สโมสรฟุตบอลทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
ระวังสับสนกับ สโมสรฟุตบอลกรุงเทพมหานคร ในลีกดิวิชัน 1
ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
BUFC-logo.png
ชื่อเต็มสโมสรฟุตบอลทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด
ฉายาแข้งเทพ
ก่อตั้งพ.ศ. 2531 (ในชื่อ สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ)
พ.ศ. 2552 (ในชื่อ สโมสรฟุตบอลแบงค็อก ยูไนเต็ด)
สนามสนามฟุตบอลธรรมศาสตร์ รังสิต
จังหวัดปทุมธานี
(ความจุ: 20,000 ที่นั่ง)
เจ้าของบริษัท ทรู ยูไนเต็ด ฟุตบอล คลับ จำกัด
(ในเครือ ทรู คอร์ปอเรชั่น)
ประธานสโมสรขจร เจียรวนนท์
ผู้จัดการทีมอาเลชังดรี ปอลกิง
ลีกไทยลีก
2561ไทยลีก, อันดับที่ 2
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
สีชุดที่ 3
ฤดูกาลปัจจุบัน

สโมสรฟุตบอลทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด เป็นสโมสรฟุตบอลในประเทศไทย เคยชนะเลิศการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก 1 สมัยในปี พ.ศ. 2549 และได้รับสิทธิไปร่วมเล่นใน เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ในอดีตเคยใช้ชื่อว่า สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จนกระทั่งปี พ.ศ. 2552 มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ได้มีการร่วมเป็นพันธมิตรกับ กรุงเทพมหานคร ที่เข้ามาเป็นผู้สนับสนุน จึงมีการเปลี่ยนชื่อใหม่เป็น แบงค็อก ยูไนเต็ด มาจนถึงปัจจุบัน

ประวัติสโมสร[แก้]

ยุคแรก[แก้]

สโมสรทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด ได้ถือกำเนิดอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 25 ธันวาคม พ.ศ. 2505 ซึ่งในขณะนั้นใช้ชื่อว่า สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพ จากปณิธานตั้งมั่นของผู้บริหารและคณาจารย์มหาวิทยาลัยกรุงเทพ ที่ต้องการสร้างสรรค์มหาวิทยาลัยให้เป็นสถาบันอุดมศึกษาที่มีคุณภาพชั้นนำของประเทศ ซึ่งนอกเหนือจากมุ่งส่งเสริมด้านการเรียน เพื่อผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพออกสู่สังคมแล้ว มหาวิทยาลัยยังให้ความสำคัญกับการสนับสนุนกิจกรรมการกีฬา โดยจัดให้มีศูนย์กีฬาและสนามกีฬาเพื่อให้บริการแก่นักศึกษา บุคลากรตลอดจนบุคคลภายนอก และได้ส่งทีมนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันตามคำเชิญของหน่วยงานและองค์กรต่างๆ อย่างต่อเนื่อง และฟุตบอลถือเป็นกีฬาหนึ่ง ที่มหาวิทยาลัยได้ส่งสโมสรฟุตบอลเข้าร่วมการแข่งขันเรื่อยมา

เข้าร่วมกับสมาคมฟุตบอล[แก้]

เมื่อเข้าสู่ปี พ.ศ. 2531 สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ร่วมเข้าเป็นสมาชิกของ สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. ก่อนจะสามารถเลื่อนระดับชั้นสู่ถ้วยพระราชทานประเภท ค. ในปี พ.ศ. 2533 และเลื่อนขึ้นไปแข่งในถ้วยพระราชทานประเภท ข. ในปี พ.ศ. 2534 จากการบ่มเพาะฝึกฝนพัฒนาทักษะของทีมเรื่อยมา จนปี พ.ศ. 2543 สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้ตำแหน่งรองชนะเลิศถ้วยพระราชทานประเภท ข. ทำให้ได้รับสิทธิ์ให้เข้าร่วมการแข่งขันในไทยลีกดิวิชั่น 1 ฤดูกาล 2544/2545 และจบที่อันดับ 3

ไทยพรีเมียร์ลีก[แก้]

เสื้อแข่งขันของสโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพในปี 2549

ในฤดูกาล 2545/2546 สโมสรคว้าแชมป์ไทยลีกดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ ทำให้ได้รับสิทธิ์เลื่อนชั้นขึ้นไปเล่นในไทยพรีเมียร์ลีก ซึ่งถือเป็นผลงานในระดับที่ดีที่สุดครั้งแรกของการก่อตั้งสโมสร และถือเป็นทีมสโมสรเดียวจากสถาบันการศึกษาที่สามารถเลื่อนชั้นขึ้นไปแข่งขันในระดับลีกสูงสุดของประเทศได้โดยที่มีนักกีฬาส่วนใหญ่มาจากนักศึกษาและศิษย์เก่าของมหาวิทยาลัย จนมาถึงการเข้าร่วมแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2549 สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพก็สามารถคว้าแชมป์ลีกสุงสุดของไทยได้สำเร็จ จากทีมร่วมแข่งขันทั้งหมด 16 ทีม และได้สิทธิ์เป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก และยังได้รับเชิญจากสมาคมฟุตบอลประเทศสิงคโปร์ให้เข้าร่วมการแข่งขัน ฟุตบอลสิงคโปร์คัพ 2007 (ได้อันดับ 3) และจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 4 ในไทยพรีเมียร์ลีก ส่วนผลแข่งขันจากรายการเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2008 จับฉลากได้อยู่ในสายเอฟ ซึ่งแข่งขันกับทีมคาวาซากิ ฟรอนตาเล่ จากญี่ปุ่น อาเรมามาลังจากอินโดนีเซีย และชุนนัม ดรากอนส์จากเกาหลีใต้ โดยมีการแข่งขันทั้งหมด 6 นัด ทีมมหาวิทยาลัยกรุงเทพเสมอ 3 และแพ้ 3 ตกรอบแบ่งกลุ่มของรายการนี้ แต่ก็ถือเป็นความภาคภูมิใจและเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาทีมสู่การแข่งขันอาชีพระดับนานาชาติ

เปลี่ยนชื่อเป็นแบงค็อก ยูไนเต็ด[แก้]

ปี พ.ศ. 2552 สโมสรฟุตบอลมหาวิทยาลัยกรุงเทพได้เปลี่ยนชื่อมาเป็น แบงค็อก ยูไนเต็ด จากการร่วมเป็นพันธมิตรกับ กรุงเทพมหานคร ด้วยหลักการและเหตุผลที่ต้องการพัฒนาทีมของมหาวิทยาลัยให้เป็นทีมของชาวกรุงเทพฯ และเพื่อยกระดับมาตรฐานฟุตบอลอาชีพของไทยสู่ความเป็นมืออาชีพอย่างเต็มตัว ทำให้มีการปรับเปลี่ยนของสโมสรหลายอย่าง เช่น การเปลี่ยนตัวประธานสโมสรจากเรือโทหญิงสุธี บูรณธนิต เป็นนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน และเปลี่ยนสัญลักษณ์ตลอดจนสีชุดแข่งขันจากสีประจำมหาวิทยาลัยกรุงเทพเป็นสีประจำของกรุงเทพมหานคร รวมทั้งย้ายสนามแข่งขันจากสนามมหาวิทยาลัยกรุงเทพ วิทยาเขตรังสิต มาเป็นสนามศูนย์เยาวชนไทย-ญี่ปุ่น ดินแดง และเมื่อเดือนต้นเดือนมีนาคม พ.ศ. 2553 กลุ่มทรู คอร์ปอเรชั่น ได้เข้าร่วมสนับสนุนโดยการถือหุ้นรายใหญ่ของสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด ฟุตบอลคลับ เพื่อสร้างโอกาสเติบโตให้เกิดแก่วงการฟุตบอลไทย[1] รวมทั้งได้เริ่มจัดตั้ง สถาบันสอนฟุตบอลกรุงเทพมหานคร หรือ แบงค็อก ฟุตบอล อคาเดมี จากความร่วมมือของกรุงเทพมหานคร พร้อมกับสร้างปูทางสู่ระดับนานาชาติให้กับทีมด้วยการดึงนักเตะต่างชาติมาเข้าร่วมทีม ตลอดจนรวมพลนักเตะระดับชาติที่มีชื่อหลายคนมาเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับทีม ด้วยเป้าหมายสำคัญกับการขึ้นสู่อันดับ 1 ใน 5 ของไทยพรีเมียร์ลีก แต่สโมสรก็ทำผลงานได้อย่างน่าผิดหวังจนจบฤดูกาล 2552 และฤดูกาล 2553 ด้วยอันดับ 13 และ 15 ตามลำดับ ตกชั้นสู่ ไทยลีกดิวิชั่น 1 ในฤดูกาลต่อมา

ตกชั้น[แก้]

หลังจากตกชั้นลงสู่ไทยลีกดิวิชั่น 1 สโมสรก็ได้ตั้งเป้าหมายในการกลับขึ้นไปแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีกซึ่งเป็นลีกสูงสุดของประเทศอีกครั้ง ด้วยการเปลี่ยนแปลงทีมใหม่ทั้งหมดเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและสร้างรากฐานให้มีความพร้อมในการเป็นสโมสรฟุตบอลชั้นนำของประเทศ โดยในฤดูกาล 2554 สโมสรจบการแข่งขันด้วยอันดับ 6 ของไทยลีก ดิวิชั่น 1 พลาดการเลื่อนชั้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีกอย่างน่าเสียดาย สำหรับในฤดูกาล 2555 ภายใต้การนำของ สะสม พบประเสริฐ แม้จะออกสตาร์ทช่วงต้นฤดูกาลไม่ดีนัก แต่ด้วยความร่วมมือร่วมใจกันของทุกฝ่ายสโมสรจึงกลับมาทำผลงานได้ดีในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล ส่งผลให้จบฤดูกาลด้วยอันดับ 3 คว้าตั๋วใบสุดท้ายเลื่อนชั้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีกได้ในที่สุด

ยุคใหม่และการแข่งขันแชมเปียนส์ลีก[แก้]

ผู้เล่นทรูแบงค็อก ยูไนเต็ด ในนัดที่เปิดบ้านพบกับเอสซีจี เมืองทองฯ ในปี 2558

ปี พ.ศ. 2556 นายขจร เจียรวนนท์ ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งประธานสโมสรแบงค็อก ยูไนเต็ด คนใหม่ ต่อจากนายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ซึ่งมีการปรับปรุงสโมสรให้มีความแข็งแกร่งขึ้นในหลายๆ ด้านเพื่อสู้ศึกไทยพรีเมียร์ลีก โดยในปีเดียวกัน ผู้สนับสนุนหลักอย่าง ทรูวิชั่นส์ ได้ทุ่มงบประมาณก้อนใหญ่กว่า 60 ล้านบาทเพื่อใช้สนับสนุนสโมสร พร้อมกับเปิดตัวนักเตะหน้าใหม่ที่สโมสรดึงเข้ามาร่วมทีมอาทิเช่น รณชัย รังสิโย, ปกาศิต แสนสุข, พงษ์พิพัฒน์ คำนวณ, โทนี่ คอสต้า และ มาริโอ ดาซิลวา เข้ามาผนึกกำลังร่วมกับนักเตะชุดเก่าเมื่อฤดูกาลที่แล้วซึ่งช่วยให้ศักยภาพของทีมโดยรวมดีขึ้น สำหรับเป้าหมายในฤดูกาล 2556 สะสม พบประเสริฐ หัวหน้าผู้ฝึกสอนตั้งเป้าที่จะพาทีมให้อยู่รอดในลีกสูงสุดของประเทศไทยให้ได้ ก่อนที่จะก้าวขึ้นสู่เป้าหมายที่สูงกว่าในอันดับต่อไป

สำหรับผลการแข่งขันในฤดูกาล 2556 สโมสรออกสตาร์ทได้ไม่ดีนักเก็บได้เพียง 1 คะแนนจากการแข่งขัน 7 นัดแรก ทำให้ถูกมองว่าเป็นทีมเต็งในปีนี้ที่ต้องตกชั้นไปเล่น ไทยลีกดิวิชั่น 1 แต่ด้วยกำลังใจจากกองเชียร์ ประกอบกับความมุ่งมั่นของทีมงานและนักเตะ ส่งผลให้สโมสรมีผลงานที่ดีขึ้นตามลำดับในช่วงครึ่งหลังของฤดูกาล จนสามารถจบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 13 และรักษาสถานะสโมสรในลีกสูงสุดของประเทศไทยได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ ก่อนจะไต่ขึ้นมาตามลำดับภายใต้การคุมทีมของ อาเลชังดรี ปอลกิง จนกระทั่งในฤดูกาล 2559 แข้งเทพ ก็ประสบความสำเร็จในการคว้าสิทธิ์ไปเล่นเอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก 2017 หลังจากจบฤดูกาลด้วยรองแชมป์

ในการแข่งขันถ้วยสโมสรเอเชียของ แข้งเทพ ในปีนี้เริ่มต้นที่รอบเพลย์ออฟ ซึ่งพวกเขาเปิดบ้านเจอกับสโมสรฟุตบอลยะโฮร์ดารุลตาซิม ทีมแชมป์มาเลเซียซูเปอร์ลีก แต่ แข้งเทพ กลับพลาดท่าดวลจุดโทษแพ้ไป 6-5 ตกรอบไปในที่สุด และถือเป็นการพ่ายแพ้ยะโฮร์ของทีมสโมสรจากไทยเป็นครั้งแรกอีกด้วย

สัญลักษณ์สโมสร[แก้]

สนามแข่งขัน[แก้]

ทรูแบงค็อกเคยใช้สนามกีฬาไทย-ญี่ปุ่นเป็นสนามเหย้าจนถึงปี 2558

แบงค็อก ยูไนเต็ด ย้ายจากสนามกีฬาศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) เขตดินแดง กรุงเทพมหานคร ไปใช้ สนามกีฬาธรรมศาสตร์ รังสิต ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ซึ่งมีความจุผู้ชม 20,000 ที่นั่ง และได้มาตรฐานจากสมาพันธ์ฟุตบอลเอเชีย เมื่อปี พ.ศ. 2559

ผู้เล่น[แก้]

ผู้เล่นชุดปัจจุบัน[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
1 ฟิลิปปินส์ GK ไมเคิล ฟาลเคสการ์ด
2 ไทย MF เอกชัย สำเร
3 บราซิล DF อีเวร์ตง
4 ไทย DF มานูเอล บีร์
5 ไทย DF พุทธินันท์ วรรณศรี
6 ไทย MF แอนโธนี อำไพพิทักษ์วงศ์ (กัปตันทีม)
7 ไทย DF ทริสตอง โด
8 บราซิล MF วังเดร์
9 ญี่ปุ่น FW ไมค์ ฮาเวนนาร์
10 ไทย MF ปกเกล้า อนันต์
11 เอลซัลวาดอร์ FW เนลซอน โบนิยา
13 ไทย MF จักรพันธ์ พรใส
16 ไทย DF มิก้า ชูนวลศรี
17 ไทย MF รุ่งรัฐ ภูมิจันทึก
18 ไทย MF อาเลซันแดร์ ซีกฮาร์ท
22 ไทย GK กิตติพงศ์ ภูแถวเชือก
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
24 ไทย DF วันชัย จารุนงคราญ
25 ไทย GK อนุศิษฏ์ เติมมี
27 ไทย MF อานนท์ อมรเลิศศักดิ์
28 ไทย MF ทศวรรษ ลิ้มวรรณเสถียร
29 ไทย MF สรรวัชญ์ เดชมิตร (รองกัปตันทีม)
30 บราซิล FW ร็อบซง
31 ไทย DF พีระพัฒน์ โน๊ตชัยยา
34 ไทย GK วรุฒ เมฆมุสิก
37 ไทย MF วิศรุต อิ่มอุระ
38 ไทย DF วรวุฒิ สถาพร
45 ไทย DF สันติภาพ แย้มแสน
48 ไทย MF ชยธร เทพสุวรรณวร
51 ไทย DF กฤษฎา นนทรัตน์
79 ไทย DF สุรเชษฐ์ งามทิพย์
89 ไทย FW วีรภัทร นิลบูรพา
98 ไทย GK สุเมธี โคกโพธิ์

ผู้เล่นที่ถูกยืมตัว[แก้]

หมายเหตุ: ธงชาติที่ปรากฏบ่งบอกให้ทราบว่าผู้เล่นคนนั้นสามารถเล่นให้กับชาติใดตามกฎของฟีฟ่าตามความเหมาะสม เพราะผู้เล่นบางคนอาจถือสองสัญชาติ

No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
ไทย FW สมปอง สอเหลบ (ไป ราชบุรี มิตรผล จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย MF จักรกฤษณ์ เวชภิรมย์ (ไป สมุทรปราการ ซิตี้ จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย GK วรุฒ วงศ์สมศักดิ์ (ไป แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย MF เจษฎากร ขาวงาม (ไป อาร์มี่ ยูไนเต็ด จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย DF นาคิน วิเศษชาติ (ไป อาร์มี่ ยูไนเต็ด จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย DF สถาพร แดงสี (ไป ตราด จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
No. ตำแหน่ง ผู้เล่น
ไทย DF อธัชชา ระหงษ์ทอง (ไป ชลบุรี จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย FW ณัฐวุฒิ สุขสุ่ม (ไป โตเกียว ยู-23 จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย FW สิทธิโชค กันหนู (ไป แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย MF ภัทรพล คำสุข (ไป แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย MF ออสการ์ คาห์ล (ไป แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล จนถึง 31 ธันวาคม 2562)
ไทย FW ธีรเทพ วิโนทัย (ไป ชลบุรี จนถึง 31 ธันวาคม 2562)

ทีมงาน[แก้]

ตำแหน่ง สัญชาติ ชื่อ
ประธานสโมสร ไทย ขจร เจียรวนนท์
ผู้อำนวยการสโมสร เยอรมนี เอิร์นส์ มิดเดนดอร์ป
ผู้จัดการทีม ไทย ชณิตา จันทรทรัพย์
หัวหน้าผู้ฝึกสอน เยอรมนี อาเลชังดรี ปอลกิง
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ไทย วสพล แก้วผลึก
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ไทย ซารีฟ สายนุ้ย
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน ไทย ภานุพงศ์ วงศ์ษา
โค้ชฟิตเนส บราซิล เปาโล อเล็กซานเดร
ผู้ฝึกสอนผู้รักษาประตู สโลวาเกีย ปาโวล ฮรันเคียลิก
นักกายภาพบำบัด เยอรมนี แอนดี้ ชิลลิงเกอร์
นักกายภาพบำบัด ไทย นรีภัทร ลิ้มเทียมรัตน์, มงคล แซ่ท้าว, นคินทร์ สุวรรณหังสกุล
เจ้าหน้าที่ทีม ไทย ปกป้อง พงศ์จันทรเสถียร, นิธินันท์ ศิริลดาจินดาเลิศ,
ชัชชัย พึ่งทอง, สุวิทย์ พิมพ์สวรรค์

ทำเนียบผู้ฝึกสอน[แก้]

ชื่อ สัญชาติ ระยะเวลา ความสำเร็จ
สมชาย ทรัพย์เพิ่ม ไทย 2549 - มีนาคม 2553 ชนะเลิศ ไทยพรีเมียร์ลีก 2549
วรกร วิจารณรงค์ ไทย มีนาคม - กรกฎาคม 2553
ทวีรักษ์ สิทธิพูลทอง ไทย กรกฎาคม - สิงหาคม 2553
ประพล พงษ์พานิช ไทย สิงหาคม 2553 - ตุลาคม 2554
สุวโรจน์ อภิวัฒน์วราชัย ไทย ตุลาคม - พฤศจิกายน 2554
สะสม พบประเสริฐ ไทย พฤศจิกายน 2554 - มกราคม 2557
รุย เบนโต้ โปรตุเกส มกราคม - เมษายน 2557
ธวัชชัย ดำรงอ่องตระกูล ไทย เมษายน - มิถุนายน 2557
มาโน โพลกิง เยอรมนี มิถุนายน 2557 - ปัจจุบัน

ผลงานที่ผ่านมา[แก้]

เกียรติประวัติ[แก้]

ผลงาน[แก้]

ฤดูกาล/พ.ศ. การแข่งขัน ผลงาน
2545/2546
ไทยลีก ดิวิชั่น 1 ชนะเลิศ (เลื่อนชั้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีก)
2546/2547
ไทยพรีเมียร์ลีก อันดับ 4
2547/2548
ไทยพรีเมียร์ลีก อันดับ 7
2549
ไทยพรีเมียร์ลีก ชนะเลิศ
2550
ไทยพรีเมียร์ลีก อันดับ 4
2551
ไทยพรีเมียร์ลีก อันดับ 10
2552
ไทยพรีเมียร์ลีก อันดับ 13
เอฟเอคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ
2553
ไทยพรีเมียร์ลีก อันดับ 15 (ตกชั้นสู่ดิวิชัน 1)
ลีกคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ
เอฟเอคัพ รอบ 16 ทีม
2554
ไทยลีก ดิวิชั่น 1 อันดับ 6
ลีกคัพ รอบ 64 ทีม
เอฟเอคัพ รอบ 2
2555
ไทยลีก ดิวิชั่น 1 อันดับ 3 (เลื่อนชั้นสู่ไทยพรีเมียร์ลีก)
ลีกคัพ รอบแรก
เอฟเอคัพ รอบ 3
2556
ไทยพรีเมียร์ลีก อันดับ 13
ลีกคัพ รอบ 64 ทีม
เอฟเอคัพ รอบ 16 ทีม
2557
ไทยพรีเมียร์ลีก อันดับ 8
ลีกคัพ รอบ 64 ทีม
เอฟเอคัพ รอบ 8 ทีม
2558
ไทยพรีเมียร์ลีก อันดับ 5
ลีกคัพ รอบ 32 ทีม
เอฟเอคัพ รอบ 64 ทีม
2559
ไทยลีก อันดับ 2
ลีกคัพ รอบ 8 ทีม
เอฟเอคัพ รอบ 64 ทีม
2560
ไทยลีก อันดับ 3
ลีกคัพ รอบ 16 ทีม
เอฟเอคัพ รองชนะเลิศ
2561
ไทยลีก อันดับ 2
ลีกคัพ รอบ 16 ทีม
เอฟเอคัพ รอบ 64 ทีม
2562
ไทยลีก
ลีกคัพ
เอฟเอคัพ
เอเอฟซีแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือกรอบสอง

ตารางคะแนน[แก้]

      เลื่อนชั้น       คงที่       ตกชั้น

ฤดูกาล/พ.ศ. การแข่งขัน อันดับ แข่ง ชนะ เสมอ แพ้ ประตูได้ ประตูเสีย ผลต่างประตู คะแนน
2546/2547 ไทยพรีเมียร์ลีก 4 18 9 4 5 26 22 +4 31
2547/2548 7 18 5 7 6 16 21 -5 22
2549 1 22 11 6 5 25 17 +8 39
2550 4 30 14 5 11 39 36 +3 47
2551 10 30 9 8 13 27 36 -9 35
2552 13 30 5 15 10 24 34 -10 30
2553 15 30 5 9 16 25 52 -27 24
2554 ไทยลีกดิวิชั่น 1 6 34 15 6 13 56 52 +4 51
2555 3 34 23 5 6 57 29 +28 74
2556 ไทยพรีเมียร์ลีก 13 32 8 7 17 38 61 -23 31
2557 8 38 15 14 9 38 37 +1 54
2558 5 34 16 9 9 59 47 +12 57
2559 ไทยลีก 2 31 23 6 2 71 36 +35 75
2560 3 34 21 3 10 97 57 +40 66
2561 2 34 21 5 10 68 36 +32 71

สโมสรพันธมิตร[แก้]

อ้างอิง[แก้]

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]