แดพโซน

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
แดพโซน
Dapsone.svg
Dapsone3d.png
ข้อมูลทางคลินิก
ชื่อทางการค้าAczone
AHFS/Drugs.comMonograph
MedlinePlusa682128
ระดับความเสี่ยงต่อทารกในครรภ์
  • AU: B2
  • US: C (ยังไม่ชี้ขาด)
ช่องทางการรับยารับประทาน, ใช้เฉพาะจุด
รหัส ATC
กฏหมาย
สถานะตามกฏหมาย
  • ℞-only (U.S.), POM (UK)
ข้อมูลเภสัชจลนศาสตร์
ชีวประสิทธิผล70 to 80%
Protein binding70 to 90%
การเปลี่ยนแปลงยาHepatic (mostly CYP2E1-mediated)
ครึ่งชีวิตทางชีวภาพ20 ถึง 30 ชั่วโมง
การขับออกตับ
ตัวบ่งชี้
เลขทะเบียน CAS
PubChem CID
DrugBank
ChemSpider
UNII
KEGG
ChEBI
ChEMBL
ECHA InfoCard100.001.136
ข้อมูลทางกายภาพและเคมี
สูตรC12H12N2O2S
มวลต่อโมล248.302 g/mol
แบบจำลอง 3D (JSmol)
Melting pointแม่แบบ:Convert/LoffAoffDbSoffTs
  (verify)
Pharmaklog.png สารานุกรมเภสัชกรรม

แดพโซน (Dapsone) หรือ ไดอามิโนไดเฟนิล ซัลโฟน (Diaminodiphenyl sulfone) หรือย่อว่า DDS[1] เป็นยาปฏิชีวนะใช้ร่วมกับยาไรแฟมพิซินและClofazimineเพื่อรักษาโรคเรื้อน[2] และเป็นยารองสำหรับใช้รักษาและป้องกันโรคปอดอักเสบจากเชื้อนิวโมซิสติส จิโรเวซิไอ และใช้ป้องกันโรคท็อกโซพลาสโมซิสในผู้ป่วยที่เป็นภูมิคุ้มกันบกพร่อง นอกจากนี้ ยังถูกใช้สำหรับรักษาสิว, ผิวหนังอักเสบจากเริม ตลอดจนโรคผิวหนังอื่นๆ[3] สามารถรับยานี้ได้โดยการรับประทาน[4]

ผลข้างเคียงทั่วไปอาทิ คลื่นไส้, ไม่อยากอาหาร[4] ผลข้างเคียงขั้นรุนแรงอาทิ เซลล์เม็ดเลือดลดลง หรือ เซลล์เม็ดเลือดแดงแตกตัวในผู้ป่วยที่เป็นโรคพร่องเอนไซม์ G-6-PDหรือโรคภูมิไวเกิน[2] ผู้ที่มีปัญหาเกี่ยวกับตับควรหลีกเลี่ยงใช้ยานี้ ยังไม่มีการศึกษาในมนุษย์ว่ายาชนิดนี้ปลอดภัยต่อสตรีมีครรภ์หรือไม่[2]

แดพโซนถูกศึกษาและระบุว่ามีฤทธิเป็นยาปฏิชีวนะใน ค.ศ. 1937 และเริ่มใช้เป็นยารักษาโรคเรื้อนในปี ค.ศ. 1945 แดพโซนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นยาหลักขององค์การอนามัยโลก[5] เป็นยาที่มีประสิทธิผลและปลอดภัยมากชนิดหนึ่ง ปัจจุบันมีวางจำหน่ายในฐานะยาสามัญและมีราคาไม่แพงมากนัก[2][6]

อ้างอิง[แก้]

  1. Thomas L. Lemke (2008). Foye's Principles of Medicinal Chemistry. Lippincott Williams & Wilkins. p. 1142. ISBN 9780781768795.
  2. 2.0 2.1 2.2 2.3 "Dapsone". The American Society of Health-System Pharmacists. สืบค้นเมื่อ Jan 12, 2015.
  3. Zhu, YI; Stiller, MJ; และคณะ (2001). "Dapsone and sulfones in dermatology: overview and update". Journal of the American Academy of Dermatology. 45 (3): 420–34. doi:10.1067/mjd.2001.114733. PMID 11511841.
  4. 4.0 4.1 Joel E. Gallant (2008). Johns Hopkins HIV Guide 2012. Jones & Bartlett Publishers. p. 193. ISBN 9781449619794.
  5. "WHO Model List of Essential Medicines (19th List)" (PDF). World Health Organization. April 2015. สืบค้นเมื่อ 8 December 2016.
  6. Greenwood, David (2008). Antimicrobial Drugs: Chronicle of a Twentieth Century Medical Triumph. Oxford University Press. p. 197. ISBN 9780199534845.