ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013)
Night of Champions (2013)
โปสเตอร์หรือสัญลักษณ์ของ ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013).
โปสเตอร์โปรโมดรูปไนท์ออฟแชมเปียนส์ โดยมี โคฟี คิงส์ตัน
เพลงประจำ "Night of Gold" โดย CFO$[1]
"Big Epic Night" โดย Jim Johnston[2]
ข้อมูล
สมาคม ดับเบิลยูดับเบิลยูอี
วันที่ สหรัฐอเมริกา 15 กันยายน 2013
ไทย ทรูวิชั่นส์ 29 กันยายน 2013
ผู้ชม 10,500 คน[3]
สถานที่ โจหลุย์สอารีนา
เมือง ดีทรอยต์, รัฐมิชิแกน
ลำดับเหตุการณ์เพย์-เพอร์-วิว
ซัมเมอร์สแลม (2013) ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013) แบทเทิลกราวด์
ลำดับเหตุการณ์ไนท์ออฟแชมเปียนส์
ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2012) ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013) TBA

ไนท์ออฟแชมเปียนส์ (2013) (อังกฤษ:Night of Champions (2013)) เป็นรายการเพย์-เพอร์-วิว มวยปล้ำอาชีพของ ดับเบิลยูดับเบิลยูอี ที่จัดหลังศึกใหญ่ซัมเมอร์สแลม (2013) จัดเมื่อวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2013 ณ สนาม โจหลุย์สอารีนา ในเมืองดีทรอยต์, รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 7 แล้วในศึกไนท์ออฟแชมเปียนส์

เบื้องหลัง/ก่อนถึงศึกไนท์ออฟแชมเปียนส์[แก้]

เรื่องราวของการชิงแชมป์ WWE ระหว่าง แรนดี ออร์ตัน กับ แดเนียล ไบรอัน[แก้]

ในศึก ซัมเมอร์สแลม (2013) แดเนียล ไบรอันได้ชิงแชมป์ WWE กับจอห์น ซีนา โดยมีทริปเปิล เอช เป็นกรรมการพิเศษ สุดท้ายไบรอันก็เป็นฝ่ายเอาชนะซีนามาได้และได้เป็นแชมป์ WWE สมัยแรก หลังแมตช์ ไบรอันกำลังฉลองแชมป์และมีการจุดพลุฉลองอย่างยิ่งใหญ่ แต่แล้ว แรนดี ออร์ตันก็เดินถือกระเป๋ามันนีอินเดอะแบงก์ออกมา ออร์ตันชูกระเป๋าข่มขวัญและเดินกลับไป แต่ทริปเปิล เอชจับไบรอันใส่ Pedigree จนหลับสนิท แล้วออร์ตันก็กลับมาใช้กระเป๋า และจับกดนับ 3 คว้าแชมป์ไปครองโดยทริปเปิล เอช ก็ร่วมฉลองด้วย และก็ปิดรายการไป

ในศึกรอว์ (19 สิงหาคม 2013) มีการเฉลิมฉลองตำแหน่งแชมป์ของออร์ตัน ซึ่งมีนักมวยปล้ำทุกคนของ WWE มายืนที่เวที โดยมีเดอะชีลด์ยืนอยู่ริมเวที วินซ์ แม็กแมน, สเตฟานี แม็กแมน และทริปเปิล เอช ก็ออกมากันพร้อมหน้า ทริปเปิล เอชประกาศแนะนำตัวออร์ตัน แชมป์ WWE คนใหม่ ออร์ตันออกมาจับมือกับครอบครัวแม็กแมน ออร์ตันบอกว่าปกติเขาไม่ชอบขอบคุณใคร แต่ครั้งนี้เขาต้องบอกว่าเขาต้องขอบคุณทริปเปิล เอชจริงๆ ทริปเปิล เอชบอกว่าเขารู้ว่า แดเนียล ไบรอันยังอยู่ในสนามแห่งนี้ ถ้าหากว่ามีปัญหาอะไรก็จงออกมาเคลียร์กันเดี๋ยวนี้ทริปเปิล เอช ไบรอันออกมาและจะขึ้นเวที แต่เดอะชีลด์มารุมอัดไบรอัน แต่ทริปเปิล เอชสั่งห้ามไว้ ทริปเปิล เอชบอกให้ไบรอัน ขึ้นมาบนเวที ไบรอันขึ้นเวทีไปปุ๊บก็โดน RKO ทันที แล้วออร์ตันกับครอบครัวแม็กแมนก็ชูมือฉลองกัน และปิดรายการไป

เรื่องราวของการชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท ระหว่าง อัลเบร์โต เดล รีโอ กับ ร็อบ แวน แดม[แก้]

ในศึกรอว์ (19 สิงหาคม 2013) อัลเบร์โต เดล รีโอได้เจอกับซิน คารา ผลปรากฏว่า เดล รีโอเป็นฝ่ายชนะ เพราะซิน คาราใช้ท่า Suicide Dive พุ่งลงไปอัดเดล รีโอ ที่ด้านล่างเวที แต่ผิดคิวทำให้ซิน คาราเจ็บที่นิ้วมือ กรรมการต้องให้แพทย์สนามมาดูอาการซิน คารา และตัดสินให้เดล รีโอชนะไป หลังแมตช์ ริคาร์โด รอดริเกซออกมาขัดจังหวะ และบอกว่า เดล รีโอไม่ใช่ฮีโร่หรอก และเขาก็รู้สึกดีที่ไม่ต้องคอยติดตามเดล รีโอ อีกต่อไปแล้ว ตอนนี้เขาจะติดตามคนที่เป็นฮีโร่อย่างแท้จริง คือ ร็อบ แวน แดม

ในศึกรอว์ (26 สิงหาคม 2013) แบรด แมดด็อกซ์ ประกาศว่าถ้า ร็อบ แวน แดมชนะแมตช์นี้จะได้สิทธิ์ชิงแชมป์ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์ สุดท้ายเดล รีโอเป็นฝ่ายแพ้ไป จากการก่อกวนของริคาร์โด โดยขึ้นไปบนโต๊ะผู้บรรยายแล้วทำท่า RVD จนทำให้เดล รีโอเสียสมาธิ และทำให้ ร็อบ แวน แดมได้สิทธิ์ชิงแชมป์โลกเฮฟวี่เวท กับเดล รีโอ ในศึก ไนท์ออฟแชมเปียนส์

เรื่องราวระหว่าง ซีเอ็ม พังก์ กับ เคอร์ติส แอ็กเซล และ พอล เฮย์แมน[แก้]

ในศึกรอว์ (19 สิงหาคม 2013) ซีเอ็ม พังก์ออกมาพูดเกี่ยวกับแมตช์เมื่อคืน แต่มีคนดูบางส่วนโห่พังก์ ทำให้พังก์โมโหและพูดนอกบทด่าคนดูและยังท้าให้คนดูขึ้นมาต่อยกับเขาบนเวทีด้วย พอล เฮย์แมนออกมาพร้อมกับเคอร์ติส แอ็กเซล เพื่อให้แอ็กเซลกระทืบพังก์ แต่กลายเป็นโดนพังก์เล่นงานจนหมดสภาพ เฮย์แมนมาขัดขวางไว้ ทำให้แอ็กเซลได้โอกาสเอาเก้าอี้มาฟาดและกระแทกซ้ำๆ ใส่ขาพังก์ที่บาดเจ็บอยู่ แอ็กเซลปิดบัญชีด้วยท่าไม้ตาย Neckbreaker จากนั้นก็เอาเก้าอี้มาหนีบขาพังก์ ก่อนจะขึ้นเชือกแล้วกระโดดลงมา แต่พังก์กลิ้งหลบได้ทันแล้วเอาเก้าอี้ไล่ฟาดแอ็กเซล ก่อนจะจับ GTS ลงบนขั้นบันไดเหล็ก

ในศึกรอว์ (26 สิงหาคม 2013) ซีเอ็ม พังก์ได้เจอกับเคอร์ติส แอ็กเซล สุดท้ายพังก์ก็ชนะไป หลังแมตช์ พอล เฮย์แมนพยายามจะหนีแต่โดน รปภ.ลากตัวกลับมาหาพังก์ แต่แอ็กเซลฟื้นมาพอดีแล้วมาจัดการล้วงพังก์ จากนั้นก็จับใส่กุญแจมือให้เฮย์แมนตบหัวเล่น พังก์ยังใช้ขาเตะก้านคอแอ็กเซลร่วงไปได้ จากนั้นก็ไปไล่เตะเฮย์แมนอย่างเมามันส์ แต่สุดท้ายก็โดนแอ็กเซลฟาดด้วยเก้าอี้ แอ็กเซลล็อกคอพังก์ ให้เฮย์แมนใช้ไม้เคนโด้กระหน่ำตีจนหมดสภาพ

ผลการปล้ำ[แก้]

ลำดับ แมทช์การปล้ำ กำหนดการปล้ำ เวลา[4]
ก่อนเริ่มรายการ ไพรม์ไทม์เพลเยอส์ (ดาร์เรน ยัง และ ไทตัส โอนีล) ชนะ ท็อนส์ออฟฟังก์ (โบรดัส เคลย์ และ เทนไซ), ดิ อูโซส์ (จิมมี & เจย์ อูโซ), ทรีเอ็มบี (ฮีท สเลเตอร์ และ ดรูว์ แมคอินไตย์) (พร้อมด้วย จินเดอร์ มาฮาล) และ เดอะเรียลอเมริกัน (แจ๊ค สแวกเกอร์ และ แอนโทนีโอ ซีซาโร) แมทช์การปล้ำแทคทีมเทอมอยล์ เพื่อชิงแชมป์WWE Tag Team Championship เป็นแมตช์ล่วงหน้าในคืนนั้น[5] 11:14
1 เคอร์ติส แอ็กเซล (c) (พร้อมด้วย พอล เฮย์แมน) ชนะ โคฟี คิงส์ตัน แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์WWE Intercontinental Championship 13:56
2 เอเจลี (c) ชนะ นาตาเลีย, บรี เบลลา และ นาโอมิ แมทช์การปล้ำ 4 เส้า เพื่อชิงแชมป์WWE Divas Championship[6] 5:40
3 ร็อบ แวน แดม (พร้อมด้วย ริคาร์โด รอดริเกซ) ชนะ อัลเบร์โต เดล รีโอ (c) โดยการทำฟาล์ว แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์World Heavyweight Championship[7] 13:07
4 เดอะ มิซ ชนะ ฟันดังโก (พร้อมด้วย ซัมเมอร์ เรย์) โดยการทำซับมิสชั่น แมทช์การปล้ำเดี่ยว 7:39
5 เคอร์ติส แอ็กเซล และ พอล เฮย์แมน ชนะ ซีเอ็ม พังก์ แมทช์การปล้ำไม่มีกฏกติกา แฮนดิแคป 2 ต่อ 1 แบบคัดออก[8] ถ้าเฮย์แมนไม่ได้แข่งขันเขาจะถูกไล่ออก 15:22
6 ดีน แอมโบรส (c) ชนะ ดอล์ฟ ซิกก์เลอร์ แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์ WWE United States Championship[9] 9:37
7 เดอะชีลด์ (เซท โรลลินส์ และ โรแมน เรนส์) (c) ชนะ ไพรม์ไทม์เพลเยอส์ (ดาร์เรน ยัง และ ไทตัส โอนีล) แมทช์การปล้ำแทคทีม เพื่อชิงแชมป์WWE Tag Team Championship 6:59
8 แดเนียล ไบรอัน ชนะ แรนดี ออร์ตัน (c) แมทช์การปล้ำเดี่ยว เพื่อชิงแชมป์WWE Championship[10] 17:38
(c) – หมายถึงเป็นเจ้าของแชมป์ก่อนเริ่มแข่ง

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]