อำเภอคีรีรัฐนิคม

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอคีรีรัฐนิคม
แผนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เน้นอำเภอคีรีรัฐนิคม
เมืองเก่า เขาราหู สายน้ำคู่พุมดวง-คลองยัน
โบราณสถานสำคัญถ้ำสิงขร มีบ่อน้ำร้อนคลองน้ำใส
บารมียิ่งใหญ่หลวงพ่อเชื่อม
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอคีรีรัฐนิคม
อักษรโรมัน Amphoe Khiri Rat Nikhom
จังหวัด สุราษฎร์ธานี
รหัสทางภูมิศาสตร์ 8408
รหัสไปรษณีย์ 84180
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 812.3 ตร.กม.
ประชากร 43,608 คน (พ.ศ. 2553)
ความหนาแน่น 54.19 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอคีรีรัฐนิคม หมู่ที่ 1 ถนนขุนคีรี ตำบลท่าขนอน อำเภอคีรีรัฐนิคม จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84180
พิกัด 9°1′48″N 98°57′12″E / 9.03000°N 98.95333°E / 9.03000; 98.95333
หมายเลขโทรศัพท์ 0 7726 5221
หมายเลขโทรสาร 0 7726 5221

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอคีรีรัฐนิคม [—คี-รี-รัด-นิ-คม][1] เป็นอำเภอในการปกครองของจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอคีรีรัฐนิคมตั้งอยู่ทางตอนกลาง ค่อนไปทางทิศตะวันตกของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติ[แก้]

จากหลักฐานด้านโบราณคดีชี้ให้เห็นว่า ในท้องที่อำเภอคีรีรัฐนิคมปัจจุบันเคยเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของมนุษย์มาตั้งแต่ยุคก่อนประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะตั้งแต่ยุคหินใหม่เป็นต้นมา ดังที่มีการค้นพบเครื่องมือเครื่องใช้ของมนุษย์ยุคดังกล่าวที่คีรีรัฐนิคมด้วย เนื่องจากคีรีรัฐนิคมตั้งอยู่ห่างจากชายฝั่งทะเลประมาณ 60-70 กิโลเมตร อยู่ในเส้นทางคาบสมุทรจากเมืองไชยาไปเมืองตะกั่วป่า และมีทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญคือ ดีบุก ไม้ และของป่า ทำให้คีรีรัฐนิคมมีโอกาสที่จะพัฒนาขึ้นมาเป็นชุมชนขนาดใหญ่ได้ด้วยปัจจัยสองประการ คือ ประการแรก เกิดจากการตั้งด่านสำหรับขนถ่ายสินค้าและคนโดยสารข้ามคาบสมุทรจากฝั่งตะวันตก ประการที่สอง เกิดจากการเป็นแหล่งผลิตดีบุก ไม้ และของป่า จึงมีราษฎรอพยพโยกย้ายเข้าไปอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก เกิดเป็นชุมชนขนาดใหญ่ขึ้นมา ในพุทธศตวรรษที่ 13 อำเภอคีรีรัฐนิคมรวมอยู่ในอาณาจักรศรีวิชัย เมื่ออาณาจักรศรีวิชัยเสื่อมลง ดินแดนแห่งศรีวิชัยได้แยกออกเป็น 3 เมือง คือ

  • เมืองไชยา ตั้งอยู่ในอำเภอไชยาปัจจุบัน
  • เมืองท่าทอง ตั้งอยู่ในลุ่มแม่น้ำท่าทองอุแท อำเภอกาญจนดิษฐ์ในปัจจุบัน
  • เมืองคีรีรัฐนิคม ตั้งอยู่ริมฝั่งซ้ายคลองพุมดวง อันเป็นที่ตั้งอำเภอคีรีรัฐนิคมในปัจจุบัน

เมืองไชยานั้นขึ้นตรงต่อกรุงศรีอยุธยา ส่วนเมืองท่าทองกับเมืองคีรีรัฐนิคมขึ้นตรงต่อเมืองนครศรีธรรมราช ครั้นถึงรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้ยกฐานะเมืองท่าทองเป็นเมืองจัตวาขึ้นตรงต่อกรุงเทพมหานครเช่นเดียวกัน

ร.ศ.107 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้แบ่งเขตการปกครองทั่วราชอาณาจักรออกเป็นมณฑล โปรดให้รวมเมืองไชยา เมืองกาญจนดิษฐ์ และเมืองคีรีรัฐนิคมเข้าเป็นเมืองเดียวกันเรียกว่า "เมืองไชยา" ตั้งศาลากลางที่บ้านดอน รวมเมืองไชยา เมืองชุมพร และเมืองหลังสวนขึ้นเป็นมณฑลหนึ่งเรียกว่า "มณฑลชุมพร" ตั้งศาลามณฑลอยู่ที่เมืองชุมพร ต่อมาได้ย้ายศาลามณฑลมาตั้งที่บ้านดอน บริเวณเดียวกับศาลากลางเมืองไชยา ยกฐานะเมืองท่าทองเป็นอำเภอ เอาชื่อเมืองกาญจนดิษฐ์ให้เป็นชื่ออำเภอเรียกว่า "อำเภอกาญจนดิษฐ์" ลดฐานะเมืองไชยาเดิมเป็นอำเภอเรียกว่า "อำเภอไชยา" และลดฐานะเมืองคีรีรัฐนิคมเป็น อำเภอคีรีรัฐนิคม

จนถึง พ.ศ. 2458 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินมณฑลปักษ์ใต้ ประทับแรมที่ตำหนักสวนสราญรมย์ควนท่าข้าม อำเภอพุนพิน ทอดพระเนตรเห็นประชาชนพลเมืองมีกิริยามารยาทเรียบร้อย ประกอบกับได้ทรงทราบจากผู้ปกครองบ้านเมืองว่าประชาชนตั้งมั่นอยู่ในศีลธรรม เคารพหนักแน่นในพระพุทธศาสนา จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปลี่ยนชื่อเมืองไชยาเป็น "เมืองสุราษฎร์ธานี" อันแปลว่า "เมืองคนดี" เปลี่ยนชื่อมณฑลชุมพรเป็น "มณฑลสุราษฎร์" และเปลี่ยนชื่ออำเภอคีรีรัฐนิคมเป็น อำเภอท่าขนอน เพื่อให้ตรงกับตำบลที่ตั้งอำเภอซึ่งเป็นด่านเก็บภาษี ด่านนี้เก็บภาษีจากสินค้าซึ่งเข้ามาทางจังหวัดพังงา ตะกั่วป่า และภูเก็ต ผ่านมาทางภูเขาแล้วล่องมาตามลำน้ำคลองพุมดวงเข้าไปยังอำเภอต่าง ๆ ตามชายฝั่งทะเลหรือริมทางรถไฟ ชื่อของอำเภอจึงใช้ "ท่าขนอน" ตั้งแต่นั้นมา

จนถึง พ.ศ. 2504 รัฐบาลสมัยนั้นเห็นว่า ชื่ออำเภอที่ใช้อยู่นี้ไม่ถูกต้องตามสภาพพื้นที่ เพื่อให้ถูกต้องตามความเหมาะสมกับสภาพท้องที่และเพื่อรักษาไว้ซึ่งประวัติแห่งท้องที่จึงประกาศใช้ชื่ออำเภอว่า อำเภอคีรีรัฐนิคม ในรัชสมัยสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดให้ยุบมณฑลสุราษฎร์และให้จังหวัดสุราษฎร์ธานีและจังหวัดอื่น ๆ ที่เคยขึ้นกับมณฑลสุราษฎร์ไปขึ้นกับมณฑลนครศรีธรรมราช ต่อมาราชการได้ยุบมณฑลทั่วราชอาณาจักร จังหวัดสุราษฎร์ธานีนี้ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย อำเภอคีรีรัฐนิคมจึงขึ้นต่อจังหวัดสุราษฎร์ธานีจนถึงปัจจุบัน

จนถึง พ.ศ. 2488 ได้โอนบางหมู่บ้านของตำบลเขาวง อำเภอคีรีรัฐนิคม ไปขึ้นกับตำบลต้นยวน กิ่งอำเภอพนม พ.ศ. 2519 ได้แบ่งการปกครองท้องที่ ตำบลเขาวง ตำบลพรุไทย ตำบลไกรสร ตำบลเขาพัง ตำบลพะแสง ตั้งเป็นกิ่งอำเภอบ้านตาขุน ที่ตั้งห่างจากอำเภอคีรีรัฐนิคม 32 กิโลเมตร พ.ศ. 2535 ได้แบ่งท้องที่ตำบลตะกุกเหนือ ตำบลตะกุกใต้ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอวิภาวดี ที่ตั้งห่างจากอำเภอคีรีรัฐนิคม 29 กิโลเมตร

การแบ่งเขตการปกครอง[แก้]

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอคีรีรัฐนิคมแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 8 ตำบล 84 หมู่บ้าน ได้แก่

1. ท่าขนอน (Tha Khanon) 15 หมู่บ้าน
2. บ้านยาง (Ban Yang) 11 หมู่บ้าน
3. น้ำหัก (Nam Hak) 11 หมู่บ้าน
6. กะเปา (Kapao) 10 หมู่บ้าน
7. ท่ากระดาน (Tha Kradan) 9 หมู่บ้าน
8. ย่านยาว (Yan Yao) 10 หมู่บ้าน
9. ถ้ำสิงขร (Tham Singkhon) 10 หมู่บ้าน
10. บ้านทำเนียบ (Ban Thamniap) 9 หมู่บ้าน
แผนที่

หมายเลข 4-5 ปัจจุบันเป็นตำบลในอำเภอวิภาวดี

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอคีรีรัฐนิคมประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 แห่ง ได้แก่

อ้างอิง[แก้]

  1. ราชบัณฑิตยสถาน. อ่านอย่างไร และ เขียนอย่างไร ฉบับราชบัณฑิตยสถาน. พิมพ์ครั้งที่ 16. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2546.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]