ดีโยกู ฌอตา

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ดีโยกู ฌอตา
Diogo Jota 2021 (cropped).jpg
ฌอตาขณะเล่นให้แก่ลิเวอร์พูลในปี 2021
ข้อมูลส่วนตัว
ชื่อเต็ม ดีโยกู ฌูแซ ไตไชรา ดา ซิลวา[1]
วันเกิด 4 ธันวาคม ค.ศ. 1996 (25 ปี)[2]
สถานที่เกิด โปร์ตู โปรตุเกส
ส่วนสูง 1.78 ม. (5 ฟุต 10 นิ้ว)[2]
ตำแหน่ง กองหน้า
ข้อมูลสโมสร
สโมสรปัจจุบัน
ลิเวอร์พูล
หมายเลข 20
สโมสรเยาวชน
2005–2013 กงดูมาร์
2013–2015 ปาซุชดึฟึไรรา
สโมสรอาชีพ*
ปี ทีม ลงเล่น (ประตู)
2014–2016 ปาซุชดึฟึไรรา 41 (14)
2016–2018 อัตเลติโกเดมาดริด 0 (0)
2016–2017โปร์ตู (ยืม) 27 (8)
2017–2018วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ (ยืม) 44 (17)
2018–2020 วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 67 (16)
2020– ลิเวอร์พูล 54 (24)
ทีมชาติ
2014–2015 โปรตุเกส อายุไม่เกิน 19 ปี 9 (5)
2015–2018 โปรตุเกส อายุไม่เกิน 21 ปี 20 (8)
2016 โปรตุเกส อายุไม่เกิน 23 ปี 1 (1)
2019– โปรตุเกส 24 (9)
เกียรติประวัติ
ฟุตบอลชาย
ตัวแทนของ ธงชาติโปรตุเกส โปรตุเกส
ยูฟ่าเนชันส์ลีก
ชนะเลิศ 2019
* นัดที่ลงเล่นและประตูที่ยิงให้แก่สโมสรเฉพาะลีกในประเทศเท่านั้น ข้อมูลล่าสุด ณ วันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2022
‡ ข้อมูลการลงเล่นและประตูให้แก่ทีมชาติล่าสุด ณ วันที่ 29 มีนาคม ค.ศ. 2022

ดีโยกู ฌูแซ ไตไชรา ดา ซิลวา (โปรตุเกส: Diogo José Teixeira da Silva; เกิด 4 ธันวาคม ค.ศ. 1996) หรือที่รู้จักกันในชื่อ ดีโยกู ฌอตา (Diogo Jota) เป็นนักฟุตบอลชาวโปรตุเกส ปัจจุบันเล่นในตำแหน่งกองหน้าให้กับลิเวอร์พูลและทีมชาติโปรตุเกส

เขาเริ่มต้นอาชีพกับปาซุชดึฟึไรราในปรีไมราลีกา ก่อนที่จะเซ็นสัญญากับอัตเลติโกมาดริดในอีกสองฤดูกาลถัดมา และถูกปล่อยยืมตัวให้กับโปร์ตูและวุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ ต่อมาใน ค.ศ. 2018 เขาย้ายไปสโมสรหลังแบบถาวร เขาเซ็นสัญญากับลิเวอร์พูลใน ค.ศ. 2020.[3]

ฌอตาเคยเล่นให้กับทีมชาติโปรตุเกสรุ่นอายุไม่เกิน 19, 21 และ 23 ปี[4][5] และลงเล่นให้กับทีมชาติชุดใหญ่ครั้งแรกใน ค.ศ. 2019

สโมสรอาชีพ[แก้]

วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์[แก้]

ลิเวอร์พูล[แก้]

ฤดูกาล 2020-21[แก้]

วันที่ 19 กันยายน ค.ศ. 2020 ฌอตาย้ายมาร่วมทีมลิเวอร์พูล ด้วยค่าตัว 41 ล้านปอนด์ ต่อมา ในวันที่ 24 กันยายน ค.ศ. 2020 ฟุตบอลลีกคัพ รอบ 3 ฌอตาลงเล่นให้กับ ลิเวอร์พูล เป็นนัดแรก โดยถูกส่งลงมาเป็นตัวสำรอง ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ ลิงคอล์นซิตี 7-2 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 4 ฟุตบอลลีกคัพ ได้สำเร็จ[6] ต่อมา ในวันที่ 28 กันยายน ค.ศ. 2020 ฌอตาทำประตูแรกในสีเสื้อของลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ อาร์เซนอล 3-1[7] ต่อมา ในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2020 ฌอตาทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เชฟฟีลด์ยูไนเต็ด 2-1[8] ต่อมา ในวันที่ 27 ตุลาคม ค.ศ. 2020 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2020–21 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม D ฌอตาทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2020–21 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ มิดทิลลันด์ จากเดนมาร์ก 2-0 และนับเป็นประตูที่ 10,000 ในประวัติศาสตร์ของสโมสรลิเวอร์พูลอีกด้วย[9] ต่อมา ในวันที่ 31 ตุลาคม ค.ศ. 2020 ฌอตาทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เวสต์แฮมยูไนเต็ด 2-1[10] ต่อมา ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2020 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2020–21 รอบแบ่งกลุ่ม D ฌอตาทำแฮตทริกครั้งแรกของเขาให้กับ ลิเวอร์พูล ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ อาตาลันตา จากอิตาลิ ที่สตาดีโออัตเลตีอัซซูร์รีดีตาเลีย 5-0[11] ต่อมา ในวันที่ 22 พฤศจิกายน ค.ศ. 2020 ฌอตาทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เลสเตอร์ซิตี 3-0[12] ต่อมา ในวันที่ 28 ตุลาคม ค.ศ. 2020 ฌอตาทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ ไบรตันแอนด์โฮฟอัลเบียน ที่สนามกีฬาอเมริกันเอ็กซ์เพรสคอมมูนิตี 1-1

ในวันที่ 15 มีนาคม 2020 ฌอตาทำประตูที่ 6 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะทีมเก่าของเขา วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ ที่สนามกีฬาโมลีนิวส์ 1-0[13] ต่อมา ในวันที่ 3 เมษายน ค.ศ. 2021 ฌอตายิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ อาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์สเตเดียม 3-0[14] ต่อมา ในวันที่ 13 พฤษภาคม ค.ศ. 2021 ฌอตาทำประตูที่ 9 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด 4-2[15]

ฤดูกาล 2021-22[แก้]

ในวันที่ 14 สิงหาคม ค.ศ. 2021 ฌอตาทำประตูแรกในพรีเมียร์ลีก ฤดูกาล 2021–22 นัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นอริชซิตี ที่แคร์โรว์โรด 3-0[16] ต่อมา ในวันที่ 21 สิงหาคม ค.ศ. 2021 ฌอตาทำประตูที่ 2 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เบิร์นลีย์ 2-0[17] ต่อมา ในวันที่ 18 กันยายน ค.ศ. 2021 ฌอตาทำประตูที่ 3 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ เบรนต์ฟอร์ด ที่เบรนต์ฟอร์ดคอมมิวนิตีสเตเดียม 3-3 ต่อมา ในวันที่ 24 ตุลาคม ค.ศ. 2021 ฌอตาทำประตูที่ 4 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ที่โอลด์แทรฟฟอร์ด 5-0[18] ต่อมา ในวันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2021–22 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่ม B ฌอตาทำประตูแรกในยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก ฤดูกาล 2021–22 นัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ อัตเลติโกเดมาดริด จากสเปน 2-0[19] ต่อมา ในวันที่ 20 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 ฌอตาทำประตูที่ 5 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ อาร์เซนอล 4-0[20] ต่อมา ในวันที่ 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 2021 ฌอตายิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เซาแทมป์ตัน 4-0[21] ต่อมา ในวันที่ 1 ธันวาคม ค.ศ. 2021 ฌอตาทำประตูที่ 8 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ เอฟเวอร์ตัน ที่กูดิสันพาร์ก 4-1[22] ต่อมา ในวันที่ 16 ธันวาคม ค.ศ. 2021 ฌอตาทำประตูที่ 9 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ นิวคาสเซิลยูไนเต็ด 3-1[23] ต่อมา ในวันที่ 19 ธันวาคม ค.ศ. 2021 ฌอตาทำประตูที่ 10 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ ทอตนัมฮอตสเปอร์ ที่สนามกีฬาทอตนัมฮอตสเปอร์ 2-2 ต่อมา ในวันที่ 22 ธันวาคม ค.ศ. 2021 ฟุตบอลลีกคัพ รอบ 5 ฌอตายิงประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เสมอกับ เลสเตอร์ซิตี 3-3 สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะในการดวลจุดโทษ 5-4 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ ฟุตบอลลีกคัพ ได้สำเร็จ[24]

ในวันที่ 20 มกราคม ค.ศ. 2022 ฟุตบอลลีกคัพ รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง ฌอตายิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ อาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์สเตเดียม 2-0 รวมผลสองนัด ลิเวอร์พูล เอาชนะ อาร์เซนอล 2-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลลีกคัพ ได้สำเร็จ[25] ต่อมา ในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 เอฟเอคัพ รอบ 4 ฌอตายิงประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ คาร์ดิฟฟ์ซิตี 3-1 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบ 5 เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ[26] ต่อมา ในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 ฌอตายิง 2 ประตู ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ เลสเตอร์ซิตี 2-0[27]

ในวันที่ 27 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2022 อีเอฟแอลคัพ 2022 นัดชิงชนะเลิศ ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 11-10 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์อีเอฟแอลคัพ สมัยที่ 9 ได้สำเร็จ[28] ต่อมา ในวันที่ 16 มีนาคม ค.ศ. 2022 ฌอตาทำประตูที่ 13 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ อาร์เซนอล ที่เอมิเรตส์สเตเดียม 2-0[29] ต่อมา ในวันที่ 20 มีนาคม ค.ศ. 2022 เอฟเอคัพ รอบก่อนรองชนะเลิศ ฌอตายิงประตูชัย ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เอาชนะ นอตทิงแฮมฟอเรสต์ ที่ซิตีกราวด์ 1-0 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล ผ่านเข้ารอบรองชนะเลิศ เอฟเอคัพ ได้สำเร็จ[30] ต่อมา ในวันที่ 2 เมษายน ค.ศ. 2022 ฌอตาทำประตูที่ 14 ในพรีเมียร์ลีก ด้วยลูกจุดโทษ ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เอาชนะ วอตฟอร์ด 2-0 ต่อมา ในวันที่ 10 เมษายน ค.ศ. 2022 ฌอตาทำประตูที่ 15 ในพรีเมียร์ลีก ในนัดที่ ลิเวอร์พูล เสมอกับ แมนเชสเตอร์ซิตี ที่เอติฮัดสเตเดียม 2-2

ในวันที่ 14 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 เอฟเอคัพ รอบชิงชนะเลิศ 2022 ลิเวอร์พูล เจอกับ เชลซี ที่สนามกีฬาเวมบลีย์ สุดท้าย ลิเวอร์พูล เอาชนะ เชลซี ในการดวลจุดโทษ 6-5 ช่วยให้ ลิเวอร์พูล คว้าแชมป์เอฟเอคัพ สมัยที่ 8 ได้สำเร็จ[31] ต่อมา ในวันที่ 22 พฤษภาคม ค.ศ. 2022 พรีเมียร์ลีก นัดปิดฤดูกาล ลิเวอร์พูล เปิดสนามแอนฟีลด์เจอกับ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ เป็นนัดตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีกระหว่าง ลิเวอร์พูล กับ แมนเชสเตอร์ซิตี ในนัดนี้ ลิเวอร์พูล จะต้องชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ และต้องลุ้นให้ แมนเชสเตอร์ซิตี ไม่ชนะ แอสตันวิลลา ด้วย ลิเวอร์พูล ก็จะได้แชมป์พรีเมียร์ลีก โดย ลิเวอร์พูล เอาชนะ วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 3-1 แต่สุดท้าย แมนเชสเตอร์ซิตี เอาชนะ แอสตันวิลลา 3-2 ทำให้ ลิเวอร์พูล พลาดโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีก อย่างน่าเสียดาย[32]

สถิติอาชีพ[แก้]

สโมสร[แก้]

ณ วันที่ 28 พฤษภาคม 2022[33]
สโมสร ฤดูกาล ลีก ถ้วยแห่งชาติ[a] ลีกคัพ[b] ยุโรป อื่น ๆ
ระดับ ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู ลงเล่น ประตู
ปาซุชดึฟึไรรา 2014–15 ปรีไมราลีกา 10 2 1 1 0 0 11 3
2015–16 31 12 1 0 2 0 34 12
รวม 41 14 2 1 2 0 0 0 45 15
อัตเลติโกมาดริด 2016–17 ลาลิกา 0 0 0 0
โปร์ตู (ยืม) 2016–17 ปรีไมราลีกา 27 8 1 0 1 0 8[c] 1 37 9
วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ (ยืม) 2017–18 อีเอฟแอลแชมเปียนชิป 44 17 1 1 1 0 46 18
วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์ 2018–19 พรีเมียร์ลีก 33 9 3 1 1 0 37 10
2019–20[34] 34 7 0 0 0 0 14[d] 9 48 16
รวม 111 33 4 2 2 0 14 9 131 44
ลิเวอร์พูล 2020–21 พรีเมียร์ลีก 19 9 0 0 2 0 9[c] 4 30 13
2021–22 พรีเมียร์ลีก 35 15 5 2 4 3 11[c] 1 55 21
รวม 54 24 5 2 6 3 20 5 85 34
รวมทั้งหมด 233 79 12 5 11 3 42 15 298 102

ทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 29 มีนาคม 2022[35]
ทีมชาติ ปี ลงเล่น ประตู
โปรตุเกส 2019 2 0
2020 8 3
2021 12 5
2022 2 1
รวม 24 9

ประตูในนามทีมชาติ[แก้]

ณ วันที่ 5 กันยายน 2020
# วันที่ สนาม คู่แข่ง ประตู ผล รายการแข่งขัน
1 5 กันยายน 2020 อิชตาดียูดูดราเกา โปร์ตู โปรตุเกส ธงชาติโครเอเชีย โครเอเชีย 2–0 4–1 ยูฟ่าเนชันส์ลีก ฤดูกาล 2020–21 ลีกเอ
2 14 October 2020 Estádio José Alvalade, Lisbon, Portugal ธงชาติสวีเดน สวีเดน 2–0 3–0
3 3–0
4 27 March 2021 Red Star Stadium, Belgrade, Serbia ธงชาติเซอร์เบีย เซอร์เบีย 1–0 2–2 2022 FIFA World Cup qualification
5 2–0
6 30 March 2021 Stade Josy Barthel, Luxembourg City, Luxembourg ธงชาติลักเซมเบิร์ก ลักเซมเบิร์ก 1–1 3–1
7 19 June 2021 Allianz Arena, Munich, Germany ธงชาติเยอรมนี เยอรมนี 2–4 2–4 UEFA Euro 2020
8 7 September 2021 Olympic Stadium, Baku, Azerbaijan ธงชาติอาเซอร์ไบจาน อาเซอร์ไบจาน 3–0 3–0 2022 FIFA World Cup qualification

เกียรติประวัติ[แก้]

วุลเวอร์แฮมป์ตันวอนเดอเรอส์

ลิเวอร์พูล

โปรตุเกส

รางวัลส่วนตัว[แก้]

  • Liverpool Player of the Month: ตุลาคม 2020[39], พฤศจิกายน 2020[40]
  • PFA Fan’s Player of the Month: พฤศจิกายน 2020

อ้างอิง[แก้]

  1. "2018/19 Premier League squads confirmed". Premier League. 3 September 2018. สืบค้นเมื่อ 4 September 2018.
  2. 2.0 2.1 "Diogo Jota: Overview". Premier League. สืบค้นเมื่อ 29 December 2021.
  3. "Liverpool FC seal signing of Diogo Jota on long-term deal". Liverpool FC. สืบค้นเมื่อ 2020-09-19.
  4. "Portugal (sub-20): André Horta e Diogo Jota convocados para estágio" [Portugal (under-20): André Horta and Diogo Jota called for training camp] (ภาษาโปรตุเกส). Mais Futebol. 22 January 2016. สืบค้นเมื่อ 7 June 2018.
  5. "Portugal-México, 4–0" [Portugal-Mexico, 4–0]. Record (ภาษาโปรตุเกส). 28 March 2016. คลังข้อมูลเก่า เก็บจาก แหล่งเดิม เมื่อ 12 June 2018. สืบค้นเมื่อ 7 June 2018.
  6. Match Report: ลิเวอร์พูลบุกถล่มลินคอล์น ซิตี้ เข้ารอบคาราบาว คัพ
  7. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มเหนืออาร์เซนอล
  8. Match Report: ลิเวอร์พูลแซงเอาชนะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-1
  9. Match Report: ประตูของโชต้า และซาลาห์ ช่วยลิเวอร์พูลคว้าชัยเหนือมิดทิลแลนด์
  10. Match Report: โชต้ายิงประตูชัยให้ลิเวอร์พูลแซงชนะเวสต์แฮม
  11. Match Report: โชต้ากดแฮตทริกในเกมบุกถล่มอตาลันต้า 5-0
  12. Match Report: ลิเวอร์พูลร้อนแรงชนะเลสเตอร์ขาดลอย
  13. Match Report: โชต้ายิงให้ลิเวอร์พูลบุกเฉือนวูล์ฟส์
  14. Match Report: โชต้าเหมาสองประตูให้ลิเวอร์พูลบุกถล่มอาร์เซนอล
  15. Match Report: ลิเวอร์พูลบุกชนะแมนฯ ยูไนเต็ด ถึงโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด
  16. Match Report: ลิเวอร์พูลออกสตาร์ตพรีเมียร์ลีกด้วยสามแต้ม
  17. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มที่แอนฟิลด์
  18. Match Report: ซาลาห์แฮตทริกช่วยลิเวอร์พูลบุกถล่มแมนฯ ยูไนเต็ด 5 ประตู
  19. Match Report: ลิเวอร์พูลชนะแอตเลติโก้ก่อนผ่านเข้ารอบแชมเปียนส์ลีก
  20. Match Report: ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์ถล่มอาร์เซนอล
  21. Match Report: ลิเวอร์พูลเปิดแอนฟิลด์ถล่มเซาท์แฮมป์ตัน 4-0
  22. Match Report: ลิเวอร์พูลบุกไปถล่มเอฟเวอร์ตันถึงกูดิสัน พาร์ก
  23. Match Report: ลิเวอร์พูลกลับมาแซงชนะนิวคาสเซิล 3-1
  24. Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเลสเตอร์ พลิกเข้ารอบรองฯ คาราบาว คัพ
  25. Match Report: ลิเวอร์พูลผ่านเข้ารอบชิงชนะเลิศคาราบาว คัพ
  26. Match Report: ลิเวอร์พูลคว้าชัยเหนือคาร์ดิฟฟ์เข้ารอบเอฟเอ คัพ
  27. Match Report: โชต้าเหมาสองประตูให้ลิเวอร์พูลชนะเลสเตอร์ ซิตี้
  28. Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์คาราบาว คัพ
  29. Match Report: ลิเวอร์พูลบุกไปเก็บสามแต้มเหนืออาร์เซนอล
  30. Match Report: ลิเวอร์พูลเฉือนฟอเรสต์ ทะลุเข้ารอบรองเอฟเอ คัพ
  31. Match Report: ลิเวอร์พูลดวลจุดโทษชนะเชลซีคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ
  32. Match Report: ลิเวอร์พูลชนะวูล์ฟส์ในเกมสุดท้ายที่แอนฟิลด์
  33. "Diogo Jota". Soccerway. Perform Group. สืบค้นเมื่อ 11 June 2018.
  34. "Games played by ดีโยกู ฌอตา in 2019/2020". Soccerbase. Centurycomm. สืบค้นเมื่อ 26 July 2019.
  35. "ดีโยกู ฌอตา". National Football Teams. สืบค้นเมื่อ 28 January 2018.
  36. Anderson, John, บ.ก. (2018). Football Yearbook 2018–2019. London: Headline Publishing Group. pp. 386–387. ISBN 978-1-4722-6106-9.
  37. McNulty, Phil (27 February 2022). "Chelsea 0–0 Liverpool". BBC Sport. สืบค้นเมื่อ 27 February 2022.
  38. "Portugal regressa ao topo da Europa. Liga das Nações fica em casa" [Portugal returns to the top of Europe. Nations League stays home]. Sapo. 9 June 2019. สืบค้นเมื่อ 10 June 2019.
  39. โชต้าคว้ารางวัลนักเตะยอดเยี่ยมประจำเดือนต.ค.ของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด
  40. ดิโอโก้ โชต้า คว้ารางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมประจำเดือนพฤศจิกายน ของสแตนดาร์ด ชาร์เตอร์ด

แหล่งข้อมูลอื่น[แก้]