ไอแมกซ์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ภาพเปรียบเทียบขนาดฟิล์มภาพยนตร์ 35 มม. กับไอแมกซ์ 15/70
หลอดซีนอนขนาด 15 กิโลวัตต์ ที่ใช้ฉายภาพยนตร์ไอแมกซ์

อิมเมจ แมกซิมัม เรียกโดยย่อว่า ไอแมกซ์ (อังกฤษ: IMAX ย่อมาจาก Image MAXimum) เป็นชื่อของรูปแบบฟิล์มภาพยนตร์ อุปกรณ์การฉาย ตลอดจนโรงภาพยนตร์ ที่ใช้มาตรฐานของบริษัท IMAX Corporation ประเทศแคนาดา โดยภาพยนตร์ที่ฉายด้วยระบบไอแมกซ์จะมีภาพที่มีขนาดใหญ่ และมีความละเอียดสูงกว่าภาพยนตร์ทั่วไป จอภาพยนตร์ไอแมกซ์จะมีขนาดกว้างประมาณ 22 เมตร (72 ฟุต) สูง 16.1 เมตร (63 ฟุต)

ภาพยนตร์ที่ใช้ระบบไอแมกซ์ จะถ่ายทำด้วยฟิล์มขนาดใหญ่กว่าปกติ (70 มม.) ที่ความเร็ว 24 เฟรมต่อวินาที เนื้อฟิล์มที่ใช้จะมีความแข็งแรงมากกว่าฟิล์มภาพยนตร์ 35 มม. ทั่วไป เพื่อให้สามารถแสดงผลได้อย่างเที่ยงตรง

ภาพยนตร์ที่ฉายในโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์ ส่วนมากเป็นภาพยนตร์สารคดี แต่ในระยะหลังมีการนำภาพยนตร์ 35 มม. มารีมาสเตอร์เพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์ เรียกว่า IMAX DMR (Digital Remastering) โดยภาพยนตร์เรื่องแรกที่นำมารีมาสเตอร์เพื่อฉายในโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์คือเรื่อง อะพอลโล 13 ในปี พ.ศ. 2545 นอกจากนี้ ในภาพยนตร์ระดับบล็อกบัสเตอร์บางเรื่อง เช่น แบทแมน อัศวินรัตติกาล อภิมหาสงครามแค้น และล่าสุด อวตารยังมีการถ่ายทำฉากพิเศษที่ใช้กล้องไอแมกซ์โดยเฉพาะอีกด้วย

เมื่อเดือนมิถุยายน พ.ศ. 2558 มีโรงภาพยนตร์จำนวน 976 โรงทั่วโลกใน 65 ประเทศ ที่ฉายในระบบไอแมกซ์ (65% อยู่ในอเมริกาเหนือ และประเทศจีน) [1]

ระบบภาพยนตร์ไอแมกซ์[แก้]

  • IMAX มีอีกชื่อหนึ่งว่า ระบบ 15/70 (หมายความว่าใช้ฟิล์มขนาด 70 มม. โดยในแต่ละเฟรมของภาพ จะมีรูหนามเตย จำนวน 15 รู)
  • IMAX Dome หรือ OmniMAX ฉายด้วยจอพิเศษที่มีลักษณะโค้งเป็นรูปโดม
  • IMAX 3D ใช้สำหรับฉายภาพยนตร์สามมิติ ที่ต้องถ่ายทำโดยใช้กล้องถ่ายภาพยนตร์จำนวน 2 กล้อง
  • IMAX HD เป็นระบบที่ถ่ายทำที่ความเร็ว 48 เฟรมต่อวินาที เป็นสองเท่าของระบบปกติ
  • IMAX Digital เป็นระบบฉายภาพที่พัฒนาขึ้นมาใหม่ในปี พ.ศ. 2552 และในปี พ.ศ. 2555 ไอแมกซ์ได้พัฒนาเครื่องฉายแบบเลเซอร์เพื่อการรับชมที่สมบูรณ์มากขึ้น

โรงภาพยนตร์ไอแมกซ์ในประเทศไทย[แก้]

ปัจจุบันสิทธิ์การบริหารงานโรงภาพยนตร์ระบบไอแมกซ์ในประเทศไทยเป็นของ เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ๊ป เดิมตั้งอยู่ที่โรงภาพยนตร์เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขารัชโยธิน โดยใช้ชื่อว่า กรุงไทย ไอแมกซ์ เธียเตอร์ (ทุนร่วมกับธนาคารกรุงไทย) และ พานาโซนิค ไอแมกซ์ เธียเตอร์ (ทุนร่วมกับ บริษัท พาซาโนนิค (ประเทศไทย) จำกัด) ตามลำดับ แต่ปัจจุบันเครื่องฉายดังกล่าวได้ถูกย้ายมาอยู่ที่โครงการพารากอนซีเนโพลิส หรือพารากอนซีนีเพล็กซ์ในปัจจุบัน โดยพารากอนซีนีเพล็กซ์ มีโรงฉายภาพยนตร์ระบบไอแมกซ์ 1 โรงภาพยนตร์ โดยใช้ชื่อว่า กรุงศรี ไอแมกซ์ เธียเตอร์ (ทุนร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา) โดยมีความสูงของจอที่สูงเท่ากับตึก 8 ชั้น และระบบเสียง IMAX ขนาด 12,000 วัตต์ ฉายภาพยนตร์ระบบไอแม็กซ์ทั้งแบบฟิล์ม 35 มม. ไอแม็กซ์ DMR และ ระบบ 3 มิติ ในช่วงแรกที่เปิดทำการ

ต่อมาเมื่อไอแมกซ์พัฒนาระบบ ไอแมกซ์ ดิจิตอล 3 มิติ เสร็จแล้ว เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ได้เข้าเซ็นสัญญากับไอแมกซ์ คอร์ปเรชัน ในการที่จะเปิดโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์แห่งใหม่ถึง 5 โรงภาพยนตร์ในปีเดียว ซึ่งจะใช้เงินในการลงทุนสูงถึง 500 ล้านบาท โดยในขั้นต้นมีการระบุว่าโรงไอแมกซ์แห่งใหม่ในขณะนั้น จะตั้งอยู่ที่ เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน และ เอสพลานาด งามวงศ์วาน-แคราย ที่อยู่ระหว่างการก่อสร้าง แต่สุดท้ายเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ได้เลือกที่จะปรับปรุงโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์เดิมที่สาขารัชโยธิน (ซึ่งในขณะนั้น ใช้ฉายภาพยนตร์ระบบดิจิตอล 2 มิติแบบธรรมดาอยู่) และได้เปลี่ยนโรงภาพยนตร์ที่เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ สาขาปิ่นเกล้า ให้มาฉายภาพยนตร์ระบบไอแมกซ์ ดิจิตอลแทน โดยใช้ชื่อว่ากรุงศรี ไอแมกซ์ ดิจิตอล เธียเตอร์ และต่อมาจึงมีการติดตั้งเครื่องฉายระบบไอแมกซ์ดิจิตอลที่ไอแมกซ์พารากอนซีนีเพล็กซ์เพื่อให้สามารถรองรับระบบไอแมกซ์ดิจิตอลได้เช่นกันโดยติดตั้งเสร็จสิ้นเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2555 รวมทั้งยังมีการเปลี่ยนจอภาพยนตร์และลำโพงรวมถึงระบบเสียงใหม่ที่มีความกระหึ่มเพิ่มขึ้นเป็น 32,000 วัตต์

ในปี พ.ศ. 2556 เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ได้เปิดตัวโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์เพิ่มเติมในศูนย์การค้าเซ็นทรัลเฟสติวัลสองแห่ง คือ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ ซึ่งถือเป็นโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์สาขาแรกนอกเขตกรุงเทพมหานคร และ เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ โดยเปิดร่วมกับโรงภาพยนตร์หาดใหญ่ซีนีเพล็กซ์ ซึ่งจุดต่างของทั้งสองสาขาดังกล่าวคือไม่ได้ใช้ทุนร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยา ทำให้โรงภาพยนตร์สาขาใหม่ทั้งสองแห่งใช้ชื่อแค่ว่า "ไอแมกซ์ เธียเตอร์" ในช่วงแรกของการเปิดให้บริการ แต่ปัจจุบันได้เปลี่ยนชื่อโรงภาพยนตร์เป็น กรุงศรี ไอแมกซ์ ดิจิตอล เธียเตอร์ เนื่องจากมีการปรับทุนมาใช้ร่วมกับธนาคารกรุงศรีอยุธยาตามสาขาในกรุงเทพมหานคร ซึ่งการใช้ทุนร่วมกันแบบนี้เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์เคยให้สัมภาษณ์ว่าจะทำให้แผนขยายสาขาใหม่ๆ ทำได้ไวขึ้น และทำให้การคืนทุนในแต่ละสาขาทำได้ดีมากขึ้น ประกอบกับปัจจุบันมีภาพยนตร์ฟอร์มยักษ์เข้าฉายที่โรงไอแมกซ์ตลอด ทำให้โรงไอแมกซ์สามารถคืนทุนได้ไวกว่าปกติที่ควรจะเป็น

ใน พ.ศ. 2558 เมเจอร์ซีนีเพล็กซ​์ยังคงเดินหน้าเปิดโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์เพิ่มเติมสองแห่ง คือ โรงภาพยนตร์ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต ศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ และ โรงภาพยนตร์เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต ซึ่งทั้งสองที่มีความแตกต่างกับโรงภาพยนตร์สาขาก่อนหน้าอยู่หลายประการ ไม่ว่าจะเป็นการแตกแบรนด์เพิ่มเติมของเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์โดยชูโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์เป็นจุดหลัก ปรับจอฉายภาพยนตร์เป็นรูปแบบใหม่ที่สว่างกว่าสาขาอื่นถึง 10 เท่า ออกแบบโครงสร้างเพื่อรองรับการอัปเกรดเครื่องฉายเป็นเครื่องเลเซอร์ และที่พิเศษกว่าคือที่สาขาเอ็มควอเทียร์ ได้เปลี่ยนไปใช้เก้าอี้รูปแบบใหม่ซึ่งเป็นเก้าอี้แบบเดียวกับที่ใช้ในห้องประชุมใหญ่ของทำเนียบขาว และออกแบบช่องว่างภายในโรงภาพยนตร์ รวมถึงตกแต่งโรงภาพยนตร์ด้วยแนวคิดใหม่ทั้งหมด และเปลี่ยนผู้สนับสนุนโรงภาพยนตร์หลักจากธนาคารกรุงศรีอยุธยา เป็น บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตรถยนต์ยี่ห้อ โตโยต้า ในประเทศไทยแทน และเรียกชื่อโรงภาพยนตร์ทั้งสองแห่งนี้ว่า "โตโยต้า ไอแมกซ์ เธียเตอร์"​ ซึ่งจุดประสงค์ของโตโยต้า คือต้องการเจาะตลาดกลุ่มผู้ชมชาวญี่ปุ่น ซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักของศูนย์การค้าเอ็มควอเทียร์ด้วย และในปีนี้ ยังเป็นปีที่เมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ได้ปิดโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์หนึ่งแห่ง คือสาขาปิ่นเกล้า โดยมีเหตุผลหลักคือเรื่องต้นทุนที่ไม่สามารถคืนทุนได้ตลอดระยะเวลาการเปิดให้บริการ ซึ่งปัจจุบันเครื่องฉายและลำโพง ได้ถูกย้ายมาติดตั้งที่สาขาเอ็มควอเทียร์แทน

ปัจจุบันเมเจอร์ซีนีเพล็กซ์ยังมีแผนขยายสาขาไอแมกซ์อย่างต่อเนื่อง โดยมีแผนการเปิดโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์ในโรงภาพยนตร์ภายในเครือฯ ที่แบงค็อก มอลล์ และที่ไอคอนสยาม ภายในปี พ.ศ. 2560 ตามลำดับ

สาขาโรงภาพยนตร์ไอแมกซ์ในประเทศไทย[แก้]

เรียงตามลำดับวันที่เปิดทำการ โดยไม่นับสาขารัชโยธินเป็นสาขาแรก

ชื่อสาขา โรงภาพยนตร์ วันที่เริ่มเปิดทำการ จังหวัดที่ตั้ง ความสูง (เมตร) ความกว้าง (เมตร) ความจุ (ที่นั่ง)
พารากอน ซีนีเพล็กซ์ สยามพารากอน 16 9 ธันวาคม พ.ศ. 2548 กรุงเทพมหานคร 21 28 493
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ รัชโยธิน 15 11 กันยายน พ.ศ. 2553 กรุงเทพมหานคร 17 24 467
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่ 10 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2556 เชียงใหม่ 15 26 424
หาดใหญ่ ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลเฟสติวัล หาดใหญ่ 10 14 ธันวาคม พ.ศ. 2556 สงขลา 14 25 424
ควอเทียร์ ซีเนอาร์ต เอ็มควอเทียร์ 8 1 เมษายน พ.ศ. 2558 กรุงเทพมหานคร 14 26 376
เวสต์เกต ซีนีเพล็กซ์ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต 12 29 สิงหาคม พ.ศ. 2558 นนทบุรี 15 26 402

สาขาที่ปิดทำการ[แก้]

ชื่อสาขา วันที่เริ่มเปิดทำการ วันที่ปิดทำการ สถานะปัจจุบัน
เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ปิ่นเกล้า 9 ธันวาคม พ.ศ. 2548 4 มีนาคม พ.ศ. 2558 ปรับปรุงกลับเป็นโรงภาพยนตร์ระบบดิจิทัลทั่วไป และย้ายเครื่องฉายไปยังโรงภาพยนตร์ควอเทียร์ ซีนีอาร์ต

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

  1. IMAX Corporation (August 24, 2015). "Sony Pictures Entertainment To Release Chinese-language Hit Wolf Totem In Select IMAX® Theatres In The U.S., Canada And Latin America Beginning Mid-September" (Press release). PR Newswire. สืบค้นเมื่อ August 25, 2015.