อำเภอพระแสง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อำเภอพระแสง
แผนที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี เน้นอำเภอพระแสง
แทรกเตอร์พระราชทาน มีตำนานท่านหญิง
งามจริงบางสวรรค์ ปาล์มน้ำมันชั้นดี
ธารตาปีสัมพันธ์ มหัศจรรย์สระแก้ว
ข้อมูลทั่วไป
อักษรไทย อำเภอพระแสง
อักษรโรมัน Amphoe Phrasaeng
จังหวัด สุราษฎร์ธานี
รหัสทางภูมิศาสตร์ 8416
รหัสไปรษณีย์ 84210
ข้อมูลสถิติ
พื้นที่ 950.0 ตร.กม.
ประชากร 68,349 คน (พ.ศ. 2557)
ความหนาแน่น 71.94 คน/ตร.กม.
ที่ว่าการอำเภอ
ที่ตั้ง ที่ว่าการอำเภอพระแสง เลขที่ 132
หมู่ที่ 1 ตำบลอิปัน อำเภอพระแสง จังหวัดสุราษฎร์ธานี 84210
พิกัด 8°34′6″N 99°14′54″E / 8.56833°N 99.24833°E / 8.56833; 99.24833
หมายเลขโทรศัพท์ 0 7736 9341
หมายเลขโทรสาร 0 7736 9341

สารานุกรมประเทศไทย ส่วนหนึ่งของสารานุกรมประเทศไทย

อำเภอพระแสง ตั้งอยู่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี

ที่ตั้งและอาณาเขต[แก้]

อำเภอพระแสงตั้งอยู่ทางทิศใต้ของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้

ประวัติอำเภอพระแสง[แก้]

อำเภอพระแสง ได้รับอารยธรรมก่อนสมัยประวัติศาสตร์จนถึงสมัยประวัติศาสตร์ มีพื้นที่อาณาเขตกว้างใหญ่อยู่ในเขตการปกครองของอาณาจักรไชยา เมืองนครศรีธรรมราช มณฑลนครศรีธรรมราช มณฑลชุมพร มณฑลสุราษฎร์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ตามลำดับจนถึงปี พ.ศ. 2447 กระทรวงมหาดไทยได้โอนมาขึ้นกับจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นจังหวัดขนาดใหญ่สุดของภาคใต้ มีความสำคัญอย่างยิ่งโดยเป็นศูนย์กลางของภาคใต้ตอนบนทางด้านเศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง สังคม ศาสนาและศิลปวัฒนธรรม จากอดีตถึงสมัยปัจจุบัน อำเภอเคียนซามีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและมีความสำคัญ ซึ่งนายเทพ รักบำรุง ครูชำนาญการพิเศษ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเขต 11 ได้ศึกษาประวัติความเป็นมาของท้องถิ่นอำเภอบ้านนาเดิม อำเภอบ้านนาสาร อำเภอเวียงสระ อำเภอเคียนซา อำเภอพระแสง และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้บันทึกเรื่องราว จัดพิมพ์เป็นหนังสือและเอกสารเผยแพร่เพื่อให้นักเรียนได้ใช้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษาศาสนาและวัฒนธรรม รายวิชาท้องถิ่นของเรา และผู้สนใจได้ศึกษาเรื่องราวความเป็นมาของอำเภอพระแสง มีรายละเอียดดังนี้

1. เริ่มต้นประวัติศาสตร์ "อำเภอพะแสง " มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ได้รับอารยธรรมมาตั้งแต่ก่อนสมัยประวัติศาสตร์ มีมนุษย์ตั้งถิ่นฐานรอบอ่าวบ้านดอน ลุ่มแม่น้ำตาปี แม่น้ำพุมดวง แม่น้ำอิปัน คลองฉวาง คลองหา คลองลำพูน คลองยา คลองท่าสะท้อน มีหลักฐานความเจริญบริเวณบ้านน้ำรอบ บ้านท่าสะท้อน บ้านท่าเรือ บ้านควนท่าแร่ บ้านนาสาร ภูเขาถ้ำขรม เมืองเวียงสระ เคียนซา พระแสง ถึงสมัยประวัติศาสตร์ พระแสง อยู่ในเขตการปกครองของอาณาจักรไชยา และเมืองนครศรีธรรมราช มีความสัมพันธ์เกี่ยวเนื่องกับประวัติศาสตร์สยาม สมัยสุโขทัย สมัยอยุธยา สมัยกรุงธนบุรีและกรุงรัตนโกสินทร์

2. สมัยเรียกชื่อ “ท้องที่ลำพูน” ในอดีตรู้จักในนาม บ้านนา เนื่องจากประชาชนมีที่ทำนาจำนวนมากและเรียกตามท้องที่ตั้งหมู่บ้านหลักฐานทางประวัติศาสตร์ เรียกว่า บ้านนา และ ลำพูน ส่วนประชาชนในท้องถิ่นเรียกว่า “บ้านนา” - ปี พ.ศ. 2354 เป็นท้องที่ชื่อ ท้องที่ลำพูน ขึ้นกับเมืองนครศรีธรรมราช เอกสารทางประวัติศาสตร์บันทึกว่า “ท้องที่ลำพูน เป็นแขวงชั้นนอกด้านใต้ต่อแดนเมืองกระบี่ ด้านตะวันตกต่อแดนเมืองพังงาและตะกั่วป่า ด้านตะวันออกต่อแดนเมืองกาญจนดิษฐ์” โดยดูแลท้องที่เวียงสระ ท้องที่ส้องห้วยมะนาว ท้องที่อิปัน ท้องที่ฉวางท่าชี ประกอบด้วย อำเภอถ้ำขรม อำเภอน้ำพุ อำเภอท่าชี โดยมี วัดโฉละ เป็นที่เลณฑุบาต (หมายเหตุ เมืองนครศรีธรรมราชก่อนสมัยรัชกาลที่ 5 ได้จัดการปกครองเป็นลักษณะดังนี้คือ ท้องที่ มีนายที่ดูแล อำเภอ มีนายอำเภอดูแล แขวง มีนายแขวงดูแล)

- ปรากฏหลักฐานในทำเนียบข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราช สมัยรัชกาลที่ 2 ปี พ.ศ. 2354 เกี่ยวกับข้าราชการที่ลำพูนดังนี้ คือ “ หลวงอินทรพิชัย นายที่ลำพูน ถือศักดินา ๘๐๐ ฝ่ายซ้าย ขุนเพชรกำแพง ปลัด ถือศักดินา ๔๐๐ หมื่นเทพรักษา รอง ถือศักดินา ๒๐๐ หมื่นพรหมอักษร สมุห์บัญชี ถือศักดินา ๒๐๐ หมื่นจิตอักษร สมุห์บัญชี ถือศักดินา ๒๐๐ หมื่นสระบุรี เป็นสารวัตร ถือศักดินา ๒๐๐ หมื่นเกล้าเป็นสารวัตร ถือศักดินา ๒๐๐ สิริ หลวงขุนหมื่นที่ลำพูน หลวง ๑ ขุน ๑ หมื่น รวม ๗ คน ”' - ปี พ.ศ. 2420 มีการจัดปกครองท้องที่แขวงลำพูน คือ แยกท้องที่เวียงสระและท้องที่ส้องห้วยมะนาวออกเป็น 2 อำเภอคือ อำเภอเวียงสระ และอำเภอบ้านส้อง อำเภอเวียงสระต่อมาเรียกชื่ออำเภอคลองตาล โดยมี วัดเวียง เป็นที่เลณฑุบาต ท้องที่ลำพูนได้ดูแลราชการท้องที่ดังกล่าว

- นอกจากนี้ยัง ปรากฏหลักฐานในทำเนียบข้าราชการเมืองนครศรีธรรมราช สมัยรัชกาลที่ 2 เกี่ยวกับข้าราชการท้องที่อิปันดังนี้ คือ ขุนอินทรตานี นายที่อิปัน นา ๖๐๐ ฝ่ายซ้าย ขุนไชยบุรี รองที่อิปัน นา ๔๐๐ หมื่นอักษร สมุห์บัญชี นา ๓๐๐ หมื่นพร สมุห์บัญชี นา ๓๐๐ หมื่นจงรัก สารวัตร นา ๒๐๐ หมื่นสารวัตร สารวัตร นา ๒๐๐ พันน่วม นายอำเภออิปัน นา ๒๐๐ พันเพชร นายอำเภออิปัน นา ๒๐๐ สิริ ขุน หมื่นที่อิปัน ขุน ๒ หมื่น ๔ พัน ๒ รวม ๘ คน (คัดลอกโดย: นายเทพ รักบำรุง ครู ค.ศ. ๓ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๕๗) ท้องที่อิปันได้ดูแลราชการท้องที่ดังกล่าวตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 2 รัชกาลที่ 3 รัชกาลที่ 4 จนถึงสมัยรัชกาลที่ 5

3. สมัยเรียกชื่อ “อำเภอลำพูน” สมัยรัชกาลที่ 5 ได้จัดการปกครองประเทศสยาม ตามพระราชบัญญัติลักษณะการปกครองท้องถิ่น ร.ศ.116 (พ.ศ. 2440) และข้อบังคับลักษณะการปกครองหัวเมือง ร.ศ.117 (พ.ศ. 2441) พระยาสุขุมนัยวินิต (ปั้น สุขุม) ข้าหลวงเทศาภิบาลมณฑลนครศรีธรรมราช ได้จัดเขตการปกครอง เมืองนครศรีธรรมราช เป็น 9 อำเภอ คือ อำเภอกลางเมือง อำเภอเบี้ยซัด (ปากพนัง) อำเภอร่อนพิบูลย์ อำเภอกลาย อำเภอสิชล อำเภอฉวาง อำเภอทุ่งสง อำเภอเขาพังไกร และอำเภอลำพูน ในส่วนอำเภอลำพูน จัดการปกครอง ดังรายละเอียดดังนี้คือ ยุบอำเภออิปัน เป็น ตำบลอิปัน ยุบอำเภอพะแสง เป็น ตำบลพะแสง ยุบอำเภอพนมเป็นตำบลพนม มารวมกับตำบลที่มีอยู่ของท้องที่ลำพูน คือ ตำบลกอบแกบ ตำบลทุ่งเตา ตำบลท่าเรือ ตำบลบ้านนา ตั้งเป็น อำเภอลำพูน ตั้งที่ว่าการอำเภอที่ตำบลบ้านนา ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้กับวัดบ้านนาติดกับคลองลำพูน บริเวณที่ตั้งโรงพยาบาลบ้านนาเดิม - ปี พ.ศ. 2442 (ร.ศ.118) แยกตำบลและตั้งตำบลขึ้นใหม่ คือ ตำบลเวียงสระ ตำบลทุ่งหลวง ตำบลท่าเรือ ตำบลพรุพี ตำบลอู่มาต (นาสาร) ตำบลลำพูน (กอบแกบ) ตำบลทุ่งเตา ตำบลท่าเรือ ตำบลบ้านนา ย้ายที่ว่าการอำเภอลำพูน(บริเวณโรงพยาบาลบ้านนาเดิม มาสร้างใหม่บริเวณตลาดเทศบาลบ้านนาในปัจจุบัน)

4. สมัยเรียกชื่อ “อำเภอพะแสง” ต่อมาเปลี่ยน “อำเภอพระแสง” - ปี พ.ศ. 2442 พระยาสุขุมนัยวินิต(ปั้น สุขุม ต่อมาเลื่อนยศเป็น พระยายมราช) สมุหเทศาภิบาล มณฑลนครศรีธรรมราช ได้มาตรวจราชการที่อำเภอลำพูน พิจารณาเห็นว่าการจัดการปกครองอำเภอลำพูน ยังไม่เหมาะสมเพราะไม่สะดวกต่อการเดินทางของประชาชนจึงได้แยกตำบลอีปัน และ ตำบลพะแสง ตั้งเป็น อำเภอพะแสง แยกตำบลพนม ตั้งเป็น กิ่งอำเภอพนม ออกจากอำเภอลำพูน

- ปี พ.ศ. 2449(ร.ศ.125)ย้ายศาลารัฐบาลมณฑล(ศร.)ชุมพร มาตั้งที่บ้านดอน เปลี่ยนชื่อมณฑลชุมพรเป็นชื่อ มณฑลสุราษฎร์ ตั้งศาลารัฐบาลมณฑลที่บ้านดอน เปลี่ยนชื่อเมืองไชยา เป็นเมืองสุราษฎร์ธานี และโอนอำเภอพะแสง กิ่งอำเภอพนม และอำเภอลำพูน จากเมืองนครศรีธรรมราช มณฑลนครศรีธรรมราชมาขึ้นกับเมืองสุราษฎร์ธานี จึงทำให้อำเภอลำพูน กิ่งอำเภอพนมและอำเภอพระแสง มาอยู่ในเมืองสุราษฎร์ธานี

- วันที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2452(ร.ศ.128) เปลี่ยนชื่อ"อำเภอพะแสง" เนื่องจากความหมายเดิมยังไม่เหมาะสมจึงเปลี่ยนเป็น "อำเภอพระแสง"

การปกครองส่วนภูมิภาค[แก้]

อำเภอพระแสงแบ่งเขตการปกครองออกเป็น 7 ตำบล 74 หมู่บ้าน ได้แก่

1. อิปัน (Ipan) 12 หมู่บ้าน
2. สินปุน (Sin Pun) 10 หมู่บ้าน
3. บางสวรรค์ (Bang Sawan) 14 หมู่บ้าน
4. ไทรขึง (Sai Khueng) 13 หมู่บ้าน
5. สินเจริญ (Sin Charoen) 10 หมู่บ้าน
6. ไทรโสภา (Sai Sopha) 8 หมู่บ้าน
7. สาคู (Sakhu) 7 หมู่บ้าน
แผนที่

การปกครองส่วนท้องถิ่น[แก้]

ท้องที่อำเภอพระแสงประกอบด้วยองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 9 แห่ง ได้แก่

  • เทศบาลตำบลบางสวรรค์ ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของหมู่ที่ 1-4 ตำบลบางสวรรค์
  • เทศบาลตำบลย่านดินแดง ครอบคลุมพื้นที่บางส่วนของหมู่ที่ 1 ตำบลอิปัน
  • องค์การบริหารส่วนตำบลอิปัน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลอิปัน (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลย่านดินแดง)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสินปุน ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสินปุนทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลบางสวรรค์ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลบางสวรรค์ (เฉพาะนอกเขตเทศบาลตำบลบางสวรรค์)
  • องค์การบริหารส่วนตำบลไทรขึง ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไทรขึงทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสินเจริญ ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสินเจริญทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลไทรโสภา ครอบคลุมพื้นที่ตำบลไทรโสภาทั้งตำบล
  • องค์การบริหารส่วนตำบลสาคู ครอบคลุมพื้นที่ตำบลสาคูทั้งตำบล

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]