ข้ามไปเนื้อหา

สารต้านฮิสตามีน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Antihistamine
ระดับชั้นของยา
Histamine structure diagram
Histamine structure
Class identifiers
Pronunciation/ˌæntiˈhɪstəmn/
ATC codeR06
Mechanism of action  Receptor antagonist
  Inverse agonist
Biological targetHistamine receptors
  HRH1
  HRH2
  HRH3
  HRH4
External links
MeSHD006633
In Wikidata

สารต้านฮิสตามีน (antihistamine) หรือ ทั่วไปเรียกว่า ยาแก้แพ้ เป็น ยา ที่ใช้กำจัดหรือลดผลของ ฮิสตามีน (histamine) ซึ่งเป็นเป็นสารเคมีที่ถูกปลดปล่อยภายในร่างกายจาก ปฏิกิริยาภูมิแพ้ (allergic reactions) โดยผ่านการกระทำที่ ตัวรับฮิสตามีน (histamine receptors) สารที่มีผลในการรักษาจะออกฤทธิ์ในการยับยั้งตัวรับฮีสทามีนนี้จึงถูกเรียกว่า สารต้านฮีสตามีน - สารอื่นที่มีผลต้านฮีสทามีนแต่ไม่ออกฤทธิ์ที่ ตัวรับฮิสตามีน จะไม่เป็นสารต้านฮีสทามีนที่แท้จริง

โดยทั่วไป สารต้านฮีสตามีนจะหมายถึง ตัวรับปฏิปักษ์ H1 ซึ่งเรียกว่า สารต้านฮิสตามีน-H1 เราพบว่า สารต้านฮิสตามีน-H1เป็น ตัวทำการกลับ (inverse agonist) ที่ตัวรับฮิสตามีน-H1มากกว่าที่จะเป็น ตัวรับปฏิปักษ์ per se. (Leurs, Church & Taglialatela, 2002)


รุ่นที่หนึ่ง (ไม่จำเพาะ)

[แก้]

ยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่หนึ่งเป็นยาต้านฮิสตามีนที่มีมานานที่สุด มักเข้าถึงได้ง่ายและมีราคาถูก มีผลในการลดอาการภูมิแพ้ได้ดี แต่มักมีฤทธิ์เป็นตัวยับยั้ง (antagonist) อย่างแรง (potent) ที่ตัวรับอะซีติลโคลีนชนิดมัสคารินิกด้วย นอกจากนี้ยังพบว่ามักจะมีฤทธิ์ที่ตัวรับแอลฟาอะดรีเนอร์จิก และ/หรือ ตัวรับ 5-HT ด้วย การขาดความจำเพาะเช่นนี้เองที่ทำให้ยาในกลุ่มนี้บางตัวมีผลข้างเคียงรุนแรงต่อผู้ใช้ยา โดยเฉพาะเมื่อเทียบกับยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่สอง

รุ่นที่สอง

[แก้]

ยาต้านฮิสตามีนรุ่นที่สองเป็นยาที่พัฒนาขึ้นมาในภายหลังเพื่อให้เป็นยาต้านฮิสตามีนที่มีความจำเพาะกับตัวรับ H1 ที่ตำแหน่งนอกส่วนกลาง (peripheral) มากกว่าตัวรับ H1 ในระบบประสาทส่วนกลางและตัวรับโคลิเนอร์จิก ความจำเพาะนี้ทำให้ยากลุ่มนี้มีผลข้างเคียงลดลงอย่างมาก โดยเฉพาะความง่วงซึม ในขณะที่ยังมีผลลดอาการภูมิแพ้ได้อยู่

ดูเพิ่ม

[แก้]

อ้างอิง

[แก้]
  • Forneau E, Bovet D (1933). Recherches sur l'action sympathicolytique d'un nouveau derive du dioxane. Arch Int Pharmacodyn 46, 178-91.
  • Leurs R, Church MK, Taglialatela M (2002). H1-antihistamines: inverse agonism, anti-inflammatory actions and cardiac effects. Clin Exp Allergy 32, 489-98.
  • Nelson, WL (2002). In Williams DA, Lemke TL (Eds.). Foye's Principles of Medicinal Chemistry (5 ed.). Philadelphia: Lippincott Williams & Wilkins. ISBN 0-683-30737-1
  • Rossi S (Ed.) (2004). Australian Medicines Handbook 2004. Adelaide: Australian Medicines Handbook. ISBN 0-9578521-4-2
  • Simons FER (2004). Advances in H1-antihistamines. N Engl J Med 351 (21) , 2203-17.