อำเภอเคียนซา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอเคียนซา
แผนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เน้นอำเภอเคียนซา
บ่อถ่านหิน ถิ่นนกน้ำ งามทุ่งทอง ล่องตาปี ไม้ดีจันทน์กะพ้อ
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอเคียนซา
อักษรโรมัน Amphoe Khian Sa
จังหวัด สุราษฎร์ธานี
รหัสทางภูมิศาสตร์ 8414
รหัสไปรษณีย์ 84260, 84210 (เฉพาะตำบลพ่วงพรมคร)
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 583.6 ตร.กม.
ประชากร 48,080 คน (พ.ศ. 2557)
ความหนาแน่น 82.38 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอเคียนซา หมู่ที่ 1 ตำบลเคียนซา อำเภอเคียนซา จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84260
พิกัด 8°50′27″N 99°11′39″E / 8.84083°N 99.19417°E / 8.84083; 99.19417
หมายเลขโทรศัพท์ 0 7738 7183
หมายเลขโทรสาร 0 7738 7183

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอเคียนซา ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอเคียนซาตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติอำเภอเคียนซา[แก้]

อำเภอเคียนซา ได้รับอารยธรรมก่อนสมัยประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ มีพื้นที่อาณาเขตกว้างใหญ่อยู่ในเขตการปกครองของอาณาจักรไชยา เมืองนครศรีธรรมราช มณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลชุมพร มณฑลสุราษฎร์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามลำดับจนถึงปี พ.ศ. 2447 กระทรวงมหาดไทยได้โอนมาขึ้นกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจังหวัดขนาดใหญ่สุดของภาคใต้ มีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ตอนบนทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง สังคม ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม จากอดีตถึงสมัยปัจจุบัน อำเภอเคียนซามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีความสำคัญ ซึ่งนายเทพ รักบำรุง ครูชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 11 ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นอำเภอบ้านนาเดิม อำเภอบ้านนาสาร อำเภอเวียงสระ อำเภอพระแสง อำเภอเคียนซาและจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้บันทึกเรื่องราว จัดพิมพ์เป็นหนังสือและเอกสารเผยแพร่เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาท้องถิ่นของเรา และผู้สนใจได้ศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของอำเภอเคียนซา มีรายละเอียดดังนี้

1. เริ่มต้นประวัติศาสตร์ "บ้านนา" มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ได้รับอารยธรรมมาตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ มีมนุษย์ตั้งถิ่นฐานรอบอ่าวบ้านดอน ลุ่มแม่น้ำตาปี แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำอิปัน คลองฉวาง คลองหา คลองลำพูน คลองยา คลองท่าสะท้อน มีหลักฐานความเจริญบริเวณบ้านน้ำรอบ บ้านท่าสะท้อน บ้านท่าเรือ บ้านควนท่าแร่ บ้านนาสาร ภูเขาถ้ำขรม เมืองเวียงสระ เคียนซา พระแสง ถึงสมัยประวัติศาสตร์บ้านนาอยู่ในเขตการปกครองของอาณาจักรไชยา และเมืองนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์สยาม สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์

2. สมัยเรียกชื่อ “ท้องที่ลำพูน” ในอดีตรู้จักในนาม บ้านนา เนื่องจากประชาชนมีที่ทำนาจำนวนมากและเรียกตามท้องที่ตั้งหมู่บ้านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เรียกว่า บ้านนา และ ลำพูน ส่วนประชาชนในท้องถิ่นเรียกว่า “บ้านนา” - ปี พ.ศ. 2354 เป็นท้องที่ชื่อ ท้องที่ลำพูน ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช เอกสารทางประวัติศาสตร์บันทึกว่า “ท้องที่ลำพูน เป็นแขวงชั้นนอกด้านใต้ต่อแดนเมืองกระบี่ ด้านตะวันตกต่อแดนเมืองพังงาและตะกั่วป่า ด้านตะวันออกต่อแดนเมืองกาญจนดิษฐ์” โดยดูแลท้องที่เวียงสระ ท้องที่ส้องห้วยมะนาว ท้องที่อิปัน ท้องที่ฉวางท่าชี ประกอบด้วย อำเภอถ้ำขรม อำเภอน้ำพุ อำเภอท่าชี โดยมี วัดโฉละ เป็นที่เลณฑุบาต (หมายเหตุ เมืองนครศรีธรรมราชก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 ได้จัดการปกครองเป็น ท้องที่ มีนายที่ดูแล อำเภอ มีนายอำเภอดูแล แขวง มีนายแขวงดูแล)

- ปรากฏหลักฐานในทำเนียบข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราช สมัยรัชกาลที่ 2 ปี พ.ศ. 2354 เกี่ยวกับข้าราชการที่ลำพูนดังนี้ คือ “ หลวงอินทรพิชัย นายที่ลำพูน ถือศักดินา ๘๐๐ ฝ่ายซ้าย ขุนเพชรกำแพง ปลัด ถือศักดินา ๔๐๐ หมื่นเทพรักษา รอง ถือศักดินา ๒๐๐ หมื่นพรหมอักษร สมุห์บัญชี ถือศักดินา ๒๐๐ หมื่นจิตอักษร สมุห์บัญชี ถือศักดินา ๒๐๐ หมื่นสระบุรี เป็นสารวัตร ถือศักดินา ๒๐๐ หมื่นเกล้าเป็นสารวัตร ถือศักดินา ๒๐๐ สิริ หลวงขุนหมื่นที่ลำพูน หลวง ๑ ขุน ๑ หมื่น รวม ๗ คน ”' - ปี พ.ศ. 2420 มีการจัดปกครองท้องที่แขวงลำพูน คือ แยกท้องที่เวียงสระและท้องที่ส้องห้วยมะนาวออกเป็น 2 อำเภอคือ อำเภอเวียงสระ และอำเภอบ้านส้อง อำเภอเวียงสระต่อมาเรียกชื่ออำเภอคลองตาล โดยมี วัดเวียง เป็นที่เลณฑุบาต ท้องที่ลำพูนได้ดูแลราชการท้องที่ดังกล่าวตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5

3. สมัยเรียกชื่อ “อำเภอลำพูน” สมัยรัชกาลที่ 5 ได้จัดการปกครองประเทศสยาม ตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องถิ่น ร.ศ.116 (พ.ศ. 2440) และข้อบังคับลักษณะการปกครองหัวเมือง ร.ศ.117 (พ.ศ. 2441) พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น สุขุม) ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช ได้จัดเขตการปกครอง เมืองนครศรีธรรมราช เป็น 9 อำเภอ คือ อำเภอกลางเมือง อำเภอเบี้ยซัด (ปากพนัง) อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอกลาย อำเภอสิชล อำเภอฉวาง อำเภอทุ่งสง อำเภอเขาพังไกร และอำเภอลำพูน ในส่วนอำเภอลำพูน จัดการปกครอง ดังรายละเอียดดังนี้คือ ยุบอำเภออิปันเป็นตำบลอิปัน ยุบอำเภอพะแสงเป็นตำบลพะแสง ยุบอำเภอพนมเป็นตำบลพนม มารวมกับตำบลที่มีอยู่ของท้องที่ลำพูน คือ ตำบลกอบแกบ ตำบลทุ่งเตา ตำบลท่าเรือ ตำบลบ้านนา ตั้งเป็น อำเภอลำพูน ตั้งที่ว่าการอำเภอที่ตำบลบ้านนา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้กับวัดบ้านนาติดกับคลองลำพูน บริเวณที่ตั้งโรงพยาบาลบ้านนาเดิม - ปี พ.ศ. 2442 (ร.ศ.118) แยกตำบลและตั้งตำบลขึ้นใหม่ คือ ตำบลเวียงสระ ตำบลทุ่งหลวง ตำบลท่าเรือ ตำบลพรุพี ตำบลอู่มาต (นาสาร) ตำบลลำพูน (กอบแกบ) ตำบลทุ่งเตา ตำบลท่าเรือ ตำบลบ้านนา ย้ายที่ว่าการอำเภอลำพูน(บริเวณโรงพยาบาลบ้านนาเดิม มาสร้างใหม่บริเวณตลาดเทศบาลบ้านนาในปัจจุบัน)

- ปี พ.ศ. 2442 พระยาสุขุมนัยวินิต(ปั้น สุขุม ต่อมาเลื่อนยศเป็นพระยายมราช) สมุหเทศาภิบาล มณฑลนครศรีธรรมราช ได้มาตรวจราชการที่อำเภอลำพูน พิจารณาเห็นว่าการจัดการปกครองอำเภอลำพูน ยังไม่เหมาะสมเพราะไม่สะดวกต่อการเดินทางของประชาชนจึงได้แยกตำบลอีปัน และ ตำบลพะแสง ตั้งเป็น อำเภอพะแสง แยกตำบลพนม ตั้งเป็น กิ่งอำเภอพนม ออกจากอำเภอลำพูน

- ปี พ.ศ. 2449(ร.ศ.125)ย้ายศาลารัฐบาลมณฑล(ศร.)ชุมพร มาตั้งที่บ้านดอน เปลี่ยนชื่อมณฑลชุมพรเป็นชื่อ มณฑลสุราษฎร์ ตั้งศาลารัฐบาลมณฑลที่บ้านดอน เปลี่ยนชื่อเมืองไชยา เป็นเมืองสุราษฎร์ธานี และโอนอำเภอพะแสง(ต่อมาเปลี่ยนเป็นพระแสง) กิ่งอำเภอพนม และอำเภอลำพูน จากเมืองนครศรีธรรมราช มณฑลนครศรีธรรมราชมาขึ้นกับเมืองสุราษฎร์ธานี จึงทำให้อำเภอลำพูน กิ่งอำเภอพนมและอำเภอพระแสง มาอยู่ในเมืองสุราษฎร์ธานี

4. สมัยเรียกชื่อ “ อำเภอบ้านนา ” และ “อำเภอบ้านนาสาร ” - ปี พ.ศ. 2460 (ร.ศ.136) กระทรวงมหาดไทยเปลี่ยนชื่อ อำเภอลำพูน เป็น“อำเภอบ้านนา”ตามชื่อตำบลที่ตั้งที่ว่าการเนื่องจากอยู่ใกล้สถานีรถไฟบ้านนา ประชาชนส่วนใหญ่เรียกว่า “อำเภอบ้านนา” - ปี พ.ศ. 2465 (ร.ศ.141) กระทรวงมหาดไทยได้โอนตำบลบางเบา ตำบลกรูด จากอำเภอท่าโรงช้าง ตำบลเคียนซา ตำบลพ่วงพรหมครจากอำเภอพะแสงมาขึ้นกับอำเภอบ้านนา ทำให้มีตำบลเพิ่มขึ้นคือ 1. ตำบลบ้านนา 2. ตำบลท่าเรือ 3. ตำบลทุ่งเตา 4. ตำบลกอบแกบ (ลำพูน) 5. ตำบลนาสาร 6. ตำบลพรุพี 7. ตำบลท่าชี (น้ำพุ) 8. ตำบลทุ่งหลวง 9. ตำบลเวียงสระ 10. ตำบลบางเบา 11. ตำบลกรูด 12. ตำบลเคียนซา 13. ตำบลพ่วงพรหมคร 14. ตำบลตะปาน - ปี พ.ศ. 2481 สมัยรัฐบาลจอมพลป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีได้เปลี่ยน ชื่อ สยาม เป็น ราชอาณาจักรไทย และวันที่ 18 มีนาคม พ.ศ. 2481 ได้ย้ายที่ว่าการอำเภอบ้านนา ไปตั้งที่ ตำบลนาสาร - ปี พ.ศ. 2482 เปลี่ยนชื่ออำเภอบ้านนา โดยนำชื่อเดิม “บ้านนา”รวมกับสถานที่ตั้งตำบล“นาสาร” เป็นอำเภอบ้านนาสาร จังหวัดสุราษฎร์ธานี เป็นส่วนหนึ่งของราชอาณาจักรไทย ต่อมาทางราชการได้พิจารณาเห็นว่าอำเภอบ้านนาสาร มีท้องที่กว้างขวางมีประชากรมาก บางตำบลตั้งอยู่ห่างไกลจากที่ตั้งที่ว่าการอำเภอบ้านนาสาร ไม่สะดวกแก่การปกครองและการติดต่อราชการของประชาชนกระทรวงมหาดไทยจึงได้ปรับปรุงตั้งกิ่งอำเภอขึ้น ดังนี้

- วันที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2511 รวมตำบลเวียงสระ ตำบลทุ่งหลวง ตั้งเป็น กิ่งอำเภอชื่อว่า “กิ่งอำเภอเวียงสระ” ต่อมาได้ยกฐานะขึ้นเป็นอำเภอเวียงสระ

- วันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2513 รวมตำบลเคียนซา ตำบลพ่วงพรหมคร ตั้งเป็น กิ่งอำเภอชื่อว่า “กิ่งอำเภอเคียนซา” ต่อมาได้ยกฐานะเป็นอำเภอเคียนซา

- วันที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2519 รวมตำบลบ้านนา ตำบลท่าเรือ ตั้งเป็นกิ่งอำเภอชื่อว่า “กิ่งอำเภอบ้านนาเดิม” และต่อมาได้ยกฐานะเป็นอำเภอบ้านนาเดิม

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอเคียนซาแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 5 ตำบล 52 หมู่บ้าน ได้แก่

1. เคียนซา (Khian Sa) 7 หมู่บ้าน
2. พ่วงพรมคร (Phuang Phromkhon) 13 หมู่บ้าน
3. เขาตอก (Khao Tok) 6 หมู่บ้าน
4. อรัญคามวารี (Aranyakham Wari) 6 หมู่บ้าน
5. บ้านเสด็จ (Ban Sadet) 20 หมู่บ้าน
แผนที่

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอเคียนซาประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 6 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลเคียนซา ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของตำบลเคียนซา
  • เทศบาลตำบลบ้านเสด็จ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบ้านเสด็จทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเคียนซา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเคียนซา (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลเคียนซา)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลพ่วงพรมคร ครอบคลุมพื้นที่ตำบลพ่วงพรมครทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลเขาตอก ครอบคลุมพื้นที่ตำบลเขาตอกทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลอรัญคามวารี ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอรัญคามวารีทั้งตำบล

อุทยานแห่งชาติทางบก[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]