วิตามิน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
Jump to navigation Jump to search

วิตามิน หรือ ไวตามิน เป็นสารประกอบอินทรีย์ซึ่งเป็นสารอาหารสำคัญที่สิ่งมีชีวิตต้องการในปริมาณเล็กน้อย[1] เรียกสารประกอบเคมีอินทรีย์ (หรือชุดสารประกอบที่สัมพันธ์กัน) ว่า วิตามิน ต่อเมื่อสิ่งมีชีวิตไม่สามารถสังเคราะห์สารนั้นได้ในปริมาณเพียงพอ และต้องได้รับจากอาหาร ฉะนั้น คำว่า "วิตามิน" จึงขึ้นอยู่กับทั้งสภาวะแวดล้อมและสิ่งมีชีวิตหนึ่ง ๆ ตัวอย่างเช่น กรดแอสคอร์บิก (วิตามินซี) ถือเป็นวิตามินสำหรับมนุษย์ แต่ไม่ถือเป็นวิตามินสำหรับสัตว์อื่นส่วนใหญ่ การเสริมวิตามินสำคัญต่อการรักษาปัญหาสุขภาพบางอย่าง แต่มีหลักฐานประโยชน์การใช้ในผู้มีสุขภาพดีน้อย

ตามธรรมเนียม คำว่า วิตามิน ไม่รวมสารอาหารสำคัญอื่น เช่น แร่ธาตุ กรดไขมันจำเป็น หรือกรดอะมิโนจำเป็น (ซึ่งร่างกายต้องการสารเหล่านี้ในปริมาณมากกว่าวิตามินมาก) หรือสารอาหารอื่นอีกมากที่ส่งเสริมสุขภาพแต่ต้องการไม่บ่อย[2] ในปัจจุบัน ระดับสากลรับรองวิตามินอย่างสากลสิบสามชนิด วิตามินจำแนกโดยกัมมันตภาพทางชีวภาพและเคมี ไม่ใช่โครงสร้าง ฉะนั้น วิตามินแต่ละชนิดจึงหมายถึงสารประกอบวิตาเมอร์ (vitamer) ซึ่งล้วนแสดงกัมมันตภาพทางชีวภาพที่สัมพันธ์กับวิตามินหนึ่ง ๆ ชุดสารเคมีดังกล่าวจัดกลุ่มตามชื่อวิตามิน "ระบุทั่วไป" เรียงตามอันดับอักษร เช่น "วิตามินเอ" ซึงรวมสารประกอบเรตินัล เรตินอล และแคโรทีนอยด์ที่ทราบกันอีกสี่ชนิด วิตาเมอร์ตามนิยามสามารถเปลี่ยนเป็นรูปกัมมันต์ของวิตามินในร่างกายได้ และบางครั้งสามารถเปลี่ยนเป็นวิตาเมอร์อีกชนิดหนึ่งได้เช่นกัน

วิตามินมีหน้าที่ทางชีวเคมีหลากหลาย วิตามินบางตัวมีหน้าที่คล้ายฮอร์โมนเป็นตัวควบคุมเมแทบอลิซึมของแร่ธาตุ (เช่น วิตามินดี) บางตัวควบคุมการเจริญและการเปลี่ยนแปลงไปทำหน้าที่เฉพาะของเซลล์และเนื้อเยื่อ เช่น วิตามินเอบางรูป หน้าที่อื่นของวิตามิน เช่น เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ (เช่น วิตามินอีและวิตามินซีในบางครั้ง) วิตามินจำนวนมากที่สุด วิตามินบีคอมเพลกซ์ มีหน้าที่เป็นสารตั้งต้นของโคแฟกเตอร์เอนไซม์ ซึ่งช่วยเอนไซม์ทำงานเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาในเมแทบอลิซึม ในบทบาทนี้ วิตามินอาจสัมพันธ์ใกล้ชิดกับเอนไซม์ที่เป็นส่วนหนึ่งของหมู่พรอสเธติก (prosthetic group) ตัวอย่างเช่น ไบโอตินเป็นส่วนของเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการสร้างกรดไขมัน วิตามินยังอาจสัมพันธ์ใกล้ชิดน้อยกว่ากับตัวเร่งปฏิกิริยาเอนไซม์ คือ โคเอนไซม์ ซึ่งเป็นโมเลกุลจับได้ซึ่งมีหน้าที่นำหมู่เคมีหรืออิเล็กตรอนระหว่างโมเลกุลต่าง ๆ ตัวอย่างเช่น กรดโฟลิกอาจนำหมู่เมทิล ฟอร์มิล และเมทีลินในเซลล์ แม้ว่าบทบาทเหล่านี้ในการสนับสนุนปฏิกิริยาเอนไซม์-สารตั้งต้นจะเป็นหน้าที่ของวิตามินซึ่งทราบกันดีที่สุด ทว่า หน้าที่อื่นของวิตามินก็สำคัญไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากัน[3]

เมื่อกลางคริสต์ทศวรรษ 1930 มีเม็ดเสริมอาหารวิตามินบีคอมเพลกซ์ที่สกัดจากยีสต์และวิตามินซีกึ่งสังเคราะห์เชิงพาณิชย์วางขายเป็นครั้งแรก ก่อนหน้านั้น วิตามินได้รับจากอาหารเพียงทางเดียว และปกติการเปลี่ยนอาหาร (ตัวอย่างเช่น ที่อาจเกิดขึ้นระหว่างฤดูเพาะปลูกหนึ่ง ๆ) เปลี่ยนชนิดและปริมาณวิตามินที่ได้รับอย่างมาก ทว่า ตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 เป็นต้นมา มีการผลิตวิตามินเป็นสารเคมีโภคภัณฑ์และมีเป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและสารปรุงแต่งวิตามินรวมทั้งกึ่งสังคราะห์และสังเคราะห์ราคาไม่แพงอย่างแพร่หลายมาก

รายการวิตามิน[แก้]

วิตามินแต่ละชนิดใช้ในหลายปฏิกิริยา ฉะนั้น ส่วนใหญ่จึงมีหลายหน้าที่[4]

ชื่อบอกทั่วไปของวิตามิน ชื่อเคมีวิตาเมอร์ (รายการไม่สมบูรณ์) สภาพละลายได้ ปริมาณที่แนะนำ
(ชาย อายุ 19–70 ปี)[5]
โรคจากการขาด ระดับปริมาณได้รับบน
(UL/วัน)[5]
โรคจากขนาดเกิน แหล่งอาหาร
วิตามินเอ เรตินอล, เรตินาล, และ
แคโรทีนอยด์สี่ชนิด
รวมทั้ง บีตา-แคโรทีน
ไขมัน 900 ไมโครกรัม ตาบอดกลางคืน, หนังคางคก, และ กระจกตาน่วม[6] 3,000 ไมโครกรัม ภาวะวิตามินเอเกิน ตับ ไข่ ส้ม ผลไม้สีเหลืองสุก ผักใบเขียว แครอท ฟักทอง ผักโขมฝรั่ง ปลา นมถั่วเหลือง นม
วิตามินบี1 ไทอามีน น้ำ 1.2 มิลลิกรัม โรคเหน็บชา, กลุ่มอาการเวอร์นิเก–คอร์ซาคอฟ N/D[7] ง่วงนอนหรือกล้ามเนื้อผ่อนคลายในขนาดสูง[8] เนื้อหมู โอ๊ตมีล (oatmeal) ข้าวซ้อมมือ ผัก มันฝรั่ง ตับ ไข่
วิตามินบี2 ไรโบเฟลวิน น้ำ 1.3 มิลลิกรัม โรคขาดวิตามินบี 2, ลิ้นอักเสบ, โรคปากนกกระจอก N/D ผลิตภัณฑ์นม กล้วย ป๊อปคอร์น ถั่วสีเขียว หน่อไม้ฝรั่ง
วิตามินบี3 ไนอาซิน, ไนอะซินาไมด์ น้ำ 16.0 มิลลิกรัม โรคเพลแลกรา 35.0 มิลลิกรัม ตับเสียหาย (ขนาด > 2 ก./วัน)[9] และปัญหาอื่น เนื้อสัตว์ ปลา ไข่ ผักหลายชนิด เห็ด ผลเปลือกแข็งเมล็ดเดียว
วิตามินบี5 กรดแพนโทเทนิก น้ำ 5.0 มิลลิกรัม[10] ความรู้สึกสัมผัสเพี้ยน N/D ท้องร่วง อาจมีคลื่นไส้และอาการแสบร้อนกลางอก[11] เนื้อสัตว์ บล็อกโคลี อะโวคาโด
วิตามินบี6 ไพริด็อกซีน, ไพริด็อกซามีน, ไพริด็อกซัล น้ำ 1.3–1.7 มิลลิกรัม โลหิตจาง[12] โรคเส้นประสาทหลายเส้น 100 มิลลิกรัม การรับรู้อากัปกิริยาบกพร่อง เส้นประสาทเสียหาย (ขนาด > 100 มิลลิกรัม/วัน) เนื้อสัตว์ ผัก ผลเปลือกแข็งเมล็ดเดียว กล้วย
วิตามินบี7 ไบโอติน น้ำ 30.0 ไมโครกรัม ผิวหนังอักเสบ ลำไส้เล็กอักเสบ N/D ไข่แดงดิบ ตับ ถั่วลิสง ผักใบเขียว
วิตามินบี9 กรดโฟลิก, กรดโฟลินิก น้ำ 400 ไมโครกรัม โลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงใหญ่ (megaloblastic anemia) และการขาดระหว่างตั้งครรภ์สัมพันธ์กับความพิการของทารกแรกเกิด เช่น นิวรัลทิวบ์ (neural tube) บกพร่อง 1,000 ไมโครกรัม อาจบดบังอาการของการขาดวิตามินบี12 และผลอย่างอื่น ผักใบ พาสตา ขนมปัง ธัญพืช ตับ
วิตามินบี12 ไซยาโนโคบาลามิน, ไฮดรอกซีโคบาลามิน, เมทิลโคบาลามิน น้ำ 2.4 ไมโครกรัม โลหิตจางชนิดเม็ดเลือดแดงใหญ่[13] N/D ผื่นคล้ายสิว [สาเหตุยังไม่ได้ข้อสรุปแน่ชัด] เนื้อสัตว์และผลิตภัณฑ์อื่นจากสัตว์
วิตามินซี กรดแอสคอร์บิก น้ำ 90.0 มิลลิกรัม ลักปิดลักเปิด 2,000 มิลลิกรัม วิตามินซีขนาดสูง (Vitamin C megadosage) ผลไม้และผักหลายชนิด ตับ
วิตามินดี คลอเลแคลซิเฟรอล, เออร์โกแคลซิเฟรอล ไขมัน 10 ไมโครกรัม[14] โรคกระดูกอ่อนในเด็กและโรคกระดูกน่วม 50 ไมโครกรัม ภาวะวิตามินดีเกิน ปลา ไข่ ตับ เห็ด
วิตามินอี โทโคเฟอรอล, โทโคไตรอีนอล ไขมัน 15.0 มิลลิกรัม การขาดน้อยมาก; การเป็นหมันในชายและการแท้งในหญิง โลหิตจางจากเม็ดเลือดแดงแตกเล็กน้อยในทารกแรกเกิด[15] 1,000 มิลลิกรัม พบภาวะหัวใจวายเพิ่มขึ้นในการศึกษาแบบสุ่มขนาดใหญ่ครั้งหนึ่ง[16] ผักและผลไม้หลายชนิด ผลเปลือกแข็งเมล็ดเดียวกับเมล็ดพืช
วิตามินเค ฟิลโลควิโนน, เมนาควิโนน ไขมัน 120 ไมโครกรัม เลือดออกง่าย N/D เพิ่มเลือดจับลิ่มในผู้ป่วยที่ได้วาร์ฟาริน[17] ผักใบเขียว ไข่แดง ตับ

อ้างอิง[แก้]

  1. Lieberman, S and Bruning, N (1990). The Real Vitamin & Mineral Book. NY: Avery Group, 3, ISBN 0-89529-769-8
  2. Maton, Anthea; Jean Hopkins, Charles William McLaughlin, Susan Johnson, Maryanna Quon Warner, David LaHart, Jill D. Wright (1993). Human Biology and Health. Englewood Cliffs, New Jersey, USA: Prentice Hall. ISBN 0-13-981176-1. OCLC 32308337. 
  3. Bolander FF (2006). "Vitamins: not just for enzymes". Curr Opin Investig Drugs 7 (10): 912–5. PMID 17086936. 
  4. Kutsky, R.J. (1973). Handbook of Vitamins and Hormones. New York: Van Nostrand Reinhold, ISBN 0-442-24549-1
  5. 5.0 5.1 Dietary Reference Intakes: Vitamins. The National Academies, 2001.
  6. Vitamin and Mineral Supplement Fact Sheets Vitamin A. Dietary-supplements.info.nih.gov (2013-06-05). Retrieved on 2013-08-03.
  7. N/D= "Amount not determinable due to lack of data of adverse effects. Source of intake should be from food only to prevent high levels of intake" (see Dietary Reference Intakes: Vitamins. The National Academies, 2001).
  8. "Thiamin, vitamin B1: MedlinePlus Supplements". U.S. Department of Health and Human Services, National Institutes of Health. http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/natural/patient-thiamin.html. 
  9. Hardman, J.G. et al., ed. (2001). Goodman and Gilman's Pharmacological Basis of Therapeutics (10th ed.). p. 992. ISBN 0071354697. 
  10. Plain type indicates Adequate Intakes (A/I). "The AI is believed to cover the needs of all individuals, but a lack of data prevent being able to specify with confidence the percentage of individuals covered by this intake" (see Dietary Reference Intakes: Vitamins. The National Academies, 2001).
  11. "Pantothenic acid, dexpanthenol: MedlinePlus Supplements". MedlinePlus. http://www.nlm.nih.gov/medlineplus/druginfo/natural/patient-vitaminb5.html. เรียกข้อมูลเมื่อ 5 October 2009. 
  12. Vitamin and Mineral Supplement Fact Sheets Vitamin B6. Dietary-supplements.info.nih.gov (2011-09-15). Retrieved on 2013-08-03.
  13. Vitamin and Mineral Supplement Fact Sheets Vitamin B12. Dietary-supplements.info.nih.gov (2011-06-24). Retrieved on 2013-08-03.
  14. Value represents suggested intake without adequate sunlight exposure (see Dietary Reference Intakes: Vitamins. The National Academies, 2001).
  15. The Merck Manual: Nutritional Disorders: Vitamin Introduction Please select specific vitamins from the list at the top of the page.
  16. Gaby, Alan R. (2005). "Does vitamin E cause congestive heart failure?". Townsend Letter for Doctors and Patients. 
  17. Rohde LE, de Assis MC, Rabelo ER (2007). "Dietary vitamin K intake and anticoagulation in elderly patients". Curr Opin Clin Nutr Metab Care 10 (1): 1–5. PMID 17143047. doi:10.1097/MCO.0b013e328011c46c.