ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ลิงก์ข้ามภาษาในบทความนี้ มีไว้ให้ผู้อ่านและผู้ร่วมแก้ไขบทความศึกษาเพิ่มเติมโดยสะดวก เนื่องจากวิกิพีเดียภาษาไทยยังไม่มีบทความดังกล่าว กระนั้น ควรรีบสร้างเป็นบทความโดยเร็วที่สุด |
| ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช | |
|---|---|
หุ่นจำลองของ พล.ท. วันชนะ สวัสดี ในบทบาทสมเด็จพระนเรศวรมหาราช จัดแสดง ณ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งมาดามทุซโซต์ กรุงเทพฯ | |
| กำกับ | หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล |
| บทภาพยนตร์ | หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล สุเนตร ชุตินธรานนท์ |
| อำนวยการสร้าง | หม่อมกมลา ยุคล ณ อยุธยา หม่อมราชวงศ์เฉลิมชาตรี ยุคล (ภาค 5-6) คุณากร เศรษฐี |
| นักแสดงนำ | ดูด้านล่าง |
| ผู้บรรยาย | ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ (ภาค 1) มนตรี เจนอักษร (ภาค 5-6) |
| กำกับภาพ | ณัฐวุฒิ กิตติคุณ (ภาค 1-2) สตานิสลาฟ ดอร์ซิก |
| ตัดต่อ | หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล หม่อมราชวงศ์ปัทมนัดดา ยุคล |
| ดนตรีประกอบ | ริชาร์ด ฮาร์วีย์ (ภาค 1,2,4) แซนดี้ แม็คลาเลนด์ (ภาค 1-3) รอส คัลลัม (ภาค 3) เทิดศักดิ์ จันทร์ปาน (ภาค 5-6) |
| บริษัทผู้สร้าง | |
| ผู้จัดจำหน่าย | สหมงคลฟิล์ม อินเตอร์เนชั่นแนล |
| วันฉาย | พ.ศ. 2550 – 2558 |
| ประเทศ | ไทย |
| ภาษา | ภาษาไทย ภาษาพม่า ภาษามอญ |
| ทุนสร้าง | 700 ล้านบาท (6 ภาค) |
| ก่อนหน้านี้ | สุริโยไท |
ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เป็นภาพยนตร์ชุดแนวชีวประวัติ-อิงประวัติศาสตร์ของไทย ที่เล่าเรื่องราวของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ผู้ทรงปกครองกรุงสยามระหว่างปี พ.ศ. 2133 ถึง พ.ศ. 2148
กำกับโดยหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นผลงานต่อเนื่องจากภาพยนตร์เรื่องสุริโยไท (พ.ศ. 2546) ภาพยนตร์ชุดนี้บอกเล่าพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตั้งแต่ครั้งเป็นองค์ประกันในพม่าเมื่อยังทรงพระเยาว์ จนถึงการก้าวขึ้นเป็นจอมทัพผู้ยิ่งใหญ่ และท้ายที่สุดการประกาศอิสรภาพให้แก่กรุงสยาม ภาพยนตร์ชุดนี้เข้าฉายในสหรัฐอเมริกาโดยใช้ชื่อว่า Kingdom of Fire
ภาพยนตร์ทั้งหกภาคติดตามพระราชประวัติของสมเด็จพระนเรศวร ตั้งแต่ทรงเป็นองค์ประกันในราชสำนักของพระเจ้าบุเรงนองในวัยเยาว์ ผ่านช่วงเวลาที่ทรงบรรพชาเป็นสามเณร และการสร้างพันธมิตรรวมถึงความขัดแย้งสำคัญในเมืองหงสาวดี จนถึงการก้าวขึ้นเป็นจอมทัพและการประกาศอิสรภาพให้แก่กรุงสยาม ภาพยนตร์ภาคหลัง ๆ ถ่ายทอดพระราชกรณียกิจด้านการศึกสำคัญของพระองค์ที่มีต่อพม่า รวมถึงความขัดแย้งที่ทวีความรุนแรงขึ้นกับพระเจ้านันทบุเรง จนถึงการเผชิญหน้าครั้งชี้ขาดกับพระมหาอุปราชา (มังสามเกียด) และสงครามครั้งสุดท้ายที่กำหนดความสัมพันธ์ระหว่างกรุงศรีอยุธยากับอาณาจักรพม่าในกาลต่อมา
โครงการภาพยนตร์นี้ใช้เวลาผลิตมากกว่าสามปี โดยมีงบประมาณประมาณ 700 ล้านบาท ทำให้เป็นภาพยนตร์ไทยที่มีต้นทุนสูงที่สุดเท่าที่เคยสร้างมา[1][2][3]
ภาคประกาศอิสรภาพ ได้รับเลือกเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าชิงรางวัลออสการ์ ครั้งที่ 80 สาขาภาพยนตร์ภาษาต่างประเทศยอดเยี่ยม[4][5]
เนื้อเรื่อง
[แก้]องค์ประกันหงสา
[แก้]ประกาศอิสรภาพ
[แก้]ยุทธนาวี
[แก้]ศึกนันทบุเรง
[แก้]ยุทธหัตถี
[แก้]อวสานหงสา
[แก้]ตัวละครและนักแสดง
[แก้]| ตัวละคร | องค์ประกันหงสา | ประกาศอิสรภาพ | ยุทธนาวี | ศึกนันทบุเรง | ยุทธหัตถี | อวสานหงสา | |
|---|---|---|---|---|---|---|---|
| 2550 | 2554 | 2557 | 2558 | ||||
| สมเด็จพระนเรศวรมหาราช | ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์ | พลโทวันชนะ สวัสดี ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์ (วัยเด็ก) |
พลโทวันชนะ สวัสดี | พลโทวันชนะ สวัสดี ปรัชฌา สนั่นวัฒนานนท์ (วัยเด็ก) | |||
| มณีจันทร์ | สุชาดา เช็คลีย์ | ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ สุชาดา เช็คลีย์ (วัยเด็ก) |
ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ | ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ สุชาดา เช็คลีย์ (วัยเด็ก) | |||
| ออกพระราชมนู / บุญทิ้ง | จิรายุ ละอองมณี | นพชัย ชัยนาม จิรายุ ละอองมณี (วัยเด็ก) |
นพชัย ชัยนาม | นพชัย ชัยนาม จิรายุ ละอองมณี (วัยเด็ก) |
นพชัย ชัยนาม | นพชัย ชัยนาม จิรายุ ละอองมณี (วัยเด็ก) | |
| พระมหาเถรคันฉ่อง | สรพงศ์ ชาตรี | ||||||
| พระเจ้านันทบุเรง | จักรกฤษณ์ อำมะรัตน์ | ||||||
| พระมหาอุปราชา (มังสามเกียด) | โชติ บัวสุวรรณ | นภัสกร มิตรเอม | |||||
| พระสุพรรณกัลยา | เกรซ มหาดำรงค์กุล กล้วยไม้ พิกุลแย้ม (วัยเด็ก) |
เกรซ มหาดำรงค์กุล | |||||
| นัดจินหน่อง | สิริพงษ์ แพทย์วงษ์ | นาวาอากาศเอกจงเจต วัชรานันท์ | |||||
| สมเด็จพระเอกาทศรถ | กรัณย์ เศรษฐี | พลตรีวินธัย สุวารี | |||||
| ออกญาสีหราชเดโช | ธนา สินประสาธน์ | ||||||
| ท้าววรจันทร์ | อำภา ภูษิต | อำภา ภูษิต | |||||
| สมเด็จพระมหาธรรมราชาธิราช | ฉัตรชัย เปล่งพานิช | ||||||
| มังจาปะโร | ทีปกร อัครวุฒิวรกุล | ชลัฏ ณ สงขลา | |||||
| ออกญาสุโขทัย | ต่อลาภ กำพุศิริ | ||||||
| ออกญากำแพงเพชร | อภิชาติ อรรถจินดา | ||||||
| ออกญาท้ายน้ำ | คมน์ อรรฆเดช | ||||||
| พระยาพิชัยสงคราม | ราวิน บุรารักษ์ | ||||||
| พระวิสุทธิกษัตรีย์ | ปวีณา ชารีฟสกุล | ปวีณา ชารีฟสกุล | |||||
| ลักไวทำมู | สมชาติ ประชาไทย | ||||||
| พระเจ้าบุเรงนองกะยอดินนรธา | สมภพ เบญจาธิกุล | ||||||
| ขุนเดช | ดี๋ ดอกมะดัน | ||||||
| สุระกำมา | โสธรณ์ รุ่งเรือง | ||||||
| ฟ้าเสือต้าน (เจ้าฟ้าเมืองคัง) | ชุมพร เทพพิทักษ์ | ||||||
| ออกญาพิชัย | กรุง ศรีวิไล | กรุง ศรีวิไล | |||||
| ออกญาสวรรคโลก | มานพ อัศวเทพ | มานพ อัศวเทพ | |||||
| สมเด็จพระมหาจักรพรรดิ | ศรัณยู วงศ์กระจ่าง | ศรัณยู วงศ์กระจ่าง | |||||
| พระเทพกษัตรีย์ | ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ | ณัฐริกา ธรรมปรีดานันท์ | |||||
| พระราเมศวร | สถาพร นาควิลัย | สถาพร นาควิลัย | |||||
| สมเด็จพระมหินทราธิราช | สันติสุข พรหมศิริ | ||||||
| ออกญาจักรี | ไพโรจน์ ใจสิงห์ | ||||||
| พระนางจันทราเทวี | เปรมสินี รัตนโสภา | ||||||
| พระไชยเชษฐา | รอน บรรจงสร้าง | ||||||
| ออกญาราชภักดี | ญาณี ตราโมท | ||||||
| ราชทูตล้านช้าง | กษมา นิสสัยพันธ์ | ||||||
| มเหสีพระมหินทราธิราช | ปริศนา กล่ำพินิจ | ||||||
| ปรารถนา สัชฌุกร | |||||||
| พระชัยบุรี | ปราบต์ปฎล สุวรรณบาง | ||||||
| พระศรีถมอรัตน์ | พันโทคมกริช อินทรสุวรรณ | ||||||
| ออกญาเสนาภิมุข | คะซุกิ ยะโนะ | ||||||
| ออกญาราชวังสรรค์ | นาวาอากาศเอกกัมปนาท อั้งสูงเนิน | ||||||
| ออกญาศรีไสณรงค์ | วัชรชัย สุนทรศิริ | ||||||
| เลอขิ่น | อินทิรา เจริญปุระ | ||||||
| พระยาพิชิตรณรงค์ (ภาค : 2) |
พยัคฆ์ รามวาทิน | ||||||
| พระยาจักรีศรีองครักษ์ (ภาค : 3-5) | |||||||
| ขุนรัตนแพทย์ | โกวิทย์ วัฒนกุล | ||||||
| ซักแซกยอถ่าง | เรืองยศ โกมลเพ็ชร | ||||||
| พระยาพิชัยรณฤทธิ์ | อานนท์ สุวรรณเครือ | อานนท์ สุวรรณเครือ | |||||
| หมอกมู | อภิรดี ภวภูตานนท์ | ||||||
| พระยาเกียน | ประดิษฐ์ ภักดีวงษ์ | ||||||
| พระยาราม | ศักราช ฤกษ์ธำรงค์ | ||||||
| แม่นางปลื้ม | เดือนเต็ม สาลิตุล | ||||||
| ขุนรามเดชะ | ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ | ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ ฐากูร การทิพย์ |
ฐากูร การทิพย์ | ||||
| พระยาพะสิม | ครรชิต ขวัญประชา | ||||||
| ไชยกะยอสู | พันตำรวจเอกจตุรวิทย์ คชน่วม | ||||||
| นันทจอถิง | หม่อมหลวงรังษิธร ภาณุพันธ์ | สุรศักดิ์ ชัยอรรถ | |||||
| นายมหานุภาพ (ไอ้ขาม) | ศุภกรณ์ กิจสุวรรณ | ||||||
| หมอกใหม่ | ญาณิกา ทองประยูร | ||||||
| นรธาเมงสอ (พระเจ้าเชียงใหม่) | ชลิต เฟื่องอารมย์ | ||||||
| นันทกะยอสู | เขมชาติ โรจนะหัสดิน | ||||||
| จ่าศรีพรม | จันทนา ศิริผล | ||||||
| เสือหาญฟ้า | ดอม เหตระกูล | ||||||
| มูเตอ | เกศริน เอกธวัชกุล | ||||||
| ท้าวโสภา | พิมพ์พรรณ ชลายนคุปต์ | ||||||
| พระศรีสุพรรณมาธิราช | ดิลก ทองวัฒนา | ||||||
| พญาละแวก | เศรษฐา ศิระฉายา | ||||||
| พระยาจีนจันตุ | ชูชาติ ทรัพย์สุทธิพร | ||||||
| เสือหยก | พันธกฤต เทียมเศวต | ||||||
| เจ้าหญิงรัตนาวดี | อคัมย์สิริ สุวรรณศุข | อคัมย์สิริ สุวรรณศุข | |||||
| อังกาบ | ศิรพันธ์ วัฒนจินดา | ศิรพันธ์ วัฒนจินดา | |||||
| เจ้าจอมมารดาสาย | วิชุดา มงคลเขตต์ | วิชุดา มงคลเขตต์ | |||||
| ชาวบ้าน | จเร เชิญยิ้ม | จเร เชิญยิ้ม | |||||
| แป๋ว บ้านโป่ง | แป๋ว บ้านโป่ง | ||||||
| ค่อม ชวนชื่น | |||||||
| พระยาเชียงราย | พงษ์อมร ณ สงขลา | ||||||
| ขุนพลอย | พิสุทธิ์ แพร่แสงเอี่ยม | ||||||
| พระยาเชียงแสน | มงคล อุทก | ||||||
| ล่ามจีน | รอง เค้ามูลคดี | ||||||
| นายกองหงสาวดี (มดแดง) | วิสา ทิพพะรังสี | ||||||
| สเรนันทสู | ศิกษก บรรลือฤทธิ์ | ||||||
| พระยาพะเยา | เฉลิมชัย มหากิจศิริ | ||||||
| พระยาจันโต | ทินธนัท เวลส์ช | ||||||
| พลับพลึง | ไอรินทร์ สุรังค์สุริยกุล | ||||||
| นายกองพม่า | สุรศักดิ์ วงษ์ไทย | ||||||
| โหราธิบดีหงสาวดี | จรัล เพ็ชรเจริญ | ||||||
| ครูบาเฒ่า | ถนอม นวลอนันต์ | ||||||
| เม้ยมะนิก | เต็มฟ้า กฤษณายุธ | ||||||
| เมงเยสีหตู | นิรุตติ์ ศิริจรรยา | ||||||
| เมงเกงสอ | รัชนี ศิระเลิศ | ||||||
| มหาเถรเสียมเพียม | สะอาด เปี่ยมพงศ์สานต์ | ||||||
| พระยาลอ | พันโทไกรลาศ เกรียงไกร | ||||||
| ขุนรอน | อรรถพร สุวรรณ | ||||||
| พระเทพอรชุน | จรัสพงษ์ สุรัสวดี | ||||||
| จอลุ | สมเดช แก้วลือ | ||||||
| เมงราชาญี | รณ ฤทธิชัย | ||||||
| ภะยะกามณี | กฤษณะ เศรษฐธำรงค์ | ||||||
การผลิต
[แก้]เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2547 ที่ ค่ายสุรสีห์ กาญจนบุรี สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เสด็จพระราชดำเนินทรงเป็นประธานในพิธีบวงสรวงเปิดกล้องภาพยนตร์เรื่องตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภายในบริเวณกองพลทหารราบที่ 9 (ค่ายสุรสีห์) ตำบลลาดหญ้า อำเภอเมืองกาญจนบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยม.จ. ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับภาพยนตร์ จัดการถ่ายทำถวายให้ทอดพระเนตรโดย เปิดกล้องด้วยฉากขบวนเสด็จของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช เพื่อเฝ้าสมเด็จพระมหาธรรมราชา พระราชบิดา ที่เมืองอโยธยา โดยมีนักแสดงกว่า 1,000 คน ร่วมเข้าฉาก[6]
ท่านมุ้ยกล่าวว่า
เหตุที่เลือกกาญจนบุรีเป็นสถานที่ถ่ายทำ เพราะสอดคล้องกับประวัติศาสตร์ที่เป็นเมือง หน้าด่านที่สำคัญในการสกัดกั้นทัพพม่าก่อนที่จะเข้าถึงอยุธยาได้ เป็นเส้นทางเดินทัพทั้งทางบกและทางน้ำ มีเหตุการณ์สำคัญหลายเรื่องที่เกิดขึ้นที่นี่ในยุคสมัยของสมเด็จพระนเรศวรมหาราชประกอบกับทำเลที่ตั้งเหมาะสมมาก และที่สำคัญคือเราได้รับการสนับสนุนจากกองทัพบกเป็นอย่างดี ด้วยความพร้อมและศักยภาพทุกด้าน ทั้งพื้นที่ กำลังพล ตลอดจนอุปกรณ์และเครื่องมือต่างๆ ที่ช่วยให้การก่อสร้างดำเนินไปด้วยดี
งานสร้างภาพยนตร์
[แก้]บทความนี้อาจต้องการตรวจสอบต้นฉบับ ในด้านไวยากรณ์ รูปแบบการเขียน การเรียบเรียง คุณภาพ หรือการสะกด คุณสามารถช่วยพัฒนาบทความได้ |
ภาพยนตร์เรื่องนี้มีความยิ่งใหญ่ ซึ่งอาจกล่าวได้ว่ามีการปฏิวัติวงการภาพยนตร์ไทย ได้แก่
- ด้านเทคนิค ทั้งเทคนิคในการถ่ายทำและตัดต่อ การใช้ visual effect, special effect รวมถึงการทำ computer graphic ซึ่งมี supervisor จากต่างประเทศที่มีผลงานจาก ภาพยนตร์ระดับโลกของ Hollywood มาร่วมงาน
- ด้านเครื่องมือและอุปกรณ์ เช่น Spider Cam ที่ท่านมุ้ยปรับประยุกต์ให้สามารถใช้งานได้ในรูปแบบเดียวกันกับของต่างประเทศ แต่มีต้นทุนค่าใช้จ่ายต่างกันหลายเท่าตัว
- ด้าน Production มีการนำเทคโนโลยีสมัยใหม่ ๆ มาใช้ในการสร้างฉากและอุปกรณ์ประกอบฉาก เครื่องประดับตกแต่ง รวมทั้งเครื่องใช้เบ็ดเตล็ดต่าง ๆ โดยใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีในรูปแบบเดียวกันกับที่ใช้ใน ภาพยนตร์ไตรภาคเดอะลอร์ดออฟเดอะริงส์ จาก WETA ประเทศนิวซีแลนด์ (ของ Peter Jackson – ผู้กำกับ) ซึ่งช่วยประหยัดค่าใช้จ่าย เวลา และ แรงงานได้เป็นอย่างมาก ผลงานที่ผลิตออกมามีรายละเอียดที่ประณีต เหมือนจริง และในภาคที่ห้าได้มีการมิกซ์เสียงในรูปแบบ ดอลบี้ แอทมอส (Dolby Atmos) เป็นครั้งแรกของวงการภาพยนตร์ในประเทศไทย ซึ่งลิขสิทธิ์ในการทำภาพยนตร์ระบบเสียงนี้ใช้ทุนในการดำเนินการสูงมาก และมีสตูดิโอที่สามารถมิกซ์เสียงได้เพียงแค่ไม่กี่แห่งในประเทศ ซึ่งถือเป็นผลพลอยได้จากเหตุการณ์อุทกภัยครั้งใหญ่ในปี พ.ศ. 2554 ที่ทำให้ฟิล์มต้นฉบับเสียหายทั้งหมด จนต้องดำเนินการถ่ายทำใหม่ตั้งแต่ต้น
- ม้าศึก ม้าศึกประมาณ 30 ตัวที่ใช้ในเรื่องนี้นำเข้าจากต่างประเทศ (ออสเตรเลีย) โดยเป็นม้าที่ ได้รับการฝึกสำหรับการแสดงโดยเฉพาะ มีความสามารถพิเศษ เช่น เป็นม้าล้มและมีขนาดเหมาะสม โดยบางส่วนเป็นม้าที่แสดงในเรื่อง The Last Samurai
หากเทียบกับภาพยนตร์เรื่อง สุริโยไท ท่านมุ้ยได้วางเป้าหมายเรื่องนี้ไว้ว่าจะต้องทำให้ดีกว่าสุริโยไทใน ทุกด้าน โดยมี scope ของการทำงานใหญ่กว่า ฉากต่าง ๆ มีความยิ่งใหญ่อลังการกว่า นักแสดงหลักและนักแสดงประกอบมีจำนวนมากกว่าและใช้เครื่องมือและเทคโนโลยีต่าง ๆ มากกว่า
ในครั้งแรก ท่านมุ้ยได้มีความตั้งใจจะสร้างภาพยนตร์ชุดนี้เป็นภาพยนตร์ไตรภาค หรือ 3 ภาคเท่านั้น แต่เมื่อสร้างไปแล้วได้เกิดการขยายขึ้นเป็น 6 ภาค โดยเริ่มงานสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 หลังจากที่สุริโยไทได้เข้าฉายทันที รวมระยะเวลาตั้งแต่เริ่มสร้างจนถึงภาคสุดท้ายออกฉายถึง 13 ปี ด้วยกัน และความตั้งใจแรกท่านมุ้ยต้องการที่จะให้ชื่อในแต่ละภาคว่า ภาคแรก สูญสิ้นอิสรภาพ, ภาคสอง อิสรภาพนั้น ยากยิ่งที่จะได้มา และภาคสาม ยากยิ่งกว่าที่จะรักษาไว้[7]
อีกทั้งภาพยนตร์ชุดนี้ อาจถือได้ว่าเป็นภาพยนตร์ฟอร์มใหญ่เรื่องสุดท้ายที่มีถ่ายทำด้วยฟิล์ม[8]
ต่อมา หลังการฉายภาค 5 แล้ว ท่านมุ้ยไม่พอใจในฉากจบ จึงมีการสร้างภาคต่อเป็นภาค 6 อันเป็นภาคอวสาน[9]
การตอบรับ
[แก้]บ็อกซ์ออฟฟิศ
[แก้]ภาพยนตร์แบ่งเป็นหกภาค ปีที่เข้าฉาย วันที่เข้าฉายและรายได้สูงสุด แสดงในตารางด้านล่าง
| ปี | ชื่อภาค | วันที่เข้าฉาย | รายได้สูงสุด |
|---|---|---|---|
| พ.ศ. 2550 | ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๑ องค์ประกันหงสา | 18 มกราคม พ.ศ. 2550 | 219.06 ล้านบาท [10] |
| ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๒ ประกาศอิสรภาพ | 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2550 | 216.87 ล้านบาท [11] | |
| พ.ศ. 2554 | ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๓ ยุทธนาวี | 31 มีนาคม พ.ศ. 2554 | 201.08 ล้านบาท [12] |
| ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๔ ศึกนันทบุเรง | 11 สิงหาคม พ.ศ. 2554 | 131.6 ล้านบาท [13] | |
| พ.ศ. 2557 | ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๕ ยุทธหัตถี | 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2557 | 206.86 ล้านบาท[ต้องการอ้างอิง] |
| พ.ศ. 2558 | ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ภาค ๖ อวสานหงสา | 9 เมษายน พ.ศ. 2558 | 115.11 ล้านบาท[ต้องการอ้างอิง] |
| รวมรายได้ | 1090.58 ล้านบาท | ||
รางวัลและเทศกาลภาพยนตร์
[แก้]| ภาพยนตร์ | รางวัล |
|---|---|
| ภาค ๑ องค์ประกันหงสา |
|
| ภาค ๒ ประกาศอิสรภาพ |
|
| ภาค ๓ ยุทธนาวี |
|
อ้างอิง
[แก้]- ↑ Na Talang, Jeerawat. January 16, 2007., "Naresuan should be great" เก็บถาวร 2007-01-18 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, The Nation.
- ↑ Rithdee, Kong. November 24, 2006. "Twin films", The Bangkok Post, Realtime, Page R5.
- ↑ Rithdee, Kong. "'King Naresuan' expands to trilogy", Variety.
- ↑ Rithdee, Kong. August 24, 2007. "Naresuan II reigns in Oscar race" เก็บถาวร 2007-09-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, Variety.
- ↑ "63 films qualify for foreign Oscar category", Hollywood Reporter.
- ↑ "King Naresuan" is a lavish drama with a screenplay that's a major challenge.
- ↑ "แฟนพันธุ์แท้ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช". แฟนพันธุ์แท้. 23 พฤษภาคม 2557. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-08-13. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2557.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help) - ↑ "'ท่านมุ้ย'นำทีมนักแสดงวางพวงมาลา'นเรศวรมหาราช'". innnews. 27 เมษายน 2557. สืบค้นเมื่อ 24 พฤษภาคม 2557.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help)[ลิงก์เสีย] - ↑ "มีเฮ!!! "ตำนานสมเด็จพระนเรศวร ภาค 6" ตอนอวสาน! มาแล้ว! ปลุกเลือดรักชาติ รักแผ่นดิน". ทีนิวส์. 1 กันยายน 2557. คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2014-09-06. สืบค้นเมื่อ 18 ตุลาคม 2557.
{{cite web}}: ตรวจสอบค่าวันที่ใน:|accessdate=(help) - ↑ สรุปรายได้ภาพยนตร์ทำเงินที่เข้าฉายในบ้านเรา ปี 2550
- ↑ "ภาพยนตร์ประวัติศาสตร์ ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2016-03-21. สืบค้นเมื่อ 2021-09-22.
- ↑ สรุปรายได้ภาพยนตร์ทำเงินที่เข้าฉายในบ้านเรา ปี 2554
- ↑ สรุปรายได้ของภาพยนตร์บางเรื่องที่เข้าฉายในไทยช่วงปี 2554[ลิงก์เสีย]
- ↑ ผลการประกาศรางวัล ไนน์ เอ็นเตอร์เทน อวอร์ด ปี 2008
- ↑ ประกาศรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิงครั้งที่ 16
- ↑ ชมรมวิจารณ์บันเทิงจัดงานเล็กๆ ต้อนรับเดือนมีนาหน้าหนาว[ลิงก์เสีย] 5 มีนาคม 2551 / ณัฎฐ์ธร กังวาลไกล
- ↑ "สำเนาที่เก็บถาวร". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2013-08-28. สืบค้นเมื่อ 2014-03-23.
- 1 2 อนันดา บุกปูซาน ร่วมงานหนังอินเตอร์
- ↑ Rithdee, Kong, August 24, 2007. Naresuan II reigns in Oscar race เก็บถาวร 2007-09-03 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน, Variety (magazine) (retrieved on August 26, 2007)
- ↑ "ผลรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง ครั้งที่ 20". คลังข้อมูลเก่าเก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2012-10-22. สืบค้นเมื่อ 2014-03-23.
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]- ตำนานสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
- ภาพยนตร์ภาษาไทย
- ภาพยนตร์ซีรีส์ไทย
- ภาพยนตร์อิงประวัติศาสตร์
- ภาพยนตร์โลดโผนไทย
- ภาพยนตร์สงครามไทย
- ภาพยนตร์โดยสหมงคลฟิล์ม
- ภาพยนตร์ที่กำกับโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
- ตัวละครที่เป็นพระมหากษัตริย์
- การพรรณนาทางวัฒนธรรมของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
- ประวัติศาสตร์ไทยในบันเทิงคดี
- ภาพยนตร์ชีวประวัติไทย
- ภาพยนตร์ที่มีฉากในคริสต์ทศวรรษ 1580
- ผู้ชนะรางวัลภาพยนตร์แห่งปีไนน์เอ็นเตอร์เทน อวอร์ดส์