เอฟเอคัพ ฤดูกาล 2017–18

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ไปยังการนำทาง ไปยังการค้นหา
2017–18 เอฟเอ คัพ
สมาคมฟุตบอลชาลเลนจ์คัพ
ประเทศ อังกฤษ
 เวลส์
วันที่5 สิงหาคม – 14 ตุลาคม ค.ศ. 2017 (การแข่งขันรอบคัดเลือก)
4 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017 – 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2018 (การแข่งขันหลัก)
ทีม737 ทีม (โดยรวม)
645 ทีม (การแข่งขันรอบคัดเลือก)
124 ทีม (การแข่งขันหลัก)
แชมป์เชลซี (สมัยที่ 8)
รองแชมป์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
Championship match score1–0
จำนวนแมตช์ที่ลงเล่น149
จำนวนประตู432 (2.9 per match)
ยอดผู้ชม1,875,938 (12,590 per match)
ดาวซัลโววิลล์ กริกก์
(7 ประตู)

เอฟเอคัพ ฤดูกาล 2017–18 (หรือที่เรียกว่า เอฟเอแชลเลนจ์คัพ) เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นครั้งที่ 137 ของ เอฟเอคัพ ถ้วยหลักของการแข่งขันฟุตบอลในประเทศอังกฤษและการแข่งขันถ้วยน็อคเอาท์เก่าแก่ที่สุดในโลก. รายการนี้ได้รับการสนับสนุนจาก เอมิเรตส์, และเป็นที่รู้จักในชื่อของ เอมิเรตส์ เอฟเอ คัพ สำหรับวัตถุประสงค์ในการเป็นผู้สนับสนุน. 737 สโมสรได้ตอบตกลงเข้าร่วมการแข่งขันและจะเริ่มต้นในรอบเบื้องต้นพิเศษในวันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 2017, และจะสิ้นสุดกับเกมนัดชิงชนะเลิศในวันที่ 19 พฤษภาคม ค.ศ. 2018.[1] ทีมชนะเลิศจะได้สิทธิ์เข้าไปแข่งขัน ยูฟ่ายูโรปาลีก ฤดูกาล 2018–19 รอบแบ่งกลุ่ม.

แมตช์รอบสามระหว่าง ไบรตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบียน และ คริสตัล พาเลซ เมื่อวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 2018 เป็นเกมการแข่งขันครั้งแรกในประเทศอังกฤษที่มีการนำเทคโนโลยี video assistant referee (VAR) มาช่วยในการตัดสิน, ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ใช้เทคโนโลยีนี้ในเกมนัดนี้ก็ตาม.[2]

เคเลชี ไอเฮอานาโช ของ เลสเตอร์ ซิตี กลายเป็นผู้เล่นคนแรกที่ทำหนึ่งประตูที่มาจากการตัดสินจากเทคโนโลยี video assistant referee (VAR) ในการแข่งขันฟุตบอลอังกฤษอย่างเป็นทางการซึ่งทำให้เลสเตอร์ เอาชนะ ฟลีตวูด ทาวน์ 2–0 ในเกมเอฟเอคัพ รอบสาม นัดรีเพลย์ เมื่อวันที่ 16 มกราคม ค.ศ. 2018. ผู้ตัดสิน จอน มอสส์ ในขั้นต้นตัดสินจังหวะนั้นไม่ได้เป็นประตูซึ่งมาจากจังหวะล้ำหน้าแต่เขาได้ปรึกษากับเจ้าหน้าที่วีดิโอ ไมค์ โจนส์, ผู้ที่บอกเขาต่อจังหวะการย่ำเท้าของ นาธาน ปอนด์ เข้าใส่ไอเฮอานาโชบนกรอบเขตโทษ. ประตูนี้เกิดขึ้นในนาทีที่ 67 หลังจากที่ลูกนี้ได้เข้าซุกหลังตาข่าย.

ทีมจาก พรีเมียร์ลีก อาร์เซนอล เป็นแชมป์เก่าที่จะต้องป้องกันแชมป์, แต่พวกเขากลับตกรอบโดย นอตทิงแฮม ฟอเรสต์ ใน รอบสาม เมื่อวันที่ 7 มกราคม ค.ศ. 2018. ครั้งนี้ถือเป็นการหลุดมือจากถ้วยใบนี้ที่เร็วที่สุดของทีมแชมป์เก่านับตั้งแต่ ฤดูกาล 2011–12.[3]

ทีม[แก้]

รอบ สโมสร
ที่เหลืออยู่
สโมสร
ที่เกี่ยวข้อง
ได้รับรางวัลจาก
รอบที่ผ่านมา
รายการใหม่
รอบนี้
ลีกที่เข้ามาในรอบนี้
รอบแรก 124 80 32 48 อีเอฟแอลลีกวัน
อีเอฟแอลลีกทู
รอบสอง 84 40 40 ไม่มี ไม่มี
รอบสาม 64 64 20 44 พรีเมียร์ลีก
อีเอฟแอลแชมเปียนชิป
รอบสี่ 32 32 32 ไม่มี ไม่มี
รอบห้า 16 16 16 ไม่มี ไม่มี
รอบก่อนรองชนะเลิศ 8 8 8 ไม่มี ไม่มี
รอบรองชนะเลิศ 4 4 4 ไม่มี ไม่มี
รอบชิงชนะเลิศ 2 2 2 ไม่มี ไม่มี

วันแข่งขันและวันจับสลากในแต่ละรอบ[แก้]

กำหนดการมีดังนี้.[1]

ระยะ รอบ วันที่จับสลาก วันที่แข่งขัน
รอบคัดเลือก รอบเบื้องต้นพิเศษ 7 กรกฎาคม 2017 5 สิงหาคม 2017
รอบเบื้องต้น 19 สิงหาคม 2017
รอบคัดเลือก รอบแรก 21 สิงหาคม 2017 2 กันยายน 2017
รอบคัดเลือก รอบสอง 4 กันยายน 2017 16 กันยายน 2017
รอบคัดเลือก รอบสาม 18 กันยายน 2017 30 กันยายน 2017
รอบคัดเลือก รอบสี่ 2 ตุลาคม 2017 14 ตุลาคม 2017
ทัวร์นาเมนต์หลัก รอบแรก 16 ตุลาคม 2017 4 พฤศจิกายน 2017
รอบสอง 6 พฤศจิกายน 2017 2 ธันวาคม 2017
รอบสาม 4 ธันวาคม 2017 6 มกราคม 2018
รอบสี่ 8 มกราคม 2018 27 มกราคม 2018
รอบห้า 29 มกราคม 2018 17 กุมภาพันธ์ 2018
รอบหก 17 กุมภาพันธ์ 2018 17 มีนาคม 2018
รอบรองชนะเลิศ 18 มีนาคม 2018 21 เมษายน 2018
รอบชิงชนะเลิศ 19 พฤษภาคม 2018

รอบคัดเลือก[แก้]

ทั้งหมดของทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันนั้นคือทีมที่ไม่ได้เป็นสมาชิกของ พรีเมียร์ลีก หรือ อิงกลิชฟุตบอลลีก มีเข้าแข่งขันในรอบคัดเลือกเพื่อรักษาหนึ่งจาก 32 ที่ว่างใน รอบแรก. การแข่งขันรอบคัดเลือกจะเริ่มต้นกับรอบเบื้องต้นพิเศษในวันที่ 5 สิงหาคม ค.ศ. 2017.[1] รอบคัดเลือกรอบสุดท้าย (สี่) จะถูกเล่นในช่วงสุดสัปดาห์ของวันที่ 14 ตุลาคม ค.ศ. 2017.[1]

รอบแรก[แก้]

การจับสลากรอบแรกจะจัดขึ้นในวันที่ 16 ตุลาคม และได้ดำเนินการถ่ายทอดสดทางช่อง บีบีซี ทู และ บีที สปอร์ต.[4] ทั้งหมด 40 คู่ในรอบแรกจะลงเล่นในช่วงสุดสัปดาห์ของวันที่ 4 พฤศจิกายน. 32 ทีมที่มาจากการแข่งขันรอบคัดเลือกจะเข้าร่วมกับ 48 ทีมที่มาจาก ลีกวัน และ ลีกทู ที่จะเข้าแข่งขันในรอบนี้. รอบนี้ประกอบไปด้วยสองทีมที่มาจากระดับ 8, ฮีย์บริดจ์ สวิฟต์ส และ ไฮด์ ยูไนเต็ด, ซึ่งเป็นทีมที่มีอันดับต่ำที่สุดที่จะอยู่ในสถานะการแข่งขัน.[5]

รอบสอง[แก้]

การจับสลากรอบสองจะจัดขึ้นในวันที่ 6 พฤศจิกายน และได้มีการยิงสัญญาณการถ่ายทอดสดทางช่อง บีบีซี ทู และ บีที สปอร์ต.[6] ทั้งหมด 20 คู่ในรอบสองจะลงเล่นในช่วงสุดสัปดาห์ของวันที่ 2 ธันวาคม. รอบนี้ประกอบไปด้วยสามทีมที่มาจากระดับ 8, เฮียร์ฟอร์ด, สเลอ ทาวน์ และ เลเทอร์เฮด, ซึ่งเป็นทีมที่มีอันดับต่ำที่สุดที่จะอยู่ในสถานะการแข่งขัน.[7]

รอบสาม[แก้]

การจับสลากรอบสามจะจัดขึ้นในวันที่ 4 ธันวาคม และได้มีการยิงสัญญาณการถ่ายทอดสดทางช่อง บีบีซี ทู และ บีที สปอร์ต[8] ก่อนเกมรอบสองในคืนวันจันทร์ระหว่าง สเลอ ทาวน์ และ รอชเดล. ทั้งหมด 32 คู่ในรอบสามจะลงเล่นในช่วงสุดสัปดาห์ของวันที่ 6 มกราคม. ทั้งหมด 64 สโมสรจะลงเล่นในรอบสาม; 20 ผู้ชนะของรอบสอง, และ 44 ทีมที่มาจาก พรีเมียร์ลีก และ อีเอฟแอลแชมเปียนชิป จะเข้าสู่ในรอบนี้.[9] ถ้า เฮียร์ฟอร์ดพวกเขาชนะรอบสองนัดรีเพลย์ในนัดที่พบกับ ฟลีตวูด ทาวน์, จะเป็นโปรแกรมการแข่งขันในวันที่ 14 ธันวาคม, พวกเขาจะเป็นทีมอันดับที่ต่ำที่สุด (ระดับ 7) ที่อยู่ในการแข่งขัน. ถ้า ฟลีตวูด ทาวน์ ทำสำเร็จ, มันก็จะเป็นครั้งแรกในรอบ 67 ปีที่ไม่มีทีมจากนอกลีกเกิดขึ้นในรอบสาม.

รอบสี่[แก้]

การจับสลากสำหรับรอบที่สี่จะจัดขึ้นในวันที่ 8 มกราคม ค.ศ. 2018 ณ เวลา 19:10 GMT หรือเวลา 02:10 UTC+07:00.[10] แต่ละนัดจะลงเล่นตั้งแต่วันที่ 26–29 มกราคม ค.ศ. 2018.

รอบห้า[แก้]

การจับสลากสำหรับรอบที่ห้าจะจัดขึ้นในวันที่ 29 มกราคม ค.ศ. 2018 ณ เวลา 19:20 GMT หรือเวลา 02:20 UTC+07:00 และจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง บีบีซี วัน.[11] ทีมที่มีอันดับต่ำที่สุดที่ยังอยู่ในการแข่งขันที่มาจากระดับ 4 – คอเวนทรี ซิตี, และอาจจะเป็นไปได้ที่ นิวพอร์ต เคาน์ตี, ถ้าทั้งสองทีมชนะเกมนัดรีเพลย์รอบที่สี่ได้. แต่ละนัดจะลงเล่นตั้งแต่วันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018.

รอบก่อนรองชนะเลิศ[แก้]

การจับสลากสำหรับรอบก่อนรองชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2018 ณ เวลา 20:00 GMT หรือเวลา 03:00 UTC+07:00 และจะมีการถ่ายทอดสดผ่านทาง บีที สปอร์ต, เว็บไซต์และแอพ บีบีซี สปอร์ต และ บีบีซี เรดิโอ 5 ไลฟ์. แต่ละนัดจะลงเล่นตั้งแต่วันที่ 16—19 มีนาคม ค.ศ. 2018.[12]

รอบรองชนะเลิศ[แก้]

การจับสลากสำหรับรอบรองชนะเลิศจะจัดขึ้นในวันที่ 18 มีนาคม ค.ศ. 2018, หลังจากจบแมตช์การแข่งขันรอบก่อนรองชนะเลิศระหว่าง เลสเตอร์ ซิตี และ เชลซี. การจับสลากได้ดำเนินการจับสลากโดย จันฟรังโก โซลา และ เปเตอร์ เช็ค.[13] รอบรองชนะเลิศจะลงเล่นในวันเสาร์ที่ 21 เมษายนและวันอาทิตย์ที่ 22 เมษายน ค.ศ. 2018 ที่ สนามกีฬาเวมบลีย์.

21 เมษายน ค.ศ. 2018
17:15 BST
23:15 UTC+07:00
แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด (1) 2–1 ทอตนัม ฮอตสเปอร์ (1) สนามกีฬาเวมบลีย์, ลอนดอน
ผู้ชม: 84,667 คน
ผู้ตัดสิน: แอนโธนี เทย์เลอร์
อ. ซานเชซ Goal 24'
เอร์เรรา Goal 62'
รายงาน แอลลี Goal 11'



22 เมษายน ค.ศ. 2018
15:00 BST
21:00 UTC+07:00
เชลซี (1) 2–0 เซาแทมป์ตัน (1) สนามกีฬาเวมบลีย์, ลอนดอน
ผู้ชม: 73,416 คน
ผู้ตัดสิน: มาร์ติน แอตกินสัน
ฌีรู Goal 46'
โมราตา Goal 82'
รายงาน


รอบชิงชนะเลิศ[แก้]

สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับหัวข้อนี้ โปรดดู เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ 2018


19 พฤษภาคม ค.ศ. 2018
17:15 BST
23:15 เวลาไทย
เชลซี 1–0 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สนามกีฬาเวมบลีย์, ลอนดอน
ผู้ชม : 87,647 คน
ผู้ตัดสิน : ไมเคิล โอลิเวอร์
อาซาร์ Goal 22' (ลูกโทษ) รายงาน

ผู้ทำประตูสูงสุด[แก้]

[14]

อันดับ ผู้เล่น สโมสร ประตู
1 ไอร์แลนด์เหนือ วิลล์ กริกก์ วีแกน แอทเลติก 7
2 อังกฤษ เอียน เฮนเดอร์สัน รอชเดล 6
3 เบลเยียม โรเมลู ลูกากู แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด 5
อังกฤษ เจย์เดน สโตคลีย์ เอ็กซิเตอร์ ซิตี
อังกฤษ แจ็ก แมร์ริออตต์ ปีเตอร์โบโร ยูไนเต็ด

หมายเหตุ[แก้]

อ้างอิง[แก้]

  1. 1.0 1.1 1.2 1.3 "The Emirates FA Cup Round Dates, 2017-18". The Football Association. สืบค้นเมื่อ 18 มิถุนายน ค.ศ. 2017.
  2. "Brighton 2 Crystal Palace 1: VAR available, but not used, as Glenn Murray seals FA Cup third round tie". The Telegraph. 8 มกราคม ค.ศ. 2018. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม ค.ศ. 2018.
  3. "Arsenal out of FA Cup after stunning Lichaj double for Nottingham Forest". Guardian. 7 มกราคม ค.ศ. 2018. สืบค้นเมื่อ 9 มกราคม ค.ศ. 2018.
  4. "First Round Proper Draw". thefa.com. The Football Association. 14 ตุลาคม ค.ศ. 2017. สืบค้นเมื่อ 17 ตุลาคม ค.ศ. 2017.
  5. "Draw completed for first round of The Emirates FA Cup". thefa.com. The Football Association. 17 ตุลาคม ค.ศ. 2017. สืบค้นเมื่อ 18 ตุลาคม ค.ศ. 2017.
  6. "Emirates FA Cup Second Round Proper Draw takes place on Monday Evening". thefa.com. The Football Association. 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017. สืบค้นเมื่อ 5 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017.
  7. "Twenty ties pulled out in Emirates FA Cup Second Round Draw". thefa.com. The Football Association. 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017. สืบค้นเมื่อ 6 พฤศจิกายน ค.ศ. 2017.
  8. "Emirates FA Cup Third Round Proper Draw takes place on Monday Evening". thefa.com. The Football Association. 4 ธันวาคม ค.ศ. 2017. สืบค้นเมื่อ 4 ธันวาคม ค.ศ. 2017.
  9. "Liverpool and Everton handed derby tie in FA Cup third round draw". Guardian. 4 December 2017. สืบค้นเมื่อ 5 ธันวาคม ค.ศ. 2017.
  10. "Emirates FA Cup Fourth Round Draw". thefa.com. The Football Association. 8 มกราคม ค.ศ. 2018. สืบค้นเมื่อ 8 มกราคม ค.ศ. 2018.
  11. "FA Cup fifth round". BBC Sport. 28 มกราคม ค.ศ. 2018. สืบค้นเมื่อ 28 มกราคม ค.ศ. 2018.
  12. "FA Cup Quarter Final". The FA. 17 February 2018. สืบค้นเมื่อ 17 February 2018.
  13. "When is the FA Cup semi-final draw? What TV channel is it on? Who can Manchester United get?". Manchester City Evening News. 18 มีนาคม ค.ศ. 2018.
  14. "FA Cup Top Scorers". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 17 March 2018.

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]