สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 แห่งเดนมาร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 แห่งเดนมาร์ก
Margaret of Denmark, Norway & Sweden (1389) effigy 2010 (2).jpg
พระบรมรูปสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 ที่มีการสร้างขึ้นในปีค.ศ. 1423 บนโลงพระบรมศพของพระองค์ในมหาวิหารรอสกิลด์[1]

พระปรมาภิไธย สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 แห่งเดนมาร์ก
พระนาม มาร์เกรเธอ วันเดมาร์สเด็ทเทอร์
พระอิสริยยศ เจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ก
สมเด็จพระราชินีแห่งนอร์เวย์และสวีเดน
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งเดนมาร์ก
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งนอร์เวย์
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งสวีเดน
ราชวงศ์ ราชวงศ์แอสตริดเซน
ครองราชย์ สมเด็จพระราชินีนาถแห่งเดนมาร์ก
10 สิงหาคม ค.ศ. 1387 - 28 ตุลาคม ค.ศ. 1412
(25 ปี 79 วัน)
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งนอร์เวย์
3 สิงหาคม ค.ศ. 1387 - 28 ตุลาคม ค.ศ. 1412
(25 ปี 86 วัน)
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งสวีเดน
24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1389 - 28 ตุลาคม ค.ศ. 1412
(23 ปี 247 วัน)
รัชกาลก่อน เดนมาร์ก
พระเจ้าโอลาฟที่ 2
นอร์เวย์
พระเจ้าโอลาฟที่ 4
สวีเดน
พระเจ้าอัลเบรกท์
รัชกาลถัดไป เดนมาร์ก
พระเจ้าอีริคที่ 7
นอร์เวย์
พระเจ้าอีริคที่ 3
สวีเดน
พระเจ้าอีริคที่ 13
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 15 มีนาคม ค.ศ. 1353[2]
ปราสาทซอบอร์ก
ประเทศเดนมาร์ก
สวรรคต 28 ตุลาคม ค.ศ. 1412
บนเรือพระที่นั่ง ณ ท่าเรือเฟล็นส์บวร์ค, ชเลสวิช, เดนมาร์ก (ปัจจุบันอยู่ในเยอรมนี)
(พระชนมพรรษา 59 พรรษา)
พระราชบิดา พระเจ้าวัลเดมาร์ที่ 4 แห่งเดนมาร์ก
พระราชมารดา เฮลวิกแห่งชเลสวิช
พระราชสวามี พระเจ้าโฮกุนที่ 6 แห่งนอร์เวย์

สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธที่ 1 แห่งเดนมาร์ก (เดนมาร์ก: Margrete Valdemarsdatter, นอร์เวย์: Margrete Valdemarsdatter, สวีเดน: Margareta Valdemarsdotter, อังกฤษ: Queen Margaret I of Denmark; 15 มีนาคม ค.ศ. 1353 - 28 ตุลาคม ค.ศ. 1412) ทรงเป็นสมเด็จพระราชินี (พระมเหสี) แห่งนอร์เวย์ (ค.ศ. 1363 - 1380) และสวีเดน (ค.ศ. 1363 - 1364) และจากนั้นทรงเป็นพระประมุขตามสิทธิในราชบัลลังก์ของเดนมาร์ก นอร์เวย์และสวีเดน ซึ่งในภายหลังนี้เกิดความคลุมเครือและสับสนถึงการเรียกพระอิสริยยศของพระองค์ สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 ทรงเป็นผู้ก่อตั้งสหภาพคาลมาร์ซึ่งมีอาณาเขตครอบคลุมทั่วคาบสมุทรสแกนดิเนเวียเป็นระยะเวลากว่าศตวรรษ[3][4] พระองค์ทรงเป็นผู้นำที่ทรงปัญญา ขะมักเขม้นและมีความสามารถ ทรงได้รับพระสมัญญาว่า "เซมิรามิสแห่งอุดรทิศ" (Semiramis of the North)[5] หรือ "เลดี้คิง" (the Lady King) แม้ว่าพระนามชื่อหลังนี้เป็นพระนามที่เย้ยหยันอันมาจากศัตรูของพระองค์ คือ อัลเบิร์ตแห่งเมคเลินบวร์ค[6] แต่กลับกลายว่าชื่อนี้เป็นที่นิยมใช้เมื่อมีการกล่าวถึงความสามารถของพระองค์[7][8][9][10]

พระองค์เป็นพระราชธิดาองค์สุดท้องในพระเจ้าวัลเดมาร์ที่ 4 แห่งเดนมาร์กกับพระนางเฮลวิกแห่งชเลสวิช พระองค์ประสูติที่ปราสาทซอบอร์ก สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 ทรงเป็นผู้ที่โปรดการทรงงาน บริหารราชอาณาจักรด้วยความอดทนและเป็นนักการทูตผู้มีชั้นเชิง[11] ทรงเป็นผู้ที่มีปณิธานอย่างแรงกล้าในการรวมสแกนดิเนเวียให้เป็นรัฐอัตลักษณ์หนึ่งเดียวและมีความแข็งแกร่งมากพอที่จะแข่งขันทางอำนาจกับสันนิบาตฮันเซอ[12] พระองค์ไม่ทรงมีรัชทายาทตามสายพระโลหิตที่จะมาสืบบัลลังก์ต่อ[13][14][15] ด้วยพระโอรสเพียงพระองค์เดียวได้สิ้นพระชนม์ลงเสียก่อนที่พระองค์จะครองราชย์ แม้ว่านักประวัติศาสตร์เชื่อว่าพระองค์ทรงมีพระราชธิดานอกสมรสอีกพระองค์หนึ่งอันประสูติแต่อับราฮัม บรอเดอร์สัน ที่ปรึกษาชาวสวีเดนคนสนิทของพระนาง[16] อย่างไรก็ตามสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 ทรงใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุดในการประคับประคองกษัตริย์พระองค์ต่อไปซึ่งไร้ความสามารถ โดยทรงอบรมและให้ความรู้แก่อีริคแห่งพอเมอเรเนีย และเจ้าหญิงฟิลิปปาแห่งอังกฤษ พระชายาของพระองค์ อีริคแห่งพอเมอเรเนียเป็นพระนัดดา (หลานยาย) ของพระเชษฐภคินีในพระนางมาร์เกรเธอ โดยพระนางมาร์เกรเธอที่ 1 ทรงครองราชย์ร่วมกันกับอีริคแห่งพอเมอเรเนีย เป็นพระเจ้าอีริคที่ 7 แห่งเดนมาร์ก ทำให้มีพระประมุขสองพระองค์ สมเด็จพระราชินีฟิลิปปาเป็นนักเรียนที่ยอดเยี่ยมภายใต้การอบรมของพระองค์ แต่สิ้นพระชนม์เร็วเกินไป ในที่สุดสหภาพที่สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 ทรงพยายามอย่างมากที่จะรักษาไว้สืบไปต้องสลายตัวลงอย่างช้าๆ

นักประวัติศาสตร์บางคนวิพากษ์วิจารณ์สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 ว่าทรงฝักใฝ่เดนมาร์กมากเกินไป และปกครองด้วยเผด็จการอย่างหนัก แม้ว่าโดยทั่วไปแล้วพระองค์ทรงได้รับการยกย่องอย่างสูงในนอร์เวย์ และเป็นที่เคารพนับถืออย่างยิ่งในเดนมาร์กและสวีเดน พระองค์ทรงถูกแต่งเติมเรื่องราวในแง่ลบจากพงศาวดารทางศาสนาร่วมสมัย ว่าพระองค์ไม่ทรงมีความปราณี ทรงปราบปรามศาสนจักรเพื่อสร้างพระราชอำนาจของราชวงศ์[17][18][19][20][21][22]

ปัจจุบันพระองค์ทรงถูกเรียกว่า "มาร์เกรเธอที่ 1" ในเดนมาร์ก เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับสมเด็จพระราชินีนาถองค์ปัจจุบัน ซึ่งทรงใช้พระนามว่า "มาร์เกรเธอ" เหมือนกัน ดังนั้นพระประมุของค์ปัจจุบันจึงทรงเป็นสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก[23]

ช่วงต้นพระชนมชีพและอภิเษกสมรส[แก้]

เจ้าหญิงมาร์เกรเธอประสูติในเดือนมีนาคม ค.ศ. 1353 ทรงเป็นพระราชบุตรพระองค์ที่หก และเป็นองค์สุดท้องในพระเจ้าวัลเดมาร์ที่ 4 แห่งเดนมาร์กกับเฮลวิกแห่งชเลสวิช[2][24] เจ้าหญิงประสูติที่ปราสาทซอบอร์ก ซึ่งเป็นสถานที่ที่พระราชบิดาของเจ้าหญิง ทรงกักขังพระราชินีเฮลวิก พระราชมารดา[25] เจ้าหญิงทรงเข้ารับบัพติศมาที่รอสกิลด์ และในปีค.ศ. 1359 ขณะมีพระชนายุ 6 พรรษา ทรงหมั้นหมายกับพระเจ้าโฮกุนที่ 6 แห่งนอร์เวย์ วัย 18 พรรษา พระโอรสองค์สุดท้องในพระเจ้ามักนุสที่ 4 และที่ 6 แห่งสวีเดนและนอร์เวย์ตามลำดับ[24] ในสนธิสัญญาการอภิเษกสมรสได้มีข้อตกลงให้กษัตริย์วัลเดมาร์แห่งเดนมาร์กทำการช่วยเหลือกษัตริย์มักนุสแห่งสวีเดนในการต่อต้านพระเจ้าอีริคที่ 12 แห่งสวีเดน พระโอรสในกษัตริย์มักนุสซึ่งในปีค.ศ. 1356 ทำการยึดครองดินแดนภาคใต้ของสวีเดน ซึ่งต่อต้านอำนาจพระราชบิดา[24] การอภิเษกสมรสของเจ้าหญิงมาร์เกรเธอแห่งเดนมาร์กจึงเป็นส่วนหนึ่งของการแย่งชิงอำนาจในกลุ่มอาณาจักรนอร์ดิก มีความไม่พอใจถึงเหตุการณ์นี้ในกลุ่มแวดวงการเมืองต่างๆ นักกิจกรรมทางการเมืองอย่าง บริจิตแห่งสวีเดน ได้เขียนบรรยายถึงเหตุการณ์นี้ไปยังสมเด็จพระสันตะปาปาว่าเหมือน "พวกเด็กๆเล่นตุ๊กตา"[24] เป้าหมายของกษัตริย์วัลเดมาร์ในการอภิเษกสมรสของพระธิดานี้คือการครอบครองแคว้นสคาเนีย ซึ่งถูกจำนองไปให้กับสวีเดนตั้งแต่ปีค.ศ. 1332 [26] ในรัชสมัยกษัตริย์คริสตอฟเฟอร์ที่ 2 ตามแหล่งหลักฐานร่วมสมัยระบุว่า สนธิสัญญาการอภิเษกสมรสมีการระบุถึงข้อตกลงในการคืนปราสาทเฮลซิงบอรย์แก่เดนมาร์ก แต่สิ่งนี้ไม่เพียงพอสำหรับกษัตริย์วัลเดมาร์ ในเดือนมิถุนายน ค.ศ. 1359 ทรงระดมกองทัพขนาดใหญ่กรีฑาทัพข้ามเออเรซุนด์และยึดครองแคว้นสคาเนีย[26] การโจมตีทางตอนใต้ของสวีเดนนี้ถิอเป็นการแสดงให้เห็นว่าเดนมาร์กโจมตีกษัตริย์อีริคที่ 12 และสนับสนุนกษัตริย์มักนุส แต่ในเดือนเดียวกันนั้นกษัตริย์อีริคเสด็จสวรรคต เป็นผลให้สมดุลแห่งอำนาจเปลี่ยน ข้อตกลงระหว่างกษัตริย์วัลเดมาร์และกษัตริย์มักนุสถูกยกเลิกเสียสิ้น รวมถึงการเตรียมอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าหญิงมาร์เกรเธอและกษัตริย์โฮกุนแห่งนอร์เวย์ต้องยกเลิกไปด้วย[26]

แต่การยกเลิกสัญญานี้ไม่ำด้ทำให้กษัตริย์วัลเดมาร์ถอนทัพออกจากสคาเนีย พระองค์ทรงเดินทัพต่อบุกยึดเกาะกอทลันด์ในทะเลบอลติก[26] เมืองวิสบี เป็นเมืองที่ชาวเยอรมันอาศัยจำนวนมาก เป็นเมืองหลักบนเกาะนี้และเป็นเมืองสำคัญที่ควบคุมยุทธศาสตร์ของทะเลบอลติก[26] ในวันที่ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1361 เกิดการสู้รบระหว่างทหารติดอาวุธเดนมาร์กและชาวนากอทลันด์ ทหารเดนส์ชนะและยึดครองวิสบี โดยที่พวกเยอรมันไม่ได้มีส่วนร่วมด้วย[26] กษัตริย์มักนุสและสันนิบาตฮันเซอไม่สามารถละเลยต่อการยั่วยุของเดนมาร์กได้ และได้ออกกฎหมายห้ามทำการค้ากับเดนมาร์กในทันทีและได้มีข้อตกลงทางทหารร่วมกันหากจำเป็น[27] ในขณะเดียวกันกษัตริย์มักนุสทรงเปิดการเจรจากับเฮนรีที่ 2 เคานท์แห่งโฮลชไตน์-เรนส์บวร์ก เกี่ยวกับข้อตกลงอภิเษกสมรสระหว่างกษัตริย์โฮกุนแห่งนอร์เวย์ พระโอรสกับเอลิซาเบธแห่งโฮลชไตน์ น้องสาวของเคานท์เฮนรี[27] ในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 1362 ได้มีการออกเรือเพื่อนำเอลิซาเบธมาเสกสมรสที่สวีเดน[27] แต่ด้วยลมพายุได้พัดเรือจากโฮลชไตน์หันไปทางเดนมาร์กแทนที่จะเป็นสวีเดน ถูกซัดไปเทียบท่าที่เกาะบอร์นโฮล์มของเดนมาร์ก ซึ่งอาร์กบิชอปแห่งลุนด์ได้ประกาศทันทีว่าการเสกสมรสครั้งนี้เป็นการทำลายกฎของศาสนจักร ซึ่งฝ่ายกษัตริย์มักนุสนั้นทรงหมั้นกับเจ้าหญิงมาร์เกรเธออยู่แล้ว[27] ในท้ายที่สุดกองทัพสวีเดนและฮันเซอได้ถอนทัพออกจากการโจมตีเมืองเฮลซิงบอรย์[27] หลังจากนี้ ได้เกิดสนธิสัญญาสันติภาพ สันนิบาตฮันเซอและกษัตริย์มักนุสละทิ้งสงคราม[28] ซึ่งหมายความว่า การอภิเษกสมรสระหว่างเจ้าหญิงมาร์เกรเธอวัย 10 พรรษา กับกษัตริย์โฮกุนแห่งนอร์เวย์เริ่มเข้ามาสู่ประเด็นเจรจาอีกครั้ง พระราชพิธีอภิเษกสมรสถูกจัดขึ้นในโคเปนเฮเกนในวันที่ 9 เมษายน ค.ศ. 1363[28]

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Margrete Valdemarsdatter" (ใน Norwegian). Norsk biografisk leksikon. สืบค้นเมื่อ 28 August 2012. 
  2. 2.0 2.1 Colliers Encyclopedia. 1986 edition. p.386
  3. Jacobsen, p. 1.
  4. Earenfight, Theresa (2013). Queenship in Medieval Europe. Palgrave Macmillan. p. 238. ISBN 9781137303929. 
  5. Magill 2012, p. 627.
  6. Goodrich, Samuel Griswold (1852). The Second Book of History: Including the Modern History of Europe, Africa, and Asia ... : Designed as a Sequel to the First Book of History. Jenks, Hickling & Swan. p. 154. 
  7. Williamson, David (1988). Debrett's Kings and Queens of Europe. Salem House. p. 106. ISBN 9780881623642. 
  8. White 2010, pp. 1, 39.
  9. Derry 2000, pp. 72.
  10. Hooper Gottlieb, Agnes (1998). 1,000 years, 1,000 people: ranking the men and women who shaped the millennium. Kodansha International. p. 221. ISBN 9781568362533. 
  11. Chisholm 1906, p. 702.
  12. Kuiper, Kathleen (2009). The 100 Most Influential Women of All Time. The Rosen Publishing Group. p. 53. ISBN 9781615300105. 
  13. Durant, Will (2011). The Reformation: The Story of Civilization. Simon and Schuster. p. 156. ISBN 9781451647631. 
  14. Otte 1874, p. 180.
  15. Everett Green, Mary Anne (1851). Lives of the Princesses of England: From the Norman Conquest, Volume 3. H. Colburn. pp. 360, 388. 
  16. Marryat, Horace (1862). One Year in Sweden: Including a Visit to the Isle of Götland, Volume 2. J. Murray. p. 302. 
  17. Otte 1874, pp. 183–184.
  18. Larsen, Karen (2015). History of Norway. Princeton University Press. p. 212. ISBN 9781400875795. 
  19. Geijer, Erik Gustaf (1845). The History of the Swedes. Whittaker. p. 62. 
  20. Magill 2012, p. 628.
  21. Strindberg, August (1959). The saga of the Folkungs: Engelbrekt. University of Washington Press. p. 123. 
  22. Oakley, Stewart (1972). A Short History of Denmark. Praeger Publishers. p. 81. 
  23. Chelminski, Rudolph (28 Jan 1972). Margrethe of Denmark - 'Best damn queen there is'. LIFE 28 Jan 1972 (Vol. 72, No. 3 ed.). Time Inc. p. 68. ISSN 0024-3019. 
  24. 24.0 24.1 24.2 24.3 Etting 2009, p. 12.
  25. Hare, Augustus J. C. (2005). Sketches in Holland and Scandinavia. Cosimo, Inc. p. 74. ISBN 9781596053434. 
  26. 26.0 26.1 26.2 26.3 26.4 26.5 Etting 2009, p. 13.
  27. 27.0 27.1 27.2 27.3 27.4 Etting 2009, p. 15.
  28. 28.0 28.1 Etting 2009, p. 16.
ก่อนหน้า สมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 แห่งเดนมาร์ก ถัดไป
บลานซ์แห่งนามูร์ 2leftarrow.png Royal Arms of Norway.svg
สมเด็จพระราชินีแห่งนอร์เวย์
(ค.ศ. 1363 - ค.ศ. 1380)
2rightarrow.png 'ว่าง'
ลำดับถัดไป
เจ้าหญิงฟิลิปปาแห่งอังกฤษ
บลานซ์แห่งนามูร์ 2leftarrow.png Great coat of arms of Sweden.svg
สมเด็จพระราชินีแห่งสวีเดน
(ค.ศ. 1360 - ค.ศ. 1364)
2rightarrow.png 'ว่าง'
ลำดับถัดไป
ริชาร์ดิสแห่งชเวรีน
พระเจ้าโอลาฟที่ 2 2leftarrow.png Royal coat of arms of Denmark.svg
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งเดนมาร์ก
(10 สิงหาคม ค.ศ. 1387 - 28 ตุลาคม ค.ศ. 1412)
2rightarrow.png พระเจ้าอีริคที่ 7
พระเจ้าโอลาฟที่ 4 2leftarrow.png Royal Arms of Norway.svg
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งนอร์เวย์
(3 สิงหาคม ค.ศ. 1387 - 28 ตุลาคม ค.ศ. 1412)
2rightarrow.png พระเจ้าอีริคที่ 3
พระเจ้าอัลเบรกท์ 2leftarrow.png Great coat of arms of Sweden.svg
สมเด็จพระราชินีนาถแห่งสวีเดน
(24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1389 - 28 ตุลาคม ค.ศ. 1412)
2rightarrow.png พระเจ้าอีริคที่ 13