ข้ามไปเนื้อหา

อะม็อกซีซิลลิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
อะม็อกซีซิลลิน
ข้อมูลทางคลินิก
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
  • AU: A
  • US: B (ไม่มีความเสี่ยงในสัตว์)
    ช่องทางการรับยาOral, intravenous
    รหัส ATC
    กฏหมาย
    สถานะตามกฏหมาย
    • UK: POM (Prescription only)
    ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
    ชีวประสิทธิผล95% oral
    การเปลี่ยนแปลงยาless than 30% biotransformed in liver
    ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ61.3 minutes
    การขับออกrenal
    ตัวบ่งชี้
    • (2S,5R,6R)-6-{[(2R)-2-amino-2-(4-hydroxyphenyl)-acetyl]amino}-3,3-dimethyl-7-oxo-4-thia-1-azabicyclo[3.2.0]heptane-2-carboxylic acid
    เลขทะเบียน CAS
    PubChem CID
    DrugBank
    ChemSpider
    ECHA InfoCard100.043.625
    ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
    สูตรC16H19N3O5S
    มวลต่อโมล365.4 g/mol g·mol−1
    แบบจำลอง 3D (JSmol)
    • Oc1ccc(cc1)[C@@H](N)C(=O)N[C@@H]1C(=O)N2[C@@H]1SC(C)(C)[C@@H]2C(=O)O
    สารานุกรมเภสัชกรรม
    Amoxicillin BP

    อะม็อกซีซิลลิน (อังกฤษ: amoxicillin, amoxycillin) เป็นยาปฏิชีวนะชนิดหนึ่ง ใช้รักษาโรคติดเชื้อแบคทีเรียได้หลายโรค[1] เป็นยาที่แนะนำให้ใช้เป็นลำดับแรกในการรักษาหูชั้นกลางอักเสบ[1] อาจใช้รักษาคออักเสบจากเชื้อสเตร็ป ปอดอักเสบ การติดเชื้อที่ผิวหนัง การติดเชื้อในทางเดินปัสสาวะ และอื่น ๆ[1] ยานี้เป็นยากิน ส่วนการฉีดนั้นมีที่ใช้อยู่บ้างแต่น้อย[1][2]

    ผลข้างเคียงที่พบบ่อยคือการมีผื่น และอาการคลื่นไส้[1] หากใช้ร่วมกับกรดคลาวูลานิกอาจทำให้เกิดการติดเชื้อรา และอาการท้องเสียได้[3] ยานี้ไม่ควรใช้ในผู้ที่แพ้ยาเพนิซิลลิน[1] หากใช้ในผู้ป่วยโรคไตอาจต้องลดขนาดยาลง[1] การใช้ยานี้ในสตรีตั้งครรภ์หรือให้นมบุตรยังไม่พบว่ามีอันตราย[1]

    อะม็อกซีซิลลินได้รับการค้นพบครั้งแรกเมื่อ ค.ศ. 1958 และถูกนำมาใช้ในทางการแพทย์ตั้งแต่ ค.ศ. 1972[4][5] ได้รับการจัดเป็นหนึ่งในรายการยาสำคัญต้นแบบขององค์การอนามัยโลก และถือเป็นยาที่ปลอดภัยและใช้ได้ผลดีที่สุดชนิดหนึ่งในระบบบริการสุขภาพ[6] เป็นยาปฏิชีวนะที่ถูกสั่งใช้ในเด็กบ่อยมากที่สุดตัวหนึ่ง มีผลิตจำหน่ายได้โดยทั่วไป[1] ราคาขายส่งของยานี้ในกลุ่มประเทศพัฒนาแล้วอยู่ที่แคปซูลละ 0.02-0.05 ดอลลาร์สหรัฐ[7] ค่าใช้จ่ายตลอดการรักษาหากใช้เวลาสิบวันอยู่ที่ประมาณ 16 ดอลลาร์สหรัฐ[1]

    ข้อบ่งชี้สำหรับการใช้ยานี้

    [แก้]

    การติดเชื้อ เนื่องจากเชื้อพวก Gram-negative, Gram-positive

    ผลข้างเคียงของยา

    [แก้]
    • ถ้าเกิดอาการดังต่อไปนี้ให้หยุดยา และไปพบแพทย์ทันที: หายใจถี่ เกิดเสียงวี๊ด คันลมพิษ เพราะอาจจะต้องการรักษาแบบทันท่วงที
    • ถ้าเกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียน ให้รับประทานยาพร้อมอาหาร
    • ถ้าเกิดอาการท้องร่วง ผื่น ให้พบแพทย์ถ้าอาการของคุณรุนแรง หรือมีอาการมากกว่า 2 วัน

    คำเตือนและข้อควรระวัง

    [แก้]
    • หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงให้นมบุตร ควรจะปรึกษาแพทย์ก่อนใช้ยานี้
    • ถ้ามีอาการแพ้ penicillin หรือ แพ้ยาตัวอื่น หรือถ้ามีอาการหอบหืด ไข้ละอองฟาง แพ้ หรือเป็นโรคไต ให้บอกแพทย์ก่อนใช้ยานี้

    คำแนะนำระหว่างใช้ยานี้

    [แก้]
    • ให้รับประทานยาจนครบตามใบสั่งแพทย์ หลังจากที่มีการติดเชื้อ ถ้าไม่ปฏิบัติตามนี้ อาจทำให้เกิดการติดเชื้อกลับมาอีกก็ได้ก่อนที่จะใช้ยานี้ ให้บอกแพทย์หรือเภสัชกรด้วยว่า คุณกำลังใช้ยาอะไรอยู่บ้าง
    • ถ้าใช้ตามใบสั่งแพทย์อยู่ แต่อาการติดเชื้อยังคงอยู่ ให้ปรึกษาแพทย์
    • ถ้าแพทย์สั่งให้หยุดใช้ยานี้ แสดงว่ายานี้ไม่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคติดเชื้ออื่น ๆ ด้วย
    • ไม่ควรให้บุคคลอื่นรับประทานยานี้ร่วมกับคุณ
    • ภาชนะบรรจุ liquid และ drops จะมีบอกวันหมดอายุไว้ด้วย ฉะนั้นไม่รับประทานยาหลังจากวันหมดอายุ

    ชื่อการค้า

    [แก้]

    Amoxil

    Amoxil-Bencard

    Ibiamox

    Siamox

    Biomox

    Alphamox

    Amacin

    Curam

    Augmentin

    Amoxicillin

    Moxilin

    Moxcillin

    วิธีใช้

    [แก้]
    • ผู้ใหญ่ รับประทานครั้งละ 500 mg วันละ 3 ครั้ง ทุก 8 ชม.
    • เด็ก รับประทานครั้งละ 250 mg วันละ 3 ครั้ง ทุก 8 ชม.

    การเก็บรักษา

    [แก้]
    • เก็บยานี้ในภาชนะบรรจุเดิมที่บรรจุมา ปิดภาชนะให้สนิทและเก็บให้พ้นมือเด็ก
    • เก็บยานี้ที่อุณหภูมิห้องโดยไม่ให้อยู่ในที่ร้อนมากกว่า 30 องศาเซลเซียส เช่น บริเวณที่ถูกแสงแดดโดยตรง และไม่เก็บยาในบริเวณที่เปียกหรือชื้น
    • ทิ้งยานี้เมื่อยาหมดอายุ

    อ้างอิง

    [แก้]
    1. 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 "Amoxicillin". The American Society of Health-System Pharmacists. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 5 September 2015. สืบค้นเมื่อ 1 August 2015.
    2. "Amoxicillin Sodium for Injection". EMC. 10 February 2016. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 27 October 2016. สืบค้นเมื่อ 26 October 2016.
    3. Gillies, M; Ranakusuma, A; Hoffmann, T; Thorning, S; McGuire, T; Glasziou, P; Del Mar, C (17 November 2014). "Common harms from amoxicillin: a systematic review and meta-analysis of randomized placebo-controlled trials for any indication". CMAJ : Canadian Medical Association Journal. 187: E21-31. doi:10.1503/cmaj.140848. PMC 4284189. PMID 25404399.
    4. Fischer, Janos; Ganellin, C. Robin (2006). Analogue-based Drug Discovery (ภาษาอังกฤษ). John Wiley & Sons. p. 490. ISBN 9783527607495. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-09-08.
    5. Roy, Jiben (2012). An introduction to pharmaceutical sciences production, chemistry, techniques and technology. Cambridge: Woodhead Pub. p. 239. ISBN 9781908818041. เก็บจากแหล่งเดิมเมื่อ 2017-09-08.
    6. "WHO Model List of Essential Medicines (19th List)" (PDF). World Health Organization. April 2015. เก็บ (PDF)จากแหล่งเดิมเมื่อ 13 December 2016. สืบค้นเมื่อ 8 December 2016.
    7. "Amoxicillin". International Drug Price Indicator Guide. สืบค้นเมื่อ 1 August 2015.[ลิงก์เสีย]