สมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
สมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ
HM The Queen of Greece.jpg

พระนาม อันเนอ-มารี ดักมาร์ อิงกริด
พระอิสริยยศ สมเด็จพระราชินีแห่งกรีซ
ราชวงศ์ ราชวงศ์ชเลสวิก-โฮลชไตน์-ซอนเดอร์บวร์ก-กลึคสบวร์ก
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2489 (72 ปี)
โคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก
พระราชบิดา สมเด็จพระเจ้าเฟรเดอริกที่ 9 แห่งเดนมาร์ก
พระราชมารดา สมเด็จพระราชินีอิงกริดแห่งเดนมาร์ก
พระราชสวามี สมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ
พระราชบุตร เจ้าหญิงอเล็กเซียแห่งกรีซและเดนมาร์ก
เจ้าชายเปาโลส มกุฎราชกุมารแห่งกรีซ
เจ้าชายนิโกเลาส์แห่งกรีซและเดนมาร์ก
เจ้าหญิงเธโอโดราแห่งกรีซและเดนมาร์ก
เจ้าชายฟิลิปปอสแห่งกรีซและเดนมาร์ก

สมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ (กรีก: Άννα-Μαρία Βασίλισσα των Ελλήνων อันนา มาเรีย, พระราชสมภพ: 30 สิงหาคม พ.ศ. 2489-) พระนามเมื่อแรกประสูติ เจ้าหญิงอันเนอ-มารี ดักมาร์ อิงกริดแห่งเดนมาร์ก (เดนมาร์ก: Princess Anne-Marie Dagmar Ingrid of Denmark) พระอัครมเหสีในสมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ ดำรงตำแหน่งสมเด็จพระราชินีแห่งกรีซ (หรือ สมเด็จพระราชินีแห่งเฮลเลนส์) ในช่วง 6 มีนาคม ค.ศ. 19641 มิถุนายน ค.ศ. 1973

ภายหลังได้มีการลงประชามติล้มเลิกการปกครองระบอบกษัตริย์และเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นระบอบสาธารณรัฐ[1] (เหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองของกรีซ เรียกว่า Σύνταγμα Sýntagma) แต่ไรก็ตามแม้จะเกิดการเปลี่ยนแปลงการปกครอง แต่พระองค์ยังสามารถดำรงพระอิสริยยศได้ตลอดพระชนม์ชีพ แต่ในพาสปอร์ตของพระองค์ พระองค์ได้ใช้พระนามเป็นสามัญชน ชื่อ นางอันนา-มาเรีย เด เกรเซีย (Anna-Maria de Grecia)

พระราชประวัติ[แก้]

สมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ มีพระนามเดิมว่า เจ้าหญิงอันเนอ-มารี ดักมาร์ อิงกริดแห่งเดนมาร์ก พระราชสมภพเมื่อวันที่ 30 สิงหาคม ค.ศ. 1946 ณ พระราชวังอมาเลียนเบิร์ก กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก พระองค์เป็นพระราชธิดาพระองค์เล็กในสมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดริคที่ 9 แห่งเดนมาร์ก และสมเด็จพระราชินีอิงกริดแห่งเดนมาร์ก พระองค์มีพ่อและแม่ทูนหัว คือ สมเด็จพระราชาธิบดีคริสเตียนที่ 10 แห่งเดนมาร์ก, สมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟที่ 6 อดอล์ฟแห่งสวีเดน, เจ้าชายเบร์ติล ดยุกแห่งฮัลลันด์, สมเด็จพระราชาธิบดีโฮกุนที่ 7 แห่งนอร์เวย์ และฝ่ายพระอัยยิกาได้แก่ อะเล็กซานดรินแห่งแมคเคลนบูร์ก-เชควริน สมเด็จพระราชินีแห่งเดนมาร์ก เจ้าหญิงมาร์ธา มกุฎราชกุมารีแห่งนอร์เวย์, มาเรียแห่งเท็ค, สมเด็จพระราชินีนาถจูเลียนาแห่งเนเธอร์แลนด์ และเจ้าหญิงดักมาร์แห่งเดนมาร์ก

พระองค์เป็นพระราชขนิษฐาในสมเด็จพระราชินีนาถมาร์เกรเธอที่ 2 แห่งเดนมาร์ก พระกษัตรีย์องค์ปัจจุบันแห่งเดนมาร์ก[2] และพระองค์ยังเป็นพระญาติวงศ์ในสมเด็จพระราชาธิบดีคาร์ลที่ 16 กุสตาฟแห่งสวีเดน ซึ่งเป็นพระมหากษัตริย์แห่งสวีเดนองค์ปัจจุบัน

พระองค์ทรงเข้ารับการศึกษาจากโรงเรียนซาห์เลส์ (Zahle's School) ประเทศเดนมาร์ก ช่วงปี ค.ศ. 1952 ถึง ค.ศ. 1963 และทรงเข้าศึกษาต่อในโรงเรียนสตรีชาร์เตอราร์ด (Chatelard School for Girls) ซึ่งเป็นโรงเรียนภาษาอังกฤษในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ในปี ค.ศ. 1962 และต่อมาในปี ค.ศ. 1963-1964 พระองค์ได้ทรงเข้าศึกษาต่อในเลอเมส์นิล โรงเรียนฟินิชชิง (Finishing school) ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

อภิเษกสมรส[แก้]

สมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 กับพระราชินีอันเนอ-มารี พร้อม เจ้าหญิงอเล็กเซีย พระราชธิดาองค์แรก

ในปี ค.ศ. 1959 พระองค์ทรงพบกับเจ้าชายคอนสแตนตินแห่งกรีซและเดนมาร์ก ซึ่งเป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระราชาธิบดีปอลที่ 1 แห่งกรีซ และสมเด็จพระราชินีเฟรเดอริกาแห่งกรีซ เมื่อครั้งเสด็จเยือนประเทศเดนมาร์ก และทั้งสองพระองค์ก็ทรงพบกันครั้งที่ 2 ในปี ค.ศ. 1961 ที่ประเทศเดนมาร์ก โดยเจ้าชายคอนสแตนตินได้ทรงทูลพระราชบิดาและพระราชมารดาเพื่อทรงขออภิเษกสมรสกับเจ้าหญิงเดนมาร์ก ต่อมาทั้งสองพระองค์ก็ทรงพบกันอีกครั้งที่กรุงเอเธนส์ ในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1961 เมื่อครั้งงานอภิเษกสมรสของ เจ้าหญิงโซเฟียแห่งกรีซและเดนมาร์ก และเจ้าชายควน การ์โลสแห่งสเปน และทรงพบกันอีกครั้งในปี ค.ศ. 1963 ในงานครบรอบหนึ่งศตวรรษของพระราชวงศ์กรีซ

ในเดือนกรกฎาคม ค.ศ. 1964 มีการประกาศเรื่องการหมั้น แม้จะมีเสียงคัดค้านอย่างสุภาพของกลุ่มฝ่ายซ้ายในประเทศเดนมาร์ก[3] ต่อมาทั้งสองพระองค์ได้ทรงจัดงานอภิเษกสมรสกัน เมื่อวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 1964 (สองสัปดาห์หลังพระองค์มีพระชนมายุครบ 18 พรรษา) โดยในพิธีอภิเษกสมรสของทั้งสองพระองค์ได้จัดขึ้นในอาสนวิหารเมโทรโพลิสกรีกออร์โธดอกซ์ในกรุงเอเธนส์ ซึ่งในงานนี้พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ ได้เสด็จพระราชดำเนินเป็นการส่วนพระองค์ เพื่อเข้าร่วมในพิธีมงคลสมรสครั้งนี้ด้วย[4][5][6]

เสด็จลี้ภัย[แก้]

สมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ และพระราชสวามีถูกทำการรัฐประหารอีกครั้งโดยกลุ่มนายทหารยศพันเอกในเดือนเมษายน ต่อมาสมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซได้ทรงประกาศสละราชสมบัติ และเสด็จลี้ภัยพร้อมด้วย สมเด็จพระราชินีอันเนอ, เจ้าหญิงอเล็กเซีย และเจ้าชายปาวลอส โดยเสด็จประทับเครื่องบินออกไปในกลางดึกของวันที่ 13 ธันวาคม ค.ศ. 1967[7] โดยขั้นต้นพระองค์และครองครัวได้เสด็จไปพำนักในประเทศอิตาลี ผลที่ตามมาก็คือพระองค์ทรงแท้งพระครรภ์[8] โดยพระองค์และครอบครัวทรงประทับลี้ภัยในสถานทูตกรีซประจำประเทศอิตาลีนาน 2 เดือน ก่อนที่จะเสด็จไปประทับ ณ กรุงโรม เป็นเวลาถึง 5 ปี

สมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ พร้อมด้วยพระราชินีอันเนอ และครอบครัว ได้เสด็จไปประทับยังสหราชอาณาจักร โดยประทับ ณ หมู่บ้านโชบฮาม (Chobham) มณฑลเซอร์รีย์ เป็นแห่งแรก ก่อนที่จะย้ายไปประทับที่ฮัมสตีด (Hampstead) กรุงลอนดอน ส่วนรัฐบาลกรีซเองก็ยึดพระราชวังโตตอย แต่ภายหลังก็มีนักสิทธิมนุษยชนเข้ามาเรียกร้องให้ชดเชยค่าเสียหายเกี่ยวกับการครอบครองวังของพระราชวงศ์กรีซ โดยสมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซได้นำเงินที่ได้รับดังกล่าว มาจัดตั้งองค์กรอันนา-มารีขึ้น

เหตุการณ์หลังปี ค.ศ. 1973[แก้]

สมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ พระราชสวามี และสมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ ในปี ค.ศ. 1998 หลังจากการปฏิวัติในกรีซ

สมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ และสมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ จะเสด็จลี้ภัยออกจากกรีซในปี ค.ศ. 1967 ด้วยเหตุที่ประเทศกรีซมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขมาหลายร้อยปี จึงมีการแต่งตั้งพลตรีจอร์จิออส โซอิตากีส (Georgios Zoitakis) เป็นผู้สำเร็จราชการ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน ค.ศ. 1973 ได้แต่งตั้งตนเองเป็นนายกรัฐมนตรีแห่งกรีซ พันเอกจอร์จ ปาปาโดเปาลอส (George Papadopoulos) ก็ได้ปลดกษัตริย์คอนสแตนตินที่ 2 ออกจากตำแหน่งและเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นแบบสาธารณรัฐ

ในเดือนพฤศจิกายน ค.ศ. 1973 พันเอกจอร์จ ปาปาโดเปาลอส ได้ถูกปลดออกตำแหน่ง โดยดิมิทริออส ไอโออันนิเดส (Dimitrios Ioannides) เนื่องจากรัฐบาลทหารเข้ามาปกครองและเกิดความล้มเหลวจากการที่ตุรกีเข้าบุกรุกดินแดนไซปรัส ในเดือนสิงหาคม ค.ศ. 1974 โดยมการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ คือ นายคอนสแตนติน คารามานลิส (Constantine Karamanlis) โดยเมื่อวันที่ 8 พฤศจิกายน ค.ศ. 1974 ได้มีการลงประชามติให้ยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งประชาชนร้อยละ 68.8 โหวตให้มีการยกเลิกสถาบันพระมหากษัตริย์[9] โดยหลายคนมีข้อสงสัยเกี่ยวกับมติเห็นชอบครั้งนี้ จะทำให้เหล่าพระราชวงศ์ไม่สามารถเสด็จกลับมากรีซได้อีก[10]

หลังมีการก่อตั้งสาธารณรัฐใหม่เมื่อผ่านการเปลี่ยนแปลงการปกครอง ในวันที่ 11 มิถุนายน ค.ศ. 1975 เกี่ยวกับคำนำหน้าพระนามและพระอิสริยยศจะไม่ได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการของบุคคลสัญชาติกรีก แต่ก็มีชาวกรีกบางส่วนที่ยังขานพระนามของพระองค์ว่า "อันเนอ-มารีแห่งกรีซ" (Anne-Marie of Greece) หรือบางครั้งก็เรียกพระนามแล้วตามด้วยพระนามพระราชวงศ์เป็น "อันนา-มาเรีย กลึคสบวร์ก" (Anna-Maria Glücksburg) แต่พระนามดังกล่าวนี้ พระองค์ไม่ทรงใช้

ส่วนพระองค์เอง พระองค์จะเรียกพระองค์เองว่า สมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ (Queen Anne-Marie of Greece) หรือสมเด็จพระราชินีแห่งเฮลเลนส์ (Queen of the Hellenes) โดยพระนามดังกล่าวนี้ยังใช้ขานพระนามในกลุ่มประเทศที่มีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขอย่าง สหราชอาณาจักร[11], สเปน[12], ลักเซมเบิร์ก[13] และจอร์แดน พระองค์ยังพระนามอีกพระนามหนึ่งคือ สมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารี (Queen Anne-Marie) โดยพระนามนี้ถูกใช้ใน ประเทศเดนมาร์ก[14] และสวีเดน[15] และพระนาม อดีตสมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ (former Queen Anne-Marie of Greece) ถูกใช้ในประเทศเนเธอร์แลนด์[16]

ครั้นเมื่อพระองค์จะเสด็จประพาสยังต่างประเทศ พระองค์ก็จะใช้พาสปอร์ตของสถานทูตเดนมาร์ก โดยใช้พระนามแทนพระองค์เองว่า อันเนอ-มารี เด เกรเซีย (Anne-Marie de Grecia) ซึ่งคำว่า de Grecia เป็นภาษาสเปนที่มีความหมายว่า "แห่งกรีซ" (of Greece)

พระราชกรณียกิจในปัจจุบัน[แก้]

ครอบครัว[แก้]

สมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 2 แห่งกรีซ และสมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ ทรงประสูติกาลพระราชโอรสและพระราชธิดา 5 พระองค์ โดยเป็นพระราชโอรส 3 พระองค์ และพระราชธิดา 2 พระองค์ นอกจากนี้พระองค์ยังเป็นพระอัยยิกาในพระนัดดาทั้ง 9 พระองค์ ได้แก่

  1. เจ้าหญิงอเล็กเซียแห่งกรีซและเดนมาร์ก ประสูติเมื่อวันที่ 10 กรกฎาคม ค.ศ. 1965 ณ มอน เรปอส (Mon Repos) คอร์ฟู ประเทศกรีซ พระองค์เสกสมรสกับนายการ์โลส โมราเลส ควินตานา (Carlos Morales Quintana) เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม ค.ศ. 1999 มีพระโอรส-ธิดาด้วยกัน 4 พระองค์ได้แก่
  2. เจ้าชายปาวลอส มกุฎราชกุมารแห่งกรีซและเจ้าชายแห่งเดนมาร์ก ประสูติเมื่อวันที่ 20 พฤษภาคม ค.ศ. 1967 ณ พระราชวังโตตอย พระองค์เสกสมรสกับนางสาวมารี-แทนชัล มิลเลอร์ เมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 1995 มีพระโอรส-ธิดาด้วยกัน 5 พระองค์ ได้แก่
  3. เจ้าชายนิโกเลาส์แห่งกรีซและเดนมาร์ก ประสูติเมื่อวันที่ 1 ตุลาคม ค.ศ. 1969กรุงโรม
  4. เจ้าหญิงเธโอโดราแห่งกรีซและเดนมาร์ก ประสูติเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน ค.ศ. 1983 ณ กรุงลอนดอน
  5. เจ้าชายฟิลิปปอสแห่งกรีซและเดนมาร์ก ประสูติเมื่อวันที่ 26 เมษายน ค.ศ. 1986 ณ กรุงลอนดอน

พระอิสริยยศ[แก้]

  • เจ้าหญิงอันเนอ-มารีแห่งเดนมาร์ก (ค.ศ. 19461964)
  • สมเด็จพระราชินีแห่งเฮลเลนส์ (ค.ศ. 19641973)
  • สมเด็จพระบรมราชินีแห่งเฮลเลนส์ (อ้างสิทธิ์ในตำแหน่ง ค.ศ. 1973–ปัจจุบัน)
    • สมเด็จพระบรมราชินีแห่งกรีซ, เจ้าหญิงแห่งเดนมาร์ก (ใช้เมื่อเสด็จออกจากกรีซ, ค.ศ. 1973–ปัจจุบัน)
    • นางอันนา-มาเรีย เด เกรเซีย (ใช้ในกรีซ, ค.ศ. 2003–ปัจจุบัน)

เครื่องราชอิสริยาภรณ์[แก้]

ราชตระกูล[แก้]

พระราชตระกูลในสามรุ่นของสมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ
สมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ พระชนก:
สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดริคที่ 9 แห่งเดนมาร์ก
พระอัยกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระราชาธิบดีคริสเตียนที่ 10 แห่งเดนมาร์ก
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
สมเด็จพระราชาธิบดีเฟรเดริคที่ 8 แห่งเดนมาร์ก
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
เจ้าหญิงโลวิซาแห่งสวีเดน
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก:
เจ้าหญิงอเล็กซานดรีนแห่งเม็คเล็นบูร์ก-ชเวริน
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
แกรนด์ดยุคฟรันซ์ ฟรีดริชที่ 3 แห่งเม็คเล็นบูร์ก-ชเวริน
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
แกรนด์ดัชเชสอนาสตาเซีย มิคาอิลอฟนาแห่งรัสเซีย
พระชนนี:
เจ้าหญิงอิงกริดแห่งสวีเดน
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี:
สมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟที่ 6 อดอล์ฟแห่งสวีเดน
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
สมเด็จพระราชาธิบดีกุสตาฟที่ 5 แห่งสวีเดน
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
เจ้าหญิงวิกตอเรียแห่งบาเดิน
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
เจ้าหญิงมาร์กาเร็ตแห่งคอนน็อต
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
อาร์เธอร์ ดยุคแห่งคอนน็อตและสแตรเธิร์น
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
เจ้าหญิงหลุยส์ มาร์กาเร็ต ดัชเชสแห่งคอนน็อต

อ้างอิง[แก้]

  1. ในมาตราที่ 4, ข้อที่ 7 ของรัฐธรรมนูญแห่งรัฐระบุไว้ว่า "Titles of nobility or distinction are neither conferred upon nor recognized in Greek citizens พระอิสริยยศนำหน้าพระนามจะไม่ได้รับเกียรติอย่างเป็นทางการของประชาชนกรีซ" ดูเพิ่มได้ที่ the full text.
  2. มานพ ถนอมศรี. ราชา-ราชินีที่โลกไม่ลืม. กรุงเทพฯ:ฐานบุ๊คส์,2552. หน้า 261
  3. Situationist International, issue No 9, The Longest Months, August 1964
  4. สาธารณรัฐเฮลเลนิก กระทรวงการต่างประเทศ
  5. ประเทศสาธารณรัฐเฮลเลนิก (กรีซ)
  6. สาธารณรัฐเฮลเลนิก
  7. มานพ ถนอมศรี. ราชา-ราชินีที่โลกไม่ลืม. กรุงเทพฯ:ฐานบุ๊คส์,2552. หน้า 264
  8. CNN.com Transcripts - Larry King Live Interview With King Constantine of Greece
  9. The actual vote as reported in the New York Times, 9 December 1974, was 2,899,282 votes (68.8%) in favour of establishing a republic, and 1,318,827 votes (31.2%) in favour of re-establishing a monarchy.
  10. Greek Royal Family Website
  11. Guests at the funeral of Queen Elizabeth the Queen Mother
  12. Guests at the wedding of the Prince and Princess of Asturias
  13. Guests at the funeral of Grand Duchess Josephine-Charlotte
  14. Biography of Queen Anne-Marie. Official website of the Danish monarchy
  15. Familjeträff på Sofiero slott torsdag den 2 juni 2005 Official website of the Swedish monarchy]
  16. Guests at the wedding of the Prince of Orange
  17. ราชกิจจานุเบกษา, ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์เหรียญรัตนาภรณ์, เล่ม ๗๘, ตอน ๑๗ง, ๒๑ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๐๔, หน้า ๔๕๐

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

ก่อนหน้า สมเด็จพระราชินีอันเนอ-มารีแห่งกรีซ ถัดไป
คอนสตันติน โจฮันน์สมันน์ 2leftarrow.png Badge of the House of Windsor.svg
ลำดับการสืบราชบัลลังก์อังกฤษ
(ลำดับที่ 231)

2rightarrow.png เจ้าชายเปาโลส
มกุฎราชกุมารแห่งกรีซ
เฟรเดอริกาแห่งฮาโนเวอร์ 2leftarrow.png Royal Coat of Arms of Greece.svg
สมเด็จพระราชินีแห่งเฮลเลนส์
(ราชวงศ์ชเลสวิก-โฮลชไตน์-ซอนเดอร์บวร์ก-กลึคสบวร์ก)

(18 กันยายน ค.ศ. 19641 มิถุนายน ค.ศ. 1973)
2rightarrow.png ยกเลิกระบอบกษัตริย์
ตำแหน่งถูกยกเลิก 2leftarrow.png Royal Coat of Arms of Greece.svg
ผู้อ้างสิทธิในตำแหน่งสมเด็จพระราชินีแห่งเฮลเลนส์
(ราชวงศ์ชเลสวิก-โฮลชไตน์-ซอนเดอร์บวร์ก-กลึคสบวร์ก)

(1 มิถุนายน ค.ศ. 1973-ปัจจุบัน)
2rightarrow.png ยังอยู่ในตำแหน่ง
เจ้าหญิงมารี-แชนทัล มกุฎราชกุมารีแห่งกรีซ