ฟุตบอลทีมชาติเวลส์

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
เวลส์ เวลส์
Shirt badge/Association crest
ฉายา The Dragon (เวลส์: Y Dreigiau)
มังกรแดง (ฉายาในภาษาไทย)
สมาคม สมาคมฟุตบอลเวลส์ (FAW)
สมาพันธ์ ยูฟ่า (ยุโรป)
หัวหน้าผู้ฝึกสอน คริส โคลแมน เวลส์
ผู้ช่วยผู้ฝึกสอน โอเซียน โรเบิร์ต เวลส์
กัปตัน แอชลีย์ วิลเลียมส์
ติดทีมชาติสูงสุด เนวิลล์ เซาท์ธอลล์ (92)
ทำประตูสูงสุด เอียน รัช (28)
สนามเหย้า สนามกีฬากรุงคาร์ดิฟฟ์
คาร์ดิฟฟ์
รหัสฟีฟ่า WAL
อันดับฟีฟ่า 12 Steady (มีนาคม 2017)
อันดับฟีฟ่าสูงสุด 8 (ตุลาคม 2015)
อันดับฟีฟ่าต่ำสุด 117 (สิงหาคม 2011)
อันดับอีแอลโอ 23 (กรกฎาคม 2016)
อันดับอีแอลโอสูงสุด 3 (1876–1885)
อันดับอีแอลโอต่ำสุด 88 (25 พฤษภาคม 2011)
สีชุดเหย้า
สีชุดเยือน
เกมระดับนานาชาติครั้งแรก
ธงชาติสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 4 – 0 เวลส์ เวลส์
(กลาสโกว์, สก็อตแลนด์; 26 มีนาคม 1876)
ชนะสูงสุด
เวลส์ เวลส์ 11 – 0 ไอร์แลนด์ Flag of Ireland
(เร็กซ์แฮม, เวลส์; 3 มีนาคม 1888)
แพ้สูงสุด
ธงชาติสกอตแลนด์ สกอตแลนด์ 9 – 0 เวลส์ เวลส์
(กลาสโกว์, สก็อตแลนด์; 23 มีนาคม 1878)
ฟุตบอลโลก
เข้าร่วม 1 (ครั้งแรกใน 1958)
ผลงานดีที่สุด รอบ 8 ทีมสุดท้าย, ฟุตบอลโลก 1958
ฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป
เข้าร่วม 1 (ครั้งแรกใน 2016)
ผลงานดีที่สุด รอบรองชนะเลิศ, 2016

ฟุตบอลทีมชาติเวลส์ เป็นทีมฟุตบอลตัวแทนของประเทศเวลส์ในการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติ บริหารงานโดยสมาคมฟุตบอลเวลส์ (FAW) และเป็นสมาชิกของยูฟ่า

แม้ประเทศเวลส์จะไม่ใช่ดินแดนที่เป็นรัฐเอกราช โดยมีฐานะเป็นส่วนหนึ่งของสหราชอาณาจักร แต่ก็มีสมาคมฟุตบอลและทีมชาติเป็นของตนเอง โดยเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลระหว่างชาติในรายการสำคัญๆทุกรายการของฟีฟ่าและยูฟ่า อย่างไรก็ตามสำหรับการแข่งขันฟุตบอลในกีฬาโอลิมปิก ประเทศในเครือสหราชอาณาจักรอันประกอบไปด้วยอังกฤษ, สก็อตแลนด์, เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือต้องรวมทีมกันลงแข่งขันภายใต้ชื่อของสหราชอาณาจักร

ทีมชาติเวลส์จัดเป็นฟุตบอลทีมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอันดับที่ 3 รองจากทีมชาติอังกฤษและทีมชาติสก็อตแลนด์ แต่เคยผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายในรายการสำคัญๆ เพียงแค่ 2 ครั้งคือฟุตบอลโลกปี 1958 ที่ประเทศสวีเดนและฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส โดยทีมชาติเวลส์มีฉายาในภาษาไทยว่า "มังกรแดง"

โดยในการแข่งขันฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2016 รอบคัดเลือก ทีมชาติเวลส์สามารถผ่านเข้าไปเล่นในรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ส่วนในการแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก โซนยุโรป เวลส์ถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มดี ร่วมกับออสเตรีย, เซอร์เบีย, สาธารณรัฐไอร์แลนด์, มอลโดวา และ จอร์เจีย

การจัดอันดับโลกของฟีฟ่าที่ทีมชาติเวลส์เคยทำได้สูงสุดคืออันดับที่ 8 (ตุลาคม 2015) ภายใต้การคุมทีมของ คริส โคลแมน โดยในเดือนกันยายน 2015 นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่ เวลส์ กลายเป็นทีมชาติที่มีอันดับโลกดีที่สุดในบรรดาทีมชาติในสหราชอาณาจักร

ประวัติ[แก้]

ช่วงแรก[แก้]

ทีมชาติเวลส์ลงแข่งขันฟุตบอลเป็นนัดแรกเมื่อวันที่ 25 มีนาคม ค.ศ. 1876 โดยเป็นการแข่งกระชับมิตรกับทีมชาติสก็อตแลนด์ ที่สนามแฮมิลตัน เครสเซนต์ ซึ่งเป็นสนามของทีมคริกเก็ตในเมืองกลาสโกว์ ทำให้ทีมชาติเวลส์เป็นฟุตบอลทีมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลกอันดับที่ 3 โดยการแข่งขันในนามทีมชาติเป็นครั้งแรกของเวลส์จบลงด้วยการแพ้สก็อตแลนด์ถึง 4–0

ปีต่อมาในวันที่ 5 มีนาคม ค.ศ. 1877 ทีมชาติเวลส์และทีมชาติสก็อตแลนด์ กลับมาแข่งกันอีกครั้งที่สนามเรสคอส กราวน์ เมืองเร็กซ์แฮม ประเทศเวลส์ โดยถือเป็นการเล่นในฐานะเจ้าบ้านเป็นครั้งแรก และสก็อตแลนด์เอาชนะไปได้อีกครั้งด้วยผล 2–0

ทีมชาติเวลส์มีโอกาสลงแข่งขันกับทีมชาติอังกฤษเป็นครั้งแรก เมื่อวันที่ 18 มกราคม ค.ศ.1879 ที่สนามดิ โอวัล ในกรุงลอนดอน และเป็นฝ่ายแพ้ไป 2–1

ปี ค.ศ. 1882 ทีมชาติเวลส์ได้ลงแข่งกับทีมชาติเกาะไอร์แลนด์เป็นครั้งแรก ที่เมืองเร็กซ์แฮม และชนะไป 7–1 (ในสมัยนั้นเกาะไอร์แลนด์ยังไม่ได้แยกเป็นไอร์แลนด์เหนือและสาธารณรัฐไอร์แลนด์)

วอลเตอร์ ร็อบบินส์ ผู้ยิงประตูให้ทีมชาติเวลส์ในการแข่งขันนอกสหราชอาณาจักรได้เป็นคนแรก

สมาคมฟุตบอลเวลส์เข้าร่วมเป็นสมาชิกของฟีฟ่าครั้งแรกในปี ค.ศ. 1906 แต่ด้วยความสัมพันธ์ที่ไม่ค่อยดีนักระหว่างฟีฟ่าและสมาคมฟุตบอลของประเทศในเครือสหราชอาณาจักร ทำให้สมาคมฟุตบอลเวลส์ถูกถอดถอนออกจากการเป็นสมาชิกของฟีฟ่าในปี ค.ศ. 1928 ทำให้ไม่มีสิทธิเข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลก 1930 ซึ่งเป็นการจัดฟุตบอลโลกสมัยแรก และในอีก 2 ครั้งต่อมา

โดยการเดินทางออกไปแข่งขันภายนอกสหราชอาณาจักรเป็นครั้งแรกของทีมชาติเวลส์ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1933 เมื่อนักฟุตบอลทีมชาติเวลส์เดินทางไปที่กรุงปารีส เพื่อลงแข่งขันกับทีมชาติฝรั่งเศส ในวันที่ 23 พฤษภาคม ซึ่งผลจบลงด้วยการเสมอกัน 1–1 และ วอลเตอร์ ร็อบบินส์ กองหน้าสังกัดสโมสรเวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ได้รับการบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของสมาคมฟุตบอลเวลส์ว่าเป็นนักฟุตบอลทีมชาติคนแรกที่ยิงประตูได้ในการแข่งขันนอกสหราชอาณาจักร

หลังจบสงครามโลกครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1946 สมาคมฟุตบอลเวลส์ได้กลับเข้ามาเป็นสมาชิกของฟีฟ่าอีกครั้ง พร้อมๆกับสมาคมฟุตบอลของประเทศในเครือสหราชอาณาจักรอื่นๆ และลงแข่งขันรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 1950 แต่ทีมชาติเวลส์จบอันดับสุดท้ายของกลุ่ม

อย่างไรก็ตามในยุค 50 ถือเป็นยุคทองของทีมชาติเวลส์ เมื่อทีมชาติในยุคนั้นอุดมไปด้วยดารานักเตะดังๆแทบจะทั้งทีมเช่น อิวอร์ ออลเชิร์ช, คลิฟฟ์ โจนส์, เทรเวอร์ ฟอร์ด และ จอห์น ชาร์ลส์

ฟุตบอลโลก 1958[แก้]

ทีมชาติเวลส์ผ่านเข้าไปเล่นฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายครั้งแรกและครั้งเดียวในฟุตบอลโลก 1958 ที่ประเทศสวีเดน ภายใต้การคุมทีมของ จิมมี่ เมอร์ฟี่ โดยในรอบแบ่งกลุ่มถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มที่ 3 ร่วมกับทีมชาติสวีเดน ที่เป็นเจ้าภาพ ,ทีมชาติฮังการี และทีมชาติเม็กซิโก

โดยการแข่งฟุตบอลโลกนัดแรกในประวัติศาสตร์ของทีมชาติเวลส์ เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 8 มิถุนายน 1958 ที่สนามเจิร์นวัลเล่น เมืองแซนด์ไวเค่น เป็นการแข่งขันในรอบแรกระหว่างทีมชาติฮังการี และ ทีมชาติเวลส์ ผลจบลงด้วยการเสมอกันไป 1–1 ฮังการีได้ประตูขึ้นนำก่อนจากโจเซฟ บอสซิก ส่วนเวลส์ตีเสมอได้จาก จอห์น ชาร์ลส์ กองหน้าสังกัดยูเวนตุส ทำให้จอห์น ชาร์ลส์ ถูกบันทึกว่าเป็นนักเตะทีมชาติคนแรกของเวลส์ที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลก

นัดต่อมาเวลส์เสมอกับทีมชาติเม็กซิโก 1–1 โดยเวลส์ได้ประตูขึ้นนำก่อนจากลูกยิงของอิวอร์ ออลเชิร์ช ก่อนที่ไคเม่ เบลมอนเต้จะตีเสมอให้เม็กซิโก

ผลจากการที่นัดสุดท้ายในรอบแรก ทีมชาติเวลส์เสมอกับเจ้าภาพสวีเดน 0–0 ทำให้สวีเดนผ่านเข้ารอบในฐานะแชมป์กลุ่ม ส่วนเวลส์ มี 3 คะแนนเท่ากับฮังการี ต้องตัดสินด้วยการเพลย์ออฟ เพื่อหาทีมที่จะเข้าไปเล่นในรอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

การแข่งขันเพลย์ออฟ ระหว่างเวลส์และฮังการี่ ทีมชาติเวลส์เสียประตูก่อนในครึ่งแรก แต่มายิงคืนได้ 2 ประตูรวดจากอิวอร์ ออลเชิร์ช ที่ยิงตีเสมอ และได้ประตูชัยจากเทอร์รี่ เมดวิน ปีกจากสโมสรท็อตแน่ม ฮ็อตสเปอร์ ในช่วงท้ายเกมส์ ทำให้ผ่านเข้าไปสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายต่อไป

ในรอบ 8 ทีมสุดท้ายเวลส์ต้องพบกับทีมชาติบราซิล และจอห์น ชาร์ลส์ กองหน้าตัวสำคัญของทีมก็ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งในที่สุดเวลส์ก็แพ้บราซิลไป 1–0 โดยผู้ที่ยิงประตูให้ทีมชาติบราซิลได้ในแมตช์ดังกล่าวเป็นนักเตะหนุ่มที่อายุเพียง 17 ปี ของสโมสรซานโต๊ส และประตูนี้เป็นประตูแรกของเขาในนามทีมชาติบราซิล อีกทั้งยังส่งผลให้เขาเป็นเจ้าของสถิติผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดที่ยิงประตูได้ในฟุตบอลโลกจนถึงปัจจุบัน หลังจบทัวนาเมนต์บราซิลคว้าตำแหน่งแชมป์โลกไปครองได้สำเร็จ และนักฟุตบอลหนุ่มที่ยิงประตูได้ในแมตช์นี้กลายเป็นกองหน้าระดับตำนานของวงการฟุตบอลในเวลาต่อมา นักฟุตบอลหนุ่มคนนี้มีชื่อเล่นว่า "เปเล่"

ผู้เล่น[แก้]

ชุดปัจจุบัน[แก้]

รายชื่อผู้เล่น ที่จะใช้แข่งขันกับทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ ในวันที่ 24 มีนาคม 2017 ในฟุตบอลโลก 2018 รอบคัดเลือก

สถิติทีมชาตินับถึงวันที่ 24 มีนาคม 2017 หลังเสมอกับทีมชาติสาธารณรัฐไอร์แลนด์ 0-0

0#0 ตำแหน่ง ผู้เล่น วันเกิด (อายุ) ลงเล่น ประตู สโมสร
1GK เวย์น เฮนเนสซีย์ 24 มกราคม ค.ศ. 1987 (30 ปี) 67 0 อังกฤษ คริสตัล พาเลซ
1GK โอเวน ฟอน วิลเลียม 17 มีนาคม ค.ศ. 1987 (30 ปี) 1 0 สกอตแลนด์ อินเวอร์เนส คาเลโดเนียน
1GK แดนนี วอร์ด 22 มิถุนายน ค.ศ. 1993 (23 ปี) 3 0 อังกฤษ ฮัดเดอส์ฟิลด์ ทาวน์

2DF คริส กันเทอร์ 21 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 (27 ปี) 78 0 อังกฤษ เรดดิง
2DF นีล เทย์เลอร์ 7 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1989 (28 ปี) 39 1 เวลส์ สวอนซี ซิตี้
2DF เจมส์ คอลลินส์ 23 สิงหาคม ค.ศ. 1983 (33 ปี) 50 3 อังกฤษ เวสต์แฮม
2DF เจมส์ เชสเตอร์ 23 มกราคม ค.ศ. 1989 (28 ปี) 22 0 อังกฤษ แอสตัน วิลลา
2DF แอชลีย์ วิลเลียมส์ (c) 23 ตุลาคม ค.ศ. 1984 (32 ปี) 70 2 เวลส์ สวอนซี ซิตี้
2DF โจ วอลช์ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 1992 (24 ปี) 0 0 อังกฤษ มิลตัน คีย์นส์ ดอนส์
2DF เบน เดวีส์ 24 เมษายน ค.ศ. 1993 (23 ปี) 29 0 อังกฤษ ทอตแนม ฮอตสเปอร์
2DF แจ๊ส ริชาร์ดส์ 12 เมษายน ค.ศ. 1991 (26 ปี) 11 0 เวลส์ คาร์ดิฟฟ์ ซิตี้

3MF โจ แอลเลน 14 มีนาคม ค.ศ. 1990 (27 ปี) 35 2 อังกฤษ สโตก ซิตี
3MF แอนดี คิง 29 ตุลาคม ค.ศ. 1988 (28 ปี) 38 2 อังกฤษ เลสเตอร์ ซิตี
3MF แอรอน แรมซีย์ 26 ธันวาคม ค.ศ. 1990 (26 ปี) 46 11 อังกฤษ อาร์เซนอล
3MF ฌอน แม็คโดนัลล์ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1988 (28 ปี) 4 0 อังกฤษ วีแกน แอธเลติก
3MF เดวิด เอ็ดเวิร์ดส์ 3 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 1986 (31 ปี) 38 3 อังกฤษ วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอส์
3MF โจ เลดลีย์ 23 มกราคม ค.ศ. 1987 (30 ปี) 72 4 อังกฤษ คริสตัล พาเลซ

4FW ฮัล ร็อบสัน-คานู 21 พฤษภาคม ค.ศ. 1989 (27 ปี) 40 4 อังกฤษ เวสต์บรอมมิช อัลเบียน
4FW แกเร็ธ เบล 16 กรกฎาคม ค.ศ. 1989 (27 ปี) 66 26 สเปน เรอัล มาดริด
4FW ทอม แบรดชอว์ 27 กรกฎาคม ค.ศ. 1992 (24 ปี) 1 0 อังกฤษ บาร์นสลีย์
4FW แซม โวคส์ 21 ตุลาคม ค.ศ. 1989 (27 ปี) 49 8 อังกฤษ เบิร์นลีย์
4FW แฮร์รี วิลสัน 22 มีนาคม ค.ศ. 1997 (20 ปี) 1 0 อังกฤษ ลิเวอร์พูล
4FW เบน วูดเบิร์น 15 ตุลาคม ค.ศ. 1999 (17 ปี) 0 0 อังกฤษ ลิเวอร์พูล

ผู้เล่นที่ลงเล่นให้ทีมชาติมากที่สุด[แก้]

แถบสีฟ้าคือผู้เล่นที่ยังคงเล่นให้ทีมชาติอยู่ในปัจจุบัน

อันดับ ชื่อ ช่วงเวลา จำนวนนัดที่ลงสนาม ประตู สโมสร
1 เนวิลล์ ซัททอลล์ 1982–1998 92 0 เอฟเวอร์ตัน
2 แกรี่ สปีด 1990–2004 85 7 ลีดส์ ยูไนเต็ด
เอฟเวอร์ตัน
นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด
3 คริส กันเทอร์ 2007–ปัจจุบัน 78 0 ทอตนัม ฮอตสเปอร์
นอตติงแฮม ฟอเรสต์
เรดดิง
4 เคร็ก เบลลามี่ 1998–2013 76 19 นอริช ซิตี
โคเวนทรี ซิตี
นิวคาสเซิล
เซลติก
แบล็คเบิร์น โรเวอส์
ลิเวอร์พูล
เวสต์แฮม
แมนเชสเตอร์ ซิตี
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี
5 ดีน ซอนเดอร์ส 1986–2001 75 22 ไบรท์ตัน
อ๊อกซฟอร์ด ยูไนเต็ด
ดาร์บี เคาน์ตี
ลิเวอร์พูล
แอสตัน วิลลา
กาลาตาซาราย
นอตติงแฮม ฟอเรสต์
เบนฟิกา
6 ปีเตอร์ นิโคลัส 1979–1992 73 2 คริสตัล พาเลซ
อาร์เซนอล
ลูตัน ทาวน์
อเบอร์ดีน
เชลซี
วัตฟอร์ด
เอียน รัช 1980–1996 73 28 ลิเวอร์พูล
ยูเวนตุส
8 มาร์ค ฮิวจ์ส 1984–1999 72 16 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
บาร์เยิร์น มิวนิค
บาร์เซโลนา
เชลซี
เซาท์แฮมป์ตัน
โจอี้ โจนส์ 1975–1986 72 1 ลิเวอร์พูล
เร็กซ์แฮม
เชลซี
ฮัดเดอส์ฟีลด์ ทาวน์
โจ เลดลีย์ 2005–ปัจจุบัน 72 4 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี
เซลติก
คริสตัล พาเลซ
11 แอชลีย์ วิลเลียมส์ 2008–ปัจจุบัน 70 2 สวอนซี ซิตี
เอฟเวอร์ตัน
12 อิวอร์ ออลเชิร์ช 1950–1966 68 23 สวอนซี ซิตี
นิวคาสเซิล
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี
13 เวย์น เฮนเนสซีย์ 2007–ปัจจุบัน 67 0 วูลฟ์แฮมป์ตัน
คริสตัล พาเลซ
14 ไบรอัน ฟลินน์ 1975–1984 66 7 เบิร์นลีย์
ลีดส์ ยูไนเต็ด
แกเร็ธ เบล 2006–ปัจจุบัน 66 26 เซาท์แฮมป์ตัน
ทอตนัม ฮอตสเปอร์
เรอัล มาดริด
16 แอนดี เมลวิลล์ 1989–2004 65 3 สวอนซี ซิตี
อ๊อกซฟอร์ด ยูไนเต็ด
ซันเดอร์แลนด์
ฟูแลม
17 ไรอัน กิกส์ 1991–2007 64 12 แมรเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
ณ วันที่ 24 มีนาคม, 2017[1]

รางวัลโกลเดน แคป[แก้]

สมาคมฟุตบอลเวลส์ ได้จัดให้มีการมอบรางวัล โกลเดน แคป หรือ หมวกทีมชาติทองคำ ให้แก่นักฟุตบอลที่ลงเล่นให้กับทีมชาติมากกว่า 50 นัด ดังรายชื่อต่อไปนี้[2] สังเกต: ผู้ที่ยังคงเล่นให้กับทีมชาติจะแสดงเป็น ตัวหนา:

ผู้ทำประตูสูงสุด[แก้]

แถบสีฟ้าคือผู้เล่นที่ยังคงเล่นให้ทีมชาติอยู่ในปัจจุบัน

อันดับ ชื่อ ช่วงเวลา ประตู จำนวนนัดที่ลงสนาม ค่าเฉลี่ยการยิงต่อหนึ่งนัด สโมสร
1 เอียน รัช 1980–1996 28 73 0.38 ลิเวอร์พูล
ยูเวนตุส
2 แกเร็ธ เบล 2006–ปัจจุบัน 26 65 0.40 เซาท์แฮมป์ตัน
ท็อตนัม ฮอตสเปอร์
รีล มาดริด
3 เทรเวอร์ ฟอร์ด 1946–1956 23 38 0.60 สวอนซี ซิตี
แอสตัน วิลลา
ซันเดอร์แลนด์
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี
อิวอร์ ออลเชิร์ช 1950–1966 23 68 0.33 สวอนซี ซิตี
นิวคาสเซิล
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี
5 ดีน ซอนเดอร์ส 1986–2001 22 75 0.29 ไบรท์ตัน
อ๊อกซฟอร์ด ยูไนเต็ด
ดาร์บี เคาน์ตี
ลิเวอร์พูล
แอสตัน วิลลา
กาลาตาซาราย
นอตติงแฮม ฟอเรสต์
เบนฟิกา
6 เคร็ก เบลลามี่ 1998–2013 19 76 0.25 นอริช ซิตี
โคเวนทรี ซิตี
นิวคาสเซิล
เซลติก
แบล็คเบิร์น โรเวอส์
ลิเวอร์พูล
เวสต์ แฮม
แมนเชสเตอร์ ซิตี
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี
7 คลิฟฟ์ โจนส์ 1954–1969 16 59 0.27 สวอนซี ทาวน์
ท็อตนัม ฮอตสเปอร์
ฟูแลม
มาร์ค ฮิวจ์ส 1984–1999 16 72 0.22 แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
บาร์เยิร์น มิวนิค
บาร์เซโลนา
เชลซี
เซาท์แฮมป์ตัน
โรเบิร์ต เอิร์นชอว์ 2002–2012 16 58 0.27 คาร์ดิฟฟ์ ซิตี
นอริช ซิตี
ดาร์บี เคาน์ตี
เวสต์บรอมวิช
นอตติงแฮม ฟอเรสต์
10 จอห์น ชาร์ลส์ 1950–1965 15 38 0.39 ลีดส์ ยูไนเต็ด
ยูเวนตุส
โรมา
คาร์ดิฟฟ์ ซิตี
11 จอห์น ฮาร์ทสัน 1995–2005 14 51 0.27 อาร์เซนอล
เวสต์ แฮม
วิมเบิลดัน
เซลติก
ณ วันที่ 15 พฤศจิกายน, 2016[3]

สถิติด้านอายุ[แก้]

  • ผู้เล่นทีมชาติที่มีอายุน้อยที่สุด :แฮร์รี่ วิลสัน (16 ปี 207 วัน)
  • ผู้เล่นทีมชาติที่มีอายุมากที่สุด :บิลลี่ เมเรดิธ (45 ปี 229 วัน)
  • ผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในการแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย :รอย เวอร์นอน (21 ปี 42 วัน)
  • ผู้เล่นอายุมากที่สุดในการแข่งฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย :เดฟ โบเวน (30 ปี 1 วัน)

ชุดที่ใช้สำหรับการแข่งขัน[แก้]

ผู้สนับสนุน ช่วงปี
อังกฤษ แอดมิรัล สปอร์ตแวร์ 1976-1980
เยอรมนี อาดิดาส 1980-1986
เดนมาร์ก ฮัมเมล 1987-1989
อังกฤษ อัมโบร 1990-1994
อิตาลี ล็อตโต้ 1996-2000
อิตาลี แคปปา 2000-2008
สหรัฐ แชมเปียน 2008-2010
อังกฤษ อัมโบร 2010-2013
เยอรมนี อาดิดาส 2013-ปัจจุบัน

อ้างอิง[แก้]

  1. Luis Fernando Passo Alpuin. "Goals for Venezuela National Team". RSSSF. สืบค้นเมื่อ 2013-07-24. 
  2. http://news.bbc.co.uk/sport2/hi/football/internationals/wales/3136474.stm
  3. Luis Fernando Passo Alpuin. "Goals for Venezuela National Team". RSSSF. สืบค้นเมื่อ 2013-07-24.