เสียดาย 2

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เสียดาย 2
(Daughter 2)
กำกับหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
อำนวยการสร้างสมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ
เขียนหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
นำแสดงมาริสา แอนนิต้า
สรพงษ์ ชาตรี
สาริน บางยี่ขัน
ญาณี ตราโมท
อรุณโรจน์ เลี่ยมทอง
ดนตรีประกอบพิเศษ สังขสุวรรณ
กำกับภาพอานุภาพ บัวจันทร์
ตัดต่อหม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
จำหน่าย/เผยแพร่สหมงคลฟิล์ม
ฉาย23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2539
ความยาว114 นาที
ประเทศไทย ไทย
ภาษาไทย
ก่อนหน้านี้เสียดาย
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย

เสียดาย 2 (อังกฤษ: Daughter 2) ภาพยนตร์ไทยในปี พ.ศ. 2539 นำแสดงโดย มาริสา แอนนิต้า, สาริน บางยี่ขัน, สรพงษ์ ชาตรี, ญาณี ตราโมท, อรุณโรจน์ เลี่ยมทอง (นักแสดงรับเชิญ) บทภาพยนตร์และกำกับการแสดงโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล

เนื้อเรื่อง[แก้]

เสียดาย 2 เป็นเรื่องราวของ โรส (มาริสา แอนนิต้า) เด็กสาวลูกครึ่งไทย-ตะวันตก ในครอบครัวมีอันจะกิน โดยมี ระบิล (สรพงษ์ ชาตรี) พ่อชาวไทย และแม่ชาวต่างประเทศ ที่เป็นครูสอนดนตรีทั้งคู่ วันหนึ่งเธอเคราะห์ร้ายติดเชื้อเอชไอวี จากการรับบริจาคเลือด เธอรู้สึกสับสนหาทางออกไม่ได้จนคิดฆ่าตัวตาย เพราะทั้งเพื่อนฝูงและครอบครัวเริ่มไม่ไว้ใจและทำตัวถอยห่าง จึงหลบหนีออกจากบ้าน แต่เคราะห์ยังดีเธอได้อยู่กับเพื่อนรุ่นพี่ที่เป็นผู้ป่วยโรคเอดส์เช่นเดียวกัน โดยมี ภาสิณี ศรีคำรุ้ง (อรุณโรจน์ เลี่ยมทอง) สื่อมวลชนที่สืบเสาะหาข้อมูลเพื่อทำรายการโทรทัศน์เพื่อให้สังคมได้รับรู้ถึงข้อเท็จจริงและเข้าใจผู้ที่ป่วยเป็นโรคร้ายนี้

เบื้องหลังและคำวิจารณ์[แก้]

เสียดาย 2 เป็นภาพยนตร์สะท้อนปัญหาสังคมเป็นภาคต่อจาก เสียดาย ในปี พ.ศ. 2537 ที่เป็นภาพยนตร์ในแนวสารคดีสะท้อนปัญหาสังคมเกี่ยวกับวัยรุ่นและยาเสพย์ติด แต่ เสียดาย 2 นี้เป็นภาพยนตร์แบบดราม่าทั่วไป และเป็นเรื่องของผู้เป็นโรคเอดส์

เป็นผลงานการแสดงครั้งแรกของ มาริสา แอนนิต้า นางแบบสาวลูกครึ่งไทย-เนเธอร์แลนด์ และเป็นการแสดงอีกครั้งของ สรพงษ์ ชาตรี นักแสดงคู่บารมีของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ผู้กำกับและผู้เขียนบท หลังจากแสดงมาแล้วครั้งหนึ่งจาก เสียดาย ในภาคแรก

อีกทั้งยังได้ อรุณโรจน์ เลี่ยมทอง สื่อมวลชนหญิงที่มีชื่อเสียง เป็นนักแสดงรับเชิญรับบทที่เหมือนกับชีวิตของตนเองจริง ๆ คือ เป็นสื่อมวลชนที่พยายามเสาะหาข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับผู้ป่วยเพื่อแพร่ภาพให้สาธารณะได้รับรู้

ภาพยนตร์ได้รับเสียงวิจารณ์ว่าทำได้ดีกว่าภาคแรก ซึ่งบทยังหลวมและไม่สมเหตุสมผลอยู่หลายส่วน และได้รับรางวัลไปหลายรางวัลด้วยกัน โดยเฉพาะรางวัลตุ๊กตาทองสำคัญ ๆ เช่น รางวัลภาพยนตร์ยอดเยี่ยม ประจำปี พ.ศ. 2539 ด้วย

รางวัล[แก้]

  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (รางวัลสุพรรณหงส์)
  • ภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง)
  • นักแสดงนำชายยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-สรพงษ์ ชาตรี)
  • นักแสดงประกอบชายยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-ญาณี ตราโมท)
  • นักแสดงประกอบหญิงยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-อรุณโรจน์ เลี่ยมทอง)
  • ผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล)
  • บทภาพยนตร์ยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล)
  • ตัดต่อและลำดับภาพยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล)
  • กำกับภาพยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-อานุภาพ บัวจันทร์)
  • ออกแบบเครื่องแต่งกายยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-จันทร์กานต์ เถาวงษ์, วันรัก จันทไพบูลย์ชวลิต )
  • แต่งหน้าและแต่งผมยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-นิติพล คำหวล)
  • บันทึกเสียงยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-สุรพรหม ภิญโญทรัพย์)
  • ดนตรีประกอบยอดเยี่ยม (รางวัลตุ๊กตาทอง-พิเศษ สังขสุวรรณ)

นอกจากนี้แล้วยังได้เป็นตัวแทนของประเทศไทย เข้าชิงรางวัลออสการ์สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ในการประกาศรางวัลครั้งที่ 70 ด้วย แต่มิได้ผ่านเข้าไปถึงรอบสุดท้าย [1]

อ้างอิง[แก้]

  1. "44 Countries Hoping for Oscar Nominations". Academy of Motion Picture Arts and Sciences. 24 November 1997. Archived from the original on 13 March 1998. สืบค้นเมื่อ 13 October 2015.