หวังเต๊ะ
หวังเต๊ะ | |
|---|---|
| ไฟล์:Wangte.jpeg หวังเต๊ะในช่วงบั้นปลายชีวิต | |
| เกิด | 2 มีนาคม พ.ศ. 2468 จังหวัดปทุมธานี ประเทศสยาม |
| เสียชีวิต | 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555 (87 ปี) กรุงเทพมหานคร ประเทศไทย |
| สาเหตุเสียชีวิต | มะเร็งตับ |
| การศึกษา | โรงเรียนวัดหน้าไม้[1] |
| มีชื่อเสียงจาก | เผยแพร่ลำตัดให้เป็นที่รู้จักแพร่หลายเป็นวงกว้าง |
| รางวัล | ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน) ประจำปี 2531 |
| อาชีพทางดนตรี | |
| แนวเพลง | ลำตัด |
| เครื่องดนตรี | ร้อง |
| ช่วงปี | พ.ศ. 2480 - พ.ศ. 2554 |
หวังดี นิมา หรือที่รู้จักกันในชื่อ หวังเต๊ะ ไม้ใหญ่แห่งวงการศิลปะเพลงพื้นบ้านไทย เจ้าของฉายา ราชาลำตัด เป็นผู้มีความสามารถรอบตัว มีความเป็นเลิศทางด้านปฏิภาณ หวังเต๊ะได้ใช้เพลงพื้นบ้านแสดงให้ประชาชนประจักษ์ถึงอัจฉริยภาพในการใช้ภาษาและการแสดงอย่างเชี่ยวชาญสมกับสุนทรียลักษณ์ของภาษาไทย และได้ถ่ายทอดความรู้ให้แก่บุคคลที่สนใจเสมอมา หวังเต๊ะได้รับการยกย่องเชิดชูเกียรติเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (เพลงพื้นบ้าน) พุทธศักราช 2531
ประวัติ
[แก้]ภูมิหลัง
[แก้]หวังดี นิมา มีชื่อเล่นว่า หวัง เกิดเมื่อวันศุกร์ ที่ 2 มีนาคม พ.ศ. 2468 ที่ตำบลหน้าไม้ อำเภอลาดหลุมแก้ว จังหวัดปทุมธานี เป็นชาวมุสลิม บิดาชื่อนายเต๊ะ นิมา มารดาชื่อนางลำไย นิมามีพี่น้อง 4 คน ได้แก่
- นางมาลัย นิมา (ซอและ)
- นายหวังดี นิมา
- นายบุญช่วย นิมา
- นางปทุม นิมา (รุ่งเจริญ)
บิดามีอาชีพทำนาและเป็นนักแสดงลำตัดที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น ส่วนมารดาเป็นนางละครชาตรีมาก่อน หวังดีสำเร็จการศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จากโรงเรียนวัดหน้าไม้ อีกทั้งยังได้ฝึกวิชากระบี่กระบองและชกมวยกับเพื่อน ๆ ในละแวกบ้านเกิดของตนเองเพื่อเป็นวิชาไว้ป้องกันตัว จากนั้นได้เข้ามาในกรุงเทพฯ โดยมาพักอยู่กับญาติที่ถนนตกในปีพ.ศ. 2485 ซึ่งในปีนั้นมีน้ำท่วมใหญ่จึงไปสมัครทำงานอยู่บนเรือโดยทำหน้าที่เป็นช่างเครื่องอยู่บริษัทเดินเรือเอสเอเชีย และสมัครเข้ารับราชการทหารในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 จนเมื่อปีพ.ศ. 2489 จึงลาออกกลับมาสืบทอดอาชีพที่ตนเองรัก
เข้าสู่วงการ
[แก้]หวังเต๊ะซึมซับการแสดงพื้นบ้านจากบิดามาตั้งแต่เด็ก ๆ สามารถจดจำกลอนลำตัดของบิดาได้อย่างแม่นยำและมักจะติดตามบิดาไปแสดงในที่ต่าง ๆ เพื่อจะดูและศึกษา พอมีความสามารถพอบิดาจึงลองนำออกแสดงผลปรากฏได้ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี หวังดีได้รับการถ่ายทอดมรดกอันล้ำค่าจากบิดาทุกขั้นตอนสามารถที่จะสืบทอดเจตนารมย์ของบิดาได้มาทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นลีลาท่าทางการเขียนเพลง จึงตั้งคณะเป็นของตนเองเมื่ออายุ 26 ปี เริ่มออกแสดงตามงานต่าง ๆ โดยใช้ชื่อในการแสดงว่า “หวังเต๊ะ” มาจากในสมัยก่อนคนชื่อเล่นว่า หวัง มีมากในสมัยนั้นจึงเรียกชื่อ หวัง แล้วตามด้วยสร้อยชื่อของบิดา เช่น หวังตาเต๊ะ หวังตาโป่ง
การแสดงลำตัดของคณะหวังเต๊ะจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เรียกว่า หักคอรอจังหวะ คือการไม่ร้องคำหยาบแต่จะให้ผู้ชมนึกคำนั้นเอาเอง โดยหวังเต๊ะมีความเป็นเลิศทางด้านปฏิภาณและความคิดในการแสดงพื้นบ้าน สามารถด้นกลอนสดและแต่งคำร้องได้อย่างคมคาย เหมาะสมกับสถานการณ์ สร้างความบันเทิงให้แก่ผู้ชมอยู่ตลอดเวลา ในการเขียนเพลงของหวังเต๊ะนั้นไม่ต้องใช้สมุดนึกได้เมื่อไหร่ก็หาเอาสิ่งใกล้ตัว เช่น ซองบุหรี่ กล่องยากันยุง บางทีก็นำไม้อัดที่กั้นโหลปลากัดมาจดบันทึกไว้ จึงทำให้สามารถแต่งเพลงได้รวดเร็วทันกับสถานการณ์
หวังเต๊ะพร้อมที่จะให้ความรู้แก่ผู้ที่มีความสนใจในเรื่องเพียงพื้นบ้านต่าง ๆ อยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นนักเรียน นิสิต นักศึกษา จากสถาบันต่าง ๆ มาขอสัมภาษณ์เพื่อนำไปทำรายงานท่านก็จะตอบรับทันที หรือจะให้ไปบรรยายหรือสาธิตเพลงพื้นบ้านให้กับสถานที่ในหน่วยงานราชการหรือเข้าร่วมในโครงการต่าง ๆ หวังเต๊ะก็พร้อมให้ความร่วมมือ หวังเต๊ะมีความยินดีมากที่ได้มีส่วนร่วมในการช่วยเหลือสังคมและเผยแพร่ลพื่เพลงพื้นบ้านพื่อเป็นการอนุรักษ์เพลงพื้นบ้านไม่ให้ศูนย์หายไปจากสังคมไทย
ชีวิตครอบครัว
[แก้]ภรรยาคนแรกของหวังเต๊ะ ชื่อนางชื่น รักษาราชวิตร มีบุตร 3 คน คือ
- นายวีรศักดิ์ นิมา
- นางสาวนวลจันทร์ นิมา (ตุ่ม)
- นายประภาส นิมา (ต๋อย)
ภรรยาคนที่สอง คือนางประยูร ยมเยี่ยม คู่ขวัญนักแสดงลำตัด มีบุตรด้วยกัน 2 คน คือ
- นายวิทยา นิมา (ตู๋)
- นายต่อต้าน นิมา (ต่อ)
ภรรยาคนที่สามชื่อนางศรีนวล ขำอาจ มีบุตรหนึ่งคนคือ
- นางสาวนิรามัย นิมา (ปุ๊ก)
ผลงานภาพยนตร์
[แก้]- เสือภูพาน (2512)
- ยมบาลเจ้าขา (2512)
- ไอ้หนุ่มบ้านนา (2514)
- ไกรทอง (2528)
ผลงานละครโทรทัศน์
[แก้]- ละอองเทศ (2534) ช่อง 9
- ละครเร่ (2535) ช่อง 7
- ดาวกลางดง (2542) ช่อง 7
- สุรพล (คนจริง) สมบัติเจริญ (2541) ช่อง 3
- แม่นาค (2542) (ช่อง 7) รับเชิญ
- ดาวคนละดวง (2542) (ช่อง 7)
- กำนันหญิง (2544) (ช่อง 7)
- รอยไถ (2545) (ช่อง 7)
- อุทัยเทวี (2545) (ช่อง 7)
- รักข้ามคลอง (2546) (ช่อง 7)
เสียชีวิต
[แก้]ในบั้นปลายชีวิต หวังเต๊ะได้ป่วยเป็นโรคมะเร็งตับ ในเดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2554 ได้เข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ จนกระทั่งวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555 จึงได้ถึงแก่กรรม สิริอายุได้ 87 ปี[2][3]
เครื่องราชอิสริยาภรณ์
[แก้]- พ.ศ. 2536 –
เครื่องราชอิสริยาภรณ์อันมีเกียรติยศยิ่งมงกุฎไทย ชั้นที่ 4 จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย (จ.ม.)[4]
อ้างอิง
[แก้]- ↑
ส่วนนี้รอเพิ่มเติมข้อมูล คุณสามารถช่วยเพิ่มข้อมูลส่วนนี้ได้ - ↑ เช้านี้...ที่หมอชิต, รายการโทรทัศน์: ช่อง 7 วันอังคารที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2555
- ↑ “หวังเต๊ะ”ลำตัดชื่อดังอาการทรุดปอดติดเชื้อ จากเดลินิวส์
- ↑ ราชกิจจานุเบกษาฉบับพิเศษ หน้า 74 เล่ม 110 ตอนที่ 36 26 มีนาคม 2536http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2536/D/036V013/68.PDF