เฟอร์จิล ฟัน ไดก์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
เฟอร์จิล ฟาน ไดก์
20160604 AUT NED 8876.jpg
ฟัน ไดก์ ขณะลงเล่นให้เนเธอร์แลนด์ในปี ค.ศ. 2016
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม เฟอร์จิล ฟัน ไดก์[1]
วันเกิด 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1991 (27 ปี)
สถานที่เกิด เบรดา เนเธอร์แลนด์
ส่วนสูง 1.94 เมตร (6 ฟุต 4.4 นิ้ว)[2]
ตำแหน่ง กองหลัง
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ลิเวอร์พูล
หมายเลข 4
สโมสรเยาวชน
2009–2010 วิลเลิมตเว
2010–2011 โครนิงเงิน
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2011–2013 โครนิงเงิน 62 (7)
2013–2015 เซลติก 76 (9)
2015–2018 เซาแทมป์ตัน 67 (4)
2018– ลิเวอร์พูล 49 (3)
ทีมชาติ
2011 เนเธอร์แลนด์ อายุไม่เกิน 19 ปี 1 (0)
2011–2013 เนเธอร์แลนด์ อายุไม่เกิน 21 ปี 3 (0)
2015– เนเธอร์แลนด์ 26 (4)
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้กับสโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 21 เมษายน 2019
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้กับทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 24 มีนาคม 2019

เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ (ดัตช์: Virgil van Dijk; เกิด 8 กรกฎาคม ค.ศ. 1991) เป็นนักฟุตบอลชาวดัตช์ ปัจจุบันเล่นให้กับลิเวอร์พูลในพรีเมียร์ลีกในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก ฟัน ไดก์ เข้าร่วมฟุตบอลทีมชาติเนเธอร์แลนด์ครั้งแรกในปี ค.ศ. 2015

สโมสรอาชีพ[แก้]

โครนิงเงิน[แก้]

เซลติก[แก้]

ในวันที่ 21 มิถุนายน ค.ศ. 2013 ฟัน ไดก์ ได้บรรลุข้อตกลงทำสัญญา 4 ปี กับสโมสรฟุตบอลเซลติกด้วยค่าตัว 2.6 ล้านปอนด์ เขาได้ลงสนามนัดแรกในวันที่ 17 สิงหาคม ด้วยการเปลี่ยนตัวลงไปแทนเอเฟ แอมโบรส ในช่วง 13 นาทีสุดท้ายในนัดที่พบกับสโมสรฟุตบอลแอเบอร์ดีน

เซาแทมป์ตัน[แก้]

ในวันที่ 1 กันยายน ค.ศ. 2015 ฟัน ไดก์ ได้ย้ายมายังสโมสรฟุตบอลเซาแทมป์ตันด้วยค่าตัว 13 ล้านปอนด์ ในสัญญา 5 ปี เขาได้ลงสนามนัดแรกให้กับทีมในนัดที่ไปเยือนสนามเดอะฮอว์ธอร์นของสโมสรฟุตบอลเวสต์บรอมวิชอัลเบียนในวันที่ 12 กันยายน ซึ่งจบลงด้วยผลเสมอ 0-0

ลิเวอร์พูล[แก้]

ในวันที่ 27 ธันวาคม ค.ศ. 2017 มีข่าวว่า ฟัน ไดก์ ได้ตกลงร่วมทีมลิเวอร์พูลในช่วงเปิดตลาดหน้าหนาววันที่ 1 มกราคม ค.ศ. 2018 ด้วยค่าตัวราว 75 ล้านปอนด์ซึ่งจะกลายเป็นสถิติค่าตัวสูงที่สุดในโลกของผู้เล่นในตำแหน่งกองหลัง[3][4]

ในวันที่ 5 มกราคม ค.ศ. 2018 เอฟเอคัพ รอบสาม ฟัน ไดก์ลงสนามเป็นตัวจริงนัดแรกและทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน คู่ปรับร่วมเมือง 2-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 4 เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ[5]

ในวันที่ 21 ธันวาคม ค.ศ. 2018 ฟัน ไดก์ทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ วูลฟ์แฮมตันวันเดอเรอส์ ที่สนามกีฬาโมลีนิวส์ 2-0[6] ด้วยผลงานยอดเยี่ยมทำให้ ฟัน ไดก์ได้รางวัลผู้เล่นยอดเยื่ยมประจำเดือนธันวาคมของพรีเมียร์ลีก ต่อมา ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2019 ฟัน ไดก์ยิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วอตฟอร์ด 5-0[7] ต่อมา ในวันที่ 13 มีนาคม ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ฟัน ไดก์ทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2018–19 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก ที่อัลลีอันทซ์อาเรนา 3-1 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ บาเยิร์นมิวนิก 3-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 8 ทีมสุดท้าย ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[8] ต่อมา ในวันที่ 17 เมษายน ค.ศ. 2019 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบ 8 ทีมสุดท้าย นัดที่ 2 ฟัน ไดก์ทำประตูที่ 2 ในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ โปร์ตู จากโปรตุเกส 4-1 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ โปร์ตู 6-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกได้สำเร็จ[9]

สถิติอาชีพ[แก้]

สโมสร[แก้]

ณ วันที่ 21 เมษายน 2019
Appearances and goals by club, season and competition
สโมสร ฤดูกาล ลีก National Cup[a] League Cup[b] ยุโรป รวม
Division ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
โครนิงเงิน 2010–11[10] เอเรอดีวีซี 5 2 0 0 5 2
2011–12[10] เอเรอดีวีซี 23 3 1 0 24 3
2012–13[10] เอเรอดีวีซี 34 2 3 0 37 2
รวม 62 7 4 0 66 7
เซลติก 2013–14[11] สกอตติชพรีเมียร์ชิป 36 5 2 0 1 0 8[c] 0 47 5
2014–15[12] สกอตติชพรีเมียร์ชิป 35 4 5 4 4 0 14[d] 2 58 10
2015–16[13] สกอตติชพรีเมียร์ชิป 5 0 5[c] 0 10 0
รวม 76 9 7 4 5 0 27 2 115 15
เซาแทมป์ตัน 2015–16[13] พรีเมียร์ลีก 34 3 1 0 3 0 38 3
2016–17[14] พรีเมียร์ลีก 21 1 1 1 2 0 6[e] 2 30 4
2017–18[15] พรีเมียร์ลีก 12 0 0 0 12 0
รวม 67 4 2 1 5 0 6 2 80 7
ลิเวอร์พูล 2017–18[15] พรีเมียร์ลีก 14 0 2 1 6[c] 0 22 1
2018–19 พรีเมียร์ลีก 35 3 0 0 0 0 9[c] 2 44 5
รวม 49 3 2 1 0 0 15 2 66 6
รวมทั้งหมด 253 23 15 6 10 0 48 6 327 35
  1. Appearances in KNVB Cup, Scottish Cup and FA Cup
  2. Appearances in Scottish League Cup and League Cup/EFL Cup
  3. 3.0 3.1 3.2 3.3 Appearance(s) in UEFA Champions League
  4. Six appearances in UEFA Champions League, eight in UEFA Europa League
  5. Appearances in UEFA Europa League

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 24 มีนาคม 2019[16]
Appearances and goals by national team and year
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
เนเธอร์แลนด์ 2015 3 0
2016 9 0
2017 4 0
2018 8 3
2019 2 1
รวม 26 4

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

As of match played on 21 March 2019. Netherlands score listed first, score column indicates score after each Van Dijk goal.[16]
International goals by date, venue, cap, opponent, score, result and competition
No. Date Venue Cap Opponent Score Result Competition
1 26 March 2018 Stade de Genève, Geneva, Switzerland 18 ธงชาติโปรตุเกส โปรตุเกส 3–0 3–0 Friendly
2 13 October 2018 Johan Cruyff Arena, Amsterdam, Netherlands 22 ธงชาติเยอรมนี เยอรมนี 1–0 3–0 2018–19 UEFA Nations League A
3 19 November 2018 Arena AufSchalke, Gelsenkirchen, Germany 24 2–2 2–2
4 21 March 2019 De Kuip, Rotterdam, Netherlands 25 ธงชาติเบลารุส เบลารุส 4–0 4–0 UEFA Euro 2020 qualifying

เกียรติประวัติ[แก้]

สโมสร[แก้]

เซลติก

  • Scottish Premiership: 2013–14, 2014–15
  • Scottish League Cup: 2014–15

เซาแทมป์ตัน

  • EFL Cup runners-up: 2016–17

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • PFA Scotland Team of the Year: 2013–14, 2014–15
  • UEFA Champions League Squad of the Season: 2017–18
  • Southampton Player of the Season: 2015–16
  • PFA Player of the Month: พฤศจิกายน 2018, กุมภาพันธ์ 2019[17]
  • Premier League Player of the Month: ธันวาคม 2018[18]
  • UEFA Team of the Year: 2018
  • Standard Chartered Liverpool Player of the Month: สิงหาคม 2018[19], กุมภาพันธ์ 2019[20]

อ้างอิง[แก้]

  1. "Squads for 2016/17 Premier League confirmed". Premier League. 1 September 2016. สืบค้นเมื่อ 11 September 2016.
  2. "Player profile: Virgil van Dijk". Southampton F.C. สืบค้นเมื่อ 4 November 2017.
  3. กองหลังแพงสุดของโลก! ฟาน ไดจ์ค ชูเสื้อซบลิเวอร์พูล 75 ล้านปอนด์
  4. ลิเวอร์พูลบรรลุข้อตกลงคว้าตัวเวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค
  5. ฟาน ไดจ์ค โหม่งประตูชัยให้ลิเวอร์พูลเข้ารอบเอฟเอ คัพ
  6. Match Report: ซาลาห์ และฟาน ไดจ์ค ยิงคนละประตูช่วยลิเวอร์พูลบุกชนะวูล์ฟส์
  7. Match Report: ลิเวอร์พูลถล่มวัตฟอร์ด 5-0 ที่แอนฟิลด์ (วิดีโอ)
  8. Match Report: เข้ารอบ! ลิเวอร์พูลบุกไปชนะบาเยิร์นในแชมเปียนส์ลีก
  9. Match Report: ลิเวอร์พูลกด 4 ประตูผ่านเข้ารอบรองฯ แชมเปียนส์ลีก
  10. 10.0 10.1 10.2 "V. Van Dijk". Soccerway. Perform Group. สืบค้นเมื่อ 7 January 2018.
  11. "Games played by เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ in 2013/2014". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 29 September 2016.
  12. "Games played by เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ in 2014/2015". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 29 September 2016.
  13. 13.0 13.1 "Games played by เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ in 2015/2016". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 7 January 2018.
  14. "Games played by เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ in 2016/2017". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 7 January 2018.
  15. 15.0 15.1 "Games played by เฟอร์จิล ฟัน ไดก์ in 2017/2018". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 2 April 2018.
  16. 16.0 16.1 Van Dijk, Virgil เว็บไซต์ National-Football-Teams.com (อังกฤษ)
  17. ฟาน ไดจ์ คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมเดือนก.พ.ของพีเอฟเอ
  18. คล็อปป์ และฟาน ไดจ์ค คว้ารางวัลยอดเยี่ยมพรีเมียร์ลีกประจำเดือนธันวาคม
  19. ฟาน ไดจ์ค คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยม ประจำเดือนของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด
  20. ฟาน ไดจ์ค คว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือน ก.พ. ของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]