เฮเลนแห่งกรีซและเดนมาร์ก

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เฮเลนแห่งกรีซและเดนมาร์ก
Queen Helen of Romania.jpg

พระปรมาภิไธย เจ้าหญิงเฮเลนแห่งกรีซและเดนมาร์ก
พระอิสริยยศ เจ้าหญิงเฮเลนแห่งกรีซและเดนมาร์ก
เจ้าฟ้าหญิงมกุฎราชกุมารีแห่งโรมาเนีย
เจ้าฟ้าหญิงเฮเลนแห่งโรมาเนีย
สมเด็จพระราชชนนีแห่งโรมาเนีย
ราชวงศ์ ชเลวิช - โฮลสไตน์ - ซอนเดนเบิร์ก - กวอกเบิร์ก
โฮเฮนโซเลน-ซิกมารินเกน
ข้อมูลส่วนพระองค์
พระราชสมภพ 2 พฤษภาคม พ.ศ. 2439
กรุงเอเธนส์,ประเทศกรีซ
สวรรคต 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525
เมืองโลซาน,สวิตเซอร์แลนด์
(พระชนมายุ 86 พรรษา)
พระราชบิดา สมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 1 แห่งกรีซ
พระราชมารดา เจ้าหญิงโซฟีแห่งปรัสเซีย
พระราชสวามี สมเด็จพระราชาธิบดีคาโรลที่ 2 แห่งโรมาเนีย
พระราชบุตร สมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 แห่งโรมาเนีย

เจ้าหญิงเฮเลนแห่งกรีซและเดนมาร์ก (2 พฤษภาคม พ.ศ. 2439 - 28 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525) เป็นพระมเหสีในสมเด็จพระราชาธิบดีคาโรลที่ 2 แห่งโรมาเนียและเป็นพระราชชนนีในสมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 แห่งโรมาเนีย

เจ้าหญิงแห่งกรีซ[แก้]

เจ้าหญิงเฮเลนประสูติที่กรุงเอเธนส์ พระองค์เป็นราชธิดาองค์ที่ 3 ของมกุฎราชกุมารคอนสแตนตินแห่งกรีซ กับพระมเหสีคือ เจ้าหญิงโซเฟียแห่งปรัสเซีย พระองค์มีพระเชษฐาและพระอนุชา 3 พระองค์ซึ่งต่อมาได้เป็นกษัตริย์แห่งกรีซคือ สมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จที่ 2 แห่งกรีซ, สมเด็จพระราชาธิบดีอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งกรีซ, สมเด็จพระราชาธิบดีพอลที่ 1 แห่งกรีซ และมีพระขนิษฐภคินี 2พระองค์คือ สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงไอรีนแห่งกรีซและเดนมาร์ก ,สมเด็จเจ้าฟ้าหญิงแคทเธอรีนแห่งกรีซและเดนมาร์ก พระองค์มีพระนามที่เรียกกันในราชวงศ์ว่า "ซิทตา"(Sitta)

ในปี พ.ศ. 2453 พระองค์ต้องเสด็จออกจากประเทศพร้อมพระราชบิดา-มารดาและพี่น้อง เป็นผลให้พระปิตุลาของพระองค์คือสมเด็จพระราชาธิบดีจอร์จที่ 1 แห่งกรีซ ต้องถูกเชิญออกจากบัลลังก์และพระบิดาของพระองค์ได้สืบบัลลังก์ต่อเป็นสมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 1 แห่งกรีซ ราชวงศ์ต้องเสด็จไปพำนักที่ซอส ฟรายดิชชอฟ (Schloss Friedrichshof) ซึ่งเป็นบ้านของพระมาตุจฉาของพระองค์คือเจ้าหญิงมาร์กาเรเทแห่งปรัสเซียในฤดูร้อน และได้ไปพำนักที่แฟรงก์เฟิร์ตในฤดูหนาวก่อนที่เสด็จกลับเอเธนส์

ในปี พ.ศ. 2460 เฮเลนและราชวงศ์ต้องเสด็จออกนอกประเทศอีกครั้ง เนื่องจากพระบิดามิได้สนับสนุนพันธมิตรในสงครามโลกครั้งที่ 1 หลังจากพำนักอยู่ที่เซนต์มอริตเพียงสั้นๆ ก็ต้องไปพำนักใกล้เมืองซูริค การเคลื่อนไหวของพวกเขาถูกควบคุมโดยพันธมิตรอย่างเข้มงวด หลังจากนั้นก็ยกเลิกการควบคุมตัว

มกุฎราชกุมารีแห่งโรมาเนีย[แก้]

เจ้าหญิงเฮเลน มกุฎราชกุมารคาโรล เจ้าหญิงอีเลียนาแห่งโรมาเนีย (ซ้าย) และเจ้าหญิงแคทเทอรีนแห่งกรีซ (ขวา)

ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2462 เฮเลนได้พบกับมกุฎราชกุมารคาโรลแห่งโรมาเนีย ซึ่งกลับมาจากเดินทางรอบโลกหลังจากทรงหย่ากลับมเหสีพระองค์แรก เฮเลนกับคาโรลได้เสด็จไปโรมาเนียเพื่อไปเฉลิมฉลองงานหมั้นอย่างเป็นทางการของพระเชษฐาของพระองค์ จอร์จกับพระขนิษฐาของคาโรลคือเอลิซาเบธแห่งโรมาเนีย สมเด็จพระราชินีแห่งกรีซ

ในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ. 2463 มกุฎราชกุมารคาโรลได้เดินทางมาซูริคเพื่อมาสู่ขอเจ้าหญิงเฮเลน แต่พระนางโซเฟียพระมารดาของเจ้าหญิงเฮเลนไม่เห็นด้วย


ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2463 สมเด็จพระราชาธิบดีคอนสแตนตินที่ 1 แห่งกรีซได้ฟื้นฟูราชบัลลังก์และทั้งราชวงศ์ได้เสด็จกลับกรุงเอเธนส์ ในวันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2464 เจ้าหญิงเฮเลนได้อภิเษกสมรสกับมกุฎราชกุมารคาโรลแห่งโรมาเนียที่เมโทรโปลิแทน แคนเทลเดล แห่งเอเธนส์พระองค์ทรงเป็นเจ้าหญิงพระองค์แรกที่อภิเษกสมรสในเอเธนส์ การอภิเษกสมรสช่วงแรกเต็มไปด้วยความสุขแต่ในไม่ช้าเริ่มขุ่นเคือง ในวันที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2464 มีพระโอรสพระองค์แรกคือเจ้าชายไมเคิล มีข่าวลือว่าพระโอรสโตไม่เต็มที่ (พระโอรสประสูติหลังจากทรงอภิเษกสมรส 7 เดือนครึ่ง) ความจริงคือพระโอรสหนัก 9 ปอนด์และอาจว่าเฮเลนนั้นตั้งครรภ์ก่อนที่จะอภิเษกสมรสเสียอีก ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2464 ได้เสด็จกลับบูคาเรสต์ เจ้าหญิงเฮเลนได้จัดตั้งโรงเรียนการพยาบาลในโรมาเนียเพื่อทำให้การแพทย์มีมาตรฐานยิ่งขึ้น พระนางได้ก่อตั้งยศพันเอกขึ้นในกองทัยอีกด้วย

ในพ.ศ. 2468 มกุฎราชกุมารคาโรลได้มีเรื่องอื้อฉาวกับแม็กดา ลูเพสคู ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2468 มกุฎราชกุมารคาโรลได้ปฏิเสธสิทธิในการครองบัลลังก์โรมาเนียและเสด็จออกจากโรมาเนีย ในวันที่4 มกราคม พ.ศ. 2469 รัฐสภาโรมาเนียยอมรับการสละสิทธิของเจ้าชายคาโรลและให้พระอิศริยยศเฮเลนเป็น เจ้าหญิงแห่งโรมาเนีย พระนางยังทรงประทับอยู่ในโรมาเนียกับเจ้าชายไมเคิลทายาทสืบบัลลังก์องค์ต่อไป

สมเด็จพระราชินีแห่งโรมาเนีย[แก้]

เจ้าหญิงเฮเลนกับมกุฎราชกุมารคาโรล เมื่อยังทรงรักกันอยู่

ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2470 เจ้าชายไมเคิลที่มีพระชนมายุ 5 พรรษาได้ครองราชย์เป็น สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งโรมาเนีย พระยศของเจ้าหญิงเฮเลนเป็น เจ้าหญิงแห่งโรมาเนีย พระนางไม่มีบทบาททางการเมืองเลย พระนางมิได้อยู่ในรายชื่อผู้สำเร็จราชการแผ่นดิน ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2470 เจ้าชายคาโรลได้ขอเจ้าหญิงเฮเลนหย่า ในตอนแรกพระนางปฏิเสธแต่ในที่สุดพระนางต้องขอคำแนะนำจากรัฐสภา ในวันที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2471 ชีวิตคู่ของทั้งคู่ก็ไปด้วยกันไม่ได้

ในวันที่ 6 มิถุนายน พ.ศ. 2473 เจ้าชายคาโรลได้กลับมาโรมาเนียและได้ประกาศขึ้นเป็นกษัตริย์ เฮเลนได้กลับไปอยู่ที่บ้านของเธอในบูคาเรสต์กีบพระโอรสเจ้าชายไมเคิล รัฐบาลต้องการให้ทั้งคู่ปรับความเข้าใจต่อกัน ได้วางแผนการจัดพิธีสวมมงกุฎอย่างเป็นทางการในเดือนกันยายน พระนางเฮเลนทรงยินยอมตามพระสวามีซึ่งกลับมาครองราชสมบัติ พระนางทรงทำตามนายกรัฐมนตรีลูลิว มานิว โดยกำหนดวันครองราชย์ของพระราชาธิบดีคาโรลอย่างเป็นทางการเป็นในปีพ.ศ. 2470 ทำให้เจ้าหญิงเฮเลนกลายเป็นสมเด็จพระราชินีตั้งแต่พ.ศ. 2470 โดยอัตโนมัติ

ในที่สุดพระเจ้าคาโรลต้องการหย่ากับราชินีเฮเลน และพระองค์ทรงให้มาดามลูเพสคูเข้ามาอาศัยอยู่กับพระองค์ที่ฟอยเชอ และทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้พระราชินีเฮเลนยอมถอนพระอิศริยยศ "สมเด็จพระราชินี" และให้ใช้อิศริยยศ "เจ้าหญิง" แต่พระราชินีเฮเลนปฏิเสธทำให้พระองค์ต้องใช้กำลังทหารบังคับ ทำให้พระนางทรงยินยอมหย่าในปีพ.ศ. 2471

พระนางเฮเลนจำต้องลี้ภัยออกจากประเทศ หลังจากทรงไปพำนักที่ลอนดอนเป็นเวลาอันสั้น ได้เดินทางไปที่บ้านพักตากอากาศของพระมารดาใกล้เมืองฟลอเรนซ์แต่การต่อสู้ของพระนางกับพระเจ้าคาโรลก็ไม่หยุดยั้ง เมื่อสถานการณ์เลวร้ายลงพระนางควรไปพบพระโอรสที่บูคาเรสต์ ในเดือนตุลาคม พ.ศ. 2475พระนางได้กลับไปบูคาเรสต์ พระเจ้าคาโรลเริ่มเรียกร้องให้ต่อต้านพระนางดยทรงกล่าวว่าพระนางทรงพยายามกระทำอัตวินิบากกรรมถึง 2 ครั้ง พระนางต้องผ่านความยากลำบากที่ทำให้ผลประโยชน์ของพระนางสูญสิ้น พระนางทรงอยู่ในโรมาเนียถึง 6 เดือน และนำพระโอรสไปอยู่ต่างประเทศได้ 1 เดือนต่อปี

การเจตนาร้ายของเจ้าหน้าที่ในโรมาเนียทำให้พระนางคาดว่าอาจต้องลี้ภัยออกจากประเทศและกลับไปยังฟลอเรนซ์ สถานะทางการเงินของพระนางที่มั่นคง ทำให้เธอสามารถซื้อบ้าพักตากอากาศใกล้ๆเมืองซานโดเมอนิโก ในฤดูใบไม้ผลิ พ.ศ. 2477 พระนางได้ย้ายไปอยู่กับพระอนุชา สมเด็จพระราชาธิบดีพอลที่ 1 แห่งกรีซและพระขนิษฐาทั้ง 2 พระองค์ พระนางอยู่ที่นั่นถึง 10 ปีและไปพบพระโอรสปีละ 1 ครั้ง

สมเด็จพระราชชนนีแห่งโรมาเนีย[แก้]

สมเด็จพระราชชนนีเฮเลนแห่งโรมาเนีย
สมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิล พระโอรสเสด็จรับพระนางเฮเลนหลังจากเสด็จกลับจากการลี้ภัยทางการเมือง

ในเดือนกันยายน พ.ศ. 2483 เจ้าชายไมเคิลทรงขึ้นครองราชย์ มีพระชันษา 18 พรรษา และทรงทูลเชิญพระมารดากลับโรมาเนีย พระนางได้รับการแต่งตั้งเป็นสมเด็จพระราชชนนีแห่งโรมาเนีย ในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 พระนางได้ช่วยเหลือชาวยิวในโรมาเนียจากกองทัพนาซีเยอรมนี ในเดือนธันวาคม พ.ศ. 2490 สมเด็จพระราชาธิบดีไมเคิลที่ 1 แห่งโรมาเนียได้ถูกบีบบังคับให้สละราชบัลลังก์ พระนางเฮเลนได้เสด็จกลับไปที่ซานโดเมอนิโก หลังจากนั้นได้พำนักอยู่ที่เมืองโลซาน และฟลอเรนซ์ สมเด็จพระราชชนนีเฮเลนสิ้นพระชนม์ที่เมืองโลซาน สิริพระชนมายุได้ 86 พรรษา

พระราชตระกูล[แก้]

พระราชตระกูลในสามรุ่นของสมเด็จพระราชินีเฮเลนแห่งโรมาเนีย
เฮเลนแห่งกรีซและเดนมาร์ก พระชนก:
คอนสแตนตินที่ 1 แห่งกรีซ
พระอัยกาฝ่ายพระชนก:
จอร์จที่ 1 แห่งกรีซ
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
คริสเตียนที่ 9 แห่งเดนมาร์ก
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
หลุยส์ แห่ง เฮสส์ - คาสเซิล
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนก:
โอลกา คอนสแตนตินอฟนาแห่งรัสเซีย
พระปัยกาฝ่ายพระชนก:
แกรนด์ดยุคคอนสแตนติน นิโคเลวิชแห่งรัสเซีย
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนก:
เจ้าฟ้าหญิงอเล็กซานดราแห่งแซ็กซ์ - เอลเทเบิร์ก
พระราชชนนี:
โซเฟียแห่งปรัสเซีย
พระอัยกาฝ่ายพระชนนี:
ฟริดริชที่ 3 แห่งเยอรมนี
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
วิลเฮล์มที่ 1 แห่งเยอรมนี
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
ออกุสตาแห่งแซ็กซ์ - ไวมาร์
พระอัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
เจ้าหญิงวิกตอเรีย พระวรราชกุมารี
พระปัยกาฝ่ายพระชนนี:
เจ้าฟ้าชายอัลเบิร์ต เจ้าชายพระราชสวามี
พระปัยยิกาฝ่ายพระชนนี:
สมเด็จพระราชินีนาถวิกตอเรียแห่งสหราชอาณาจักร

บรรณานุกรม[แก้]

  • Lee, Arthur Gould. Helen, Queen Mother of Rumania, Princess of Greece and Denmark: An Authorized Biography. London: Faber and Faber, 1956
  • "Queen Helen of Rumania"(เฮเลนแห่งโรมาเนีย) นิตยสารไทม์ (30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2525) : 12.