ซาโลมอน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
(เปลี่ยนทางจาก โซโลมอน)
ซาโลมอน
กษัตริย์แห่งอิสราเอล
Salomons dom.jpg
การพิพากษาของซาโลมอน วาดโดย เปเตอร์ เปาล์ รือเบินส์
ครองราชย์ c. 970–931 ก่อนค.ศ.
ก่อนหน้า ดาวิด
ถัดไป เยโรโบอัม (อาณาจักรเหนือ)
เรโหโบอัม (อาณาจักรใต้)
พระชายา พระนางนามา
ธิดาฟาโรห์
สนม 700 นาง[1][2]
พระราชบุตร เรโหโบอัม
ราชสกุล ราชวงศ์ดาวิด
พระราชบิดา ดาวิด
พระราชมารดา บัท‌ชู‌วา
ประสูติ 1010 ปีก่อนค.ศ.
เยรูซาเลม
สวรรคต 931 ปีก่อนค.ศ.
เยรูซาเลม

ซาโลมอน[3][4][5] (ศัพท์คริสต์ศาสนา) หรือ โซโลมอน (ศัพท์ประวัติศาสตร์) (อังกฤษ: Solomon; ฮีบรู: שְׁלֹמֹה‎) มาจากราก S-L-M ที่แปลว่า ความสงบ ในอิสลามว่า สุลัยมาน[6] หรือตามฉายาคือ ซาโลมอนผู้ทรงปัญญา ชื่ออีกชื่อหนึ่งที่ใช้ในคัมภีร์ฮีบรูคือ เจดิดิอา (ฮีบรู: יְדִידְיָהּ‎) ทรงเป็นกษัตริย์องค์ที่สามแห่งอิสราเอล ปรากฏในคัมภีร์ฮีบรูหมวดทานัคของศาสนายูดาห์ คัมภีร์ไบเบิลภาคพันธสัญญาเดิมของศาสนาคริสต์ และในคัมภีร์อัลกุรอานของศาสนาอิสลาม คัมภีร์กล่าวว่ากษัตริย์ซาโลมอนเป็นบุตรของดาวิด[7] และกล่าวว่าเป็นกษัตริย์องค์ที่สามของสหราชอาณาจักรอิสราเอลและกษัตริย์องค์สุดท้ายก่อนที่จะแยกเป็นราชอาณาจักรอิสราเอลทางเหนือและราชอาณาจักรยูดาห์ทางใต้ หลังจากการแยกตัวผู้ที่สืบเชื้อสายก็ปกครองแต่เพียงราชอาณาจักรยูดาห์เท่านั้น

พระคัมภีร์กล่าวว่าพระเจ้าซาโลมอนเป็นผู้สร้างวิหารแห่งซาโลมอน[8] ในกรุงเยรูซาเลมที่ถือกันว่าเป็นพระวิหารแห่งเยรูซาเลมหลังแรก[7] และเป็นผู้มีความฉลาด มั่งคั่ง และอำนาจอย่างมากในยุคนั้น

ในพระคัมภีร์[แก้]

ซาโลมอนประสูติในกรุงเยรูซาเลม[9] เป็นโอรสองค์ที่ 2 ของกษัตริย์ดาวิดที่ประสูติแด่พระนางบัท‌ชู‌วา ส่วนโอรสองค์แรกนั้นสิ้นพระชนม์ไปก่อนแล้ว มีพี่น้องร่วมบิดามารดาอยู่สามองค์ คือ ชิ‌เม‌อา, โช‌บับ และนาธัน[10] ซาโลมอนมีพระเชษฐาต่างมารดาอยู่ 6 องค์

เหตุแย่งชิงบัลลังก์[แก้]

หนังสือพงศ์กษัตริย์เล่ม 1 ได้ระบุว่า "กษัตริย์​ดาวิด​มี​พระ‍ชน‌มายุ​และ​ทรง‍พระ‍ชรา​มาก​แล้ว แม้​จะ​ห่ม​ผ้า​ให้​หลาย​ผืน พระ‍องค์​ก็​ยัง​ไม่​อบอุ่น"[11] ดังนั้นบรรดาข้าราชสำนักจึงต้องเสาะแสวงหา​สาว‍งามพรหม‌จารีทั่วทั้งดินแดนอิสราเอล ซึ่งได้พบกับหญิง​ชาว​ชู‌เนมนามว่า อา‌บี‌ชาก​ [12] ซึ่งนางคอยปรน‌นิ‌บัติ​พระ‍องค์โดยที่ไม่ได้มีเพศสัมพันธ์กัน เมื่อกษัตริย์ดาวิดทรงอยู่ในสภาพเช่นนี้จึงทำให้เกิดการชิงอำนาจขึ้นในราชสำนัก เจ้าชาย​อา‌โด‌นี‌ยาห์ซึ่งประสูติแด่​พระ‍นาง​ฮัก‌กีทได้ประกาศตนขึ้นเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ แต่ก็แพ้แก่กลอุบายของพระ‍นาง​บัท‌เช‌บาและนาธันผู้เผยพระวจนะ ซึ่งได้โน้มน้าวให้กษัตริย์ดาวิดทรงประกาศให้เจ้าชายซาโลมอนเป็นกษัตริย์องค์ใหม่ตามที่เคยปฏิ‌ญาณ​ต่อพระยาเวห์ ถึงแม้ว่าซาโลมอนจะไม่ใช่โอรสองค์ใหญ่ก็ตาม

ซาโลมอนสืบราชสมบัติ[แก้]

ซาโลมอนรับการเจิมเป็นกษัตริย์ วาดโดย Cornelis de Vos

ซาโลมอนได้ขึ้นครองราชย์ตามพระบัญชาของกษัตริย์ดาวิด หลังครองราชย์แล้วซาโลมอนก็เริ่มกำจัดฝ่ายตรงข้าม ทั้งประหารเจ้าชาย​อา‌โด‌นี‌ยาห์, ประหารแม่ทัพโยอาบคนสนิทของพระบิดา, ขับไล่ปุโรหิต​อา‌บี‌ยา‌ธาร์​ ฯลฯ ซาโลมอนแต่งตั้งให้เพื่อนฝูงญาติมิตรมีอำนาจในราชสำนัก ทั้งฝ่ายพลเรือนและทหาร กองทัพของซาโลมอนมีความเข้มแข็งขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะกองทหารม้าและกองรถม้า พระองค์ได้จัดตั้งนิคมขึ้นจำนวนหลายแห่งทั้งนิคมการค้าและค่ายทหาร หลังครองราชย์ได้สี่ปีพระองค์ก็ได้สร้างวิหารหลังแรกขึ้นคือวิหารแห่งซาโลมอน การค้าขายระหว่างประเทศดำเนินไปอย่างรุ่งเรืองในรัชสมัยพระองค์ พระองค์ได้รับการกล่าวถึงว่าเป็นกษัตริย์อิสราเอลที่มั่งคั่งที่สุดที่ถูกกล่าวถึงในพระคัมภีร์

สติปัญญาจากพระเป็นเจ้า[แก้]

พระยาเวห์ประทานสติปัญญาแก่ซาโลมอน วาดโดย Luca Giordano

ซาโลมอนเป็นบุคคลที่ทรงปัญญาที่สุดในพระคัมภีร์ ในหนังสือพงศ์กษัตริย์ฉบับ 1 ซาโลมอนได้อุทิศตนเองต่อพระยาเวห์และภาวนาขอสติปัญญา พระยาเวห์ทรงตอบรับคำภาวนาของเขา ทรงให้สัญญาแก่ซาโลมอนว่าจะประทานสติปัญญาชั้นเลิศที่สุดแก่ซาโลมอน เนื่องจากเขาไม่ได้ขอพรที่เห็นแก่ตัวอย่างความเป็นอมตะหรือความพินาศของศัตรู

เรื่องราวที่มีชื่อเสียงที่สุดในด้านสติปัญญาของซาโลมอนคือคำพิพากษาของซาโลมอน เป็นคดีที่มีสตรีสองคนอ้างสิทธิว่าเป็นแม่ที่แท้จริงชองเด็กทารกคนหนึ่งและขอให้ซาโลมอนทรงตัดสิน ซาโลมอนพิพากษาคดีอย่างง่ายๆโดยให้ตัดเด็กทารกออกเป็นสองส่วนแบ่งให้สตรีผู้กล่าวอ้างทั้งสองคนเสีย ทันใดนั้นมีสตรีคนหนึ่งยอมถอนตัวทันที เธอกล่าวว่าเธอขอยอมแพ้เสียดีกว่าให้เด็กถูกฆ่าตาย เมื่อได้ยินเช่นนั้นซาโลมอนจึงประกาศให้สตรีผู้ที่ถอนตัวเป็นแม่ของเด็กทารก

สติปัญญาของซาโลมอนนั้นเป็นที่เลื่องลือไปในอาณาจักรมากมาย นั่นเองทำให้ชาวต่างประเทศมากมายต่าง "...แสวง‍หา​ที่​จะ​เข้า‍เฝ้า​ซา‌โล‌มอน เพื่อ​จะ​ฟัง​พระ‍สติ‍ปัญญา​ซึ่ง​พระ‍เจ้า​ประ‌ทาน​ไว้​ใน​พระ‍ทัย​ของ​พระ‍องค์ ทุก​คน​ก็​นำ​เครื่อง‍บรร‌ณา‌การ​ของ​เขา​มา คือ​ภาชนะ​เงิน​และ​ภาชนะ​ทอง เสื้อ‍ผ้า อาวุธ เครื่อง‍เทศ ม้า​และ​ล่อ ตาม​จำ‌นวน​กำ‌หนด​ทุกๆ ปี"[13]

ชายาและบาทบริจาริกา[แก้]

คัมภีร์ไบเบิลระบุว่า ซาโลมอนมีชายา 700 องค์และบริจาริกาอีก 300 นาง บรรดาชายาล้วนเป็นพระราชธิดาจากต่างอาณาจักร อาทิ ธิดาของฟาโรห์แห่งอียิปต์, ธิดาแห่งอาณาจักรอัมโมน, ธิดาแห่งอาณาจักรโมอับ ฯลฯ ในพระคัมภีร์ยังบันทึกไว้อีกว่า กษัตริย์ซาโลมอนได้หลงชายาต่างชาติจนยินยอมให้ชายาทั้งหลายนับถือเทพเจ้าของอาณาจักรตนเอง ยอมให้สร้างวิหารของเทพเจ้าของศาสนาอื่นในอาณาจักรของพระองค์ การกระทำเช่นนี้ของซาโลมอนทำให้พระยาเวห์ทรงกริ้ว[14] กลายเป็นปฐมเหตุที่พระยาเวห์เอาพระทัยออกห่างอิสราเอล พระยาเวห์เริ่มแผนการจะทำลายอิสราเอลโดยการยืมมือของอาณาจักรศัตรูของอิสราเอล

ซาโลมอนสวรรคต อิสราเอลแตกเป็นเหนือ-ใต้[แก้]

ในคัมภีร์ฮีบรูระบุว่า ซาโลมอนเป็นกษัตริย์องค์สุดท้ายของราชอาณาจักรอิสราเอล เสด็จสวรรคตด้วยโรคชราเมื่อมีพระชนม์ราว 80 ปี หลังซาโลมอนสวรรคต เจ้าชายเรโหโบอัมก็ได้สืบบัลลังก์ต่อจากพระบิดาในกรุงเยรูซาเลม อย่างไรก็ตาม สิบสองชนเผ่าอิสราเอลกลับไม่ยอมรับเรโหโบ‌อัมเป็นกษัตริย์และประกาศแยกประเทศอยู่ทางเหนือ โดยให้เยโรโบอัมจากเผ่าเอฟราอิมเป็นกษัตริย์ ประเทศอิสราเอลจึงแตกออกเป็นเหนือ-ใต้

  • อิสราเอลเหนือเรียกว่า "อาณาจักรอิสราเอล" มีเมืองหลวงอยู่ที่ซามาเรีย มีเยโรโบอัมเป็นกษัตริย์
  • อิสราเอลใต้ซึ่งมีขนาดเล็กกว่าเรียกว่า "อาณาจักรยูดาห์" มีเมืองหลวงอยู่ที่เยรูซาเลม มีเรโหโบอัมเป็นกษัตริย์

พระราชทรัพย์[แก้]

ในคัมภีร์ฮีบรูระบุว่าราชสำนักอิสราเอลมีความมั่งคั่งที่สุดในปีที่ 40 ในรัชกาลของซาโลมอน ในแต่ละปีต่างมีชาวต่างประเทศมากมายหวังเข้าเฝ้าเพื่อถวายเครื่องบรรณาการแก่ซาโลมอน ดังปรากฏความว่า "น้ำ‍หนัก​ของ​ทอง‍คำ​ที่​นำ​มา​ถวาย​ซา‌โล‌มอน​ใน​ปี​หนึ่ง​นั้น​เป็น​ทอง‍คำ​หนัก​ถึง 23,000 กิโล‍กรัม...ถ้วย​ทั้ง‍สิ้น​ของ​พระ‍ราชา​ซา‌โล‌มอน​ทำ​ด้วย​ทอง‍คำ และ​ภาชนะ​ทั้ง‍สิ้น​ของ​พระ‍ตำ‌หนัก​พนา​เล‌บา‌นอน​ทำ​ด้วย​ทอง‍คำ​บริ‌สุทธิ์ ไม่‍มี​ที่​ทำ​ด้วย​เงิน​เลย เงิน​นั้น​ถือ‍ว่า​เป็น​ของ​ไม่‍มี​ค่า​อะไร​ใน​สมัย​ของ​ซา‌โล‌มอน"[15] นอกจากนี้ซาโลมอนยังมีกองเรือของตนเองซึ่งจะนำทรัพย์สินเข้ามาถวายปีละสามหน

ดูเพิ่ม[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. "In Our Time With Melvyn Bragg: King Solomon". UK: BBC Radio 4. 7 June 2012. สืบค้นเมื่อ 2012-06-10. 
  2. Holy Bible. 1 Kings 11:1-3. 
  3. หนังสือพงศ์กษิตริย์ ฉบับที่ 1-2, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  4. หนังสือพงศาวดาร ฉบับที่ 1-2, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  5. หนังสือเพลงซาโลมอน, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  6. Kaplan, Aryeh (1989). The Bahir. p. 130. ISBN 0877286183. 
  7. 7.0 7.1 Barton, George A. "Temple of Solomon". Jewish Encyclopedia. New York, NY.: Funk & Wagnalls. pp. 98–101. doi:10.1038/2151043a0. สืบค้นเมื่อ 2007-05-15. 
  8. หนังสือพงศาวดาร ฉบับที่ 2 3:1-14, พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  9. 1 พงศาวดาร 14:4 ,พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  10. 1 พงศาวดาร 3:5 , พระคริสตธรรมคัมภีร์ ฉบับมาตรฐาน 2011
  11. 1 พงศ์กษัตริย์ 1:1
  12. 1 พงศ์กษัตริย์ 1:3
  13. 1 พงศ์กษัตริย์ 10:24
  14. 1 พงศ์กษัตริย์ 11:6
  15. 1 พงศ์กษัตริย์ 10:21

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]

วิกิมีเดียคอมมอนส์มีสื่อเกี่ยวกับ พระเจ้าซาโลมอน