อิงเงอบอร์กแห่งเดนมาร์ก ดัชเชสแห่งเมคเลินบวร์ค

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อิงเงอบอร์กแห่งเดนมาร์ก
ดัชเชสแห่งเมคเลินบวร์ค
เจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ก
คู่อภิเษกไฮน์ริชที่ 3 ดยุกแห่งเมคเลินบวร์ค
พระราชบุตร
พระนามเต็ม
อิงเงอบอร์ก วัลเดมาร์สแด็ทเทอร์ แอสตริดเซน
ราชวงศ์แอสตริดเซน (โดยประสูติ)
เมคเลินบวร์ค (โดยเสกสมรส)
พระราชบิดาพระเจ้าวัลเดมาร์ที่ 4 แห่งเดนมาร์ก
พระราชมารดาเฮลวิกแห่งชเลสวิช
ประสูติ4 มกราคม ค.ศ. 1347
ปราสาทชืนเดนบอร์ก[1], เกาะอัลส์, เดนมาร์ก
สวรรคต16 มิถุนายน ค.ศ. 1370 (23 พรรษา)
เมคเลินบวร์ค?
ศาสนาโรมันคาทอลิก

เจ้าหญิงอิงเงอบอร์กแห่งเดนมาร์ก (เดนมาร์ก: Ingeborg Valdemarsdatter) (4 มกราคม ค.ศ. 1347 – 16 มิถุนายน ค.ศ. 1370) [2] ทรงเป็นพระราชธิดาองค์รองในพระเจ้าวัลเดมาร์ที่ 4 แห่งเดนมาร์กกับเฮลวิกแห่งชเลสวิช เจ้าหญิงได้ดำรงเป็นดัชเชสแห่งเมคเลินบวร์ค แม้ว่าพระนางจะสิ้นพระชนม์ก่อนที่พระสวามีจะสืบตำแหน่งดยุก พระนางทรงได้เป็นหนึ่งในรัชทายาทที่มีสิทธิสืบราชบัลลังก์เดนมาร์ก และเป็นพระเชษฐภคินีในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 1 แห่งเดนมาร์ก

พระประวัติ[แก้]

เจ้าหญิงอิงเงอบอร์กทรงหมั้นกับไฮน์ริชแห่งเมคเลินบวร์ค โอรสในอัลเบร็คท์ที่ 2 ดยุกแห่งเมคเลินบวร์ค หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าหญิงมาร์เกรเธอ พระเชษฐภคินีในค.ศ. 1350 ซึ่งเคยหมั้นหมายกับบุตรชายของดยุก เจ้าหญิงทรงมีพระขนิษฐาอีกพระองค์หนึ่งชื่อ เจ้าหญิงมาร์เกรเธอ เหมือนกัน สนธิสัญญาการเสกสมรสระหว่างไฮน์ริชกับเจ้าหญิงอิงเงอบอร์กได้ลงนามที่เมืองดอร์นบวร์ค วันที่ 23 ตุลาคม ค.ศ. 1350 เจ้าหญิงอิงเงอบอร์กและไฮน์ริชเสกสมรสกันใน ค.ศ. 1362 ทั้งสองมีโอรสธิดาดังนี้

เจ้าหญิงอิงเงอบอร์กทรงกลายเป็นรัชทายาทผู้มีสิทธิสืบราชบัลลังก์เดนมาร์กใน ค.ศ. 1363 หลังการสิ้นพระชนม์ของเจ้าชายคริสตอฟเฟอร์ ดยุกแห่งลอลันด์ พระเชษฐาซึ่งเป็นรัชทายาทฝ่ายชายเพียงพระองค์เดียว แต่ถึงกระนั้นเดนมาร์กเป็นระบอบราชาธิปไตยโดยเลือกตั้ง และเจ้าหญิงอิงเงอบอร์กก็สิ้นพระชนม์ก่อนกษัตริย์วัลเดมาร์ พระราชบิดา และกษัตริย์เดนมาร์กก็เสด็จสวรรคต ค.ศ. 1375 โดยไม่ทรงสถาปนารัชทายาท การสืบราชสันตติวงศ์เดนมาร์กกลายเป็นที่ถกเถียง สภาฐานันดรเดนมาร์กประชุมกันที่โอเดนเซเพื่อเลือกพระมหากษัตริย์พระองค์ใหม่ เหล่าขุนนางแตกแยกกันโดยฝ่ายหนึ่งเลือกอัลเบร็คท์แห่งเมคเลินบวร์ค โอรสองค์ใหญ่ในเจ้าหญิงอิงเงอบอร์กกับไฮน์ริชแห่งเมคเลินบวร์ค โดยสืบวงศ์ผ่านทางปู่ของอัลเบร็คท์ คือ อัลเบร็คท์ที่ 2 ดยุกแห่งเมคเลินบวร์ค กับอีกฝ่ายหนึ่งเลือกเจ้าชายโอลาฟ รัชทายาทแห่งนอร์เวย์และเป็นพระราชโอรสของเจ้าหญิงมาร์เกรเธอ สมเด็จพระราชินีแห่งนอร์เวย์กับพระเจ้าโฮกุนที่ 6 แห่งนอร์เวย์ กับขุนนางอีกฝ่ายหนึ่งให้เลือกราชวงศ์ใหม่ สุดท้ายสภาฐานันดรก็ถูกจูงใจโดยเสน่ห์ ความนิยมและวาทศิลป์ของสมเด็จพระราชินีมาร์เกรเธอแห่งนอร์เวย์ และด้วยทรงเป็นพระราชธิดาองค์สุดท้ายของพระมหากษัตริย์พระองค์ก่อนที่ยังทรงดำรงพระชนม์ชีพอยู่ และเพิ่มความเป็นไปได้ในการรวมราชอาณาจักรกับนอร์เวย์และความรู้สึกต่อต้านชาวเยอรมัน ทำให้เจ้าชายโอลาฟทรงได้รับเลือกเป็นพระมหากษัตริย์เดนมาร์กใน ค.ศ. 1376 โดยมีสมเด็จพระราชินีมาร์เกรเธอแห่งนอร์เวย์ เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์[3] โดยน้องชายของพระสวามีในเจ้าหญิงอิงเงอบอร์ก คือ อัลเบร็คท์ที่ 3 ดยุกแห่งเมคเลินบวร์ค ได้รับเลือกให้ครองราชบัลลังก์สวีเดน เนื่องจากชาวเดนมาร์กไม่ต้องการให้ชาวเยอรมันจากเมคเลินบวร์คปกครองสแกนดิเนเวีย

พระนัดดาของเจ้าหญิงอิงเงอบอร์กคือ อีริคแห่งพอเมอเรเนีย ได้สืบราชบัลลังก์ตามสิทธิของสมเด็จยายและได้เป็นพระมหากษัตริย์เดนมาร์กในค.ศ. 1396 โดยพระนางมาร์เกรเธอ พระขนิษฐาของสมเด็จยาย เป็นผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ทำให้พระองค์กลายเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของสหภาพคาลมาร์ระหว่างเดนมาร์ก นอร์เวย์และสวีเดน ทายาทคนสุดท้ายของเจ้าหญิงอิงเงอบอร์กคือ คริสตอฟแห่งบาวาเรียซึ่งสืบราชบัลลังก์สหภาพคาลมาร์ต่อจากกษัตริย์อีริค

พงศาวลี[แก้]

 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
16. พระเจ้าคริสตอฟเฟอร์ที่ 1 แห่งเดนมาร์ก
 
 
 
 
 
 
 
8. พระเจ้าอีริคที่ 5 แห่งเดนมาร์ก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
17. มาร์เกเรเธ ซัมบีเรีย
 
 
 
 
 
 
 
4. พระเจ้าคริสตอฟเฟอร์ที่ 2 แห่งเดนมาร์ก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
18. จอห์นที่ 1 มาร์เกรฟแห่งบรันเดนบวร์ก
 
 
 
 
 
 
 
9. อักเนสแห่งบรันเดินบวร์ค
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
19. จัตตาแห่งแซ็กโซนี
 
 
 
 
 
 
 
2. พระเจ้าวัลเดมาร์ที่ 4 แห่งเดนมาร์ก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
20. บาร์นิมที่ 1 ดยุกอห่งพอเมอเรเนีย
 
 
 
 
 
 
 
10. บอกิสเลาส์ที่ 4 ดยุกอห่งพอเมอเรเนีย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
21. เจ้าหญิงมาเรียนาแห่งสวีเดน?
 
 
 
 
 
 
 
5. ยูเฟเมียแห่งพอเมอเรเนีย
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
22. วิสเลาว์ที่ 2 เจ้าชายแห่งรือเก็น
 
 
 
 
 
 
 
11. มาร์กาเร็ตแห่งรือเก็น (ตาย 1320)
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
23. แอ็กเนสแห่งเบราน์ชไวค์-ลือเนอบวร์ค
 
 
 
 
 
 
 
1. อิงเงอบอร์กแห่งเดนมาร์ก ดัชเชสแห่งเมคเลินบวร์ค
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
24. อีริคที่ 1 ดยุกแห่งชเลสวิช
 
 
 
 
 
 
 
12. วัลเดมาร์ที่ 4 ดยุกแห่งชเลสวิช
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
25. มาร์กาเร็ตแห่งรือเก็น (ตาย 1272)
 
 
 
 
 
 
 
6. อีริคที่ 2 ดยุกแห่งชเลสวิช
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
26. จอห์นที่ 1 ดยุกแห่งแซ็กโซนี
 
 
 
 
 
 
 
13. เอลิซาเบธแห่งซัคเซิน-เลาบวร์ก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
27. อิงเงบอร์ก เบอร์เกอร์สด็อทเทอร์แห่งบีเจลโบ
 
 
 
 
 
 
 
3. เฮลวิกแห่งชเลสวิช
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
28. เกอร์ฮาร์ดที่ 1 เคานท์แห่งฮ็อลชไตน์-อิตเซโฮ
 
 
 
 
 
 
 
14. เฮนรีที่ 1 เคานท์แห่งฮ็อลชไตน์-เรนส์บวร์ก
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
29. เอลิซาเบธแห่งเมคเลินบวร์ค
 
 
 
 
 
 
 
7. อเดลไฮด์แห่งฮ็อลชไตน์
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
30. วิลเลียม เคานท์แห่งบร็อนก์โฮลร์ท-เร็คเฮล์ม
 
 
 
 
 
 
 
15. ไฮวิก ฟอน บร็อนก์โฮลร์ท
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
31. เออร์เมนการ์ดแห่งรันเดอโรด
 
 
 
 
 
 

อ้างอิง[แก้]

  1. Our Family History and Ancestry. "Ingeborg Valdemarsdatter, Prinsesse of Denmark". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-03. สืบค้นเมื่อ 2011-05-05.
  2. แม่แบบ:MLCC
  3. Margaret of Denmark By Mary Hill. Page 52-55