สำนักงานธนานุเคราะห์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
สำนักงานธนานุเคราะห์
กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ
Office of The Government Pawshop
สำนักงานธนานุเคราะห์.jpg
ที่ทำการ
อาคาร 8 กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ ถนนกรุงเกษม แขวงคลองมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพฯ
ภาพรวม
วันก่อตั้ง 21 มกราคม พ.ศ. 2497
ผู้บริหาร มานะ เกลี้ยงทอง, ผู้อำนวยการ
โสภณ ตันประคองสุข, รองผู้อำนวยการ
สุชาติ ขจรสายวงษ์, รองผู้อำนวยการ
บรรพต โสมนรินทร์, ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการรับจำนำ
เจษฎา มะเยาะ, ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการรับจำนำ
สุรชัย บางบ่อ, ผู้เชี่ยวชาญด้านธุรกิจการรับจำนำ
ในกำกับดูแลของ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความั่นคงของมนุษย์
ลูกสังกัด สถานธนานุเคราะห์ จำนวน 33 แห่ง
เว็บไซต์
http://www.pawn.co.th

สำนักงานธนานุเคราะห์ กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ หรือ โรงรับจำนำของรัฐ[1] เป็นรัฐวิสาหกิจของไทย สังกัดกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ จัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อปี พ.ศ. 2497 ดำเนินภารกิจเกี่ยวกับโรงรับจำนำ ปัจจุบันมีสถานธนานุเคราะห์ในสังกัด จำนวน 33 แห่ง ในเขตกรุงเทพมหานคร และ 4 จังหวัด

ประวัติ[แก้]

สำนักงานธนานุเคราะห์ จัดตั้งตามมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ 21 มกราคม พ.ศ. 2497 เพื่อเป็นหน่วยงานของรัฐในการให้ความช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อยที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้า ต้องการเงินไปบรรเทาความเดือดร้อนโดยนำทรัพย์สินมาจำนำ เสียดอกเบี้ยในอัตราที่ต่ำ โดยให้บริการ สถานธนานุเคราะห์หรือ โรงรับจำนำของรัฐ

โรงรับจำนำของรัฐ ได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อวันที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2498 ในสมัย ฯพณฯ จอมพล ป. พิบูลสงคราม ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทย

ปี พ.ศ. 2500 ได้เปลี่ยนชื่อเป็น “สถานธนานุเคราะห์” การดำเนินงานระยะแรก มีฐานะเป็นหน่วยงานราชการ สังกัดแผนกธนานุเคราะห์ กองสวัสดิการสงเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย

ปี พ.ศ. 2517 ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยคณะที่ปรึกษาฝ่ายบริหารราชการ แผ่นดินจากการเป็นหน่วยงานของทางราชการเปลี่ยนสถานะเป็นรัฐวิสาหกิจ สังกัด กรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทยใช้ชื่อว่า “สำนักงานธนานุเคราะห์”

ปี พ.ศ. 2536 ให้โอนบรรดากิจการ ทรัพย์สิน สิทธิ หนี้ ข้าราชการ ลูกจ้าง พนักงาน และเงินงบประมาณของกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงมหาดไทย ไปเป็น ของกรมประชาสงเคราะห์ กระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม ตามประกาศ พระราชบัญญัติโอนอำนาจหน้าที่และกิจการบริหารบางส่วนของกระทรวงมหาดไทย ไปเป็นของกระทรวงแรงงานและสวัสดิการสังคม พ.ศ. 2536 ในราชกิจจานุเบกษา เล่ม 110 ตอนที่ 99 ลงวันที่ 25 กรกฎาคม 2536

ปี พ.ศ. 2545 ได้มีการโอนบรรดากิจการ อำนาจหน้าที่ ทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ สิทธิ ภาระผูกพัน พนักงาน ลูกจ้าง และอัตรากำลังของกระทรวงแรงงานและ สวัสดิการสังคม ในส่วนของสำนักงานธนานุเคราะห์ กรมประชาสงเคราะห์ มาเป็น กรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตามประกาศพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ใน ราชกิจจานุเบกษา เล่ม 119 ตอนที่ 102 ก ลงวันที่ 8 ตุลาคม 2545

ปัจจุบัน สำนักงานธนานุเคราะห์มีสถานธนานุเคราะห์ทั้งหมด 34 แห่ง ตั้งอยู่ ในเขตต่าง ๆ ของกรุงเทพมหานคร จำนวน 29 แห่ง ปริมณฑล 4 แห่ง คือ จังหวัด นนทบุรี และ จังหวัดปทุมธานี และจังหวัดสมุทรปราการ และส่วนภูมิภาค 1 แห่ง คือ จ.ระยอง 

วัตถุประสงค์การจัดตั้ง

1. เพื่อช่วยเหลือประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ประสบปัญหาเฉพาะหน้าขาดเคลนเงินใช้ในการดำรงชีพและการประกอบอาชีพ โดยนำทรัพย์สินมาจำนำเสียดอกเบี้ยในอัตราต่ำ

2. เพื่อเป็นการตรึงระดับอัตราดอกเบี้ยรับจำนำ มิให้โรงรับจำนำเอกชนเรียกเก็บอัตราดอกเบี้ย หรือค่าใช้จ่ายอื่น ๆ จากประชาชนผู้ใช้บริการเกินอัตราที่กฎหมาย(พระราชบัญญัติโรงรับจำนำ)กำหนด

การควบคุมและบริหารงาน

สำนักงานะนานุเคราะห์ควบคุมและบริหารงานโดยคณะกรรมการอำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ ซึ่งได้รับการแต่งตั้งจากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประกอบด้วย ประธานกรรมการ มีจำนวนรวมกันไม่น้อยกว่า 7 คน และไม่เกิน 11 คน โดยมีปลัดกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานกรรมการ อธิบดีกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ เป็นรองประธานกรรมการผู้อำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ และผู้แทนกระทรวงการคลัง เป็นกรรมการโดยตำแหน่ง เลขานุการคณะกรรมการให้แต่งตั้งจากกรรมการ

คณะกรรมการอำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์มีอำนาจและหน้าที่ในการวางนโยบายควบคุมดูแลโดยทั่วไปกำหนดระเบียบ ข้อบังคับต่างๆ ในการปฏิบัติงานของสำนักงานธนานุเคราะห์

การรับจำนำ

คณะกรรมการอำนวยการสำนักงานธนานุเคราะห์ได้กำหนดวงเงินรับจำนำให้สถานธนานุเคราะห์ทุกแห่งถือปฏิบัติดังนี้

1. การรับจำนำสิ่งของประเภททอง นาก เพชร ที่เป็นรูปพรรณและเครื่องเงิน รายละไม่เกิน 60,000 บาท 

2. การรับจำนำสิ่งของประเภทเบ็ดเตล็ด เช่น กล้องถ่ายรูป นาฬิกา แว่นตา เครื่องเขียน เครื่องใช้ไฟฟ้า เครื่องมือช่าง ฯลฯ รายละไม่เกิน 20,000 บาท

เมื่อรวมกันทุกรายการแล้วไม่เกินวงเงิน 500,000 บาท ต่อหนึ่งรายต่อหนึ่งวันผู้ใช้บริการสามารถขอผ่อนเงินต้นได้และขอเพิ่มเงินต้นได้ หากทรัพย์จำนำนั้นมีมูลค่าสูงพอที่จะประเมินราคารับจำนำได้

กำหนดระยะเวลาของทรัพย์จำนำ

สำนักงานธนานุเคราะห์ได้กำหนดระยะเวลาการเก็บรักษาทรัพย์จำนำของผู้ใช้บริการในแต่ละรายไว้เป็นเวลา 4 เดือน 30 วัน หรือประมาณ 5 เดือน ถ้าหากผู้จำนำขาดส่งดอกเบี้ยติดต่อกันเป็นเวลากว่า 4 เดือน และไม่ไถ่ถอนคืนภายในกำหนด 30 วัน นับตั้งแต่วันที่สถานธนานุเคราะห์ประกาศบัญชีทรัพย์จำนำที่ผู้จำนำขาดส่งดอกเบี้ย ทรัพย์จำนำนั้นก็หลุดเป็นสิทธิของสถานธนานุเคราะห์

การประมูลทรัพย์หลุดจำนำ

ทรัพย์หลุดจำนำของสถานธนานุเคราะห์ทุกแห่ง สำนักงานธนานุเคราะห์จะนำออกประมูลจำหน่ายด้วยวาจาแก่ประชาชนทั่วไป ณ อาคารสำนักงานธนานุเคราะห์(อาคาร 8) ชั้น 1 บริเวณกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการถนนกรุงเกษม แขวงมหานาค เขตป้อมปราบศัตรูพ่าย กรุงเทพมหานคร โดยจะทำการประมูลทรัพย์หลุดจำนำทุกวันทำการ(วันจันทร์ - วันศุกร์) ตั้งแต่เวลา 09.00 น. เป็นต้นไป

ปัจจุบันสำนักงานธนานุเคราะห์ มีสถานธนานุเคราะห์ในสังกัดจำนวน 36 แห่ง ตั้งอยู่ในกรุงเทพมหานคร 29 แห่ง เขตปริมณฑล 4 แห่ง เขตต่างจังหวัด 3 แห่ง

อ้างอิง[แก้]