ข้ามไปเนื้อหา

อินทรีทอง

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อินทรีทอง
กำกับมิตร ชัยบัญชา
บทประพันธ์เศก ดุสิต
ควบคุมงานสร้างสมนึก เหมบุตร
นักแสดงนำมิตร ชัยบัญชา
เพชรา เชาวราษฎร์
ครรชิต ขวัญประชา
ประจวบ ฤกษ์ยามดี
ชุมพร เทพพิทักษ์
เยาวเรศ นิสากร
พร ไพโรจน์
โขมพัสตร์ อรรยา
สีเทา เพ็ชรเจริญ
ถ่ายภาพวิเชียร วีระโชติ
ดนตรีประกอบประเสริฐ จุลเกศ
ผู้จัดจำหน่ายจินตนาฟิล์ม
วันฉาย
  • 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 (โรงภาพยนตร์เพชรรามา)
ความยาว104 นาที
ประเทศประเทศไทย
ภาษาภาษาไทย

อินทรีทอง เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2513 ที่สร้างจากบทประพันธ์ของเศก ดุสิต ของสมนึกภาพยนตร์โดย สมนึก เหมบุตร ซึ่งมิตร ชัยบัญชาขอเป็นผู้กำกับการแสดงด้วยตนเองครั้งแรก นำแสดงโดยมิตร ชัยบัญชาและเพชรา เชาวราษฎร์ มิตรรักและหลงใหลในบท อินทรีแดง อย่างมาก ถึงขนาดยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เพื่อให้งานแสดงออกมาสมจริงสมจัง จนเป็นสาเหตุให้มิตรเสียชีวิต ขณะถ่ายทำฉากอินทรีทองโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายในภาพยนตร์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2513 เวลา 16.21 น.[1] ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 ที่โรงภาพยนตร์เพชรรามา ในระบบฟิล์ม 35 มม. สีอีสต์แมน พากย์เสียงในฟิล์ม

โครงเรื่อง

[แก้]
การถ่ายทำฉากสุดท้ายของเรื่อง อินทรีทอง

โรม ฤทธิไกร (มิตร ชัยบัญชา) อยู่ในไนท์คลับแห่งหนึ่ง กำลังดื่มจนเมามาย และพยายามชักชวนผู้คนรอบข้างให้มาร่วมสนุกกับเขา เขากำลังถูกตามหาโดย วาสนา (เพชรา เชาวราษฎร์) ผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์และคนรักของเขา จริง ๆ แล้วโรมคือ อินทรีแดง วีรบุรุษปราบอาชญากรสวมหน้ากากอินทรีสีแดง ผู้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ด้วยภาพลักษณ์ของคนขี้เมา รักสนุก

อย่างไรก็ตาม โรมจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ หลังจาก ภูวนารถ (ครรชิต ขวัญประชา) หรือ อินทรีแดงตัวปลอม ก่อเหตุฆาตกรรมโดยใช้ชื่ออินทรีแดง เขาจึงกลายเป็นอินทรีทอง

อินทรีแดงตัวปลอมมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการไผ่แดง ซึ่งพยายามยึดอำนาจรัฐบาลไทย ขบวนการไผ่แดงนำโดยบาคิน (อบ บุญติด) ซึ่งได้รับการฝึกฝนการสะกดจิตโดยรัสปูติน และสามารถฆ่าเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ด้วยการฉายความคิดและใบหน้าของบาคิน บาคินสามารถแยกร่างออกเป็นสามร่าง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถยิงเขาได้

โรมปลอมตัวเป็นอินทรีทอง แอบเข้าไปในรังของขบวนการไผ่แดง และพบว่าลูกสาวของนายพลถูกจับเป็นตัวประกัน

ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนปลอมตัวเป็นกระเทย เพื่อแทรกซึมเข้าไปในเครือข่ายกระเทยของขบวนการไผ่แดง แต่เพราะความเข้าใจผิดในคดีทำให้ตำรวจและอินทรีทองต้องทะเลาะกัน

เรื่องราวมาถึงจุดสุดยอดบนเกาะแห่งหนึ่งในอ่าวไทย เมื่อตำรวจแล่นเรือเข้ามาโจมตีฐานที่มั่นของขบวนการไผ่แดง อินทรีทอง หลังจากเอาชนะศัตรูได้แล้ว เปลี่ยนชุดกลับมาเป็นอินทรีแดง โหนบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์และถูกพาขึ้นสู่ท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตกดิน

อุบัติเหตุ

[แก้]

การถ่ายทำสำเร็จได้ด้วยดีจนถึงฉากสุดท้ายของเรื่อง ถ่ายทำที่หาดดงตาล พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี เมื่อ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2513 เวลา 9.00 น. ในเรื่องหลังจากอินทรีแดงปราบผู้ร้ายได้แล้ว จะหนีตำรวจออกจากรังของคนร้าย โดยโหนบันไดเชือกจากเฮลิคอปเตอร์ซึ่งมีวาสนาเป็นผู้ขับ กล้องจะเก็บภาพเฮลิคอปเตอร์พาอินทรีแดงบินลับหายไป

เพื่อความสมจริง และความไม่พร้อมของเสื้อผ้าของนักแสดงแทน มิตรตกลงว่าจะแสดงฉากนี้ด้วยตัวเอง โดยกำหนดการถ่ายทำไว้อย่างละเอียด แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคที่มิตรไม่อาจรู้ได้ เพราะกำลังแสดงอยู่ ปรากฏว่าด้วยแรงกระตุกของเครื่องขณะบินขึ้น โดยที่มิตรไม่ได้เหยียบบนบันได และต้องโหนตัวอยู่กับบันได เครื่องไม่ได้ลงจอดเมื่อผ่านหน้ากล้องแล้ว มิตร พยายามให้สัญญาณด้วยการตบเท้าเข้าหากัน ในขณะที่นักบินมองไม่เห็นความผิดปกติและการให้สัญญาณจากพื้นล่าง ยังบินสูงขึ้นต่อไป และเกิดแรงเหวี่ยงในจังหวะที่เครื่องเลี้ยวกลับ ซึ่งจริงๆแล้วมิตรได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการใช้ข้อมือซ้ายเกี่ยวพันกับบันไดลิง แต่เนื่องจากเชือกบาดข้อมือจนเกือบขาด มิตรทนความเจ็บไม่ไหว จึงตัดสินใจแกะเชือกที่รัดข้อมือ แล้วปล่อยตัวลงมา โดยตั้งใจว่าจะลงสู่บึงข้างล่างจะได้รอดชีวิต แต่ด้วยที่ว่าลมตีร่างมิตร ทำให้ตกลงมากระแทกกับพื้น ตรงจอมปลวก[2] จากความสูง 300 ฟุต เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชาด้วย เฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวภายใน 5 นาที แต่สายเกินไป จากผลการชันสูตรศพยืนยันว่า เขาเสียชีวิตทันที เพราะร่างกายแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี เชือกบาดข้อมือเป็นแผลลึก 2 ซ.ม. ยาว 8 ซ.ม. กระดูกขากรรไกรข้างขวาหัก กระดูกโหนกแก้มซ้ายขวาหัก มีเลือดออกทางหูขวา กระดูกซี่โครงขวาหัก 5 ซี่ กระดูกโคนขาขวาหัก กระดูกต้นคอหัก โดยเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 16.13 น.[3]

เกร็ด

[แก้]

แต่ก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ปรากฏว่าการถ่ายทำยังไม่เสร็จสิ้น ยังเหลือฉากที่มิตรจะต้องถ่ายทำอีก หลังจากวันที่ 8 ตุลาคม ทางทีมงานผู้สร้างคือสมนึกภาพยนตร์จึงมอบหมายให้ครรชิต ขวัญประชา พระเอกรุ่นน้องที่รับบทภูวนาท หรืออินทรีแดงตัวปลอม สวมชุดอินทรีทองและแสดงแทนในฉากที่เหลือ เพื่อเชื่อมต่อกับฉากที่มิตรถ่ายทำไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีชุมพร เทพพิทักษ์ ที่มาสวมชุดอินทรีทองแทนมิตรในฉากที่สู้กับอินทรีแดงตัวปลอมหรือภูวนาท ซึ่งรับบทโดยครรชิต โดยฉากนี้เป็นฉากจุดจบของภูวนาท หรืออินทรีแดงตัวปลอม และถ่ายทำหลังจากที่มิตรเสียชีวิตไปแล้ว การถ่ายทำฉากที่เหลือใช้วิธีถ่ายจากระยะไกลเพื่อไม่ให้เห็นหน้าผู้แสดงเป็นอินทรีทอง หรือถ้าเป็นฉากที่ตัวละครพูดคุยกัน จะถ่ายเจาะเฉพาะหน้าของตัวละครอีกตัวหนึ่ง ขณะที่อินทรีทองจะใช้วิธีถ่ายแบบเบลอ ๆ[a]

หมายเหตุ

[แก้]
  1. จากคลิปที่มีชื่อว่า เชื่อหรือไม่? มีคนอื่นแสดงเป็น อินทรีทอง แทนพระเอกมิตร ชัยบัญชา ทางช่องยูทูบ ชุมทางหนังไทย ที่อัพโหลดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566

แหล่งข้อมูลอื่น

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]