อินทรีทอง
| อินทรีทอง | |
|---|---|
| กำกับ | มิตร ชัยบัญชา |
| บทประพันธ์ | เศก ดุสิต |
| ควบคุมงานสร้าง | สมนึก เหมบุตร |
| นักแสดงนำ | มิตร ชัยบัญชา เพชรา เชาวราษฎร์ ครรชิต ขวัญประชา ประจวบ ฤกษ์ยามดี ชุมพร เทพพิทักษ์ เยาวเรศ นิสากร พร ไพโรจน์ โขมพัสตร์ อรรยา สีเทา เพ็ชรเจริญ |
| ถ่ายภาพ | วิเชียร วีระโชติ |
| ดนตรีประกอบ | ประเสริฐ จุลเกศ |
| ผู้จัดจำหน่าย | จินตนาฟิล์ม |
| วันฉาย |
|
| ความยาว | 104 นาที |
| ประเทศ | ประเทศไทย |
| ภาษา | ภาษาไทย |
อินทรีทอง เป็นภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2513 ที่สร้างจากบทประพันธ์ของเศก ดุสิต ของสมนึกภาพยนตร์โดย สมนึก เหมบุตร ซึ่งมิตร ชัยบัญชาขอเป็นผู้กำกับการแสดงด้วยตนเองครั้งแรก นำแสดงโดยมิตร ชัยบัญชาและเพชรา เชาวราษฎร์ มิตรรักและหลงใหลในบท อินทรีแดง อย่างมาก ถึงขนาดยอมเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย เพื่อให้งานแสดงออกมาสมจริงสมจัง จนเป็นสาเหตุให้มิตรเสียชีวิต ขณะถ่ายทำฉากอินทรีทองโหนบันไดเชือกเฮลิคอปเตอร์ซึ่งเป็นฉากสุดท้ายในภาพยนตร์เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2513 เวลา 16.21 น.[1] ภาพยนตร์เรื่องนี้ฉายครั้งแรกเมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน พ.ศ. 2513 ที่โรงภาพยนตร์เพชรรามา ในระบบฟิล์ม 35 มม. สีอีสต์แมน พากย์เสียงในฟิล์ม
โครงเรื่อง
[แก้]
โรม ฤทธิไกร (มิตร ชัยบัญชา) อยู่ในไนท์คลับแห่งหนึ่ง กำลังดื่มจนเมามาย และพยายามชักชวนผู้คนรอบข้างให้มาร่วมสนุกกับเขา เขากำลังถูกตามหาโดย วาสนา (เพชรา เชาวราษฎร์) ผู้ช่วยที่ซื่อสัตย์และคนรักของเขา จริง ๆ แล้วโรมคือ อินทรีแดง วีรบุรุษปราบอาชญากรสวมหน้ากากอินทรีสีแดง ผู้ซ่อนตัวตนที่แท้จริงไว้ด้วยภาพลักษณ์ของคนขี้เมา รักสนุก
อย่างไรก็ตาม โรมจำเป็นต้องเปลี่ยนชื่อ หลังจาก ภูวนารถ (ครรชิต ขวัญประชา) หรือ อินทรีแดงตัวปลอม ก่อเหตุฆาตกรรมโดยใช้ชื่ออินทรีแดง เขาจึงกลายเป็นอินทรีทอง
อินทรีแดงตัวปลอมมีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการไผ่แดง ซึ่งพยายามยึดอำนาจรัฐบาลไทย ขบวนการไผ่แดงนำโดยบาคิน (อบ บุญติด) ซึ่งได้รับการฝึกฝนการสะกดจิตโดยรัสปูติน และสามารถฆ่าเป้าหมายที่ตั้งใจไว้ได้ด้วยการฉายความคิดและใบหน้าของบาคิน บาคินสามารถแยกร่างออกเป็นสามร่าง ทำให้ฝ่ายตรงข้ามไม่สามารถยิงเขาได้
โรมปลอมตัวเป็นอินทรีทอง แอบเข้าไปในรังของขบวนการไผ่แดง และพบว่าลูกสาวของนายพลถูกจับเป็นตัวประกัน
ในขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจสืบสวนปลอมตัวเป็นกระเทย เพื่อแทรกซึมเข้าไปในเครือข่ายกระเทยของขบวนการไผ่แดง แต่เพราะความเข้าใจผิดในคดีทำให้ตำรวจและอินทรีทองต้องทะเลาะกัน
เรื่องราวมาถึงจุดสุดยอดบนเกาะแห่งหนึ่งในอ่าวไทย เมื่อตำรวจแล่นเรือเข้ามาโจมตีฐานที่มั่นของขบวนการไผ่แดง อินทรีทอง หลังจากเอาชนะศัตรูได้แล้ว เปลี่ยนชุดกลับมาเป็นอินทรีแดง โหนบันไดเชือกของเฮลิคอปเตอร์และถูกพาขึ้นสู่ท้องฟ้ายามพระอาทิตย์ตกดิน
อุบัติเหตุ
[แก้]การถ่ายทำสำเร็จได้ด้วยดีจนถึงฉากสุดท้ายของเรื่อง ถ่ายทำที่หาดดงตาล พัทยาใต้ จังหวัดชลบุรี เมื่อ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2513 เวลา 9.00 น. ในเรื่องหลังจากอินทรีแดงปราบผู้ร้ายได้แล้ว จะหนีตำรวจออกจากรังของคนร้าย โดยโหนบันไดเชือกจากเฮลิคอปเตอร์ซึ่งมีวาสนาเป็นผู้ขับ กล้องจะเก็บภาพเฮลิคอปเตอร์พาอินทรีแดงบินลับหายไป
เพื่อความสมจริง และความไม่พร้อมของเสื้อผ้าของนักแสดงแทน มิตรตกลงว่าจะแสดงฉากนี้ด้วยตัวเอง โดยกำหนดการถ่ายทำไว้อย่างละเอียด แต่ด้วยความผิดพลาดทางเทคนิคที่มิตรไม่อาจรู้ได้ เพราะกำลังแสดงอยู่ ปรากฏว่าด้วยแรงกระตุกของเครื่องขณะบินขึ้น โดยที่มิตรไม่ได้เหยียบบนบันได และต้องโหนตัวอยู่กับบันได เครื่องไม่ได้ลงจอดเมื่อผ่านหน้ากล้องแล้ว มิตร พยายามให้สัญญาณด้วยการตบเท้าเข้าหากัน ในขณะที่นักบินมองไม่เห็นความผิดปกติและการให้สัญญาณจากพื้นล่าง ยังบินสูงขึ้นต่อไป และเกิดแรงเหวี่ยงในจังหวะที่เครื่องเลี้ยวกลับ ซึ่งจริงๆแล้วมิตรได้แก้ปัญหาเฉพาะหน้าโดยการใช้ข้อมือซ้ายเกี่ยวพันกับบันไดลิง แต่เนื่องจากเชือกบาดข้อมือจนเกือบขาด มิตรทนความเจ็บไม่ไหว จึงตัดสินใจแกะเชือกที่รัดข้อมือ แล้วปล่อยตัวลงมา โดยตั้งใจว่าจะลงสู่บึงข้างล่างจะได้รอดชีวิต แต่ด้วยที่ว่าลมตีร่างมิตร ทำให้ตกลงมากระแทกกับพื้น ตรงจอมปลวก[2] จากความสูง 300 ฟุต เขาถูกนำส่งโรงพยาบาลสมเด็จพระบรมราชเทวี ณ ศรีราชาด้วย เฮลิคอปเตอร์ดังกล่าวภายใน 5 นาที แต่สายเกินไป จากผลการชันสูตรศพยืนยันว่า เขาเสียชีวิตทันที เพราะร่างกายแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี เชือกบาดข้อมือเป็นแผลลึก 2 ซ.ม. ยาว 8 ซ.ม. กระดูกขากรรไกรข้างขวาหัก กระดูกโหนกแก้มซ้ายขวาหัก มีเลือดออกทางหูขวา กระดูกซี่โครงขวาหัก 5 ซี่ กระดูกโคนขาขวาหัก กระดูกต้นคอหัก โดยเสียชีวิตเมื่อเวลาประมาณ 16.13 น.[3]
เกร็ด
[แก้]แต่ก่อนที่ภาพยนตร์เรื่องนี้จะเข้าฉายในโรงภาพยนตร์ ปรากฏว่าการถ่ายทำยังไม่เสร็จสิ้น ยังเหลือฉากที่มิตรจะต้องถ่ายทำอีก หลังจากวันที่ 8 ตุลาคม ทางทีมงานผู้สร้างคือสมนึกภาพยนตร์จึงมอบหมายให้ครรชิต ขวัญประชา พระเอกรุ่นน้องที่รับบทภูวนาท หรืออินทรีแดงตัวปลอม สวมชุดอินทรีทองและแสดงแทนในฉากที่เหลือ เพื่อเชื่อมต่อกับฉากที่มิตรถ่ายทำไว้แล้ว นอกจากนี้ยังมีชุมพร เทพพิทักษ์ ที่มาสวมชุดอินทรีทองแทนมิตรในฉากที่สู้กับอินทรีแดงตัวปลอมหรือภูวนาท ซึ่งรับบทโดยครรชิต โดยฉากนี้เป็นฉากจุดจบของภูวนาท หรืออินทรีแดงตัวปลอม และถ่ายทำหลังจากที่มิตรเสียชีวิตไปแล้ว การถ่ายทำฉากที่เหลือใช้วิธีถ่ายจากระยะไกลเพื่อไม่ให้เห็นหน้าผู้แสดงเป็นอินทรีทอง หรือถ้าเป็นฉากที่ตัวละครพูดคุยกัน จะถ่ายเจาะเฉพาะหน้าของตัวละครอีกตัวหนึ่ง ขณะที่อินทรีทองจะใช้วิธีถ่ายแบบเบลอ ๆ[a]
หมายเหตุ
[แก้]- ↑ จากคลิปที่มีชื่อว่า เชื่อหรือไม่? มีคนอื่นแสดงเป็น อินทรีทอง แทนพระเอกมิตร ชัยบัญชา ทางช่องยูทูบ ชุมทางหนังไทย ที่อัพโหลดเมื่อวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2566
แหล่งข้อมูลอื่น
[แก้]อ้างอิง
[แก้]- อินทรีทอง เก็บถาวร 2008-04-08 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน
- ↑ Tupchai, Suchada (2005) Adoring fans remember famous Thai film star Mitr Chiabancha, Pattaya Mail. Retrieved 2007-07-24.
- ↑ มิตร ชัยบัญชา ที่มา : นิตยสารดาราไทย เดือนมกราคม พ.ศ. 2503
- ↑ ย้อนรอย 37 ปีเต็ม "มิตร ชัยบัญชา" ความสูญเสียครั้งประวัติศาสตร์ของวงการหนังไทย (ตอน 1) เก็บถาวร 2010-04-09 ที่ เวย์แบ็กแมชชีน siamdara.com
- ภาพยนตร์ภาษาไทย
- ภาพยนตร์ไทยที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2513
- ภาพยนตร์โลดโผนไทย
- อินทรีแดง
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำในจังหวัดชลบุรี
- ภาพยนตร์ที่กำกับโดย มิตร ชัยบัญชา
- มรดกภาพยนตร์ของชาติ
- ภาพยนตร์อาชญากรรมไทย
- ภาพยนตร์รหัสคดีไทย
- ภาพยนตร์ภาษาไทยในปี พ.ศ. 2513
- ภาพยนตร์เปิดตัวผู้กำกับในปี พ.ศ. 2513
- 100 ภาพยนตร์ไทยที่คนไทยควรดู
- ภาพยนตร์ที่ถ่ายทำใน 35 มม.
- ภาพยนตร์โลดโผนในปี พ.ศ. 2513
- บทความเกี่ยวกับ ภาพยนตร์ ที่ยังไม่สมบูรณ์