น้องเมีย

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
น้องเมีย
หน้าปกดีวีดีฉบับปี พ.ศ. 2533
กำกับ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
อำนวยการสร้าง กมลา เศรษฐี
เขียน พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ
นำแสดง ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ภัสสร บุณยเกียรติ
ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี
คมสัน พงษ์สุธรรม
สุรเดช แก้วท่าไม้
กมลา เศรษฐี
สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต (นักแสดงรับเชิญ)
ดนตรีประกอบ สุรชัย จันทิมาธร
กำกับภาพ อานุภาพ บัวจันทร์
ตัดต่อ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล
จำหน่าย/เผยแพร่ พร้อมมิตรภาพยนตร์
ฉาย พ.ศ. 2533
ความยาว 107 นาที
ประเทศ ไทย ไทย
ภาษา ไทย
ข้อมูลจาก IMDb
ข้อมูลจากฐานข้อมูลภาพยนตร์ไทย

น้องเมีย (อังกฤษ: Song of Chaophraya) เป็นภาพยนตร์ไทย บทพระนิพนธ์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ สร้างเป็นภาพยนตร์ 2 ครั้ง ในปี พ.ศ. 2521 และ พ.ศ. 2533 ได้แก่

ละครน้องเมีย บทประพันธ์โดย : พิมพินกับพาเพลิน ละครน้องเมีย บทโทรทัศน์โดย : วาทินีย์ โอฬาร์กร / จันทรัยยา ละครน้องเมีย กำกับการแสดงโดย : ต้น-ชานนท์ สมฤทธิ์ ละครน้องเมีย ดำเนินงานโดย : เมย์ เฟื่องอารมย์ ละครน้องเมีย ออกอากาศทุกวันจันทร์ - พุธ เวลา 08.00 / 11.30 / 20.00 น. ทางช่อง 8 นำแสดงโดย รายชื่อนักแสดงนำใน ละคร น้องเมีย

สราวุธ มาตรทอง รับบท เอกภพ ใน ละคร น้องเมีย อิศริยา สายสนั่น รับบท งามเนตร ใน ละคร น้องเมีย ณปภัช วัฒนากมลวุฒิ รับบท มะเฟือง ใน ละคร น้องเมีย พิชญ์ ซีควินท์ รับบท นำโชค ใน ละคร น้องเมีย ใบเตย อาร์สยาม รับบท บัว ใน ละคร น้องเมีย กรุณพล เทียนสุวรรณ รับบท มาวิน ใน ละคร น้องเมีย ภรัณยู โรจนวุฒิธรรม รับบท ฉลาม ใน ละคร น้องเมีย ลาล่า โปงลางสะออน รับบท นิดา ใน ละคร น้องเมีย ลูลู่ โปงลางสะออน รับบท ชม ใน ละคร น้องเมีย รัชนีกร พันธ์มณี รับบท วิภา ใน ละคร น้องเมีย พิมพ์ผกา เสียงสมบูรณ์ รับบท ภัสสร ใน ละคร น้องเมีย ทนงศักดิ์ ศุภการ รับบท วันชัย ใน ละคร น้องเมีย

งามเนตร (เอ๊ะ อิศริยา) หญิงสาวบอบบาง น่าทะนุถนอม มีหน้าที่การงานดี เป็นถึงเลขาเจ้าของโครงการอสังหาริมทรัพย์ มีคนรักคือ เอกภพ (อ้น สราวุธ) ซึ่งเป็นเพื่อนชายที่สนิทกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย เอกเป็นชายหนุ่มแสนดี มีความรักให้กับเนตร เป็นความรักที่แท้จริง แต่อุปสรรครักก็คือมะเฟือง (มด โฟร์-มด) น้องสาวคนละแม่กับงามเนตร

         เมื่อ วันชัย (ทนงศักดิ์) ผู้เป็นพ่อประสบอุบัติเหตุจนเป็นอัมพาต วิภา (ต้อม รัชนีกร) แม่ของมะเฟืองก็เปลี่ยนไป ไม่ดูแลเอาใจใส่วันชัยเหมือนเคย วิภาอยู่เพื่อหวังปลอกลอกเงินเท่านั้น ภาระหนักจึงตกอยู่กับ งามเนตร เพียงคนเดียวทั้งเรื่องการดูแลพ่อที่ป่วย และยังเป็นกำลังหลักในการหาเงินเลี้ยงทุกชีวิตภายในครอบครัว มะเฟืองไม่ชอบที่พ่อรักงามเนตรมากกว่าตัวเอง จึงทำให้มะเฟืองพลอยไม่ชอบงามเนตรไปด้วย ไม่ว่างามเนตรจะดีกับมะเฟืองแค่ไหนก็ไม่เป็นผล
         วันที่มะเฟืองเริ่มโตเป็นสาว ความรักฝังใจที่เธอมีต่อเอกเกิดขึ้นตอนที่เธอมีเรื่องตบตีกับเพื่อน เพราะเพื่อนด่าพ่อของเธอว่าเป็นไอ้ง่อย วันนั้นมะเฟืองโดนรุมอยู่คนเดียว เพื่อนที่เป็นหัวโจกกำลังจัดการกล้อนผมเธอ ตอนนั้นเองที่เอกมาช่วยและปลอบเธอ ความอบอุ่นอ่อนโยนของเอกทำให้มะเฟืองประทับใจอย่างที่ไม่เคยรู้สึกกับใครได้อีกเลย แม้ว่าต่อมาอีกไม่นานเธอจะได้รู้ว่าเอกเป็นคนรักของพี่สาว มะเฟืองรู้สึกเคว้งคว้าง ขาดที่พึ่ง ไม่ไว้ใจใคร ถึงแม้เพื่อนที่โตมาด้วยกันอย่าง นำโชค (พิชญ์ ซีควินท์) จะพยายามดึงเธอมาในทางดี เพราะแอบชอบมะเฟืองอยู่ในใจ พยายามช่วยเหลือเท่าที่เพื่อนอย่างเขาจะทำได้ แต่มะเฟืองยังรู้สึกขาด เธอโหยหาและเดินไปตามทางผิดที่เพื่อนชักชวน มะเฟืองปล่อยตัวปล่อยใจไปกับความสนุกสนานชั่วคราว หวังให้เติมเต็มส่วนที่ขาด ภายหลังมะเฟืองจึงพบกับ ฉลาม (แทค ภรัณยู) เด็กหนุ่มเกเร ชอบใช้กำลังแก้ปัญหา เธอชอบความเท่ห์แบบร้ายกาจของเขา จึงยอมคบฉลามเป็นแฟน ทั้งที่รู้ในใจว่าเธอไม่ได้รักใคร นอกจากเอกภพคนเดียว
         เอกเคยขอเนตรแต่งงานหลายครั้ง แต่หญิงสาวก็บอกว่าไม่พร้อมอยู่เรื่อยมา ทำให้ กันตา (เจี๊ยบ พิจิตตรา) เพื่อนร่วมงานของเอกแอบมีความหวังอยู่เสมอ กันตาเป็นคนสองหน้า ปากอย่างใจอย่าง เธอหลงรักและอยากครอบครองเอก แต่กลับแสดงออกว่าเป็นเพื่อนที่แสนดีของเอกและเนตร แกล้งมาตีสนิทกับเนตร จนได้รู้ได้เห็นว่ามะเฟืองเองก็มีใจให้เอก มะเฟืองเองก็อ่านกันตาออก ทั้งสองจึงตั้งตัวเป็นศัตรู แต่ต่อหน้าทุกคนกันตาต้องแกล้งอ่อนแอให้มะเฟืองหลอกด่าอยู่เสมอ ไม่สามารถจะตอบโต้ต่อหน้าใครต่อใครได้
         กันตายิ่งบิ้วว่าเนตรอาจมีตัวสำรอง เอกจึงอยากมาดูเนตรที่ทำงานเพื่อสืบกลาย ๆ กลับได้เห็น มาวิน (เพชร กรุณพล) เจ้านายของเนตรใกล้ชิดอยู่กับเนตรตลอดเวลาทำให้เอกยิ่งคิดไปต่าง ๆ นานา กันตาพยายามใส่ไฟเพื่อให้เกิดความคลางแคลงใจระหว่างคู่รักขึ้นไปอีก ทั้งที่ทั้งสองก็พยายามเคลียร์ตัวเองให้อีกฝ่ายได้เห็น แต่กันตาก็มีแผนตีแตกความสัมพันธ์ของทั้งคู่ตลอดเวลา
         มะเฟืองเรียกร้องความสนใจจากเอกด้วยการเที่ยวกลางคืน กินเหล้าเมามายแล้วโทรให้เอกมารับ แต่ปรากฏว่าสถานที่เที่ยวแห่งนั้นโดนตำรวจบุกเข้ามาจับยาเสพติด มะเฟืองโดนเพื่อนแอบใส่ยาด้วยนึกสนุก ทำให้เธอมีปัสสาวะสีม่วง เอกเดือดร้อนต้องช่วยเนตรประกันตัวมะเฟือง เอกพยายามเตือนมะเฟืองให้หลีกห่างจากทางไม่ดี แต่ฉลามกลับหึงเอก ชกต่อยเอกจนมะเฟืองขอเลิกกับฉลาม
         ที่ผ่านมา มาวินเจ้านายของเนตรดีกับเธอเสมอ ใคร ๆ ก็ต่างมองออกว่าเขารักเธอ ทั้งวิภาและเพื่อนอย่าง นิดา (ลาล่า โปงลาง) ก็คอยยุให้เนตรทิ้งเอกและหันมาคว้าคนที่ดีกว่า เพียบพร้อมกว่าอย่างมาวิน แต่เนตรก็ยังคงรักและมีแต่เอก ความดี ความเป็นสุภาพบุรุษของมาวินยังความซาบซึ้ง แต่ไม่อาจทำให้เนตรเปลี่ยนใจจากเอก
         เอกกับเนตรเริ่มเตรียมการเรื่องงานแต่ง ในขณะที่มะเฟืองกับกันตายังพยายามขัดขวาง แต่ก็ไม่สามารถทำอะไร ในที่สุดเอกกับเนตรก็ได้แต่งงาน มะเฟืองพยายามใกล้ชิดเอกให้มากขึ้น จนเอกเริ่มรู้เจตนาของมะเฟือง มะเฟืองได้ยินเอกคุยกับเนตรเรื่องที่จะย้ายไปอยู่ด้วยกันสองคนก็เจ็บใจหัวฟัดหัวเหวี่ยง
         วิภาต้องย้ายมาอยู่ที่บ้านซึ่งเอกดาวน์ไว้ มี ชม (ลูลู่ โปงลาง) เป็นแม่บ้านคอยดูแลความเรียบร้อยในบ้านต่อมา บัว (ใบเตย อาร์สยาม) ลูกพี่ลูกน้องของชมมาขออาศัยอยู่ด้วย เพื่อมาเรียนในกรุงเทพฯ มะเฟืองก็หาเหตุมาอยู่กับเนตรที่บ้านใหม่ด้วย บัวเป็นเด็กรู้คุณคน ยิ่งเห็นเนตรมีน้ำใจไมตรี จึงช่วยเป็นไม้กันหมา เมื่อมะเฟืองมาก้อร่อก้อติกกับเอก แต่มะเฟืองก็แอบเห็นแววตาที่บัวเองก็ชื่นชมในตัวเอกเช่นกัน จึงมีเรื่องที่จะกัดบัว ทั้งที่บัวก็ไม่เคยคิดแย่งชิงเอกมาเป็นของตน สองสาวเป็นคู่อริที่ไม่ยอมให้กัน เอกที่คิดว่าการย้ายบ้านจะช่วยให้ชีวิตคู่ของเขากับเนตรดีขึ้นก็กลับต้องผิดคาด แถมยังมีแต่เรื่องกวนใจขึ้นอีก
         มาวินขึ้นเงินเดือนให้เนตรเพราะรู้ว่าเนตรมีค่าใช้จ่ายเรื่องพ่อที่สูงมาก จนเป็นที่ครหาของพนักงานคนอื่น ๆ มีแต่นิดาคนเดียวที่สนับสนุนให้เนตรรับเงินนี้ เนตรเห็นความจำเป็นของตัวเองจึงยอมรับเงินเดือนที่ขึ้น แต่เธอก็ไม่ได้คิดจะเอาเปรียบนายจ้าง จึงทำงานหนักขึ้น นั่นเป็นเหตุให้เธอต้องอยู่ที่ทำงานดึก และยังมีโอกาสใกล้ชิดกับมาวินยิ่งขึ้น ยิ่งสร้างข้อครหาต่าง ๆ นานา เนตรพยายามหลับหูหลับตาไม่ฟังเสียงนกเสียงกา แต่ก็มีความหนักใจอยู่ไม่น้อย จนมีอยู่ครั้งหนึ่งเธอได้ปรับทุกข์กับกันตา โดยไม่รู้ว่ากันตาเป็นงูร้ายที่คอยฉกเหยื่ออยู่แล้ว กันตาแกล้งพูดกับเอกในแง่หวังดี ถึงเรื่องที่เนตรสนิทสนมกับเจ้านาย จนเป็นขี้ปากของคนในบริษัท ทำทีเป็นเห็นใจเนตร แต่กลับแอบจุดประกายความหวาดระแวงให้กับเอก จนเขาเริ่มทำตัวหึงหวง และเสียมารยาทกับมาวินหลายครั้ง เอกกับงามเนตรจึงมีปากเสียงกันบ่อยขึ้น แต่มาวินก็ยังคงเป็นสุภาพบุรุษ ไม่เคยคิดจะเอาชนะเอก
         จนกระทั่งวันหนึ่ง เอกแอบบุกมาถึงที่ทำงานของเนตร เนื่องจากกันตามาพูดใส่ไฟเนตร เอกถึงกับฟิวส์ขาด และเมื่อมาถึงบริษัทของมาวิน มาเห็นเหตุการณ์ที่ทำให้เอกเข้าใจผิดคิดว่าเนตรกับมาวินมีอะไรกัน ยังไม่ได้ถามให้ได้ความก็พุ่งเข้าชกต่อย แต่เมื่อรู้ความจริงว่า มาวินกับเนตรไม่ได้มีอะไรกันอย่างที่เขาคิดเอกพยายามขอโทษ แต่เนตรไม่ฟัง และหนีไปปรับทุกข์กับนิดา เอกตามมาง้อ แต่นิดาที่เชียร์มาวิน ขัดขวางไม่ให้ทั้งสองได้ปรับความเข้าใจกัน
         เอกกลับบ้านด้วยความเสียใจ มะเฟืองใช้เหล้ามาปลอบใจเอกจนเมา เอกจึงพลาดท่าเสียทีมะเฟืองในที่สุด เอกตื่นขึ้นมา พบว่าตนเองนอนเปลือยเคียงคู่กับน้องเมีย นึกเจ็บใจตัวเอง แต่ก็ขอร้องให้มะเฟืองปิดเรื่องนี้กับเนตรและวิภา จนกว่าเขาจะพร้อม และจะบอกความจริงกับเนตรเอง เอกพยายามทำดีกับเนตร ทำให้มะเฟืองยิ่งแค้นเคืองและอิจฉาพี่สาว มะเฟืองเริ่มแกล้งไซโคเอก เพราะอยากให้เอกรีบเปิดเผยกับเนตรโดยเร็ว เธอจะได้ครอบครองเอกแต่ผู้เดียว เอกตัดสินใจอยู่นานว่าจะสารภาพความจริงกับเนตร แต่ทุกครั้งเขาก็ไม่กล้า บางทีโอกาสก็ไม่อำนวย จนวันหนึ่งเขาตัดสินใจว่าจะเล่าความจริงทุกอย่าง แต่มะเฟืองก็ทำเสียเรื่อง เมื่อเธอพูดเรื่องที่เอกเคยมีอะไรกับเธอให้เนตรได้ยินเสียก่อน

เนื้อเรื่อง[แก้]

แสง (ฉัตรชัย เปล่งพานิช) พ่อค้าเรือดูดทรายจากปากน้ำโพ ล่องเรือมากรุงเทพเพื่อขายทราย ขณะที่จอดเรืออยู่นั้น ปราง (ภัสสร บุณยเกียรติ) เมียสาวของเขาซึ่งเบื่อหน่ายชีวิตชาวเรือ หนีขึ้นฝั่งเพื่อแสวงหาชีวิตใหม่ ทิ้งแดง (ด.ช.อะตอม) ที่เกิดกับแสงที่ยังเป็นทารก ไว้ให้ ทับทิม (ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี) น้องสาวที่อายุเพิ่ง 15 ดูแลแทน ขณะที่ เดช (สุรเดช แก้วท่าไม้) เพื่อนของแสงพยายามยุเขาให้เอาทับทิมมาเป็นเมียอีกคน

แสงแทบผลิกแผ่นดินกรุงเทพตามหาปราง โดยมีสุคนธ์ คนขับแท็กซี่ (คมสัน พงษ์สุธรรม) ช่วยพาเขาตระเวนตามหาทั่วเมือง แต่ล้มเหลว แสงเมากลับมาและเห็นทับทิมเป็นปราง พยายามจะปลุกปล้ำทุกครั้ง แต่ทับทิมก็เอาตัวรอดได้เสมอ โดยไม่ทิ้งแสงกับลูก ในที่สุด แสงรู้ว่า ปรางไปอยู่กับผู้หญิงชื่อ อารี (กมลา เศรษฐี) ที่สุขุมวิท ซึ่งหลอกเธอว่าจะสนับสนุนให้เป็นดาราแต่กลับถูกหลอกให้เป็นสาวขายบริการ แสงเมาอาละวาดที่อพาร์ตเมนต์ของอารี จนโดนจับเข้าคุก ทั้งหมดนี้ได้ทับทิม น้องสาวของปรางที่เพิ่งจะเป็นวัยรุ่นช่วยไว้

นักแสดงนำ[แก้]

ภาพยนตร์ พ.ศ. 2521 พ.ศ. 2533
แสง สรพงศ์ ชาตรี ฉัตรชัย เปล่งพานิช
ปราง วิยะดา อุมารินทร์ ภัสสร บุญยเกียรติ
ทับทิม ลลนา สุลาวัลย์ ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี
เดช สุรเดช แก้วท่าไม้
อารี ชูศรี โรจนประดิษฐ์ กมลา เศรษฐี
แดง ด.ช.อะตอม
สุคนธ์ (คนขับแท็กซี่) อดุลย์ กรีน คมสัน พงษ์สุธรรม
ป้าทอง สุลาลีวัลย์ สุวรรณทัต
คุณวิเชียร พูนสวัสดิ์ ธีมากร ตรัยเทพ เทวะผลิน
นงนารถ วิไลวรรณ คันธะรักษา

เบื้องหลังและงานสร้าง[แก้]

น้องเมีย เป็นเรื่องของแสงและปราง คู่สามีภรรยาจากปากน้ำโพ ล่องเรือเข้ากรุงเทพฯเพื่อขายแตงโม/ขายทราย[remark 1] มีทับทิมน้องสาวของปรางขอติดเรือมาเที่ยวเมืองหลวงด้วย แต่เมื่อมาถึง ปรางกลับตัดสินใจทิ้งแสงเพื่อหางานที่ดีกว่า แสงคลั่งและขายข้าวของทุกอย่างแม้จะถูกกดราคาเพื่อเอาเงินมาใช้ตามหาปราง ทิ้งให้ทับทิมเลี้ยงดูลูกชายตามลำพัง โชคร้ายกระหน่ำซ้ำเติมทำให้แสงเริ่มท้อใจและเห็นความดีในตัวทับทิม ในขณะที่ปรางรู้ตัวว่าถูกหลอก จึงคิดกลับมาหาแสง

น้องเมีย เคยสร้างเป็นภาพยนตร์ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ. 2521 บทพระนิพนธ์ บทภาพยนตร์ กำกับการแสดงและลำดับภาพโดย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าอนุสรมงคลการ ถ่ายภาพโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ศิลปกรรมโดย อำนาจ โหราศาสตร์ ที่ปรึกษาโดย สมศักดิ์ เตชะรัตนประเสริฐ สร้างโดย ละโว้ภาพยนตร์ จัดจำหน่ายโดย สหมงคลฟิล์ม นำแสดงโดย สรพงษ์ ชาตรี ลลนา สุลาวัลย์ และ วิยะดา อุมารินทร์ ร่วมด้วย อดุลย์ กรีน, ท้วม ทรนง, พูลสวัสดิ์ ธีมากร, ชูศรี มีสมมนต์, ทองฮะ วงศ์รักไทย เข้าฉายเมื่อ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2521[1]

ต่อมา พ.ศ. 2533 สร้างใหม่ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 18 ของ ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล ได้นักแสดงชื่อดัง อย่าง ฉัตรชัย เปล่งพานิช และภัสสร บุณยเกียรติ แสดงนำ ตัวละครสำคัญคือ ทับทิม รับบทโดย ปัทมวรรณ เค้ามูลคดี นักแสดงเด็ก บุตรสาวของ รอง เค้ามูลคดี และ ปทุมวดี โสภาพรรณ นับเป็นการแสดงบทชีวิตที่สำคัญอีกครั้งของปัทมวรรณ หลังจากรับบทคล้ายคลึงกันนี้จาก วัลลี เด็กหญิงยอดกตัญญู มาแล้วจากละครโทรทัศน์ทางช่อง 3 เมื่อหลายปีก่อนหน้านั้น

ภาพยนตร์สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาครอบครัวของชาวเรือที่ต้องหาเช้ากินค่ำ และคนหาเช้ากินค่ำในเมืองหลวง ประสบความสำเร็จในด้านคำวิจารณ์และรางวัล เช่น ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล รางวัลผู้กำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม พระสุรัสวดี, ฉัตรชัย เปล่งพานิช รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม พระสุรัสวดีและรางวัลชมรมวิจารณ์บันเทิง และปัทมวรรณ เค้ามูลคดี รางวัลนักแสดงดาวรุ่งยอดเยี่ยม พระสุรัสวดี และยังได้รับเลือกเป็นตัวแทนของประเทศไทย ในการเข้าชิงรางวัลออสการ์ สาขาภาพยนตร์ต่างประเทศยอดเยี่ยม ในการประกาศผลรางวัลครั้งที่ 62 ด้วย แต่มิได้ผ่านเข้าถึงรอบสุดท้าย [2]

เคยออกอากาศทางโทรทัศน์เมื่อคืนวันที่ 13 มีนาคม พ.ศ. 2553 ทางไทยพีบีเอส ในรายการแกะกล่องหนังไทย

รางวัล (ภาพยนตร์ พ.ศ. 2533)[แก้]

เชิงอรรถ[แก้]

  1. ภาพยนตร์น้องเมียปี พ.ศ. 2521 ขายแตงโม ส่วนภาพยนตร์น้องเมียปี พ.ศ. 2533 ขายทราย

อ้างอิง[แก้]

  1. http://www.sahamongkolfilm.com/th/intheatres_detail.php?id=164
  2. Margaret Herrick Library, Academy of Motion Picture Arts and Sciences

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]