รถไฟฟ้าบีทีเอส

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก รถไฟฟ้า BTS)
"BTS" เปลี่ยนทางมาที่นี่ สำหรับความหมายอื่น ดูที่ BTS (แก้ความกำกวม)
รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา
BTS LOGO.png
ข้อมูลทั่วไป
รูปแบบ ยกระดับ
ระบบ ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานคร[1]
ที่ตั้ง กรุงเทพมหานคร, สมุทรปราการ, ปทุมธานี
จำนวนสถานี 35
เส้นทาง 2
ผู้โดยสารต่อวัน 647,752 เที่ยวคน
การดำเนินงาน
เปิดเมื่อ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542
ส่วนต่อขยายล่าสุด 3 เมษายน พ.ศ. 2560 (สำโรง)
เจ้าของ กรุงเทพมหานคร (ในเขต กทม.)
การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน (นอกเขต กทม.)
ผู้ดำเนินงาน บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) (สัญญาสัมปทานโครงการ หมด พ.ศ. 2572)
บริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด (สัญญาสัมปทานโครงการ หมด พ.ศ. 2585)
ขบวนรถ ซีเมนส์ โมดูลาร์ เมโทร 35 ขบวน
ซีอาร์อาร์ซี บอมบาร์ดิเอร์ 41 ขบวน
ซีเมนส์ อินสไปโร 22 ขบวน
ข้อมูลทางเทคนิค
ระยะทาง 36.45 กิโลเมตร (22.65 ไมล์)
จำนวนทางวิ่ง 2
ช่วงกว้างราง 1.435 เมตร
ระบบจ่ายไฟ รางที่สาม
ความเร็ว สูงสุด 80 กิโลเมตร/ชั่วโมง

รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา (อังกฤษ: Elevated Train in Commemoration of HM the King's 6th Cycle Birthday) หรือชื่อที่เรียกกันทั่วไปว่า รถไฟฟ้าบีทีเอส (BTS Skytrain) เป็นระบบขนส่งมวลชนแบบรางในพื้นที่กรุงเทพมหานครและจังหวัดสมุทรปราการ ดำเนินการโดย บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) และบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัด ภายใต้สัมปทานของกรุงเทพมหานคร และสัญญาว่าด้วยความเข้าใจกับ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย เริ่มเปิดให้บริการครั้งแรกเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2542

เนื้อหา

ประวัติ[แก้]

รถไฟฟ้า บีทีเอส เป็นระบบซึ่งดำเนินการแยกต่างหากจากรถไฟฟ้ามหานคร โดยเกิดขึ้นจากการอนุมัติของกรุงเทพมหานคร ในสมัยพลตรี จำลอง ศรีเมืองเป็นผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เนื่องจากขณะนั้นในกรุงเทพมหานครไม่มีระบบขนส่งมวลชนทางราง มีการศึกษาโครงการก่อสร้างระบบรถไฟฟ้าหลายระบบ เช่น รถไฟฟ้าลาวาลิน แต่มีแนวโน้มไม่ได้รับการอนุมัติการก่อสร้างจากคณะรัฐมนตรี ขณะที่การจราจรในกรุงเทพฯ ติดขัดอย่างหนัก เนื่องจากปริมาณรถยนต์เพิ่มขึ้น เป็นผลมาจากการเปิดเสรีให้สามารถนำเข้ารถยนต์ใหม่จากต่างประเทศ ในรัฐบาลอานันท์ ปันยารชุน (ก่อนหน้านี้ การนำเข้ารถยนต์ใหม่จากต่างประเทศ ต้องเสียภาษีนำเข้าสูงถึงหลายเท่าของมูลค่ารถ)[ต้องการอ้างอิง]

ต่อมา กรุงเทพมหานครอนุมัติสัมปทานการก่อสร้างและจัดการเดินรถให้กับบริษัท ธนายง จำกัด (ปัจจุบัน คือ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)) ของคีรี กาญจนพาสน์ ทีแรกกำหนดให้สร้างอู่ซ่อมบำรุงบริเวณพื้นที่สวนลุมพินี แต่ประชาชนที่ใช้พื้นที่สวนลุมพินีเพื่อออกกำลังกายเป็นประจำได้รวมตัวประท้วงการเข้าใช้พื้นที่ ว่าขัดต่อพระราชประสงค์ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานพระราชทรัพย์จัดสร้างเพื่อเป็นสวนสาธารณะของประชาชน นอกจากนั้นยังมีการประท้วงขอให้เปลี่ยนแปลงรูปแบบการสร้างรถไฟฟ้าจากโครงสร้างยกระดับลอยฟ้าเป็นอุโมงค์ใต้ดิน ในที่สุดจึงได้มีการย้ายสถานที่ก่อสร้างอู่ซ่อมบำรุง ไปใช้ที่ราชพัสดุของกรมธนารักษ์ ซึ่งเป็นที่ทำการและสถานีขนส่งสายเหนือเดิม (สถานีหมอชิต) ใกล้กับสวนจตุจักร โดยในช่วงแรกก่อนเปิดทำการ รถไฟฟ้าสายนี้ใช้ชื่อว่า รถไฟฟ้าธนายง [2] ตามชื่อบริษัทที่ได้รับสัมปทาน

ปัจจุบันรถไฟฟ้าบีทีเอสอยู่ในระหว่างการพิจารณาจากกระทรวงคมนาคมและกระทรวงมหาดไทย ในการโอนย้ายกิจการรถไฟฟ้าทั้งหมดจากเดิมที่เป็นสัมปทานและทรัพย์สินของกรุงเทพมหานครไปเป็นทรัพย์สินของการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยแทน[3] เนื่องจากกระทรวงคมนาคมเล็งเห็นว่า กรุงเทพมหานครไม่เหมาะสมที่จะดูแลโครงการใหญ่ ๆ เพราะอาจจะเกิดปัญหาตามมาได้ อีกทั้งยังสะดวกต่อการเดินรถในส่วนต่อขยายของสายสุขุมวิท ที่การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยจะไม่ใช้วิธีว่าจ้าง BTSC เข้าไปดำเนินการ แต่จะใช้วิธีการประมูลโครงการแบบ PPP Gross-Cost แบบเดียวกับรถไฟฟ้ามหานคร สายสีม่วง ซึ่งอาจเกิดกรณีผู้ให้บริการอาจไม่ใช่ BTSC อีกต่อไปได้ และยังเพิ่มความสะดวกกับรัฐในการควบคุมค่าโดยสาร และการออกตั๋วร่วมที่จะไม่มีค่าแรกเข้าอีกด้วย อย่างไรก็ตามผู้บริหารของกรุงเทพมหานครได้ตัดสินใจดำเนินการให้มีการจ้างเดินรถไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครเป็นเวลา 30 ปี เพื่อทำสัญญาแทนสัญญาเดินรถที่จะหมดอายุในวันที่ 7 พฤษภาคม 2555 และในวันที่ 11 สิงหาคม 2555[4] ซึ่งทำให้เกิดความสงสัยจากสมาชิกพรรคเพื่อไทย พรรครัฐบาลในขณะนั้น[5] และการตอบโต้จากสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พรรคฝ่ายค้าน ประเด็นหลัก คือ เรื่องการได้หรือเสียประโยชน์ของภาครัฐและการได้หรือเสียประโยชน์ของประชาชนชาวกรุงเทพมหานครซึ่งเรื่องนี้ทำให้บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) ผู้ดำเนินการรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติอนุญาตให้มีการแจกใบปลิวภายในสถานีรถไฟสถานีต่าง ๆ อีกด้วย จึงนับเป็นครั้งแรกที่มีการตอบโต้ที่เป็นความร่วมมือระหว่างกรุงเทพมหานครและบริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน)[6] ถึงผลได้ผลเสียในเรื่องนี้และเป็นการโต้ตอบพรรครัฐบาลในขณะนั้นที่ต้องการให้กรมสอบสวนคดีพิเศษเข้ามาระงับการจ้างเดินรถไฟฟ้าระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพมหานครเป็นเวลา 30 ปี[ต้องการอ้างอิง]

รถไฟฟ้าชุดใหม่ของ BTS ขบวนละ 4 ตู้โดยสาร สั่งซื้อเมื่อต้นปี พ.ศ. 2554 ใช้วิ่งหลักในสายสีลม

สายที่เปิดให้บริการ[แก้]

รถไฟฟ้าบีทีเอสเปิดให้บริการ 2 สาย คือ รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ สาย 1 หรือ สายสุขุมวิท (สายสีเขียวอ่อน ระยะทาง 17 กม. เมื่อแรกเปิดให้บริการ และอีก 7.05 กม. สำหรับส่วนต่อขยาย) และ รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ สาย 2 หรือ สายสีลม (สายสีเขียวเข้ม ระยะทาง 6.5 กม. เมื่อแรกเปิดให้บริการ และอีก 8.17 กม. สำหรับส่วนต่อขยาย)[7]

โดยมีสถานีทั้งหมด 35 สถานี เชื่อมต่อทั้งสองสายที่สถานีสยาม และรวมระยะทางทั้งสิ้น 36.92 กม. ใน พ.ศ. 2555 รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาได้บริการสายสุขุมวิทเชื่อมสายสีลมโดยเดินทางจากสถานีหมอชิตไปยังสถานีสยามและเดินทางต่อไปยังสถานีตลาดพลู

เส้นทาง เปิดให้บริการ สถานีปลายทาง ระยะทาง (กิโลเมตร) จำนวนสถานี
สายสุขุมวิท 2542 หมอชิต
(จตุจักร)
สำโรง
(อำเภอเมืองสมุทรปราการ)
24.05 กิโลเมตร (14.94 ไมล์) 23
สายสีลม 2542 สนามกีฬาแห่งชาติ
(ปทุมวัน)
บางหว้า
(ภาษีเจริญ)
14.67 กิโลเมตร (9.12 ไมล์) 13

ส่วนต่อขยาย[แก้]

สายสุขุมวิท[แก้]

สายสีลม[แก้]

การเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่น[แก้]

รถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคล[แก้]

จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีศาลาแดง-สถานีสีลม
สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีรถไฟฟ้ามหานคร หมายเหตุ
จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีในปัจจุบัน
สถานีหมอชิต สถานีสวนจตุจักร เชื่อมต่อโดยตรง
สถานีอโศก สถานีสุขุมวิท เชื่อมต่อโดยตรง
สถานีศาลาแดง สถานีสีลม มีทางเดินยกระดับระยะทางประมาณ 100 เมตร
จุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีในอนาคต
สถานีห้าแยกลาดพร้าว สถานีพหลโยธิน เชื่อมต่อโดยตรง
สถานีบางหว้า สถานีบางหว้า เชื่อมต่อโดยตรง

รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ[แก้]

ทางเดินเชื่อมระหว่างสถานีพญาไทของรถไฟฟ้าบีทีเอสและรถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

ผู้โดยสารสามารถเปลี่ยนไปใช้รถไฟฟ้าเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิหรือแอร์พอร์ทลิงก์ ได้ที่ สถานีพญาไท โดยทางการรถไฟแห่งประเทศไทยได้สร้างทางเชื่อมต่อโดยตรงจากสถานีพญาไทของโครงการแอร์พอร์ทลิงก์มายังสถานีพญาไทของรถไฟฟ้าบีทีเอส ซึ่งสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ติดตั้งประตูเครื่องตรวจตั๋วโดยสารอัตโนมัติเพิ่มเติมบริเวณกลางสถานี ทำให้พื้นที่ที่ผ่านเครื่องตรวจตั๋วโดยสารแล้ว (paid area) ถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนในลักษณะเดียวกันกับสถานีสยาม เพื่อเพิ่มความสะดวกสำหรับผู้ที่จะต่อรถเดินทางไปยังท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ

รถบริการรับส่ง[แก้]

ผู้ให้บริการรถไฟฟ้า บีทีเอส เคยให้บริการรถโดยสารรับส่งในสถานที่สำคัญบางสถานี หรือที่เรียกว่ารถชัตเทิลบัส (Shuttle Bus) 5 สายดังนี้

โดยบริการรถรับส่งนี้ไม่คิดค่าโดยสาร แต่จำเป็นต้องใช้คูปองซึ่งขอรับได้จากเจ้าหน้าที่จำหน่ายบัตรโดยสารที่สถานี เวลาให้บริการคือ 6.30-22.30 น

ปัจจุบันได้ยกเลิกบริการดังกล่าวทุกเส้นทางแล้วตั้งแต่วันที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2549

นอกจากนี้ยังมีเอกชนให้บริการรถรับส่งจากสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสใกล้เคียงไปยังสถานที่ๆ แต่ละฝ่ายให้บริการอยู่ โดยปัจจุบันมีดังนี้

โดยบริการดังกล่าวไม่เสียค่าบริการ ยกเว้นเส้นทางหมอชิต-อิมแพ็ค เมืองทองธานีจะเก็บค่าโดยสาร 30 บาทต่อเที่ยว เนื่องจากเส้นทางหลักต้องผ่านทางด่วน

ท่าเรือ[แก้]

บริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างสถานีสะพานตากสิน-ท่าเรือสาทร

ทางเดินเข้าอาคาร[แก้]

สถานี ทางเดินเข้าอาคาร
สถานีอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ รอบวงเวียนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ โรงภาพยนตร์เซนจูรี่ เดอะมูฟวี่ พลาซ่า
สถานีพญาไท ตึก CP Tower3 อาคาร A และ อาคาร B
สถานีราชเทวี โรงแรมเอเชีย (ตั้งแต่เวลา 07:00-23:00 น.)
สถานีสนามกีฬาแห่งชาติ ห้างสรรพสินค้าสยามดิสคัฟเวอรี เอ็มบีเคเซ็นเตอร์(ศูนย์การค้ามาบุญครอง) และหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร
สถานีสยาม ห้างสรรพสินค้า เซ็นทรัลเวิลด์, สยามเซ็นเตอร์, สยามพารากอน, สยามสแควร์วัน
สถานีศาลาแดง ศูนย์การค้าสีลมคอมเพลกซ์, ตึกธนิยะ, โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์, คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ผ่านทางเชื่อมของ MRT)
สถานีช่องนนทรี ตึกสาธรธานี, ตึกสาธรสแควร์, ตึกเอ็มไพร์ ทาวเวอร์, คอนโดหรูมหานคร
สถานีสุรศักดิ์ โรงแรมอิสติน แกรนด์ สาทร
สถานีชิดลม เซ็นทรัลเวิลด์, ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัล สาขาชิดลม, อาคารเมอร์คิวรี่ วิลล์, เอราวัณบางกอก, อัมรินทร์, เกษรพลาซา และสามารถเชื่อมต่อ เซ็นทรัล เอ็มบาสซี ผ่านเซ็นทรัลชิดลม
สถานีเพลินจิต อาคารปาร์ค เวนเจอร์, อาคารเวฟเพลส, ห้างโฮมโปรพลัส สาขาเพลินจิต, เซ็นทรัล เอ็มบาสซี
สถานีอโศก ตึก Exchange Tower, ตึก Interchange 21, โรงแรม Sheraton Grande Sukhumvit, ศูนย์การค้าไทม์สแควร์, ห้างโรบินสันสุขุมวิท​ (อาคารโรงแรมเวสติน), ศูนย์การค้าเทอร์มินัล 21 และโรงแรม Park Plaza Sukhumvit
สถานีพร้อมพงษ์ ดิ เอ็มดิสทริค (เอ็มโพเรียม, เอ็มควอเทียร์)
สถานีทองหล่อ ตึก Noble Remix 2 (คอนโดมิเนียม)
สถานีเอกมัย ตึกณุศาสิริ (คอนโดมิเนียม), ศูนย์การแพทย์บางกอกเมดิเพล็กซ์ เซ็นเตอร์, ศูนย์การค้าเกตเวย์ เอกมัย, อาคารสหกรณ์กรุงเทพ และโรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สุขุมวิท
สถานีพระโขนง ดับเบิ้ลยู ดิสทริกต์, โรงแรมบีทโฮเทล, เลอรัก คอนโดมิเนียม, สกายวอล์ค คอนโดมิเนียม (โครงการ)
สถานีอ่อนนุช ห้างเทสโก้ โลตัส สุขุมวิท 50
สถานีปุณณวิถี ศูนย์การค้า วิสซ์ดอม วันโอวัน, วิสซ์ดอม คอนเนคท์ สุขุมวิท, วิสซ์ดอม เอสเซนส์ สุขุมวิท (โครงการ)
สถานีอุดมสุข ศูนย์การค้า แบงค็อก มอลล์ (โครงการ, เป็นโครงการทางเดินเชื่อมระหว่างสถานีบางนากับสถานีอุดมสุข)
สถานีบางนา ศูนย์การค้า แบงค็อก มอลล์ (โครงการ), ศูนย์การประชุมนานาชาติไบเทคบางนา, อาคารเดอะคอสท์ บางนา (อยู่ในระหว่างการก่อสร้างจากทางกรุงเทพมหานคร เพราะส่วนของไบเทคบางนา และเดอะคอสท์บางนาสร้างเสร็จแล้ว)
ในอนาคต สถานีสำโรง, สถานีปู่เจ้าสมิงพราย และ สถานีแพรกษา มีโครงการสร้างทางเดินเชื่อมต่อไปยังห้างบิ๊กซี จัมโบ้ สำโรง และ บิ๊กซี สมุทรปราการ ตามลำดับ

รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (Bangkok BRT)[แก้]

สามารถเปลี่ยนไปใช้รถโดยสารประจำทางด่วนพิเศษ (บีอาร์ที) สายสาทร-ราชพฤกษ์ ได้ที่ สถานีช่องนนทรี โดยเชื่อมต่อกับสถานีสาทร ของรถโดยสารด่วนพิเศษและที่สถานีตลาดพลูอีกแห่ง โดยเชื่อมต่อกับสถานีราชพฤกษ์ ของรถโดยสารด่วนพิเศษ

รถไฟฟ้า บีทีเอส ได้ทำโครงการใช้บัตรโดยสารร่วมกันโดยผู้โดยสาร สามารถใช้บัตรโดยสารบีทีเอสสมาร์ทพาส-บีอาร์ที เพียงใบเดียวในการจ่ายเงินค่าโดยสารได้ แต่ไม่สามารถใช้ในการสะสมคะแนนกับบัตรหนูด่วนพลัสได้ หากใช้บริการของบีอาร์ที เนื่องจากเป็นคนละบริษัท โดยตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2555 เป็นต้นไป สามารถใช้บัตรแรทบิทไปโดยสารบีอาร์ทีได้แล้ว

แผนที่แสดงการเชื่อมต่อกับระบบขนส่งมวลชนอื่น[แก้]


แผนที่สถานีรถไฟฟ้าในกรุงเทพมหานคร (แสดงเส้นทางรถไฟ, บีทีเอส, เอ็มอาร์ที และ เอสเออาร์แอล)
รถไฟสายเหนือและสายตะวันออกเฉียงเหนือ
Unknown BSicon "LSTR"
รถไฟสายใต้
Unknown BSicon "LSTRq" Junction from right
ชุมทางบางซื่อ / บางซื่อ
Station on track + Hub
Unknown BSicon "utKBHFl" + Hub
Unknown BSicon "utHSTq" Urban tunnel turning from right
กำแพงเพชร
ประดิพัทธ์
Stop on track
Unknown BSicon "uKINTa" + Hub
+ Hub
Unknown BSicon "utINT" + Hub
หมอชิต / สวนจตุจักร
สามเสน
Station on track Urban stop on track Urban tunnel stop on track
สะพานควาย / พหลโยธิน
สวนจิตรลดา
Unknown BSicon "eHST" Unknown BSicon "ueHST" Urban tunnel stop on track
เสนาร่วม (โครงการ) / ลาดพร้าว
ยมราช
Stop on track Urban stop on track Urban tunnel stop on track
อารีย์ / รัชดาภิเษก
Unknown BSicon "STRc2" Unknown BSicon "STR3" Urban stop on track Urban tunnel stop on track
สนามเป้า / สุทธิสาร
Unknown BSicon "STR+1" Unknown BSicon "STRc4" Urban stop on track Urban tunnel stop on track
อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ / ห้วยขวาง
รถไฟสายตะวันออก
Junction from left Unknown BSicon "LSTRq"
Urban station on track + Hub
Urban head station + Hub
Urban tunnel station on track
พญาไท บีทีเอส / พญาไท เอสเออาร์แอล / ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย
กรุงเทพ (หัวลำโพง) / สนามกีฬาแห่งชาติ
Unknown BSicon "KINTe" + Hub
Urban head station Urban stop on track Urban stop on track Urban tunnel stop on track
ราชเทวี / ราชปรารภ / พระราม 9
หัวลำโพง / สยาม
Unknown BSicon "utKINTa" + Hub
Right side of urban cross-platform interchange + Hub
Left side of urban cross-platform interchange + Hub
Urban station on track + Hub
Urban tunnel station on track + Hub
มักกะสัน / เพชรบุรี
สามย่าน / ราชดำริ
Urban tunnel stop on track Urban stop on track Unknown BSicon "uSTR2"
Waterway turning to left + Unknown BSicon "uSTRc3"
Unknown BSicon "utKRZ" Urban track turning from right
Unknown BSicon "utSTRlf" Unknown BSicon "uKRZt"
Urban tunnel turning from right + Unknown BSicon "uSTRc1"
Unknown BSicon "uSTR+4" Urban tunnel straight track Urban stop on track
รามคำแหง
ศาลาแดง / สีลม
Unknown BSicon "uINT" + Hub
Unknown BSicon "utINT" + Hub
Urban stop on track Urban tunnel straight track Urban stop on track
ชิดลม / หัวหมาก
ช่องนนทรี / ลุมพินี
Urban stop on track Urban tunnel stop on track Urban stop on track Urban tunnel straight track Urban stop on track
เพลินจิต / บ้านทับช้าง
ศึกษาวิทยา(โครงการ) / คลองเตย
Unknown BSicon "ueHST" Urban tunnel stop on track Urban stop on track Urban tunnel straight track Urban stop on track
นานา / ลาดกระบัง
สุรศักดิ์ / ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์
Urban stop on track Urban tunnel stop on track
Unknown BSicon "uINT" + Hub
Unknown BSicon "utINT" + Hub
Unknown BSicon "utSTRa"
อโศก / สุขุมวิท
Ferry ท่าเรือสาทร สะพานตากสิน
Urban station on track Unknown BSicon "utSTRlf" Unknown BSicon "uKRZt" Unknown BSicon "utSTRrf" Urban end station in tunnel
สุวรรณภูมิ ท่าอากาศยาน
สะพานตากสิน
Urban bridge over water Urban stop on track
พร้อมพงษ์
กรุงธนบุรี
Urban stop on track Urban stop on track
ทองหล่อ
วงเวียนใหญ่
Urban stop on track Urban stop on track
เอกมัย
โพธิ์นิมิตร
Urban stop on track Urban stop on track
พระโขนง
ตลาดพลู
Urban stop on track Urban stop on track
อ่อนนุช
วุฒากาศ
Urban stop on track Urban stop on track
บางจาก
บางหว้า
Urban end station Urban stop on track
ปุณณวิถี
Urban stop on track
อุดมสุข
Urban stop on track
บางนา
Urban stop on track
แบริ่ง
Urban end station
สำโรง

ระบบรถไฟฟ้า[แก้]

ภายในรถไฟฟ้าซีเมนส์
บอมบาร์ดิเออร์
ภายในรถไฟฟ้าบอมบาร์ดิเออร์

หมายเหตุ: รถไฟฟ้าทั้งสองรุ่นปัจจุบันให้บริการทั้งสายสุขุมวิทและสายสีลม

ซีเมนส์ โมดูลาร์ เมโทร[แก้]

ดูบทความหลักที่: ซีเมนส์ โมดูลาร์ เมโทร
  • ความยาว 4 ตู้ต่อ 1 ขบวน
  • จำนวน 35 ขบวน

รถรุ่น Modular Metro ที่ประกอบขึ้นเป็นรถ 1 ขบวนมีทั้งหมด 3 แบบคือ

  1. A-Car มีระบบขับเคลื่อนและมีห้องคนขับ
  2. B-Car มีระบบขับเคลื่อน แต่ไม่มีห้องคนขับ
  3. C-Car ไม่มีทั้งระบบขับเคลื่อน และห้องคนขับ

ในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ให้บริการในสายสุขุมวิทปัจจุบัน มีเพียงแค่ A-Car และ C-Car เท่านั้น โดยใน 1 ขบวนจะมี A-Car อยู่ที่หัวและท้ายขบวนจำนวน 2 ตู้ และมี C-Car อยู่กลางขบวนรถ 2 ตู้ สามารถต่อพ่วงเพิ่มได้สูงสุดถึง 6 ตู้ต่อ 1 ขบวน มีความยาวอยู่ที่ 65.30 เมตร และมีความกว้าง 3.20 เมตร มีประตูเลื่อนกว้าง 1.40 เมตร จำนวน 32 บานต่อ 1 ขบวน ตัวถังรถทำจากเหล็กปลอดสนิม ติดตั้งระบบปรับอากาศ พร้อมหน้าต่างชนิดกันแสง รถไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนได้โดยใช้แรงดันไฟฟ้า 750 Vdc โดยรับจากรางส่งที่ 3

ความจุผู้โดยสารต่อรถไฟฟ้า 1 ขบวน

  • ความจุผู้โดยสารรวม 1 ขบวน ที่ 8 คน/ตารางเมตร
  • ความจุผู้โดยสาร 1 ตู้ (นั่ง + ยืน)
  • จำนวนที่นั่ง 1 ตู้ 42
  • จำนวนที่นั่ง 1 ขบวน 168 ที่นั่ง

บอมบาร์ดิเออร์ (ซีเอ็นอาร์)[แก้]

  • ความยาว 4 ตู้ต่อ 1 ขบวน
  • จำนวน 17 ขบวน

รถรุ่น Bombardier Movia ที่ประกอบขึ้นเป็นรถ 1 ขบวนมีทั้งหมด 2 แบบคือ

  1. Tc-Car หรือ Trailer Car ไม่มีระบบขับเคลื่อน แต่มีห้องคนขับ
  2. M-Car หรือ Intermediate Car มีระบบขับเคลื่อน แต่ไม่มีห้องคนขับ

ในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอสที่ให้บริการในสายสีลมปัจจุบัน จะประกอบไปด้วย Tc-Car และ M-Car โดย Tc-Car จะอยู่ด้านหัวและท้ายขบวน 2 ตู้ และ M-Car จะอยู่กลางขบวน 2 ตู้ สามารถต่อพ่วงได้สูงสุด 6 ตู้ต่อ 1 ขบวน (แต่ด้วยความสามารถของสถานีสะพานตากสิน ที่ยาวเพียง 115 เมตรนั้น ทำให้รถสามารถพ่วงต่อได้แค่ 5 ตู้ต่อ 1 ขบวนเท่านั้น) มีความยาวอยู่ที่ 87.25 เมตรและมีความกว้าง 3.12 เมตร มีประตูเลื่อนกว้าง 1.40 เมตร จำนวน 32 บานต่อ 1 ขบวน ตัวถังของขบวนรถทำเหล็กปลอดสนิมและอะลูมิเนียม ติดตั้งระบบปรับอากาศทั้งหมด 8 ยูนิต พร้อมหน้าต่างชนิดกันแสง และมีระบบแผนที่นำทางหรือ Dynamic Route Map ซึ่งทำงานพร้อมกับระบบอาณัติสัญญาณ ติดตั้งอยู่เหนือประตูทุกบาน รถไฟฟ้าสามารถขับเคลื่อนได้โดยใช้แรงดันไฟฟ้า 750 Vdc โดยรับจากรางส่งที่ 3

ความจุผู้โดยสารต่อรถไฟฟ้า 1 ขบวน

  • ความจุผู้โดยสารรวม 1 ขบวน (4 ตู้) ที่ 8 คน/ตารางเมตร ประมาณ 1,490 คน
  • ความจุผู้โดยสารในตู้ Tc-Car (นั่ง + ยืน) ประมาณ 361 คน
  • ความจุผู้โดยสารในตู้ M-Car (นั่ง + ยืน) ประมาณ 384 คน
  • จำนวนที่นั่ง 1 ตู้ 42 ที่นั่ง
  • จำนวนที่นั่ง 1 ขบวน 168 ที่นั่ง


หมายเหตุ[แก้]

แต่ทั้งนี้ เพื่อรองรับเส้นทางที่ยาวเพิ่มขึ้น บีทีเอสซียังได้มีการจัดหารถไฟฟ้าเพิ่มเติม โดยใน พ.ศ. 2559 บีทีเอสได้ลงนามสัญญาสั่งซื้อขบวนรถไฟฟ้าทั้งหมด 46 ขบวน ขบวนละ 4 ตู้ มูลค่าการลงทุนทั้งหมด 10,000 ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

  • สัญญาที่ 1 ว่าจ้างกิจการร่วมค้าซีเมนส์-โบซันคาย่า ในการผลิตรถไฟฟ้า ซีเมนส์ อินสไปโร จำนวน 22 ขบวน โดยจำนวน 15 ขบวนจะใช้รองรับในช่วงแบริ่ง-สมุทรปราการ และอีก 7 ขบวนรองรับเส้นทางปัจจุบัน หมอชิต - แบริ่ง และ สนามกีฬาแห่งชาติ - บางหว้า รถไฟฟ้าชุดนี้จะผลิตขึ้นที่โรงงานโบซันคาย่า ในประเทศตุรกี โดยซีเมนส์จะเป็นผู้ออกแบบขบวนรถไฟฟ้า จัดหาอะไหล่ที่จำเป็น ควบคุมงานประกอบ และให้บริการหลังการขาย 16 ปีนับจากวันที่ส่งขบวนแรกมาประเทศไทย
  • สัญญาที่ 2 ว่าจ้าง บริษัท ซีอาร์อาร์ซี ฉางชุน เรลเวย์ เวฮิเคิล จำกัด ในการผลิตรถไฟฟ้าซีเอ็นอาร์รุ่นปัจจุบัน (EMU Type-B) เพิ่มเติม 24 ขบวน ใช้รอบรับในช่วงหมอชิต-คูคต 21 ขบวน และเป็นขบวนรถไฟฟ้าสำรอง 3 ขบวน โดยใช้วัสดุในการประกอบรถไฟฟ้าจากแหล่งเดิม เพื่อให้ได้มาตรฐานที่บีทีเอสกำหนดไว้

รถไฟฟ้าที่ผลิตขึ้นจากทั้งสองสัญญานี้ จะมีรายละเอียดปลีกย่อยที่เหมือนกันทั้งหมด คือใช้ระบบแสดงผลสถานีแบบอัตโนมัติ (Dynamic Route Map) ใช้เทคโนโลยีสมัยใหม่ มีตู้พิเศษที่ไม่ติดตั้งเก้าอี้นั่ง และติดกล้องวงจรปิดเพื่อรักษาความปลอดภัยในทุกตู้โดยสาร รถไฟฟ้าชุดนี้จะเริ่มจัดส่งเข้าประเทศไทยตั้งแต่ พ.ศ. 2561 เป็นต้นไปจนกว่าจะครบจำนวน โดยรถไฟฟ้าซีเมนส์จะถูกจัดเก็บไว้ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงย่อยสมุทรปราการ ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวใต้ และรถไฟฟ้าฉางชุน จะจัดเก็บไว้ที่ศูนย์ซ่อมบำรุงย่อยคูคต ของรถไฟฟ้าสายสีเขียวเหนือ และพร้อมให้บริการพร้อมกับการเปิดให้บริการของรถไฟฟ้าสายสีเขียวใน พ.ศ. 2561 และ 2563 ตามลำดับ

การให้บริการ[แก้]

บัตรโดยสาร[แก้]

เครื่องจำหน่ายตั๋ว

บัตรโดยสารรถไฟฟ้า บีทีเอส มีการพิมพ์เป็นลวดลายแบบต่างๆ ตามความเหมาะสม และการโฆษณา ปัจจุบันแบ่งใช้งานออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

  1. บัตรโดยสารชนิดแถบแม่เหล็ก มี 3ประเภท ได้แก่
    1. บัตรประเภทเที่ยวเดียว คิดค่าโดยสารในอัตรา 2 สถานี ต่อ 5 บาท เริ่มต้นที่ 15 บาท สูงสุด 42 บาท โดยไม่รวมค่าโดยสารของส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท (บางจาก-สำโรง) และส่วนต่อขยายสายสีลม (โพธิ์นิมิตร-บางหว้า) ซึ่งคิดค่าบริการแยกต่างหากในอัตรา 15 บาทตลอดสาย สามารถซื้อได้ที่เครื่องจำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติชนิดหยอดเหรียญ และใช้ธนบัตร โดยใช้ได้เฉพาะวันที่ซื้อเท่านั้น ซึ่งตู้จำหน่ายบัตรโดยสารอัตโนมัติชนิดหยอดเหรียญรับเฉพาะเหรียญ 5 บาท และ 10 บาทเท่านั้น (แต่ความจริงแล้วสามารถใช้เหรียญ 1 บาทในการซื้อบัตรที่ตู้จำหน่ายบัตรด้วย)[ต้องการอ้างอิง] ส่วนเครื่องจำหน่ายบัตรอัตโนมัติที่เพิ่มเติมขึ้นภายหลังสามารถรองรับเหรียญ 1 บาท 5 บาท และ 10 บาท รวมถึงธนบัตร 20 บาท 50 บาท และ 100 บาทได้ สามารถออกบัตรได้สูงสุด 10 ใบต่อครั้ง โดยให้บริการในบางสถานี ได้แก่ สถานีสะพานควาย อารีย์ สนามเป้า อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ พญาไท ชิดลม เพลินจิต อโศก พร้อมพงษ์ ทองหล่อ พระโขนง ราชดำริ ช่องนนทรี สุรศักดิ์ และสนามกีฬาแห่งชาติ
    2. บัตรประเภท 1 วัน ราคา 140 บาท ใช้เดินทางได้ไม่จำกัดจำนวนเที่ยวและระยะทาง สามารถซื้อได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารทุกสถานี
  2. บัตรโดยสารบีทีเอสสมาร์ทพาส (BTS Smart Pass) เป็นบัตรติดตั้งไมโครชิปไร้สายอาร์เอฟไอดี (RFID) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของบัตรสมาร์ตการ์ดแบบไม่มีการสัมผัส (เช่นเดียวกับบัตรโดยสารของรถไฟฟ้ามหานคร เริ่มจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 5 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 และเริ่มใช้เดินทางได้ตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2549 ทุกสถานี แต่ในปัจจุบันไม่มีการจำหน่ายบัตรบีทีเอสสมาร์ทพาสแล้ว ซึ่งมีอยู่ 2 ประเภท ได้แก่
    1. บัตรประเภทเติมเงิน ค่าธรรมเนียมในการออกบัตร 30 บาท ค่ามัดจำบัตร 30 บาท และค่าประกันในการเดินทาง 30 บาท (จะถูกหักออกเมื่อยอดคงเหลือในบัตรไม่เพียงพอ) เติมเงินในบัตรสูงสุดได้ 2,000 บาท มีอายุการใช้งาน 5 ปี ปัจจุบันได้ยุติการจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
    2. บัตรประเภท 30 วัน ค่าธรรมเนียมในการออกบัตร 30 บาท มีอายุการใช้งาน 5 ปี สามารถใช้งานได้ใน 25 สถานี ยกเว้นสถานีส่วนต่อขยายสายสุขุมวิท 5 สถานี ปัจจุบันได้ยุติการจำหน่ายเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แบ่งเป็น 2 ประเภท ได้แก่
      • ราคาโปรโมชั่นสำหรับนักเรียน นักศึกษา แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
        • 15 เที่ยว ราคา 315 บาท
        • 25 เที่ยว ราคา 475 บาท
        • 40 เที่ยว ราคา 680 บาท
        • 50 เที่ยว ราคา 800 บาท
      • ราคาโปรโมชั่นสำหรับบุคคลทั่วไป แบ่งเป็น 4 ประเภท คือ
        • 15 เที่ยว ราคา 405 บาท
        • 25 เที่ยว ราคา 625 บาท
        • 40 เที่ยว ราคา 920 บาท
        • 50 เที่ยว ราคา 1100 บาท บาท[8]
  3. บัตรแมงมุม เป็นบัตรที่สามารถใช้ได้ในทุกระบบการขนส่ง ตั้งแต่รถไฟฟ้า รถประจำทาง เรือโดยสาร ทางด่วน และทางพิเศษ ซึ่งจะพร้อมให้บริการภายใน พ.ศ. 2560 บัตรดังกล่าวแบ่งออกเป็นสี่ประเภท ได้แก่
    1. แมงมุมสำหรับบุคคลทั่วไป
    2. แมงมุมสำหรับนักเรียนและนักศึกษา สามารถใช้งานได้ตั้งแต่อายุ 7 ปีขึ้นไป แต่อายุไม่เกิน 23 ปี หรือสำเร็จการศึกษาในระดับปริญญาตรี
    3. แมงมุมสำหรับผู้สูงอายุ บัตรสำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป
    4. แมงมุมพิเศษสำหรับผู้มีรายได้น้อย เป็นบัตรพิเศษสำหรับผู้ที่ขึ้นทะเบียนผู้ที่มีรายได้น้อย
  4. บัตรแรบบิท (Rabbit Card) เป็นบัตรติดตั้งไมโครชิปไร้สายอาร์เอฟไอดี (RFID) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของบัตรสมาร์ตการ์ดแบบไม่มีการสัมผัส ให้บริการโดย บริษัท บางกอกสมาร์ทการ์ดซิสเท็ม จำกัด สามารถใช้เดินทางได้ทั้งระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส และระบบรถไฟฟ้ามหานคร อีกทั้งยังสามารถใช้จ่ายแทนเงินสดได้กับร้านค้าที่ร่วมรายการ เริ่มจำหน่ายครั้งแรกวันที่ 23 เมษายน พ.ศ. 2555 และเริ่มใช้เดินทางได้ในวันเดียวกันทุกสถานี ซึ่งมีอยู่ 4 ประเภท ได้แก่
    1. แรบบิทมาตรฐาน เป็นบัตรแรบบิทมาตรฐาน แบ่งจำหน่ายให้บุคคล 3 ประเภท คือบุคคลทั่วไป, คนชรา และนักเรียน นักศึกษา โดยสามารถขอออกบัตรได้ที่สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกสถานี และสามารถเติมเงินได้ตามสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส สถานีรถไฟฟ้ามหานคร หรือจุดบริการเติมเงินที่ธนาคารกรุงเทพมีให้บริการ มีค่าธรรมเนียมในการออกบัตร 300 บาท โดยแบ่งเป็น ค่าธรรมเนียมในการเปิดบัตรใหม่ 150 บาท ค่ามัดจำบัตร 50 บาท และยอดเงินเริ่มต้น 100 บาท สามารถเติมได้ทั้งเงินสด และเที่ยวการเดินทางตามโปรโมรชั่นของบีทีเอส หรือตามที่บริษัท บางกอกสมาร์ทการ์ดซิสเท็ม จำกัด เป็นผู้กำหนด บัตรมีอายุการใช้งาน 5 ปี สามารถเติมเงินสดได้สูงสุด 4,000 บาท โดยมีอายุ 2 ปี นับจากวันที่ใช้งานครั้งสุดท้าย
    2. แรบบิทพิเศษ เป็นบัตรแรบบิทที่บริษัท บางกอกสมาร์ทการ์ดซิสเท็ม จำกัด เป็นผู้ออกมาจำหน่ายในแบบจำนวนจำกัด โดยจะออกวางจำหน่ายตามเทศกาลต่างๆ เช่น วันพระราชสมภพ วันพระราชพิธี หรือวันสำคัญต่างๆ เป็นต้น
    3. แรบบิทธุรกิจ เป็นบัตรแรบบิทที่ออกตามความต้องการของบริษัทพันธมิตร โดยมีการออกลายหน้าบัตรเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ หรือทำเป็นของที่ระลึกเนื่องในโอกาสต่างๆ โดยลายแรกของบัตรแรบบิทธุรกิจคือ บัตรแรบบิท-แครอท ลิมิเต็ด อิดิชั้น ที่ออกเพื่อเป็นการสมนาคุณกับสมาชิกบัตรหนูด่วนพลัส
    4. แรบบิทร่วม เป็นบัตรแรบบิทที่ออกร่วมกับองค์กรต่างๆ เช่นการรวมบัตรแรบบิทเข้ากับบัตรเอทีเอ็ม บัตรเดบิต หรือบัตรเครดิต หรือใช้บัตรแรบบิทเป็นบัตรนักศึกษา หรือใช้งานร่วมกับอุปกรณ์อื่นๆ เป็นต้น
การเชื่อมต่อบัตรโดยสาร

การเชื่อมต่อบัตรโดยสารมีเฉพาะ บัตรโดยสารบีทีเอสสมาร์ทพาส (BTS Smart Pass)เท่านั้นโดยมีการเชื่อมต่อดังต่อไปนี้

  1. บัตรโดยสารบีทีเอสสมาร์ทพาส (BTS Smart Pass) เชื่อมต่อบัตรเดบิตธนาคารกรุงเทพเชื่อมต่อบัตรสมาชิกหนูด่วนพลัสเชื่อมต่อบัตรโดยสารรถโดยสารด่วนพิเศษ สายสาทร-ราชพฤกษ์เชื่อมต่อบัตรสมาชิกหนูด่วนพลัส กรณีที่ใช้บริการของรถโดยสารด่วนพิเศษ สายสาทร-ราชพฤกษ์ไม่สามารถสะสมคะแนนได้
  2. บัตรโดยสารบีทีเอสสมาร์ทพาส (BTS Smart Pass) เชื่อมต่อบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพเชื่อมต่อบัตรสมาชิกหนูด่วนพลัสเชื่อมต่อบัตรโดยสารรถโดยสารด่วนพิเศษ สายสาทร-ราชพฤกษ์เชื่อมต่อบัตรสมาชิกหนูด่วนพลัส กรณีที่ใช้บริการของรถโดยสารด่วนพิเศษ สายสาทร-ราชพฤกษ์ไม่สามารถสะสมคะแนนได้
  3. บัตรโดยสารบีทีเอสสมาร์ทพาส (BTS Smart Pass) เชื่อมต่อบัตรโดยสารรถโดยสารด่วนพิเศษ สายสาทร-ราชพฤกษ์เชื่อมต่อบัตรสมาชิกหนูด่วนพลัส กรณีที่ใช้บริการของรถโดยสารด่วนพิเศษ สายสาทร-ราชพฤกษ์ไม่สามารถสะสมคะแนนได้
  4. บัตรสมาชิก Abstract ที่เป็นบัตรโดยสารบีทีเอสสมาร์ทพาส (BTS Smart Pass) ชนิดพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อคอนโด Abstract ทั้งพหลโยธินพาร์ค และสุขุมวิทพาร์คซึ่งเป็นอาคารอสังหาริมทรัพย์ในเครือบริษัทบีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) โดยมีสิทธินั่งรถไฟฟ้าบีทีเอสได้ฟรี 10 ปีใน 30 สถานีปัจจุบัน ไม่สามารถใช้เดินทางในระบบรถโดยสารด่วนพิเศษ สายสาทร-ราชพฤกษ์ได้ และไม่สามารถเชื่อมต่อกับบัตรหนูด่วนพลัสได้ [9]

นอกจากนี้ บริษัท บางกอกสมาร์ทการ์ดซิสเทม จำกัด ที่เป็นบริษัทในเครือบีทีเอสกรุ๊ป จะทำการเปิดตัวบัตรโดยสาร BSS Smartcard ที่เป็นบัตรโดยสารบีทีเอสสมาร์ทพาสเดิมที่สามารถเชื่อมต่อกับบัตรโดยสารของรถไฟฟ้ามหานครของรัฐบาลได้โดยความร่วมมือระหว่างบริษัท บางกอกสมาร์ทการ์ดซิสเทม จำกัด และบริษัท รถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) นอกจากนี้ยังสามารถใช้เป็นบัตรเงินสดในการซื้อสินค้ากับร้านค้าที่ร่วมรายการ และระบบขนส่งมวลชนอื่นๆ ได้อีกด้วย โดยบัตร BSS Smart Card จะมีให้เลือกทั้งบัตรโดยสารสำหรับบุคคลธรรมดา, บัตรโดยสารสำหรับนักเรียน นักศึกษา และ บัตรโดยสารสำหรับเด็กและผู้สูงอายุ เป็นต้น

บัตรสมาชิก

รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา เปิดบริการให้บัตรสมาชิกฟรีกับประชาชนที่ใช้บริการในรูปแบบบัตรสะสมคะแนนในนาม บัตรหนูด่วน พลัส ซึ่งสามารถใช้บัตรรับส่วนลด 50 บาท ในการโดยสารเมื่อโดยสารครบ 1,000 คะแนนขึ้นไปซึ่ง 1คะแนนจะได้ต่อเมื่อชำระค่าเดินทาง 1 บาท จึงเท่ากับว่ารถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา จะให้ส่วนลดร้อยละ 5 ทุกครั้งที่ชำระค่าเดินทางครบ 1000 บาท หรือใช้บัตรรับส่วนลดจากร้านค้าต่าง ๆ รวมถึงโรงพยาบาล โรงเรียนสอนพิเศษ [10]ที่ร่วมรายการซึ่งผู้ใช้บริการจำเป็นต้องแสดงบัตรหนูด่วน พลัสก่อนใช้บริการโดยร้านค้าที่ร่วมรายการจะติดสติ๊กเตอร์หนูด่วน ชวนแวะเงื่อนไขการส่วนลดเป็นไปตามร้านค้านั้น ๆ กำหนด หรือใช้คะแนนแลกซื้อสินค้าต่าง ๆ หรือได้สินค้านั้น ๆ ฟรี อาทิ ตํ๋วดูหนัง ผู้มีสิทธิรับบัตรหนูด่วน พลัสจำเป็นต้องใช้บัตรโดยสารบีทีเอสสมาร์ทพาส (BTS Smart Pass) เท่านั้น โดยไม่จำกัดสัญชาติของผู้มีสิทธิรับบัตร

การส่งเสริมการขายร่วมกับพันธมิตรทางธุรกิจ[แก้]

รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ให้บริการตรวจสุขภาพฟรี หรือรู้จักกันในคลินิกลอยฟ้าเฉลิมพระเกียรติ และยังมีความร่วมมือกับโรงพยาบาลเปาโล เมโมเรียล (สะพานควาย) ในการให้บริการตรวจเลือดฟรีหรือตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจฟรีอย่างใดอย่างหนึ่งเมื่อเดิมเงินในบัตรเดินทางตามจำนวนที่บริษัทกำหนด (ที่ผ่านมา 300 บาท) ในบัตรเดินทางประเภท (BTS Rabbit) เท่านั้น ซึ่งทั้งสองโครงการมีปีละครั้ง

รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ให้บริการส่วนลดร้านค้าอื่น ๆ ตามประกาศของธนาคารกรุงเทพ สำหรับผู้ที่ใช้บัตรเดบิตและบัตรเครดิต ธนาคารกรุงเทพที่ใช้ร่วมกับบัตรเดินทางประเภท (BTS Rabbit) รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา เท่านั้นโดยจะประกาศเป็นช่วงระยะเวลาเช่นเดียวกัน

การสนับสนุนภาครัฐ[แก้]

การสนับสนุนภาครัฐของรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษามีความเหมือนกับรถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคลทุกประการยกเว้นไม่มีได้มีรายการรู้รักภาษาไทยในขบวนรถ อย่างไรก็ดีได้มีบริการข่าวสารจากเครือเนชั่น วอยซ์ทีวี และสปริงนิวส์ ทั้งบนรถและชานชาลาสถานีรถไฟแทน

คนพิการ[แก้]

ในส่วนการดำเนินการเพื่อคนพิการมีความแตกต่างกันบ้างเนื่องจากรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาสงวนสิทธิ์คนพิการในการเปลี่ยนสถานีกลางคัน(ห้ามเปลี่ยนสถานี)และมีตั๋วให้ทุกครั้งที่ใช้บริการพร้อมเลขที่กำกับตั๋ว ซึ่งต้องให้คนพิการลงนามกำกับทุกครั้งและเจ้าพนักงานของรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาต้องเซ็นกำกับที่ตั๋วทุกครั้งและอาจต้องแสดงตั๋วกับพนักงานรักษาความปลอดภัยก่อนออกจากสถานีต้นทาง เมื่อถึงที่หมายจะมีเจ้าพนักงานหรือพนักงานรักษาความปลอดภัยคอยรับตั๋วบริเวณทางออกซึ่งเจ้าพนักงานมีอำนาจในการเปิดหรือปิดประตูต้องเป็นเจ้าพนักงานของรถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาเท่านั้น การดำเนินการทั้งหมดจึงใช้เวลามากกว่ารถไฟฟ้ามหานคร สายเฉลิมรัชมงคลสำหรับในขาไปโดย ณ ปัจจุบันตั๋วมีสี่สีคือสีฟ้าออกที่สถานีกรุงธนบุรี ตั๋วสีน้ำตาลออกที่สถานีสยามตั๋วสีม่วงออกที่สถานีหมอชิต และตั๋วสีเขียวใช้กับสถานีทั่วไป เที่ยวบีทีเอสกับคนพิการ

ความปลอดภัย[แก้]

เว็บไซต์ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพระบุว่า รถไฟฟ้าบีทีเอสมีความปลอดภัยสูง นับตั้งแต่วันแรกที่เปิดให้บริการจนถึงปัจจุบัน ไม่พบว่ามีรายงานอุบัติเหตุร้ายแรงที่ส่งผลกระทบต่อผู้โดยสาร[11][ต้องการแหล่งอ้างอิงดีกว่านี้] บริษัทฯ คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้โดยสารจึงพิถีพิถันตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบ และการเลือกใช้วัสดุ รวมถึงจัดเตรียมอุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉินไว้ในขบวนรถและบนสถานี รวมถึงจัดเตรียมมาตรการตรวจสอบ การซ่อมบำรุง การปรับปรุงพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังจัดทำคู่มือการใช้ระบบอย่างปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร

ปัจจุบันรถไฟฟ้าบีทีเอสได้พัฒนาเข้าสู่ระบบการจัดการความปลอดภัย (Safety Management System) ตามมาตรฐาน BPM (Best Practice Model) ของ Lloyd Register Rail ซึ่งเป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านการขนส่งระบบราง และได้เข้าสู่ระบบการจัดการอาชีวอนามัยและความปลอดภัย (OHSAS 18001) ซึ่งทั้งหมดนี้เพื่อมาตรฐานสูงสุดในการให้บริการ และมอบความปลอดภัยสูงสุดแก่ผู้โดยสารทุกครั้งที่มาใช้บริการ[12]

ความปลอดภัยในการเดินรถ[แก้]

ในการเดินรถปกติ รถไฟฟ้าทุกขบวนจะใช้ระบบควบคุมรถอัตโนมัติ (Automatic Train Control: ATC) ซึ่งอยู่ภายใต้ระบบการเดินรถไฟฟ้าอัตโนมัติ (Automatic Train Operation: ATO) ที่ความเร็วจำกัดไม่เกิน 80 กม./ชม. และมีระบบป้องกันความผิดพลาดของการเดินรถ (Automatic Train Protection: ATP) เป็นระบบควบคุมระยะห่างระหว่างขบวนรถให้อยู่ในระยะที่ปลอดภัย รวมถึงควบคุมความเร็วของขบวนรถให้อยู่ในระดับที่ปลอดภัย

ความปลอดภัยในขบวนรถ[แก้]

ห้องโดยสารของรถไฟฟ้าบีทีเอสได้รับการออกแบบไม่ให้มีส่วนแหลมคม เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแก่ผู้โดยสาร และใช้วัสดุที่ไม่ก่อให้เกิดควันพิษ และยากต่อการลุกลามเมื่อเกิดเพลิงไหม้ ในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉินในขบวนรถ เช่น เพลิงไหม้ ผู้โดยสารเจ็บป่วยกระทันหัน หรือเหตุฉุกเฉินอื่นๆ ผู้โดยสารสามารถติดต่อเพื่อแจ้งเหตุแก่พนักงานควบคุมรถไฟฟ้าโดยกดปุ่มรูปกระดิ่งสีเหลือง ที่ติดตั้งไว้บริเวณประตูรถไฟฟ้า

ความปลอดภัยบนสถานี[แก้]

โครงสร้างของสถานีได้รับการออกแบบและก่อสร้างภายใต้พระราชบัญญัติควบคุมอาคารและมาตรฐาน NFPA 130 ว่าด้วยการขนส่งมวลชนระบบราง และได้ติดตั้งระบบป้องกันและระงับเหตุเพลิงไหม้ภายใต้มาตรฐาน NFPA (National Fire Protection Association) ได้แก่ ถังดับเพลิง, สายฉีดน้ำดับเพลิง และระบบฉีดน้ำดับเพลิงอัตโนมัติ ครอบคลุมพื้นที่ของสถานี รวมทั้ง ติดตั้งระบบไฟฟ้าและระบบสายล่อฟ้าภายใต้มาตรฐานของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (สสวท) และได้ติดตั้งปุ่มหยุดรถไฟฟ้าฉุกเฉิน (กล่องสีเหลือง) เพื่อใช้หยุดการเคลื่อนที่ของรถไฟฟ้า ไม่ให้เข้าหรือออกจากสถานีในกรณีฉุกเฉิน เช่น มีผู้โดยสารพลัดตกลงราง

ระบบรักษาความปลอดภัยของรถไฟฟ้าบีทีเอส[แก้]

รถไฟฟ้าบีทีเอสเล็งเห็นถึงความสำคัญในเรื่องของการรักษาความปลอดภัยภายในระบบ โดยได้กำหนดมาตรการการรักษาความปลอดภัยให้สอดคล้องกับนโยบายด้านคุณภาพ ความปลอดภัย และการรักษาความปลอดภัยตามมาตรฐาน ISO9001 : 2008 โดยได้แบ่งการบริหารจัดการงานรักษาความปลอดภัยออกเป็น 2 ด้าน ได้แก่

1. ด้านบุคลากร

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย

รถไฟฟ้าบีทีเอสได้จัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย รวมทั้งสิ้น 394 คน ต่อวัน ปฏิบัติหน้าที่บนสถานีรถไฟฟ้าทั้ง 34 สถานี ที่อาคารศูนย์บริหารและควบคุมการเดินรถไฟฟ้า โรงจอดและซ่อมบำรุง และลานจอดรถหมอชิต แบ่งการปฏิบัติหน้าที่เป็น 2 ผลัด ผลัดละ 10-12 ชั่วโมง โดยจัดเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยประจำสถานีละ 4 ถึง 10 คน (ขึ้นอยู่กับปริมาณผู้โดยสารที่มาใช้บริการ) ประจำบนชั้นชานชาลาฝั่งละ 1 คน ตลอดเวลาให้บริการ และบริเวณประตูอัตโนมัติบนชั้นจำหน่ายตั๋ว ฝั่งละ 1 คน ทั้งนี้ ในช่วงเวลากลางวันจะมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยหญิงสถานีละ 1 คน คอยให้ความช่วยเหลือผู้โดยสารที่เป็นสุภาพสตรีในกรณีต่างๆ เช่น คอยอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือผู้โดยสารที่เป็นสุภาพสตรีที่เป็นลมหมดสติ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่ปกติ จะเพิ่มจำนวนเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย เพื่อคอยตรวจตราความเรียบร้อยในขบวนรถไฟฟ้า

การฝึกอบรม

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยทุกคน จะต้องผ่านการฝึกอบรม เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจพื้นฐานด้านการรักษาความปลอดภัย รวมทั้ง ต้องผ่านการอบรบพิเศษเกี่ยวกับระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส และวิธีใช้อุปกรณ์ด้านความปลอดภัยภายในระบบ นอกจากนี้ ยังมีการฝึกอบรมความรู้พิเศษอื่นๆ เพิ่ม เช่น วิธีช่วยเหลือนำทางคนตาบอด รวมทั้ง เข้าร่วมการฝึกซ้อมแผนฉุกเฉินกับหน่วยงานภายนอกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุก 6 เดือน ทั้งนี้เพื่อเป็นประโยชน์ในการให้ความช่วยเหลือผู้โดยสาร

การสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอก

นอกจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ปฏิบัติหน้าที่ดูแลความปลอดภัยแก่ผู้โดยสารในระบบแล้ว รถไฟฟ้าบีทีเอส ยังได้รับการสนับสนุนกำลังเจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ดังนี้

1. เจ้าหน้าที่ตำรวจและสุนัขตำรวจ (เจ้าหน้าที่ตำรวจ 2 นาย สุนัขตำรวจ 2 ตัว) จากงานตรวจพิสูจน์ กองกำกับการ 5 กองบังคับการตำรวจปฏิบัติการพิเศษ ปฏิบัติหน้าที่ตรวจหาวัตถุระเบิดในระบบ

2. เจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จากกองกำกับการ 2 ศูนย์สืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ปฏิบัติหน้าที่จับกุมผู้ต้องสงสัยหรือมิจฉาชีพชาวต่างชาติที่หลบหนีเข้าเมืองอย่างผิดกฎหมาย

นอกจากนี้ รถไฟฟ้าบีทีเอสยังได้เตรียมพร้อมในการประสานงานเพื่อขอกำลังสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกเพิ่มเติม ดังนี้ ตำรวจนครบาลท้องที่ (ที่ใกล้เคียงสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส) สำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กลุ่มงานเก็บกู้และตรวจพิสูจน์วัตถุระเบิด ศูนย์กู้ชีพเอราวัณ โรงพยาบาลเลิศสิน โรงพยาบาลราชวิถี โรงพยาบาลกลาง ศูนย์หัวเฉียวพิทักษ์ชีพ โรงพยาบาลหัวเฉียว และกองพันทหารม้าที่ 1 รักษาพระองค์ (พล.ม. 2 รอ.)[13]

2. ด้านอุปกรณ์

เครื่องตรวจวัตถุโลหะ (Metal Detector/ Guard Scan) ใช้ตรวจหาวัตถุที่มีส่วนประกอบของโลหะ โดยได้ตั้งจุดตรวจไว้ที่ชั้นจำหน่ายตั๋วในเขตชำระเงิน บริเวณใกล้ประตูอัตโนมัติทั้ง 2 ฝั่ง ทุกสถานีใช้สุ่มตรวจกระเป๋าหรือสัมภาระของผู้โดยสาร เพื่อป้องปรามการก่ออาชญากรรมหรือการก่อวินาศกรรมในระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส

ระบบตรวจการณ์ (Patrol Management System) รถไฟฟ้าบีทีเอส ได้นำชุดอุปกรณ์อิเลกทรอนิกส์ ประกอบด้วย แท่งตรวจการณ์ (Patrol Stick) และจุดตรวจ (Patrol Checker) มาช่วยเสริมประสิทธิภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย โดยให้เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแต่ละคนตรวจตราความเรียบร้อยของพื้นที่ตามเวลาและจุดตรวจที่กำหนดทั่วทั้งสถานี แล้วรายงานความเรียบร้อย หลังจากนั้นจะนำข้อมูลจากแท่งตรวจการมาประมวลผล เพื่อตรวจสอบรายงานการเดินตรวจการณ์ของเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยแต่ละคน

ระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (Closed Circuit Television System หรือ CCTV System) รถไฟฟ้าบีทีเอสได้ติดตั้งระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิดครอบคลุมพื้นที่สถานี อาคารศูนย์บริหารและควบคุมการเดินรถไฟฟ้า และโรงจอดและซ่อมบำรุง รวมทั้งสิ้น 1,507 ตัว (ข้อมูล ณ เดือนธันวาคม 2556) โดยมีศูนย์เฝ้าระวังและรักษาความปลอดภัย (CCTV Security Center) อยู่ที่สถานีสยาม ซึ่งมีพนักงานปฏิบัติหน้าที่ประจำศูนย์ฯ ดูแลความปลอดภัยของผู้โดยสารตลอดเวลาเปิดให้บริการ ทั้งนี้ เมื่อตรวจพบวัตถุหรือบุคคลต้องสงสัย จะประสานงานไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการทันที และสามารถย้อนดูภาพที่บันทึกไว้ได้ประมาณ 14 วัน

อุปกรณ์ตรวจวัตถุใต้ท้องรถ (Under Vehicle Search Mirror) ใช้ตรวจรถยนต์ทุกคันที่เข้าพื้นที่โรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า เพื่อป้องปรามการก่ออาชญากรรม หรือการก่อวินาศกรรม โดยจุดตรวจจะอยู่บริเวณทางเข้าโรงจอดและซ่อมบำรุงรถไฟฟ้า[14]

การตรวจค้นกระเป๋า[แก้]

อาศัยอำนาจตาม พ.ร.บ.การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2543 มาตรา 63 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญามีหน้าที่รักษาความปลอดภัยและความสงบเรียบร้อยในเขตระบบไฟฟ้าตามกฎกระทรวงหรือตามที่ผู้ว่าการมอบหมาย และให้มีอำนาจดังต่อไปนี้ 1.ค้นหรือจับกุมผู้กระทำความผิดซึ่งหน้าตามพระราชบัญญัตินี้ เพื่อส่งให้พนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจดำเนินคดีตามกฎหมาย[15]พนักงานเจ้าหน้าที่รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษาจึงมีอำนาจตามกฎหมายดังกล่าว ทั้งนี้อาศัยอำนาจตาม ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 93 การตรวจค้นสิ่งของในความครอบครองของบุคคลในที่สาธารณะจะกระทำไม่ได้เลย เว้นแต่เจ้าพนักงานปกครองหรือตำรวจเป็นผู้ค้นเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด[16]
เจ้าหน้าที่ รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญาจึงอาศัยอำนาจตามมาตรา 93 ตรวจค้นบุคคลเมื่อมีเหตุอันควรสงสัยว่าบุคคลนั้นมีสิ่งของในความครอบครองเพื่อจะใช้ในการกระทำความผิด หรือซึ่งได้มาโดยการกระทำความผิดหรือซึ่งมีไว้เป็นความผิด [17]

ประตูกั้นชานชาลา[แก้]

รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา มีการติดตั้งประตูกั้นชานชาลาตั้งแต่ปี 2556 โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะป้องกันไม่ให้ผู้โดยสารพลัดตกจากชานชาลา เป็นประตูแบบ Half Height Platform Screen Door หรือประตูครึ่งบาน โดยเป็นรั้วสูง 1.50 เมตร บริเวณขอบชานชาลาของสถานีรถไฟฟ้า งบลงทุน 600 ล้านบาท เพื่อจัดระเบียบการขึ้นลงรถไฟฟ้าบีทีเอสให้มีความปลอดภัยมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันมีผู้โดยสารสูงสุด 7 แสนคนต่อวัน ทำให้เกิดความแออัดและหนาแน่นบริเวณทางเข้­าออกของประตูรถไฟฟ้า โดยสถานีที่นำร่องก่อนคือสถานีสยาม[18]

รายชื่อสถานีที่มีการติดตั้งประตูกั้นชานชาลา มีดังนี้ สยาม อโศก อ่อนนุช พญาไท อนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ศาลาแดง ชิดลม พร้อมพงษ์ และช่องนนทรี[ต้องการอ้างอิง]

แต่หลังจากเปิดทดสอบได้ไม่นานก็เกิดปัญหาทำให้ระบบควบคุมหลักไม่สามารถใช้การได้ในวันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556 ซึ่งสาเหตุมาจากการที่ระบบควบคุมชุดประตู ไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบควบคุมการเดินรถได้ และทำให้ระบบควบคุมการเดินรถทั้งหมดมีปัญหา เบื้องต้นบีทีเอสได้หารือกับบอมบาร์ดิเอร์และได้ข้อสรุปที่ตรงกันว่า จะยุติการทดสอบการใช้งานประตูกั้นชานชาลาก่อน เพื่อหาทางแก้ไขไม่ให้การเชื่อมต่อกับระบบประตูนั้น ทำให้ระบบรถไฟฟ้าล่มอีกเป็นครั้งที่สอง

บริการอื่น[แก้]

รถไฟฟ้าเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบพระชนมพรรษา ให้บริการโทรทัศน์บนรถไฟฟ้าบีทีเอส ทุกเที่ยว และบริการศูนย์บริการนักท่องเที่ยว (BTS Tourist Information Centers) ที่บริเวณ สถานีสยาม สถานีพญาไท สถานีสะพานตากสิน และบริการ จุดบริการด่วนมหานคร (BMA Express Service) ซึ่งเป็นบริการของกรุงเทพมหานคร ที่ สถานีสยาม, สถานีหมอชิต,สถานีพร้อมพงษ์[19]ในการออกบัตรประชาชน

สถิติผู้ใช้บริการ[แก้]

เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2551 ในโอกาสที่เปิดบริการมาครบ 9 ปี ปรากฏว่า มียอดมีผู้ใช้บริการตั้งแต่เปิดให้บริการ 972,034,298 เที่ยว มีผู้โดยสารใช้บริการรถไฟฟ้าเฉลี่ยวันทำการ 424,369 เที่ยวต่อวัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.6% โดยในปี 2551 นี้มีผู้ใช้บริการสูงสุดเมื่อวันที่ 3 ตุลาคม พ.ศ. 2551 จำนวน 497,390 เที่ยว [20] และในเดือนมีนาคม พ.ศ. 2554 มี​ผู้โดยสาร​ใช้​บริการ​รถไฟ​ฟ้า​เฉลี่ย​ใน​วัน​ทำ​การ​สร้าง​สถิติ​ใหม่​สูง​สุด​เท่ากับ 509,106 เที่ยว​/คน [21]

และผลดำเนินงานบริการรถไฟฟ้าบีทีเอสในรอบบัญชี เมษายน 2554 ถึง มีนาคม 2555 มียอดผู้ใช้บริการทั้งสิ้น 176,028,556 เที่ยวคน เพิ่มขึ้นจากงวดปีที่ผ่านมา 21.24% และเมื่อพิจารณาจากผู้โดยสารเฉลี่ยต่อวันภาพรวมปรับตัวสูงขึ้น 18.26% เป็น 480,952 เที่ยวคน ซึ่งวันที่ 30 มีนาคม 2555 นับว่าเป็นวันที่ทุบสถิติสูงที่สุดนับตั้งแต่เปิดให้บริการมา มีผู้มาใช้บริการถึง 714,575 เที่ยวคน[22] ปัจจุบันรถไฟฟ้าบีทีเอสมียอดผู้โดยสารสะสมครบ 2,000 ล้านคนไปเป็นที่เรียบร้อย เมื่อวันที่ 4 กันยายน พ.ศ. 2557 หลังเริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนธันวาคม พ.ศ. 2542 ซึ่งใช้เวลาทั้งหมด 14 ปี 9 เดือน

สถานีสยาม เป็นสถานีที่มีผู้โดยสารมาใช้บริการมากที่สุด จำนวน 112,600 เที่ยวคน/วัน
10 อันดับสถานีที่มีผู้ใช้บริการสูงสุด [23]
ที่ สถานี จำนวน (เที่ยวคน/วัน)
1 สยาม 112,600
2 อโศก 85,100
3 หมอชิต 79,500
4 อนุสาวรีย์ชัยฯ 79,000
5 ศาลาแดง 52,900
6 อ่อนนุช 52,600
7 ชิดลม 47,300
8 พญาไท 42,800
9 แบริ่ง 41,400
10 พร้อมพงษ์ 39,600

สถิติผู้ใช้บริการ [24][แก้]

ปี ยอดผู้โดยสารรวม ยอดผู้โดยสารเฉลี่ยรายวัน
1999 4,585,743 169,842
2000 55,092,671 150,469
2001 74,025,652 202,685
2002 93,493,981 256,033
2003 102,348,697 280,379
2004 115,681,448 316,068
2005 127,350,084 348,795
2006 140,048,849 383,635
2007 132,070,502 361,977
2008 136,350,007 372,551
2009 140,957,969 386,145
2010 143,102,971 392,376
2011 167,348,070 458,275
2012 194,113,068 530,422
2013 208,764,971 571,855
2014 219,422,367 598,984
2015 229,853,593 629,218
2016 237,047,435 647,752
2017 (มกรา - เมษา) 78,257,799 638,934

อุบัติเหตุและความขัดข้อง[แก้]

  • วันที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2553 เวลา 7.40 น. นางจิราภรณ์ เกียรติชูศักดิ์ อายุ 49 ปี สะดุดร่วงตกลงไปในรางรถไฟฟ้าบนสถานีหมอชิต เนื่องจากนางจิราภรณ์รีบก้าวล้ำไปก่อน ทำให้พลาดสะดุดพื้นเซตกลงไปในรางตัดหน้าขบวนรถไฟฟ้าที่แล่นเข้ามา ในระหว่างเกิดเหตุได้ปิดการเดินรถเป็นการชั่วคราวระหว่างสถานีหมอชิตและสถานีสะพานควาย เป็นเวลา 30 นาที จากนั้นจึงเปิดให้บริการตามปกติในเวลา 08.18 น. หลังจากอุบัติเหตุครั้งนี้ ทางบีทีเอสจึงเพิ่มมาตรการความปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร[25]
  • วันที่ 27 เมษายน พ.ศ. 2553[26] รถไฟฟ้าบีทีเอส ได้ประกาศปิดทำการทั้งสายเป็นเวลา 1 วัน เนื่องจากมีเหตุการณ์กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติได้นำยางรถยนต์ไปวางบนสถานีรถไฟฟ้าชิดลม จึงประกาศหยุดเดินรถ บริษัทจึงดำเนินการฟ้องร้อง โดยอาศัยอำนาจตาม พระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๘๑ [27]
  • วันที่ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2554[28]รถไฟฟ้าสายสุขุมวิทเกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถให้บริการได้ในเส้นทางระหว่างสถานีอโศกถึงสถานีอ่อนนุช เนื่องจากทำการเปลี่ยนระบบอาณัติสัญญาณรถไฟใหม่จากของบริษัทซีเมนส์ เป็นของบริษัทบอมบาร์ดิเอร์ และในวันถัดมา[29]รถไฟฟ้าสายสีลมก็เกิดเหตุขัดข้องไม่สามารถให้บริการได้ในช่วงเวลาระหว่าง 7.20 - 9.30 น. เนื่องด้วยเหตุผลประการเดียวกัน
  • วันที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2554 เวลา 9.30 น.[30] ร.ต.ท. สากล คำยิ่งยง ร้อยเวร สถานีตำรวจนครบาลพญาไท ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลราชวิถีว่า มีนักเรียนถูกแทงได้รับบาดเจ็บ โดยเมื่อไปถึงพบเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรถไฟฟ้าบีทีเอส ควบคุมตัวนายธิติวัฒน์ วงศ์เสาร์ อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปี 1 แผนกวิศวกรรมเครื่องกล สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ซึ่งเป็นคนร้าย จึงควบคุมตัวมาดำเนินคดี ส่วนคนเจ็บทราบชื่อคือ นายกิติพัฒน์ ศิริเดชชัย อายุ 20 ปี เป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี มีบาดแผลถูกแทงเข้าบริเวณช่องท้องด้านซ้าย แพทย์ผ่าตัดรักษาอาการจนพ้นขีดอันตราย
  • วันที่ 16 มีนาคม พ.ศ. 2555 เวลา 19.15 น.[31] เกิดเหตุทะเลาะวิวาทระหว่างชาวต่างชาติกับพนักงานรักษาความปลอดภัยบนสถานีพร้อมพงษ์ โดยเจ้าหน้าที่ รปภ. ของสถานีรถไฟฟ้าบีทีเอส พยายามขัดขวางและเข้าแย่งลูกโป่งสวรรค์ 4 ลูก จากชายชาวต่างชาติคนหนึ่ง ที่เดินถือผ่านช่องเสียบบัตรเข้าไปด้านในสถานีแต่ไม่สำเร็จ จึงได้เดินฝ่าเหล็กกั้นช่องทางสำหรับผู้พิการเข้าไปพร้อมกับลูกโป่งสวรรค์ ทำให้ รปภ.ต้องเข้าห้ามปราม โดยสุดท้าย ชายชาวต่างชาติและเจ้าหน้าที่รปภ. ต่างได้รับบาดเจ็บทั้งสองฝ่าย
  • วันที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2556 เวลา 03.00 น.[32]เกิดเหตุขัดข้องในระบบการควบคุมการเดินรถหลัก หลังจากที่ได้เริ่มทดสอบระบบประตูอัตโนมัติกั้นขอบชานชาลาในสถานีพร้อมพงษ์ และทำให้ระบบล่มลงในเวลาต่อมา ทำให้รถไฟฟ้าบีทีเอสไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติตั้งแต่เวลา 6.00 น. - 11.00 น. และระบบขัดข้องอีกครั้งในส่วนชิดลม-ปุณณวิถีในเวลา 12.30 น. ก่อนที่ระบบจะเป็นปกติโดยสมบูรณ์ในเวลา 14.00 น. ซึ่งใช้เวลาในการแก้ไขปัญหานี้ทั้งหมด 11 ชั่วโมง โดยเหตุการณ์นี้สร้างความเสียหายให้กับผู้โดยสารและบีทีเอสพอสมควร
  • มกราคม พ.ศ. 2557 รถไฟฟ้าบีทีเอสประกาศปิดให้บริการในบางสถานีเนื่องจากเหตุการณ์กลุ่ม กปปส. เข้าชัตดาวน์กรุงเทพมหานคร โดยสถานีที่ปิดคือ อโศก นานา เพลินจิต ชิดลม สนามกีฬาแห่งชาติ ราชดำริ ศาลาแดง และสยาม (ไม่ให้ผู้โดยสารออกจากสถานี แต่เปลี่ยนสายได้) และจากเหตุนี้ทำให้บีทีเอสต้องปรับวิธีการเดินรถใหม่คือจากพร้อมพงษ์จะมุ่งตรงไปสยามโดยไม่จอดรายทาง และจากช่องนนทรีมุ่งตรงไปราชดำริ เพื่อให้ผู้โดยสารเปลี่ยนขบวนรถเข้าสถานีสยามต่อไป
  • วันที่ 19 สิงหาคม พ.ศ. 2557 เวลา 08.15 น.[33] เกิดเหตุหญิงสาวเป็นลมตกลงไปในรางที่สถานีหมอชิต แต่ขณะเกิดเหตุ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยสามารถช่วยเหลือได้ทันด้วยการกดปุ่มหยุดรถฉุกเฉิน และตัดกระแสไฟฟ้าภายในบริเวณสถานีเพื่อลงไปช่วยเหลือ ภายหลังทราบว่าเป็นผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 โดยเธอรู้สึกตัวอีกทีคือถูกหามส่งโรงพยาบาลไปแล้ว เหตุการณ์นี้นับเป็นเหตุการณ์ครั้งที่สองที่มีผู้โดยสารตกลงไปในชานชาลา และจากเหตุการณ์นี้ทำให้บีทีเอสตัดสินใจเข้าปรึกษาเรื่องการติดตั้งประตูกั้นชานชาลาเพิ่มเติมกับกรุงเทพมหานคร
  • วันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559 เวลา 05.00 น.[34] เกิดเหตุขัดข้องบริเวณจุดสับรางรถไฟฟ้าช่วงสถานีชิดลมมุ่งหน้าเข้าสถานีสยาม ทำให้รถไฟฟ้าไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติในสายสุขุมวิท โดยบีทีเอสได้จัดรถวิ่งเป็นสี่ช่วง คือช่วงแบริ่ง-สยาม-แบริ่ง หมอชิต-สยาม-หมอชิต หมอชิต-บางหว้า-หมอชิต และ สนามกีฬาแห่งชาติ-สยาม-สนามกีฬาแห่งชาติ ความถี่ 5-10 นาทีต่อคัน โดยผู้โดยสารต้องเปลี่ยนขบวนรถที่สถานีสยามเพื่อเดินทางไปยังสถานีปลายทาง ต่อมาดร.อาณัติ อาภาภิรม ได้ออกแถลงว่าปัญหาดังกล่าวเกิดจากการที่จุดสับรางรถไฟฟ้าบริเวณดังกล่าวเสียหาย การซ่อมแซมจำเป็นต้องตัดกระแสไฟฟ้าเพื่อเปลี่ยนยกชุด ดังนั้นบีทีเอสซีจะดำเนินการซ่อมแซมภายในคืนวันที่ 24 กุมภาพันธ์หลังปิดให้บริการ และจำเป็นต้องให้บริการรถตามแผนการเดินรถฉุกเฉินทั้งวันจนถึงเวลาปิดให้บริการ จากเหตุการณ์นี้ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของบีทีเอสซีอย่างหนัก รวมถึงกรณีที่อายุของโครงการเริ่มเข้าใกล้ 20 ปี จึงถูกให้ความเห็นอย่างหนักว่าถึงเวลาที่บีทีเอสซีต้องสั่งซื้อขบวนรถใหม่ยกชุดแล้วหรือยัง

ข่าวลือเกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อสถานี[แก้]

ในช่วงบ่ายของวันที่ 26 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ทางเว็บไซต์ของนิตยสาร Positioning Magazine[35] ได้มีการลงบทความทางหน้าเว็บไซต์เกี่ยวกับการเปลี่ยนชื่อ "สถานีพร้อมพงษ์" เดิม เป็น "เอ็ม ดิสทริค สเตชัน" (Em District Station) ทั้งนี้ภายในเวลาต่อมาภายในวันเดียวกัน ทางบริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ได้ออกมาชี้แจงต่อสื่อ[36] ว่าไม่มีนโยบายการเปลี่ยนแปลงชื่อสถานีพร้อมพงษ์ตามที่ได้เป็นข่าวออกมาก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางกลุ่มเชื่อว่า[ต้องการอ้างอิง]การปล่อยข่าวลือดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการโฆษณาของห้างสรรพสินค้าเอ็มควอเทียร์ ของกลุ่มเดอะมอลล์ ที่มีกำหนดการเปิดให้บริการในอีกไม่กี่วันหลังจากเหตุการณ์ข่าวลือ เพื่อให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์และที่พูดถึงในวงกว้างจากประชาชน[ต้องการอ้างอิง]

อ้างอิง[แก้]

  1. บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) (31 มีนาคม พ.ศ. 2560). ข้อมูลที่สำคัญอื่น - แบบแสดงรายการข้อมูลประจำปี (แบบ 56-1) สำหรับรอบระยะเวลาบัญชีสิ้นสุดวันที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2560 บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิงส์ จำกัด (มหาชน) (ใน ไทย). สืบค้นเมื่อ 15 สิงหาคม 2560. 
  2. จุดวิกฤตก่อสร้าง บีทีเอส ปี 2541 หมดวาสนาเห็นรถไพฟ้า นิตยสารผู้จัดการ กรกฎาคม 2538
  3. ยื้อสรุปบริหารเดินรถไฟฟ้าสายสีเขียว "สุพจน์"แบะท่ารฟม.เหมาะสมกว่ากทม.
  4. http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1339415835&grpid=03&catid=&subcatid=
  5. http://www.showdee.com/12137-พท.แฉต่อสัญญาBTSทำกทม.สูญ6.4พันล
  6. http://manager.co.th/Qol/ViewNews.aspx?NewsID=9550000077990
  7. http://www.bts.co.th/corporate/th/01-about-history.aspx ประวัติความเป็นมา
  8. ประกาศปรับเปลี่ยนโปรโมชั่นของบัตรโดยสารสมาร์ทพาส ประเภท 30 วัน
  9. http://www.kobkid.com/forum/index.php/forum/show/13.2713
  10. http://www.bts.co.th/NuduanRecommends/index.html
  11. http://www.bts.co.th/corporate/th/02-system-safety.aspx
  12. http://www.bts.co.th/corporate/th/02-system-safety.aspx
  13. http://www.bts.co.th/corporate/th/02-system-security01.aspx
  14. http://www.bts.co.th/corporate/th/02-system-security02.aspx
  15. http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538973876&Ntype=19
  16. http://www.kodmhai.com/m2/m2-3/m3-91-105.html
  17. http://ilaw.or.th/node/673
  18. BTS เตรียมติดรั้วชานชาลารถไฟฟ้า
  19. http://www.bts.co.th/th/wbr_view.asp?id=153436
  20. http://www.skyscrapercity.com/showthread.php?t=514835&page=38 บีทีเอสเล็งลงทุนส่วนต่อขยายรถไฟฟ้าทุกเส้น
  21. http://www.thairath.co.th/content/eco/176151
  22. http://www.ryt9.com/s/iq05/1399682 BTS ​เผย​เม.ย.54-มี.ค.55ยอด​ผู้​ใช้รถ​ไฟฟ้า​โต 21.2%,​เตรียมรับมอบขบวนรถ​เพิ่ม
  23. http://www.prachachat.net/news_detail.php?newsid=1339485497&grpid=09&catid=no&subcatid=0000
  24. http://bts.listedcompany.com/bts_ridership.html
  25. สาวใหญ่ร่วง รางบีทีเอส หวิดทับดับ
  26. http://www.ryt9.com/s/iq01/888850
  27. http://www.thailandlawyercenter.com/index.php?lay=show&ac=article&Id=538973876&Ntype=19
  28. http://www.manager.co.th/Home/ViewNews.aspx?NewsID=9540000053690
  29. รถไฟฟ้า BTS สายสีลมเสีย
  30. ช่างกลระแวง แทน นศ.ราชภัฏ สาหัสบนบีทีเอส นึกว่าเป็นคู่อริ
  31. ว่อนเน็ต! คลิปรปภ.รถไฟฟ้าบีทีเอส ทะเลาะกับฝรั่ง
  32. บีทีเอสแถลงข่าว ระบบเดินรถไฟฟ้าขัดข้อง
  33. ผู้ประกาศข่าวช่อง 3 วูบตกราง BTS ปลอดภัยแล้ว
  34. รถไฟฟ้าบีทีเอส แจ้งจุดสับรางเสีย "ชิดลมมุ่งหน้าสยาม"
  35. เส้นใหญ่มั๊ย!…สถานีพร้อมพงษ์ เตรียมเปลี่ยนชื่อเป็น “สถานีเอ็ม ดิสทริค”
  36. [1]

ดูเพิ่ม[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]