มุฮัมมัด เศาะลาห์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไบยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
มุฮัมมัด เศาะลาห์
Mohamed Salah 2018.jpg
เศาะลาห์ในฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย
ข้อมูลส่วนบุคคล
ชื่อเต็ม มุฮัมมัด เศาะลาห์ ฆอลี[1]
วันเกิด 15 มิถุนายน ค.ศ. 1992 (26 ปี)
สถานที่เกิด Basyoun, Egypt
ส่วนสูง 1.75 เมตร (5.7 ฟุต)[2]
ตำแหน่ง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ลิเวอร์พูล
หมายเลข 11
สโมสรเยาวชน
2006–2010 El Mokawloon
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2010–2012 El Mokawloon 38 (11)
2012–2014 บาเซิล 47 (9)
2014–2016 เชลซี 13 (2)
2015ฟีออเรนตีนา (ยืมตัว) 16 (6)
2015–2016โรมา (ยืมตัว) 34 (14)
2016–2017 โรมา 31 (15)
2017– ลิเวอร์พูล 42 (35)
ทีมชาติ
2010–2011 อียิปต์ อายุไม่เกิน 20 ปี 11 (3)
2011–2012 อียิปต์ อายุไม่เกิน 23 ปี 11 (4)
2011– อียิปต์ 60 (37)

* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 2018
† ลงเล่น (ประตู)

‡ นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้ทีมชาติ
ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 8 กันยายน ค.ศ. 2018

มุฮัมมัด เศาะลาห์ ฆอลี (อาหรับ: محمد صلاح غالى‎; อังกฤษ: Mohammed Salah Ghaly; เกิดวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 1992) เป็นนักฟุตบอลชาวอียิปต์ ปัจจุบันเล่นให้กับลิเวอร์พูล และทีมชาติอียิปต์ ในตำแหน่งกองหน้า

สโมสรอาชีพ[แก้]

เชลซี[แก้]

โรมา[แก้]

ลิเวอร์พูล[แก้]

ฤดูกาล 2017-18[แก้]

ในวันที่ 22 มิถุนายน ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ได้ตกลงย้ายไปร่วมทีมลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 36.9 ล้านปอนด์ ทำลายสถิติการซื้อตัวของสโมสรที่เคยจ่ายให้กับ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด ในการคว้าตัว แอนดี แคร์โรล กองหน้าร่างยักษ์ในราคา 35 ล้านปอนด์ (ราว 1,479 ล้านบาท) เมื่อปี 2011 เซ็นสัญญากับทีมเป็นเวลา 5 ปี และรับค่าเหนื่อยสัปดาห์ละ 90,000 ปอนด์ (ประมาณ 4.05 ล้านบาท)[3] เขาได้รับมอบหมายให้สวมเสื้อหมายเลข 11 จาก โรแบร์ตู ฟีร์มีนู ที่เปลี่ยนไปเป็นหมายเลข 9[4] เขาจะเป็นนักเตะลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการในวันที่ 1 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 เมื่อเปิดการซื้อขายนักเตะช่วงฤดูร้อน เขากลายเป็นผู้เล่นอียิปต์คนแรกของลิเวอร์พูล[5] ต่อมา ในวันที่ 14 กรกฎาคม ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ประเดิมสนามให้ลิเวอร์พูลและทำประตูแรกในช่วงปรีซีซั่น ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ วีแกนแอธเลติก ที่ดีดับเบิลยูสเตเดียม 1-1[6] ต่อมา ในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 2017 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2017–18 เศาะลาห์ประเดิมสนามให้ลิเวอร์พูลนัดแรกเป็นทางการและทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ วอตฟอร์ด ที่วิคาริจโรด 3-3[7] ต่อมา ในวันที่ 23 สิงหาคม ค.ศ. 2017 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2017–18 รอบเพลย์ออฟ นัดที่ 2 เศาะลาห์ทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ฮ็อฟเฟินไฮม์ จากเยอรมัน 4-2 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฮ็อฟเฟินไฮม์ 6-3 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[8] ต่อมา ในวันที่ 27 สิงหาคม ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ อาร์เซนอล 4-0[9] ต่อมา ในวันที่ 13 กันยายน ค.ศ. 2017 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2017–18 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E เศาะลาห์ทำประตูที่ 2 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ เซบียา จากสเปน 2-2[10] ต่อมา ในวันที่ 16 กันยายน ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ เบิร์นลีย์ 1-1[11] ต่อมา ในวันที่ 23 กันยายน ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เลสเตอร์ซิตี ที่คิงเพาเวอร์สเตเดียม 3-2[12]

ในวันที่ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2017 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2017–18 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E เศาะลาห์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ มารีบอร์ จากสโลวีเนีย 7-0[13] ทำให้ ลิเวอร์พูลสร้างสถิติใหม่ด้วยการเป็นทีมจากอังกฤษที่เอาชนะนอกบ้านในเกมยุโรปด้วยสกอร์ที่มากที่สุด[14] ต่อมา ในวันที่ 22 ตุลาคม ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ 1-4[15] ต่อมา ในวันที่ 1 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2017–18 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E เศาะลาห์ทำประตูที่ 5 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ มารีบอร์ จากสโลวีเนีย 3-0[16] ต่อมา ในวันที่ 4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด ที่ลอนดอนสเตเดียม 4-1[17] ต่อมา ในวันที่ 18 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เซาแทมป์ตัน 3-0[18]

ในวันที่ 25 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ทำประตูที่ 10 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับทีมเก่าของเขา เชลซี 1-1[19] ต่อมา ในวันที่ 29 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ลงสนามเป็นตัวสำรองและยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ สโตกซิตี ที่บริแทนเนียสเตเดียม 3-0[20] ด้วยผลงานยอดเยี่ยมทำให้ เศาะลาห์ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยื่ยมประจำเดือนพฤศจิกายนของพรีเมียร์ลีก[21] ต่อมา ในวันที่ 6 ธันวาคม ค.ศ. 2017 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2017–18 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม E นัดสุดท้าย ลิเวอร์พูล ชนะก็จะเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายในฐานะแชมป์กลุ่ม เศาะลาห์ทำประตูที่ 6 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ สปาร์ตัคมอสโก จากรัสเซีย 7-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในฐานะแชมป์กลุ่มได้สำเร็จ[22] ต่อมา ในวันที่ 10 ธันวาคม ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ทำประตูที่ 13 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมืองเมอร์ซีย์ไซด์ 1-1[23] ต่อมา ในวันที่ 17 ธันวาคม ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ทำประตูที่ 14 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ บอร์นมัท ที่วิตาลิตี้ สเตเดียม 4-0[24] ต่อมา ในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ทำประตูที่ 15 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ อาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์สเตเดียม 3-3[25] ต่อมา ในวันที่ 30 ธันวาคม ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เลสเตอร์ซิตี 2-1[26]

เศาะลาห์ลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล ในปี 2018

ในวันที่ 14 มกราคม ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 18 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 4-3[27] ต่อมา ในวันที่ 27 มกราคม ค.ศ. 2018 เอฟเอคัพ รอบสี่ เศาะลาห์ทำประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์พ่ายแพ้ เวสต์บรอมมิชอัลเบียน 2-3 ทำให้ ลิเวอร์พูล ต้องตกรอบ เอฟเอคัพ ไปในที่สุด[28] ด้วยประตูนี้ทำให้ เศาะลาห์ยิงไป 25 ประตูจาก 32 นัด ทำให้เขาเป็นนักเตะที่ทำประตูถึง 25 ประตูเร็วที่สุดในรอบ 102 ปี มีเพียง จอร์จ อัลเลน (1895-96) และเฟร็ด แพ็กแนม (1914-15) ที่ทำได้ด้วยจำนวนเกมน้อยกว่าเขาในประวัติศาสตร์ของสโมสร[29] ต่อมา ในวันที่ 30 มกราคม ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 19 ในพรีเมียร์ลีกด้วยลูกจุดโทษในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ฮัดเดอส์ฟีลด์ทาวน์ ที่สนามกีฬาจอห์นสมิท 3-0[30] ต่อมา ในวันที่ 4 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ 2-2[31] ต่อมา ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 22 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เซาแทมป์ตัน ที่เซนต์แมรีส์สเตเดียม 2-0[32] ต่อมา ในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดแรก เศาะลาห์ทำประตูที่ 7 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ โปร์ตู จากโปรตุเกส 5-0 ด้วยประตูนี้ทำให้ เศาะลาห์ยิงไป 30 ประตูจาก 36 นัด ทำให้เขาเป็นนักเตะคนแรกของลิเวอร์พูลที่ยิงได้ 30 ประตูต่อหนึ่งฤดูกาล หลังจาก ลุยส์ ซัวเรซ เคยทำเอาไว้เมื่อฤดูกาล 2013-14 (31 ลูก) และทำให้เขาเป็นนักเตะที่ยิง 30 ประตูได้เร็วที่สุดในประวัติศาสตร์ 125 ปีของสโมสรเป็นอันดับ 2 มีเพียง จอร์จ อัลเลน (27 เกม) ที่ทำได้ไวกว่าเศาะลาห์ (36 เกม) ตามมาด้วย แดเนียล สเตอร์ริดจ์ (37), เฟร็ด แพ็คแนม (39) และเฟร์นันโด ตอร์เรส (42)[33] ต่อมา ในวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 23 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 4-1[34] ต่อมา ในวันที่ 3 มีนาคม ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 24 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 2-0[35] ด้วยผลงานยอดเยี่ยมทำให้ เศาะลาห์ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยื่ยมประจำเดือนกุมภาพันธ์ของพรีเมียร์ลีก[36] ต่อมา ในวันที่ 17 มีนาคม ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำแฮตทริกครั้งแรกของเขาให้กับ ลิเวอร์พูล โดย เศาะลาห์ยิง 4 ประตูในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วอตฟอร์ด 5-0[37] ต่อมา ในวันที่ 31 มีนาคม ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 29 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ คริสตัลพาเลซ ที่เซลเฮิสต์พาร์ก 2-1[38] ต่อมา ในวันที่ 4 เมษายน ค.ศ. 2018 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดแรก เศาะลาห์ทำประตูที่ 8 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 3-0[39] ต่อมา ในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2018 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 เศาะลาห์ทำประตูที่ 9 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม 2-1 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ซิตี 5-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[40] เศาะลาห์กลายเป็นนักเตะลิเวอร์พูล ที่ยิงประตูต่อฤดูกาลมากที่สุดในประวัติศาสตร์ของสโมสรตั้งแต่เข้าสู่ยุคพรีเมียร์ลีก หลังทำไปแล้ว 39 ประตูในทุกรายการ ทุบสถิติของ ร็อบบี ฟาวเลอร์ เคยทำไว้ 36 ลูก เมื่อฤดูกาล 1995–96 ด้วยผลงานยอดเยี่ยมทำให้ เศาะลาห์ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยื่ยมประจำเดือนมีนาคมของพรีเมียร์ลีก และทำให้เขาเป็นนักเตะคนแรกที่คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยื่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีกได้ถึงสามครั้งในฤดูกาลเดียวกัน[41] ต่อมา ในวันที่ 14 เมษายน ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 30 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ บอร์นมัท 3-0[42] ต่อมา ในวันที่ 21 เมษายน ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 31 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ เวสต์บรอมมิชอัลเบียน ที่เดอะฮอว์ทอนส์ 2-2[43]

ในวันที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2018 เศาะลาห์คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมนักฟุตบอลอาชีพอังกฤษ (พีเอฟเอ) ประจำฤดูกาล 2017-18 ส่งผลให้ เศาะลาห์เป็นนักเตะคนที่ 7 ของลิเวอร์พูล ที่ได้รับรางวัลนี้ถัดจาก ลุยส์ ซัวเรซ (2013-14), สตีเวน เจอร์ราร์ด (2005-06), จอห์น บาร์นส์ (1987-88), เอียน รัช (1983-84), เคนนี ดัลกลิช (1982-83) และเทอร์รี แม็คเดอร์ม็อตต์ (1979-80)[44] รวมทั้ง เศาะลาห์ยังได้ติดทีมยอดเยี่ยมของพีเอฟเออีกด้วย[45] ต่อมา ในวันที่ 24 เมษายน ค.ศ. 2018 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบรองชนะเลิศ นัดแรก เศาะลาห์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะทีมเก่าของเขา โรมา 5-2[46] ต่อมา เศาะลาห์คว้ารางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าวอังกฤษ (เอฟดับเบิ้ลยูเอ) ไปอีกหนึ่งรางวัล[47] ต่อมา ในวันที่ 10 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 เศาะลาห์คว้า 2 รางวัลของสโมสรลิเวอร์พูล ได้แก่ รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของเพื่อนร่วมทีมลิเวอร์พูล และรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปี จากการโหวตของแฟนๆ ในงานประกาศรางวัล Players' Awards 2018[48] ต่อมา เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมของพรีเมียร์ลีกประจำฤดูกาล 2017-18 ต่อมา ในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 พรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล 2017–18 ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะเพื่อการันตีโควต้าพื้นที่ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก เศาะลาห์ทำประตูที่ 32 ในพรีเมียร์ลีก ลิเวอร์พูล เอาชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน 4-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล จบอันดับที่ 4 และคว้าโควต้าแชมเปียนส์ลีก ในฤดูกาลหน้าได้สำเร็จ[49] เศาะลาห์ยิงประตูในพรีเมียร์ลีกได้ 32 ประตูจาก 36 นัด ทำให้ เศาะลาห์สร้างสถิติยิงประตูมากที่สุดแซง อลัน เชียเรอร์, คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และ ลุยส์ ซัวเรซ นับตั้งแต่ที่มีการแข่งแบบ 38 นัดต่อฤดูกาลและคว้ารางวัลรองเท้าทองคำของพรีเมียร์ลีกไปครอง[50]

ในวันที่ 26 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก นัดชิงชนะเลิศ 2018 ลิเวอร์พูล เจอกับแชมป์เก่า เรอัลมาดริด ที่สนามโอลิมปิสกีเนชันแนลสปอตส์คอมเพล็กซ์ ในเคียฟ ประเทศยูเครน เศาะลาห์ได้รับบาดเจ็บที่หัวไหล่จากการปะทะกับ เซร์ฆิโอ ราโมส ทำให้ เศาะลาห์เล่นต่อไม่ไหวและต้องถูกเปลี่ยนตัวออกในช่วงครึ่งแรก สุดท้าย ลิเวอร์พูล พ่ายแพ้ เรอัลมาดริด 1-3 ทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก อย่างน่าเสียดาย[51]

ฤดูกาล 2018-19[แก้]

ในวันที่ 2 กรกฎาคม ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ตัดสินใจต่อสัญญาระยะยาวกับสโมสรลิเวอร์พูล เป็นเวลา 5 ปี โดยในสัญญาฉบับใหม่ไม่มีการระบุเงื่อนไขการฉีกสัญญาเอาไว้ด้วย[52] ต่อมา ในวันที่ 12 สิงหาคม ค.ศ. 2018 พรีเมียร์ลีก นัดเปิดฤดูกาล 2018–19 เศาะลาห์ทำประตูแรกในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 4-0[53] ต่อมา ในวันที่ 25 สิงหาคม ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน 1-0[54]

ทีมชาติอียิปต์[แก้]

เศาะลาห์ยิงประตูให้ทีมชาติอียิปต์ 5 ประตูคว้าดาวซัลโวในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนแอฟริกา ในวันที่ 8 ตุลาคม ค.ศ. 2017 เศาะลาห์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ อียิปต์ เอาชนะ คองโก 2-1 ช่วยให้ อียิปต์ ผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่รัสเซีย ได้สำเร็จเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ฟุตบอลโลก 1990 ต่อมา ทีมชาติอียิปต์เรียกตัวเศาะลาห์ติดรายชื่อ 23 คน ชุดลุยศึกฟุตบอลโลก 2018 ที่รัสเซีย โดย อียิปต์ ได้อยู่กลุ่มเอ ร่วมกับ อุรุกวัย, รัสเซีย และ ซาอุดีอาระเบีย ต่อมา ในวันที่ 15 มิถุนายน ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ไม่ได้ลงสนาม ในนัดที่ อียิปต์ พ่ายแพ้ อุรุกวัย 0-1 ต่อมา ในวันที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ลงสนามเป็นตัวจริงในฟุตบอลโลก นัดแรก และทำประตูจากลูกจุดโทษ ในนัดที่ อียิปต์ พ่ายแพ้เจ้าภาพ รัสเซีย 1-3 ทำให้ อียิปต์ ต้องตกรอบแรกไปในที่สุด ต่อมา ในวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 2018 เศาะลาห์ทำประตูที่ 2 ในฟุตบอลโลก ในนัดที่ อียิปต์ พ่ายแพ้ ซาอุดีอาระเบีย 1-2 ทำให้ อียิปต์ คว้าอันดับสุดท้ายของกลุ่มเอ แพ้ 3 นัดรวด ตกรอบโดยไม่มีคะแนน

สถิติอาชีพ[แก้]

สโมสร[แก้]

ณ วันที่ 18 กันยายน 2018.[55]
สโมสร ฤดูกาล Division ลีก ฟุตบอลถ้วย ลีกคัพ Continental รวม
ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
El Mokawloon 2009–10 Egyptian Premier League 3 0 2 0 5 0
2010–11 20 4 4 1 24 5
2011–12 15 7 0 0 15 7
รวม 38 11 6 1 0 0 0 0 44 12
บาเซิล 2012–13 Swiss Super League 29 5 5 3 16 2 50 10
2013–14 18 4 1 1 10 5 29 10
รวม 47 9 6 4 0 0 26 7 79 20
เชลซี 2013–14 พรีเมียร์ลีก 10 2 1 0 0 0 0 0 11 2
2014–15 3 0 1 0 2 0 2 0 8 0
รวม 13 2 2 0 2 0 2 0 19 2
ฟีออเรนตีนา (ยืมตัว) 2014–15 เซเรียอา 16 6 2 2 8 1 26 9
โรมา (ยืมตัว) 2015–16 34 14 1 0 7 1 42 15
โรมา 2016–17 31 15 2 2 8 2 41 19
รวม 65 29 3 2 0 0 15 3 83 34
ลิเวอร์พูล 2017–18 พรีเมียร์ลีก 36 32 1 1 0 0 15 11 52 44
2018–19 6 3 0 0 0 0 1 0 6 2
รวม 41 34 1 1 0 0 16 11 58 46
รวมทั้งหมด 220 91 20 10 2 0 67 22 309 123

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 8 กันยายน 2018.[56]
Appearances and goals by national team and year
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
อียิปต์ 2011 2 1
2012 15 7
2013 9 7
2014 9 5
2015 4 2
2016 6 5
2017 11 5
2018 4 5
รวม 60 37

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

ประตูในนามทีมชาติ
No. Date Venue Cap Opponent Score Result Competition Ref
1 8 October 2011 Cairo International Stadium, Cairo, Egypt 2 ธงชาติไนเจอร์ ไนเจอร์ 2–0 3–0 2012 Africa Cup of Nations qualification [57]
2 27 February 2012 Thani bin Jassim Stadium, Doha, Qatar 3 ธงชาติเคนยา เคนยา 1–0 5–0 Friendly [58]
3 29 March 2012 Khartoum Stadium, Khartoum, Sudan 6 ธงชาติยูกันดา ยูกันดา 1–1 2–1 Friendly [59]
4 31 March 2012 Khartoum Stadium, Khartoum, Sudan 7 ธงชาติชาด ชาด 1–0 4–0 Friendly [60]
5 22 May 2012 Al-Merrikh Stadium, Omdurman, Sudan 10 ธงชาติโตโก โตโก 2–0 3–0 Friendly [61]
6 3–0
7 10 June 2012 Stade du 28 Septembre, Conakry, Guinea 12 ธงชาติกินี กินี 3–2 3–2 2014 FIFA World Cup qualification [62]
8 15 June 2012 Borg El Arab Stadium, Alexandria, Egypt 13 Flag of the Central African Republic สาธารณรัฐแอฟริกากลาง 2–1 2–3 2013 Africa Cup of Nations qualification [63]
9 6 February 2013 Vicente Calderón Stadium, Madrid, Spain 18 ธงชาติชิลี ชิลี 1–2 1–2 Friendly [64]
22 March 2013 Borg El Arab Stadium, Alexandria, Egypt ธงชาติสวาซิแลนด์ สวาซิแลนด์ 2–0 10–0 Unofficial friendly [65]
3–0
10 9 June 2013 National Sports Stadium, Harare, Zimbabwe 20 ธงชาติซิมบับเว ซิมบับเว 2–1 4–2 2014 FIFA World Cup qualification [66]
11 3–1
12 4–2
13 16 June 2013 Estádio da Machava, Maputo, Mozambique 21 ธงชาติโมซัมบิก โมซัมบิก 1–0 1–0 2014 FIFA World Cup qualification [67]
14 14 August 2013 El Gouna Stadium, El Gouna, Egypt 22 ธงชาติยูกันดา ยูกันดา 2–0 3–0 Friendly [68]
15 10 September 2013 El Gouna Stadium, El Gouna, Egypt 23 ธงชาติกินี กินี 3–2 4–2 2014 FIFA World Cup qualification [69]
16 5 March 2014 Tivoli-Neu, Innsbruck, Austria 27 ธงชาติบอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา บอสเนียและเฮอร์เซโกวีนา 2–0 2–0 Friendly [70]
17 30 May 2014 Estadio Nacional Julio Martínez Prádanos, Santiago, Chile 28 ธงชาติชิลี ชิลี 1–0 2–3 Friendly [71]
18 10 October 2014 National Stadium, Gaborone, Botswana 32 ธงชาติบอตสวานา บอตสวานา 2–0 2–0 2015 Africa Cup of Nations qualification [72]
19 15 October 2014 Cairo International Stadium, Cairo, Egypt 33 ธงชาติบอตสวานา บอตสวานา 2–0 2–0 2015 Africa Cup of Nations qualification [73]
20 19 November 2014 Stade Mustapha Ben Jannet, Monastir, Tunisia 35 ธงชาติตูนิเซีย ตูนิเซีย 1–0 1–2 2015 Africa Cup of Nations qualification [74]
21 14 June 2015 Borg El Arab Stadium, Alexandria, Egypt 37 ธงชาติแทนซาเนีย แทนซาเนีย 3–0 3–0 2017 Africa Cup of Nations qualification [75]
22 6 September 2015 Stade Omnisports Idriss Mahamat Ouya, N'Djamena, Chad 38 ธงชาติชาด ชาด 3–1 5–1 2017 Africa Cup of Nations qualification [76]
23 25 March 2016 Ahmadu Bello Stadium, Kaduna, Nigeria 40 ธงชาติไนจีเรีย ไนจีเรีย 1–1 1–1 2017 Africa Cup of Nations qualification [77]
24 4 June 2016 National Stadium, Dar es Salaam, Tanzania 42 ธงชาติแทนซาเนีย แทนซาเนีย 1–0 2–0 2017 Africa Cup of Nations qualification [78]
25 2–0
26 9 October 2016 Stade Municipal de Kintélé, Brazzaville, Republic of the Congo 44 Flag of the Republic of the Congo สาธารณรัฐคองโก 1–1 2–1 2018 FIFA World Cup qualification [79]
27 13 November 2016 Borg El Arab Stadium, Alexandria, Egypt 45 ธงชาติกานา กานา 1–0 2–0 2018 FIFA World Cup qualification [80]
28 25 January 2017 Stade de Port-Gentil, Port-Gentil, Gabon 49 ธงชาติกานา กานา 1–0 1–0 2017 Africa Cup of Nations [81]
29 1 February 2017 Stade de l'Amitié, Libreville, Gabon 51 ธงชาติบูร์กินาฟาโซ บูร์กินาฟาโซ 1–0 1–1 (4–3 p) 2017 Africa Cup of Nations [82]
30 5 September 2017 Borg El Arab Stadium, Alexandria, Egypt 55 ธงชาติยูกันดา ยูกันดา 1–0 1–0 2018 FIFA World Cup qualification [83]
31 8 October 2017 Borg El Arab Stadium, Alexandria, Egypt 56 Flag of the Republic of the Congo สาธารณรัฐคองโก 1–0 2–1 2018 FIFA World Cup qualification [84]
32 2–1
33 23 March 2018 Letzigrund, Zürich, Switzerland 57 ธงชาติโปรตุเกส โปรตุเกส 1–0 1–2 Friendly [85]
34 19 June 2018 Krestovsky Stadium, Saint Petersburg, Russia 58 ธงชาติรัสเซีย รัสเซีย 1–3 1–3 2018 FIFA World Cup
35 25 June 2018 Volgograd Arena, Volgograd, Russia 59 ธงชาติซาอุดีอาระเบีย ซาอุดีอาระเบีย 1–0 1–2
36 8 September 2018 Borg El Arab Stadium, Alexandria, Egypt 60 ธงชาติไนเจอร์ ไนเจอร์ 3–0 6–0 2019 Africa Cup of Nations qualification
37 5–0

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

บาเซิล

  • Swiss Super League: 2012–13, 2013–14

เชลซี

  • Premier League: 2014–15
  • Football League Cup: 2014–15

ทีมชาติ[แก้]

อียิปต์

  • African Youth Championship Bronze Medal: 2011
  • Africa Cup of Nations: Runner-up 2017

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • CAF Most Promising Talent of the Year: 2012
  • UAFA Golden Boy: 2012
  • SAFP Golden Player: 2013
  • El Heddaf Arab Player of the Year: 2013, 2017
  • A.S. Roma Player of the Season: 2015–16
  • Globe Soccer Awards Best Arab Player of the Year: 2016
  • CAF Team of the Year: 2016, 2017
  • CAF Africa Cup of Nations Team of the Tournament: 2017
  • Premier League Player of the Month: พฤศจิกายน 2017, กุมภาพันธ์ 2018, มีนาคม 2018
  • PFA Player of the Month: พฤศจิกายน 2017, ธันวาคม 2017[86], กุมภาพันธ์ 2018[87], มีนาคม 2018[88]
  • African Footballer of the Year: 2017[89]
  • BBC African Footballer of the Year: 2017[90]
  • Goal's Arab Player of the Year: 2017
  • PFA Players' Player of the Year: 2017–18
  • FWA Footballer of the Year: 2017–18[91]
  • Premier League Golden Boot: 2017–18
  • Premier League Player of the Season: 2017–18
  • PFA Team of the Year: 2017–18
  • Liverpool FC Fans Player of the Year: 2017–18
  • Liverpool FC Players' Player of the Year: 2017–18
  • PFA Fans' Player of the Year: 2017–18[92]
  • UEFA Champions League Squad of the Season: 2017–18
  • FIFA World Cup qualification (CAF) top scorer: 2014 (shared)
  • Standard Chartered Liverpool Player of the Month: สิงหาคม 2017[93], กันยายน 2017[94], พฤศจิกายน 2017[95], ธันวาคม 2017[96], กุมภาพันธ์ 2018[97], มีนาคม 2018[98], เมษายน 2018[99]
  • ประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนของอีเอ สปอร์ตส์: สิงหาคม 2017[100], กันยายน 2017, พฤศจิกายน 2017[101], ธันวาคม 2017[102], กุมภาพันธ์ 2018[103], มีนาคม 2018[104], สิงหาคม 2018[105]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Mohamed Salah". Soccerway. สืบค้นเมื่อ 17 May 2014. 
  2. "Player Profile: Mohamed Salah". chelseafc.com. 
  3. ลิเวอร์พูลเซ็นสัญญาคว้าตัวโมฮาเหม็ด เศาะลาห์ เรียบร้อยแล้ว
  4. ยืนยันเศาะลาห์ใส่เบอร์เสื้อหมายเลข 11 ในฤดูกาลหน้า
  5. สัมภาษณ์แรกของเศาะลาห์: ‘ผมรู้สึกได้ถึงความรัก – ผมจะทุ่มเททุกอย่างเพื่อลิเวอร์พูล’
  6. เศาะลาห์ยิงประเดิมให้ลิเวอร์พูลตีเสมอวีแกน 1-1
  7. ลิเวอร์พูลถูกวัตฟอร์ดตามตีเสมอในนาทีสุดท้าย
  8. ลิเวอร์พูลคว้าชัยเหนือฮอฟเฟ่นไฮม์ ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่มแชมเปียนส์ลีก
  9. ลิเวอร์พูลถล่มอาร์เซนอลขาดลอยที่แอนฟิลด์
  10. ลิเวอร์พูลถูกเซบีย่าตีเสมอในเกมแรกของแชมเปียนส์ลีก
  11. ลิเวอร์พูลแบ่งแต้มกับเบิร์นลีย์ที่แอนฟิลด์
  12. ลิเวอร์พูลบุกไปเฉือนเลสเตอร์ถึงคิง เพาเวอร์ สเตเดียม
  13. ลิเวอร์พูลโชว์ฟอร์มหรูถล่มมาริบอร์ในแชมเปียนส์ลีก
  14. ลิเวอร์พูลเฉลิมฉลองการทำลายสถิติในค่ำคืนยุโรปที่มาริบอร์
  15. ลิเวอร์พูลพ่ายสเปอร์สที่เวมบลีย์
  16. ลิเวอร์พูลเก็บชัยพร้อมรั้งจ่าฝูงกลุ่ม อี แชมเปียนส์ลีก
  17. เศาะลาห์เหมาสองประตูในเกมลิเวอร์พูลถล่มเวสต์แฮม
  18. เศาะลาห์เหมาสองประตูอีกครั้งในเกมถล่มเซาท์แฮมป์ตัน
  19. ลิเวอร์พูลเสมอเชลซี 1-1
  20. ซูเปอร์ซับ! เศาะลาห์เหมาสองให้ลิเวอร์พูลบุกไปถล่มสโต๊ก ซิตี้
  21. เศาะลาห์ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน ของพรีเมียร์ลีก
  22. คูตินโญ่กดแฮตทริก! ลิเวอร์พูลถล่มสปาร์ตัก มอสโก 7-0 พร้อมเข้ารอบแชมเปียนส์ลีก
  23. ลิเวอร์พูลเสมอเอฟเวอร์ตันในเกมดาร์บี
  24. ลิเวอร์พูลบุกไปถล่มบอร์นมัธ พร้อมเก็บคลีนชีต
  25. ลิเวอร์พูลเก็บหนึ่งแต้ม ในเกมสุดมันส์ที่เอมิเรตส์ สเตเดียม
  26. ลิเวอร์พูลพลิกจากตามหลัง กลับมาคว้าชัยชนะที่แอนฟิลด์
  27. ลิเวอร์พูลเอาชนะแมนฯ ซิตี้ ไปอย่างสุดมันส์ 4-3
  28. ลิเวอร์พูลพ่ายเวสต์บรอม ตกรอบเอฟเอ คัพ
  29. 25 ประตูใน 32 เกม: อีกหนึ่งสถิติใหม่ของเศาะลาห์
  30. ลิเวอร์พูลกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะที่ฮัดเดอร์สฟิลด์
  31. ลิเวอร์พูลแบ่งแต้มกับสเปอร์สในเกมสุดดราม่าในนาทีสุดท้าย
  32. ลิเวอร์พูลบุกไปคว้าสามแต้มที่เซาท์แฮมป์ตัน
  33. 5 สิ่งที่เราชื่นชอบจากเกมลิเวอร์พูลชนะปอร์โต้
  34. ลิเวอร์พูลขยับขึ้นอันดับ 2 หลังถล่มเวสต์แฮม
  35. ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มพร้อมคลีนชีต
  36. เศาะลาห์ได้รางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพรีเมียร์ลีก
  37. เศาะลาห์กด 4 ประตูให้ลิเวอร์พูลถล่มวัตฟอร์ด 5-0
  38. ลิเวอร์พูลไล่กลับมาชนะพาเลซ พร้อมขยับขึ้นอันดับ 2
  39. ลิเวอร์พูลคว้าชัยชนะเหนือแมนฯ ซิตี้ ในเกมแชมเปียนส์ลีก เลกแรก
  40. ลิเวอร์พูลไปย้ำแค้นแมนฯ ซิตี้ พร้อมทะลุตัดเชือกชปล.
  41. โมฮาเหม็ด เศาะลาห์ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนมีนาคม สร้างประวัติศาสตร์ให้กับพรีเมียร์ลีก
  42. ลิเวอร์พูลคว้า 3 แต้ม จากประตูของ 3 ประสาน
  43. ลิเวอร์พูลถูกเวสต์บรอมไล่ตีเสมอท้ายเกม
  44. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ
  45. โมฮาเหม็ด เศาะลาห์ ติดทีมยอดเยี่ยมแห่งปีของพีเอฟเอ
  46. ลิเวอร์พูลเก็บชัยชนะเหนือโรม่าในเกมเลกแรก รอบรองฯ แชมเปียนส์ลีก
  47. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมแห่งปีของสมาคมผู้สื่อข่าว
  48. เศาะลาห์คว้ารางวัลใหญ่ในงานประกาศรางวัลนักเตะลิเวอร์พูล (LFC Players' Awards)
  49. ฉลองชุดใหม่! ลิเวอร์พูลปิดฉากพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2017-18 ด้วยสามแต้ม และคลีนชีต
  50. เศาะลาห์คว้ารางวัลรองเท้าทองคำ พร้อมกับทำสถิติใหม่ของพรีเมียร์ลีก
  51. ลิเวอร์พูลพ่ายเรอัล มาดริด ในเกมชิงชนะเลิศ แชมเปียนส์ลีก
  52. ซาลาห์เซ็นสัญญาใหม่ระยะยาวกับลิเวอร์พูล
  53. Match Report: หงส์แดงถล่มขุนค้อน 4-0 คว้าสามแต้มแรกของฤดูกาล 2018-19
  54. Match Report: ลิเวอร์พูลเฉือนไบรท์ตันจากประตูของซาลาห์
  55. "Mohamed Salah". Soccerway. สืบค้นเมื่อ 23 September 2015. 
  56. Mohamed มุฮัมมัด เศาะลาห์ เว็บไซต์ National-Football-Teams.com (อังกฤษ)
  57. "Egypt 3–0 Niger: The Pharaohs thrash the Mena, who qualify nonetheless". goal.com. 8 October 2011. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  58. "'Mourning' Pharaohs hammer Kenya in Doha friendly". english.ahram.org.eg. 27 February 2012. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  59. "Egypt/Uganda: Nation beats Uganda 2–1 in friendly in Sudan". allafrica.com. 30 March 2012. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  60. "Egypt crush Chad 4–0 in friendly game". english.ahram.org.eg. 1 April 2012. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  61. "Egypt 3–0 Togo: Mohamed Salah nets brace in Pharaohs win". goal.com. 23 May 2012. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  62. "Guinea 2–3 Egypt: Aboutrika brace and Salah’s last-gasp winner power Pharaohs in Conakry". goal.com. 10 June 2012. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  63. "Egypt 2–3 Central African Republic: Momi double stuns Pharaohs in Alexandria". goal.com. 15 June 2012. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  64. "Egypt fall to Chile in Madrid". kingfut.com. 6 February 2013. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  65. "Egypt thrash Swaziland 10–0 ahead of World Cup qualifier". kingfut.com. 22 March 2013. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  66. "Egypt thrash Zimbabwe 4–2 to secure 12-point lead". starafrica.com. 9 June 2013. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  67. "Egypt qualify for the final World Cup qualifying play-offs after beating Mozambique 1–0". epfaegypt.com. 16 June 2013. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  68. "Egypt beat Uganda 3–0 as friendly goes ahead despite political upheaval". english.ahram.org.eg. 14 August 2013. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  69. "Egypt maintain perfect World Cup qualifying run with 4–2 win". english.ahram.org.eg. 10 September 2013. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  70. "Egypt give Gharib winning start with 2–0 victory over Bosnia". english.ahram.org.eg. 5 March 2014. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  71. "Chile 3–2 Egypt: Alexis Sanchez inspires hosts to comeback win ahead of World Cup". dailymail.co.uk. 31 May 2014. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  72. "Egypt revive Nations Cup hopes with 2–0 win in Botswana". english.ahram.org.eg. 10 October 2014. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  73. "Egypt seal double over Botswana in 2015 AFCON qualifying". kingfut.com. 15 October 2014. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  74. "RELIVE: Tunisia v Egypt (2015 AFCON qualifiers)". english.ahram.org.eg. 19 November 2014. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  75. "Salah leads Egypt to 3–0 thrashing of Tanzania". africanfootball.com. 14 June 2015. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  76. "Morsi hat-trick helps Egypt thump Chad 5–1 away from home". english.ahram.org.eg. 6 September 2015. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  77. "AFCON 2017: Salah scores late leveller for Egypt against Nigeria". bbc.com. 25 March 2016. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  78. "Salah brace against Tanzania seals AFCON comeback". kingfut.com. 4 June 2016. สืบค้นเมื่อ 27 July 2016. 
  79. "Egypt earn comeback win at Congo to lead World Cup qualifying group". english.ahram.org.eg. 9 October 2016. สืบค้นเมื่อ 9 October 2016. 
  80. "Egypt 2 Ghana 0: Salah, Said put Black Stars in trouble". sports.yahoo.com. 13 November 2016. สืบค้นเมื่อ 13 November 2016. 
  81. "Egypt v Ghana: AFCON 2017 – as it happened". theguardian.com. 25 January 2017. สืบค้นเมื่อ 25 January 2017. 
  82. "Burkina Faso 1–1 Egypt (3–4 pens): AFCON 2017 semi-final – as it happened". theguardian.com. 1 February 2017. สืบค้นเมื่อ 1 February 2017. 
  83. "2018 World Cup: Egypt leapfrog Uganda at top of Group E". bbc.com. 5 September 2017. สืบค้นเมื่อ 5 September 2017. 
  84. "Liverpool star Mo Salah sends Egypt to Russia 2018 with winner in fifth minute of added time against Congo". mirror.co.uk. 8 October 2017. สืบค้นเมื่อ 8 October 2017. 
  85. "Salah goal spoiled by Ronaldo double as Portugal earn 2-1 win over brave Egypt". english.ahram.org.eg. 5 September 2017. สืบค้นเมื่อ 23 March 2018. 
  86. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนของพีเอฟเอ
  87. เศาะลาห์คว้ารางวัล นักเตะยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีก ประจำเดือนกุมภาพันธ์
  88. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ประจำเดือนมีนาคม ของพีเอฟเอ
  89. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปีของซีเอเอฟ
  90. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะแอฟริกันยอดเยี่ยมแห่งปีของบีบีซี
  91. เศาะลาห์รับรางวัลนักฟุตบอลยอดเยี่ยมของสมาคมผู้สื่อข่าว
  92. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะแห่งปีของพีเอฟเอ จากการโหวตของแฟนๆ
  93. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนสิงหาคม
  94. เศาะลาห์เหมารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม และประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนกันยายน
  95. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน
  96. เศาะลาห์ได้รับรางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ประจำเดือนธันวาคม
  97. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมสโมสรลิเวอร์พูลประจำเดือน ก.พ.
  98. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน เป็นครั้งที่ 6!
  99. เศาะลาห์คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนครั้งที่ 7
  100. ประตูหลุดเดี่ยวของเศาะลาห์ในชัยชนะเหนืออาร์เซนอล คว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือน ส.ค.
  101. เศาะลาห์คว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน
  102. รางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือน ธ.ค. ของลิเวอร์พูล
  103. ประตูโซโล่เดี่ยวของเศาะลาห์คว้าประตูประจำยอดเยี่ยมเดือนกุมภาพันธ์
  104. รางวัลประตูยอดเยี่ยมประจำเดือนมีนาคมของลิเวอร์พูล
  105. ซาลาห์คว้ารางวัลประตูยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูล เดือนสิงหาคม

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]