17). "ย้อนดูตำนาน 5 งูเห่าในประวัติศาสตร์การเมืองไทย". THE MODERNIST. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2023-10-10. สืบค้นเมื่อ 2023-09-11.
- ↑ สารานุกรมการเมืองไทย เล่ม 3 โดย รองศาสตราจารย์นรนิติ เศรษฐบุตร (สถาบันสัญญา ธรรมศักดิ์เพื่อประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, กรุงเทพ กันยายน พ.ศ. 2549)
- ↑ "มันจบแล้วครับนาย มาจากไหน ย้อนดูที่มาวลีดังที่ถูกนำมาใช้เป็นแฮชแท็กในโลกออนไลน์อีกครั้ง". The MATTER (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2023-08-03.
- ↑ "เส้นทางชีวิต 9 อดีต ส.ส.อนาคตใหม่ จากคนธรรมดา เลือกตั้งพลิกชะตา สู่ซบเสี่ยหนู". www.thairath.co.th. 2020-02-25.
- ↑ "ย้อนรอย'งูเห่าสีส้ม' 'อนาคตใหม่-ก้าวไกล' สู่ชายคารัฐบาล". bangkokbiznews. 2021-06-03.
- ↑ "ด่วน! เพื่อไทย ลงโทษ 7 ส.ส.งูเห่า- ขับ "ศรัณย์วุฒิ-พรพิมล" พ้นพรรค". matichon.co.th. 2021-09-13.
- ↑ ข่าวสด (2025-08-29). "'ศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์' นำ 10 สส.เพื่อไทย ข้ามขั้วหนุน 'อนุทิน'". ข่าวสด. สืบค้นเมื่อ 2025-08-31.
- ↑ "เปิด 8 รายชื่อ สส. "พรรคเพื่อไทย" โหวต "อนุทิน" เป็นนายกรัฐมนตรี". pptvhd36.com. 2025-09-03. สืบค้นเมื่อ 2025-09-03.
- ↑ ""เฉลิม-รทสช." โหวต "อนุทิน" นายกฯ คนที่ 32". www.thairath.co.th. 2025-09-05. สืบค้นเมื่อ 2025-09-06.
- ↑ "เปิดชื่อ 16 งูเห่าพรรคประชาธิปัตย์ โหวตหนุน "เศรษฐา"". องค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย. 2023-08-22. สืบค้นเมื่อ 2023-10-10.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""3 งูเห่า" แหกมติ "ไทยสร้างไทย" เล็งแช่แข็ง โหวต-ให้รัฐบาล ผ่านงบฯ ปี 67". ไทยรัฐ. 7 มกราคม 2024. สืบค้นเมื่อ 12 มกราคม 2024.
{{cite news}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ 'ฐากร' ลาออก เลขาธิการพรรคไทยสร้างไทย รับผิดชอบปม 3 สส.เห็นชอบงบฯ67
- ↑ "ฐากร เปิดใจ ยืนยัน 6 สส.พรรคไทยสร้างไทย โหวตหนุน อุ๊งอิ๊งค์ ไม่ใช่งูเห่า". Amarintv.
- ↑ ""สุดารัตน์"เรียกถก คกก.บห.ปม 6 ส.ส.โหวตหนุน"อุ๊งอิ๊ง" ชี้ผิดมารยาทการทำงานกับพรรคร่วม". mgronline.com. 2024-08-16.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "คนแรก! ขับพ้นพรรค "สุภาพร สลับศรี" งูเห่าไทยสร้างไทย". www.thaipbs.or.th. 2024-08-21.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ "ประวัติ "ฉันทวิชญ์ ตัณฑสิทธิ์" อดีตหนุ่มแบงก์ชาติ นั่ง รมช.พาณิชย์ จากโควตาคนนอก". www.thairath.co.th. 2025-07-04.
{{cite web}}: CS1 maint: url-status (ลิงก์) - ↑ ""กฤษฎิ์ ชีวะธรรมานนท์" สส.ชลบุรีเขต 6 ปชน. ทำหนังสือขอยุติบทบาท-ร่วมกิจกรรมกับพรรคแล้ว". บ้านเมือง. 12 พฤษภาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 12 พฤษภาคม 2025.
- ↑ ""สส.กฤษฎิ์" แถลงประเด็นแตกหัก ยุติบทบาทพรรคประชาชน ปัดเป็นงูเห่า เผยเหตุเลือกกล้าธรรม (คลิป)". ไทยรัฐ. 13 พฤษภาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2025.
- ↑ "ปชน.โต้ 'กฤษฎิ์' ทุกปม ใช้มาตรการ 'ดองงูเห่า' ไม่ขับพ้นพรรค". กรุงเทพธุรกิจ. 13 พฤษภาคม 2025. สืบค้นเมื่อ 13 พฤษภาคม 2025.
- ↑ ""ไชยชนก" ขออย่าด่วนเรียกงูเห่า หลัง 3 สส.ภูมิใจไทยโหวตสวนมติพรรคร่างเอ็นเตอร์เทนเมนต์ฯ". www.thairath.co.th. 2025-07-09. สืบค้นเมื่อ 2025-08-26.
- ↑ "ภูมิใจไทย มอบ "ชาดา" ตรวจสอบ 3 สส.งูเห่าโหวตสวนมติพรรค หากผิดขับออกพร้อมดำเนินคดี : อินโฟเควสท์". สำนักข่าวอินโฟเควสท์ (ภาษาอังกฤษแบบอเมริกัน). 2025-07-16. สืบค้นเมื่อ 2025-08-26.
- ↑ หนึ่ง (2025-08-19). "ภูมิใจไทยดองงูเห่า! ไม่ขับ 'ประภา' โหวตเห็นชอบงบฯ 69 ปล่อยไว้เดี๋ยวก็ตายเอง". สืบค้นเมื่อ 2025-08-26.