ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ใบปิดภาพยนตร์
กำกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
อำนวยการสร้าง หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา
หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล(ภาค 5-6)
คุณากร เศรษฐี
เขียนบท หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
สุเนตร ชุตินธรานนท์
บรรยาย ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ(ภาค 1)
มนตรี เจนอักษร(ภาค 5-6)
นำแสดง ดูด้านล่าง
ดนตรีประกอบ ริชาร์ด ฮาร์วีย์(ภาค 1,2,4)
แซนดี้ แม็คลาเลนด์(ภาค 1-3)
รอส คัลลัม(ภาค 3)
เทิดศักดิ์ จันทร์ปาน(ภาค 5-6)
กำกับภาพ ณัฐวุฒิ กิตติคุณ(ภาค 1-2)
สตานิสลาฟ ดอร์ซิก
ตัดต่อ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
หม่อมราชวงศ์ปัทมนัดดา ยุคล
ค่าย พร้อมมิตร โปรดักชั่น
จำหน่าย/เผยแพร่ สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล
ฉาย พ.ศ. 2550 – 2558
ประเทศ ไทย
ภาษา ภาษาไทย
ภาษาพม่า
ภาษามอญ
งบประมาณ 700 ล้านบาท(6 ภาค)
ก่อนหน้านี้ สุริโยไท
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากสยามโซน

ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์ กำกับการแสดงโดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล มี 6 ภาค ทุนสร้าง 700 ล้านบาท (ในครั้งแรกกำหนดให้มี 5 ภาค[1][2]) เป็นภาคต่อจากภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท โดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ได้วางเป้าหมายเรื่องนี้ไว้ว่าจะต้องทำให้ดีกว่าภาพยนตร์เรื่อง "สุริโยไท" ในทุกด้าน โดยมีขอบเขตการทำงานใหญ่กว่า, อลังการกว่า, ฉากต่าง ๆ มีความยิ่งใหญ่อลังการกว่า, นักแสดงหลัก และนักแสดงประกอบมีจำนวนมากกว่า เครื่องมือ และเทคโนโลยีต่าง ๆ มากกว่า[3] ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตพระบรมราชินีนาถ เนื่องในวโรกาสมหามงคลที่ทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 72 พรรษา[4]

เนื้อเรื่อง[แก้]

องค์ประกันหงสา[แก้]

ประกาศอิสรภาพ[แก้]

ยุทธนาวี[แก้]

ศึกนันทบุเรง[แก้]

ยุทธหัตถี[แก้]

อวสานหงสา[แก้]

ตัวละครและนักแสดง[แก้]

ตัวละคร องค์ประกันหงสา ประกาศอิสรภาพ ยุทธนาวี ศึกนันทบุเรง ยุทธหัตถี อวสานหงสา
สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์ พันโทวันชนะ สวัสดี
ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์
พันโทวันชนะ สวัสดี พันโทวันชนะ สวัสดี
ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์
พันโทวันชนะ สวัสดี
ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์
พันโทวันชนะ สวัสดี
ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์
มณีจันทร์ สุชาดา เช็คลีย์ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ
สุชาดา เช็คลีย์
ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ
สุชาดา เช็คลีย์
ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ
สุชาดา เช็คลีย์
ออกพระราชมนู จิรายุ ละอองมณี นพชัย ชัยนาม
จิรายุ ละอองมณี
นพชัย ชัยนาม นพชัย ชัยนาม
จิรายุ ละอองมณี
นพชัย ชัยนาม นพชัย ชัยนาม
จิรายุ ละอองมณี
เลอขิ่น   อินทิรา เจริญปุระ  
พระมหาเถรคันฉ่อง สรพงษ์ ชาตรี
สมเด็จพระสุพรรณกัลยา เกรซ มหาดำรงค์กุล
กล้วยไม้ พิกุลแย้ม
เกรซ มหาดำรงค์กุล
พระเจ้านันทบุเรง จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์
พระมหาอุปราชา โชติ บัวสุวรรณ นภัสกร มิตรเอม
พระชัยบุรี   ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง
พระศรีถมอรัตน์   พันโทคมกริช อินทรสุวรรณ
สมเด็จพระเอกาทศรถ กรัณย์ เศรษฐี พันเอกวินธัย สุวารี
สมเด็จพระมหาธรรมราชา ฉัตรชัย เปล่งพานิช  
พระเจ้าบุเรงนอง สมภพ เบญจาธิกุล  
สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ ศรัณยู วงศ์กระจ่าง  
สมเด็จพระมหินทราธิราช สันติสุข พรหมศิริ  
ออกญาจักรี ไพโรจน์ ใจสิงห์  
หมอกมู   อภิรดี ภวภูตานนท์   อภิรดี ภวภูตานนท์  
เสือหาญฟ้า   ดอม เหตระกูล  
ไอ้ขาม   ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ  
พระยาเกียน   ประดิษฐ์ ภักดีวงษ์  
พระยาราม   ศักราช ฤกษ์ธำรงค์  
มังจาปะโร ทีปกร อัครวุฒิวรกุล ชลัฏ ณ สงขลา  
พระวิสุทธิกษัตริย์ ปวีณา ชารีฟสกุล  
ท้าววรจันทร์ อำภา ภูษิต
นัดจินหน่อง สิริพงษ์ แพทย์วงษ์ นาวาอากาศตรีจงเจต วัชรานันท์
พระยาพิชัยรณฤทธิ์ อานนท์ สุวรรณเครือ
ขุนเดช ดี๋ ดอกมะดัน  
พระราเมศวร สถาพร นาควิลัย   สถาพร นาควิลัย  
สมเด็จพระไชยเชษฐาธิราช รอน บรรจงสร้าง  
เจ้าฟ้าเมืองคัง ชุมพร เทพพิทักษ์  
พระเทพกษัตรี ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์  
ออกญาเสนาภิมุข   คะซุกิ ยะโนะ
ขุนรัตนแพทย์   โกวิทย์ วัฒนกุล
ออกญาราชวังสรรค์   นาวาอากาศตรีกัมปนาท อั้งสูงเนิน
ซักแซกยอถ่าง   เรืองยศ โกมลเพ็ชร  
ยายแก่ตาบอด   เดือนเต็ม สาลิตุล  
หมอกใหม่   ญาณิกา ทองประยูร  
พระยาพะสิม   ครรชิต ขวัญประชา
นรธาเมงสอ   ชลิต เฟื่องอารมย์  
นันทจอถิง   หม่อมหลวงรังษิธร ภาณุพันธ์  
ขุนรามเดชะ ฐากูร การทิพย์
ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ
ฐากูร การทิพย์
มูเตอ   เกศริน เอกธวัชกุล  
ท้าวโสภา   พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์  
พระศรีสุพรรณมาธิราช   ดิลก ทองวัฒนา  
พญาละแวก   เศรษฐา ศิระฉายา  
เจ้าหญิงรัตนาวดี   อคัมย์สิริ สุวรรณศุข   อคัมย์สิริ สุวรรณศุข  
อังกาบ   ศิรพันธ์ วัฒนจินดา   ศิรพันธ์ วัฒนจินดา  
พระยาเชียงราย   พงษ์อมร ณ สงขลา  
ขุนพลอย   พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม  
พระยาเชียงแสน   มงคล อุทก  
ล่ามจีน   รอง เค้ามูลคดี  
นายกองหงสาวดี (มดแดง)   วิสา ทิพพะรังสี  
สเรนันทสู   ศิกษก บรรลือฤทธิ์  
พระยาจันโต   ทินธนัท เวลส์ช  
นายกองพม่า   สุรศักดิ์ วงษ์ไทย  
พลับพลึง   ไอรินทร์ สุรังค์สุริยกุล  
โหราธิบดีหงสาวดี   จรัล เพ็ชรเจริญ  
ครูบาเฒ่า   ถนอม นวลอนันต์  
เมงเกงสอ   รัชนี ศิระเลิศ
เมงเยสีหตู   นิรุตติ์ ศิริจรรยา
เม้ยมะนิก   เต็มฟ้า กฤษณายุธ

การผลิต[แก้]

เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ที่ ค่ายสุรสีห์ กาญจนบุรี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในบริเวณกองพลทหารราบที่ 9 (ค่ายสุรสีห์) ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี โดยม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ จัดการถ่ายทำถวายให้ทอดพระเนตรโดย เปิดกล้องด้วยฉากขบวนเสด็จของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเฝ้าสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดา ที่เมืองอโยธยา โดยมีนักแสดงกว่า 1,000 คน ร่วมเข้าฉาก[5]

ท่านมุ้ยกล่าวว่า “เหตุที่เลือกกาญจนบุรีเป็นสถานที่ถ่ายทำ เพราะสอดคล้องกับประวัติศาสตร์ที่เป็นเมือง หน้าด่านที่สำคัญในการสกัดกั้นทัพพม่าก่อนที่จะเข้าถึงอยุธยาได้ เป็นเส้นทางเดินทัพทั้งทางบกและทางน้ำ มีเหตุการณ์สำคัญหลายเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ในยุคสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกอบกับทำเลที่ตั้งเหมาะสมมาก และที่สำคัญคือเราได้รับการสนับสนุนจากกองทัพบกเป็นอย่างดี ด้วยความพร้อมและศักยภาพทุกด้าน ทั้งพื้นที่ กำลังพล ตลอดจนอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้การก่อสร้างดำเนินไปด้วยดี”

งานสร้างภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยิ่งใหญ่อลังการ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามีหลายด้านที่เป็นการปฏิวัติ วงการภาพยนตร์ไทย ได้แก่

  • ด้านเทคนิค ทั้งเทคนิคในการถ่ายทำและตัดต่อ การใช้ visual effect, special effect รวมถึงการทำ computer graphic ซึ่งมี supervisor จากต่างประเทศที่มีผลงานจาก ภาพยนตร์ระดับโลกของ Hollywood มาร่วมงาน
  • ด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ เช่น Spider Cam ที่ท่านมุ้ยปรับประยุกต์ให้สามารถใช้งานได้ในรูปแบบเดียวกันกับของต่างประเทศ แต่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างกันหลายเท่าตัว
  • ด้าน Production มีการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ในการสร้างฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก, เครื่องประดับตกแต่ง รวมทั้งเครื่องใช้เบ็ดเตล็ดต่างๆ โดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีในรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน ภาพยนตร์ไตรภาคเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ จาก WETA ประเทศนิวซีแลนด์ (ของ Peter Jackson – ผู้กำกับ) ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เวลา และ แรงงานได้เป็นอย่างมาก ผลงานที่ผลิตออกมามีรายละเอียดที่ประณีต เหมือนจริง และในภาคที่ห้าได้มีการมิกซ์เสียงในรูปแบบ ดอลบี้ แอทมอส (Dolby Atmos) เป็นครั้งแรกของวงการภาพยนตร์ในประเทศไทย ซึ่งลิขสิทธิ์ในการทำภาพยนตร์ระบบเสียงนี้ใช้ทุนในการดำเนินการสูงมาก และมีสตูดิโอที่สามารถมิกซ์เสียงได้เพียงแค่ไม่กี่แห่งในประเทศ ซึ่งถือเป็นผลพลอยได้จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2554 ที่ทำให้ฟิล์มต้นฉบับเสียหายทั้งหมด จนต้องดำเนินการถ่ายทำใหม่ตั้งแต่ต้น
  • ม้าศึก ม้าศึกประมาณ 30 ตัวที่ใช้ในเรื่องนี้นำเข้าจากต่างประเทศ (ออสเตรเลีย) โดยเป็นม้าที่ ได้รับการฝึกสำหรับการแสดงโดยเฉพาะ มีความสามารถพิเศษ เช่น เป็นม้าล้มและมีขนาดเหมาะสม โดยบางส่วนเป็นม้าที่แสดงในเรื่อง The Last Samurai

หากเทียบกับภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท ท่านมุ้ยได้วางเป้าหมายเรื่องนี้ไว้ว่าจะต้องทำให้ดีกว่าสุริโยไทใน ทุกด้าน โดยมี scope ของการทำงานใหญ่กว่า,ฉากต่างๆ มีความยิ่งใหญ่อลังการกว่า, นักแสดงหลักและนักแสดงประกอบมีจำนวนมากกว่าและใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีต่างๆ มากกว่า

ในครั้งแรก ท่านมุ้ยได้มีความตั้งใจจะสร้างภาพยนตร์ชุดนี้เป็นภาพยนตร์ไตรภาค หรือ 3 ภาคเท่านั้น ซึ่งถ้าหากเป็นเช่นนั้นก็จะถือว่าเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกด้วยที่มีด้วยกันทั้งหมด 3 ภาค แต่เมื่อสร้างไปแล้วได้เกิดการขยายขึ้นเป็น 6 ภาค โดยเริ่มงานสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 หลังจากที่สุริโยไทได้เข้าฉายทันที รวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มสร้างจนถึงภาคสุดท้ายออกฉายถึง 13 ปี ด้วยกัน และความตั้งใจแรกท่านมุ้ยต้องการที่จะให้ชื่อในแต่ละภาคว่า ภาคแรก สูญสิ้นอิสรภาพ, ภาคสอง อิสรภาพนั้น ยากยิ่งที่จะได้มา และภาคสาม ยากยิ่งกว่าที่จะรักษาไว้[1]

อีกทั้งภาพยนตร์ชุดนี้ อาจถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่เรื่องสุดท้ายที่มีถ่ายทำด้วยฟิล์ม[6]

ต่อมา หลังการฉายภาค 5 แล้ว ท่านมุ้ยไม่พอใจในฉากจบ จึงมีการสร้างภาคต่อเป็นภาค 6 อันเป็นภาคอวสาน[2]

การตอบรับ[แก้]

บ็อกซ์ออฟฟิศ[แก้]

ภาพยนตร์แบ่งเป็นหกภาค ปีที่เข้าฉาย วันที่เข้าฉายและรายได้สูงสุด แสดงในตารางด้านล่าง

ปี ชื่อภาค วันที่เข้าฉาย รายได้สูงสุด
พ.ศ. 2550 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๑ องค์ประกันหงสา 18 มกราคม พ.ศ. 2550 236.60 ล้านบาท [7]
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๒ ประกาศอิสรภาพ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 234.55 ล้านบาท [8]
พ.ศ. 2554 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ ยุทธนาวี 31 มีนาคม พ.ศ. 2554 201.17 ล้านบาท [9]
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๔ ศึกนันทบุเรง 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554 125.77 ล้านบาท [10]
พ.ศ. 2557 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๕ ยุทธหัตถี 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 200.00 ล้านบาท[ต้องการอ้างอิง]
พ.ศ. 2558 ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๖ อวสานหงสา 9 เมษายน พ.ศ. 2558 115.11 ล้านบาท[ต้องการอ้างอิง]
รวมรายได้ 913.02 ล้านบาท

รางวัลและเทศกาลภาพยนตร์[แก้]

ภาพยนตร์ รางวัล
ภาค ๑ องค์ประกันหงสา
ภาค ๒ ประกาศอิสรภาพ
  • ได้รับเลือกเป็นตัวแทนภาพยนตร์ไทย ในการส่งประกวดสาขารางวัลภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม การประกวดรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 80 [16]
  • ได้รับเลือกฉายเปิดเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองปูซาน ครั้งที่ 12[15]
  • ได้รับเลือกฉาย ในเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ เมืองปาล์มสปริงซ์ ครั้งที่ 19 ประเทศสหรัฐอเมริกา
  • ได้รับเลือกฉายในเทศกาลภาพยนตร์เอเชีย นครนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา ครั้งที่ 7 ประจำปี พ.ศ. 2551
ภาค ๓ ยุทธนาวี

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 "แฟนพันธุ์แท้ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช". แฟนพันธุ์แท้. 23 พฤษภาคม 2557. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2557. 
  2. 2.0 2.1 "มีเฮ!!! "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 6" ตอนอวสาน! มาแล้ว! ปลุกเลือดรักชาติ รักแผ่นดิน". ทีนิวส์. 1 กันยายน 2557. สืบค้นเมื่อ 18 ตุลาคม 2557. 
  3. http://www.kingnaresuanmovie.com/movie_tips_thai.php
  4. http://www.thaicinema.org/news49_19naresuan.asp
  5. http://www.kingnaresuanmovie.com/news_item_001_thai.php
  6. "'ท่านมุ้ย'นำทีมนักแสดงวางพวงมาลา'นเรศวรมหาราช'". innnews. 27 เมษายน 2557. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2557. 
  7. สรุปรายได้ภาพยนตร์ทำเงินที่เข้าฉายในบ้านเรา ปี 2550
  8. ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
  9. สรุปรายได้ภาพยนตร์ทำเงินที่เข้าฉายในบ้านเรา ปี 2554
  10. สรุปรายได้ของภาพยนตร์บางเรื่องที่เข้าฉายในไทยช่วงปี 2554
  11. ผลการประกาศรางวัล ไนน์ เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด ปี 2008
  12. ประกาศรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิงครั้งที่ 16
  13. ชมรมวิจารณ์บันเทิงจัดงานเล็กๆ ต้อนรับเดือนมีนาหน้าหนาว 5 มีนาคม 2551 / ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล
  14. http://www.thaifilm.com/awardsDetail.asp?id=100
  15. 15.0 15.1 อนันดา บุกปูซาน ร่วมงานหนังอินเตอร์
  16. Rithdee, Kong, August 24, 2007. Naresuan II reigns in Oscar race, Variety (magazine) (retrieved on August 26, 2007)
  17. ผลรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 20

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]