คลอร์เตตราไซคลีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
คลอร์เตตราไซคลีน
Chlortetracycline structure.svg
ข้อมูลทางคลินิก
AHFS/Drugs.com Micromedex Detailed Consumer Information
ช่องทางการรับยา By mouth, IV, topical
รหัส ATC
ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
ชีวประสิทธิผล 30%
Protein binding 50 to 55%
การเปลี่ยนแปลงยา Hepatic (75%)
ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ 5.6 to 9 hours
การขับออก Renal and biliary
ตัวบ่งชี้
เลขทะเบียน CAS
PubChem CID
ChemSpider
UNII
KEGG
ChEMBL
E number E702 (antibiotics)
ECHA InfoCard 100.000.310
ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
สูตร C22H23ClN2O8
มวลต่อโมล 478.882 g/mol[2]
แบบจำลอง 3D (JSmol)
Melting point แม่แบบ:Convert/LoffAoffDbSoffTs
 X mark.svg 7Yes check.svg 7 (what is this?)  (verify)
Pharmaklog.png สารานุกรมเภสัชกรรม

คลอร์เตตราไซคลีน (อังกฤษ: Chlortetracycline ชื่อการค้า Aureomycin, Lederle) เป็นยาปฏิชีวนะชนิดแรกในกลุ่มเตตราไซคลีน คลอร์เตตราไซคลีนถูกค้นพบในปี ค.ศ. 1945 โดยเบนจามิน มิงก์ ดักการ์ (Benjamin Minge Duggar) ขณะที่เขาทำงานอยู่ที่เลเดอร์ลีแลบอทอรีส์ (Lederle Laboratories) ภายใต้การดูแลควบคุมของเยลลาปรากาดา ซุบบาโรว์ (Yellapragada Subbarow) โดยดักการ์ประสบผลสำเร็จในการคัดแยกยาปฏิชีวนะชนิดนี้จากแบคทีเรียแอคติโนมัยสีทที่เพาะเลี้ยงได้จากตัวอย่างดินที่เก็บมาจากทุ่งแซนบอร์นที่มหาวิทยาลัยมิสซูรี[3] โดยแบคทีเรียดังกล่าวถูกตั้งชื่อในภายหลังว่า Streptomyces aureofaciens และให้ชื่อการค้าแรกของยาดังกล่าวว่า Aureomycin ทั้งนี้เนื่องมาจากสีเหลืองทองของยาและแบคทีเรียที่ค้นพบดังกล่าว[2] ส่วนในวงการสัตวแพทย์ คลอร์เตตราไซคลีนมักถูกนำมาใช้เพื่อรักษาเยื่อตาอักเสบในแมวอยู่บ่อยครั้ง[4]

ทั้งนี้ การได้รับการรักษาด้วยคลอร์เตตราไซคลีนร่วมกับอะซีโนคูมารอลอาจเพิ่มฤทธิ์ต้านการแข็งตัวของเลือดของยาดังกล่าวได้ ดังนั้น ผู้ที่จำเป็นต้องได้รับการรักษาด้วยยาสองชนิดนี้ร่วมกัน ควรมีการติดตามค่าพารามิเตอร์ที่เกี่ยวเนื่องกับการแข็งตัวของเลือดอย่างใกล้ชิด นอกจากนี้ อาการไม่พึงประสงค์ที่รุนแรงจากคลอร์เตตราไซคลีนอาจเพิ่มขึ้นได้เมื่อได้รับการบริหารยานี้ร่วมกับแอซิเทรทิน, อะดาพาลีน, หรืออะลิเทรทิโนอิน ส่วนการรับประทานยาหรืออาหารที่มีส่วนผสมของอะลูมิเนียมฟอสเฟตและอะลูมิเนียมไฮดรอกไซด์จะทำให้การดูดซึมคลอร์เตตราไซคลีนในทางเดินอาหารลดลงได้ ส่งผลให้ความเข้นข้นในกระแสเลือดและประสิทธิภาพการรักษาของคลอร์เตตราไซคลีนน้อยลงตามไปด้วย ยิ่งไปกว่านั้น การใช้คลอร์เตตราไซคลีนร่วมกับยาปฏิชีวนะชนิดอื่นบางชนิดอาจทำให้ประสิทธิภาพในการรักษาของยาที่ใช้ร่วมลดลง เช่น มีซิลลินัม (แอมดิโนซิลลิน), อะม็อกซีซิลลิน, และแอมพิซิลลิน เป็นต้น ในบางกรณีคลอร์เตตราไซคลีนก็อาจเพิ่มอาการไม่พึงประสงค์ที่ร้ายแรงของยาอื่นที่ใช้ร่วมได้ เช่นในกรณีที่ใช้ร่วมกับอะทาคิวเรียมเบซิเลท (atracurium besilate) อาจทำให้ฤทธิ์หย่อนกล้ามเนื้อ (neuromuscular blocking effect) ของยานี้เพิ่มขึ้นได้[5]


อ้างอิง[แก้]

  1. "chlortetracycline | C22H23ClN2O8 - PubChem". Pubchem.ncbi.nlm.nih.gov. สืบค้นเมื่อ 2017-03-13.
  2. 2.0 2.1 "chlortetracycline | C22H23ClN2O8 - PubChem". Pubchem.ncbi.nlm.nih.gov. สืบค้นเมื่อ 2017-03-13.
  3. Jukes, Thomas H (1985). "Some historical notes on chlortetracycline". Reviews of Infectious Diseases. 7 (5Page=702–7). PMID 3903946. Unknown parameter |month= ignored (help)
  4. Merck Veterinary Manual. Merckvetmanual.com. สืบค้นเมื่อ 2017-03-13.
  5. "Chlortetracycline - DrugBank". Drugbank.ca. สืบค้นเมื่อ 2017-03-13.